บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 5

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 5

Ocean Books

5.0
ความคิดเห็น
2.7K
ชม
22
บท

อานนท์ ชายหนุ่มโสดอายุ 25 ปี หน้าตาดาษดื่น เติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าอุ่นไอรัก อาชีพหลักคือการขายอาหารตามสั่งในฟู๊ดเซนเตอร์ห้างดัง อาชีพรองเป็นผู้ช่วยนักเขียนนิยาย รับจ้างหาข้อมูลต่าง ๆ ส่งให้กับนักเขียน งานไหนได้เงิน อานนท์ทำทั้งหมด ในวันหยุดยาว กลางวันนอกจากต้องไปยืนทำอาหารตามสั่ง กลางคืนยังต้องมานั่งหาข้อมูลส่งให้ผู้ว่าจ้างงานด่วนอีก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ วิญญาณจึงบ๊ายบายจากโลกเก่า ไปเกิดใหม่ในร่างของจางอี้หมิง บุตรชายตัวน้อยอายุ 5 ขวบของบัณฑิตจาง ที่ถูกบ้านหลักมอบหนังสือแยกบ้าน พร้อมขับไล่ครอบครัวให้มาอยู่บ้านนอก อุตส่าห์ได้กลับมาเกิดใหม่ทั้งทีในครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ แม่ และย่าตามที่อานนท์เคยฝันไว้ แต่ทำไมถึงแถมความยากจนมาให้เขาด้วย ชาติก่อนก็สู้ชีวิตจนตาย มาชาตินี้ชีวิตสู้กลับยิ่งกว่านิยายที่เขาเคยอ่านเสียอีก  นี่สินะ!!! ของฟรีไม่มีในโลก มันต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนกันอย่างสมน้ำสมเนื้อ

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 5 บทที่ 1 น้ำมันลูกหนาม

ในเช้าวันถัดมา ณ เรือนหลักของเถ้าแก่หลินไห่ ทุกคนต่างนั่งกินอาหารมื้อเช้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง

บรรยากาศช่างชื่นมื่น มีแต่รอยยิ้มและความสดใส อากาศก็ช่างเป็นใจ บนท้องฟ้าไร้ซึ่งร่องรอยของเมฆฝนมีเพียงเมฆสีขาวลอยละล่องไปบนท้องฟ้า สายลมเอื่อย ๆ พัดผ่านทำให้อากาศไม่ร้อนไม่หนาวกำลังดี

“หมิงหมิงน้อย หากกินข้าวเสร็จแล้วเจ้ามีเหตุอันใดให้ทำหรือไม่ในวันนี้” หลินไห่เอ่ยถามหลานชายตัวน้อยเมื่อเห็นว่าทุกคนกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังดื่มชาล้างปากกันอยู่

“ท่านปู่ ข้าว่าจะถามท่านปู่อยู่พอดีขอรับ ข้าว่าจะขอยืมตัวท่านลุงอู๋สักหนึ่งชั่วยามได้หรือไม่ขอรับ” จางอี้หมิงถามกลับไปแทนคำตอบ

“หมิงเอ๋อร์ ลูกจะให้ท่านลุงอู๋ทำอันใดให้หรือ” จางอี้เทาเอ่ยถามบุตรชายด้วยความสงสัย

“ท่านพ่อ ข้าจะให้ท่านลุงอู๋ไปสอนการทำอาหารจากน้ำมันลูกหนามให้ชาวบ้านดูขอรับ แต่เพียงแค่วันนี้เท่านั้น วันต่อไปก็ให้พี่ชายหมินไปทำแทนได้ขอรับ อีกอย่างข้าอยากขอใช้เหลาซิ่งฝูเป็นสถานที่สอนการทำอาหารด้วยขอรับ เหตุเพราะว่าที่เหลาซิ่งฝูมีอุปกรณ์การทำครัวครบครัน อยู่ใจกลางเมืองไห่ถัง

ยิ่งในช่วงนี้มีชาวบ้าน คหบดี เศรษฐีจากทั้งในเมืองไห่ถังเองและเมืองรอบ ๆ มาเที่ยวชมเทศกาล ข้าหวังจะใช้โอกาสนี้ทำการประชาสัมพันธ์สินค้าของกลุ่มการค้าหลัวถงขอรับ”

“หมิงหมิงน้อย เจ้าช่างฉลาดหลักหลักแหลมเสียจริง เจ้าคงหวังให้ชาวบ้านรู้สึกว่าตนเองไม่ไร้ซึ่งฐานะใช่หรือไม่ คิดดูสิ ได้พ่อครัวที่ชนะการประกวดจนทำให้ได้เป็นเหลาอาหารอันดับหนึ่งของเมืองมาสอนการทำอาหารเช่นนี้ ใครจะมิอยากมาเรียน และที่สำคัญไม่มีการหวงวิชาด้วยนอกจากนี้เหลาซิ่งฝูจะได้มีชื่อเสียงจากความใจดีในครั้งนี้ กลุ่มการค้าหลัวถงก็จะเป็นที่รู้จักไปทั่วเมืองเนื่องจากความใจดีในการเปิดรับคู่ค้าด้วย ความคิดนี้ช่างล้ำลึก ล้ำลึกจริง ๆ”

เถ้าแก่หลินไห่ถึงกับกล่าวชมหลานชายตัวน้อยเสียใหญ่โต จางอี้

หมิงได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เรื่องเพียงเท่านี้ใคร ๆ ก็คิดได้หรือไม่ แต่ช่างเถอะ หากท่านปู่มีความสุขเขาเองก็มีความสุขด้วยเช่นกัน

“ท่านปู่ ท่านพ่อ ในตอนกลางวันพวกเราทำการค้า ส่วนในตอนหัวค่ำ ข้าขอให้ท่านปู่ส่งพี่ชายอาคุนไปรับท่านพี่ซูลี่กับพี่ชายหมิงเย่ที่หมู่บ้านหลัวถงให้มาเที่ยวงานเทศกาลกับข้าได้หรือไม่ขอรับ ข้าคิดถึงพวกพี่ชายพี่สาวยิ่งนัก” จางอี้หมิงออดอ้อนจางอี้เทาและท่านปู่ เพราะตั้งแต่เตรียมตัวสำหรับทำอาหารเพื่อเข้าแข่งขัน เขาก็ไม่มีเวลาได้เที่ยวเล่นกับซูลี่และหมิงเย่เลย

ในตอนนี้ทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว เขาก็อยากใช้ชีวิตเป็นเด็กน้อยที่ไม่ต้องรับผิดชอบอันใดให้ยุ่งยากมากมายในช่วงงานเทศกาลนี้บ้าง

“ปู่อนุญาต แต่ว่าบิดามารดาครอบครัวของเพื่อนเจ้าเขาจะอนุญาตหรือไม่เล่า” หลินไห่เอ่ยถาม

“เช่นนั้นข้าจะไปรับเด็กสองคนนั้นมาเอง พี่ชายเย่คงไม่ว่าอันใด เอ้อ! ท่านพ่อบุญธรรมขอรับ หากว่าท่านพี่เย่กับครอบครัวต้องการมาเที่ยวในตัวเมืองช่วงเทศกาลด้วย พวกเขาพอจะพักที่เรือนของท่านพ่อบุญธรรมได้หรือไม่ขอรับ ข้าเกรงว่าที่โรงเตี้ยมคงไม่มีห้องว่างเป็นแน่” จางอี้เทาเห็นว่าทางบ้านซุนก็ทำงานหนักมาตลอดทั้งปี เห็นสมควรได้มาเที่ยวพักผ่อนหย่อนกายด้วยจะเป็นการดี จึงได้เอ่ยถามขึ้นด้วยความเกรงใจ

“อาเทา เหตุใดจะไม่ได้เล่า เรือนของข้าก็มีห้องให้พักอีกตั้งมากมาย อีกอย่างพวกเขาก็ดีต่อพวกเจ้าถึงเพียงนี้ ถือเสียว่าข้าได้ตอบแทนบุญคุณบ้านซุนก็แล้วกัน”

หลินไห่เอ่ยอนุญาต เขารับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับบ้านซุนมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าบ้านจางจะตอบแทนบุญคุณไปแล้ว แต่ก็ดั่งคำที่พระท่านได้กล่าวไว้ บุญคุณตอบแทนทั้งชีวิตก็ไม่มีวันหมด คนกตัญญูถึงจะรุ่งเรือง

“ท่านพ่อ รถม้าของเหลาซิ่งฝูคันเดียวคงนั่งกันมาไม่หมดแน่ ไหนจะสัมภาระอีก เช่นนั้นก็ขอให้รถม้าจวนอ๋องไปด้วยอีกคันเถอะขอรับ ท่านพ่ออย่าลืมบอกท่านปู่ถงและท่านลุงเย่ว่าให้มาเที่ยวจนหมดเทศกาลเลยนะขอรับ หลังจากนี้พวกเราต้องทำงานหนักขึ้นมากเพราะข้าจะเปิดรับคู่ค้าเพิ่มมากขึ้นขอรับ ให้พวกเขามาเที่ยวพักผ่อนก่อนกลับไปทำงานใหญ่ก็เป็นความคิดที่ดียิ่ง”

อี้หมิงมิวายเอ่ยกำชับบิดาเรื่องรถม้าอีกคัน ซึ่งจางอี้เทาเห็นด้วยและเขาจะดำเนินการทันทีที่กินข้าวเสร็จ

“หมิงหมิงน้อย เช่นนั้นเจ้าก็ไปทำธุระกับท่านปู่เถิด แต่ขอให้กลับมาเรือนไวหน่อยได้หรือไม่ ย่าใหญ่มีชุดใหม่เตรียมไว้ให้เจ้าเพื่อสวมใส่ไปเดินเที่ยวชมงานในคืนนี้ หวังว่าเด็กน้อยเพื่อนเจ้าอีกสองคนคงมาเวลาเดียวกัน เดี๋ยวย่าใหญ่จะไปเตรียมชุดไว้ให้เด็กสองคนนั้นด้วย” ตู้จินเหมย

กล่าว นางเองก็ไม่ยอมน้อยหน้าสามี แต่นางเป็นเพียงสตรีคงทำได้เพียงเท่านี้

“หากกินอิ่มแล้ว พวกเราก็เตรียมตัวไปกันเถอะ วันนี้ปู่จะทำพิธีขึ้นป้ายเหลาอาหารอันดับหนึ่งด้วย เสร็จแล้วเราก็ค่อยเปิดสอนการทำอาหารจากน้ำมันลูกหนาม เช่นนี้ดีหรือไม่” หลินไห่ถามเด็กน้อยคนสำคัญของบ้าน

“ดีที่สุดขอรับท่านปู่”

“เช่นนั้นย่ากับแม่ของเจ้าจะไปช่วยท่านย่าใหญ่เตรียมชุดสวย ๆ ไว้สำหรับทุกคนในคืนนี้และเตรียมอาหารอร่อยๆ ไว้รอทุกคนดีหรือไม่” นางหูเสนอสิ่งที่ตนจะทำระหว่างวันขึ้นมาบ้าง

“ดียิ่งขอรับท่านย่า แต่ข้าขอเป็นชุดสีแดงนะขอรับ สีอื่นข้าไม่เอา” จางอี้หมิงต่อรองด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ส่งผลให้ผู้ใหญ่ทุกคนหัวเราะกับความน่ารักของเขา เพราะทุกคนต่างก็รู้ว่าเด็กน้อยตรงหน้าชื่นชอบสีแดงเป็นที่สุด

วันนี้หน้าเหลาอาหารซิ่งฝูคึกคักกว่าครั้งไหนๆ เถ้าแก่หลินไห่ อู๋เจ๋อ อู๋หมิน ซีฮัน พ่อครัวรวมถึงคนงานทั้งหมดกำลังขะมักเขม้นและยืนส่งเสียงบอกให้คนงานที่กำลังขึ้นป้าย

‘เหลาอาหารอันดับหนึ่งของเมืองไห่ถัง’

ที่ได้รับมาจากการแข่งขันการทำอาหารเมื่อวานนี้ด้วยความสนุกสนานและมีความสุข ในที่สุดแล้ว...ความฝันของพวกเขาก็เป็นจริงเสียทีหลังจากที่รอมาหลายขวบปี

“เจ้าบื้ออาเหิง ขยับไปทางซ้ายหน่อย”

“ไม่ ไม่ ข้าว่ามันต้องขยับขึ้นทางด้านขวานะ”

“พวกเจ้าตาเสียหรือเช่นไร ป้ายมันเอียงไปทางขวาต่างหากเล่า”

และอีกหลายคำบอก จนทำให้อาเหิงที่กำลังขึ้นป้ายอยู่นั้นเหงื่อตกกับคำของเหล่าเพื่อนร่วมงาน เขาไม่รู้จะทำตามผู้ใด เถ้าแก่หลินไห่เห็นว่าชักจะเลยเถิดไปแล้วจึงได้สั่งให้หยุดเล่นเสียที

“พอ ๆ พวกเจ้าก็เป็นเช่นนี้ ไปแกล้งอาเหิงทำไม อาเหิง...เจ้าก็รู้ว่าพวกเขาแกล้งเจ้า แล้วก็ยังจะไปทำตามอีก พวกเจ้าหาใช่เด็กน้อยไม่” เถ้าแก่หลินเอ่ยเตือนเสียงเข้ม แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเถ้าแก่หลินแกล้งทำเสียงดุไปเช่นนั้นเอง เพราะใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“มิเป็นไรขอรับเถ้าแก่ หากพวกเขาแกล้งข้าแล้วมีความสุขก็ไม่เป็นไร ทำเช่นไรได้ พวกเรากำลังมีความสุข ลำบากขึ้นมาอีกนิดหน่อยก็หาได้เป็นอันใดไม่ขอรับ ข้ารู้ว่าพวกเขาแค่หยอกเย้าข้าเล่นเพียงเท่านั้น”

อาเหิงตอบเถ้าแก่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงสดใส หาได้มีความขุ่นเคืองในการกระทำของเพื่อนร่วมงานไม่

“หึ เจ้าก็เป็นเสียเช่นนี้ พวกนั้นถึงได้ใจ”

“โธ่ เถ้าแก่ขอรับ พวกเราแค่เย้าอาเหิงเล่นเพียงเท่านั้นเองขอรับ พวกเราออกจะรักอาเหิงถึงเพียงนี้ จริงหรือไม่อาเหิง” คนงานเหลาอาหารซิ่งฝูเอ่ยบอกเถ้าแก่หลินและหันไปถามอาเหิงอย่างหยอกเย้า

“อือ”

“เอ้ เถ้าแก่ขอรับ เหตุใดเหลาเฟิงฟู่ถึงได้เงียบเช่นนั้นเล่าขอรับ ช่วงเทศกาลเช่นนี้เหตุใดถึงปิดเหลาเล่าขอรับ” อู๋หมินเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย หลังจากที่ขึ้นป้ายเหลาอาหารอันดับหนึ่งเสร็จสิ้นแล้ว เขาถึงได้สังเกตเหลาอาหารตรงข้ามที่เงียบสนิท

“หึ สมควรปิดเหลาไปเสียได้ก็ดีแล้วอาหมิน ข้าสังเกตเห็นมาตั้งแต่เช้าแล้วจึงไปสืบมา ได้ความว่าเหล่าคนในตระกูลเการู้สึกอับอายขายหน้ากับการกระทำของเถ้าแก่เกา จนเขาถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้นำตระกูลและถูกขับไล่ออกจากตระกูลด้วย เห็นว่าผลการตัดสินจะเป็นเช่นไร เถ้าแก่เกาก็มิเกี่ยวข้องกับตระกูลเกาแล้ว”

ซีฮันเอ่ยด้วยน้ำเสียงแค้นเคือง เขายังจำคำดูถูกเหยียดหยามที่ตนเองได้รับมาตลอดหลายปีมานี้ได้ดี

“เฮ้อ เหตุใดถึงใจร้ายต่อกันเช่นนี้ มิใช่ว่าเพราะเถ้าแก่เกาหรอกหรือ

คนในตระกูลเกาจึงได้อยู่อย่างสุขสบายมาจนถึงทุกวันนี้ ทำผิดเพียงครั้งถึงกับทอดทิ้งตัดขาดขับไล่ออกจากตระกูล เหตุใดมิคิดถึงช่วงที่ทำความดีความชอบแต่เก่าก่อนบ้าง”

เถ้าแก่หลินได้แต่เอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา เขาเองรู้สึกสงสารเถ้าแก่เกาไม่น้อย ทั้งสองขับเคี่ยวแข่งขันกันมาทั้งชีวิต อยู่ดี ๆ อีกฝ่ายพลาดพลั้งเดินทางผิดจึงตกใจไม่น้อย ยิ่งเมื่อได้มารับฟังจุดจบของคนที่เคยแข่งขันกันมา เขาก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ แต่คงช่วยอันใดมิได้เพราะคดีฆ่าคนตายเป็นโทษหนักนัก

ทว่าเถ้าแก่หลินยังมิทันหายจากอาการเสียใจ เขาก็ได้ยินเสียงเล็ก ๆ เรียกชื่อตนเองมาแต่ไกล

“ท่านปู่ ท่านปู่ขอรับ ข้ามาแล้ว”

เป็นจางอี้หมิงที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา หลังจากที่เด็กน้อยกระโดดลงจากรถม้าของร้านเถ้าแก่หวังและเอ่ยขอบคุณไปครั้งหนึ่งที่มาส่งเขาถึงเหลาอาหารซิ่งฝู

“หมิงหมิงน้อย อย่าวิ่ง ระวังหกล้ม” หลินไห่เอ่ยเตือนเด็กชายด้วยความร้อนรน

“โอ๊ะ อ้า” จางอี้หมิงแกล้งทำท่าทางจะล้มลงก่อนจะวิ่งอย่างมั่นคงมาหาปู่ของตนพร้อมรอยยิ้ม

“เห็นไหมขอรับ ข้าไม่ล้ม ข้าแค่วิ่งแก้เมื่อย นั่งรถม้ามามันช่างเหนื่อยยิ่งนัก”

“นี่แน่ะ แกล้งให้ปู่ตกใจเล่น เป็นสิ่งที่เจ้าสมควรทำเช่นนั้นหรือ” เถ้าแก่หลินดีดหน้าผากหลานชายไปเบา ๆ หนึ่งที

“โธ่ ท่านปู่ ท่านช่างไม่มีอารมณ์สุนทรีเอาเสียเลย”

“พอ ๆ พอได้แล้ว ไปพบเถ้าแก่หวังแล้วเป็นอย่างไรบ้าง” เถ้าแก่หลินเอ่ยถามหลานชายหลังจากที่ทั้งคู่และคนงานกำลังเดินกลับเข้าไปในเหลาอาหารซิ่งฝู

“ไม่มีปัญหาขอรับ เถ้าแก่หวังเข้าใจดี ช่วงยามบ่ายพวกเราก็เปิดเหลาสอนทำอาหารได้เลยขอรับ” จางอี้หมิงตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง เขาชอบความรู้สึกตอนนี้เสียจริง อะไรก็เริ่มลงตัว เด็กน้อยหวังว่าจะมีช่วงเวลาเช่นนี้ไปนาน ๆ

เมื่อถึงเวลาตามที่ตกลงกันไว้ อู๋เจ๋อและอู๋หมิน รวมทั้งพ่อครัวทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันก็มาตั้งโต๊ะอยู่หน้าเหลาอาหารซิ่งฝูเพื่อเปิดสอนการทำอาหารจากน้ำมันลูกหนาม ชาวบ้านที่มาเที่ยวงานและที่อาศัยอยู่ในเมืองไห่ถังต่างก็ให้ความสนใจ พวกเขามาร่วมชมการสาธิตการทำอาหารด้วยรายการอาหารง่าย ๆ ที่แม้แต่คนที่ว่ายากจนที่สุดก็ทำได้ ขอเพียงมีไข่เท่านั้น

นอกจากจะได้เรียนการทำอาหารแล้ว ชาวบ้านยังได้น้ำมันลูกหนามไปคนละไห จางอี้หมิงเป็นคนออกความคิดนี้ โดยมีเถ้าแก่หวังเป็นคนขนไหน้ำมันลูกหนามมาส่งให้ที่เหลาอาหารตามที่อี้หมิงได้ไปคุยไว้ในตอนเช้าวันนี้นั่นเอง

จางอี้หมิงเอาหลักการประชาสัมพันธ์สินค้ามาจากโลกยุคปัจจุบัน เขาเห็นบรรดาเคาท์เตอร์ชิมอาหารตามห้างต่าง ๆ ที่สอนการทำอาหารและมอบวัตถุดิบไปให้ทดลองมามากมาย เขาจึงอาศัยชื่อเสียงเหลาอาหารอันดับหนึ่ง พ่อครัวอันดับหนึ่ง และวิธีการทำอาหารที่แปลกใหม่ ทำง่าย ทั้งยังประหยัดเวลาและเงินมาร่วมด้วย เช่นนี้แล้วเหตุใดชาวบ้านจะมิชอบใจเล่า

นอกจากนี้จางอี้หมิงยังเปิดให้ผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าเพื่อขายออกไปทั้งในเมืองไห่ถังเองและต่างเมืองได้มาลงชื่อเพื่อร่วมเป็นคู่ค้าในอนาคต ซึ่งจะทำการพูดคุยกันหลังจบงานเทศกาลไปแล้ว

จางอี้หมิงยืนดูอู๋เจ๋อที่ต้องตอบคำถามชาวบ้านคนแล้วคนเล่าจนต้องเรียกหาน้ำดื่มแล้วก็ได้แต่ยืนขำท่าทางของท่านลุงอู๋อยู่คนเดียว

แต่สงสัยกรรมจะตามสนองเขาเร็วทันตาไปเสียหน่อย บรรดาพ่อค้าเมื่อเห็นว่าเด็กชายยืนอยู่คนเดียวก็เข้ามารุมถามคำถามจากเขามิต่างกันกับท่านลุงอู๋ ส่งผลให้อู๋เจ๋อที่อธิบายอยู่คนเดียวมานานถึงกับระเบิดหัวเราะขึ้นมาอย่างมีความสุข

จางอี้หมิงได้แต่ยิ้มแห้งแล้วตอบคำถามไปเรื่อยๆ แม้จะเป็นเพียงเด็กน้อยแต่ก็เป็นผู้คิดค้นการทำอาหารแบบใหม่นี้ขึ้นมาจึงทำให้มีผู้คนมากหน้าหลายตาเข้ามารุมเขามากกว่าท่านลุงอู๋เจ๋อเสียอีก

แค่ยืนขำท่านลุงอู๋เพียงเดี๋ยวเดียว ทำไมถึงมีคนมารุมเขามากกว่าได้เสียล่ะ นี่สินะที่เขาว่าหัวเราะทีหลังดังกว่า เพราะเสียงหัวเราะของท่านลุงหัวหน้าพ่อครัวดังไกลไปสามบ้านแปดบ้านจริงๆ

โธ่...แกล้งใครทีไร ผลกรรมย้อนกลับมาไวทุกที จางอี้หมิงหัวจะปวด

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ Ocean Books

ข้อมูลเพิ่มเติม
สุดที่รักของกันต์ธี

สุดที่รักของกันต์ธี

โรแมนติก

5.0

เรื่องราวนี้ได้เริ่มจากการที่ “ที่รัก” สาวสวยพนักงานใหม่ ตกลงยินยอมแกล้งเป็นแฟนปลอม ๆ ให้ “กันต์ธี” ประธานบริษัทหนุ่มสุดหล่อมาดนิ่ง เจ้าของธุรกิจมากมายรวมทั้งบริษัทที่เธอได้ทำงานอยู่ แต่จากแค่แกล้งเป็นแฟนปลอม ๆ หลายสิ่งหลายอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อทั้งคู่เริ่ม “แอบมีใจให้กัน” เพราะตอนที่ใช้เวลาร่วมกันนั้นได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย ทั้งวายป่วงน่าปวดหัว สนุก มีความสุข และอบอุ่นหัวใจ แต่ด้วยเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ในตอนต้น ด้วยสถานะทางสังคมที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง พวกเขาจะกล้าก้าวข้ามเส้นความแตกต่างนั้นหรือไม่? ความรักของทั้งสองจะก่อเกิดขึ้นมาได้จริงหรือ?

สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ

สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ

โรแมนติก

5.0

สวี่กงเหมย บุตรสาวบุญธรรมของปรมาจารย์หมื่นพิษ ต้องคอยเป็นผู้ดูแลและปรุงยาให้กับเขา ท่านแม่ทัพแห่งแดนเหนือ ตั้งแต่อยู่บนหุบเขาหมื่นพิษ แล้วยังต้องตามไปดูแลถึงชายแดนเหนือและในเมืองหลวงจนกว่าจะครบหนึ่งปี เซวียนจางหย่ง แม่ทัพแห่งชายแดนเหนือ ผู้ที่มีศักดิ์และฐานะอันสูงส่ง ในชีวิตนี้ คุณหนูนางใด หญิงสาวคนไหน ที่ว่ามีความเพียบพร้อมในทุกด้าน ตัวเขากลับมิเคยชายตาแล แต่คงใช้ไม่ได้กับสาวน้อยบ้านป่าคนนี้ เจอกันครั้งแรกนางก็หมายยิงเขาด้วยธนูเสียเเล้ว จากนั้นตัวเขาและนางก็กลายเป็นเหมือนน้ำมันกับไฟ ถึงแม้นางจะกลั่นแกล้งเขาไว้มากน้อยเพียงไหนในตอนที่อยู่ในหุบเขาหมื่นพิษ เขากลับมิเคยโกรธ และไม่รู้ว่านานเพียงใด ที่ไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่น สายตาของเขาก็มีไว้เพียงมองนางเท่านั้น

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 2 (จบ)

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 2 (จบ)

โรแมนติก

5.0

สูงศักดิ์ดั่งจักรพรรดิ หรือสามัญชนเช่นบัณฑิต ล้วนถูกพิชิตด้วยภรรยาตัวน้อย สามีจวนอื่นข้านั้นไม่รู้ แต่สองอาหลานราชวงศ์จิ่งล้วนถูกภรรยากลั่นแกล้ง ชุนเสี่ยวป๋าย จะให้ทำอย่างไรได้เล่า บัณฑิตเฒ่าผู้นั้นมิเคยมีท่าทีพึงใจในสตรีนางใด หากชุนเสี่ยวป้ายเฝ้ารอให้เขาเข้ามาทำความรู้จักนางเองแล้วนั้นคงไม่มีวันได้ครองรักกันแน่ ดังนั้นนางจึงต้องบอกกล่าวด้วยตัวเองเสียเลย บัณฑิตเฒ่าผู้แสนหล่อเหลาเจ้าคะ ข้าจะไปเกี้ยวท่านเอง... อู่ซุนต้าเอ้อร์ นางถูกเขาจับพลิกแพลงตะแคงคว่ำอยู่นาน เขาก็ยังมิยอมสงบ พายุรักโหมกระหน่ำดูดแรงกายของอู่ซุนต้าเอ่อร์จนแทบหมดสิ้น ทนแทบมิไหว พลั่ก!! โครม!! รู้ตัวอีกทีทั้งห้องก็เงียบสงัดไร้เสียงหอบกระเส่าและครวญครางเหมือนเมื่อครู่ ร่างเปลือยเปล่าล่อนจ้อนของจักรพรรดิน้อยลงไปกองอยู่ข้างตั่งเตียงโดยมีปลายเท้าของนางยื่นออกไป เหลียนไช่ บัณฑิตเหลียนไช่ซุกไซร้ลำคอขาวของภรรยา เขาสูดดมและขบเม้ม ไล้มือไปทั่วกายนุ่มของนางอย่างหลงใหล มิไหวแล้ว... เขามิอาจทนความน่ารักของชุนเสี่ยวป๋ายได้อีกแล้ว.... “ข้าพลาดแล้วจริงๆ ที่สัญญาว่าจะอ่อนโยนกับเจ้า” จิ่งซานหวง “มิใช่ว่าหม่อมฉันต้องปรนนิบัติพระองค์เหมือนสามีภรรยาหรอกหรือเพคะองค์จักรพรรดิ” “ก็มิใช่ว่าข้าให้เจ้าปรนนิบัติอยู่หรอกหรือ” เขาว่าพลางหลับตาลงไม่อยากมองหน้าสนมโจว นางจึงต้องจำใจอ่านตำราให้เขาฟังอย่างเสียมิได้ คิดมิถึงว่าจักรพรรดิน้อยจะหาทางหลบเลี่ยงการร่วมเตียงกับนางจนได้ ล่วงรู้ไปถึงไหนอับอายไปถึงนั่น ท่ามกลางความซ่านเสียวอู่ซุนต้าเอ่อร์ก็อดถอนใจให้กับตนเองมิได้ คราแรกคิดว่าคืนนี้นางจะได้นอนสบายมิต้องโดนเขาเคี่ยวกรำอยู่แล้วแท้ ๆ แล้วเหตุใดนางจึงยังถูกเขาจับกินได้อีกเล่า!!

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1

โรแมนติก

5.0

สูงศักดิ์ดั่งจักรพรรดิ หรือสามัญชนเช่นบัณฑิต ล้วนถูกพิชิตด้วยภรรยาตัวน้อย สามีจวนอื่นข้านั้นไม่รู้ แต่สองอาหลานราชวงศ์จิ่งล้วนถูกภรรยากลั่นแกล้ง ชุนเสี่ยวป๋าย จะให้ทำอย่างไรได้เล่า บัณฑิตเฒ่าผู้นั้นมิเคยมีท่าทีพึงใจในสตรีนางใด หากชุนเสี่ยวป้ายเฝ้ารอให้เขาเข้ามาทำความรู้จักนางเองแล้วนั้นคงไม่มีวันได้ครองรักกันแน่ ดังนั้นนางจึงต้องบอกกล่าวด้วยตัวเองเสียเลย บัณฑิตเฒ่าผู้แสนหล่อเหลาเจ้าคะ ข้าจะไปเกี้ยวท่านเอง... อู่ซุนต้าเอ้อร์ นางถูกเขาจับพลิกแพลงตะแคงคว่ำอยู่นาน เขาก็ยังมิยอมสงบ พายุรักโหมกระหน่ำดูดแรงกายของอู่ซุนต้าเอ่อร์จนแทบหมดสิ้น ทนแทบมิไหว พลั่ก!! โครม!! รู้ตัวอีกทีทั้งห้องก็เงียบสงัดไร้เสียงหอบกระเส่าและครวญครางเหมือนเมื่อครู่ ร่างเปลือยเปล่าล่อนจ้อนของจักรพรรดิน้อยลงไปกองอยู่ข้างตั่งเตียงโดยมีปลายเท้าของนางยื่นออกไป เหลียนไช่ บัณฑิตเหลียนไช่ซุกไซร้ลำคอขาวของภรรยา เขาสูดดมและขบเม้ม ไล้มือไปทั่วกายนุ่มของนางอย่างหลงใหล มิไหวแล้ว... เขามิอาจทนความน่ารักของชุนเสี่ยวป๋ายได้อีกแล้ว.... “ข้าพลาดแล้วจริงๆ ที่สัญญาว่าจะอ่อนโยนกับเจ้า” จิ่งซานหวง “มิใช่ว่าหม่อมฉันต้องปรนนิบัติพระองค์เหมือนสามีภรรยาหรอกหรือเพคะองค์จักรพรรดิ” “ก็มิใช่ว่าข้าให้เจ้าปรนนิบัติอยู่หรอกหรือ” เขาว่าพลางหลับตาลงไม่อยากมองหน้าสนมโจว นางจึงต้องจำใจอ่านตำราให้เขาฟังอย่างเสียมิได้ คิดมิถึงว่าจักรพรรดิน้อยจะหาทางหลบเลี่ยงการร่วมเตียงกับนางจนได้ ล่วงรู้ไปถึงไหนอับอายไปถึงนั่น ท่ามกลางความซ่านเสียวอู่ซุนต้าเอ่อร์ก็อดถอนใจให้กับตนเองมิได้ คราแรกคิดว่าคืนนี้นางจะได้นอนสบายมิต้องโดนเขาเคี่ยวกรำอยู่แล้วแท้ ๆ แล้วเหตุใดนางจึงยังถูกเขาจับกินได้อีกเล่า!!

ฝืนชะตาหวนคืนมารัก

ฝืนชะตาหวนคืนมารัก

โรแมนติก

5.0

กู้เฟยหลง หัวหน้าหน่วยอวี้หลิน ขุนนางผู้ซึ่งทำงานขึ้นตรงต่อองค์ฮ่องเต้ เสียชีวิตจากการตามสืบราชการลับ ทั้งที่ได้ให้สัญญาไว้กับฮูหยินของตนเองว่าจะรีบกลับมาฉลองเทศกาลหยวนเซียวด้วยกัน หยางลี่อิน หญิงสาวที่เข้มแข็ง มีความรู้ทางด้านการแพทย์ ต้องสูญเสียสามีไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่ด้วยความสามารถพิเศษ ทำให้นางรู้ว่าสามีของนางยังไม่จากไปไหน แต่จะทำเช่นไร เมื่อสามีกลับจำนางไม่ได้ เพราะรักจึงท้าทายสวรรค์ ฝืนหวนกลับคืนมายังโลกเบื้องหลัง แต่สวรรค์ใช่ว่าใครก็สามารถท้าทายได้ ราคาที่ต้องจ่าย มักแพงกว่าเสมอ…

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 4

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 4

โรแมนติก

5.0

อานนท์ ชายหนุ่มโสดอายุ 25 ปี หน้าตาดาษดื่น เติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าอุ่นไอรัก อาชีพหลักคือการขายอาหารตามสั่งในฟู๊ดเซนเตอร์ห้างดัง อาชีพรองเป็นผู้ช่วยนักเขียนนิยาย รับจ้างหาข้อมูลต่าง ๆ ส่งให้กับนักเขียน งานไหนได้เงิน อานนท์ทำทั้งหมด ในวันหยุดยาว กลางวันนอกจากต้องไปยืนทำอาหารตามสั่ง กลางคืนยังต้องมานั่งหาข้อมูลส่งให้ผู้ว่าจ้างงานด่วนอีก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ วิญญาณจึงบ๊ายบายจากโลกเก่า ไปเกิดใหม่ในร่างของจางอี้หมิง บุตรชายตัวน้อยอายุ 5 ขวบของบัณฑิตจาง ที่ถูกบ้านหลักมอบหนังสือแยกบ้าน พร้อมขับไล่ครอบครัวให้มาอยู่บ้านนอก อุตส่าห์ได้กลับมาเกิดใหม่ทั้งทีในครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ แม่ และย่าตามที่อานนท์เคยฝันไว้ แต่ทำไมถึงแถมความยากจนมาให้เขาด้วย ชาติก่อนก็สู้ชีวิตจนตาย มาชาตินี้ชีวิตสู้กลับยิ่งกว่านิยายที่เขาเคยอ่านเสียอีก  นี่สินะ!!! ของฟรีไม่มีในโลก มันต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนกันอย่างสมน้ำสมเนื้อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

เกิดใหม่เป็นแม่เลี้ยงจำเป็นของนายน้อยสกุลถังในยุค80s

เกิดใหม่เป็นแม่เลี้ยงจำเป็นของนายน้อยสกุลถังในยุค80s

ซีไซต์

หลี่ซูซินได้ย้อนเวลามาเกิดในยุค80s ต้องดิ้นรนพาแม่ออกจากบ้านที่เอาแต่กดขี่และเยียบย่ำพวกเธอ ด้วยวิธีการแต่งงานกับถังหนิงอีนายพลหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่งเย็นชาที่ต้องการหาแม่เลี้ยงให้ลูกชายคนเดียวของเขา หลี่ซูซิน เชฟสาวจากอนาคต ที่ย้อนเวลามาอยู่ในยุค 80s และต้องดิ้นรนเอาตัวรอดเพื่อพาแม่ที่ป่วยออกจากสกุลหลี่ หลี่ซูซินได้พบว่าแม่ของเธอซึ่งเป็นลูกสะใภ้ใหญ่ของสกุลหลี่มีฐานะตกต่ำ เพราะพ่อของเธอได้ยกย่องเมียน้อยข่มเหงเมียหลวง และไม่สนใจว่าเธอกับแม่จะใช้ชีวิตลำบากในสกุลหลี่แค่ไหน ต่อมาถังหนิงอีได้ยื่นข้อเสนอให้เธอแต่งงานกับเขา ซึ่งเขาต้องการภรรยาที่สมบูรณ์เพื่อมาดูแลบุตรชายคนเดียวของเขาซึ่งเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็กนามถังหลง คำแนะนำ เรื่องนี้ปมไม่ซับซ้อน มีดราม่าแค่เริ่มต้นนะคะ เนื้อหาในช่วงต่อไปเป็นสุขนิยม มีฉากNC ในเรื่อง จบดี อ่านง่ายค่ะ ทั้งนี้เมืองหรือเนื้อหาในนิยายเป็นเพียงจินตนาการของไรต์ไม่ได้มีจริงนะคะ ขอบคุณค่ะ ซื้อในเว็บหรือแอนดรอยจะถูกกว่าแอปเปิ้ลนะคะ ขอบพระคุณทุกท่านค่ะ

หงส์ขย่มมังกร(นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่)

หงส์ขย่มมังกร(นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่)

ซีไซต์

รูรักอันบริสุทธิ์เมื่อถูกปลายลิ้นร้อนของชายหนุ่มเป็นครั้งแรกดูเหมือนว่าจะตอบสนองได้เป็นอย่างดี ร่องของนางขมิบรัว สะโพกของนางยกขึ้นยังเด้งเข้าไปหาปากร้อน ฝ่าบาทเก่งกาจยังสามารถแยงลิ้นเข้าไปในรู อันซูเซี่ยถูกทาขี้ผึ้งหอมรอบปากทาง ขี้ผึ้งนี้นอกจากจะมีรสชาติดีส่งเสริมรสน้ำรักของนางแล้วยังมีคุณสมบัติอันวิเศษ แม้จะเป็นหญิงพรหมจรรย์ก็จะไม่รู้สึกเจ็บปวด และเผลอทำร้ายฝ่าบาทจนบาดเจ็บ อี้หลงดูดแบะขาของนางให้กว้างขึ้นแล้วรวบขึ้นไปให้ขาชี้ฟ้า จากนั้นมุดใบหน้าลงมาอย่างหลงใหล “หอมอร่อยเหลือเกิน รู้สึกเหมือนดื่มสุราไม่เมามาย อ้า ข้าชอบยิ่ง หอยของฮองเฮาช่างใหญ่โต ดูโคกเนื้อโยนีแทบจะล้นริมฝีปากของข้า สีแดงเช่นนี้คงไม่เคยผ่านสิ่งใดมาก่อน บริสุทธิ์ยิ่งนัก ซี้ด” นางดิ้นเร่าอยู่ในปาก ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรนอกจากเชื่อฟังในคำของฝ่าบาท “อืม อร่อยยิ่งนัก อ้า ข้าไม่ไหวแล้วขอดูหน้าฮองเฮาของข้าหน่อยเถิด” ดูเหมือนว่าร่องรักของนางยังขมิบ นางไม่อยากให้เขาเงยหน้าขึ้นจากตรงนั้นด้วยซ้ำ อยากถูกปลายลิ้นเลียเช่นนั้นจนกว่านางจะได้รับการปลดปล่อย “อ้า ฝ่าบาทเพคะ อย่าหยุดเพคะ อื้อ” นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักสำหรับผู้ใหญ่ มี 2 เล่มจบ เป็นนิยายแบบพล็อตอ่อน เน้นฉากรักบนเตียงของตัวละครเป็นหลัก เหมาะสำหรับผู้มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ไม่เหมาะสำหรับสายคลีนใส ๆ นะคะ หากใครไม่ชอบอ่าน NC เยอะ ๆ กรุณาเลื่อนผ่าน เพราะเรื่องนี้เน้น NC เป็นหลักค่ะ ซีไซต์ นักเขียน

เจ้าสาวจำยอม สามีเศรษฐีนอกสายตา

เจ้าสาวจำยอม สามีเศรษฐีนอกสายตา

Roana Javier

ชูจี้ถูกเก็บไปอุปการะตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งถือเป็นความฝันของเด็กกำพร้าทั่วไปอย่างชูจี้ แต่ชีวิตหลังจากนั้นมันไม่ได้มีความสุขดั่งที่ชูจี้คิดฝันไว้เลย เธอต้องอดทนถูกเย้ยหยันและการทำทารุณจากแม่บุญธรรมของเธอ แต่ก็ยังโชคดีที่เธอได้รับความเมตตาจากคนใช้สูงวัยคนหนึ่งในบ้านหลังนั้น ชึ่งเป็นคนคอยดูแลและเอาใส่เธอเหมือนแม่แท้ ๆ ของเธอ จนกระทั่งคนใช้จากไปด้วยอาการป่วย ชูจี้ก็ถูกบังคับให้แต่งกับผู้ชายที่ไม่เอาการเอางานแทนลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อแม่บุญธรรมของเธอเพื่อชดใช้ค่ารักษาพยาบาลของคนใช้ เรื่องราวจะเป็นเช่นเดียวกับซินเดอเรลล่าหรือไม่? อย่างไรก็ตาม ชายที่เธอจะแต่งงานด้วยนั้นไม่เหมือนเจ้าชายเลยสักนิดนอกจากรูปร่างหน้าตาของเขาที่สามารถเทียบเท่ากับเจ้าชายได้เท่านั้นเอง ลู่เหยี่ยนเป็นลูกชายนอกสมรสของครอบเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง เขาใช้ชีวิตไปวันๆ (พอลอดไปด้วยค่ะ)มาโดยตลอด ที่เขาตกลงแต่งกับชูจี้ก็เพราะอยากจะทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของแม่ของเขาสมหวังเท่านั้น แต่ในคืนวันแต่งงาน เขากลับพบว่าเจ้าสาวคนนี้มีพฤติกรรมที่ผิดกับที่เคยได้ยินได้ฟังมา โชคชะตาจะบันดาลให้พวกเขาเป็นอย่างไร และลู่เหยี่ยนจะเป็นดั่งที่เราคิดหรือไม่ สิ่งที่น่าประหลาดใจคือลู่เหยี่ยนมีหลายอย่างที่คล้ายๆ กับมหาเศรษฐีที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้อย่างพิลึก สุดท้ายแล้ว ลู่เหยี่ยนจะสามารถรู้ได้หรือไม่ว่าชูจี้ คือเจ้าสาวจำเป็นที่ต้องได้แต่งงานแทนพี่สาวของเธอ การแต่งงานของพวกเขาจะเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวสุดโรแมนติกหรือวิบากกรรมของชีวิต โปรด ติดตามและค้นหาชีวิตและเรื่องราวของทั้งสองคนด้วยกันเถอะ

ท่านแม่ทัพได้โปรดปล่อยข้าไป

ท่านแม่ทัพได้โปรดปล่อยข้าไป

pailinnaka591

เสิ่นชิงเวยคุณหนูตกอับที่มารับจ้างในจวนแม่ทัพใหญ่ นางถุกคนหลอกให้มาที่เรือนต้องห้าม เผยซ่างกวนที่ถูกวางยาคิดว่านางคือคนที่ศัตรูส่งมา จึงย่ำยีนางร่างเดิมตกใจจนหัวใจวาย วิญญาณเสิ่นเว่ยเว่ยจึงมาแทนที่ เด็กน้อยวัยห้าขวบตรงหน้ามีดวงตาสีอำพันเช่นเดียวกับเขา  มวยผมที่เกล้าไว้กลางศีรษะปักด้วยปิ่นไม้แกะสลักสวยงาม  ไม้ที่ใช้ก็เป็นไม้อย่างดี  แผ่นหลังตั้งตรงมิเกรงกลัวผู้ใด เผยซ่างกวนเพิ่งเคยเจอคนที่กล้าสบตาเขาเป็นคนที่สอง  คนแรกผู้หญิงสมควรตายคนนั้นเสิ่นชิงเวยและเด็กคนนี้  เหตุใดดวงตาคู่นี้คล้ายกับเขาเคยเห็น มองดูแล้วเป็นเด็กเฉลียวฉลาด แปลกเขามาไกลเป็นพันลี้กลับมาเจอเด็กที่ใบหน้าคล้ายเขาตอนเด็กไม่มีผิดเพี้ยนหากบอกเป็นบุตรชายของเขาก็คงมีคนเชื่อถือ เผยซ่างกวนย่อตัวลงแล้วเอ่ยถามเด็กน้อยตรงหน้า "เจ้าหนูบิดามารดาไปไหนเสียเล่า  เหตุใดมาเดินเพ่นพ่านบนเขา" "มารดาข้าไปเก็บลูกเกาลัดด้านนั้น  ส่วนบิดาแน่ใจว่าตายตั้งแต่ข้ายังไม่เกิดแล้วขอรับ" "ช่างน่าสงสาร  บิดาเจ้าเป็นอะไรจึงจากไปเล่า" "ท่านแม่บอกว่าเขาตายเพราะความโง่ขอรับ " เผยซ่างกวนถึงกับสะอึก  เป็นแม่หม้ายเลี้ยงลูกคนเดียวคงลำบากน่าดู  เพราะถูกชะตาจึงหยิบตั๋วเงินห้าสิบตำลึงส่งให้ "มารดาเลี้ยงบุตรคนเดียวล้วนไม่ง่าย  ข้าให้เจ้ารับไว้สิ" เสิ่นจ้าวหยวนมองกระดาษตรงหน้าแล้วมองหน้าท่านลุงตัวสูงจากนั้นก็ได้เสียงเรียกหาเขา "เสี่ยวหยวน  อยู่ที่ไหนแม่จะกลับแล้วนะ" พลันได้ยินเสียงมารดาเรียกหา  เสิ่นจ้าวหยวนจึงรีบตอบกลับไปก่อนจะหันมาเอ่ยกับเผยซ่างกวน " ท่านแม่ข้าอยู่ที่นี่ขอรับ  กำลังไปหาท่าน  มารดาข้าร้องเรียกแล้ว ขอตัวก่อนนะขอรับ  " เด็กน้อยตะโกนกลับไปก่อนจะหันมาหาเผยซ่างกวนแล้วเอ่ยประโยคที่แม้แต่องครักษ์ยังตกใจ  ที่กล้ากล่าวเช่นนี้กับแม่ทัพใหญ่แห่งต้าหลี่ "อีกไม่นานข้าก็มีท่านพ่อแล้ว ท่านลุงกู้เป็นคนดีที่สำคัญเขาชอบท่านแม่ของข้า  อีกอย่างบ้านข้ามิได้ขาดแคลนเงินทอง  ขอบคุณท่านลุงที่หวังดี  ข้าลาก่อนนะขอรับ" ขาคู่เล็กวิ่งไปทางลงเขา  มองเห็นสตรีที่กำลังสะพายตะกร้าเดินออกมาจากป่าอีกด้าน  ปากก็ตะโกนเรียกหาบุตรชาย  เผยซ่างกวนกำลังจะหันหลังกลับแต่เสียงช่างคุ้นเคยจึงหันกลับมามองดู  นางคือสตรีที่เขาไม่เคยลืมว่านางสร้างความอัปยศไว้ให้เขาเช่นไรคุณหนูตกอับตระกูลเสิ่นคนนั้น เสิ่น ชิง เวย  นางย่อตัวลงนั่งยองๆ  เก็บเศษหญ้าออกจากศีรษะเด็กน้อย  เสียงเล็กๆเรียกนางว่า  ท่านแม่  นี่มันหมายความว่าอะไรท่านแม่หรือ เสิ่นชิงเวยเงยหน้าขึ้นก็เห็นบุรุษคนนั้น  เผยซ่างกวน  คนที่พรากพรหมจรรย์ของนางไปทันทีที่นางลืมตามาอยู่ในโลกเส็งเคร็งนี่  จนให้กำเนิดเด็กน้อยคนนี้ "เสี่ยวหยวนรีบกลับบ้านเถอะ  แม่รู้สึกไม่ค่อยสบาย" เสิ่นชิงเวยจุงมือบุตรชายรีบลงเขา  แต่กลับหนีไม่พ้นบุรุษที่นางพยายามหนีจากเขามาหกปี "หาแทบพลิกแผ่นดินกลับไม่เจอ  บทไม่หาเจ้าก็มาอยู่ตรงหน้าข้าเสียได้คุณหนูเสิ่น" "นายท่านจำคนผิดแล้วกระมังเจ้าคะ  เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  รบกวนท่านหลีกทางด้วย  ข้ากับลูกต้องลงเขาแล้ว  กลางคืนอันตราย  ตะวันจะตกดินแล้วเจ้าค่ะ" มือหนาราวกับครีมเหล็กคว้าข้อมือบอบบางก่อนจะออกแรงบีบ  เอ่ยด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว "ข้าจะลืมสตรีแพศยาที่ปีนเตียงข้า  สร้างความอัปยศให้ข้าได้อย่างไรกัน  เสิ่น ชิง เวย" "นายท่านรบกวนท่านปล่อยข้าด้วย  ท่านอาจจะเคยเห็นคนใบหน้าคล้ายข้าจึงเข้าใจผิด" "แต่เด็กที่หน้าตาเหมือนข้าเช่นนี้  มิใช่พยานในคืนนั้นของเราหรือ  อืมท่าทางฉลาดไม่น้อย  เจ้าเลี้ยงได้ดีจริงๆ  แบบนี้ข้าจะได้ไม่เหนื่อยมากนัก" มือหนากำลังจะคว้าข้อมือบุตรชายนาง  เสิ่นชิงเวยปัดออกพร้อมกับเอาบุตรชายมาไว้ด้านหลังกกางแขนปกป้อง "ไสหัวไป  เผยซ่างกวน  อย่ามาแตะต้องบุตรชายข้า  เจ้าไม่มีสิทธิ์  เสี่ยวหยวนกลับบ้าน" เสิ่นชิงเวยอุ้มบุตรชายกลับบ้าน  ร่างอรชรอ้อนแอ้นนั้นอุ้มเด็กวัยห้าขวบลงเขาดูลำบากนัก  นางอยากหนีหรือเด็กคนนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าลูกเขา  "หึ..ข้ายังอยู่ตรงนี้ทั้งคนคิดหาพ่อใหม่ให้บุตรชายข้าหรือแม่ตัวดีเสิ่นชิงเวยข้ามีเรื่องให้เจ้าชดใช้นับไม่ถ้วนเชียวล่ะ"

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง

หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ

มังกร หนุ่มหล่อหน้าใสลูกชาวไร่ชาวนา อายุ 22 ปี ที่ได้รับทุนเรียนดีจนจบมหาวิทยาลัย ได้แบกร่างกายพาหัวใจอันแตกสลายกลับบ้านเกิดทันทีในวันที่จบการศึกษา เพราะบิดามารดาได้เสียชีวิตกระทันหันทั้งคู่หลังจากกลับจากการนำข้าวไปขายและโดนสิบล้อที่เบรคแตกเสียหลักพุ่งชนรถของพ่อแม่ของมังกร เมื่อสูญเสียพ่อและแม่ไปอย่างกระทันหันเขาจึงกลับบ้านเกิดเพื่อไปทำไร่ทำนาสานฝันของพ่อแม่และนำความรู้ที่ได้เรียนมากลับมาพัฒนาที่ดินมรดกในบ้านเกิด หากแต่ว่ามังกรยังไม่ทันได้ทำอะไรเขากลับตายลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ตายแบบไม่ตั้งใจและไม่เต็มใจที่สุด เขาจำได้เพียงแค่ว่าหลังจากเดินทางกลับมาถึงบ้านเกิดเขาได้ไปไหว้พ่อกับแม่ที่วัดในหมู่บ้าน แล้วก็กลับมานอนแต่พอเขากลับตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กชาย อายุ 8ขวบ กับบ้านพุๆพังๆ เขาตื่นมาในร่างของคนอื่นไม่พอ แล้วเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่มันที่ไหน และใครพาเขามา แล้วมังกรจะทำยังไงต่อไปกับชีวิตที่อยู่ในร่างเด็กชายยากจนคนนี้ มาติดตามชีวิตใหม่ของมังกรกันต่อไปค่ะ

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 5 บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 5 Ocean Books โรแมนติก
“อานนท์ ชายหนุ่มโสดอายุ 25 ปี หน้าตาดาษดื่น เติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าอุ่นไอรัก อาชีพหลักคือการขายอาหารตามสั่งในฟู๊ดเซนเตอร์ห้างดัง อาชีพรองเป็นผู้ช่วยนักเขียนนิยาย รับจ้างหาข้อมูลต่าง ๆ ส่งให้กับนักเขียน งานไหนได้เงิน อานนท์ทำทั้งหมด ในวันหยุดยาว กลางวันนอกจากต้องไปยืนทำอาหารตามสั่ง กลางคืนยังต้องมานั่งหาข้อมูลส่งให้ผู้ว่าจ้างงานด่วนอีก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ วิญญาณจึงบ๊ายบายจากโลกเก่า ไปเกิดใหม่ในร่างของจางอี้หมิง บุตรชายตัวน้อยอายุ 5 ขวบของบัณฑิตจาง ที่ถูกบ้านหลักมอบหนังสือแยกบ้าน พร้อมขับไล่ครอบครัวให้มาอยู่บ้านนอก อุตส่าห์ได้กลับมาเกิดใหม่ทั้งทีในครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ แม่ และย่าตามที่อานนท์เคยฝันไว้ แต่ทำไมถึงแถมความยากจนมาให้เขาด้วย ชาติก่อนก็สู้ชีวิตจนตาย มาชาตินี้ชีวิตสู้กลับยิ่งกว่านิยายที่เขาเคยอ่านเสียอีก นี่สินะ!!! ของฟรีไม่มีในโลก มันต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนกันอย่างสมน้ำสมเนื้อ”
1

บทที่ 1 น้ำมันลูกหนาม

07/08/2023

2

บทที่ 2 ซนจนได้เรื่อง

07/08/2023

3

บทที่ 3 หน่วยเหลียงไป๋

07/08/2023

4

บทที่ 4 สำนึกผิด

07/08/2023

5

บทที่ 5 เกลือ

07/08/2023

6

บทที่ 6 แผนการ

07/08/2023

7

บทที่ 7 ข้อเรียกร้องของแคว้นจ้าว

07/08/2023

8

บทที่ 8 เกลือทะเล

07/08/2023

9

บทที่ 9 เครื่องบรรณาการ

07/08/2023

10

บทที่ 10 หนึ่งปีให้หลัง

07/08/2023

11

บทที่ 11 ถึงเวลาแล้ว

07/08/2023

12

บทที่ 12 จวนตระกูลจาง

07/08/2023

13

บทที่ 13 หน้ามิอาย

07/08/2023

14

บทที่ 14 เจ้าของงานเลี้ยงตัว

07/08/2023

15

บทที่ 15 ร่วมงานวันเกิด

07/08/2023

16

บทที่ 16 แผนการร้าย

07/08/2023

17

บทที่ 17 ป้ายทองเว้นโทษ

07/08/2023

18

บทที่ 18 งูพิษ

07/08/2023

19

บทที่ 19 มีหรือไม่

07/08/2023

20

บทที่ 20 จะเลือกใคร

07/08/2023

21

บทที่ 21 ดั่งแสงสว่างในคืนเดือน

07/08/2023

22

บทที่ 22 ชีวิตในฝัน

07/08/2023