icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวโรแมนติก

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
อุ้มรักเจ้านายใจร้าย

อุ้มรักเจ้านายใจร้าย

“ผมยังไม่อยากมีลูก...” นพรดาสะดุดลมหายใจ หัวใจหนาววูบจนชาไปทั้งตัวเมื่อได้ยินคำนั้นจากปากเขา “บอสไม่อยากมีลูก หรือไม่อยากมีลูกกับเก้ากันแน่” “ก็ทั้งสองอย่าง ผมยังไม่พร้อมจะมีลูกหรือมีใครเข้ามาในชีวิตตอนนี้” นพรดาเม้มริมฝีปากแน่น ใจสั่นรัวๆ เมื่อได้ยินถ้อยคำแสลงหูจากปากคนไร้หัวใจ “เอาเถอะ ถ้าคุณมีลูกกับผมจริง เราค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน ถ้าคุณอยากเก็บเด็กไว้แต่เลี้ยงเองไม่ไหวหรือไม่อยากเลี้ยง ผมจะเอาเด็กมาเลี้ยงเอง” ถึงยังไงพ่อกับแม่ของเขาก็อยากมีหลานอยู่แล้วคงไม่ขัดข้องอะไร “แต่ถ้าคุณไม่ต้องการเก็บเด็กไว้ ผมก็ไม่ว่า และเคารพการตัดสินใจของคุณ แล้วก็จะให้เงินคุณก้อนหนึ่งเป็นค่าชดเชยในสิ่งที่คุณต้องเสียไป ถือว่าเป็นความรับผิดชอบจากผมแล้วกัน” นพรดาหันขวับไปมองเขาตาเขม็ง ในใจเริ่มเดือดปุดๆ “แล้วถ้าเก้าไม่ยอมเลือกสองทางนี้ล่ะคะ” “แล้วคุณต้องการอะไรกันล่ะ” “ถ้าเก้าบอกว่าต้องการคุณกับทะเบียนสมรสหนึ่งใบในฐานะเมียและแม่ของลูกคุณล่ะคะ บอสจะว่ายังไง” “ฝันไปเถอะ” “นั่นไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นประโยคบอกเล่า” “ผมขอเตือนคุณไว้สักอย่างนะนพรดา หากคุณโลภมากและเรียกร้องสถานะเกินตัว คุณก็จะไม่ได้อะไรจากผมเลย แม้แต่ความเป็นพ่อของเด็กถ้าหากว่าคุณท้องขึ้นมาจริงๆ” “ได้ค่ะ งั้นคุณก็จำคำพูดนี้ไว้ให้ดีแล้วกันนะคะ ฉันจะไม่เรียกร้องอะไรจากคุณอีก และคุณเองก็ไม่มีสิทธิ์จะมาเรียกร้องอะไรจากฉันเหมือนกัน แล้วถ้าฉันเกิดมีลูกขึ้นมาจริงๆ ฉันก็จะบอกเขาว่าพ่อเขาตายไปแล้ว แต่ถ้าลูกอยากมีพ่อ ฉันก็จะหาพ่อใหม่ให้เขาสักคน อืม...แบบนี้ก็เข้าท่าดีเหมือนกันนะ” อย่านะ...อย่ามาเสียดายทีหลังก็แล้วกันคนใจร้าย!
เรือนรักเรือนใจ (เรือนคุณพระนาย)

เรือนรักเรือนใจ (เรือนคุณพระนาย)

ประตูบานใหญ่ปิดลง ทว่าคนที่ยืนพิงกลับมีรอยยิ้มกว้างระบายขึ้นบนใบหน้า ทองยิ้มอย่างหยุดไม่ได้ แม้ยังไม่รู้ว่าใช่แน่หรือไม่ แต่หัวใจเขาก็เต้นรัวเร็วอย่างห้ามไม่อยู่ คือความตื่นเต้น ยินดี ชุ่มชื่นใจ เสมือนหัวใจนี้กำลังเติบโต ผลิใบและออกดอก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้แห้งแล้งเหลือทน ทองรับรู้ได้ว่าทั่วทั้งร่างสะท้าน มีความอบอุ่นแผ่ซ่านทุกอณูเนื้อ รอบกายราวเกิดแสงน้อยใหญ่เสมือนมีหิ่งห้อยนับร้อยกะพริบระยิบระยับอยู่ตรงหน้า ด้วยหญิงสาวร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มที่นั่งเคียงข้างคุณป้าส้มจีนนั้น... ลูกจันทร์เหลือบตาขึ้นมองคุณพระนายรูปงามก่อนจะรีบหลุบตาลง ด้วยสายตาหยอกเย้านั้นส่งผลให้ขนกายทั่วตัวลุกพึ่บ อาการสะบัดร้อนสะบัดหนาวเข้าจู่โจมกายหล่อนอีกครั้ง เข้าใจได้ในครานี้ว่าอาการที่หล่อนเป็นเรียกว่า ‘สะท้านสายตาชาย’ นี่คือ ‘สิ่งต้องห้าม’ สำหรับแม่สื่อตามที่คุณป้าสอน หล่อนจะพึงใจในชายผู้ว่าจ้างไม่ได้ จำต้องรีบสลัดไล่ความรู้สึกนี้ให้เร็วไว เพราะหล่อนมีหน้าที่เป็น ‘แม่สื่อแม่ชัก’ มิใช่มานั่งให้คุณพระนายดูตัว
รักแท้ หรือรักเท็จ

รักแท้ หรือรักเท็จ

การที่พวกเขาแต่งงานกันก็เพื่อผลประโยชน์ของตระกูลทั้งสองฝ่ายก็เท่านั้น เขาสามารถที่จะเลือกใครมาเป็นเจ้าสาวของเขาก็ได้ แต่เมื่อเขาเห็นเธอครั้งแรก เขาก็รู้แล้วว่าเธอนั่นแหละคือผู้หญิงที่เขาต้องการ แต่แล้วการแต่งงานของพวกเขาก็ต้องจบลงในไม่ช้าเพราะความเย็นชาของเธอ และเขาก็ได้เห็นธาตุแท้ของเธอในวันที่เซ็นข้อตกลงการหย่า แท้จริงแล้ว ที่เธอยอมแต่งงานกับเขาก็เพื่อหวังประโยชน์เช่นกัน อย่างไรก็ตาม การหย่าครั้งนี้มิใช่จุดจบแต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความรักอันโรแมนติกของทั้งสองต่างหาก
ซุปตาร์ คลั่งรัก

ซุปตาร์ คลั่งรัก

"หยิ่งชะมัด คิดว่าเป็นเป็นดาราแล้วจะทำนิสัยแบบนี้ได้หรอ" เอิงเอยเอ่ยพูดขึ้นเมื่อถูกซุปเปอร์สตาร์เดินชนเข้าอย่างจังโดยไม่ทันระวังตัว "เดี๋ยวคุณ ขอโทษเอยก่อน" หญิงสาววิ่งฝ่าฝูงการ์ดสี่นายกระชากแขนชายหนุ่มเพื่อให้เขาเอ่ยคำขอโทษ " ... " สายตาเย็นชาถ่ายทอดมายังหญิงสาวตรงหน้า กาวินสบัดมือเล็กที่จับแขนเขาอยู่ให้ปล่อยออก ก่อนเดินออกไปโดยไร้คำขอโทษ "ไอ้บ้าเอ้ย อย่าได้พบเจอกันอีกเลย" เอิงเอยแสดงอาการหัวเสียออกมาอย่างยากจะควบคุม "คุณกาวินครับ" หนึ่งในการ์ดเอ่ยขึ้น เมื่อหันไปเห็นท่าทางของหญิงสาวที่เพิ่งวิ่งมาจับแขนกาวินเมื่อครู่ เป็นการถามทางอ้อมว่าปล่อยไว้แบบนี้จะดีหรือเธออาจจะทำให้ชื่อเสียงของเขาเสียหายก็เป็นได้เพราะเธอกำลังโหวกเหวกโวยวายชายหนุ่มอยู่ "ก็แค่คนบ้าดารา ฉันต้องสนใจด้วยหรอ" กาวินคิดว่าหญิงสาวคงเป็นเหมือนพวกแฟนคลับทั่วไปที่บ้าและคลั่งดาราเท่านั้น เขาไม่เคยสนใจเรื่องชื่อเสียงของตัวเองเลยด้วยซ้ำ "สันดารเสียขนาดนี้ มาเป็นดาราได้ไงวะ หงุดหงิดโว้ย" เอิงเอยยังคงโวยวายลั่นเมื่อไม่ได้รับคำขอโทษ ในขณะที่ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มหยุดเดินแล้วหันกลับมา "ชื่ออะไร" "ฉันต้องการคำขอโทษ ขอโทษฉันซะ ทุกอย่างก็จะจบ" "ถ้าไม่บอกชื่อ ก็ไม่มีคำขอโทษ"
นางรำ

นางรำ

“ผู้หญิงนี่เอามาทำอะไรได้บ้างเล่า...ถ้าไม่จับลงนอนหงายแล้วเราอยู่ข้างบนน่ะ ฮึ...นายบอกฉันทีเถอะ...หรือนายจะให้ฉันเอาแม่คนนั้นมานั่งไว้บนแท่นปูผ้าขาวลาดกราบวันละสามเวลา จะได้เจริญกับตัวเอง” คำพูดอย่างผยอง ดูหมิ่นนี้ ออกจากปากเขา ภิไธย หนุ่มเข้าขั้นเศรษฐี ปากร้าย เอ่ยถึงผู้หญิง ช่างไม่น่ารัก ส่วนเธอ เกนเกด คือผู้หญิงคนนั้น คนที่มีงาน นางรำ เป็นอาชีพ เธอรับงานรำตามแต่คนจ้าง งานที่เป็นเงิน เธอมีสโสแกนว่า ไม่ใช่แค่เพียงอาชีพ แต่คือลมหายใจ เธอมองงาน เป็นลมหายใจ!!! และเพราะต้องรักษาลมหายใจทั้งของตัวเองและญาติผู้ใหญ่รวมถึงคนรักที่บาดเจ็บสาหัสมาจากสงครามชายแดน ทำให้เธอรับการว่าจ้างจาก ชนา ไปรำอวยพรวันเกิดให้กับภิไธย จุดเริ่มต้นของมนตรา ที่สอนบทเรียนให้ชายหนุ่มผู้หยิ่งผยองยอมรับว่าหัวใจที่มีขนาดก้อนเนื้อเท่ากำปั้นนั้นสำคัญเพียงใด เธอขายศิลปะการร่ายรำ สมคำว่า นางรำ แต่เธอไม่มีวันขายหัวใจ ที่มันหมายรวมถึงคำว่าศักดิ์ศรี พบกับเธอ เกนเกด สาวสวย หัวใจทระนง ใน นางรำ
วอนฟ้าฝากรัก

วอนฟ้าฝากรัก

พรฟ้าหมอสาวที่ตั้งท้องจากการทำกิ๊ฟท์ในขณะที่ไม่รู้เลยว่าพ่อของเด็กเป็นใคร ฟาทิทเขานักธุรกิจที่บ้างานจนจนไม่คิดจะมีครอบครัวหากจะมีทายาทก็คงต้องใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์...ติดตามความสนุกได้ในเรื่องเลยนะคะ เรื่องวอนฟ้าฝากรัก พระเอก ฟาทิท เขาคนที่เป็นถึงประธานใหญ่ของบริษัทผลิตปิโตรเลี่ยมเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลที่เหลืออยู่และเขาไม่เคยคิดจะมีครอบครัวจนคนเป็นยายต้องขอร้องให้หาภรรยาและมีทายาทให้เร็วที่สุดด้วยความบ้างานจึงทำได้เพียงแค่ให้สเปริ์มของเขาเท่านั้นหากยายของเขาอยากให้เขามีทายาทก็ให้หาผู้หญิงมาอุ้มท้องเอาเอง นางเอก พรฟ้า ด้วยคำขอร้องอ้อนวอนของผู้ใหญ่อันที่เคารพรักหมอสาวต้องยอมตั้งครรภ์โดยที่ไม่รู้จักชื่อพ่อของลูกและไม่รู้จักแม้กระทั่งว่าเขารูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรไม่นานนักคนอ้อนวอนขอร้องให้เธออุ้มท้องก็ได้จากไปพร้อมกับปริศนาว่าใครคือพ่อของลูกเธอกันแน่ นิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นจากจินตนาการเป็นการรวมสองนักเขียน คือหอศังกรและปลายฟ้า ชื่อตัวละครหรือสถานที่ล้วนเกิดจากจินตนาการไม่ได้มีเจตนาอ้างอิงถึงใครหรือสิ่งใดขอทำความเข้าใจ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
CHECKMATE อยากรัก ต้องรีบรุก

CHECKMATE อยากรัก ต้องรีบรุก

เมื่อฉันถูกรุกรานจากเด็กรุ่นน้องที่ขยันมาหาฉันอยู่ตลอด ไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร รู้แค่ว่าเขามันเป็นเด็กสายเคี้ยว แต่ถ้าจะมาจับฉันทำเมีย ฝันไปก่อนนะเบบี๋! เพราะฉันไม่สนใจ... ไม่คิดจะมองใคร คนที่มองมีอยู่คนเดียว เพื่อนสนิทที่ไม่เคยคิดอะไรกับฉันเลยสักนิด "อาร์" เด็กคนนั้นเริ่มรุกฉันมากขึ้น "โย" เพื่อนที่ฉันแอบรักก็หงุดหงิดใจ เลยประกาศบอกทุกคนว่าฉันคือเมียของเขา หากแต่ว่ามันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดีใจสักนิด เพราะเขาเองก็ให้ฉันจีบรุ่นน้องให้เพื่อเป็นการตอบแทน ความเสียใจนำพามาซึ่งความผูกพันบางอย่าง ในขณะที่ฉันเศร้า อาร์กลับทำให้ฉันยิ้มออก และขณะเดียวกันเพื่อน (ที่แอบรัก) ก็เปลี่ยนไปราวกับไม่ใช่เพื่อนคนเดิมอีกต่อไป
อุ้มรักคาสโนว่า

อุ้มรักคาสโนว่า

“นี่คุณ ปล่อยฉันนะไม่อย่างนั้นฉันจะตะโกนเรียกคุณป๋า ท่านจะได้รู้ว่าคุณมันไว้ใจไม่ได้” น้ำเสียงเธอตกใจอยู่ไม่น้อยที่จู่ ๆ ก็โดนอีกฝ่ายจู่โจมถึงตัวเอาแบบนี้ “คุณไม่รู้หรอกหรือว่าคุณป๋าคุณเปิดทางให้ผมแค่ไหน” เขากระซิบข้างหูคนตัวเล็กอย่างจงใจ “ปล่อยฉันนะ คุณอย่ามารุ่มร่ามกับฉันแบบนี้นะ” “รุ่มร่ามที่ไหนกันก็แค่กอดเมีย” คนกวนพยายามจะหอมแก้มขาวนวล ทว่าอีกฝ่ายหลบได้ทันเสียก่อน “นี่คุณ” ไม่ได้ห้ามอย่างเดียว ทว่ากำปั่นเล็กทุบเข้าที่หน้าอกเขาเต็มแรง แต่ดูเหมือนคนทุบจะเจ็บมือเองเสียเปล่า ๆ เพราะมันไม่ได้สะทกสะท้านหรือระคายเคืองอะไรกับแผงอกหนาเอาเสียเลย “ถ้ายอมให้หอมก็จะปล่อย” “มันจะมากไปแล้วนะ” เสียงที่ดังลอดไรฟันค่อนข้างเอาเรื่อง “แค่หอมมากไปทีไหนกัน ... โอ๊ย! นี่คุณชาติก่อนเป็นหมาหรือไง” ศิวัฒน์ยังไม่ทันได้กวนโทสะอีกฝ่ายจนสุด ก็ต้องร้องเสียงหลงออกมาเมื่อคนในวงแขนแข็งแรงหันไปกัดเอาที่ต้นแขนนั้นจมเขี้ยว ทำเอาคนที่กำลังคิดว่าตัวมีชัยอยู่ถึงกับต้องปล่อยแขนออกจากเอวบางทันที
เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)

เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)

“แม่บุษรออยู่ที่นี่นะ ประเดี๋ยวฉันจะให้บ่าวไปเอายาที่เรือนคุณแม่ กินยาสักหน่อย ก็จะดีขึ้น” ศรพูดทำท่าจะลุกออกจากเตียง ทว่าเปลือกตาที่เปิดออกพร้อมดวงตาฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำกลับทำให้ศรไม่กล้าก้าวจากไป เขาค้อมกายเหนือร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ฝ่ามือประคองสองแก้ม สบสายตาฉ่ำชื้นนั้น ดวงตาของหล่อนสื่อความหมายจากหัวใจจนหมดสิ้นแล้ว “หล่อนไม่อยากให้ฉันไปหรือ” เจ้าของใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยพิษไข้ปิดเปลือกตาลง ก่อนจะพยายามลืมขึ้นมองเขา พยักหน้าน้อยๆ บ่งบอกว่าหล่อนต้องการอย่างนั้นจริงๆ นั่นทำให้หัวใจของศรไหววูบก่อนจะเต้นแรงรัวเร็ว เขายิ้มให้หล่อน ประคองสองแก้ม ดวงตาคมแต่หวานไปด้วยความอ่อนโยนจ้องใบหน้าน้อยๆ นั้น “ได้ พี่จะไม่ไปไหน พี่จะอยู่กับน้อง น้องหลับตานะ พักสักหน่อย ประเดี๋ยวค่อยตื่นมากินยาก็ได้ พี่... พี่จะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน จะอยู่กับน้อง” “รอพี่นะ ที่จะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย จะทำทุกอย่างให้ถูกต้อง รอพี่นะแม่บุษ” เสียงทุ้ม หวานและกรุ่นไปด้วยความอ่อนโยน แม้จะไกล ทว่าบุษบายังรับรู้ได้ว่าเขาพูดกับหล่อน หากนั้นคือความฝัน ก็คงเป็นฝันที่ดีสุด “พี่จะรักน้องให้เต็มหัวใจ” เสียงจากหัวใจบ่งบอกร่างที่กกกอด และเมื่อบุษบาเบียดร่างเข้าหาเขามากขึ้น ศรยิ้มก่อนจะตระกองกอดร่างแบบบางแนบแน่น เขาอยากกอดหล่อนแบบนี้ทุกค่ำคืน
ลิขิตหงส์ฟ้าชะตารัก ภาค แคว้นจ้าว NC20+

ลิขิตหงส์ฟ้าชะตารัก ภาค แคว้นจ้าว NC20+

หลี่เหมยลี่ นักธุรกิจสาวร่างท้วม เจ้าของฉายา ‘เจ้าแม่เงินล้าน!’ ได้หลุดเข้าไปเป็นตัวละครในนิยายที่เพิ่งอ่านจบ! เธอต้องมาอยู่ในร่างองค์หญิงปัญญาอ่อนที่ถูกคนผลักตกน้ำตาย! องค์หญิงผู้อ่อนแอพี่สาวฝาแฝดของนางเอก ซึ่งเป็นตัวประกอบที่มีกล่าวถึงเพียงแค่ครั้งเดียวตอนต้นเรื่องในนิยายหงส์คู่บัลลังก์เท่านั้น!! แต่ถือว่าสวรรค์ยังไม่ไร้เมตตาจนเกินไป เพราะท่านได้มอบสกิลพิเศษให้เธอถึงสามอย่าง! ทั้งวิชาแพทย์ วิถีฝึกยุทธ์ และวิชาแปลงโฉม ด้วยสกิลพิเศษทั้งสามอย่างนี้เธอจะต้องช่วยเหลือตนเอง และน้องสาวกับพี่ชายให้หลุดพ้นจากการเป็นหมากของพวกคนชั่วในแคว้นจ้าวให้จงได้! แต่ไหนยังจะมีฝันประหลาดแสนวาบหวามกับบุรุษนัยน์ตาหงส์ผู้นั้นอีกเล่า!! ‘เพราะข้างกายข้ามีเจ้า… ชีวิตของข้าจึงมีความหมาย…’ *เรื่องนี้เป็นภาคต่อค่ะ เหตุการณ์จะต่อเนื่องจากภาคแรก แต่เล่าในพาร์ทของนางเอกที่ถูกผนึกความทรงจำทั้งหมดในแคว้นเว่ยไว้ค่ะ* และสำหรับใครที่เพิ่งเข้ามาอ่านภาคนี้เป็นครั้งแรก ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่รู้เรื่องนะคะ เพราะจะได้อรรถรสในการอ่านไปอีกแบบค่ะ *นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นจากจินตนาการและความชอบส่วนตัวของไรท์เท่านั้น มิได้อิงหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงหรือประวัติศาสตร์แต่อย่างใด ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ* หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
ราคาของรักที่ไม่ได้เอ่ย

ราคาของรักที่ไม่ได้เอ่ย

หกปีก่อน ฉันทำลายผู้ชายที่ฉันรักที่สุดเพื่อปกป้องเขา แต่วันนี้ เขากลับเดินเข้ามาในชีวิตฉันอีกครั้ง เพื่อพรากสิ่งเดียวที่ฉันเหลืออยู่ไป ฉันกำลังจะตายด้วยโรคลูคีเมีย มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่เดือน ความปรารถนาเดียวของฉันคือการได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่กับคีน ลูกสาวของฉัน แต่ฉันกลับถูกฟ้องร้องสิทธิ์ในการเลี้ยงดูโดยน้องสาวของสามีในนามผู้ล่วงลับ เธอกรรโชกทรัพย์สินมหาศาลที่ฉันไม่มีวันหามาให้ได้ แล้วทนายฝ่ายตรงข้ามก็เดินเข้ามา เขาคือภีม เขายืนนิ่งเฉย ใบหน้าเรียบสนิทราวกับสวมหน้ากาก ขณะที่ลูกความของเขาตบหน้าฉันอย่างแรง เขาขู่ว่าจะพรากลูกสาวไปจากฉัน ตราหน้าว่าฉันเป็นแม่ที่ไม่ดีพอ “เซ็นซะ” เขาพูด น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “ไม่อย่างนั้นเราจะได้เห็นดีกันในศาล และผมจะเอาทุกอย่างไปจากคุณ เริ่มจากลูกสาวของคุณ” เขาไม่รู้ว่าคีนคือลูกของเขา เขาไม่รู้ว่าฉันกำลังจะตาย เขารู้แค่ว่าเขาเกลียดฉัน และตอนนี้เขาก็มีครอบครัวใหม่แล้ว กับผู้หญิงคนเดียวกับที่ครอบครัวของเธอเคยทำลายครอบครัวของฉันจนพินาศ ฉันยอมสละทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา ผลักไสเขาออกไปให้ไกลด้วยคำโกหกที่แสนโหดร้ายเพื่อให้เขามีอนาคต แต่การเสียสละของฉันกลับเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นปีศาจ และตอนนี้เขาก็คืออาวุธที่กำลังจะถูกใช้เพื่อทำลายฉันให้ย่อยยับ เพื่อปกป้องลูกสาว ฉันยอมสละเงินค่ารักษาที่อาจช่วยยืดชีวิตฉันออกไป แล้วส่งเธอไปให้ไกลแสนไกล ในขณะที่เขาเฉลิมฉลองการเกิดของลูกคนใหม่ที่ชั้นบนของโรงพยาบาล ฉันกลับนอนตายอย่างเดียวดายบนเตียงผู้ป่วย แต่ฉันได้ทิ้งจดหมายไว้ให้เขาฉบับหนึ่ง จดหมายที่จะแผดเผาโลกอันสมบูรณ์แบบของเขาให้มอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน
วิวาห์สายฟ้าแลบ

วิวาห์สายฟ้าแลบ

เสิ่นหยวูแต่งงานกับเหอซวี่ที่เป็นสูติแพทย์ตอนอายุยี่สิบสี่ปี สองปีต่อมา เมื่อเธอตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้ว เหอซวี่ก็วางแผนแท้งลูกเธอด้วยมือตัวเอง และหย่าร้างกับเธอ ระหว่างช่วงเวลาที่มืดมนเหล่านี้ ตู้หยวุนปรากฏตัวเข้าในชีวิตของเสิ่นหยวู เขาทำดีต่อเธออย่างอ่อนโยน และให้ความอบอุ่นแก่เธออย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ทำให้เธอต้องเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเช่นกัน สุดท้าย เสิ่นหยวูจึงเข้มแข็งขึ้นหลังผ่านพ้นไปกับทุกอย่างแล้ว แต่เมื่อความจริงก็ถูกเปิดเผยในที่สุด เธอจะยอมรับและอดทนได้ไหม? อยู่เบื้องหลังตู้หยวุนผู้ที่หล่อเหลาดูมีเสน่ห์นั้นเป็นใคร?และเมื่อพบคำตอบแล้ว เสิ่นหยวูจะรับมือยังไง ?
สาวใช้บนเตียง

สาวใช้บนเตียง

ปากของลมทะเลบอกว่าเกลียดชัง แต่มือของเขากลับหยุดแตะต้องแม่สาวใช้เนื้อสาวคนนี้ไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว หึ เธอมันก็แค่ สาวใช้บนเตียง ที่ฉันจะมาหาตอนอยากมีเซ็กซ์เท่านั้นแหละ!!! +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ ปากบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันก็แค่เซ็กซ์ แต่ลมทะเลก็บุกเข้าไปในห้องนอนของสกาวเดือนทุกคืน คืนนี้ก็เช่นกัน... เขากำลังตั้งหน้าตั้งตากลืนกินหัวนมสีหวานจากเต้าของสกาวเดือนอย่างตะกรุมตะกราม แม้เมื่อวานจะเอาหล่อนจนฟ้าสาง แต่คืนนี้ก็ยังคงหิวกระหายในรสสวาทของหล่อนเหมือนเดิม ดูเถอะ แค่ร้องคราง ทำไมหล่อนจะต้องครวญครางให้เสียงหวานขนาดนี้ด้วย แค่ได้ยินเสียงครางของหล่อน ร่างกายที่ร้อนเหมือนถูกไฟแผดเผาอยู่แล้วก็ยิ่งแทบมอดไหม้แหลกเป็นจุล "ทำไมเธอน่าเอาแบบนี้ สกาวเดือน..."
หม้ายสาวหัวใจบานฉ่ำ

หม้ายสาวหัวใจบานฉ่ำ

‘พรพระพาย’ คือสาวสวยวัยยังไม่แตะเลขสาม แต่ทว่าอาภัพเพราะต้องเป็นหม้ายถึงสองครั้ง แต่งงานครั้งแรกสามีเสียชีวิตตั้งแต่คืนส่งตัวเข้าหอ แต่งงานครั้งที่สอง (ว่าที่) สามีกลับไม่โผล่หน้ามางานแต่งงาน ‘กานต์’ คือชายหนุ่มหน้าโหดลุคเหมือนโจรป่า แต่ทว่าเขามาเพื่อทำลายกำแพงอันสูงลิ่วหวังพาคนที่รักให้หลุดพ้นคำว่า ‘หม้าย’ หากการแต่งงานครั้งที่สามเกิดขึ้น!! มันจะ…ล่ม! หรือจะ…รุ่ง! จะเป็นงานแต่งงานในฝันที่แสนจะโรแมนติก หรือจะวิวาห์เหาะเพื่อแก้เคล็ดล้างอาถรรพ์กันนะ
หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว

หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว

หลังผ่าตัดนักพรตเฒ่าผู้หนึ่งนั้น นางวูบหมดสติและเสียชีวิตลงไป ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ก็อยู่ในร่างของคุณหนูปัญญาอ่อนที่มีชื่อเดียวกันผู้นี้เสียแล้วทั้งยังจำอดีตชาติยามเป็นปรมาจารย์เต๋าได้อีกด้วย +++ 1 : ไล่ออกจากอารามไท่ผิงกวน แคว้นจิ้น ราชวงศ์เซวียน อารามไท่ผิงกวน “ไป ๆ อาจารย์ขับไล่พวกท่านออกจากอารามแล้ว อย่าได้มาเหยียบที่นี่อีก” “ศิษย์พี่รองรีบปิดประตูเร็วเข้า !” ตุบ ! ห่อผ้าสองห่อถูกโยนออกมาจากประตูอาราม ปัง ! ตามด้วยเสียงปิดประตูลงสลักอย่างหนาแน่น สตรีนางหนึ่งยืนตัวตรงเป็นสง่า เสื้อผ้ากับเส้นผมของนางปลิวไสวดั่งไผ่ลู่ลม หลินซือเยว่เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่ออารามไท่ผิงกวนด้วยสายตาเลื่อนลอย อาศัยอยู่ที่นี่มานานเท่าใดแล้วนะ บางครั้งนางเองก็ลืมเลือนวันเวลาไปเหมือนกัน “คุณหนูเจ้าคะ ศิษย์น้องทั้งสองของท่านทำเกินไปแล้วนะเจ้าคะ เหตุใดถึงไล่พวกเราสองคนออกจากอารามได้เล่า” เผิงฉือกระทืบเท้าเบา ๆ ตรงไปฉวยห่อผ้าทั้งสองบนพื้น ขึ้นมาคล้องแขนตัวเองไว้ “หากไม่ได้รับคำสั่งจากอาจารย์ ศิษย์น้องทั้งสองคงไม่กล้าขับไล่ข้าออกจากอารามหรอก” น้ำเสียงของนางสงบนิ่งฟังแล้วสบายหูยิ่งนัก หาได้มีความโกรธเกลียดแต่อย่างใด “นั่นรถม้า” นิ้วเรียวสวยชี้ไปยังรถม้าคันที่มีคนนั่งเฝ้าอยู่ “ป้าเผิงไปถามดูว่าใช่รถม้าของเราหรือไม่” เผิงฉือไม่รอช้ารีบตรงไปหาคนเฝ้ารถม้าที่อยู่ใต้ต้นไผ่ในทันที ไม่ช้านางก็กลับมาพร้อมกับรอยยิ้มนิด ๆ “เป็นรถม้าของเราจริง ๆ เจ้าคะคุณหนู คนขับบอกว่าเป็นคนของตระกูลหลินเจ้าค่ะ ได้รับคำสั่งจากท่านพ่อของคุณหนู ให้มารับคุณหนูกลับตระกูลหลินเพื่อไปแต่งงานเจ้าค่ะ” “กลับไปแต่งงานนี่เอง” นางเอ่ยเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ หันหลังกลับไปทางประตูอาราม ประสานมือค้อมตัวคำนับลาอาจารย์ เผิงฉือเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะคำนับตามนางไม่ได้ ภายในอารามไท่ผิงกวน “อาจารย์เหตุใดถึงไม่บอกลากับศิษย์พี่ใหญ่ไปตรง ๆ ล่ะ ทำเช่นนี้นางไม่โกรธท่านไปจนวันตายเลยรึ” เหอกุ้ยแม้มีอายุยี่สิบแปดปีแล้ว ทว่าเขากราบเป็นศิษย์เจ้าอาวาสชุนหวังเหล่ยหลังสตรีผู้นั้น จึงได้เป็นเพียงแค่ศิษย์พี่รองเท่านั้น “นั่นสิอาจารย์ ศิษย์พี่ใหญ่นางไม่เคยออกจากอารามไปไหนไกล ท่านทำเช่นนี้ไม่ใช่ขับไล่นางไปสู่ความตายหรอกรึ” จางเจียเฟิ่งเห็นด้วยกับศิษย์พี่รองของเขา “ให้มันน้อย ๆ หน่อยเจ้าศิษย์โง่ทั้งสอง พวกเจ้าคิดว่าอารามไท่ผิงกวนแห่งนี้ สามารถอยู่รอดมาได้เพราะใครกัน หากไม่ใช่เพราะฝีมือของศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้า เห็นนางเงียบ ๆ แบบนั้น ความคิดนางกว้างไกลยิ่งนัก อาจารย์อย่างข้ายังเทียบนางไม่ติดด้วยซ้ำไป” เจ้าอาวาสชุนปีนี้อายุอานามปาเข้าไปหกสิบห้าปีแล้ว ทว่าร่างกายยังแข็งแรง อารามเต๋าแห่งนี้มีวิถีแบบไม่เคร่งครัด ใช้ชีวิตเยี่ยงฆราวาสผู้หนึ่ง สามารถแต่งงานมีครอบครัวได้ “อาจารย์นางอยู่ในอารามวาดยันต์กันภัยให้ชาวบ้านที่มากราบไหว้ ตั้งโต๊ะรักษาโรคภัยให้ผู้คนในตัวอำเภอฝู แต่หนนี้นางต้องกลับบ้านไปเพื่อแต่งงาน นางบริสุทธิ์ถึงเพียงนั้นมิถูกสามีจับกลืนกินจนไม่เหลือกระดูกหรอกรึ” เหอกุ้ยนึกภาพเทพเซียนผู้สูงส่งอย่างหลินซือเยว่ หากต้องร่วมเตียงกับบุรุษหยาบกระด้าง เพียงเท่านั้นเขาก็ทำใจไม่ได้จริง ๆ แทบอยากจะไปแย่งตัวศิษย์พี่ใหญ่ของตัวเองกลับคืนมา “เลิกคร่ำครวญได้แล้ว กลับไปกวาดลานอารามกับตรวจดูน้ำมันตะเกียงให้เรียบร้อย ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้าไม่อยู่ เจ้าทั้งสองต้องรีบร่ำเรียนศึกษาหาความรู้ อารามไท่ผิงกวนจะได้เจริญรุ่งเรืองในภายภาคหน้าต่อไปได้” เจ้าอาวาสชุนทำเสียงดังใส่ลูกศิษย์ทั้งสอง “ไป ๆ ข้าจะสวดมนต์” โบกมือไล่ทั้งคู่ให้ออกจากห้องสวดมนต์ไป เจ้าอาวาสชุนรีบลุกไปปิดประตูลั่นกลอน ท่าทางลุกลี้ลุกลนจนผิดปกติ ย่องเบา ๆ ไปที่ใต้เตียงนอน ดึงหีบไม้เก่าเก็บออกมา ครั้นกดสลักเปิดออก ก็พบตั๋วเงินจำนวนสามพันตำลึงอยู่ในนั้น ตระกูลหลินที่ไม่ได้บริจาคน้ำมันตะเกียงมาหลายปี จู่ ๆ ก็ส่งตั๋วเงินมาให้ พร้อมกับขอรับคนกลับไปเพื่อแต่งงาน ช่วงนี้ชาวบ้านมาทำบุญที่อารามน้อยลง หลินซือเยว่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับนาง ถึงไม่ยอมลงจากอารามไปรักษาผู้คน รายได้เลยหายหดแทบจ่ายอาหารการกิน(สุรานารี)ไม่พอ ตั๋วเงินสามพันตำลึงนี่มาได้ทันเวลาพอดี ! แครก ๆ ๆ ๆ เสียงกวาดลานหน้าอารามดังขึ้นพร้อมกับเสียงบ่นของเหอกุ้ย “ข้ารู้ว่านางเก่งเอาตัวรอดได้ ข้าเพียงไม่อยากให้นางไปก็เท่านั้น” “ศิษย์พี่รองท่านอย่าได้เสียใจไปเลย ไม่ใช่ว่ามีแต่นางที่ต้องแต่งงานมีครอบครัว ท่านเองก็เถอะที่บ้านส่งคนมารับทุกปีไม่ใช่รึ” จางเจียเฟิ่งรู้ดีว่าตนและเหอกุ้ย ถูกครอบครัวลงโทษด้วยการส่งมาอยู่ยังอารามแห่งนี้ ทว่าเพียงชั่วคราวเท่านั้น “ตัวข้านั้นไม่เป็นไรหรอก เจ้านั่นแหละศิษย์น้องสาม ข้าได้ยินว่าที่บ้านของเจ้า เพิ่งหาคู่หมั้นหมายคนใหม่ให้เจ้าอีกคนแล้วไม่ใช่รึ” สองศิษย์พี่น้องหยุดกวาดลานอาราม แล้วหันหน้าไปมองตากัน จากนั้นพวกเขาก็ถอนหายใจดัง ๆ พร้อมกัน ไม่มีศิษย์พี่ใหญ่อยู่ด้วย นับจากนี้ไปยามทำความผิดใครจะออกหน้าคอยช่วยเหลือ ยามเงินหมดใครจะให้หยิบยืม ยิ่งคิดพวกเขาก็ยิ่งไม่สบายใจเป็นอย่างมาก บนถนนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง รถม้าไม้ธรรมดาไม่เล็กไม่ใหญ่ ไร้ป้ายชื่อตระกูลบอกกล่าว คล้ายไม่อยากให้ผู้อื่นล่วงรู้ว่าคนที่นั่งอยู่ด้านในเป็นใคร เผิงฉือพยายามหลอกถามคนขับรถม้าอยู่หลายหน ถึงสถานการณ์ของตระกูลหลินในยามนี้ นางไม่เคยไปที่นั่นมาก่อนไม่รู้จักใครสักคน คนขับรถม้าตอบว่า เขามีหน้าที่มารับคุณหนูรองกลับบ้านเท่านั้น เรื่องอื่นนั้นเขาไม่รู้จริง ๆ “ได้ถามหรือไม่ ใช้เวลากี่วันในการเดินทาง” หลินซือเยว่เอ่ยเสียงเนิบ ๆ “ถามแล้วเจ้าค่ะ เขาบอกว่าราว ๆ สิบวันก็ถึงเมืองหลวงแล้ว” “สิบวันเชียวรึ” หลินซือเยว่มองห่อผ้าที่วางอยู่ด้านข้าง มีเพียงของใช้จำเป็นของนางไม่กี่ชิ้น พร้อมกับก้อนเงินจำนวนห้าสิบตำลึง “คงต้องแวะซื้อของในอำเภอฝูเสียก่อน” เผิงฉือรีบเปิดม่านบอกกับคนขับรถม้า แต่เขากลับทำเสียงฮึดฮัดคล้ายไม่พอใจ “เสียเวลาเดินทางเปล่า ๆ” น้ำเสียงเขากระด้างกระเดื่อง