icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวโรแมนติก

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
แผนรักบุรุษร้าย

แผนรักบุรุษร้าย

“เคลวิน อาร์มันโด” มหาเศรษฐีผู้ไม่เคยเชื่อในพรหมลิขิต ไม่คิดเลยว่าการมาเยี่ยมเยียนมารดาและน้องสาวที่เมืองไทยในครั้งนี้จะได้มาเจอกับกวางน้อยแสนสวยที่เคยทำเขาหัวใจแทบหยุดเต้นมาแล้วครั้งหนึ่ง! เขาวางแผนการบางอย่างเพื่อต้อนกวางน้อยเข้าสู่กรงทองแล้วครอบครองได้อย่างที่จะไม่ทำให้ต้องเสียหน้า แต่กลายเป็นว่านักล่าอย่างเขาพลาดท่าตกลงไปในกับดักนั้นเสียเอง เพราะหนีผู้ปกครองเที่ยวแท้เชียว เธอถึงต้องมาเจอเขาอีกครั้ง ผู้ชายวาจาร้ายกาจกับสถานการณ์น่าอับอาย “มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ ผมยินดีและเต็มใจ” “มีค่ะ” ตอบกลับเสียงแข็ง “เสร็จธุระแล้วก็ช่วยออกไปจากห้องด้วย เชิญค่ะ” ว่าพลางชี้ไปทางประตูห้องด้วยหางตา “เรื่องแค่นี้เองหรือที่ต้องการให้ช่วย” เคลวินหันมาถามหลังจากเดินมาถึงหน้าประตู คิ้วทรงดาบเลิกขึ้นสูง “ผมนึกว่าคุณอยากให้ช่วยแบบว่า... ช่วยติดขอเสื้อในนี่ให้ฉันทีสิคะฉันติดไม่ถึง อะไรแบบนี้เสียอีก” ว่าพลางส่งยิ้มยียวน ดวงตาพราวระยับจ้องนิ่งตรงทรวงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงเร็วแรง สาบานได้ว่านี่คือคำพูดของคนเพิ่งเจอกัน เขาเข้ามาในห้องเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังจ้องเธออย่างเสียมารยาทในขณะที่เธออยู่ในสภาพ... ล่อแหลม! “ลัลน์นารา” หวังอย่างยิ่งว่านั่นจะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายในชีวิตกับความอับอายและผู้ชายแสนยียวน แต่โชคชะตาช่างเล่นตลกกับเธอ ให้กงล้อหมุนเวียนพาเธอกับเขามาเจอกันอีกครั้งและกลายเป็นผูกพันกันไปตลอดกาล... “พี่เค นี่มันบนเรือนะคะ” "บนเรือแล้วแปลกตรงไหน หาอะไรแปลกใหม่บ้าง ชีวิตจะได้มีสีสัน” “เรือจะล่มไหมคะ” คนถามออกอาการหวาดหวั่น เคลวินหัวเราะในลำคอกึ่งขบขันกึ่งสงสาร “พี่จะพยายามเบามือที่สุดค่ะ หยาดเองก็อย่ารุนแรงนักนะคะ”
HELLO BITCH ฉันมันวายร้าย

HELLO BITCH ฉันมันวายร้าย

ผู้หญิงหลายคนไม่ได้ต้องการผู้ชายที่เพอร์เฟ็กต์ ไม่ได้ต้องการผู้ชายที่แสนดีเหมือนหลุดออกมาจากนิยาย แค่ต้องการผู้ชายที่รักเธอ และซื่อสัตย์ต่อเธอเท่านั้น แต่ดูเหมือนสิ่งที่ได้มามันกลับตรงข้ามไปซะหมด ตอนนี้แค่ความรักเธอเองก็ไม่มั่นใจแล้วว่าเขาจะยังมีให้กับเธอเหมือนเดิมหรือเปล่า แทนที่มันจะเพิ่มมากขึ้น แต่ดูเหมือนเวลาผ่านไปมันก็ยิ่งมีน้อยลง ใช่ว่าเธอจะไม่เหนื่อย เธอเหนื่อยมากๆ กับพฤติกรรมของเขา แล้วถ้าคุณเป็นเธอล่ะ? คุณจะเหนื่อยหรือเปล่า หากคนที่คุณรักแม่งปลิ้นปล้อน กระหล่อน และเจ้าชู้มากๆ แต่ถ้าคุณเหนื่อยคุณก็พัก ผัวไม่รักก็หาใหม่ จะร้องทำเหี้ยอะไร หาผัวใหม่ที่ดีกว่า อย่าเสียน้ำตาให้กับคนที่ไม่เห็นค่าในตัวเรา จำไว้!!
กำราบรักมัดใจนางบำเรอ

กำราบรักมัดใจนางบำเรอ

“.......” "ดูซิว่าจะคุ้มค่ากับเงินที่ฉันจ่ายไปหรือเปล่า เธอคิดว่ามันจะคุ้มไหม ดูท่าทางจะไม่เป็นงานด้วยซ้ำ!" ชายหนุ่มพ่นคำพูดออกมาด้วยวาจาที่แข็งกระด้าง ใบหน้าและแววตาของเอเดนที่มองมายังพลอยชมพูนั้น ช่างดูเจ้าเล่ห์และเหมือนหื่นกระหายในกามตลอดเวลา เขาเป็นดั่งเสือที่พร้อมจะขย้ำกระต่ายน้อยอย่างเธอได้ทุกเมื่อ หญิงสาวรู้สึกหวาดกลัวเสียจนตัวสั่นเทา เมื่อพลอยชมพูสัมผัสได้ถึงความป่าเถื่อนของเขา ซึ่งชายตรงหน้าดูมีอายุ น่าจะไล่เลี่ยกับบิดาของเธอด้วยซ้ำ แต่ก็ยังคงความหล่อเหลา แม้ว่าใบหน้าของเขาจะเต็มไปด้วยหนวดเครารุงรังก็ตามที ถ้าวันนี้เธอต้องเสียความสาวที่มีให้กับผู้ชายคนนี้ อย่างน้อยพลอยชมพูก็รู้สึกว่า หน้าตาของเอเดนก็พอที่จะสะกดใจเธอ ให้รู้สึกเสน่หาปรารถนาในตัวเขาอยู่บ้าง
เป็นอนุของผู้อื่นช่างยากเย็นนัก

เป็นอนุของผู้อื่นช่างยากเย็นนัก

“ซี้ด นายท่านเข้ามาเถิดเจ้าค่ะชิงชิงต้องการท่าน” นางเชิญชวนเขาด้วยเสียงครางหวานแผ่วราวกับแมวน้อยยั่วเย้าตนหนึ่ง “ข้าก็ทนไม่ไหวแล้วชิงชิง” จากนั้นเขาจึงดึงนิ้วออกมาจับสะโพกของนางให้ยกขึ้นแล้วเอ่ยว่า “ดันร่างของเจ้าลงมาทับข้าสิ” นางเป็นฝ่ายจับแท่งหยกยาวเอาไว้ ดวงตาคู่งามหยาดเยิ้มจับจ้องแท่งหยกนั้นพลางเลียริมฝีปากอย่างกระหายก่อนจะยัดเข้ามาที่ปากรูรักแล้วนั่งทับลงมาด้วยความรู้สึกเสียวแทบจะขาดใจ “อ้า ซี้ด เจ้า อ้ะ คับยิ่งนัก” สองขาของนางยังถ่างอ้าอยู่เช่นนั้นในยามที่กระแทกร่างกายลงมาแรง ๆ หลายครา นางกอดไหล่กว้างอันเต็มเปี่ยมไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นของเขาเอาไว้แล้วขยับก้นกระดกกระแทกขึ้นลงอย่างรุนแรง “อา ซี้ด เสียวยิ่ง อา แน่นนัก ชิงชิงเจ้าทำได้ดีกว่าที่ข้าคิด อืม ซี้ด” หลี่ชิงนับว่าเป็นหญิงงามผู้หนึ่งทว่าชีวิตของนาง ช่างอาภัพยิ่งนัก นางแต่งงานออกเรือนมาถึงสามครั้งแล้ว และทุกครั้งสามีของนางต้องมีอันตายตกตามกันไปไม่ว่าจะด้วยเจ็บป่วยก็ต้องตายด้วยอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ชะตากรรมที่แท้จริงของเธอจะมีอยู่จริงหรือไม่
เมียบำเรอฟรีแลนซ์

เมียบำเรอฟรีแลนซ์

ปานทิพย์ถูกส่งให้ไปทำเรื่องบางอย่างกับณัฏฐ์ในคืนงานเลี้ยงรุ่น แต่แล้วเขากลับรู้ตัวและตลบหลังเธอด้วยการจับมาเป็นเมียบำเรอแบบลับ ๆ “ปานต้องคอยทำให้ดินสิ ไม่ใช่ให้ดินหากินเองแบบนี้” เสียงเขาตอบคลอเคลียข้างหู เรียกขนอ่อนให้ลุกชันไปทั่วทั้งร่างกาย เบี่ยงตัวหนี แต่ก็ไปไหนไม่พ้น เมื่อแขนกำยำกักเธอเอาไว้ทั้งสองข้างกับขอบผนังตรงนั้น เธอเบี่ยงหน้าหลบลมหายใจร้อน ๆ หลบปาก หลบจมูกของเขาที่อวลไปด้วยกลิ่นเหล้า ที่รู้สึกเหม็นคลุ้งจนอยากอาเจียน “อย่านะดิน” “อย่าอะไรล่ะ” ณัฏฐ์ถามเสียงแตกพร่า อย่างที่คนฟังรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร “ดินบอกแล้วไง ว่าปานต้องพร้อมให้ดินทุกที่ทุกเวลาอย่างที่ดินต้องการ” “แต่ไม่ใช่ตรงนี้” “อย่างนั้นจะเรียกว่าทุกที่ทุกเวลาได้ยังไงล่ะ” คนพูดย่ามใจ ล้วงมือเข้าเสื้อของเธอ คลึงเนื้อนุ่มอย่างมันเขี้ยว “เห็นปานเป็นอะไรเนี่ย” “อ้าว นี่ยังไม่รู้อีกหรือปานทิพย์ว่าเป็นอะไร” ณัฏฐ์ถามกลั้วหัวเราะ แต่เธอไม่นึกขำไปด้วย เค้นเสียงที่บ่งบอกถึงความรู้สึกได้อย่างชัดแจ้ง “ปานอยากเกลียดดินแค่ไหนรู้ไหม” “ก็เกลียดสิ ดินไม่ได้ห้ามนี่” ปานทิพย์ชะงัก มองหน้าชายตรงหน้านิ่ง ต่อว่าเขาด้วยความน้อยอกน้อยใจ “ดินไม่ใช่ลูกผู้ชายเลยที่ทำกับปานแบบนี้” “ปานน่าจะรู้ว่าดินเป็นผู้ชายแค่ไหน ที่ทำให้ปานร้องขอครั้งแล้วครั้งเล่าได้ขนาดนั้นน่ะ”
บ้านไร่สายสวาท

บ้านไร่สายสวาท

วิโมกข์คือชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดที่ผิดหวังจากความรักอย่างรุนแรง เขากลายเป็นคนอ่อนแอไร้หลัก หมกมุ่นอยู่กับสุรานานนับเดือน แต่หลังจากนั้นก็ได้สติเพราะคำพูดแทงใจของเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีคนหนึ่ง เจ็ดปีต่อมาเขาได้กลายเป็นนายหัวผู้ทรงอิทธิพลในธุรกิจค้าหอยเป๋าฮื้อ และต้องเผชิญหน้ากับอดีตคนรักที่เข้ามาอยู่ในบ้านของเขาอีกครั้ง... ชาร์มมิ่งในวัยยี่สิบสี่ปีเดินทางจากนิวยอร์กสู่สงขลาอีกครั้งหลังจากเจ็ดปีผ่านไป เพราะถูกเพื่อนรักขอร้องให้มาแสดงละครขัดขวางอดีตคนรักของพี่ชาย เธอไม่อยากทำแบบนี้เลยเพราะพอใจที่จะแอบรักเขาไปแบบนี้มากกว่า แต่จะทำไงได้ล่ะ.. ในเมื่อเธอก็ถูกผู้เป็นย่าคอยจับคู่อยู่เรื่อยไป จึงตัดสินใจเลือกในสิ่งที่หัวใจปรารถนา... การแสดงที่มาจากส่วนลึกของจิตใจจริงๆ จึงเริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่วินาทีที่เธอเจอหน้าเขา
ตำนานรักองค์ชายจอมโจร

ตำนานรักองค์ชายจอมโจร

หวังฉิงชวน สาวสวยจากศตวรรษที่ 21 นักศึกษาคณะศิลปะการแสดงและการละคร ซึ่งจะต้องเขียนบทละครแนวพีเรียดย้อนยุคเพื่อผลิตซีรีย์เรื่องยาว 40 ตอนจบ และยังเป็นผลงานภาคบังคับที่นักศึกษาทุกคนจะต้องทำบทละครเพื่อขออนุมัติจบการศึกษา หญิงสาวจึงนำเกร็ดประวัติของท่านหญิงธิดาลูกเจ้าเมือง จากยุคจ้านกว๋อ มาเขียนบทละคร ทว่าประวัติของท่านหญิงผู้นั้นเป็นของปลอมที่ถูกทำขึ้นในยุคนั้น เป็นเหตุให้หวังฉิงชวนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับชีวิต เมื่อเธอเกิดหัวใจวายกะทันหัน ครั้นฟื้นขึ้นมาอีกครั้งดวงวิญญาณของเธอกลับอยู่ในร่างของท่านหญิงหยางเฉียนเฉียน ธิดาเจ้าเมืองอูเจี๋ยนผู้วายชนม์ เธอถูกกลับมาในเหตุการณ์ของท่านหญิงที่นำประวัติของนางมาทำเป็นบทละคร เพื่อล่วงรู้เหตุการณ์จริงในอดีตที่เกิดขึ้น และเธอกลับมาเพื่อผูกวาสนากับจอมโจรเยี่ยคัง ซึ่งมีอดีตเป็นถึงองค์ชายเฉินคัง องค์ชายห้าแคว้นหมิ่นเย่ว วาสนาผูกพันลึกซึ้งเกิดขึ้นกับคนทั้งสอง และสัญญารักมั่นจากหัวใจที่พี่คังมีต่อเฉียนเฉียน นำหวังฉิงชวนให้หวนกลับคืนสู่อ้อมกอด องค์ชายเฉินคังแห่งแคว้นหมิ่นเย่วอีกครั้งเพื่อครองคู่ไปชั่วนิจนิรันดร์
ลูกหนี้ตีตรา

ลูกหนี้ตีตรา

บุญคุณต้องชดใช้ก็จริง แต่ถ้าหัวใจเขาไม่ปรารถนา คำขอของผู้ใหญ่ก็ไม่อาจเป็นจริงได้ แต่นั่นก็ไม่ยากเท่ากับการทำให้เธอรัก หรือสุดท้าย เขาจะต้องปล่อยให้เธอทำอย่างใจต้องการ...จริงๆ คมน์เงยหน้าขึ้นมองสาวน้อยที่กำหัวใจเอาไว้ตั้งแต่แรกที่เขาเติบโตเป็นหนุ่ม เริ่มที่จะรู้จักความรัก ไม่เคยที่จะมอบหัวใจให้กับผู้หญิงคนไหนเลยนอกจากคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ถึงแม้ว่าจะตัดสินใจแล้ว แต่พอถึงเวลาที่จะต้องพูดจริงๆ มันเหมือนกับมีหินหนักๆ มาถ่วงเอาไว้ บวกกับดวงตาเป็นประกายเอาเรื่องคู่นั้นอีก มันทำให้เขา...ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงดี “ต้นหลิว...พี่จะคืนอิสระให้เรานะ เรา...หย่ากันเถอะ”
ข้าไม่เป็นแล้ว ภรรยาผู้แสนดี

ข้าไม่เป็นแล้ว ภรรยาผู้แสนดี

หลิวเยว่ชิง สาวงามของเมืองหลวง บุตรสาวของท่านหมอหลวงหลิว ความงามของนางเป็นที่ประจักษ์ ทั้งเรื่องความสามารถเรื่องการรักษานางก็เก่งไม่แพ้ผู้เป็นบิดา แต่เพราะด้วยที่นางเป็นสตรี นางจึงมิอาจเดินตามรอยเท้าของบิดาได้ ทำได้เพียงรักษาให้กับสตรีที่ต้องการความช่วยเหลือจากนาง นางยังคิดจะเปิดโรงหมอ เพื่อรักษาให้กับสตรีโดยเฉพาะ แต่เพราะคู่หมั้นของนาง กงหลี่เฉียงมิเห็นด้วย นางจึงได้เลิกล้มไปเสีย นางแต่งให้กงหลี่เฉียงท่ามกลางความเสียดายของบุรุษมากมายในเมืองหลวง งานมงคลของนางเป็นที่พูดถึงนานหลายเดือน เพราะสินเดิมที่บิดาจัดเตรียมให้ เรียกได้มามากมายจนไม่ต้องทำสิ่งใดอีกแล้ว นางใช้ชีวิตเป็นฮูหยินของกงหลี่เฉียง ดูแลจวน ทั้งยังดูแลแม่สามีที่เจ็บป่วยอยู่เสมอ จนมีแต่คนเอ่ยชมกงหลี่เฉียงที่ได้ภรรยาเช่นนางไปครอบครอง ในวันแต่งงาน เรื่องที่ไม่อาจไม่พูดถึงไม่ได้คือเรื่องคำสาบานของกงหลี่เฉียง “ข้ากงหลี่เฉียง ขอสาบานต่อฟ้าดิน ว่าชีวิตนี้จะมีเพียง หลิวเยว่ชิงเป็นภรรยาเพียงผู้เดียว” เรื่องนี้ยังสร้างความอิจฉาให้กับเหล่าสตรีในเมืองหลวงอยู่นานหลายเดือน หากบุรุษบ้านใดที่รับอนุเพิ่ม จะถูกเปรียบเทียบกับกงหลี่เฉียงในยามนั้นทันที แต่แล้วความสุขของนางก็อยู่ได้ไม่นาน หลังแต่งงานได้เพียงสองปี กงหลี่เฉียงที่เพิ่งจะได้รับตำแหน่ง รององครักษ์เสื้อแพรมาหมาดๆ ก็พาญาติผู้น้องของเขา ตู้ซิงเยียน เข้าจวนในตำแหน่งฮูหยินรอง เรื่องนี้สร้างข่าวลือไปทั่วเมืองหลวง เพราะไม่คิดว่า กงหลี่เฉียงที่กล้าเอ่ยคำสาบานในวันงานแต่งเช่นนั้น จะกล้ารับสตรีเข้าจวนได้อีก “ท่านทำกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร” หลิวเยว่ชิงดวงตาแดงก่ำ มองกงหลี่เฉียงประคองตู้ซิงเยียนอยู่หน้าเรือนของนาง น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่งามของนาง บ่าวไพร่ที่รู้จักฮูหยินน้อยว่านางแสนดีเพียงใด ก็อดจะเห็นใจนางไม่ได้ “บุรุษใดเล่าในเมืองหลวงที่ไม่มีสามภรรยา สี่อนุ” กงหลี่เฉียงเอ่ยออกมาอย่างหน้าด้านๆ โดยที่ตัวเขาก็หลงลืมเรื่องคำสาบานในวันแต่งงานไปแล้ว “หึ เช่นนั้นรึ ท่านคงหลงลืมไปแล้วกระมังเรื่องคำสาบาน” “แล้วอย่างไรเล่า ชิงชิง เจ้าแต่งเข้าจวนข้ามาสองปี ท้องเจ้ายังมิได้เรื่อง หากข้ารับเยียนเออร์เข้าจวนจะผิดอันใดเล่า” “อ้อ เพราะเรื่องนี้อย่างนั้นรึ” นางยิ้มเยาะตนเอง เป็นนางที่คิดแทนผู้เป็นสามี ไหนจะเรื่องภายในจวน ที่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดล้วนต้องควักมาจากสินเดิมของนาง ไหนจะเรื่องของอาการป่วยของแม่สามีที่แทบจะเรียกหานางทุกหนึ่งชั่วยาม นางและเขาจึงคิดตรงกันเรื่องที่ยังไม่อยากมีบุตร ทุกครั้งที่ร่วมรักกันนางจึงกินยาห้ามครรภ์มาตลอด แต่การที่หวังดีต่อเขาเช่นนี้ ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าหักหาญน้ำใจของนาง “หากท่านดึงดันจะรับนางเข้าจวน เช่นนั้นก็หย่าขาดจากข้าเสีย” “เพ้ย ไม่หย่า เจ้าอย่าได้ใจแคบนักเลย เยียนเออร์ย่อมเชื่อฟังเจ้าอย่างดี ไม่ดีหรือที่จะมีคนมาช่วยดูแลเรือนเพิ่มอีกคน” “วาจาของท่านช่างน่าขันนัก หากข้าไม่รับน้ำชาของนาง นางรึจะเข้ามาอยู่ในจวนได้” “หึ ต่อให้เจ้าไม่รับน้ำชาของนาง นางก็เข้ามาอยู่ในจวนได้ เพราะเยียนเออร์นางตั้งครรภ์แล้ว” คำพูดของกงหลี่เฉียง เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางศีรษะของเยว่ชิง นางเกือบจะล้มไปกองกับพื้น ยังดีที่สาวใช้ของนางเข้ามาประคองนางไว้เสียก่อน เขาให้นางกินยาห้ามครรภ์มาโดยตลอด แต่กลับพาญาติผู้น้องที่ตั้งครรภ์กลับเข้ามาในจวน นางจะทนฟังเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร “อาอิง เจ้าไปเก็บของข้าจะกลับจวนตระกูลหลิว” นางเอ่ยสั่งสาวใช้ที่ติดตามนางมาจากบ้านเดิม “หยุด!!! หากเจ้าจะไปก็กลายเป็นศพออกไปเสีย แต่งเข้าตระกูลกงแล้ว ถึงตายก็ต้องเป็นผีตระกูลกง” กงหลี่เฉียงตวาดออกมาเสียงดัง แต่ที่น่าขันที่สุดเห็นจะเป็นแม่สามีของนาง กลับลุกออกมาจากเรือนของนางได้ ทั้งๆ ที่ในแต่ละวันล้วนแต่นอนป่วยอยู่บนเตียง “ใช่แล้ว อาเฉียงพูดถูก หากเจ้าจะออกไปก็ต้องกลายเป็นวิญญาณเท่านั้น” นางเดินเข้าไปจับมือของซิงเยียนราวกับปลอบใจนางที่ได้รับความไม่ยุติธรรม "หึหึ ท่านแม่ ท่านหายป่วยแล้วรึเจ้าคะ” นางจ้องมองพวกเขาอย่างโกรธแค้น ไม่ว่ายาดีอันใดที่นางเพียรหามารักษา สมุนไพรราคาแพงนางก็ยอมจ่ายเงินซื้อ ก็ไม่อาจทำให้แม่สามีของนางลุกขึ้นมาจากเตียงได้ เห็นทีคงเป็นเพียงละครงิ้วบทหนึ่งเท่านั้น “ข้าเป็นอันใดอย่างงั้นรึ” นางมองเยว่ชิงด้วยใบหน้าที่ใสซื่อ ราวกับว่ากำลังถูกเยว่ชิงใส่ร้าย “ข้าเข้าใจแล้ว เป็นข้าที่โง่เขลามาตลอด ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในจวนที่มาจากสินเดิมของข้า และเรื่องรักษาท่าน เพื่อให้หลี่เฉียงมีเวลาไปอยู่กับแม่นางตู้ หึหึ ตัวข้าช่างน่าขันนัก” ใบหน้าของสองแม่ลูกเบ้อย่างไม่น่ามอง เมื่อถูกเยว่ชิงเปิดโปงเรื่องที่พวกเขานำสินเดิมของนางมาใช้จ่าย นางหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ ก่อนจะกระซิบสั่งสาวใช้ที่อยู่ข้างกาย “ฮูหยิน” นางเอ่ยเรียกเสียงสั่น “ไปเอามา” นางเอ่ยเสียงเบา พร้อมกับผลักสาวใช้เบาๆ อาอิงรู้ดีว่าคุณหนูของนางใจกล้าเพียงใด แต่ไม่คิดว่านางจะเลือกหนทางนี้ แต่ก็ยังไปทำตามคำสั่งอยู่ดี ทั้งสามไม่รู้ว่า สองนายบ่าวกระซิบกระซาบอันใดกัน ได้แต่มองอาอิงหมุนตัวกลับเข้าไปในเรือนอย่างสงสัย เมื่อนางกลับมาพร้อมมีดสั้นในมือ ทั้งสามก็มีใบหน้าที่ซีดขาวอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าจะทำอันใด” กงหลี่เฉียงดันตัวตู้ซิงเยียนไปไว้ด้านหลัง ยิ่งทำให้เยว่ชิงปวดใจมากกว่าเดิม บุรุษที่นางเลือกเองกับมือ กล้าทำร้ายจิตใจของนางมากถึงเพียงนี้ แต่เรื่องนี้จะโทษใครได้ หากเขาไม่เอาใจใส่นางตลอดหลายปีก่อนที่จะแต่งงาน นางจะเลือกเขาได้อย่างไร ทั้งหน้ากากบุรุษแสนดีที่เขาสวมไว้ ทำให้นางเชื่อหมดใจว่าเขารักนางมากจริงๆ เยว่ชิงเดินเข้าไปหาทั้งสามคนช้าๆ พร้อมทั้งกำมีดในมือแน่น “กง หลี่ เฉียง ท่านฟังคำข้าให้ดี” นางยิ้มเย็นออกมาอย่างน่ากลัว “เจ้า เจ้า อย่าได้คิดบ้าๆ เด็ดขาด” “ข้า หลิวเยว่ชิง ชาตินี้คิดผิดที่เลือกบุรุษเช่นท่านเป็นสามี หากมีชาติหน้าจริง ขออย่าได้พบเจอท่านอีก หากพบเจอก็ให้นึกรังเกียจราวกับพบเดรัจฉาน ข้าขอให้ท่านมิได้สิ่งใดหรือสมหวังเรื่องใดอีกเลย” เยว่ชิงใช้มีดสั้นในมือของนางปักเข้าที่หัวใจของนางทันที
หนี้รักหมอสาว

หนี้รักหมอสาว

บทนำ หมอพุฒตาล ศัลยแพทย์ทั่วไป เรียนจบด้วยเกรดนิยมอันดับหนึ่ง เธอกลายเป็นหมอผ่าตัดมือหนึ่งของโรงพยาบาล ด้วยชีวิตที่คิดอุทิศให้กับวงการแพทย์ ทำให้หมอพุฒตาลไม่เคยข้องแวะกับชายใด แม้จะมีหนุ่มเข้ามาจีบไม่เว้นวัน เมื่อบิดาของเธอเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ เพราะการผ่าตัดที่ล่าช้า เนื่องมาจากช่วงเวลานั้น ขาดหมอเฉพาะทาง เหตุผลนี้จึงเป็นแรงผลักดัน ทำให้เธอตั้งใจเรียนศัลยแพทย์ จนฝีมือด้านการผ่าตัดการวินิจฉัยโรคของหมอพุฒตาล เป็นที่ยอมรับของเพื่อนหมอ และคนไข้ที่มารับการรักษา เมื่อเธอทำงานได้สองปีสิ่งที่ไม่คาดฝันกับชีวิตก็เกิดขึ้น เมื่อมารดาเข้ามาหาเธอถึงห้องพักแพทย์ในโรงพยาบาล สิ่งที่มารดาต้องการคือการให้เธอแต่งงานกับลูกชายของเพื่อน เมื่อนางกู้ยืมเงินเขามาส่งเสียให้เธอเรียน ใครเล่าจะรู้ว่าหมอมือหนึ่งอย่างเธอ จะต้องมาแต่งงานใช้หนี้ผู้ชายที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน เงินสิบล้านกับดอกเบี้ยอีกเท่าตัวทางเลือกของหมอพุฒตาล คือการแต่งงานกับชายแปลกหน้าเพียงเท่านั้น เตชิน หนุ่มไฮโซรูปหล่อ เห็นผู้หญิงเป็นแค่เครื่องบำเรอ เขามองความรักเป็นแค่เรื่องล้อเล่น เที่ยวเตร่ไปวันๆ ส่วนธุรกิจของครอบครัวเขาทิ้งให้เตชิต พี่ชายเพียงคนเดียวรับผิดชอบ ความอดทนของผู้เป็นมารดาได้สิ้นสุดลง เมื่อเตชินเที่ยวเตร่ไม่เอาการเอางาน นางจึงยื่นคำขาดด้วยการให้เขาแต่งงานกับหมอพุฒตาล เตชินฟังแค่ชื่อของเธอ เขาถึงกับขำออกมา ชายหนุ่มไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงเฉิ่ม ๆ แบบนั้นเป็นอันขาด ที่สำคัญเขาไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่เมื่อมารดายื่นคำขาดคือการริบทรัพย์ ทั้งบัตรเครดิตและรถสปอร์ตคันหรู เมื่อไม่มีทางเลือก ชายหนุ่มจำใจยอมตกลงแต่งงาน ซึ่งแน่นอนผู้หญิงคนนั้นต้องทนเขาไม่ได้ และเธอต้องขอหย่าภายในสามเดือน เขาจะแสดงอิทธิฤทธิ์ให้เธอดู เธอจะได้รู้ว่าไม่ควรวิ่งเข้ามาในกองเพลิง ที่เขาก่อเอาไว้ เพราะมันพร้อมที่จะเผาเธอให้มอดไหม้ไปในพริบตา!! ************************* ฝากภาค 2 รุ่นลูก ด้วยนะคะ บำเรอรักคุณหมอจ้า*************
The End of Love สิ้นสุดทางรัก

The End of Love สิ้นสุดทางรัก

“เสี่ยวหงพี่รอวันนี้มานานแค่ไหนรู้หรือไม่” ฉางอี้หงนิ่งงัน เธอไม่อาจผลักเขาออกไปได้ เธอรู้หัวใจของตัวเองดี หากจะมีคนบอกว่าเธอบ้าที่ตกหลุมรักคู่หมั้นตนเองตั้งแต่ครั้งแรกเธอก็ยินดีรับเอาไว้อย่างเต็มใจ สองมือของเธอยกขึ้น เหนี่ยวรั้งลำคอของเขาให้โน้มลงมา อ้าปากรับสัมผัสอันดูดดื่มและกระหาย สัมผัสแห่งรักอันคุ้นเคย กว่าที่ต้วนชางหลางจะยอมถอนจูบ ริมฝีปากของฉางอี้หงก็บวมเจ่อไปแล้ว เขาพาเธอไปนั่งหลบมุมที่เก้าอี้หนึ่ง ดึงเธอมานั่งตักเกิดอาการคลั่งรักอย่างรุนแรง... หยางอี้หงมีใบหน้างดงามโดดเด่นทั้งยังมีกลิ่นหอมประหลาดติดกาย ร่างกายของนางพิเศษยิ่งนักที่เมื่อได้รับแผลยังสามารถรักษาให้หายโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้แม้แต่รอยขีดข่วนเล็ก ๆ ชะตากรรมของนางสวยพิเศษจะเป็นอย่างไรนะ?
เมียบำเรอที่ (ไม่) รัก

เมียบำเรอที่ (ไม่) รัก

อรนลินกับจุติมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันก็เพราะความต้องการอยากเอาชนะคะคานในค่ำคืนหนึ่ง แต่แล้วผลของการกระทำในคืนนั้น ก็ทำให้ผู้ใหญ่จับทั้งคู่แต่งงานด้วยเงื่อนไขพิเศษอีกหนึ่งข้อคือเธอต้องมีลูกชายให้เขา แลกกับเงินก้อนใหญ่ “มีอารมณ์ร่วมหน่อยสิ นอนตายด้านแบบนี้จะติดลูกชายได้ยังไง” เขาว่าพร้อมแตะริมฝีปากลงมาแถวๆแอ่งชีพจร อรนลินกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะเค้นเสียงบอกเขา “ฉันไม่มีทางมีอารมณ์ร่วมกับคุณ” “ทำไม ผมมันเป็นยังไงถึงจะมีอารมณ์ร่วมไม่ได้” “คนไม่ได้รักกันนี่” อรนลินว่า แต่เขาแย้งขึ้นก่อนเธอจะพูดจบ “ให้มาผลิตลูกชายนะคุณ ไม่ได้ให้มารักกัน เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า” จุติประชดประชันใส่ แล้วก้มลงปิดปากของเธอเสีย หงุดหงิดกับคำพูดที่ได้ยินเมื่อครู่นี้ชะมัดยาดเลย ไม่ได้รักกันอย่างนั้นหรือ ฮึ่ม!
อันดาวายุ

อันดาวายุ

“คิดถึงเราบ้างไหม” “ก็... คิดถึง” เธอตอบเขาเสียงสั่นๆ ใจสั่นยิ่งกว่าอะไร “ชื่นใจเหมือนกันนะ มีคนบอกว่าคิดถึง” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเอาไว้ ประสานเข้าหากัน มือที่กุมเข้ามาหาทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอไม่ได้ดึงมือหนีเพราะมันรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข “ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะลม” เธอชวนเขาคุย ท่าทีเขินอายทำให้เขามองแก้มสาวไม่วาง “อืม... แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” “กลัวแก่เหรอ” “เปล่า แค่รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกิน อันดาว่าไหมแป๊บเดียวก็จะขึ้นปีสองแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งรับน้องไปเมื่อวานเอง” “อยากกลับไปรับน้องใหม่เหรอ” เธอถามขำๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดกึกมองหน้าเขา สบตาอย่างเผลอไผล “เวลาอันดายิ้มหรือหัวเราะแล้วน่ารัก” เขาไล้แก้มสาวเบาๆ คนถูกชมเขินอายหนักกว่าเก่า “เอ่อ...” เธอก้มงุด สัมผัสของเขาให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด “ฝนยังตกหนักอยู่เลย อันดาไม่ได้พาร่มมา” เธอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น มองมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือเขาแล้วใจสั่นรัว “ตกก็ดีนะ จะได้นั่งอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเงยหน้ามองเขาก็หน้าร้อน ก้มงุดอีกรอบ เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา อันดารู้สึกใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา “อันดาตัวสั่น” เขาจับบ่าของเธอเบาๆ อันดายิ่งสั่น เขินอายอย่างหนัก เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสในทำนองนี้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินมากมาย แค่จับมือส่งสายตามาให้เธอก็วาบหวามอย่างไม่อาจควบคุมได้ “กลัวเราเหรอ” “เปล่า” “แล้วทำไมตัวสั่น” “เขิน” เธอตอบแล้วเขินหนักกว่าเก่า เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำตอบน่ารักนั้น “ก็เห็นแอบมองเราทุกวัน” “แอบมอง?” เธอเงยหน้าขึ้นมอง สบตาแล้วก้มงุด กัดปากตัวเองเบาๆ เขารู้ด้วยเหรอว่าเธอแอบมอง “แอบมองอยู่ที่บานเกล็ดหน้าต่าง ลมจำได้เลยว่าห้องนอนอันดาอยู่ตรงไหน” “เห็นได้ยังไง” เธอถามเสียงเบาหวิว “บานเกล็ดมันยกขึ้น เลยเห็นว่าแอบมอง” เขายิ้มขำคนทำหน้าเหลอหลา เธอเขินหนักมาก ไม่รู้จะวางไม้วางมือตรงไหนดี “ทีหลังไม่ต้องแอบมองก็ได้ จะถอดเสื้อให้มองเต็มๆ ตา” “ลมน่ะ” เขามาพูดอะไรแบบนี้ ใครจะอยากไปมองเขาถอดเสื้อผ้ากันเล่า! โอ๊ย! คนบ้า ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตกหนัก เธอคงวิ่งหนีไปแล้ว วายุยกยิ้มมุมปาก เห็นคนขี้อายแล้วหยิกแก้มเบาๆ “อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อยากจะมุดพื้นหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้ถ้าทำได้ *** “อันดาอยากมีลูกสักกี่คนครับ” “คะ?” เธอหันมามองเขาแล้วหน้าแดง มาถามอะไรแบบนี้ “ไม่รู้สิ” เธอก้มงุดตักข้าวต้มกินอย่างขัดเขิน “สักโหลดีไหม ตั้งทีมฟุตบอล” “บ้าเหรอ เราไม่ใช่แม่หมูนะ” “อันดาจะเป็นเมียเราเหรอ” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบถาม คนถูกถามหน้าแดงร้อนเห่อกว่าเก่า “ไม่รู้ไม่ชี้” *** “อันดา เรามีอะไรจะบอก” “อะไรจ๊ะ อื้อ...” เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อถามเขา เลยโดนหอมแก้มฟอดใหญ่ “จะบอกว่าแก้มหอม” “คนเจ้าเล่ห์” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ลูบไปมาเบาๆ มองร่างสูงที่เดินออกไปรอเธอนอกบ้านด้วยความขัดเขิน
หทัยแก้วปักษา

หทัยแก้วปักษา

เพราะคำมั่นสัญญาที่ผู้มีพระคุณให้เป็นคำสัจ..หญิงสาวตัวเล็กๆเพียงคนเดียวจึงต้องเดินทางแรมเดือนเพื่อเข้าไปในป่าลึกและแล้วเธอก็ได้พบพานกับใครบางคน หรืออาจเรียกว่าบางตนก็ว่าได้... กรองแก้วหญิงสาวที่ต้องถูกส่งมาแต่งงานที่ดินแดนลึกลับเพราะคำมั่นสัญญาที่ผู้มีพระคุณได้ให้คำสัจแด่อีกฝ่ายเอาไว้เธอนั้นต้องเจอกับเรื่องลี้ลับมากมายเมื่อเดินทางมาถึงป่าแถบทางเหนือ จนตกอยู่ในอันตรายแต่มีความโชคดีสำหรับกรองแก้วอยู่ไม่น้อยที่มีบางคน ไม่ใช่สิ เรียกว่าบางตนนั้นช่วยเธอจะดีกว่าเขานามว่าปักษาทั้งกายายังมีบางส่วนที่เหมือนเช่นนก ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันขณะที่อยู่ในป่าทำให้ทั้งสองเกิดมีเยื่อใยให้กันจนเกิดเป็นความอบอุ่นวนอยู่ในหัวใจไม่นานความรู้สึกดีๆที่มีก็เรียกได้ว่าเป็นความรักจนกรองแก้วนั้นลืมไปว่าหน้าที่ของตนที่มาที่นี่นั้นเพื่อมาทำการอันใด และแล้วเหตุที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้นเมื่อกาลเวลาอันแสนหวานผ่านไปไม่นานนักเจ้าบ่าวตัวจริงได้มาทวงหญิงสาวคืนแล้วชีวิตของเธอที่เคยตกเป็นเจ้าแก้วดวงใจของปักษาเธอจะสามารถทำหน้าที่ภรรยาให้กับชายที่เป็นคู่หมั้นสัญญากันได้หรือไม่แล้วความรักของกรองแก้วกับปักษานั้นจะเป็นเช่นไรติดตามได้ในเรื่อง หทัยแก้วปักษา ได้เลยนะคะ เรื่องนี้เป็นแนวย้อนยุคนะคะร่างโครงเรื่องโดย หอศังกร และลงรายละเอียดคำบรรยายโดย ปลายฟ้า นิยายเรื่องนี้สร้างจากจินตนาการไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์จากใครหรือสิ่งใดและไม่ได้เจตนาลบหลู่ความเชื่อย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้เจตนาลบหลู่ความเชื่อทุกอย่างเกิดจากจินตนาการนะคะ ชื่อคนสัตว์สิ่งของสถานที่ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องที่ปรุงแต่งขึ้น ขอทำความเข้าใจ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ช่วง...ไรท์อยากพูดคุยกับนักอ่าน 💒~ ↳ เมื่อต้นปี2564คิดอยู่นานมากว่าจะเขียนนิยายแนวโบราณๆดีมั้ยมีพล็อตโครงเรื่องอยู่แล้วแต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดเป็นแนวครุฑกับนาคอะไรประมาณนี้...และแล้วก็ได้เริ่มลงตอนที่พึ่งจะเขียนแต่ก็ไปได้ไม่ถึงไหนเขียนไม่จบเพราะรู้สึกว่ายากเหลือเกินกับภาษาที่ไม่ใช่ยุคสมัยปัจจุบัน... พอมาใกล้จะสิ้นปีกลับอยากจะเขียน..ไม่รู้ว่าคนจะชอบหรือไม่ชอบก็อยากจะเขียนให้มันจบเพราะคิดว่าพล็อตที่วางเอาไว้เราอ่านแล้วชอบมากโดยส่วนตัวและอยากจะทำให้มันเป็นเรื่องยาวเป็นซีรีย์ที่มีหลายภาคไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า และแล้วเราก็เขียน “หทัยแก้วปักษา” จบในวันที่ 29 ก.ค 2566 จะมีภาค 2 ของเรื่องนี้ต่อหรือเปล่าเราเองก็ไม่แน่ใจ แต่มีวางพล็อตเอาไว้แล้ว หากมีภาคต่อออกมาเราจะแจ้งที่หน้าเพจ prayfa นิยายรักโรแมนติกนะคะ แอบกระซิบว่าเรื่องของผกามาศและเพชรรัตน์ในชาติปัจจุบันจะอยู่ในเรื่อง “ตรารักลิขิตบาปนะคะ” ซึ่งเรื่องนี้เขียนจบไปนานแล้วด้วย... ++++ ด้วยความที่เราเองเป็นคนในยุคปัจจุบันหากภาษาที่เขียนลงในนิยายผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ จะพยายามพัฒนาฝีมือการเขียนให้ดีขึ้นค่ะ หลังจากนี้นิยายนามปากกา ปลายฟ้า ตั้งใจว่าจะผลิตผลงานนิยายแนวโบราณย้อนยุคของไทย ข้ามภพชาติ มีกลิ่นแฟนตาซีปะปนเล็กน้อย ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ตัวอย่างบางตอน ดวงตากลมโตเหลือบมองด้วยแววตาฉงน เมื่อเห็นว่ามีชายร่างสูงใหญ่กำยำยืนหันหลังอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่สวมเสื้อปล่อยผมยาวดกดำสลวยสยายเต็มหลังท่อนล่างนุ่งเตี่ยวสีงาช้างโชว์กล้ามขาแกร่ง จนสาวเจ้าต้องแอบหลุบสายตาลงต่ำเล็กน้อยด้วยเพราะไม่เคยได้เห็นเนื้อหนังผู้ชายคนใดมากเท่านี้มาก่อน “คุณคะ” หลังจากรวบรวมความกล้าได้ หญิงสาวร่างเล็กก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่อีกครั้งช้าๆ ริมฝีปากบางเปิดส่งเสียงเรียกคนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนักด้วยน้ำเสียงหวาน “เจ้าตื่นแล้วหรือ” ร่างกำยำใหญ่ผิวขาวใสจนไม่เหมือนคนที่อยู่ในป่าในดงค่อยๆหันกลับมาหาคนเรียกช้าๆ พร้อมส่งเสียงทุ้มทักทายหญิงสาวที่เขาช่วยเอาไว้อย่างเป็นมิตร “หา...” ภาพชายร่างสูงใหญ่กำยำที่หันมาอมยิ้มให้เธอตอนนี้ทำเอาหญิงสาวตัวชาวาบชะงักอ้าปากค้าง เพราะไม่เพียงแต่เขาที่หุ่นเหมือนคนโบราณปล่อยผมยาวเท่านั้นที่แปลกแต่ดวงตาคมของเขามีนัยน์ตาเป็นสีเหลืองอำพันรอบดวงตาที่มีขนคล้ายขนนกอินทรีย์ราวกับเขาใส่หน้ากากนกอินทรีย์เอาไว้ แต่เมื่อเขาเดินมาใกล้ๆให้เธอเพ่งสายตามองดีๆกลับไม่ใช่หน้ากากแต่เป็นใบหน้าของเขาจริงๆ “อ..อ๊ายยย..” เมื่อร่างสูงใหญ่ที่ทำให้เธอตื่นกลัวจนทำอะไรไม่ถูกได้เข้ามาใกล้มือน้อยของเธอก็กำมือเอาไว้แน่นหลับตาปี๋เพื่อที่จะไม่มองสิ่งที่ทำให้กลัวตรงหน้า ริมฝีปากบางกรีดร้องดังขาเรียวเริ่มขยับและรีบวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อหนีสิ่งที่น่ากลัวไปทางหลังกระท่อมน้อย “ไม่ต้องกลัวข้า..” เสียงทุ้มเอ่ยตามหลังหญิงสาวที่วิ่งหนีไป ทั้งส่ายหัวเบาๆอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจทำให้หญิงสาวนั้นกลัวแต่อย่างใด