icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวโรแมนติก

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
ทิวาโลมดาว

ทิวาโลมดาว

อีกไม่กี่วันเธอก็จะบินไปเรียนต่อที่อังกฤษแล้ว ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันในคืนเดียว นอกจากจะไม่ได้บินไปอังกฤษ ยังได้สามีมาหนึ่งคน เธอตั้งใจจะไปคลอดเสียที่อังกฤษ รอจนลูกโตสักหน่อยค่อยกลับมา ทว่าพ่อของลูกขัดขวางเธอตั้งแต่เธอยังไม่ทันก้าวพ้นประตูด้วยซ้ำ 'เรามาแต่งงานกัน' เขาใช้น้ำเสียงราวกับเจรจาตกลงเรื่องธุรกิจ นี่มิใช่การแต่งงานด้วยความรัก เขาเพียงต้องการลูก ส่วนเธอแต่งเพราะความจำเป็น ทว่าในใจส่วนลึกเธอรู้ดีว่าแท้จริงแล้วเธอยอมแต่งงานกับเขาเพราะเหตุผลเพียงอย่างเดียว
ชายพิการผู้นั้นที่ใครไม่เห็นค่านางจะเป็นภรรยาของเขาเอง

ชายพิการผู้นั้นที่ใครไม่เห็นค่านางจะเป็นภรรยาของเขาเอง

ไป่จวิ้นเดิมทีก็เป็นเพียงทหารชั้นผู้น้อย ที่ไม่น่าจะได้รับความสนใจอะไรในกองทัพ ทว่าเมื่อสงครามจบลง และกลับมาพร้อมชัยชนะ เขาจึงได้เงินรางวัลมาจำนวนหนึ่ง ส่วนหนึ่งเพื่อปลอบขวัญที่ต้องจากบ้านไปเป็นระยะเวลานาน อีกส่วนก็เป็นสินน้ำใจตอบแทนที่เขาต้องกลายเป็นคนที่ไม่ต่างจากคนพิการ เดินเหินไปไหนก็ไม่คล่องแคล่วเช่นเมื่อก่อน และเรื่องนี้ก็สร้างความกลัดกลุ้มให้กับมารดาของเขาอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะส่งเทียบดูตัวไปสักกี่ครั้งต่างก็ถูกปฏิเสธ ทว่ามีเพียงสตรียากจนที่เป็นเพียงบุตรสาวของชาวนาจน ๆ คนหนึ่งเท่านั้นที่ยินยอมแต่งเข้าสกุลไป่ แรกทีเดียวไป่จวิ้นไม่ใคร่จะชอบใจภรรยาของตนนัก ด้วยคิดว่านางยินยอมแต่งกับชายพิการเช่นเขาเพียงแค่เพราะเรื่องเงินทอง แต่ความอ่อนโยนและมุ่งมั่นที่จะดูแลเขาของ จางอวี๋จิง’กลับค่อย ๆ ละลายน้ำแข็งในใจของชายหนุ่มลงอย่างช้า ๆ ส่วนทางจางอวี๋จิง นางก็เริ่มมองเห็นความอบอุ่นของสามีที่นางไม่คิดว่าจะรักได้คนนี้เพิ่มขึ้นทุกวัน และนางก็ได้ตั้งปณิธานอันแน่วแน่ว่า จากนี้ไปจะขอเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์ต่อเขาไปจนชั่วชีวิต สามีของนางพิการเดินเหินไม่สะดวกแล้วอย่างไร นางจะขอเป็นแขนขาให้แก่เขาเอง
ตัวตายตัวแทน เพื่อสนองความหมกมุ่นของเขา

ตัวตายตัวแทน เพื่อสนองความหมกมุ่นของเขา

ฉันเป็นศิลปินที่ถูกจ้างมาเป็นเพื่อนให้กับมหาเศรษฐีผู้รักสันโดษ คิน มิลเลอร์ ฉันตกหลุมรักชายผู้แหลกสลายที่ฉันคิดว่าฉันกำลังเยียวยา แล้วฉันก็ได้ค้นพบความจริง เขาแอบบันทึกช่วงเวลาส่วนตัวของเรา เพียงเพื่อใช้เทคโนโลยีดีปเฟกสวมใบหน้าของคาร่า น้องสาวต่างแม่ของฉันลงไปแทน ฉันไม่ใช่คนรักของเขา ฉันเป็นแค่ตัวแสดงแทนให้กับความหลงใหลของเขาเท่านั้น เมื่อคาร่าใส่ร้ายว่าฉันทำร้ายร่างกาย คินไม่เพียงแต่เชื่อเธอ เขายังยืนมองดูการ์ดของเขาทุบตีฉัน ต่อมา เขาส่งนักเลงมาทุบมือขวาของฉันจนแหลกละเอียด ทำลายอาชีพศิลปินของฉันจนย่อยยับ เพื่อปกป้องชื่อเสียงของคาร่าก่อนงานแต่งงานของเธอ เขาจับฉันโยนเข้าห้องขัง เรียกฉันอย่างเย็นชาว่าเป็น "ของเล่น" ที่เขาเบื่อแล้ว เขาทำลายร่างกาย อาชีพ และหัวใจของฉัน ทั้งหมดก็เพื่อผู้หญิงที่โกหกเขาซึ่งๆ หน้า แต่ในห้องขังอันหนาวเหน็บนั้น ฉันได้รับข้อเสนอจากพ่อเลี้ยงที่เคยขับไล่ฉันออกจากบ้าน เขาต้องการให้ฉันแต่งงานกับคีแกน มาร์ค ทายาทบริษัทเทคโนโลยีผู้พิการ เพื่อแลกกับกองทุนมรดกมหาศาลของแม่ฉัน ฉันรับข้อเสนอ ฉันเดินออกจากคุก ทิ้งเมืองนี้ไว้เบื้องหลัง และบินไปแต่งงานกับคนแปลกหน้า เพื่อหนีจากผู้ชายที่ทำลายฉันให้สิ้นซากในที่สุด
ซาตานร้ายเดิมพันรัก

ซาตานร้ายเดิมพันรัก

“อื้อ... ปล่อยนะ” มือบางผลักไสเมื่อเขาถอนริมฝีปากออกห่าง เทพประทานบดจูบลงไปใหม่ทำโทษคนแสนพยศ “อื้อ...” ฟ้าใสทุบแผ่นหลังแกร่งระรัว ไม่นานมือที่ทำร้ายเขาก็ถูกรวบเอาไว้ทั้งสองมือด้วยมือข้างเดียวของเขา “ทำร้ายผัวตัวเอง ไม่ดีนะคุณ” เทพประทานพูดอย่างยียวนกวนอารมณ์ “ไม่ใช่ คนบ้า” เธอสวนกลับอย่างทันกัน “งั้นผมจะทวนความจำของคุณ คุณนี่สมองปลาทองจริงๆ” ไม่พูดเปล่าแต่เขาฉกริมฝีปากลงซุกไซ้ซอกคอหอม ฟ้าใสผวา คืนนี้เธอจะได้นอนหรือเปล่านี่ “ฉันเหนื่อย ระบมไปหมดแล้ว คุณนี่ลามก โรคจิต มักมากที่สุด” “ก็ได้ ผมจะให้คุณพักสักสิบนาที” “ฮะ!!! อีตาบ้า ให้ฉันพักทั้งคืนไม่ได้เหรอ แล้วคุณก็ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันเพลียอยากนอน” “ถ้าจะนอนก็นอนกัน แต่ถ้าดิ้นอีกละก็ คุณโดนทำโทษแน่” “เผด็จการที่สุด” เธอค้อนให้คนเอาแต่ใจ “ผมมีนิสัยเสียอยู่อย่างนึง ของอะไรที่เป็นของของผม ผมจะหวงและไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวาย” คราวนี้เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนเธอชะงักไป “ฉันไม่ใช่สิ่งของนะ” ฟ้าใสสะบัดเสียงใส่ เขาทำอย่างกับว่าเธอเป็นข้าวของของเขา “คุณเป็นแฟนผม ผมไม่ชอบให้คุณให้ความสำคัญกับใครมากกว่าผม”
ชาติภพนี้ขอไม่เป็นเมียจำยอม

ชาติภพนี้ขอไม่เป็นเมียจำยอม

"เธอรู้ตัวไหมว่าเธอทำให้ฉันต้องแต่งงานกับคนที่ฉันไม่ได้รัก!" เสียงเย็นชาของเขาบาดลึกเข้ามาในใจฉันเหมือนคมมีดที่กรีดแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง ในหัวยังคงปวดร้าว ภาพสุดท้ายที่จำได้คือความเจ็บปวดที่กัดกินจนฉันเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองลง แต่ตอนนี้ฉันกลับมาอยู่ที่นี่ ในห้องนอนที่คุ้นเคย ห้องนอนที่เต็มไปด้วยความทรงจำทั้งสุขและทุกข์กับผู้ชายตรงหน้า ศรัณย์พรยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยทำให้ฉันหลงใหลบัดนี้กลับเป็นเหมือนน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลายให้ฉันได้สัมผัส เขาไม่ใช่ผู้ชายที่ฉันรู้จักอีกต่อไปแล้ว เขาเป็นเพียงเปลือกนอกที่เหลือไว้ให้ฉันเจ็บปวด ฉันมองศรัณย์พร เขายังคงหนุ่มแน่นและหล่อเหลาเหมือนเดิม อายุยี่สิบเจ็ดปีที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและพลังในการสร้างสรรค์ แต่แววตาของเขาที่มองมาที่ฉันมันเต็มไปด้วยความเกลียดชังและผิดหวัง ฉันจำได้ทุกอย่าง จำได้ถึงความเจ็บปวดที่ต้องทนอยู่กับความเย็นชาของเขาในชาติที่แล้ว จำได้ถึงคำพูดที่เขาใช้ทำร้ายจิตใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า และจำได้ถึงวันที่ฉันจากไปอย่างโดดเดี่ยว
คุณอา ยอดดวงใจ

คุณอา ยอดดวงใจ

“อ้ายยย! อีเด็กบ้า กล้าดียังไงมาเรียกฉันว่าป้า แกเป็นใครแล้วรู้ไหมฉันเป็นใครฮะ” สาวสวยหุ่นนางแบบกล่าวออกมาอย่างสุดจะกลั้นความฉุนเฉียว “ตาหวานไม่ใช่เด็กนะคะ ตาหวานเรียนจบแล้ว อายุย่าง 22 ปีนี้ ตาหวานเป็นเมียอานพค่ะ” เสียงหวานใสไม่แพ้หน้าตาเอ่ยขึ้นอย่างซื่อๆ พลางมองหน้าสาวสวยหุ่นนางแบบอย่างงงๆ ทำไมต้องมาว่าเธอว่าบ้าด้วยนะ แล้วถ้าไม่ให้เรียกป้าจะให้เธอเรียกอะไร ดูจากหน้าตาที่พอกหนาเตอะด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ออกจะแก่กว่าคุณอานพของเธอเสียด้วยซ้ำ สิ้นคำพูดของหญิงสาวเรียกความตระหนกปนอึ้งให้เกิดกับทั้งหญิงสาวอีกคน และชายหนุ่มที่หน้าเหวอไม่แพ้กัน “ตาหวานหนูพูดอะไรออกมาคะ” ชายหนุ่มแกล้งพูดเสียงดุ พร้อมทั้งหันหน้าไปมองสาวน้อยด้วยนัยน์ตาเจ้าเล่ห์พลางซ่อนรอยยิ้มถูกใจไม่ให้ใครสังเกตเห็น “ก็เมื่อเช้าอานพบอกตาหวานเองนี่คะ ว่าตาหวานเป็นเมียอานพแล้ว ถ้าอานพบอกอะไร เตือนอะไรก็ต้องฟัง และห้ามไปไหนโดยที่ไม่บอกอานพอีก” หญิงสาวจ้องหน้าชายหนุ่มสายตาหวานใสแจ๋ว อีกครั้งที่ชายหนุ่มทำหน้าไม่ถูก ก่อนจะสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างไม่พอใจของนางแบบสาว “กรี๊ดๆๆๆ ลินไม่ยอมนะคะนพ ลินไม่ยอม”
ทาสรักทัณฑ์สวาท

ทาสรักทัณฑ์สวาท

เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะแหวนวงเดียว กับคำว่า ‘โจร’ สาวใสใจสู้มีหรือจะยอมรับ เธอไม่ได้ลักขโมยมา เพียงแต่บังเอิญเก็บได้ ตั้งใจจะคืนแต่ยังไม่มีโอกาส ก็ชีวิตนักศึกษาที่เป็นนักเรียนทุน ฐานะทางบ้านไม่ได้มั่งมี ก็ต้องดิ้นรนหากค่ากินค่าใช้ เรียนก็หนัก งานก็เหนื่อย จะเอาเวลาที่ไหนล่ะไปตามไฮโซสุดสวยเพื่อคืนสิ่งที่หล่อนทิ้ง!! ความซวยเลยมาเคาะประตูบ้าน เมื่อเจ้าของแหวนตามเอาเลือก เขาจับเธอไปเค้น...เค้นไปเค้นมา เลยกลายเป็นแบบนี้ ก็เจียมตัวอะนะเลยไม่กล้าปริปาก หากเขาจะย้อนกลับไปหาคนรักเก่า เธอก็จะหลีกทางให้เมื่อตัวเองเป็นแค่ทางผ่าน...เหวยๆ พระเอกเราจะทำไงล่ะ ปากแข็งง้างยากไม่พอ ยังอีโก้สูงอีก จะง้อได้ไหม? หรือจะโอละพ่อ!!
ทูนหัวของพ่อ

ทูนหัวของพ่อ

เมื่อความรักไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ อายุก็เช่นกัน เขาที่อายุมากกว่าเธอขนาดจะเป็นพ่อเธอได้ตกหลุมรักสาวน้อยรุ่นลูกเข้าอย่างจัง รักครั้งนี้จึงมีทั้งเสียงหัวเราะและเสียงครางกระเส่าในทุกค่ำคืนอันเร่าร้อน ******** พ่อเพื่อนบำเรอรัก เดโชกระตุกเท้าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกว่ากำลังเหยียบผ้าชิ้นเล็กๆ พอก้มมองก็พบว่าเป็นกางเกงชั้นในสีชมพูลายคิตตี้ เขาเกี่ยวมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องนอนของตนอย่างสำรวจ แต่เมื่อไม่เห็นใคร จึงชูกางเกงชั้นในนั้นขึ้นสูง “คุณพ่อจะทำอะไรคะ” เดโชหันขวับพอเห็นมายาวดีก็รีบซ่อนกางเกงชั้นในไว้ข้างหลัง “เปล่า” เดโชปฏิเสธ “ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณพ่อกำลังจะดมกางเกงในหยา” เพราะเธอกำลังเห็นด้านมืดของเขา ความกลัวจึงทำให้พลั้งปากออกไปกล่าวหาว่าเขาเป็นโรคจิต “นี่กางเกงในของเธอเองรึ” นายหัวหนุ่มเลิกคิ้ว พร้อมกับคีบซับในตัวน้อยขึ้นสูงระดับสายตา “ใช่ค่ะ ของหยาเอง” “แล้วทำไมมาอยู่ในห้องฉันได้ล่ะ” “ก็...” มายาวดีไม่รู้จะบอกยังไง เพราะความจริงมันเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่พอลองเปิดดูแล้วเธอกลับมีอารมณ์จึงลองช่วยตัวเองเป็นครั้งแรก แน่นอนมันตื่นเต้นมากๆ “ถ้าตอบไม่ได้ งั้นพ่อยึด” ******* พ่อเลี้ยงบำเรอกาม ‘พ่อ’ แสงดาวเรียกเขาด้วยคำๆ นี้มาหลายปี แต่ความรู้สึกที่มีต่อเขาหาได้ให้ความเคารพ มันเต็มไปด้วยความรักที่ซ่อนเร้นอยู่ในอก กระทั่งเธอโตเป็นสาววัย 18 ปี แสงดาวก็อยากทำตามใจตัวเองบ้าง นั่นคือยั่วตัณหาพ่อเลี้ยงหนุ่มจนทั้งคู่ได้เสียกัน และซ้ำร้ายมารดาของเธอต้องมารู้เห็นและเสียใจจนตัวตาย บาปที่เธอทำไว้สร้างความทุกข์ระทมหัวใจยิ่งนัก ทว่า...ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย มารดาผู้เป็นที่รักได้ฝากเธอไว้กับพ่อเลี้ยงรูปงาม มันคือตราบาปที่เธอจะต้องตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหยุดเพื่อจบทุกอย่าง หรือจะเดินหน้าเพื่อรักษาสิ่งที่เป็นของมารดาเอาไว้ให้ได้ งานนี้ผีดาวยั่วก็ต้องเข้าสิงตัวเธอ เพื่อครอบครัวร่างกายและหัวใจของเขา “อาห์...แสงดาว ให้ตายสิเด็กบ้า เธอนี่มันโสเภณีชัดๆ” ปรมัยอุทาน เมื่อท่อนเอ็นของเขาจมจ่อมอยู่ในอุ้งปากและเรียวลิ้นเล็กสวาปามอย่างหิวโหย เขามองริมฝีปากชุ่มฉ่ำของเธอกำลังดูดกลืนท่อนเนื้อฉ่ำเยิ้มอย่างชอบใจ
MY TEACHER อาจารย์หล่อบอกต่อด้วย

MY TEACHER อาจารย์หล่อบอกต่อด้วย

เพียงแค่ฉันสอบตก พี่ชายตัวดีก็ถึงกับดั้นด้นไปหาครูสอนพิเศษมาให้ ตอนแรกฉันก็เบื่อ แต่พอได้เจอหน้าครูสอนพิเศษคนนั้นความคิดของฉันมันก็เปลี่ยนไป "คนอะไรน่าจับทำผัว" อุปส์! >///< ........................................................................ ความฉิบหายมันจะเริ่มมาเยือนถ้าหากเพื่อนของคุณเอ่ยขอความช่วยเหลือ ชีวิตของผมตอนแรกมันก็สงบสุขอยู่หรอก แต่พอมาเจอกับยัยเด็กที่ชื่อ 'สโนว์ไวท์' เข้า ชีวิตผมก็ไม่เคยสัมผัสกับคำว่าสงบสุขอีกเลย "ทำยังไงก็ได้ให้น้องกูเรียนเก่งขึ้นก็พอ" "เปลี่ยนสมองง่ายกว่านะกูว่า" ปกติผมเป็นคนที่นิ่งและใจเย็น แต่พอมาอยู่กับเธออารมณ์ของผมมันก็ขึ้นๆ ลงๆ เหมือนคนที่ใกล้จะบ้าเต็มที "เรื่องรักอ่ะเซียน แต่เรื่องเรียนไม่รู้เรื่อง"
วาสนาของบุรุษผู้นั้นที่อกหักสิบครั้งก็ไม่ยอมแพ้

วาสนาของบุรุษผู้นั้นที่อกหักสิบครั้งก็ไม่ยอมแพ้

ทั่วทั้งแคว้นอ้ายคงมีเพียงบุรุษเช่นหัวหน้ากลุ่มต้าหยางเท่านั้นที่ยอมแต่งเข้าบ้านภรรยา เพราะนั่นมันเท่ากับว่าเขายอมอยู่ใต้บารมีของภรรยา และยอมให้ภรรยาเป็นใหญ่ ทว่าบุรุษที่อกหักมาสิบครั้งอย่างเขา ไม่อยากจะอกหักเป็นครั้งที่สิบเอ็ดแล้วนี่นา อีกทั้งคุณหนูใหญ่กู้หลินฟางเองก็ใจตรงกัน เรื่องธรรมเนียมอะไรนั่นก็ช่างมันเถิด เทียนจื่อซานแทบจะถูกเรียกว่าเป็นบุรุษอาภัพในรัก ด้วยเพราะเวลาไปเกี้ยวสตรีบ้านไหน จุดจบก็หนีไม่พ้นการถูกปฏิเสธ จนกระทั่งเขาได้มาเจอกับกู้หลินฟาง ไม่แน่ใจว่าเป็นเมตตาจากท่านเทพบนสวรรค์ หรือเทพมารต้องการให้เขาทำลายสถิติอกหักอีกครั้งกันแน่ แต่เขา... เทียนจื่อซานไม่ขอยอมแพ้ และจะเกี้ยวคุณหนูใหญ่กู้หลินฟางอีกสักครั้ง
กระดังงาขัดดอก

กระดังงาขัดดอก

เมื่อผู้หญิงปากร้ายมาเจอกับผู้ชายปากมอม สงครามน้ำลายจึงเกิดขึ้นในบัดดล แต่คงไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้นที่จะฟาดฟัน เพราะนั่นต้องเหมารวมถึงปลายลิ้นที่จะทำหน้าที่ต่อสู้ ทั้งฟาดและฟันกันอย่างไม่ลดละ +++++ ‘สะบันงา อิสระพงษ์’ นั่นแหละคือชื่อของฉัน คุณคงคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงที่หน้าตาออกจะโบราณและค่อนข้างจะเรียบร้อยไว้ตัวใช่ไหมล่ะ... นั่นคุณคิดผิด เพราะถ้าคุณรู้ความหมายของคำว่า ‘สะบันงา’ คุณจะมองฉันอีกแบบหนึ่ง ‘สะบันงา’ แปลว่า ‘ดอกกระดังงา’ นั่นไง... ฉันคิดถูก แค่คุณรู้ความหมาย คุณก็มองฉันด้วยสายตาอีกแบบ คุณคิดว่าฉันต้องร้อนแรง เปลี่ยนผู้ชายเป็นว่าเล่นและอาจพ่วงคำว่า ‘แม่ม่าย’ ให้อีกตำแหน่ง ตรงนี้ขอบอกว่าคุณคิดถูกเพียงข้อเดียว แต่มาเดากันว่าเรื่องอะไร หึหึหึ...
ท่านอ๋องโปรดมอบหนังสือหย่าให้ข้าเถิด

ท่านอ๋องโปรดมอบหนังสือหย่าให้ข้าเถิด

ฉีอ๋องเป็นภัยต่อราชสำนักหยางจื่อเหยียนบุตรสาวอนุแห่งจวนกั๋วกงหลานสาวของไทเฮาจึงถูกมอบสมรสพระราชทานเพื่อสืบข่าวและเป็นไส้ศึกในจวนอ๋อง เมื่อถึงประตูจวนในวันสมรสจวนอ๋องไม่ยอมรับกลับบอกว่าเจ้าบ่าวไม่สบาย ให้กลับมาในวันหลัง หยางจื่อเหยียนมีหรือจะยอม นางถูกไทเฮาข่มขู่เข้าจวนอ๋องไม่ได้ก็อย่าหมายมีชีวิตรอด ความเป็นความตายอยู่ตรงหน้าแม้เขาไม่อยากแต่งนางก็ต้องทำให้เขาแต่งกับนางให้ได้ "อ๋องแปดฉีไป่อวี้ ท่านดูข้านี่แหละจะแต่งกับท่านหลังจากนั้นเราสองคนค่อยรอเวลาหย่าขาดกัน" นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักจีนโบราณ แบบนิยายสั้น ๆ จบแบบสุขนิยมนะคะ เนื้อเรื่องไม่ยาวมาก อ่านสบาย ๆ ราคาเบา ๆ หวังว่าจะได้รับความรักจากทุกท่านเช่นเคย กราบขอบพระคุณยอดโหลดทุกโหลดค่ะ ขอให้นักอ่านมีความสุข ร่างกายแข็งแรง เฮง ๆ ปัง ๆ ทุกคนค่ะ หมายเหตุ ซื้อในเวบ หรือ ผ่านเหรียญเมบจะถูกกว่าแอปเปิ้ลนะคะ ซีไซต์
เปลวไฟแห่งรุ่งอรุณใหม่

เปลวไฟแห่งรุ่งอรุณใหม่

เธอและสามีรักกันตลอดชีวิต จนกระทั่งเธอกำลังจะจากไป สามีของเธอจับมือเธอไว้ น้ำตาไม่สามารถหยุดได้ เธอคิดว่าเขาจะสารภาพรักเป็นครั้งสุดท้าย แต่ที่ไหนได้ เขากลับถอนใจและพูดว่า "การเป็นสามีของเธอในชีวิตนี้เหนื่อยเหลือเกิน ฉันแค่อยากอยู่กับเธอที่หมู่บ้านประมงและเป็นชาวประมงที่ไม่มีใครรู้จัก" ในช่วงเวลานั้น เธอลืมหายใจไป เขาที่เขาพูดถึงคือหญิงสาวชาวประมงที่พบเขาเมื่อหลายปีก่อน เธอหลอกว่าเป็นภรรยาของเขาและซ่อนเขาไว้ สร้างชีวิตคู่ร่วมกัน เมื่อเธอหาเขาจนเจอ เขาที่จนขนาดนั้นก็นึกขึ้นได้ทุกอย่าง โดยไม่เหลียวมองหญิงสาวประมง เขาตัดสินใจกลับบ้านกับภรรยาที่แท้จริง เขามอบงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ให้กับเธอ และสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างกันจนแก่เฒ่า แต่ตอนนี้ ขณะที่เธอกำลังจะตาย สามีของเธอกลับบอกว่าเขารู้สึกเสียดาย
ปกรณัมใต้แสงดาว

ปกรณัมใต้แสงดาว

นางไม่อยากเชื่อเลยสักนิด เมื่อครู่นางยังชื่นชมความงามของทัศนียภาพข้างทาง ทว่าเพียงพริบตา รถม้าวิ่งเร็วผิดจังหวะ นางกำลังจะตะโกนถามสารถีว่าเกิดเรื่องใดขึ้น รถม้าของนางก็เหมือนถูกกระแทกอย่างแรง รถม้าหมุนคว้าง ร่างของนางกระแทกผนังของรถม้าหลายครั้ง ราวกับกระดูกทุกชิ้นหลุดออกจากข้อต่อ นางหวีดร้องอย่างลืมตัว จนกระทั้งทุกอย่างสงบลง นางขยับตัวเพียงเล็กน้อยแต่เจ็บปวดจนต้องหลั่งน้ำตา หูสองข้างยังอื้ออึง สมองยังมึนงง นางรับรู้การเคลื่อนไหวที่เข้ามาใกล้ ดวงตากลมพยายามเบิกกว้างจ้องมองภาพผ่านม่านน้ำตา มือที่พอขยับได้ควานหาอาวุธ ทว่านางกลับพบมีดสั้นที่อาจารย์มอบให้ติดตัว นางกำมีดพกแน่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่นางจะไว้ป้องกันตนเองได้ “อย่าขยับ!” น้ำเสียงแข็งกร้าวดังขึ้นทำเอาร่างของจางฟางซินชะงักงันไปชั่วขณะ นางมองเห็นใบหน้าผู้เข้ามาไม่ชัด แต่เป็นกระบี่เปื้อนโลหิตนั้นกลับทำให้เบิกตากว้าง ปลายกระบี่อยู่ใกล้ใบหน้านางมากจนแทบจะรู้สึกได้ถึงรสชาติคาวเลือดที่ติดอยู่ที่กระบี่ ความเจ็บปวดถาโถมปล้นชิงสติของนางไปจนหมดสิ้น รสชาติความตายเป็นเช่นนี้หรือ? แล้วผู้ที่อยู่เบื้องหน้านางคือผู้ใดกัน มัจจุราชมารับดวงวิญญาณนางหรือ? เหตุใดใบหน้ามัจจุราชจึงดูคุ้นตาเหลือเกิน!
เหยื่อแค้นแดนสวาท

เหยื่อแค้นแดนสวาท

เพราะความแค้นที่ถูกพรากเจ้าสาวในก่อนวันแต่งงานเขาจึงต้องลากหญิงสาวดวงตามองไม่เห็นที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่มารับกรรมแทนคนที่มันพรากคนรักของเขาไปทำให้เธอต้องมาถูกกักขังอยู่ในอาณาเขตของเขาชีวิตของเธอเหมือนนกน้อยในกำมือที่เขาจะบีบให้เธอตายเวลาไหนก็ได้ ++ เรื่องราวความแค้นจะจบลงเช่นไรติดตามได้ในเรื่องเลยนะคะ /// ชื่อตัวละครหรือสถานที่ล้วนเกิดจากจินตนาการไม่ได้มีเจตนาอ้างอิงถึงใครหรือสิ่งใดขอทำความเข้าใน ณ ที่นี้ด้วยนะคะ **** นิยายเรื่องนี้ไรท์คิดและใช้เวลาเขียนค่อนข้างนานเพราะต้องการถ่ายทอดออกมาให้ไหลรื่นที่สุดฝากรีดทุกท่านติดตามอ่านทุกตอนเลยนะคะรับรองสนุกแน่นอนค่ะ ตัวอย่างบางตอน “พวกนายไปรอที่รถส่วนนายเข้าไป” แสงที่สาดมาจากดวงไฟนอกบ้านทำให้นิโคไลเห็นว่ามีหญิงสาวนอนหลับอยู่บนเตียงเขาจึงให้บอดี้การ์ดสองคนไปรอที่รถและให้เฮนรี่เข้าไปจัดการหญิงสาวคนเดียว “อืม..อือ” แกร๊กก เฮนรี่รีบเทยาสลบลงกับผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าที่เขาพกมาหมายจะจัดการหญิงสาวด้วยยาสลบจะได้ง่ายต่อการพาเธอออกไปแต่หญิงสาวก็ดันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก่อนและเอื้อมมือมาเปิดไฟที่หัวนอน “...” เมื่อไฟในห้องสว่างขึ้นภาพตรงหน้าของนิโคไลตอนนี้คือหญิงสาวร่างเล็กในชุดนอนลายการ์ตูนปล่อยผมยาวยุ่งเล็กน้อยกำลังจ้องเขาตาแป๋วอย่างไม่มีทีท่าสะทกสะท้านทำให้เขาต้องจ้องมองกับเฮนรี่อย่างแปลกใจ “พี่นนเหรอคะไหนบอกน้ำว่าจะมาพรุ่งนี้ไงคะ” ธารธารีรู้สึกได้ว่ามีคนอยู่และน่าจะเป็นพี่ชายเธอที่กลับมาก่อนเวลาแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมพายเธอถึงไม่เอ่ยทักทายเธอแม้แต่คำเดียวเธอจึงค่อยๆเดินออกไปที่หน้าประตู “....” เฮนรี่มีสีหน้าที่หดหู่เล็กน้อยเมื่อรู้ว่าหญิงสาวนั้นมองไม่เห็นเขาส่ายหัวเบาๆให้คนเป็นนายส่งสัญญาณบอกกับนิโคไลเป็นการขอร้องให้ปล่อยเธอไป “หึ่..” นิโคไลไม่สนใจสายตาอ้อนวอนของเฮนรี่เขายืนล้วงกระเป๋ากางเกงรอหญิงสาวเดินมาให้ถึงตัวของเขาที่ยืนขวางอยู่หน้าประตูเขาไม่ได้รู้สึกสงสารหรือเห็นใจที่เธอมองไม่เห็นเลยสักนิดกลับรู้สึกว่าการแก้เผ็ดครั้งนี้จะสนุกกว่าเดิมด้วยซ้ำ “พี่คะ..น้ำคิดถึงพี่นนที่สุดเลยรู้ไหมคะ..เอ่อ....ค..คุณเป็นใคร” ธารธารีใช้มือแตะตัวคนที่คิดว่าเป็นพี่ชายได้ก็โผเข้ากอดเขาทันทีด้วยความคิดถึงแต่เธอก็ต้องผละออกมาและเดินถอยหลังเล็กน้อยเพราะกลิ่นน้ำหอมของคนที่เธอกอดมันไม่ใช่กลิ่นของพี่ชายเธอทั้งรูปร่างยังดูสูงใหญ่กว่าพี่ชายของเธออีก ธารธารีตัวสั่นเล็กน้อยแววตาไหววูบเมื่อไม่ได้รับคำตอบอะไรเธอก็ยิ่งกลัวแล้วจู่ๆสติเธอก็ดับวูบไปเพราะนิโคไลเป็นคนโปะยาสลบและอุ้มร่างบางออกไปโดยที่มีเฮนรี่มองอยู่อย่างสลดใจ
จากอดีตสู่ชีวิตใหม่ที่อบอุ่น

จากอดีตสู่ชีวิตใหม่ที่อบอุ่น

"รุ่ง! เธอยังไม่เสร็จอีกเหรอ? พัชราปวดท้องมากเลยนะ!" เสียงตะคอกของชัชชัยดังลั่นสำนักงานเขต ฉันมองดูชายคนรักที่กำลังประคองน้องสาวบุญธรรมของฉันด้วยความห่วงใย ภาพความทรงจำอันโหดร้ายในชาติที่แล้วไหลย้อนกลับมาตอกย้ำความเจ็บปวด ในวาระสุดท้ายของชีวิตก่อน เมื่อรถพุ่งเข้ามาชนเรา เขากลับเลือกผลักฉันออกไปรับแรงกระแทก เพื่อปกป้องพัชราไว้ในอ้อมกอด ปล่อยให้ฉันนอนจมกองเลือดอย่างโดดเดี่ยว แม้แต่ลูกชายแท้ๆ ของฉันยังพูดใส่หน้าศพแม่ว่า "น้าพัชดีกว่าแม่" ความรักและความภักดีของฉันช่างไร้ค่าสิ้นดี "รุ่ง! รีบๆ เซ็นสิ ฉันจะพาพัชราไปนั่งพัก" เขาโยนเอกสารทะเบียนสมรสใส่หน้าฉันด้วยความรำคาญ ฉันหยิบปากกาขึ้นมา แววตาที่เคยโง่เขลาเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า ในช่อง 'ชื่อคู่สมรส' ฉันไม่ได้เขียนชื่อตัวเอง แต่บรรจงเขียนชื่อ "พัชรา เจริญสุขสกุล" ลงไปแทน อยากรักกันมากใช่ไหม? ได้... ชาตินี้ฉันจัดให้