icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวโรแมนติก

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว

หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว

หลังผ่าตัดนักพรตเฒ่าผู้หนึ่งนั้น นางวูบหมดสติและเสียชีวิตลงไป ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ก็อยู่ในร่างของคุณหนูปัญญาอ่อนที่มีชื่อเดียวกันผู้นี้เสียแล้วทั้งยังจำอดีตชาติยามเป็นปรมาจารย์เต๋าได้อีกด้วย +++ 1 : ไล่ออกจากอารามไท่ผิงกวน แคว้นจิ้น ราชวงศ์เซวียน อารามไท่ผิงกวน “ไป ๆ อาจารย์ขับไล่พวกท่านออกจากอารามแล้ว อย่าได้มาเหยียบที่นี่อีก” “ศิษย์พี่รองรีบปิดประตูเร็วเข้า !” ตุบ ! ห่อผ้าสองห่อถูกโยนออกมาจากประตูอาราม ปัง ! ตามด้วยเสียงปิดประตูลงสลักอย่างหนาแน่น สตรีนางหนึ่งยืนตัวตรงเป็นสง่า เสื้อผ้ากับเส้นผมของนางปลิวไสวดั่งไผ่ลู่ลม หลินซือเยว่เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่ออารามไท่ผิงกวนด้วยสายตาเลื่อนลอย อาศัยอยู่ที่นี่มานานเท่าใดแล้วนะ บางครั้งนางเองก็ลืมเลือนวันเวลาไปเหมือนกัน “คุณหนูเจ้าคะ ศิษย์น้องทั้งสองของท่านทำเกินไปแล้วนะเจ้าคะ เหตุใดถึงไล่พวกเราสองคนออกจากอารามได้เล่า” เผิงฉือกระทืบเท้าเบา ๆ ตรงไปฉวยห่อผ้าทั้งสองบนพื้น ขึ้นมาคล้องแขนตัวเองไว้ “หากไม่ได้รับคำสั่งจากอาจารย์ ศิษย์น้องทั้งสองคงไม่กล้าขับไล่ข้าออกจากอารามหรอก” น้ำเสียงของนางสงบนิ่งฟังแล้วสบายหูยิ่งนัก หาได้มีความโกรธเกลียดแต่อย่างใด “นั่นรถม้า” นิ้วเรียวสวยชี้ไปยังรถม้าคันที่มีคนนั่งเฝ้าอยู่ “ป้าเผิงไปถามดูว่าใช่รถม้าของเราหรือไม่” เผิงฉือไม่รอช้ารีบตรงไปหาคนเฝ้ารถม้าที่อยู่ใต้ต้นไผ่ในทันที ไม่ช้านางก็กลับมาพร้อมกับรอยยิ้มนิด ๆ “เป็นรถม้าของเราจริง ๆ เจ้าคะคุณหนู คนขับบอกว่าเป็นคนของตระกูลหลินเจ้าค่ะ ได้รับคำสั่งจากท่านพ่อของคุณหนู ให้มารับคุณหนูกลับตระกูลหลินเพื่อไปแต่งงานเจ้าค่ะ” “กลับไปแต่งงานนี่เอง” นางเอ่ยเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ หันหลังกลับไปทางประตูอาราม ประสานมือค้อมตัวคำนับลาอาจารย์ เผิงฉือเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะคำนับตามนางไม่ได้ ภายในอารามไท่ผิงกวน “อาจารย์เหตุใดถึงไม่บอกลากับศิษย์พี่ใหญ่ไปตรง ๆ ล่ะ ทำเช่นนี้นางไม่โกรธท่านไปจนวันตายเลยรึ” เหอกุ้ยแม้มีอายุยี่สิบแปดปีแล้ว ทว่าเขากราบเป็นศิษย์เจ้าอาวาสชุนหวังเหล่ยหลังสตรีผู้นั้น จึงได้เป็นเพียงแค่ศิษย์พี่รองเท่านั้น “นั่นสิอาจารย์ ศิษย์พี่ใหญ่นางไม่เคยออกจากอารามไปไหนไกล ท่านทำเช่นนี้ไม่ใช่ขับไล่นางไปสู่ความตายหรอกรึ” จางเจียเฟิ่งเห็นด้วยกับศิษย์พี่รองของเขา “ให้มันน้อย ๆ หน่อยเจ้าศิษย์โง่ทั้งสอง พวกเจ้าคิดว่าอารามไท่ผิงกวนแห่งนี้ สามารถอยู่รอดมาได้เพราะใครกัน หากไม่ใช่เพราะฝีมือของศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้า เห็นนางเงียบ ๆ แบบนั้น ความคิดนางกว้างไกลยิ่งนัก อาจารย์อย่างข้ายังเทียบนางไม่ติดด้วยซ้ำไป” เจ้าอาวาสชุนปีนี้อายุอานามปาเข้าไปหกสิบห้าปีแล้ว ทว่าร่างกายยังแข็งแรง อารามเต๋าแห่งนี้มีวิถีแบบไม่เคร่งครัด ใช้ชีวิตเยี่ยงฆราวาสผู้หนึ่ง สามารถแต่งงานมีครอบครัวได้ “อาจารย์นางอยู่ในอารามวาดยันต์กันภัยให้ชาวบ้านที่มากราบไหว้ ตั้งโต๊ะรักษาโรคภัยให้ผู้คนในตัวอำเภอฝู แต่หนนี้นางต้องกลับบ้านไปเพื่อแต่งงาน นางบริสุทธิ์ถึงเพียงนั้นมิถูกสามีจับกลืนกินจนไม่เหลือกระดูกหรอกรึ” เหอกุ้ยนึกภาพเทพเซียนผู้สูงส่งอย่างหลินซือเยว่ หากต้องร่วมเตียงกับบุรุษหยาบกระด้าง เพียงเท่านั้นเขาก็ทำใจไม่ได้จริง ๆ แทบอยากจะไปแย่งตัวศิษย์พี่ใหญ่ของตัวเองกลับคืนมา “เลิกคร่ำครวญได้แล้ว กลับไปกวาดลานอารามกับตรวจดูน้ำมันตะเกียงให้เรียบร้อย ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้าไม่อยู่ เจ้าทั้งสองต้องรีบร่ำเรียนศึกษาหาความรู้ อารามไท่ผิงกวนจะได้เจริญรุ่งเรืองในภายภาคหน้าต่อไปได้” เจ้าอาวาสชุนทำเสียงดังใส่ลูกศิษย์ทั้งสอง “ไป ๆ ข้าจะสวดมนต์” โบกมือไล่ทั้งคู่ให้ออกจากห้องสวดมนต์ไป เจ้าอาวาสชุนรีบลุกไปปิดประตูลั่นกลอน ท่าทางลุกลี้ลุกลนจนผิดปกติ ย่องเบา ๆ ไปที่ใต้เตียงนอน ดึงหีบไม้เก่าเก็บออกมา ครั้นกดสลักเปิดออก ก็พบตั๋วเงินจำนวนสามพันตำลึงอยู่ในนั้น ตระกูลหลินที่ไม่ได้บริจาคน้ำมันตะเกียงมาหลายปี จู่ ๆ ก็ส่งตั๋วเงินมาให้ พร้อมกับขอรับคนกลับไปเพื่อแต่งงาน ช่วงนี้ชาวบ้านมาทำบุญที่อารามน้อยลง หลินซือเยว่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับนาง ถึงไม่ยอมลงจากอารามไปรักษาผู้คน รายได้เลยหายหดแทบจ่ายอาหารการกิน(สุรานารี)ไม่พอ ตั๋วเงินสามพันตำลึงนี่มาได้ทันเวลาพอดี ! แครก ๆ ๆ ๆ เสียงกวาดลานหน้าอารามดังขึ้นพร้อมกับเสียงบ่นของเหอกุ้ย “ข้ารู้ว่านางเก่งเอาตัวรอดได้ ข้าเพียงไม่อยากให้นางไปก็เท่านั้น” “ศิษย์พี่รองท่านอย่าได้เสียใจไปเลย ไม่ใช่ว่ามีแต่นางที่ต้องแต่งงานมีครอบครัว ท่านเองก็เถอะที่บ้านส่งคนมารับทุกปีไม่ใช่รึ” จางเจียเฟิ่งรู้ดีว่าตนและเหอกุ้ย ถูกครอบครัวลงโทษด้วยการส่งมาอยู่ยังอารามแห่งนี้ ทว่าเพียงชั่วคราวเท่านั้น “ตัวข้านั้นไม่เป็นไรหรอก เจ้านั่นแหละศิษย์น้องสาม ข้าได้ยินว่าที่บ้านของเจ้า เพิ่งหาคู่หมั้นหมายคนใหม่ให้เจ้าอีกคนแล้วไม่ใช่รึ” สองศิษย์พี่น้องหยุดกวาดลานอาราม แล้วหันหน้าไปมองตากัน จากนั้นพวกเขาก็ถอนหายใจดัง ๆ พร้อมกัน ไม่มีศิษย์พี่ใหญ่อยู่ด้วย นับจากนี้ไปยามทำความผิดใครจะออกหน้าคอยช่วยเหลือ ยามเงินหมดใครจะให้หยิบยืม ยิ่งคิดพวกเขาก็ยิ่งไม่สบายใจเป็นอย่างมาก บนถนนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง รถม้าไม้ธรรมดาไม่เล็กไม่ใหญ่ ไร้ป้ายชื่อตระกูลบอกกล่าว คล้ายไม่อยากให้ผู้อื่นล่วงรู้ว่าคนที่นั่งอยู่ด้านในเป็นใคร เผิงฉือพยายามหลอกถามคนขับรถม้าอยู่หลายหน ถึงสถานการณ์ของตระกูลหลินในยามนี้ นางไม่เคยไปที่นั่นมาก่อนไม่รู้จักใครสักคน คนขับรถม้าตอบว่า เขามีหน้าที่มารับคุณหนูรองกลับบ้านเท่านั้น เรื่องอื่นนั้นเขาไม่รู้จริง ๆ “ได้ถามหรือไม่ ใช้เวลากี่วันในการเดินทาง” หลินซือเยว่เอ่ยเสียงเนิบ ๆ “ถามแล้วเจ้าค่ะ เขาบอกว่าราว ๆ สิบวันก็ถึงเมืองหลวงแล้ว” “สิบวันเชียวรึ” หลินซือเยว่มองห่อผ้าที่วางอยู่ด้านข้าง มีเพียงของใช้จำเป็นของนางไม่กี่ชิ้น พร้อมกับก้อนเงินจำนวนห้าสิบตำลึง “คงต้องแวะซื้อของในอำเภอฝูเสียก่อน” เผิงฉือรีบเปิดม่านบอกกับคนขับรถม้า แต่เขากลับทำเสียงฮึดฮัดคล้ายไม่พอใจ “เสียเวลาเดินทางเปล่า ๆ” น้ำเสียงเขากระด้างกระเดื่อง
เล่ห์รักในรอยทราย

เล่ห์รักในรอยทราย

เธอเดินทางกลับจากเยี่ยมน้องชายกระทันหันจากการถูกเรียกตัวมาเข้าร่วมสัมมนาที่วิชาการพิเศษจากต่างประเทศมาให้ความรู้ แต่เข้านอนยังไม่ทันหลับดีก็มีวัตถุหนักอืึ้งล้มทับลงกลางตัว และจากที่นอนปิดไฟมืดเธอต้องตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่ามีผู้บุกรุกและคว้าปืนขึ้นมาป้องกันตัว แต่กลายกลับว่า...บุรุษผู้นั้นเป็นแขกพิเศษของโรงแรม...และจากวันนี้ชีวิตเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง **************************************** เขาคือผู้บุกรุก ที่เธอคิดว่าเป็นโจรย่ามใจเข้ามาปล้นสวาท เธอคือสาวงาม ที่เขาคิดว่าเป็นของแถมเข้ามานอนรออยู่ในห้อง เขาคือจอมโอหัง ที่บังอาจกอดจูบเธอโดยไม่ไถ่ถามความสมัครใจ เธอคือสาวสวย ที่สามารถปลุกความรู้สึกด้านชาของหัวใจให้เต้นระทึก เขาวางแผน พาเธอมายังบ้านเมืองเพื่อพิสูจน์รักแท้ในหัวใจ เธอถูกลักพาตัว เพื่อฆ่าทิ้งกลางทะเลทราย มาลุ้นกันว่า...เจ้าชายคริสตินกับมินทราภา จะผ่านพ้นภัยร้ายน่าระทึกใจได้ครองรักกันหรือไม่... **************************
สัมพันธ์ร้ายสายใยรัก

สัมพันธ์ร้ายสายใยรัก

เธอจำเป็นต้องบอกเลิกกับเขาในวันที่เขาขอเธอแต่งงานด้วยเหตุผลบางอย่างที่อึดอัดอยู่ในใจเธอหนีเขาไปทั้งที่ไม่รู้ว่ามีทายาทของเขาอยู่ในท้องเมื่อโชคชะตานำพาให้เธอมาเจอกับเขาอีกครั้งในฐานะพยาบาลกับคนไข้เรื่องราวต่อไปจะเป็นยังไงกันนะ ชื่อนิยายตัวละครหรือสถานที่ล้วนเกิดจากจินตนาการไม่ได้เจตนาอ้างอิงถึงใครหรือสิ่งใด ขอทำความเข้าใจ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ........ความที่สองคนจะรักกันได้ต้องมีความซื่อสัตย์เมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งไม่ซื่อสัตย์ปิดบังซ่อนเร้นมันก็เป็นเหตุนำพาให้ความรักพังลงได้ พลอยไพลินเกลียดการโกหกเป็นที่สุดเมื่อคนรักของเธอมีคู่หมั้นแล้วไม่ยอมบอกทำให้เธอต้องขอเลิกกับเขาในตอนที่ไม่รู้ว่าตัวเองได้ตั้งท้องวันเวลาผ่านไปจนเธอคลอดลูกสาวน่ารักน่าชังออกมาได้เก้าเดือน เธอก็ต้องมาทำงานเป็นพยาบาลจำเป็นเพราะผู้มีพระคุณส่งเสียให้เด็กกำพร้าอย่างเธอเรียนจนจบเป็นคนขอร้องแล้วใครจะไปคิดว่าผู้มีพระคุณของเธอคือแม่ของชายหนุ่มผู้ชายที่เป็นรักแรกและพ่อของลูกเธอซ้ำตอนนี้เขาก็ยังมาเดินไม่ได้ให้เธอต้องดูแลอย่างใกล้ชิดทำให้เกิดความอึดอัดกันทั้งสองฝ่าย..หลังจากนี้ก็จะเกิดเรื่องวุ่นมากมายเป็นอย่างไรติดตามได้ในเรื่องสัมพันธ์ร้ายสายใยรักได้เลยนะคะ...
มหาเศรษฐีเสนอรัก

มหาเศรษฐีเสนอรัก

เรื่องมันวุ่นวายตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนจู่ๆ เซเลปสาวคนดังก็ตั้งครรภ์แบบไม่มีคนข้างกายแต่...มิลา เลียม หาได้แคร์ เธอยืดอกยอมรับสภาพ ไม่สนใจเสียงครหา ด.ญ.มิลิน เลียมเลยถือกำเนิดขึ้นมา มีพ่ออุปถัมภ์คือ เพื่อนรักสาวสองที่ยังไม่กล้าเปิดตัว ภูมิ บดินทร หากไม่นับความลำบากในการกัดฟันเชิดหน้ารับเสียงติติงจากคนรอบตัว การมีลูกก็ไม่ได้แย่นัก มิลาตั้งใจจะเลี้ยงลูกสาวคนนี้ให้ดีที่สุด ในฐานะที่เธอเป็นผู้ให้กำเนิด มันไม่จบแค่มิลาเปลี่ยนฐานะจากสาวโสดมาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวนะสิ เมื่อการทำลูก เธอไม่ได้ทำแค่คนเดียว ในที่สุด ‘พ่อของลูก’ ก็ปรากฏตัวในวันที่เธอกำลังรุ่งเรืองสุดขีด หญิงมั่นที่ฝ่าฟันจนได้มาถึงตำแหน่งสูงสุด เธอเป็นส่วนหนึ่งของผู้บริหารระดับสูง ในฐานะผู้จัดการฝ่ายการเงินของบริษัทยักษ์ใหญ่ ‘คอนนอร์เทรด’ และเขา เอเดน คอนนอร์ผู้ชายที่เธอเคยมีอะไรกับเขาจนให้กำเนิดมิลิน หากเป็นคนอื่นคงกระดี๋กระด๋าที่รู้ความจริง ผู้ชายที่เป็นพ่อของลูกร่ำรวยมหาศาล แต่เพราะมันเกิดกับสาวมั่นไม่แคร์โลกอย่างมิลา เรื่องมันเลยอลเวงไงล่ะ ในเมื่อตลอดห้าปีที่ผ่านมานี่มันคือความลับ มิลินคือสมบัติชิ้นเดียวที่เธอมี ผู้ชายคนนั้นไม่เกี่ยว...
รักใสใส หัวใจ Virgin

รักใสใส หัวใจ Virgin

อยากเล่าเรื่องราวของรักแรก และความรักในช่วงของวัยรุ่นวัยเรียน วัยมหาวิทยาลัย วัยที่น่ารัก ความรักที่ต้องลุ้น รักที่ต้องให้ใจ รักที่มันใสใส แต่แฝงไปด้วยความหื่น เรื่องนี้จะมีความใสใส... หรือเปล่าต้องลองอ่านดู การันตีความสนุก ความฟิน ให้ผู้อ่านได้จิกหมอนอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นคู่ของ มีมี่กับลีโอ คนแรกของกันและกัน เป็นคู่ที่มีอยู่ในเรื่อง Stumble Love รักสะดุดใจ น้องสาวของลินค่ะ ขนมผิงกับติ๊ดชึ่ง ทอมกับผู้ชายเนิร์ด พี่คีตากับหญิง รุ่นพี่ที่รักจริงหวังฟัน และคู่เกย์น่ารัก กุ้งเต้นกับตุ๊กตุ่น คู่วายในเรื่องที่คุณธิดาแต่ง พอไปวัดไปวาได้ไหม นักอ่านช่วยวิจารณ์หน่อยนะคะ ถ้าได้จะแต่งวายสักเรื่อง ++++++ สปอย “เอ่อ...ก็รู้แล้วลงจากตัวเขาได้ยัง” เธอผลักอกเขาเบา ๆ “ไปอาบน้ำด้วยกันนะ เดี๋ยวเขาอาบให้มี่เอง” เขาชักชวนเธอ เพราะรู้สึกตรงกลางร่างงามฉ่ำแฉะไปหมดแล้ว “มี่รู้ไหมเขามีความสุขที่สุดเลย” บอกเธอด้วยน้ำเสียงดีใจปนปลื้มสุด ๆ “อือ...” เธอยิ้มกลับส่งสายตาหวานให้ “แต่เดี๋ยวเขามีเรื่องจะถาม” ลีโอเอ่ยมาน้ำเสียงจริงจัง จ้องหน้าโดยใช้นิ้วมือของเขายึดใบหน้าเธอให้ตรึงอยู่กับที่ “เรื่องอะไร...” “ทำไมมี่ใส่ถุงยางอนามัยคล่องจัง เขายังไม่ค่อยเป็นเลย” เขาถามน้ำเสียงจับผิด เธอส่ายหน้าหน้าแดงไม่ยอมตอบ “บอกมาเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นเขาจะเอาตัวเองต่อ” พูดพลางขยับอัดแท่งลงร่องแน่น “บ้าเหรอลีโอเดี๋ยวถุงแตก” เธอร้องห้ามบิดตัวหลบปลายจมูกที่ซุกไซ้ลงมา “ไหนบอกมาก่อนเร็ว ๆ” เขาหยัดร่างใช้สองมือคร่อมหน้าเธอไม่ให้ขยับ “แหม...อยู่หอ ไอ้พวกเด็กหอมันไม่มีอะไรทำกัน ก็เลยซื้อมาลองหัดใส่ดูเผื่อได้ใช้” เธอตอบคำถามทำหน้าอาย ๆ “ผู้หญิงสมัยนี้มันจริง ๆ เลย” เขาพูดขึ้นก่อนจะก้มลงจุ๊บไปที่ปากที่กำลังจะเถียง “แต่ก็ได้ใช้เห็นไหม” “ครับที่รัก มีมี่ของลีโอเก่งไปทุกเรื่อง แต่เรื่องบนเตียงเราค่อยมาเรียนรู้พร้อมกันนะ พรุ่งนี้เขาจะหาท่าใหม่ ๆ มาบ้าง ตัวเองจะได้ไม่เบื่อ” พูดส่งเสียงทะเล้นปนทะลึ่ง “บ้า...ลีโอเนี่ย...” ว่าพลางทุบหน้าอกเขาอีกครั้ง “ไปอาบน้ำดีกว่า ดึกแล้วนะพรุ่งนี้ขอบตาเขาจะช้ำ” เธอรีบบอกเขา เพราะเลยเวลานอนมามากโขแล้ว “เขาว่าอย่างอื่นอาจจะช้ำมากกว่าขอบตาอีกนะ” พูดจบก็แกล้งกระแทกลำตัวเบา ๆ “ไอ้ลีโอ ไอ้ลามก...” “มี่เรียกเขาว่า ไอ้...ใช่ไหม ต้องลงโทษสถานเดียว” ลีโอกอดรัดมีมี่แน่น ซุกไซ้จมูกและปลายลิ้นไปทั่ว กว่าสองคนจะได้อาบน้ำนอนก็ใกล้รุ่งเต็มที...ฟ้าเหลืองเลยงานนี้
ลำน้ำรักซัดทรายเสน่หา

ลำน้ำรักซัดทรายเสน่หา

ชีคซาลซาเอล อัล จารีออัล อินทาจ รัชทายาทอันดับสองของรัฐคูเวอร์ประเทศดารานห์ บุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย และที่สำคัญเป็นผู้ที่มีนัยน์ตาสีไพลินทรงเสน่ห์ล้นเหลือ อีกทั้งยังเป็นชีคที่ใจดีและใจเย็นดุจสายน้ำกลางทะเลทราย จนกระทั่งได้เจอคุณหมอศัลยแพทย์สาวฝีมือจากเมืองไทยอย่าง คุณหมอหยา ทำให้บุรุษผู้ใจเย็นดุจสายน้ำกลายเป็นบุรุษผู้มีใจเสน่ห์ที่ร้อนรุ่มไปได้ในชั่วพริบตา “อุ๊ย! ท่านชีคท่านทำอะไรน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ” คุณหมอสาวอุทานตาโตเมื่อชุดของเธอถูกร่นขึ้นมากองอยู่เหนืออก พลางจะขยับตัวหนีแต่ร่างใหญ่ที่คร่อมอยู่ด้านบนกลับไม่ยอม รวบมือบางที่คอยผลักไสพระองค์ไปตรึงไว้เหนือศีรษะ แล้วทอดมองใบหน้าสวยที่แดงก่ำขณะเดียวกันก็ดูตื่นตระหนกด้วยรอยยิ้ม “ตอนแรกผมกะว่าจะปลุกคุณให้ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว อีกสองชั่วโมงกว่าๆ พระอาทิตย์ถึงจะขึ้น ได้อีกตั้งหลายยก” “บ้า! ยกอะไรปล่อยเดี๋ยวนี้นะตาชีคหื่น” หญิงสาวตวาดแวดเมื่อชีคหนุ่มพูดเรื่องหน้าอายได้อย่างไม่สะทกสะท้าน เป็นเธอซะอีกที่อายจนหน้าแดงก่ำ พลางขยับตัวหวังจะหลุดพ้นจากการพันธนาการ “เพราะคุณนั่นแหละผมถึงหื่น”
งี่เง่าเอาแต่รัก

งี่เง่าเอาแต่รัก

งี่เง่าเอาแต่รัก (ภาคต่อ อวบอยู่ไหนจ๊ะ) เป็นเรื่องของเดอะแก๊งสี่หนุ่มเพื่อนพี่คิงและอวบค่ะ #คนงี่เง่าก็มีหัวใจ #คนเอาแต่ใจก็รักจริง “ลุงเย็กๆ ๆ” อุ้ยอ้ายหรือเด็กหญิงขนิษฐายังคงเรียกวรฤทธิ์แบบนั้นไม่หยุด “บอกให้เรียกอาๆ ๆ ๆ” “ฮี่ๆ” หมูน้อยไม่สะทกสะท้านซ้ำยังยิ้มแฉ่ง “เดี๋ยวตีเลย” วรฤทธิ์ขู่เด็กพร้อมกับทำตาโตดุๆ แล้ววางเจ้าตัวกลมให้ยืนบนพื้น ขณะที่เขาก็หย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้รับแขกในสวนข้างๆ ขุนพล “ลุงเล็กอย่าตี อย่าตีน้อง” คราวนี้ยัยตัวกลมเรียกชื่อเขาชัดแจ๋วเสียงอ้อนน่าสงสารเชียว ก่อนจะหันไปหาคุณพ่อที่กำลังนั่งจิบกาแฟและมองมาพร้อมรอยยิ้ม “พ่อขา...” ฝากพี่เล็กกับผองเพื่อนไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะค้า ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะคะ
คนในความลับ

คนในความลับ

เพราะแอบรักจึงยอมทุกอย่าง ยอมแม้กระทั่งเป็นคนในความลับ อยู่เงียบๆ ในเงามืดชั่วนิรันดร์ กฎของเขาก็คือ มีอะไรกัน นอนด้วยกัน สนุกกัน แต่ห้ามบอกใคร ห้ามให้ใครรู้ว่ามีความสัมพันธ์กันแบบไหน ในที่ทำงานเขาคือท่านประธาน และเธอก็คือพนักงานคนหนึ่งในบริษัทเท่านั้น เมื่อเจอกันก็ทักทายกันบ้างแบบเจ้านายกับลูกน้อง ห้ามแสดงท่าทางหรือแสดงความเป็นเจ้าของ ห้ามโพสต์สถานะในโซเชียล แม้จะไปเที่ยวด้วยกัน ไปถึงไหนต่อไหนด้วยกันก็แล้วแต่ห้ามเปิดเผยทั้งนั้น ซึ่งด้วยความรักที่มีต่อเขา ทำให้เธอตกลงยอมเป็น คนในความลับของเขาอย่างเต็มใจ +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ "มามี๊ขา..." วชิรวัฒน์มองเด็กหญิงตัวน้อยที่อายุน่าจะไม่ถึงสามขวบวิ่งเข้ามาสวมกอดฟาริดาด้วยความประหลาดใจและตกใจในเวลาเดียวกัน เขามองใบหน้ากลมๆ ของเด็กหญิงคนนั้น สลับกับใบหน้าของฟาริดา ซึ่งก็พบว่าหญิงสาวกำลังหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "นี่มันอะไรกัน น้องฟาง... เด็กคนนี้... เป็น..." เขายังพูดไม่ทันจบ ฟาริดาก็ดันร่างของเด็กหญิงไปไว้ด้านหลัง ก่อนจะตอบเขาด้วยสุ่มเสียงดังฟังชัด "ลูกสาวของฟางเองค่ะ" วชิรวัฒน์ถึงกับอึ้ง เขาหันไปมองสบตากับอภิวัฒน์ ก็พบว่าเลขาฯ หนุ่มก็อึ้งไม่ต่างกัน หลังจากตั้งสติอยู่ชั่ววินาที เขาก็หันกลับมาจ้องหน้าฟาริดาเขม็ง "เด็กคนนี้เป็นลูกของใครครับ" เขาพยายามที่จะถามเสียงสุภาพ ทั้งๆ ที่ภายในในเต็มไปด้วยเพลิงไฟกัลป์ เพราะอย่างนี้เองเหรอ ฟาริดาถึงได้หนีจากเขาไป เพราะหล่อนท้อง... แล้วหล่อนท้องกับใครล่ะ นอกจากเขาแล้ว หล่อนยังแอบมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนอื่นอีกอย่างนั้นเหรอ บ้าชิบ! นี่หล่อนกำลังจะทำให้เขาโมโหจนเป็นบ้าอยู่แล้วนะ! "ลูกของใครก็ช่างเถอะค่ะ แต่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพี่โรมแน่นอน"
จังหวะรักมาเฟีย [ Mafia’s Rhythms Of Love ] SET : Romance Of Mafia  1st

จังหวะรักมาเฟีย [ Mafia’s Rhythms Of Love ] SET : Romance Of Mafia 1st

“ทำไมภาพของเราสองคน ถึงไปอยู่ในหัวของผม?" ปีเตอร์เป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา ตั้งคำถามต่อข้อสงสัย “ภาพ?...ภาพอะไร?” หนูนาถามกลับอย่างไม่เข้าใจ “เราสองคนกำลัง เมคเลิฟกัน” คำตอบที่ตรงประเด็นของปีเตอร์ ทำให้หนูนาหยุดการนำอากาศเข้าปอดอย่างกะทันหันและทำตาโต และหน้าคงแดงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “หายใจ” ปีเตอร์ต้องร้องเตือนเพราะเมื่อสิ้นคำคำตอบของเขา เธอก็จะฆ่าตัวเองตายซะด้วยการหยุดหายใจซะงั้น “น่ารักแฮะ” ปีเตอร์คิดในใจแบบขำๆ “…….” ไม่มีคำตอบอะไรออกมาจากหนูนา แล้วจะให้ตอบอย่างไรละ “บอกว่า ใช่ เราสองคนมีอะไรกันทุกวันตั้งแต่ที่เราสองคนบอกรักกัน อย่างงั้นเหรอ คนบ้าฉันจะพูดมันไปได้อย่างไร มองเห็นเองก็หาความจำส่วนนั้นกลับมาเองเถอะคนบ้าพูดมาได้ “เห็นภาพเราสองคนกำลัง เมคเลิฟกัน” จ้างให้ก็ไม่พูดออกไปแน่นอน “ตกลงจะไม่บอกใช่มั้ย?” “…..”
ค่ำคืนชวนรัญจวน

ค่ำคืนชวนรัญจวน

หนังสือเก่าๆ ปกลวดลายงดงามที่คนางค์ได้มาจากร้านหนังสือเก่าที่ย่านจัตุจักร มันผ่านร้อนผ่านหนาวมานานปีจนเนื้อกระดาษเป็นสีเหลืองจางซีดๆ เป็นเพราะการเก็บไม่ถูกวิธี ถูกแดดถูกลมและถูกซุกแอบอยู่ก้นร้านมาเนิ่นนาน… คนางค์เองก็เกือบๆ จะมองผ่าน แต่บังเอิญสะดุดตากับสันปกที่เป็นลวดลายนูนเด่น เธอจับขึ้นมาดู และปัดฝุ่นเพราะฝุ่นเกาะจนหนาเตอะ เริ่มหลงเสน่ห์กับลวดลายงดงามตระการตานั่นจนวางไม่ลง หน้าแรกมีรูปผู้ชายหน้าตาคมเข้ม และหากเขาเป็นมนุษย์เดินดินคงหล่อพอฟัดพอเหวี่ยงกับดาราช่องมากสี พีเวียร์นั่นเอง!! โครงหน้าคมเข้มและอยู่ในชุดนักรบ เป็นการสะดุดตาและตามมาด้วยความสะดุดใจจนวางไม่ลง ต้องหิ้วติดมือกลับบ้านด้วยความยินดี แต่...มันเป็นความยินดีที่ตามมาด้วยความรัญจวน มีอาถรรพ์มากมายซ่อนอยู่ในหนังสือเล่มนั้น.และคนางค์จะได้พบใครบางคนที่รอการปลดปล่อยมาหลายศตวรรษ...
ดั่งหทัยภูผา

ดั่งหทัยภูผา

....เธอคือสาวโลกสวยที่รักการทำอาหารมากที่สุด เป็นหญิงสาวที่ใช้ชีวิตธรรมดามีความสุขอยู่กับยายและน้าของเธอที่ชนบทอันแสนเรียบง่ายและเป็นผู้จัดการร้านให้กับร้านขนมหวานแห่งหนึ่งใกล้ๆบ้านและแล้ววันนึงชีวิตของเธอก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อวันที่เลี้ยงฉลองวันเกิดของเจ้านายของเธอ คืนนั้นเป็นคืนที่ความทรงจำของเธอเลือนรางไม่นานนักเธอก็ได้ตั้งครรภ์ ใช่....คืนนั้นเธอพลาดไปนอนกับผู้ชายแปลกหน้าที่รู้จักกันได้เพียงไม่ถึงวันเท่านั้นและเขาก็ยังเป็นคาสโนว่าหนุ่มหล่อแห่งวงการไฮโซที่ฐานะและการใช้ชีวิตต่างจากเธอราวฟ้ากับเหวแบบนี้เรื่องราวหลังจากนี้จะเป็นเช่นไรจะสุขมากกว่าทุกข์หรือทุกข์มากกว่าสุขติดตามอ่านได้ในเรื่อง ดั่งหทัยภูผาได้เลยนะคะ.... เรื่องนี้เป็นนิยายรักโรแมนติกกุ๊กกิ๊กน่ารักมีดราม่าเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้มากยังไงฝากติดตามอ่านเรื่องเบาๆสมองเรื่องนี้ของไรท์ด้วยนะคะ ชื่อตัวละครสถานที่ทุกอย่างในนิยายล้วนเกิดจากจินตนาการไม่ได้มีเจตนาอ้างอิงถึงใครหรือสิ่งใดขอทำความเข้าใจ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
พันธะนาการเจ้าบ่าวไร้ใจ

พันธะนาการเจ้าบ่าวไร้ใจ

มินตราอยากเป็นอย่าง ‘ใจเริง’ นางร้ายในละครหลังข่าว เธออยากร้ายแบบนั้นเพื่อตอกหน้าผู้ชายเจ้าชู้อย่างนนทวัฒน์ หลานชายคนเดียวของผู้มีพระคุณของเธอ แต่เมื่อทำไม่ได้เพราะคำว่า ‘บุญคุณ’ ค้ำคอ มินตราเลยต้องเปลี่ยนวิธีใหม่ เธอจะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ผู้ชายคนนั้นข่ม หากต้องแต่งงานกันจริง ก็จะขอแต่งงานแค่ในนามเป็นเมียตีทะเบียน แต่จะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนั้นล่วงเกินสักตารางนิ้วเดียว นนทวัฒน์ไม่คิดว่าผู้หญิงเฉิ่มเชยตรงหน้าจะกล้ายื่นข้อเสนอน่าหัวเราะให้ตนเอง...หล่อนทำเหมือนตัวเองฉาบด้วยทอง จนเขาอยากแตะต้องแทบอดใจไม่ไหว เอาสิ...หากหล่อนอยากเล่นเกมนี้นัก เขาก็จะเล่นด้วย แต่เกมนี้จะต้องจบแบบที่เขาต้องการ ไม่ใช่อย่างที่หล่อนต้องการหรอก เขาไม่ใช่ผู้ชายอย่างที่หล่อนคิด ไม่มีครั้งไหนที่เขานอนบนเตียงกับผู้หญิง แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น...พรหมจรรย์เรอะ!! ไม่อยากได้หรอกนะ แต่อยากสอนให้หล่อนรู้ ผู้ชายไม่ชอบให้ผู้หญิงมาหยาม...
ลุ้นรัก..นายหัว

ลุ้นรัก..นายหัว

ผู้เป็นย่าเป็นคนที่มีเซนส์ ท่านรู้อะไรล่วงหน้าเสมอ แทบจะไม่เคยพลาด และครั้งนี้ก็เหมือนกัน เนื้อคู่ที่แท้จริงของหลานชายกำลังจะมา ทำให้ท่านดี๊ด๊ามากกว่าทุกคน เฝ้ารอคอยอย่างใจจดจ่อ แล้วหญิงปริศนาก็โผล่มา มาทำให้หัวใจของเขาต้องปั่นป่วน และปลุกความเป็นชายให้ลุกโชน แต่ไปดูว่า แท้จริงแล้วใครเป็นคนทำให้พระเอกของเราแข็ง อุบ... (ไม่เอา ไม่เล่าสิ ปิดปากตัวเองให้สนิทเลย) ไปติดตามกันได้เลยค่ะ ฝากเรื่องนี้เอาไว้ด้วยนะคะ ++++ บนหนทางแห่งชีวิตรัก เวลาไม่ใช่ตัวกำหนดความมั่นคง แต่เป็นหัวใจรักที่ภักดีต่อกันต่างหาก อดีตที่เคยเลวร้ายของทั้งมณียาและอาคเนย์ คงทำให้เขาและเธอได้นำมาเป็นบทเรียนของชีวิต ที่จะครองคู่สุขสมใจกันไปตลอดจนหมดลมหายใจ แล้วตายจากกัน โดยที่ทั้งคู่จะไม่หวั่นแม้อุปสรรคใด ๆ ที่จะเกิดมาในวันข้างหน้า ขอเพียงได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในตอนนี้ให้มีความสุขมากที่สุดก็พอ
บัลลังก์ไอยคุปต์

บัลลังก์ไอยคุปต์

ปฐมบทความรักของฟาโรห์หนุ่ม ‘ปรารถนาแห่งฟาโรห์’ ‘ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์’ และ ‘ทาสรักลำน้ำไนล์’ หญิงสาวเกิดมาพร้อมกับกับคำทำนาย ‘หนึ่งสตรีงามล้ำแบ่งแยกแผ่นดินเป็นสอง’ ทว่าทุกสิ่งถูกลิขิตไว้แล้วไม่อาจมีใครเปลี่ยนแปลงได้ เพราะมันคือโชคชะตาที่สองดวงใจต้องเผชิญ!. ปรารถนาแห่งฟาโรห์ : ‘อังค์เนส’ ซ่อนความงามของตนเองไว้ในคราบของหนุ่มน้อย เพียงเพื่อหลีกโชคชะตาที่จะนำพาความวุ่นวายมาสู่ชีวิต สำหรับ เจ้าชายเนเฟอร์คาเร นั้น ‘ขึ้นชื่อสตรีแล้วก็ไม่ต่างจากงูพิษ สิ่งมีชีวิตที่ห้ามไว้ใจเด็ดขาด!’ หากผู้ใดที่ทำให้เจ้าชายเนเฟอร์คาเรทรงไม่พอพระทัย ชีวิตของผู้นั้นก็ไม่ต่างจากมดปลวกที่จะกำจัดทิ้งอย่างง่ายดายเมื่อโชคชะตากำหนดให้พระโอรสต่างมารดาแห่งอียิปต์ ระหว่าง เจ้าชายเนเฟอร์คาเรผู้เป็นเชษฐา และ เจ้าชายอูเซอร์คาเร-อนุชา ต้องแก่งแย่งแข่งขันเพื่อได้มาซึ่งบัลลังก์ทองคำและนางอันเป็นที่รักจึงอุบัติขึ้น คำนายเมื่อสิบห้าปีก่อนจึงเป็นจริงขึ้นมา ‘หนึ่งสตรีงามล้ำแบ่งแยกแผ่นดินเป็นสอง’ ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์ : อูเซอร์คาเร เพลิงแค้นที่สุ่มใจ ทำให้เขาต้องกลับมาเพื่อทวงคืนทุกสิ่งในบัลลังก์แห่งไอยคุปต์! ไฟริษยาและชิงชังที่เผ้าไหม้จิตใจ ‘เจ้าชายอูเซอร์คาเร’ที่แม้จะถูกปลดฐานันดรศักดิ์เป็นเพียงสามัญชนและความพยายามที่จะเอาชนะ ฟาโรห์เนเฟอร์คาเรเพื่อได้ครอบครอง ‘อังค์เนส’นางอันเป็นที่รัก จนกระทำการอันไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมจนแผ่นดินแห่งอียิปต์ร้องร้อนระอุอีกครั้งเพราะศึกสายโลหิต อังค์เนสจะทำเช่นไรเมื่อรู้ตัวว่าเป็นต้นเหตุอันจะเป็นฉนวนแห่งมหาสงครามระหว่างสายเลือด หาก ‘ความรักชนะทุกสิ่ง’ หญิงสาวก็ปรารถนาจะใช้ความรักก็สลายม่านหมอกแห่งความชิงชังในใจให้จงได้ แม้ว่ามันจะต้องแลกด้วยลมหายใจของเธอก็ตาม มีเพียงหยาดฝนแห่งรักเท่านั้นที่จะมิให้แผ่นดินอียิปต์ลุกเป็นไฟ! ทาสรักลำน้ำไนล์ : ‘เมอริอาร์’ มีชีวิตเพื่อที่จะได้แก้แค้นให้ ‘เซราเนีย’ พี่สาวคนเดียวของเธอ ซึ่งยอมตายเพื่อบุรุษที่ไม่เคยเห็นคุณค่าในความรัก เพียงแค่ปักกริชลงที่กลางหัวใจชายโฉดผู้นี้เท่านั้น! ความแค้นทั้งหมดทั้งมวลที่สะสมมานานกว่า 5 ปี ก็จะสลายไปสิ้น! ‘อูเซอร์คาเร’ แม่ทัพหนุ่มแห่งอียิปต์ ผู้ตรอมตรมกับค่ำคืนที่เต็มไปด้วยฝันร้ายถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวงโดยด่วนตามพระบัญชาของฟาโรห์เนเฟอร์คาเรผู้เป็นพระเชษฐา เขาไม่เคยคิดว่าจะได้รับของขวัญเป็นหญิงสาวแสนงามและเป็นผู้เดียวกับที่กล้าหาญใช้กริชแทงเขาเพื่อแก้แค้นให้พี่สาวของตนเขายอมรับเมอริอาร์มาเป็นภรรยาเพราะรู้สึกผิดกับความตายของเซราเนีย แต่เมื่อเมื่อความรักได้เข้าครอบครองหัวใจเขาก็รู้สึกถึงสิ่งทีเรียกว่า ‘รักแท้’ เขายอมทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องหญิงสาวผู้เป็นที่รักแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็ยินดี ‘ตราบใดที่ข้ายังหายใจความรักของข้าจะเป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว’.