หื่นจริงเพื่อนตัวดี

หื่นจริงเพื่อนตัวดี

Sozenro

5.0
ความคิดเห็น
595
ชม
15
บท

เพราะความเชื่อใจและไว้ใจเรื่องมันจึงเกิด หรือ เพราะความต้องการที่ทั้งสองมีตรงกันอันนี้ก็ไม่อาจรู้ได้

หื่นจริงเพื่อนตัวดี บทที่ 1 เพื่อนตัวดี

เสียงดนตรีดังกระหึ่ม ผู้คนภายในต่างโยกย้ายไปตามจังหวะและเสียงของดีเจซึ่งดังขึ้นเป็นช่วง ๆ หนุ่มสาวออกแรงเต้นชนิดที่ไม่สนใจสายตาของใครต่อใคร

“แกมาช้านะ นารา”

เสียงหนึ่งในเพื่อนสนิทที่โต๊ะดังขึ้น เมื่อนาราดาวเด่นประจำแก๊งมาถึงเพื่อนทุกคนต่างก็หันมามองเธอเป็นตาเดียว

“โทษที พวกแกมากันนานยัง?”

“ก็รอแกแค่คนเดียวนี่ละ ขนาดไอ้ธนาตัวสายประจำแก๊งยังมาก่อนแกเลย คิดเอาเองแล้วกัน”

ข้าวเจ้าพูดขึ้นทันที เมื่อนารานั่งลงตรงที่ยังว่าง ชาวีหันไปสั่งพนักงานให้เอาเครื่องดื่มมาเพิ่มแล้วบทสนทนาของแก๊งเพื่อนรักเพื่อนซี้ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง จะมีแต่ธนาซึ่งยังมองนาราไม่วางตา

“ช่วงนี้ชีวิตพวกแกเป็นไงบ้าง?”

นาราเปิดเรื่องให้เพื่อนแล้วยกเครื่องดื่มขึ้นมาจิบ เพราะนานที่จะรวมตัวกันได้ครบแก๊ง ส่วนมากจะเจอแค่หนึ่งหรือสองคนที่จะว่างตรงกัน

“ของฉันก็เหมือนเดิน ยังไม่มีใครเข้ามา”

คำตอบของข้าวเจ้า มันทำให้ทุกคนหันมองเธออย่างไม่เชื่อสายตา เป็นไปได้ไงที่ตัวแม่ของแก๊งยังไม่มีใคร ราวกับว่าต้องมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นเป็นแน่

“พวกแกมองฉันอย่างนี้หมายความว่าไง”

“ไม่มีใครเข้ามา หรือว่า…แกไม่เอากันแน่” นาราพูดแซวเพื่อนเป็นนัยๆ

“ผิดคาดวะ ฉันคิดว่าแกต้องมีใครก่อนพวกฉันเสียอีก”

เสียงของยูมิตอบแทนเพื่อนทุกคนแล้วเทเครื่องดื่มให้กับชาวี ส่วนธนายังคงมองหน้าของนาราจนชาวีรู้สึกผิดสังเกต

“ไอ้ธนา มึงจะมองนาราอีกนานไหม?”

คำพูดของชาวีทำให้นารารู้ตัวว่าถูกมองอยู่จึงได้หันกลับไปสบตาธนาทันที สายตาที่มองมามันทำเธอรู้สึกว่ามีอะไรแปลกไปจากเพื่อนคนนี้

“มีอะไรติดหน้าฉันหรือ?”

“เปล่า แค่วันนี้เธอดูสวยกว่าทุกครั้งที่เจอ”

กลุ่มแก๊งต่างส่งเสียงโห่ร้องกับคำพูดของธนา ราวกับว่าคำพูดนี้เชื่อถือไม่ได้ นาราหัวเราะชอบใจ เธอเองก็รู้นิสัยของเพื่อนในแก๊งนี้ทุกคนเป็นอย่างดี เอาจริงเธอรู้จักพวกมันมาตั้งแต่ประถมแล้ว จึงไม่คิดจริงจังกับคำพูดนี้เท่าไร

“วันนี้วันดีที่พวกเรามารวมตัวกันครบ ไม่ขาดใครไป” ข้าวเจ้าพูดแล้วยกแก้วขึ้น

“เรามาดื่มกันให้เต็มที่ ไม่เมาไม่กลับ” ชาวีพูดเสริม

“ใช่”

ทุกคนในแก๊งต่างก็ยกแก้วขึ้นแล้วชนจากนั้นทุกคนก็ดื่มหมดแก้ว เว้นแค่ธนาที่ดื่มไปแค่ครึ่งเดียว เมื่อดื่มกันมาได้ระยะหนึ่งยูมิก็เปิดเรื่องขึ้นอีกครั้ง

“ฉัน…ยูมิทั้งสาวทั้งสวย มีดีทุกอย่าง ไม่เคยมีชายใดกล้าเมิน”

“อะไรของแก” ชาวีถามขึ้น

“ฉันถูกผู้ชายคนหนึ่งเมินนะสิ” ยูมิตอบแล้วยกแก้วขึ้นกระดก

“ใครกันกล้าเมินเพื่อนของเรา” นาราถามขึ้น

ทุกคนหันไปสนใจยูมิเป็นตาเดียวกันราวกับว่าในโลกนี้ยังมีผู้ชายที่ตาถั่วอยู่อีกหรือ ไม่ต้องรอให้ยูมิตอบอะไร ทุกคนหันมองตามสายตาที่ยูมิจ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาคนนั้นให้ได้

“ไอ้บาร์เทนเดอร์นั้นใช่ไหม?”

“ใช่!!! ฉันจะตามจีบนายนั้นให้ได้ คอยดู”

ยูมิชี้มือไปทางเขา โดยที่เพื่อนทุกคนก็รู้สึกคุ้นหน้าบาร์เทนเดอร์หนุ่มนั่นเป็นอย่างมากแต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน จึงไม่ได้อะไรมากในเมื่อเพื่อนประกาศออกมาอย่างนั้นจึงได้ปล่อยให้เพื่อนรักคนนี้ทำตามต้องการ

“ไอ้ธนา…แกเลิกกับยัยโนรุยังวะ” ข้าวเจ้าถามเข้าประเด็นทันทีเมื่อนึกออก

“ฉันบอกเลิกเธอไปแล้ว แต่เธอยังตามตื๊อไม่เลิก”

“อะไรวะ เรื่องแค่นี้เอง แกก็หาแฟนใหม่สิ” ชาวีเสนอทางออก

ทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของชาวี เพราะเพื่อนในแก๊งรักกันแบบพี่น้องคอยช่วยเหลือกันราวกับเป็นคนในครอบครัว และรู้ด้วยว่ายัยโนรุทำชั่วอะไรไว้กับธนาเพื่อนของตน แต่เมื่อธนาเลือกที่จะเดินถอยออกมาแล้วจบความสัมพันธ์ จึงไม่มีใครอยากจะยุ่งเกี่ยวกับยัยนั่นอีกจึงได้ปล่อยไป

แต่ถ้าโนรุยังคิดจะมายุ่งยากกับชีวิตของธนาไม่ยอมเลิกราเพื่อนทุกคนในกลุ่มก็พอที่จะจัดการกับยัยนั่นขั้นเด็ดขาด

เสียงดนตรีดังกระหึ่มทำให้คนเพื่อนในกลุ่มแก๊งต่างออกไปเต้น จนตอนนี้ทั้งโต๊ะเหลือแค่นารากับธนาอยู่กันแค่สองต่อสอง ทำให้ทั้งโต๊ะเกิดความเงียบโดยไม่มีใครพูดสิ่งใดออกมาเลยมันทำให้บรรยากาศในตอนนั้นดูอึดอัดจนนาราทนไม่ไหว

“แกจะเอาไงก็พูดมา มองแต่หน้าฉันอยู่ได้”

“ก็ไม่เอาไง”

คำตอบที่ได้ทำให้นาราไปต่อไม่ถูก แต่ธนากลับยิ้มออกมาราวกับว่าการได้แกล้งเธอนั้นเป็นเรื่องสนุกของเขาเสียจริง

“แกไม่ออกไปจีบสาวหรือไง? งานถนัดแกเลยไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่อะ ตอนนี้ฉันยังไม่อยากมีใคร? แต่ถ้าเป็นเรื่องบนเตียงก็อีกเรื่องหนึ่ง”

นั่นไง! เสือไม่ทิ้งลายจริงๆ นาราได้แต่ถอนหายใจกับเพื่อนคนนี้เสียจริง เธอยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมากระดกหมดแก้ว เอาจริงๆช่วงนี้ชีวิตเธอก็มีแต่เรื่องเฮงซวยเข้ามาไม่หยุดหย่อน จะว่าไปชีวิตของใครต่างก็มีปัญหากันทั้งนั้นจะเป็นปัญหาเล็กหรือปัญหาใหญ่ก็อีกเรื่องหนึ่ง

“แล้วแกล่ะช่วงนี้เป็นไง?”

ธนามองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า เขารู้ดีว่าเธอมีเรื่องที่ไม่สบายใจถึงจะเป็นเพื่อนสนิทแต่นาราก็ไม่ยอมเล่าให้ใครฟัง

“แกอย่าทำมาเป็นรู้ดี เลยเอาตัวเองให้รอดก่อน ไอ้ธนา”

คำพูดนั้นเป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่านารามีเรื่องไม่สบายใจจริงๆ เพราะทุกครั้งที่เธอมีเรื่องไม่สบายใจเธอมักจะเฉไฉไปเรื่องอื่นเสมอ

“ตามใจแกก็แล้วกันอยากเล่าก็เล่า ไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า”

นารายกเครื่องดื่มเป็นแก้วที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้จนตอนนี้เธอเริ่มที่จะเมา พอดีกลับที่ข้าวเจ้ากลับมายังโต๊ะ

“แกปล่อยให้ยัยนาราเมาอย่างนี้ได้ยังไงวะ ไอ้ธนา”

ทันทีเมื่อข้าวเจ้าเดินมาถึงโต๊ะแล้วเห็นสภาพนาราซึ่งเมาไม่ได้สติเสียแล้ว จนข้าวเจ้าเหนื่อยใจกับเพื่อนแต่ละคนของเธอจริงๆ

“เดี๋ยวฉันพานารากลับไปเอง”

“ไอ้ธนา แกอย่าคิดทำเรื่องไม่ดีกลับเพื่อนนะเว้ย”

ธนาอุ้มร่างบางของนาราไปยังรถ ดีที่วันนี้เขาไม่ได้ดื่มเยอะ เอาจริงวันนี้เขาดื่มกับเพื่อนแค่แก้วเดียว ทั้งที่เขาเป็นนักดื่มตัวยงแท้ๆ แต่วันนี้กลับไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่อยากจะดื่ม ราวกับว่าเรื่องไม่สบายใจของนารามันกวนใจเขาเป็นอย่างมาก

เมื่อถึงยังคอนโดของนาราเขาพาเธอขึ้นมาถึงหน้าห้อง พยายามถามหากุญแจห้องจากเจ้าตัวแต่กลับเมาไม่ได้สติ จึงทำให้ชายหนุ่มต้องรื้อกระเป๋าของเธอเพื่อหากุญแจ

“แกอยู่ดีๆสิวะ”

ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังหากุญแจอยู่นาราดึงเขาเกือบจะล้มลงไปตรงหน้าห้องแล้ว ถึงอย่างนั้นธนาก็ยังดึงร่างของเธอเอาไว้แล้วหากุญแจต่อไปจนเมื่อได้มันมาเปิดเข้าไปในห้อง ชายหนุ่มพาร่างบางไร้สติของเพื่อนรักตรงไปยังเตียงนอนทันที

“แกนี่ตัวหนักไม่ใช่เล่น” ธนาพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินไปยังห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา

เมื่อออกมาเขาเห็นหญิงสาวพยายามจะถอดเสื้อชั้นในแต่ด้วยตอนนี้เอื้อมมือไปไม่ถึงจนเมื่อเธอเห็นธนา

“นายปลดตะขอให้หน่อย”

ชายหนุ่มทำตามที่เพื่อนขอร้อง แต่ยังไม่ทันไรนาราพลิกตัวกลับมา ริมฝีปากบางก็ประกบเข้ามาทันที เขาที่พยายามจะดันเธอให้ออกห่างแต่มือของเธอเกี่ยวเข้าไปที่ลำคอเขาดึงให้เขาล้มลงไปนอนบนเตียง

“แกจะทำอะไรวะ ยัยนารา”

ไร้การตอบรับจากร่างบาง แต่ตอนนี้เธอขึ้นคร่อมร่างของเขาเอาไว้ ทำให้ธนาเห็นเนินอกขาวผ่านคอเสื้อที่ห้อยลงมา ในตอนนี้เขาเองก็เกิดอารมณ์ขึ้นจนไม่อาจที่จะหยุดมันได้อีกต่อไป

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ Sozenro

ข้อมูลเพิ่มเติม

หนังสือที่คุณอาจชอบ

แอบรักลุงข้างบ้าน

แอบรักลุงข้างบ้าน

w.valai

สาวน้อยที่ขาดความรักความอบอุ่นจากคนในครอบครัวเพราะเป็นส่วนเกินของทั้งพ่อและแม่ หนีมาอยู่กับยายและได้เจอมิตรต่างวัยเป็นชายแก่ข้างบ้านที่มีหัวใจทรุดโทรมจากรอยแผลในอดีต เธอไม่รู้ตัวเลยหรือว่า นอกจากจะแอบมุดรั้วเข้ามาในเคหะสถานกระท่อมชายโฉดโดยพลการแล้ว ยังมุดเข้ามาซุกซนเล่นในหัวใจเหี่ยว ๆ ของเขาอีกด้วย ยิ่งนานวันไปก็อดคิดไม่ได้ว่า เสน่ห์หนุ่มเนื้อหอมที่เคยตกสาวแก่แม่ม่ายมานักต่อนักในอดีตเมื่อยี่สิบปีก่อนของตนจะยังใช้งานได้อยู่ เฮ่อ! นึกแล้วก็ปวดหัวอีกละ อยากขี้เหร๊ อยากขี้เหร่จริง ๆ เลยให้ตายสิ

BAIT NAVA เหยื่อของนาวา(จบ)

BAIT NAVA เหยื่อของนาวา(จบ)

piano_sp

ชีวิตของนักศึกษาปีสี่ที่ทั้งเรียนทั้งทำงานหาเช้ากินค่ำอย่างฉัน "สายลม" ก็วุ่นวายมากพอแล้ว แต่ชีวิตของฉันต้องวุ่นวายมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อฉันเจอกับไอ้โหดหน้านิ่งนั่น "นาวา" ผู้ชายที่มาพร้อมกับรอยสักเต็มตัว เขาเป็นผู้ชายประเภทที่ควรจะหลีกเลี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ทำไมเหมือนยิ่งฉันหนีเขา ผลักไสเขา เขายิ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตฉันมากขึ้นกว่าเดิม ฉันควรจะทำยังไงกับผู้ชายคนนี้ดี ใครก็ได้เอาไอ้เถื่อนนี่ไปจากชีวิตฉันที "ฉันเป็นคนทานง่าย เลี้ยงง่าย อยู่ง่าย ไม่เรื่องมากหรอก เอาแต่ใจนิดหน่อย ไม่ชอบให้ใครขัด" "...." "และตอนนี้ฉันก็โสดด้วย ส่วนเรื่องซิงเสียไปตั้งแต่มอสามแล้ว อยากรู้อะไรอีกไหมฉันยินดีบอกนะ" WHAT!!!

ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ

ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ

เทียนธีรา

เมื่อเด็กที่อยู่ในอุปการคุณของผู้เป็นบิดาทำท่าว่าจะเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นแม่เลี้ยงของเขา ภาคิม วัชรอาชา ผู้ชายที่แสนจะหยิ่งยโสจึงยอมไม่ได้ สู้ให้บิดามีนางบำเรอเป็นร้อยเหมือนกับนางในฮาเร็มของสุลต่านยังจะดีเสียกว่าให้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนั้นมาร่วมสกุล เขาสลัดคู่ควงทุกคนทิ้งแทบจะทันทีแล้วหันมามุ่งมั่นกับการกำจัดว่าที่แม่เลี้ยงและจัดการลงทัณฑ์ผู้หญิงไม่เจียมตัวให้รู้สำนึกว่าอย่างมากเธอก็เป็นได้แค่ ‘นางบำเรอ’ เท่านั้น วิโรษณา ดุษยา เพื่อตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ สาวน้อยไร้เดียงสาจึงต้องยอมตกเป็น ‘เมียบำเรอ’ ของผู้ชายกักขฬะไร้หัวใจโดยไม่ยอมปริปากบ่น และไม่แม้แต่จะเรียกร้องความสมเพชใดๆ จากเขา เพราะรู้ว่าในสายตาของซาตานร้าย ผู้หญิงข้างถนนอย่างเธอมีค่าไม่ต่างอะไรกับขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น “คุณภาคิม ได้โปรดอย่าทำกับปุ้มแบบนี้” “ฉันมีสิทธิ์ลงโทษเธอตามวิธีของฉันวิโรษณา” เสียงเขาแหบกระเส่า วิโรษณาดิ้นอย่างกระสับกระส่าย ทำไมเขาไม่ลงโทษเธอด้วยการเฆี่ยนตี หรือให้อดข้าวอดน้ำ ขังไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันก็ได้ เขาไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนี้ร่างกายของเธอปั่นป่วนและกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยความทรมานอันแสนวาบหวาม ลิ้นร้อนดั่งไฟนาบจุมพิตทั่วทุกอณูเนื้อของดอกไม้แสนฉ่ำหวาน ก่อนจะแทรกลิ้นชื้นเข้าไปรุกรานความอ่อนนุ่มที่นิ้วเรียวของเขาได้สัมผัสมาแล้วก่อนหน้านี้ สาวน้อยพยายามตั้งสติไม่ปล่อยการกระทำไปตามอารมณ์เร่าร้อนที่กำลังรู้สึกอยู่ แต่ลิ้นอุ่นจัดของคนแสนชำนาญก็แทรกลึกเข้าไปในความอ่อนนุ่มกลางกายด้วยจังหวะอันร้ายกาจอย่างไม่หยุดหย่อน ใบหน้าสวยแดงซ่านด้วยอารมณ์ร้อนแรง มือเล็กจิกลงบนที่นอนและขยุ้มจนยับย่นเพื่อระบายความซ่านสยิวที่กำลังโรมรันกายสาวอย่างหน่วงหนัก ร่างบางกระตุกไหว คิ้วสวยขมวดนิ่วด้วยอารมณ์สะท้านซ่าน หลงใหลไปกับสัมผัสของเขาจนเผลอยกสะโพกขยับไปมาเบาๆ ปลายลิ้นหนาลากถูไถขึ้นลงตามกลีบกุหลาบแสนสวยที่เปียกชุ่มไปด้วยความฉ่ำหวาน สองขาเรียวสั่นระริกๆ เมื่อชายหนุ่มเริ่มออกแรงกดปลายลิ้นแตะต้องแรงขึ้น

เมียเก็บมาเฟีย

เมียเก็บมาเฟีย

เนื้อนวล

"ฉันจะนอนกับคุณทุกที่ ทุกเวลา และทุกครั้งที่คุณต้องการ เพื่อแลกกับอิสรภาพของพ่อฉัน" "แล้วถ้าผมไม่ตกลงล่ะ" ในที่สุดเขาก็พูดออกมาจนได้ ยาหยีก้มหน้าซ่อนความเจ็บช้ำเอาไว้จนมิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้งและพูดออกไปเสียงแผ่วเบา "ฉันจะให้คุณดูสินค้าก่อนก็ได้...แล้วค่อยตัดสินใจ" เมื่อบิดาของตนเป็นโจรขโมยเพชรล้ำค่าของตระกูลมาเฟียที่ยิ่งใหญ่แห่งกรุงมอสโค ยาหยี จำต้องโยนศักดิ์ศรีของตัวเองทิ้งแล้วกลายเป็นหญิงไร้ยางอายเพื่อให้บิดารอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชอย่างเขา ทางเลือกเพียงทางเดียวที่มีคือยอมพลีกายให้ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าหล่อเหลาในสามโลกได้เชยชม สาวพรหมจรรย์อย่างหล่อนแทบขาดใจตายเพราะบทพิศวาสเร่าร้อนรุนแรงที่ไม่เคยได้พานพบ ความวาบหวามครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขามอบให้ทำให้ยาหยีคลั่งไคล้ในรสสิเน่หา กายสาวร่ำร้องโหยหาแต่เขาเพียงผู้เดียว หากภายในใจก็ต้องคอยย้ำเตือนตนเองไว้ว่า หล่อนก็เป็นได้แค่ของเล่นชั่วคราว สักวันพอเขาเบื่อ ก็จะถูกเขี่ยทิ้งอย่างไร้ความปรานี!! จากที่คิดจะตามไล่ล่าเด็ดหัวคนทรยศให้แดดิ้นไปต่อหน้า คอร์เนล ซีร์ยานอฟ เจ้าพ่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการโทรคมนาคมในประเทศรัสเซีย ก็เปลี่ยนเป้าหมายทันทีเมื่อได้เจอสาวน้อยนัยน์ตากลมหวานซึ้ง ใบหน้าหวานๆ ส่งผลให้เขาต้องการอยากครอบครองหล่อนแทบคลั่ง คอร์เนลมั่นใจว่ามันจะมีผลกับร่างแกร่งได้ไม่นานหรอก เพราะสำหรับเขา ผู้หญิงคือวัตถุทางเพศเคลื่อนที่ได้เท่านั้น เพียงได้ลิ้มลองแค่ครั้งเดียว เขาก็ไม่เคยหันกลับไปกินของเก่าอีก แต่ทฤษฎีนี้กลับใช้ไม่ได้ผลกับหล่อน ให้ตายสิ! เขาไม่เคยรู้สึกติดใจผู้หญิงรุนแรงขนาดนี้มาก่อน คอร์เนลหลงใหลเนื้อนุ่มจนกลายเป็นเสพติด ทั้งที่ความยโสโอหังของบุรุษเลือดเย็นเยี่ยงเขาพยายามบอกกับตนเองว่า เขายังเชยชมร่างงามไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่สูญเสียไป แต่ภายในใจลึกๆ กลับตะโกนก้องสวนทางออกมาว่า เขาขาดเธอไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว!!

ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า

ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า

หมอนบนโซฟา

ในเมื่อเป็นเพียงองค์หญิงที่เกิดจากสนม แล้วต้องถูกกดขี่เช่นนี้ ข้าจะทำทุกอย่างให้ไปอยู่จุดที่สูงกว่า มีอำนาจมากกว่า แม้แต่เสด็จพ่อก็ต้องไว้หน้าข้าส่วนหนึ่ง เรื่องย่อ : จวิ้นซิงเยียน องค์หญิงอันดับสี่ของราชวงศ์จวิ้น ที่ประสูติจากสนมขั้นกุ้ยเฟย แม้จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น แต่ก็มิมากไปกว่าเหล่าพี่น้องที่ประสูติจากฮองเฮาหรือสนมขั้นหวงกุ้ยเฟย นางและน้องสาวจึงถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ และนั่นเป็นบ่อเกิดของความเคียดแค้นและทะเยอทะยาน "หากมิอยากถูกกดขี่ ก็กระทำตนให้สูง" นั่นเป็นคำสอนที่จวิ้นซิงเยียน ยึดถือมาโดยตลอด และนางจะทำให้ แม้แต่องค์กษัตริย์ของแผ่นดินคิดจะทำสิ่งใดก็ต้องไว้หน้านางอยู่บ้าง จวิ้นซิงเยียน x ชายเสเพลผู้หนึ่ง “อย่ากระทำตน เช่นคนอดอยากปากแห้งหน่อยเลย ข้ารู้ว่าเจ้าเข้าหอนางโลมบ่อยยิ่งกว่าเข้าห้องสุขาเสียอีก” “ถ้าเป็นถ่ายหนักก็ใช่อยู่ แต่หากถ่ายเบา ข้าเข้าห้องสุขาบ่อยกว่าเข้าหอนางโลมนะ”

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ