บัวยั่วเพลิง

บัวยั่วเพลิง

นลพรรณ

5.0
ความคิดเห็น
4.9K
ชม
92
บท

"คุณจะทำอะไร" บัวบูชา ถามเสียงตื่น ถ้าเขายังรังแกกันอีก เธอจะสู้จนขาดใจ หากสิ่งที่เขาบอกนั้นทำให้หญิงสาวชะงัก ไม่มั่นใจว่าได้ยินถูกหรือเปล่า "ผมจะใส่กางเกงให้คุณ" "ไม่ต้อง ฉันไม่ให้คุณใส่" "นั่งนิ่งๆ เถอะ" แม็กซ์เวล ดึงข้อเท้าขาวสะอาดทั้งสองข้างเข้าหาตัวเอง จนเธอร้องวี้ด ถลารูดไปบนโซฟา แล้วยันกายขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล ขณะที่คนตัวใหญ่ตั้งหน้าตั้งตาจะสวมกางเกงยีนให้โดยไม่สนใจว่าเธออยู่ในสภาพไหน กระทั่งกางเกงยีนกระชับเรือนร่างถูกดึงผ่านสะโพกผายตึงและก้นงามงอนได้สำเร็จ มือแข็งแรงจึงรูดซิบแล้วติดกระดุมให้เป็นขั้นตอนสุดท้าย... ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ โดยที่สายตายังจับอยู่ที่ผลงานตัวเองอย่างพอใจ "เสร็จสักที ตอนถอดไม่เห็นยากอย่างนี้เลย"

บทที่ 1 บัวยั่วเพลิง

ช่างเป็นเช้าวันจันทร์ที่ชวนง่วงนอนจริงๆ เมื่อเปิดร้านมาเป็นชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่มีลูกค้าแวะเวียนมาสักคน แถมหลานสาวเจ้าของร้านข้างๆ ก็ยังข้ามฝั่งมาเล่าเรื่องไม่น่าเพลินใจ...จนผ่านมาเกือบสิบนาทีแล้ว เจ้าตัวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้

“ถ้าพี่บัวเห็นคุณแม็กซ์เวล พี่บัวก็ต้องร้องว้าวๆ เหมือนกัน คนอะไรโคตรหล่อเลย สูงกว่าหนูเป็นศอก จมูกก็โด๊งโด่ง ดวงตาคมกริบ ขนตาหนาเป็นแพกว่าผู้หญิงบางคนอีก หนากว่าหนู หนากว่าของพี่บัวด้วย แล้วก่อนเขากลับนะ เขายังมองพวกเราด้วย หนูระทวยเลยแหละพี่บัว”

บัวบูชาเหล่มองคนนั่งบิดกายม้วนทำตาเคลิ้มฝัน ได้แต่นึกในใจว่าไม่เห็นจะอยากคล้อยตามสักนิด...แล้วที่สำคัญ มันเรื่องอะไรกันถึงเอาขนตาหนาเป็นแพของนายคนนั้นมาเทียบกับของเธอ

บัวบูชาไม่ได้บอกว่าเธอก็เคยเห็นแม็กซ์เวล นายทุนที่ดินคนนั้นแล้ว และยังจำรูปร่างหน้าตาของเขาได้ รู้ละว่าที่ทับทิมพูดมาทั้งหมดไม่ไกลจากความจริง แต่เธอก็เห็นว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรชื่นชม ดังนั้นจึงคิดว่าถึงเวลาที่ต้องปลุกเด็กสาวให้ตื่นจากฝัน

“ทับทิมคงลืมไปว่า คนที่ทับทิมบอกว่าหล่อมากนั่นน่ะ คนคนนั้นกำลังจะไล่ที่เรา แล้วเขามาดูที่ของเขา ไม่ได้มาเพื่อจะมองให้เราระทวย”

“โอ๊ย! พี่บัว แล้วจะขัดทำไมเนี่ย ขัดทำไม หนูรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร ไม่ลืมด้วย แต่พี่บัวต้องแยกแยะนะ เขาหล่อก็ต้องบอกว่าหล่อ ความหล่อของเขาทำให้หัวใจของหนูกระชุ่มกระชวย ส่วนเรื่องไล่ที่อะไรนั่น มันชวนห่อเหี่ยวหัวใจ อันนี้แกล้งลืมๆ ไปบ้างก็ได้”

“ไม่ได้! ไม่ว่าจะแกล้งลืมหรือลืมจริง เพราะอีกสองเดือนเราก็ต้องย้ายออกจากที่นี่แล้ว นายคนนั้นไม่ยืดเวลาให้เราอีก”

“เฮ้อ! นั่นสินะ เครียดเลย ลุงกับป้าก็ยังหาที่ขายใหม่ไม่ได้...ไม่น่าเลย ไม่น่าเลยจริงๆ”

ถ้อยคำรำพึงของเด็กสาวทำให้บัวบูชาต้องทอดถอนใจตาม และไม่รู้ว่าคำว่า ‘ไม่น่าเลย’ นั้นเจ้าตัวจะหมายถึงอะไร

นายคนนั้นไม่น่ามาไล่ที่พวกเธอ หรือว่าเป็นเธอที่ไม่น่าปลุกเจ้าตัวให้ตื่นจากฝันมาพบกับความเป็นจริงที่ชวนปวดหัวใจ

“แต่พี่บัวก็มีร้านที่ถนนคนเดินอยู่แล้ว ไม่เดือดร้อนเท่าไรใช่ไหมล่ะ”

“ไม่เดือดร้อนที่ไหนได้ล่ะ ตรงนั้นก็แผงที่พี่เช่าต่อมาอีกที ไม่รู้ว่าเจ้าของแผงจะขอคืนวันไหน บางช่วงก็ขายดีอยู่หรอก แต่ถ้าหน้าฝนเมื่อไร อย่าว่าแต่ลูกค้าไม่มาเลย เราเองก็แทบจะเปิดร้านตั้งของขายกันไม่ได้”

“แย่จัง เป็นแม่ค้านี่แย่นะ หนูไม่อยากเป็นแล้วสิ”

“ก็เรียนหนังสือให้จบ จากนั้นก็ค่อยหาช่องทางทำงานอื่น”

“แล้วพี่บัวล่ะ เรียนจบด้วยเหมือนกัน แถมจบจากมหาวิทยาลัยนานาชาติเชียงราชอีกด้วย ทำไมมาขายของล่ะ ไม่สมัครงานที่อื่นดูบ้างเหรอ จะว่าไปหนูก็แปลกใจแล้วก็สงสัยจริงๆ นะเนี่ย เพื่อนของพี่บัวก็มีแต่คนรวยๆ อย่างคุณนิดนั่นไงล่ะ หนูเห็นตั้งแต่ขี่สกูตเตอร์มาหาพี่ จนตอนนี้นั่งรถคันหรูหรา ลุงบอกว่าราคาเป็นสิบๆ ล้านเลย แล้วทำไมพี่ไม่ขอให้เขาช่วยบ้างล่ะ”

ทับทิมถามพลางจ้องหน้าเธอ ด้วยแววตาที่บอกว่าสงสัยจริงจังและอยากได้คำตอบให้หายคาใจ

บัวบูชาเหลือบมองนิดเดียวก็เมินหนี ก่อนจะตอบสาวรุ่นน้องที่เห็นมาตั้งแต่เจ้าตัวเป็นเด็กนักเรียนคอซอง

“เรายังไม่จนมุม จะไปให้คนอื่นช่วยทำไม ถึงเป็นเพื่อนกันก็เถอะ เราก็ต้องเกรงใจเขาบ้าง พยายามยืนด้วยตัวเองให้ได้ก่อน ก่อนจะขอให้คนอื่นช่วย”

เธอยังเชื่อคำที่ว่า ‘ช่วยตัวเองก่อน จากนั้นพระเจ้าจะช่วยเรา’ หรือกระทั่ง ‘ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน’ ถ้อยคำเหล่านี้ยังศักดิ์สิทธิ์สำหรับเธอเสมอ ที่สำคัญ เพื่อนสำหรับเธอมีไว้สำหรับเป็นแรงใจ ให้คำปรึกษากัน แต่ไม่ใช่จะเรียกร้องขอสิ่งใดๆ จากเขา

“เฮ้อ! ฟังแล้วเหนื่อยจัง”

“ทำงานอะไรก็เหนื่อยทั้งนั้นแหละ แต่มันก็มีมุมสนุกอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นพี่ไม่ทำมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยหรอก”

“ใช่สินะ ลุงยังชมพี่บัวให้หนูฟังบ่อยๆ เลยว่าเป็นเด็กต่างจังหวัดมาเรียนหนังสือในเชียงราช ไม่มีพ่อแม่ แต่ทำมาหากินส่งเสียตัวเองเรียนจนจบ แถมร้านของพี่บัวก็ใหญ่กว่าของลุงอีก นี่ถ้าคุณแม็กซ์เวลไม่ให้พวกเราย้ายออก ไม่แน่ว่าอีกไม่นานร้านของพี่บัวอาจขยายเป็นเจ้าใหญ่ในเชียงราชเลยก็ได้ ลูกค้าประจำของพี่บัวที่อยู่ต่างประเทศก็มีตั้งหลายคน หนูเพิ่งคิดได้แหละว่าเขาไม่น่ามาจริงๆ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ เพราะพอเขามา พวกเราก็เดือดร้อนกันไปหมด ลุงกับป้าของหนูก็ยังหาที่ขายของแห่งใหม่ไม่ได้ เมื่อกี้หนูเผลอไปนิดหนึ่ง”

บัวบูชากลั้นหัวเราะเมื่อได้ยินถ้อยคำของเด็กสาว แค่ไม่กี่อึดใจก็เปลี่ยนมุมมองต่อคนคนนั้นไปแล้ว จากผู้ชายชวนฝันหน้าตาหล่อเหลาที่เจ้าตัวนั่งเพ้ออยู่หลายนาที กลายมาเป็นนายทุนหน้าเลือดในพริบตา…

เด็กหนอเด็ก

แต่มันก็ช่วยไม่ได้จริงๆ รู้อยู่ว่าที่ตรงนี้เป็นที่ขายของ และร้านค้าก็ไม่ได้บุกรุกที่ดินเข้ามาทำกิน แต่เป็นการเช่าต่ออีกที เป็นความสะเพร่าของพวกเธอที่ไม่รู้ว่าอาคารพาณิชย์ได้ถูกเปลี่ยนมือไปแล้ว ที่พวกเธอเช่ากันอยู่จึงถือว่าเป็นการเช่าช่วงอีกที

ดังนั้นเมื่อเขาแจ้งให้ร้านค้าย้ายออกภายในสามเดือน บัวบูชาจึงคิดว่ากระชั้นชิดเกินไป เพราะร้านค้าย่านเมืองเก่าเป็นแหล่งพบปะของลูกค้าและคนขายของมาเนิ่นนานแล้ว เจ้าของที่ดินรายใหม่ควรรอให้ร้านค้าได้ที่ทำกินใหม่กันเสียก่อน ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้เวลามากกว่าสามเดือน

บัวบูชารู้มาตลอดว่ามีคนเข้าไปขอความเห็นใจจากนายทุนใหม่หลายต่อหลายครั้ง แต่เขาก็ยังยืนยันคำเดิม ไม่ยอมผ่อนปรนให้กับใคร

ถ้าอย่างนั้นก็สมควรแล้วแหละ ถ้าเขาจะถูกมองว่าเป็นนายทุนหน้าเลือดบ้าง

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ นลพรรณ

ข้อมูลเพิ่มเติม
เบี้ยปรารถนา

เบี้ยปรารถนา

โรแมนติก

5.0

“เธอเป็นผู้หญิงของเขา แล้วเคยเจอเขาหรือเปล่า รู้หรือว่าเขาเป็นคนยังไง” “ทำไมจะไม่รู้ ถึงเขาจะแก่ แต่ฉันชอบเขา คุณใหญ่ใจดี ไม่หยาบคายอย่างนาย จำไว้นะ อย่าบังอาจแตะต้องตัวฉันอีก ไม่งั้นฉันจะฟ้องเขาให้สั่งคนจับนายยิงเป้า” หล่อนประกาศก้อง คนร่างใหญ่ถึงกับยืนจังงัง หากปิ่นลดาตีความไปว่าเขากำลังกลัวโทษที่หล่อนขู่ “อย่าตามมานะ ถ้าไม่อยากตาย” หล่อนถอยอีกสามก้าว ก่อนหันกายวิ่งหนี ร่างน้อยในชุดเสื้อคลุมสีขาวที่เห็นลางๆ ในคืนเดือนมืดจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง คนข้างหลังมองตาม ดวงตาคมหรี่ลง กระตุกยิ้มอย่างจอมวายร้าย อย่างนี้จะพึ่งเทคโนโลยีผลิตเลือดเนื้อเชื้อไขให้โง่ทำไม ก็หล่อนร่ำร้องอยากเป็นผู้หญิงของนายใหญ่ใจจะขาดแล้ว!

มายาสีฝุ่น

มายาสีฝุ่น

โรแมนติก

5.0

เมื่อ พราวพิชชา สาวสวยจากเมืองเพิร์ท กลับมายังเชียงราช โดยใช้สิทธิ์ลาพักร้อนสิบห้าวันมาทำภารกิจบางอย่าง...ทั้งหมดก็เพื่อน้องสาว อะไรๆ ก็เป็นไปตามแผน มันดูสำเร็จไม่ยาก แต่แล้วก็มีมนุษย์ป่าเถื่อนอย่าง รัชภาคย์ โผล่มาทำให้แผนของเธอล่มไม่เป็นท่า พราวพิชชาคิดว่าตัวเองแกร่งพอ รับมือเขาได้แน่นอน คราวนี้จะตอกกลับเขาให้หน้าหงาย สมกับที่เคยกวนอารมณ์เธอมาแล้วครั้งหนึ่ง แค่สบโอกาสเถอะ เธอจะจัดการให้อยู่หมัด แล้วจะเป็นไปได้แค่ไหน... เมื่อพราวพิชชาไม่รู้เลยว่าคู่ปรับเก่าอย่างรัชภาคย์มีแผนอะไรอยู่ในใจ เกมนี้เธอจะได้เอาคืนเขา... หรือจะเป็นเขาที่ทำให้ชีวิตเธอพลิกคว่ำคะมำหงายตลอดการลาพักร้อนกันแน่ ----------- "คนท้องคนไส้...หมายถึงลดางั้นหรือคะ ลดาท้องหรือ" "อ้าว! ไม่รู้เหรอว่าน้องสาวคุณท้องจนจะคลอดแล้ว คุณป้า" พราวพิชชา ถึงกับกำหมัดแน่นเมื่อได้ยินคำพูดสวนของ รัชภาคย์ เธอตั้งใจจะไม่สนใจมนุษย์ป่าเถื่อนคนนี้อยู่แล้ว แต่วาจาเราะร้ายที่กระทบโสตประสาท ไม่อาจทนไหวจริงๆ แล้วชายชราที่ดูน่าเกรงขามก็ห้ามทัพ...เป็นครั้งที่เท่าไหร่เธอก็ไม่ได้จำ "นายเล็ก หยุดพูดสักห้านาทีเถอะ คุยไม่รู้เรื่องกันพอดี" ท่านชายปราม แล้วถามแขกสาว "ชื่ออะไรล่ะหนู จะได้ให้เด็กบอกนายใหญ่ถูก" "พราวพิชชาค่ะ พี่สาวของลดา" "ชื่อยังกะลิเก" เสียงเปรยเข้าหูในระยะประชิด พราวพิชชาต้องกลั้นอารมณ์อีกรอบ...

ดอกเหมยห่อไฟ

ดอกเหมยห่อไฟ

โรแมนติก

5.0

"เฮีย" เสียงเล็กๆ จากเด็กหญิงทำให้ฉัตรฉายยิ้มกว้างอย่างชอบใจ เขาตรงไปหาแล้วนั่งยองๆ บนส้นเท้า สายตาระดับเดียวกับเด็กน้อย "ว่ายังไงคะ แตงหวานคิดถึงเฮียไหม" "คิดถึง คิดถึงเฮีย" เด็กน้อยพยายามพูด ตั้งใจบอกให้เขารู้ความคิดถึงของตัวเอง ฉัตรฉายเอื้อมมือไปหา เมื่อเด็กหญิงไม่ปฏิเสธ เขาจึงค่อยๆ อุ้มแกขึ้นมา ก่อนจะพูด...เหมือนว่าสื่อกับเด็กน้อยเท่านั้น "วันนี้แตงหวานต้องหยุดเล่นก่อน เพราะเฮียมีงานต้องทำ แตงหวานช่วยเฮียทำงานด้วย...ได้ไหมคะ" "ได้ค่ะ" เจ้าตัวน้อยรับคำแล้วปรบมืออย่างชอบใจอีกต่างหาก ญาณินยืนอึ้ง จับทางยังไม่ถูก มองเจ้าของบ้านที่อุ้มหลานสาวเดินลิ่วเข้าบ้านไปแล้ว จนได้สติถึงเร่งฝีเท้าตาม เดินขึ้นบันไดไปจนเขาผลักประตูห้องหนึ่ง "ส่งแตงหวานมาให้ฉันเถอะค่ะ คุณทำงาน แกจะกวนคุณ" "ใครบอกกันล่ะ แตงหวานจะช่วยเฮียทำงานใช่ไหมคะ" ตอนท้ายถามความเห็นจากคนในอ้อมแขน ซึ่งไม่ผิดหวัง มีเสียงตอบรับในทันทีเช่นกัน "ใช่ค่ะ...แตงหวานทำงาน" อะไรกันนี่ แม่หลานสาวจอมป่วนจะมาสนุกอะไรกันตอนนี้ ญาณินถึงกับทำหน้าปั้นยาก อ่อนใจกับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก "มีงานสำหรับเธอด้วย สนใจไหม อย่างน้อยก็เป็นค่าเช่าบ้าน ค่าอาหารวันละสามมื้อ"

กล้วยไม้ล้อมตะวัน

กล้วยไม้ล้อมตะวัน

สมัยใหม่

5.0

เมื่อคนแปลกหน้า นัยว่าเป็นเศรษฐีใหม่เข้ามาในเชียงราช เขากว้านซื้อบ้าน ที่ดินและทรัพย์สินที่ตกทอดมาตั้งแต่ต้นตระกูลของ ณิชา ไป ทายาทที่เหลือเพียงคนเดียว แถมยังสิ้นเนื้อประดาตัวอย่างเธอจะทำอย่างไรได้ นอกจากทำใจยอมรับ คิดจะหลีกทางให้อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวที่สุด แต่นั่นไม่นับรวมถึงการถูกทำร้ายจิตใจ ดูหมิ่นเกียรติไม่เว้นวัน มันทำให้ณิชาสุดจะทน...จากที่คิดจะถอยอย่างสงบ จึงฮึดสู้ขึ้นมาบ้าง คอยดูนะ เผลอเมื่อไหร่ ณิชาคนนี้จะตลบหลัง เอาทุกอย่างคืนมาให้หมด! ส่วน ไรวินทร์ คนอย่างเขาคงไม่เหมาะกับการปิดทองหลังพระจริงๆ สำหรับแม่คุณหนูตกอับอย่างณิชาคงเข้ากับสำนวนไทยที่ว่าทำคุณบูชาโทษแท้เชียว เมื่อเสียเงินไปก็มาก แต่เจ้าตัวยังทำตัวร้ายกาจไม่เลิก เขาก็หมดความอดทนได้เหมือนกัน แม่จอมวายร้าย งั้นมาลองดูกันสักตั้งไหม ว่างานนี้ใครจะอยู่หรือใครจะไป! .................... “ตกใจที่ฉันรู้ใช่ไหม จะบอกให้ว่าขณะที่คุณอวดตัวว่ารู้เรื่องของฉัน การเคลื่อนไหวของคุณ เรื่องของคุณก็ไม่เป็นความลับ สำหรับฉันเหมือนกัน ฉันรู้ว่าคุณเข้ามาเชียงราชทำไม เพียงแต่ยังไม่มีหลักฐาน แต่ถ้าฉันหาได้เมื่อไหร่จะส่งให้ตำรวจ อย่าคิดจะมาสร้างเครือข่าย สร้างอิทธิพลในเมืองนี้ได้ สักวันคุณจะตกเป็นผู้ร้ายที่ถูกส่งตัวข้ามแดนกลับไปรับโทษ” คำขู่ดุเดือดจากคนร่างกลมกลึงอรชร มันทำให้ ไรวินทร์ นึกอยาก...สั่งสอนให้รู้จักเขาเสียเดี๋ยวนี้ ชายหนุ่มเดาะลิ้น ปรายตามองแม่แมวน้อยที่กำลังสู้สายตาอย่างไม่ยอมแพ้ นึกพอใจในความเก่งกล้าของ ณิชา อย่างถึงที่สุด มันช่างผิดกับภาพแรกที่เห็นลิบลับ... แล้วอยากรู้ต่อมาว่าภายใต้ผิวขาวนวลแลดูบอบบาง กับท่าทางนิ่มนวลนั้น หล่อนจะซ่อนไฟร้อนอยู่สักขนาดไหน ซีรีย์ชุด สิงห์หนุ่มแห่งเชียงราช

ปรารถนารักแห่งดวงใจ

ปรารถนารักแห่งดวงใจ

โรแมนติก

5.0

การพบเจอกันครั้งนี้ของ สไลลา กับ ดร.อนล นั้น ไม่ใช่ครั้งแรก ทว่าสองคนเคยเจอกันนานแล้ว เพียงแต่สถานะในวันวานกับวันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไป ------------ ดร.อนล จบปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์ ปัจจุบันเป็นนักวิชาการด้านการเงินในธนาคารพาณิชย์ และรับช่วงดูแลธุรกิจส่งออกของครอบครัว ปากกับใจตรงกัน จนบ่อยครั้งที่ถูกมองว่าเป็นคนปากร้าย นิสัยเอาแต่ใจตัวเองตามประสาลูกชายคนโตที่ได้ดังใจพ่อแม่เกือบทุกอย่าง จนเกือบจะมองตัวเองเป็นแกนโลกอยู่ละ...อีกนิดเดียว แต่พอจะมีข้อดีอยู่บ้าง ตรงที่จริงใจกับเพื่อนฝูงและคนรอบข้าง ที่สำคัญจริงจังและมั่นคงกับความรู้สึกที่มีต่อ...สไลลา ------------- สไลลา อาชีพพนักงานขายคอนโด มีฝีมือทำขนมหวานเป็นเลิศ แต่อาหารคาวไม่ได้เรื่องเลยสักนิด พื้นฐานครอบครัวค่อนข้างดี พ่อและพี่ชายเป็นนายแพทย์ แต่ด้วยความที่พ่อและแม่แยกทางกัน เธอจึงต้องย้ายตามแม่ไปอยู่ที่อเมริกา การใช้ชีวิตที่นั่นไม่ง่ายนัก บ่มเพาะให้เธอกลายเป็นคนเงียบขรึม เข้มแข็งเกินตัว แต่ก็มีหนุ่มนักเรียนไทยที่ชื่ออนลชอบมากะเทาะความรู้สึกบ่อยๆ จนเธอย้ายกลับเมืองไทย แล้วได้เจอกับเขาอีกครั้ง...ความสัมพันธ์ก็ถูกเริ่มขึ้นใหม่ แต่ยังไงๆ ก็ไม่ได้ทำให้สไลลาปลื้มเขามากกว่าเดิมเลย ก็ปากร้ายขนาดนั้น แถมไม่มีความหวานกันสักนิด ติดจะกระแนะกระแหนเธอด้วยซ้ำ จนไม่มั่นใจละว่า เขาเข้ามาหาเธอในครั้งนี้ เพราะต้องการอะไรกันแน่

รอยรักร้าย

รอยรักร้าย

โรแมนติก

5.0

ผ่านมาเกือบสี่ปี แทบไม่มีวันไหนเลยที่เราไม่คิดถึงเขา... กระบอกตาร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงวันที่อ่านข้อความจากเขา มันเป็นข้อความสุดท้ายที่เขาตอบกลับมาหลังจากที่หล่อนทักไปหาเพื่อจะบอกเรื่องสำคัญ ไปรยาจดจำได้ทุกจังหวะความคิดและความรู้สึกในเวลานั้น หล่อนไม่เคยลืมมันได้เลย... พลันเสียงเจื้อยแจ้วที่แสนคุ้นเคยก็ดึงหญิงสาวให้ออกจากความหม่นหมอง 'แม่กุ๊บกิ๊บคร้าบ แม่กุ๊บกิ๊บอยู่หนาย คุณตาพาอชิไปซื้อขนมมาเยอะแยะเลยคร้าบ' สำหรับไปรยา ไม่ใช่เวลาหรอกที่ช่วยเยียวยารักษาแผลในใจ แต่เป็นเด็กชายอชิระผู้เป็นแก้วตาดวงใจของหล่อนต่างหาก --------------- “หนูอยู่บ้านนี้ใช่ไหม” “ใช่ครับ นี่บ้านของอชิ” “แล้วพ่อเราไปไหน” “อชิไม่รู้ครับ แต่อชิมีคุณตาตัวใหญ่ๆ ใหญ่กว่าคุณลุงด้วย อชิไม่กลัวคุณลุงหรอก” “พ่อเราหนีไป ไม่อยู่เลี้ยงเราใช่ไหม” เพิ่งรู้ตัวว่าตนใจร้ายเกินไปก็ตอนที่เห็นดวงหน้าเล็กนั้นเบ้ ทำท่าจะร้องไห้ แต่น้ำตาก็ไม่ได้ไหลออกมา เพราะเจ้าตัวฮึบไว้ได้ทัน ก่อนจะมองแรงมายังเขา ทั้งที่น้ำใสๆ ยังรื้นหน่วยตา “อชิโป้งคุณลุง ไม่ให้คุณลุงมาบ้านอชิ”

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ไฟรักเร่าร้อน NC18++

ไฟรักเร่าร้อน NC18++

Me'JinJin
4.9

คิณ อัคนี สุริยวานิชกุล ทายาทคนโตของสุริยวานิชกุลกรุ๊ป อายุ 26 ปี นักธุรกิจหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เย็นชากับผู้หญิงทั้งโลกยกเว้นเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น เอย อรนลิน "เมื่อเขาดึงเธอเข้ามาในวังวนของไฟรักที่แผดเผาหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้ไหม้ไปทั้งดวง" "เธอแน่ใจนะว่าจะให้ฉันช่วยค่าตอบแทนมันสูงเธอจ่ายไหวเหรอ?" เอย อรนลิน พิศาลวรางกูล ดาวเด่นของวงการบันเทิงที่ผันตัวไปรับบทนางร้าย เธอสวย เซ็กซี่ ขี้ยั่วกับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น "เขาคือดวงไฟที่จุดประกายขึ้นในหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้หลงเริงร่าอยู่ในวังวนแห่งไฟรัก" "อะ อึก จะ เจ็บ เอยเจ็บค่ะคุณคิณ"

ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม

ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม

rabb
5.0

เซี่ยอวี๋อันชอบเฟิงจี้หานตั้งแต่เด็ก งานแต่งงานที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อมานานถึงสามปี แต่เมื่อใกล้ถึงวันแต่งงาน เขากลับพารักแรกกลับ เซี่ยอวี๋อันรู้ดีว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ความรักที่เกิดจากการอยู่ด้วยกันนานๆ การเคารพกันและกัน ทุกอย่างก็แค่การเสแสร้งเท่านั้น เธอตัดสินใจปล่อยมือ ปล่อยเขาไป ในขณะเดียวกันก็ปล่อยตัวเองไปด้วย แต่เมื่อเธอยื่นเอกสารหย่าให้ เขากลับคลั่ง "เซี่ยอวี๋อัน ทำหน้าที่คุณนายเฟิงให้ดี ไม่ต้องคิดเรื่องหย่าเลย" เซี่ยอวี๋อันหัวเราะ "เฟิงจี้หาน ฉันไม่ต้องการอะไรแล้ว รวมถึงนายด้วย"

หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก

หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ
5.0

หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์
4.8

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

ลิขิตรักภรรยาตัวร้าย

ลิขิตรักภรรยาตัวร้าย

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ
5.0

เว่ยจื้อโหยวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตนอยู่ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคยสิ่งรอบกายดูโบราณล้าหลัง โลกโบราณที่ไม่มีในประวัติศาสตร์โลก ยังไม่ทันได้เตรียมใจก็ถูกส่งให้ไปแต่งงานกับชายยากจนที่ท้ายหมู่บ้าน สาเหตุที่เว่ยจื้อโหย่วถูกส่งมาให้แต่งงานกับชายที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในหมู่บ้านนั้น เพราะนางเกิดไปต้องตาต้องใจเศรษฐีผู้มักมากในกามเข้า เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกบ้านใหญ่ขายไปเป็นอนุภรรยาของเศรษฐีเฒ่า พ่อแม่ของนางจึงยอมแตกหักจากบ้านใหญ่และท่านย่าที่เห็นแก่ตัวและลำเอียงเป็นที่สุด ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของนางจึงตัดสินใจยกนางให้กับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มที่แสนยากจนข้นแค้น ที่เพิ่งเสียบิดามารดาไป อีกทั้งยังทิ้งน้องชายน้องสาวเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีป้าสะใภ้มหาภัยที่คอยแต่จะมารังแกเอารัดเอาเปรียบสามพี่น้อง สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดไม่ใช่ป้าสะใภ้มหาภัย แต่ มันคืออะไรแต่งงานนางไม่ว่ายังไม่ทันได้เข้าหอสามีหมาดๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างแคว้น มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากว่านี้อีกแล้วสำหรับ เว่ยจื้อโหยว หากสามีทางนิตินัยของนางตายในสนามรบ ก็ไม่เท่ากับว่านางเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่ยังบริสุทธิ์หรอกหรือ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายน้องสาวของอดีตสามีอีก สวรรค์เหตุใดถึงได้ส่งนางมาเกิดใหม่ในที่แบบนี้

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
บัวยั่วเพลิง
1

บทที่ 1 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

2

บทที่ 2 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

3

บทที่ 3 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

4

บทที่ 4 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

5

บทที่ 5 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

6

บทที่ 6 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

7

บทที่ 7 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

8

บทที่ 8 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

9

บทที่ 9 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

10

บทที่ 10 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

11

บทที่ 11 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

12

บทที่ 12 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

13

บทที่ 13 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

14

บทที่ 14 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

15

บทที่ 15 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

16

บทที่ 16 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

17

บทที่ 17 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

18

บทที่ 18 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

19

บทที่ 19 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

20

บทที่ 20 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

21

บทที่ 21 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

22

บทที่ 22 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

23

บทที่ 23 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

24

บทที่ 24 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

25

บทที่ 25 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

26

บทที่ 26 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

27

บทที่ 27 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

28

บทที่ 28 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

29

บทที่ 29 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

30

บทที่ 30 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

31

บทที่ 31 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

32

บทที่ 32 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

33

บทที่ 33 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

34

บทที่ 34 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

35

บทที่ 35 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

36

บทที่ 36 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

37

บทที่ 37 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

38

บทที่ 38 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

39

บทที่ 39 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025

40

บทที่ 40 บัวยั่วเพลิง

06/03/2025