บ่วงรักเฑียรฆชาติ

บ่วงรักเฑียรฆชาติ

SHASHAwriter

5.0
ความคิดเห็น
291
ชม
27
บท

นาคี วีรัง อาฆาตุคุเนติ เสียงสาปนี้ดังก้องทั่วท้องนที ทั้งมหาสมุทร ท้องแม่น้ำ ลำคลอง บึง สระ หรือแอ่งน้ำเล็ก ๆ นั่นก็ยังได้รับผลจากคำสาปนี้ เนื่องด้วยเจ้าแห่งท้องนทีถูกลอบปลงชีพจากเมียรัก นางแทงกริชเล่มเล็กเอาชีวิตสวามี ก่อความอาฆาตพยาบาทและแคลงใจมาจนถึงภพชาติปัจจุบัน ปทุมมารู้สึกสะอิดสะเอียนพะอืดพะอมทุกครั้งที่ได้ยินตำนานเรื่องนี้ เธอไม่เชื่อตำนานนี้อย่างเด็ดขาด จนวันที่ย้ายไปเป็นแม่บ้านที่อาคารแห่งหนึ่ง ก็ทำให้เธอพบว่า ศาตราจารย์เธียร ชายคนนี้ทำให้เธอนึกถึงท่านพญานาคราชขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ และเขาไม่ได้อบอุ่นอย่างที่คนอื่น ๆ เห็น ภายใต้บุคลิกเรียบเงียบขรึม เธอดูออกหรอกน่าว่าเขาน่ะเอาแต่ใจและชอบจับผิดเธออีกด้วย แล้วทำไมจะต้องคอบจับผิดแต่เธอก็ไม่รู้ อย่างกับว่าชาติก่อน เธอเคยทำร้ายเขาจนเจ็บปางตายอย่างนั้นแหละ

บ่วงรักเฑียรฆชาติ บทที่ 1 เริ่มเรื่อง

นาคี วีรัง อาฆาตุคุเนติ

เสียงสาปดังก้องทั้งนที ไม่ว่าจะเป็นมหาสมุทร แม่น้ำ ลำคลอง บึง สระ หรือแอ่งน้ำเล็ก ๆ ก็ด้วย และนั่นคือเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่เกือบปลิดชีพชั่วกัปชั่วกัลป์ของเจ้าแห่งท้องนที จนทำให้พญาเฑียรฆชาติจมอยู่กับความแค้นมาตลอด

ว่ากันว่าคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรพร้อมกับน้ำล้นในแม่น้ำลำคลองสั่นสะเทือนเลือนลั่นเป็นนานแท้จริงมาจากในเมืองบาดาลนี่เอง เมื่อพญาเฑียรฆนาคราชถูกทิ่มแทงด้วยกริชเล่มเล็กหวังปลิดชีพจนชีพวางวายด้วยเมียชั่วช้า ที่กล้าคบชู้แล้วยังลอบขโมยดวงแก้วแห่งท้องบาดาลหวังให้ชู้รักและตนได้เป็นใหญ่ในเมืองบาดาล

ทุกครั้งที่ฟังตำนานนี้ปทุมมาจะรู้สึกพะอืดพะอมแล้วก็อยากจะร้องค้านออกไปว่ามันไม่น่าจะใช่เรื่องจริง เรื่องเล่าที่ว่านั้นดูปั้นแต่งจนเกินไป และเชิดชูท่านเทียน ๆ ชาติ ๆ อะไรนั่นมากเกินไปหน่อยหรือเปล่า แล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นจะต้องหาทางฆ่าสามีอย่างท่านเทียน ๆ ชาติ ๆ อะไรด้วยล่ะ

เพียงเพราะอยากให้ตัวเองและชู้เป็นใหญ่ในเมืองบาดาลอย่างนั้นหรือ จะทำแบบนั้นไปทำไมก็ในเมื่อนางเองกำลังตั้งท้อง แล้วก็ยังถูกขังในตำหนัก นางไม่มีลูกสมุน ไม่มีพรรคพวก ไม่มีบริวารที่จงรักภักดีเลยไม่ใช่หรือ แล้วชู้ที่ว่านั่นใคร ไม่เห็นพูดถึงกัน แล้วจะขึ้นเป็นที่หนึ่งด้วยลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ลูกเดียว ที่ไม่รู้ว่าได้มาครอบครองแล้วจะเป็นที่หนึ่งจริงหรือเปล่า แค่นั้น อย่างนั้นเลยหรือ

ปทุมมาไม่เห็นด้วยเลย และเธอก็เคยได้ยินเรื่องราวนี้ในอีกมุมจากตาทองอยู่และปู่ทองดีของเธอมาแล้วด้วย ท่านเล่าตำนานนี้ให้ฟังบอกว่านี่ต่างหากที่เป็นเรื่องจริง

ครั้งนั้นมีมือที่สามคิดปลิดชีพท่านพญานาคราชอะไรนั่น และคนร้ายก็คือคนในเมืองบาดาลนั่นแหละ ที่นอกจากจะคิดฆ่าท่านพญานาคราชแล้วก็ยังคิดกำจัดผู้หญิงคนละตระกูลกับทางท่านพญานาคราชที่ท่านตกหลุมรักตั้งแต่แรกเจอ เหตุเพราะคนในกลุ่มนั้นหวั่นใจ กลัวว่าหญิงผู้นั้นจะกลายมาเป็นอัครมเหสีของท่านพญานาคราชจึงรวมหัวกันคิดแผนร้ายด้วยการป้ายความผิดให้หญิงผู้นั้น

ได้ยินแล้วปทุมมาค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อยแล้วเธอก็อยากเชื่อเรื่องเล่าของตาและปู่มากกว่าตำนานที่คนอื่นเอามาบอกต่อกันมา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเหตุผลอะไรไปค้านเพราะตาและปู่ของเธอเป็นเพียงชายแก่ สองคนที่ใช้ชีวิตทำสวนทำไร่ทำนาที่ต่างจังหวัดเท่านั้น

ถอนลมหายใจบอกตัวเองว่าไม่ใช่เรื่องจะต้องเอามาขบคิดเลย แล้วลุกไปยังห้องเก็บของด้านหลังเพื่อเอารถเข็นเครื่องมือทำความสะอาดของตัวเองไปทำงานที่ชั้นล่างในช่วงบ่าย

ขนุนหนัง แม่บ้านรุ่นพี่ที่รับผิดชอบงานดูแลทำความสะอาดชั้นเดียวกันกับเธอยังคงจ้องมองคลิปเรื่องดังในตำนานอย่างตั้งอกตั้งใจ น่าจะเป็นเพราะเสียงเล่าใส่อารมณ์กระแทกกระทั้นนั่นเอง เธออยากถามว่าตอนเข้าอบรมแม่บ้านตั้งใจฟังขนาดนี้ไหมก็อมยิ้มไว้ไม่กล้าแซวกลัวอีกฝ่ายจะงอนเอา

พอหัวหน้าแม่บ้านเดินผ่านประตูมาทางนี้เจ้าตัวก็ลนลานรีบปิดคลิป รอจนทางนั้นเดินจากไปค่อยหันมาคุยกับเธอ

“เป็นพี่หน่อยไม่ได้นะบัวเอ๊ย พี่จะใช้มารยาของพี่บวกคูณกับเสน่ห์ร้อยล้านเล่มเกวียนของพี่ล่อลวงให้ผัวรักผัวหลง ลำพังผัวตัวนั่นก็ที่หนึ่งในเมืองบาดาลอยู่แล้ว ชู้เป็นแค่ลูกเมียน้อยของพ่อผัว ไปเอาทำไมกันวะ นังผู้หญิงคนนี้นี่ตาต่ำชะมัดเลย”

อ้อ ที่แท้ชายชู้ที่ถูกโยงเข้ามาเอี่ยวด้วยเป็นลูกของภรรยาอีกคนของนาคราชเทียน ๆ อะไรนี่เอง แบบนี้ละมั้งก็เลยแค้นกันไปมา ปทุมมาคิดตามเรื่องที่ขนุนหนังเล่า ก่อนจะได้ยินขนุนเรียกเสียงอ่อย ๆ “บัว”

เธอไม่ได้ขานรับแต่ถึงอย่างนั้นก็หันไปมองสบตาด้วย ขนุนหนังรีบลดเสียงลงแล้วเอ่ยว่า “วันอาทิตย์มาทำงานแทนพี่หน่อยนะ”

“ได้พี่” ปทุมมาตอบรับเสียงแข็งขัน วันหยุดค่าแรงสามเท่าท่องเอาไว้ ไม่ขยัน เหงื่อไม่ออก ไม่ได้เงินหรอกบัว เธอบอกตัวเองแบบนี้เสมอ

หัวหน้าแม่บ้านเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง ตรงมาหาเธอพร้อมเรียกด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจึงรีบตอบรับแกกลับไปเพราะรู้ว่าถ้ามาลักษณะนี้คือมาสั่งงานอย่างแน่นอน

“บ่ายนี้ บัวขึ้นไปเก็บของที่มันเกะกะทางเดินแล้วก็พวกของที่ไม่ใช่แล้วตรงชั้นบนให้พี่หน่อยนะ”

“ชั้นบนไหนคะ”

“บนสุดนั่นแหละ”

“ชั้นที่ปิดเอาไว้ไม่ให้ขึ้นนั่นน่ะหรือคะ”

“ใช่จ้ะ เห็นทางงานบริหารเขาโทรมาว่าให้ขอจัดห้องทำงานใหม่ เขาจะเอาชั้นนั้นทั้งชั้นให้ท่านดอกเตอร์อะไรนี่แหละ ไม่ต้องรีบทำหรอก คุณแกก็ไม่รู้จะมาจริงหรือเปล่า ที่นี่ออกจะกันดาร ใครเขาอยากมากัน เหมือนพวกเราไง เมื่อตอนที่เราเพิ่งย้ายกันมา ที่คุย ๆ กันว่าจะมีผู้บริหารมาประจำที่นี่น่ะจำได้ไหม” คนพูดหยุดหน่อยหนึ่งเพื่อให้เธอกับขนุนหนังนึกตาม พอจะจำได้บ้างจึงพยักหน้าอือออตามแกไป แล้วคนเล่าจึงเล่าต่อ “นั่นแหละแล้วแกก็ไม่มา รอบนี้ก็คงอีหร็อบเดิม รับปากไปงั้น แล้วก็คงจะไม่มาอีก”

ขนุนหนังถามขัด เพราะหากว่าเธอขึ้นไปทำตามสั่ง ตนก็ต้องทำงานหนักอยู่คนเดียวที่ชั้นล่างนี้น่ะสิ

“แล้วอย่างนั้นจะให้บัวมันขึ้นไปทำทำไมล่ะคะ”

“ก็ต้องไปหน่อย เดี๋ยวได้มาหาเรื่องว่าเราอีก ว่าไม่ใช่พนักงานประจำ เป็นOutsourceเดี๋ยวด๋าวก็ย้ายไปที่อื่นอย่างเราน่ะดื้อด้าน ไม่ทำตามคำสั่งของเขายังไงล่ะ”

“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาเลย เดี๋ยวบัวขึ้นไปทำตอนนี้ค่ะ”

ส้มป่อยมองเธอด้วยสายตาเอ็นดู “ดีจ้ะ”

ปทุมมารับคำสั่งแล้วจึงเข็นรถเข้าลิฟต์ตรงไปยังชั้นบนสุดที่ว่านั่นทันที

ร่างสูงใหญ่ลงจากรถหรูสีดำเป็นมันวาวทั้งคันที่มองผ่านเพียงผิวเผินคนจิตอ่อนบางคนมองเห็นว่ายานพาหนะคันนี้คล้ายมีเกล็ดประดับโดยรอบ

เขาพารถจอดลงที่ด้านหลังอาคารสำนักงานสาขาต่างจังหวัด ที่ซึ่งเป็นสาขาที่ไม่เคยเป็นหน้าเป็นตาให้เครือเลยสักครั้ง แม้ไม่เคยทำกำไรให้กับ NAGARA Bev. แต่ก็ไม่เคยขาดทุน คณะทำงานและทีมผู้บริหารจึงยังไม่คิดที่จะยุบสาขานี้ จะว่าไปแล้วการตัดสินใจทั้งหมดว่าจะยุบที่ไหนก็ล้วนแล้วแต่เป็นความคิดของเขาแทบทั้งสิ้น

ชายหนุ่มพาตัวเองเดินเข้าประตูอาคารสำนักงานที่พนักงานรักษาความปลอดภัยหละหลวมไม่มีใครมายืนเฝ้าประตูนี้เลยสักคน ตรงเข้าลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นบนสุดของตัวอาคาร

ครั้งนี้เขาเข้ามาโดยไม่ได้บอกกล่าวให้ใครรู้เพราะอยากมาดูว่าที่นี่เรียบร้อยดีอย่างที่พี่ชายของเขาบอกจริงหรือไม่และอีกเหตุผลที่เขามา คิดพร้อมหัวคิ้วขมวดเข้าหากันก่อนคลายออกช้า ๆ แรงกระตุ้นนั้นเด่นชัดมากยิ่งขึ้น ทันทีที่กล่องเหล็กกลางเก่ากลางใหม่พาขึ้นไปยังชั้นบนสุดแล้วและเปิดออกกว้างให้เขาเดินออกไป ก็พบว่าข้าวของกองระเกะระกะอยู่ตรงทางเดินเต็มไปหมด อีกทั้งยังมีเสียงกุก ๆ กัก ๆ ดังมาจากด้านในอีกด้วย

เธียรเดินเข้าไปจนสุดทาง มองเข้าไปด้านใน เห็นแม่บ้านร่างผอมแกนไม่สูงมากนักกำลังรื้อของที่บนโต๊ะของเขาอยู่

“ทำอะไร”

เสียงเข้มขรึมส่งออกไปถาม สายตาเรียบเฉียบคมมองจ้องหญิงคนนั้นนิ่ง และเมื่อเห็นเต็มสองตาว่ากำลังหยิบแท่นหินของวงศ์ตระกูลที่เขาไม่รู้ว่ามันมาอยู่ที่นี่เมื่อไร ก็สั่งเสียงเรียบแต่ก็ฟังแล้วเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมีอยู่ไม่น้อยกับหญิงผู้นั้นอีกครั้ง

“วางของนั่นลง”

มือเล็กแบบเดียวกับรูปร่างรีบวางหินหนาใหญ่แท่งนั้นลงในทันทีเพราะเข้าใจว่าคงเป็นของเก่าเก็บมีราคาที่คงจะเป็นของของชายผู้นี้

ปทุมมายิ้มอย่างที่หัวหน้าสอนให้ยิ้มเวลาพบสีหน้าไม่พอใจของผู้บริหาร แล้วรีบบอกเขาเพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าเธอเข้ามาโดยพลการหรือเข้าขโมยของของเขา

"ฉันเป็นแม่บ้านค่ะ กำลังเก็บของทำความสะอาดให้น่ะค่ะ”

“ใครอนุญาตให้ขึ้นมาบนนี้”

ปทุมมาคิดเล็กน้อยก่อนตอบไปว่า “งานบริหารค่ะ เขาให้ขึ้นมาทำความสะอาดรอผู้บริหารมา...” เธอยังตอบเขาไม่จบความดีเลยด้วยซ้ำ เสียงสั่งทรงอำนาจเอ่ยไล่อย่างสุภาพทว่ากดดันอยู่ไม่น้อย

“หากต้องการแม่บ้าน จะให้คนแจ้งไปอีกที”

ปทุมมามองของที่ยังเก็บไม่เรียบร้อยดีเลยด้วยซ้ำด้วยสายตาเสียดาย “ขอเก็บของตรงนี้ให้เสร็จก่อนได้ไหมคะ”

ไม่มีเสียงสั่งกำชับของเขาที่ฟังดูเข้มงวดเผด็จการน่าเกรงขามอย่างเมื่อครู่ มีเพียงแววตาเรียบนิ่งมองตอบกลับมาเท่านั้น ปทุมมามองตอบสายตาของเขาแล้วก็เลื่อนสายตาไปมองที่ของที่ยังเก็บไม่เสร็จเรียบร้อยอีกครั้ง เพราะเธอไม่เคยทำงานค้าง ๆ คา ๆ ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าชายคนนี้เป็นใครมาจากไหน แต่การขึ้นมาบนชั้นนี้ได้ก็คงเป็นคนของบริษัทที่สำคัญคนหนึ่งละมัง ว่าแล้วก็รีบเก็บเช็ดซ้ำอีกทีเท่าที่พอทำได้ ค่อยลากรถเข็นออกไปที่ด้านนอกห้อง รีบเข็นรถตรงเข้าลิฟต์ลงมาที่ชั้นล่างอย่างเดิม หัวหน้าของปทุมมาวางสายลงพอดี เห็นเธอลงมาไวก็มุ่นคิ้วสงสัย

“เสร็จแล้วหรือ ทำไมไวจัง”

“ใครก็ไม่รู้ขึ้นไปชั้นผู้บริหารค่ะ เขาบอกให้บัวลงมา ไม่ให้ไปยุ่มย่ามบนนั้น”

“ใครจะขึ้นไปบนนั้นได้นอกจากผู้บริหาร นี่อย่าบอกนะว่ามาแล้วน่ะ”

ปทุมมามองแล้วยิ้มอย่างไม่รู้จะตอบไปว่าอย่างไรดีเพราะเธอไม่รู้ว่าหัวหน้ากำลังพูดถึงใคร แล้วใครหรืออะไรที่ว่านั่นน่ะมาแล้วจริงไหม แต่ก็น่าจะเป็นชายหนุ่มหน้าขรึมเข้มคนนั้นที่ชั้นบนของผู้บริหารเป็นแน่ที่อีกฝ่ายกล่าวถึง

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ SHASHAwriter

ข้อมูลเพิ่มเติม
เมียเก่าที่เขาไม่เคยรัก

เมียเก่าที่เขาไม่เคยรัก

โรแมนติก

5.0

ภาวรีแหงนหน้าขึ้นแล้วยิ้มกวนโมโหใส่หน้าเขา "มาขวางทำไม เชยไม่สนพี่เขื่อนแล้วนะรู้ไหม ให้หย่าก็ได้เลย ไปเลย เพราะไรรู้มะ เพราะพี่เขื่อนสู้หนุ่ม ๆ ในร้านไม่ได้เลยสักคน ในนั้นถึงใจกว่าพี่เขื่อนตั้งเยอะ" ลัพธวิทย์หรี่ตามอง ถามเสียงเรียบ "ถึงใจแบบไหน" "ใหญ่กว่า อึด แล้วก็เอาเก่งกว่าพี่เขื่อน" ได้ยินเสียงตัวเองพูดจาก๋ากั่นออกไปแบบนั้นแล้วก็ให้ตกใจไม่น้อย พอได้ยินคำตอบของเธอที่หลับตาฟังก็รู้ว่าจงใจพูดจายั่วยุเขา ลัพธวิทย์ก็ค่อยหัวเราะออกมาลั่น พร้อมค่อนแคะกลับไป "น้ำหน้าอย่างเราเนี่ยหรือ กล้านอนกับผู้ชายตามบาร์" ภาวรีหน้าชาเมื่อถูกจับไต๋ได้ว่าโกหก เธอลอยหน้าลอยตาแล้วตอบเขากลับ "ทำไมจะไม่กล้า แม่เปิดห้องให้เชยลองแล้วด้วย หนุ่ม ๆ ในบาร์โฮสต์ทำให้เชยรู้แล้วล่ะว่าของพี่เขื่อนนี่เทียบชั้นกันไม่ติด แบบนั้นน่ะ..." ภาวรีพูดแล้วกวาดตาลงมองอย่างหยามเหยียด บอกต่อจนจบประโยค "น่าจะเอาไว้แค่ฉี่มากกว่านะ"

ห้องลับของคุณรัชญ์

ห้องลับของคุณรัชญ์

โรแมนติก

5.0

"ถอดชุดบนตัวเธอออกมาเดี๋ยวนี้!" "หนูทำไม่ได้..." ขวัญลดายังพูดไม่จบดีเลยว่าเธอถอดชุดที่ใส่บนตัวออกไม่ได้เพราะมันรัดมาก ๆ นี่ก็นัดกับออยลี่ ลูกของป้าเนืองไว้แล้วให้มาช่วยถอดชุด ไม่รู้น้องคนที่วานให้ช่วยเหลือจะหลับไปแล้วหรือยัง ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องฉีกมันออกแทนการถอด แต่เจ้าของห้องลับที่ใคร ๆ พูดปากต่อปากกันว่า ห้องนี้ใครเข้ามาแล้วต้องเสว ก็ปราดเข้ามาปล้ำถอดชุดของเธอออกจนหมด แต่เพราะชุดมันรัดมาก ๆ ดลวรัชญ์ลงมือถอดไปก็สบถไปพลางด้วยอาการหัวเสีย "แต่งตัวเชี่ยอะไรวะ รู้ไหมว่ามันรัดหน้าอก รัดโหนกจนเห็นเป็นเนินนูน นึกว่าลานจอดฮอ" พอชุดถูกถอดออกจนหมด ขวัญลดาค่อยหายใจได้ลึกขึ้นจากเดิม นึกขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเธอในครั้งนี้ แม้จะดูเป็นการช่วยที่ไม่ปกตินักก็ตามที "หนูรู้ค่ะ" "รู้แต่ก็ยังใส่" "คุณป้าบอกว่ามันมีชุดเดียว ชุดนี้เมื่อก่อนท่านตัดไว้ให้พี่โรส แต่คุณเล่นพาพี่โรสมานอน หนูก็เลย..." "หึง?" เสียงเข้มถามขัดคำตอบของเธอ ขวัญลดามองเขาแล้วได้แต่ส่ายหน้า เธอยังไม่รู้จักเลยว่า หึง อาการเป็นอย่างไร "ไม่ใช่ค่ะ หนูกำลังอธิบายเรื่องที่ว่าทำไมต้องใส่ชุดนี้" "เธอหึง" คนชอบให้ทุกอย่างหมุนรอบตัวเองอย่างดลวรัชญ์สรุปในสิ่งที่ตัวเองคิดได้ พร้อมด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะเกร็งมันไว้ให้เหยียดตรงดังเดิม "และเธอเบี่ยงประเด็นนะลดา" "แล้วแต่คุณเลยค่ะ" ขวัญลดาบอกอย่างยอมแพ้ ++++++ เนื้อหานิยายเน้นอ่านเพลิน ๆ ย่อยง่าย ๆ และจบดี แฮปปี้ค่ะ

ตราบาปรัก ผู้ชายใจร้าย

ตราบาปรัก ผู้ชายใจร้าย

โรแมนติก

5.0

คำโปรย ปริญญ์เคยบอกว่ารักเธอ แต่เมื่อมีเหตการณ์บางอย่างทำให้ต้องเลิกรากันไป เขาย้อนกลับมาทำดีด้วย และขอเธอแต่งงาน หลังแต่งงานกับจินดาพรรณมาสี่ปี ปริญญ์เที่ยวคบหาผู้หญิงคนใหม่ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เธออับอาย ... นี่น่ะหรือความรักของเขา ตัวอย่างเนื้อหา "เดี๋ยวดา เรื่องที่เราคุยกันไว้ ดาต้องทบทวนดี ๆ ก่อน..." "พรุ่งนี้เลยปิน พรุ่งนี้ไปเจอกันตามที่ตกลงไว้ได้เลย" ปริญญ์มองเธอนิ่งอยู่เป็นนานสองนาน กว่าจะพูดอะไรได้สักคำหนึ่ง ก็ยากเย็นเต็มที "หรือไม่ ปินว่าเราลอง..." "อย่าเอาแต่พูดหลอกล่อกันแบบนี้อยู่อีกเลยปิน เราสองคนจบกันเท่านี้เถอะ ทิ้งทุกอย่างเอาไว้แค่นี้ ขอให้เลิกแล้วต่อกัน เราจะได้ไม่เกลียดกันมากไปกว่านี้ หรือปินอยากให้ดาเกลียด จนไม่ไปเผาผีกันเลย ก็ได้นะปิน" ได้ยินและได้รู้ถึงความคิดของจินดาพรรณแล้ว ในใจของปริญญ์ปวดแปลบ เสียดและเสียวไปทั้งทรวงอก เขาอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก คิดได้ในตอนนั้นเองว่านี่เขาทำอะไรต่อมิอะไรลงไปนั้น มันแย่มาก จินดาพรรณถึงได้บอกว่าเกลียดเขาถึงขนาดนี้ ปริญญ์รู้สึกได้ถึงก้อนขม ๆ ในคอ เขาฝืนที่จะกล้ำกลืนมันลงไป แล้วขยับเท้าเพื่อถอยหลังออกมา มาได้เพียงครึ่งก้าวแล้วก็ทำอะไรไม่ถูก สายตาเจ็บปวดของเขายังคงมองไปยังจินดาพรรณ เปิดปากเพื่อจะพูดบางประโยคออกไป "แต่ดา...ปินระ...ปินรั" จินดาพรรณหมุนตัว เพื่อกลับเข้าห้อง เธอไม่อยากฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูด แต่กลับโดนดึงตัวเข้าไปกอดเอาไว้แนบแน่น เธอไม่ได้ออกแรงดิ้น ทำเพียงปิดตาลง ซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ข้างในลึก ๆ บอกตัวเองว่าอย่าได้ถลำตัวและหัวใจไปกับภาพลวงตาของปริญญ์ อย่าได้หลงคารมของเขาอีกเป็นอันขาด บทจะหวาน ปริญญ์ก็ทำให้เชื่อได้ทั้งนั้น และเขาก็ทำเพียงเพราะต้องการให้เธอหลงเชื่อ เขาหลอกเธอซ้ำ ๆ แล้วทิ่มแทงเธอให้ผิดหวัง เจ็บปวดและเสียใจ ครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน ปริญญ์สูดดมกลิ่นของภรรยาเข้าจมูกจนลึกสุดปอด ถูไถใบหน้าไปมาอย่างที่โหยหามาโดยตลอด พร้อมกับพึมพำที่ข้างหูของเธอ "ปินให้เวลาดาคิดอีกสามวัน ระหว่างนี้ถ้าดาเปลี่ยนใจ ก็ไม่ต้องไป แต่ถ้าดายังคิดแบบเดิม วันนั้นเราค่อยไปเจอที่บริษัทตามที่คุยไว้ แต่ระหว่างนี้ ดาต้องคิดดูดี ๆ ก่อนนะ อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจเด็ดขาด" จินดาพรรณถอนลมหายใจของตัวเองออกยาว ๆ เธอนี่หรือใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง ตลอดมามีแต่ปริญญ์ที่ทำแบบนั้น และเธอไม่ต้องการเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขาอีกแล้ว คิดได้แบบนั้นค่อยเปิดตาขึ้น แล้วออกแรงดันตัวเองจากอ้อมกอดของเขา หันมามองที่เขาด้วยสายตาว่างเปล่า บอกออกไปตามอย่างที่ตัดสินใจเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ "ดาไม่ต้องคิด ไม่ต้องตัดสินใจอะไรอีกแล้วล่ะปิน ถ้าปินว่างพอ พรุ่งนี้เราก็ไปจัดการเรื่องหย่าให้เรียบร้อยได้เลย" ****************************** แนวพระเอกโบ้ ไม่ได้นอกใจ จบดีและไม่มีใครตุยค่ะ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

มาชาวีร์

หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

สวนฟาร์มมหัศจรรย์ยุค80

สวนฟาร์มมหัศจรรย์ยุค80

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ

เซี่ยถิงถิง ย้อนเวลากลับมาในวันที่แฟนหนุ่มได้บอกเลิกกับเธอ เด็กสาวที่มากความสามารถจากหมู่บ้านเชิงเขาเล็กๆ ครอบครัวของเธอเป็นเกษตรกรมา 13 ชั่วอายุคน เซี่ยถิงถิงถือว่าเป็นปัญญาชนคนแรกของหมู่บ้าน ตลอดเวลาเด็กสาวที่หน้าตาสะสวยและเรียนดีผู้นี้ เป็นคนที่เชื่อฟังคำสั่งสอนของครอบครัวและค่อนข้างจะหัวโบราณอยู่บ้าง นี่จึงเป็นสาเหตุให้แฟนหนุ่มของเธอมีอันต้องเลิกรากันไปเพราะถิงถิงไม่เคยหลับนอนกับเขา นั่นถือว่าเป็นการหมื่นเกียรติของตัวเธอเอง แต่สาเหตุที่แท้จริงแล้วแฟนหนุ่มของเธอเพียงต้องการเกาะกิ่งไม้สูงเพื่อความก้าวหน้าเพียงเท่านั้น เพียงเพราะถิงถิงมาจากครอบครัวชาวนาในชนบทไม่มีแรงสนับสนุนเขาให้ปีนป่ายขึ้นไปอยู่บนกิ่งไม้สูงได้ตามที่เขาต้องการ เขาจึงต้องหันหลังให้กับถิงถิงเพื่อไปเกาะขาลูกสาวนายทหารยศใหญ่ที่มีฐานะร่ำรวยและพร้อมสนับสนุนเขาในสิ่งที่เขาต้องการ ถิงถิงเองถึงแม้จะเสียใจมาก แต่สำหรับเธอแล้ว ชาวนาแล้วอย่างไร ชาวนาก็ถือว่ามีเกียรติ คุณรังเกียจชาวนาก็อย่ากินข้าวที่ชาวนาปลูกก็แล้วกัน ในเวลาชั่วข้ามคืนจากความรักที่เธอมีให้แฟนหนุ่มแต่ตอนนี้เธอมีเพียงความรังเกียจและเสียใจที่มองคนผิดไปเท่านั้น ถิงถิงตัดสินใจลาออกจากงานและเก็บกระเป๋ากลับบ้านเกิด เธอจะพลิกภูเขาแห้งแล้งที่บ้านเกิดให้เป็นแหล่งอาหาร อันอุดมสมบูรณ์ เธอจะทำให้คนที่ดูถูกเธอได้เห็นว่า เกษตรกรนั้นหาได้ต่ำต้อยไม่ เธอจะต้องร่ำรวยเพราะอาชีพของเธอให้ได้ในสักวันและจะตอกหน้าคนพวกนั้นคืนให้สาสม แต่ที่น่าอับอายที่สุดไม่ใช่ถูกแฟนหนุ่มบอกเลิกในที่สาธารณะ แต่เป็นเธอที่เดินเหยียบเปลือกกล้วยแล้วลื่นล้มหัวฟาดต่างหาก เพราะความโมโหทำให้ไม่ทันได้มองทาง นี่ถือว่าตายด้วยความอับอายและคับแค้นใจมากที่สุด ขอบคุณพระเจ้าที่ให้โอกาสเธอได้กลับมา

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
บ่วงรักเฑียรฆชาติ บ่วงรักเฑียรฆชาติ SHASHAwriter เมืองแฟนตาซี
“นาคี วีรัง อาฆาตุคุเนติ เสียงสาปนี้ดังก้องทั่วท้องนที ทั้งมหาสมุทร ท้องแม่น้ำ ลำคลอง บึง สระ หรือแอ่งน้ำเล็ก ๆ นั่นก็ยังได้รับผลจากคำสาปนี้ เนื่องด้วยเจ้าแห่งท้องนทีถูกลอบปลงชีพจากเมียรัก นางแทงกริชเล่มเล็กเอาชีวิตสวามี ก่อความอาฆาตพยาบาทและแคลงใจมาจนถึงภพชาติปัจจุบัน ปทุมมารู้สึกสะอิดสะเอียนพะอืดพะอมทุกครั้งที่ได้ยินตำนานเรื่องนี้ เธอไม่เชื่อตำนานนี้อย่างเด็ดขาด จนวันที่ย้ายไปเป็นแม่บ้านที่อาคารแห่งหนึ่ง ก็ทำให้เธอพบว่า ศาตราจารย์เธียร ชายคนนี้ทำให้เธอนึกถึงท่านพญานาคราชขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ และเขาไม่ได้อบอุ่นอย่างที่คนอื่น ๆ เห็น ภายใต้บุคลิกเรียบเงียบขรึม เธอดูออกหรอกน่าว่าเขาน่ะเอาแต่ใจและชอบจับผิดเธออีกด้วย แล้วทำไมจะต้องคอบจับผิดแต่เธอก็ไม่รู้ อย่างกับว่าชาติก่อน เธอเคยทำร้ายเขาจนเจ็บปางตายอย่างนั้นแหละ”
1

บทที่ 1 เริ่มเรื่อง

21/01/2023

2

บทที่ 2 1

21/01/2023

3

บทที่ 3 2

21/01/2023

4

บทที่ 4 3

21/01/2023

5

บทที่ 5 4

21/01/2023

6

บทที่ 6 5

21/01/2023

7

บทที่ 7 6

21/01/2023

8

บทที่ 8 7

21/01/2023

9

บทที่ 9 8

21/01/2023

10

บทที่ 10 9

21/01/2023

11

บทที่ 11 10

21/01/2023

12

บทที่ 12 11

21/01/2023

13

บทที่ 13 12

21/01/2023

14

บทที่ 14 13

21/01/2023

15

บทที่ 15 14

21/01/2023

16

บทที่ 16 15

21/01/2023

17

บทที่ 17 16

21/01/2023

18

บทที่ 18 17

21/01/2023

19

บทที่ 19 18

21/01/2023

20

บทที่ 20 19

21/01/2023

21

บทที่ 21 20

21/01/2023

22

บทที่ 22 21

21/01/2023

23

บทที่ 23 22

21/01/2023

24

บทที่ 24 23

21/01/2023

25

บทที่ 25 24

21/01/2023

26

บทที่ 26 25

21/01/2023

27

บทที่ 27 ตอนจบ

21/01/2023