อัลฟ่าริมบึง

อัลฟ่าริมบึง

ElGSi

5.0
ความคิดเห็น
868
ชม
15
บท

เมื่อคู่แห่งโชคชะตา4ขวบ อัลฟ่าพัมธุ์แท้คนสุดท้าย ผู้เพรียบพร้อมด้วยเงินและอำนาจ วันหนึ่งลูกน้องก็พังประตูเข้ามาบอกว่า เจอคู่โชคชะตาเขาแล้ว ทว่า จะป้ำลูกยังไง ก็เนื้อคู่เขาใส่ชุดอนุบาลหมีน้อยกอดตุ๊กตา

บทที่ 1 อัลฟ่าริมบึง

ตุบ!

"ไปทำมาใหม่"

ไอ้พวกสวะพวกนี้ให้เป็นเด็กฝึกงานก็ยังไม่ผ่านโปรด้วยซ้ำ คงจะมายืนจุดนี้ได้ด้วยเส้นสายกับฟีโรโมนบ้าๆ อีกตามเคย

พวกไร้น้ำยา เสียเวลาจริงๆ

ภายในห้องประชุมยามบ่าย ผู้ชายสองคนนายบ่าว คนหนึ่งยืนซ้อนหลังตามระเบียบ อีกคนนั่งหน้าซีดเขียวอยู่ที่โต๊ะประชุมตัวใหญ่

"กล้าดียังไง ถึงปัดงานของท่านเจ้าเมืองลงพื้นแบบนี้ แค่ท่านเจ้าเมืองออกปาก… (พูดต่อไม่หยุด) ..."

จู่ๆ ไอ้ผู้ชายหน้าอ่อนมันก็ก้าวมาเอ่ยเสียงดัง หึ ไร้มารยาทสิ้นดี

ขณะที่ไอ้ตัวบ่าวแผดเสียงแว้ดๆ คนใส่สูทที่ถูกพูดถึงยังนั่งทำทองไม่รู้ร้อนอยู่เลย แต่ก็ดีที่ไม่บ้าไปอีกคน ไม่งั้นผมคงต้องแสดงอำนาจให้พวกสวะมันรู้หน่อย

"เหรอ ก็แค่อัลฟ่ากลายพันธุ์" ผมจิบชาในแก้ว ก่อนขยับปากกากลับมาเหน็บที่กระเป๋าหน้าอกสูทสีน้ำเงิน แล้วปัดแก้วที่ใช้แล้วทิ้ง

เพล้ง!

"ถ้าจะทำงานนี้ ก็ไปทำตามที่สั่ง" เอ่ยเสียงเย็น

ตัวบ่าวมันกัดฟันกำหมัดแน่นอย่างกับจะมาชกผมอย่างนั้น ซึ่งบอกเลยว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ แค่ผมปรายตามองคนใส่สูทที่นั่งอยู่ คนที่ทำให้ผมเสียเวลาก็ดูเหมือนจะพอสำเหนียกตัวเองได้บ้าง

"ได้ครับ ท่านราชัน"

“ท่านเจ้าเมือง!”

ก็แค่นี้ ทำอ้อยอิ่งยืดเยื้ออยู่ได้ ผมลุกขึ้นเดินออกให้พ้นๆ สองนายบ่าวที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นน่ารังเกียจ

พอเปิดประตูออกมา บอดี้การ์ดคนสนิทก็ทำหน้าตายเหมือนจะตายจริงๆ ทำเอาผมไม่สบอารมณ์ไปด้วย

ผมสั่งคนที่เฝ้าหน้าประตูมาตลอดสองชั่วโมง

"ภูผา รายงานมา"

คนกล้ามโตในชุดเครื่องแบบแอบจิ๊ปากอย่างกับผมจะไม่เห็น ก้มหน้าตอบให้หงุดหงิด

"ไม่พบขอรับ"

"กะอีแค่ปั๊มลูก ทำไมมันยากเย็นแบบนี้" พูดไม่ทันจบกลิ่นน่าสะอิดสะเอียนก็ลอยลอดบานประตูออกมา

“หึ น่าขยะแขยง” ผมมองค้อนคนด้านในที่กำลังทำกิจกามโดยมีบานประตูกั้นอยู่

ไอ้โลกเฮงซวยใบนี้มันน่าทำลายให้หมดสิ้น ไม่รู้ว่าจะสร้างกฎบ้าๆ นี่ขึ้นมาทำไม เพราะไอ้เงื่อนไขธรรมชาติห่วยแตกนี่แท้ๆ ที่ทำให้ชีวิตผมต้องยากลำบาก

ผมถอดสูทตัวนอกส่งให้คนข้างๆ ภูผาก็รับไปถืออย่างว่าง่าย

"ที่อัลฟ่าต้นกำเนิดเหลือแค่ท่านคนเดียวก็คงเพราะเหตุผลนี้ พวกสวะนี่เป็นสัตว์ป่าหรือไง"

ถึงจะได้รับรายงานว่าไม่พบ ไม่พบแบบนี้ทุกครั้ง แต่คนรายงานก็ยังทำหน้าไม่สู้ดีทุกครั้ง เหมือนที่ผมหงุดหงิดอยากขยำโลกทิ้งทุกครั้งเช่นกัน

"ช่างเถอะ รีบหาให้พบ เตรียมรถให้พร้อม ฉันจะเข้าผับ"

"ขอรับ"

……..

ผับชื่อดังอันดับ1ช่วงหัวค่ำบรรยากาศอย่างกับคอกหมู! พลังทำลายล้างยิ่งกว่าอัลฟ่ายีนเด่นสิบคนรุมผมซะอีก อยากล้างบางไอ้พวกที่เอาแต่เต้นแร้งเต้นกาให้หมด

"ท่านราชัน เอาสำลีอุดจมูกไหมขอรับ"

ผมยืนในชุดสบายๆ เสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็คดำ พอเปิดประตูลงรถที่หน้าผับ คนสนิทที่ยืนสแตนบายกับพวกทหารเฝ้าประตูก็ปรี่เข้ามาถาม แต่นั่นเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์

"ไร้สาระ"

พวกลูกกระจ๊อกเปิดประตู 2 บานออกกว้างอย่างต้อนรับ ทว่ายังไม่ต้องก้าวเดินแค่เปิดประตูผมก็อยากจะอ้วกออกมา

กลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าและโอเมก้าชายหญิงน่าสะอิดสะเอียน!

"ท่านราชัน หน้าเขียวแล้วนะขอรับ ไหวไหมขอรับ"

ยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิมเพราะไอ้คนถามไม่ออกอาการอะไรสักนิด แน่นอนว่าระดับคนธรรมดาคงไม่รู้สึกอะไร ไอ้กฎธรรมชาติเฮงซวยนั่นแหละที่มันทำให้เป็นแบบนี้

ผมรีบเดินจ้ำขึ้นไปห้องทำงานชั้น2แล้วปิดประตู

"ทำไมมีแต่ฉันที่ต้องเจอเรื่องบ้าๆ นี่ ขนาดนายเป็นอัลฟ่ายีนเด่นสุดๆ อย่างมากก็คงรู้ว่ามีคนปล่อยฟีโรโมนเมื่อมันเข้มข้นถึงระดับหนึ่ง"

คนถูกถามรีบโค้งตัวตอบทำอย่างกับเพิ่งเคยฟังประโยคนี้เป็นครั้งแรกอย่างนั้น น่าเบื่อจริงๆ

"กระผมไม่บังอาจตีเสมอท่านราชันขอรับ! ท่านราชันเป็นถึงยีนเด่นพันธุ์แท้ที่เกิดจากคู่แห่งโชคชะตาทั้งสองท่าน ดังนั้นต่อให้คนทั่วไปไม่ได้ปล่อยฟีโรโมนออกมา แต่ฟีโรโมนจางๆ ก็ไม่อาจหลุดรอดสายตาท่านราชันได้"

หมอนี่มันมองว่าเรื่องนี้เป็นข้อดีได้ยังไงนะถึงทำหน้าตาภูมิใจแทนแบบนั้น ผมไม่อ้วกตายก็ถือว่าแกร่งขนาดไหนแล้ว ลองมาได้กลิ่นนับร้อยที่ปนกันเหมือนถังขี้หมูดูสิ

"เฮ้อ” ผมเดินไปทิ้งตัวที่เก้าอี้บุหนังตรงโต๊ะทำงาน “พวกอัลฟ่าไม่เท่าไหร่ แต่กลิ่นพวกโอเมก้าชวนอ้วกสุดๆ ไปเลย นายต้องเร่งมือหน่อยแล้ว"

"ขอรับ"

แอ้ด

“ท่านราชันขอรับ!”

ผมเพิ่งหย่อนก้นไม่ถึงสองนาที ไอ้พวกกระจอกมันก็พรวดพราดเปิดประตูเข้ามาหน้าตาตื่น แต่เหมือนเจ้านี่จะนึกได้เลยหน้าซีดเหงื่อแต่พลักๆ ตรงปากประตู

กล้าเสียมารยาทต่อหน้าผม คงไม่อยากหายใจ

"มีอัลฟ่าคลุ้มคลั่งอาละวาดอยู่ข้างล่างขอรับ"

"บังอาจ กล้าดียังไงเปิดประตูเข้ามาตามอำเภอใจ" ภูผายกปืนเล็งคนมาใหม่ตามสัญชาตญาณ

แม้สถานการณ์จะหน้าสิ่วหน้าขวานแค่ไหน แต่คนที่ยืนตรงหน้าผมก็ยังเหนี่ยวไกปืนทำท่าจะยิง จนไอ้คนที่เข้ามาใหม่มันยืนขาสั่นริกๆ

จบงานนี้คงต้องตบรางวัลให้ภูผาหน่อยแล้ว

"ขะ…ขออภัยขอรับ ขออภัยขอรับท่านราชัน ได้โปรดไว้ชีวิตกระผม"

ก็แค่อัลฟ่าอาละวาดแท้ๆ ลูกน้องผมทั้งหมดก็เป็นอัลฟ่า เวลาอาละวาดไม่เห็นมีใครตื่นตูมแบบหมอนี่

โทษฐานที่ก่อความวุ่นวายโดยใช่เหตุ คงต้องให้ภูผายิงแขนไม่ก็ขาสักข้าง

"ทะ ท่านราชัน"

อัลฟ่าขาล้มพับลงไปคุกเข่า เขกหัวลงพื้นราวกับว่าโยนศักดิ์ศรีของความเป็นอัลฟ่าทิ้งไปหมดแล้ว ภูผาก็กำลังรอรับคำสั่ง ถ้าผมไม่ให้อภัยเขาก็จะลั่นไกทันที

"อะ อัลฟ่ายีนเด่นขอรับ”

"ภูผา" สิ้นคำบอดี้การ์ดคนสนิทก็เก็บอาวุธกลับเข้าไป

คนตัวสั่นก็ยังสั่นไม่หยุด แม้กระทั่งเสียงที่พูดต่อก็ยังสั่น “คนที่อาละวาดเป็นอัลฟ่ายีนเด่น เลยไม่มีใครหยุดเขาได้เลยขอรับ”

"หึ ก็แค่พวกกลายพันธุ์ ต่อให้เป็นยีนเด่นพิเศษก็แค่พวกสวะ"

ผมบ่นก่อนจะลุกเดิน ก้าวข้ามหัวไอ้คนไม่ได้เรื่องออกไป

โครม!

พอลงมาชั้นล่างก็เห็นผู้ชายร่างใหญ่คนหนึ่งกำลังทำเรื่องไร้สาระปัญญาอ่อนอย่างการเอาโต๊ะใหญ่ๆ ทุ่มลงพื้น แววตาเป็นประกายสีน้ำเงิน

แบบนี้คลั่งชนิดไร้สติ300%

น่ารำคาญ

"เฮ้ย!" ผมตะโกนเรียกความสนใจจากเจ้าตัวน่ารำคาญ รอบข้างตกอยู่ในความเงียบทันที ก่อนผมจะเอ่ยบอก "ทุกคนปิดจมูก"

บอดี้การ์ดกับเด็กในร้านต่างพากันเอาสำลีที่เหน็บไว้ตามจุดต่างๆ ของร่างกายออกมาปิดปากทางหายใจของตัวเอง

ช่วยไม่ได้ ถ้าจะโทษก็ไปบ่นกับยมบาลเอาเองแล้วกัน

ผมปล่อยฟีโรโมนพี่กักเก็บไว้ในยามปกติออกมา ทันใดนั้นอาณาเขตรอบข้างก็ปกคลุมไปด้วยควันสีม่วง ไอ้ตัวที่บอกว่าคลุ้มคลั่งน่ารำคาญนั่นสลบเหมือดลงไปอย่างไร้พิษสง

ทั้งที่กากขนาดนี้แท้ๆ

“น่าเบื่อ”

ไม่ใช่แค่คนที่อาละวาด แต่คนอื่นๆ ตั้งแต่หน้าประตูมาจนถึงในร้านแม้แต่คนที่อุดจมูกแล้วก็พากันสลบล้มพับ ผมเอือมระอากับภาพนี้เต็มทน

ตอนนี้คนที่ยังมีสติอยู่ภายในร้าน ก็เหลือแต่ผมกับภูผาเท่านั้น

"ดีนะครับที่ผมอุดจมูกทัน" ภูผาแอบบ่น เขาเดินตามลงมาสมทบทั้งที่รูจมูกสองข้างยังมีก้อนสีขาวๆ คาอยู่ แต่ก็ยังทำหน้าตาดูทึ่งนิดๆ “ท่านราชันโอเคไหมขอรับ”

"นี่แหละเป็นสาเหตุว่าทำไมพวกพันธุ์แท้ถึงเหลือน้อย ถ้าได้เสียกับคนอื่นที่ไม่ใช่คู่แห่งโชคชะตา ไม่ใช่แค่เด็กที่เกิดมาจะเป็นพวกกลายพันธุ์ แต่พลังอำนาจของฟีโรโมนตัวเองก็จะลดลง ต่อให้ตอนนั้นเจอคู่แห่งโชคชะตาก็ไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว"

"กระผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อหาคนคนนั้นให้พบขอรับ ท่านราชันโปรดวางใจ ถ้าเป็นคำสั่งของท่านราชัน ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟหรือตัดแขนตัดขาคนคนนั้นกระผมก็จะลากตัวมาให้ได้"

ถ้าไม่มีกฎบ้าๆ นี่ละก็ ชีวิตผมคงไม่ต้องวุ่นวายขนาดนี้ บางทีถ้าหาตัวมันยาก การล้างบางพวกคนในอาณาจักรอาจจะง่ายกว่าก็ได้

“ถ้าวันหนึ่งฉันฆ่าคนสักล้านคนจะเป็นยังไงนะ”

…….

">

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ElGSi

ข้อมูลเพิ่มเติม
เบียร์จะกินไวน์

เบียร์จะกินไวน์

นิยายวาย

5.0

ไวน์ นักศึกษาปี 2 เดือนคณะผู้ปฏิญาณตนว่าจะโสดตลอดไป เจ้าของใบหน้าหล่อออกหวานนิดๆแบบเกาหลี คนที่วันๆอยู่กับการวิ่งไปแย่งคอมตัวแรงเพื่อดูหุ้นไม่ก็จมหัวอยู่ที่ร้านหมูกะทะ เรื่องโน่นนี่ไม่สนก็จริง แต่ใครอย่ามาปากหมาใส่แล้วกัน แปลงร่างเป็นพิตบูทันที เบียร์ เอกอินเตอร์บริหาร คุณชายตระกูลดังขี้รำคาญ ใบหน้าหล่อคมที่ใครๆก็บอกว่าควรขึ้นตำแหน่งเดือนมหาลัย คุณชายที่ขับรถหรู ใช้ของแบรนด์เนมทั้งตัว แต่ติดที่ปากเสีย ขี้เหวี่ยง ไม่คบค้าสมาคมกับใคร ขู่ได้แม้กระทั่งอธิการบดี ꧁{★… ★}꧂ ไอ้ผู้ชายปากหมานั่นใครวะ หยิ่งฉิบหาย พอแหย่เขาแล้วเขาไม่เล่นด้วย ไวน์เลยตามตอแยทุกวิถีทาง แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้คิดอะไรนะ ด่าเขาปาวๆ บอกแค่จะเอาของมาคืน! เบียร์เห็นก็เลยแก้เผ็ด วุ่นวายดีนัก ตีหัวรวบเข้าบ้านเลยแล้วกัน “อย่าดื้อ หมอสั่ง” “หรือวะ หมอสั่งให้กูอยู่กับมึงนานขนาดนี้เลย?” ฟอด!!! คุณตำรวจ มีคนลวนลาม! “ไอ้เห้เบียร์!!” ꧁{★… ★}꧂ Trigger Warning ***สำหรับนักอ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*** นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาติดเรท 18+ คำหยาบคาย และฉากไม่เหมาะสม. โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน. *พฤติกรรมบางอย่างไม่ควรลอกเลียนแบบ

ท่านอ๋องสามีข้าเป็นบ้า

ท่านอ๋องสามีข้าเป็นบ้า

โรแมนติก

5.0

เหมยลี่ อายุ 25 ปี คุณหนูผู้ร่ำรวย สาวตากลมตัวเล็กผิวขาวมาดซีอีโอนุ่มนิ่ม เธอใช้เงินบัลดาลทุกอย่างตามใจ ไม่แคร์โลก ใครจะรู้ว่าภายใต้หน้ากากของซีอีโอสาวสุดเพอร์เฟค จะเต็มไปด้วยเรื่องราวของนิยายในหัว แถมมีอยู่เรื่องเดียวซะด้วย งานนี้งานการไม่ทำมันแล้ว มู่จิน พระเอกนิยายติงต๊อง ที่ฆ่าเมียตัวเองตายในคืนเข้าหอ ชายหนุ่มร่างใหญ่เจ้าของเรือนผมดำยาวและสันกรามทรงเสน่ห์ เขามีประวัติความเป็นมาหรือเรื่องราวของเขาเป็นมาอย่างไร ไม่มีผู้ใดรู้ได้ เขาเบื่อหน่ายโลกใบนี้เต็มทน ชีวิตคนสำหรับเขาก็เป็นเพียงเศษหญ้าเท่านั้น ꧁⊱ ⊰꧂ เพราะถูกรถชนตายตอนที่เพิ่งอ่านนิยายจบรอบที่ 99 ยังไม่ครบร้อย พอลืมตามาก็อยู่ในร่างตัวประกอบ ไม่ใช่นางเอกไม่พอยังต้องแต่งงานกับคนบ้า 'เหมยลี่' คนนี้เลยต้องพยายามฆ่าเจ้าบ่าวในห้องหอ ก่อนที่เธอจะถูกเขาฆ่าตามบทในนิยายอีกครั้ง แต่แล้ว ความพยายามของเธอก็ไร้ค่า เธอตายอีกครั้งแล้วไม่ได้กลับโลกเดิม แต่ย้อนกลับมาที่คืนเข้าหอ ทว่าทำไมรอบนี้คุณพระเอกเจ้าบ่าวมองเธอตาเยิ้มขนาดนั้นล่ะเนี่ย ꧁⊱ ⊰꧂ Trigger Warning ***สำหรับนักอ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*** นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาติดเรท 18+ คำหยาบคาย และฉากไม่เหมาะสม. โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน. *พฤติกรรมบางอย่างไม่ควรลอกเลียนแบบ*

ก็บอกว่าไม่ใช่พระรองไงฟ้ะ

ก็บอกว่าไม่ใช่พระรองไงฟ้ะ

นิยายวาย

5.0

เตียวเฉิน ก่อนตายเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ในโลกใหม่ เขาเป็นพระรองมาดแมนแม้ตัวจะไม่มีกล้ามแซงหน้าพระเอก ในเมื่อเกิดมาหล่อ รวย หน้าตาการศึกษาดี แต่ข้างในวิญญาณไม่มีความรู้สักกะติ๊ด เขาจึงพยายามใช้สมองอันน้อยนิดหาหนทางรอด ด้วยการ มุดโพลงหมาลอดออกไปเป็นขอทานเสียเลย มู่จิน พระเอกของโลกใบนี้ นักธุรกิจและผู้มีอำนาจที่สุดในเมือง ชายหุ่นกล้ามที่ชอบใส่สูทผูกไทป์ แล้วหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน สีหน้าของเขาเยือกเย็นตลอดเวลา อะไรๆในโลกก็น่ารำคาญไปหมด ยกเว้นวันที่เห็นตัวอะไรปีนเข้าบ้าน ꧁{★… ★}꧂ เกิดใหม่ก็ต้องดิ้นรนหนีออกจากบ้าน พอนึกไปแล้ว เข้าร่างพระรองมาได้ไม่กี่เดือน แต่เดี๋ยก็ถึงเวลาที่พระเอกนายเอกเขาก็จะเจอกันแล้ว ผมก็ชิงหนีออกไปเป็นขอทานก่อนน่ะสิ เรื่องอะไรจะอยู่รอแบดเอ็น เอ๊ะ ผู้ชายที่เปลื่อยกายนั่นหน้าคุ้นๆ ทำไมบ้านที่ผมปีนกำแพงเข้าไปมันดันเป็นบ้านพระเอกล่ะ ซวยแล้ว งั้นตีเนียนไม่รู้ไม่ชี้ก่อนแล้วกัน ทั้งที่ตั้งใจจะอยู่ที่นี่อีกนิดเดียวแท้ๆ พวกคนใช้เองก็บูลลี่กันอยู่ได้ ผมมั่นใจว่าพระเอกต้องโยนผมออกไปในไม่ช้า เขาน่ะระแวงผมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่... แปลกๆ นะ ขอทานแล้วได้เสื้อผ้า อาหาร เพชรพลอย ที่แปลกกว่าคือ พอผมอาละวาทพังบ้าน เกิดอะไรขึ้นรู้ไหม เจ้าของบ้านซื้อเฟอร์ใหม่มาให้พังเพิ่มน่ะสิ วันๆหัวจะปวด เขาจับผมมัดตั้งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในห้องทำงาน แล้วก็เอาแต่นั่งครุ่นคิดว่าพรุ่งนี้จะเอาอะไรมาให้ตอนผมขอทานดี ผมนี่ขมวดคิ้วเลย ꧁{★… ★}꧂

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์
4.8

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

ทางใหม่ เริ่มใหม่

ทางใหม่ เริ่มใหม่

Beckett Grey
4.8

ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...

พระชายาสารพัดพิษ

พระชายาสารพัดพิษ

เกาะครีต
5.0

"นางเป็นบุตรีผู้สูงศักดิ์ของฮูหยินเอกของจวนเสนาบดี นางมีหน้าตาโดดเด่น ทั้งอ่อนโอนและมีน้ำใจไมตรีต่อผู้อื่น แต่... นางทำดีต่อป้าของนาง นางกลับฆ่าแม่ของนางตาย นางรักเอ็นดูน้องสาวของนาง แต่น้องสาวกลับแย่งสามีของนางไป นางคอยสนับสนุนและดูแลสามีของนางอย่างสุดหัวใจ แต่สามีกลับทำให้นางตายทั้งกลม...ตระกูลฝ่ายมารดาของนางก็ถูกประหารชีวิตทั้งตระกูลด้วย นางตายตาไม่หลับและสาบานว่าหากมีชาติหน้า นางจะไม่เมตาตาต่อใครอีก ใครก็ตาม กล้ามาทำร้ายข้า ข้าจะล้างแค้นด้วยชีวิตทั้งตระกูลของพวกเจ้า เมื่อเกิดใหม่อีกครั้ง นางอายุได้สิบสี่ปี นางสาบานว่าจะต้องเปลี่ยนชะตากรรมและแก้แค้นชาติก่อน ป้านางใจ้ร้าย นางจะใจร้ายกลับยิ่งกว่านาง นางคิดจะได้ครองตำแหน่งฮูหยินงั้นเหรอ บอกเลยไม่มีทาง! ส่วนน้องสาวชอบผู้ชายชั่ว ๆ นักไม่ใช่หรือ ได้!ข้าจะยกให้เลย ส่วนชายชั่วนั่น ข้าจะทำให้เจ้าไม่สามารถมีทายาทได้อีกตลอดทั้งชาติ!แต่ข้าจะแก้แค้น เหตุใดเจ้าต้องมาช่วยข้าด้วย?"

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ