ตอนพิเศษซีรีส์สกุลจ้าว

ตอนพิเศษซีรีส์สกุลจ้าว

ต้ายวี่

5.0
ความคิดเห็น
420
ชม
10
บท

นิยายเรื่องนี้เป็นการนำตัวละคร ของสามเรื่องหลัก มาแต่งเป็นตอนพิเศษสั้น ๆ  เพื่อตอบแทนนักอ่านที่รักทุกท่านที่สนับสนุนกันมาตลอดเวลา จะเป็นฉากเก็บตกที่รี๊ดขอมาทั้งสิ้น ฝากติดตามด้วยนะคะ

บทที่ 1 เกือบไปแล้ว

(ชะตาร้ายกลายรัก)

รัชศกตี๋เฟยปีที่สาม

สายลมยามวสันต์โบกพัดผ่าน ใบไม้เหลืองนวลหลุดร่วงจากต้นกองทับถมกันเต็มพื้นดิน นางกำนัลน้อยผู้หนึ่งก้มหน้าก้มตากวาดไปกองรวมกันไว้ ทว่าผ่านไปเพียงชั่วอึดใจลมลูกใหญ่ก็พัดหอบเอาใบไม้กองนั้นปลิวกระจายไปจนทั่วกัวซุนฮวาหันไปมองดูนางกำนัลที่กำลังวิ่งกลับไปกวาดเหล่าใบไม้มากองไว้เช่นเดิม นางมองดูเหตุการณ์เช่นนี้อยู่สามรอบ ริมฝีปากบางยกขึ้นพลางหัวเราะอย่างขบขัน ร่างอรชรกำลังจะก้าวขาลงไปยังใต้ต้นฟานสือหลิว ทว่ากับมีผ้าคลุมผืนหนึ่งวางลงบนหัวไหล่นางเสียก่อน

"เหตุใดจึงออกมายืนตากลมเช่นนี้เล่า เจ้าเพิ่งจะหายไข้สมควรแล้วหรือที่จะออกมาเช่นนี้ เป็นมารดาของลูกสามคนแล้ว เหตุใดจึงไม่รู้ความอีกกัน" เสียงเข้มต่อว่าออกมา คิ้วหนาขมวดแน่นขับให้ใบหน้าที่หล่อเหล่าดูดุดันยิ่งขึ้น

"ท่านอ๋องกลับมาแล้วหรือเพคะ เช่นนั้นเข้าไปในห้องกันเถิด" กัวซุนฮวาหาได้โกรธเคืองไม่ นางส่งยิ้มให้สวามีอย่างเอาใจ มือบางจับไปที่มือหนาก่อนจะพาจ้าวฉงซานผู้เป็นสวามีเดินกลับเข้าไปในห้อง เพื่อพูดคุยเรื่องที่สวามีนางถูกเรียกเข้าไปพบองค์ฮ่องเต้จ้าวตี๋เฟยผู้เป็นพี่ชาย

พระชายาซุนฮวารินน้ำชายื่นให้สวามี ก่อนจะโบกมือไล่เหล่านางกำนัลให้ออกจากห้องเสีย เมื่อพ้นร่างนางกำนัลทั้งหลาย ซุนฮวาก็ลุกขึ้นไปยืนด้านหน้าและยกมือนวดขมับของสวามีอย่างเอาใจ จ้าวฉงซานหลับตาส่งเสียงออกมาอย่างพอใจ

"ลูกไปไหนหรือ อื้ม..ฝีมือการนวดของน้องหญิงนับวันยิ่งเก่งกาจยิ่งนัก เพียงสัมผัสข้าก็คลายปวดหัวเสียแล้ว" ซุนฮวายกยิ้มออกมา พลางก้มหน้าลงมองสวามีที่ยังคงหลับตาอย่างสบายอารมณ์ ทว่าสีหน้าดูพอใจยิ่งนัก

"เหว่ยเกอเอ๋อร์อยู่ที่สำนักศึกษายังไม่กลับ เยียนเจี่ยเอ๋อร์กับหยางเกอเอ๋อร์ท่านพ่อมารับไปที่จวนสกุลกัวเพคะ"

"ดีแล้วให้ท่านพ่อตามารับไปบ่อย ๆ เจ้าจะได้พักบ้าง ข้ารู้สึกว่าเจ้าผอมลงไปใช่หรือไม่" จ้าวฉงซานลืมตาขึ้น พลางกระตุกมือพระชายาครั้งเดียว ร่างอรชรก็ล้มลงบนตักแกร่ง

จ้าวฉงซานรีบยกมือขึ้นไปกอดพระชายาเอาไว้ ริมฝีปากหนาก้มลงจูบไปที่ต้นคอระหง มือหนายกขึ้นกอบกุมหน้าอกอวบอย่างเต็มมือ

"อื้อ..อย่าเพคะ" กัวซุนฮวาเชิดหน้าขึ้นหลับตาพริ้ม ก่อนจะส่งเสียงครางหวานออกมา ทว่าเมื่อตั้งสติได้ก็รีบจับมือซุกซนนั้นไว้เสียก่อน

"ห้ามข้าด้วยเหตุใด น้องหญิงรักกันสักรอบเถิด เจ้าก็รู้ว่าเวลาเช่นนี้หายากเพียงใด กว่าที่เจ้าเด็กเหล่านั้นจะไม่อยู่ติดกายเจ้าเช่นนี้ เจ้ายังจะห้ามข้าอีกหรือ"

"เดี๋ยวเพคะ..อื้ม..ท่านพี่อย่าเพิ่งซุกซนได้หรือไม่ หม่อมฉันยังมีเรื่องจะพูดกับพระองค์อยู่นะ อ่ะ.." กัวซุนฮวาเบิกตากว้างเมื่อรับรู้ได้ว่าร่างตนเองลอยขึ้นจากพื้น นางรีบยกมือขึ้นคล้องคอสวามีเอาไว้อย่างทันที

"ทำไปพูดไปก็ได้เช่นกัน ข้าไม่ถือ" จ้าวฉงซานวางร่างพระชายาลงไปบนเตียงอย่างเบามือ

ใบหน้าหล่อเหลาโน้มตัวลงไป ส่งริมฝีปากไปประชิดที่ริมฝีปากบาง ลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดไล่ต้อนลิ้นบางไปจนทั่วโพรงปาก ร่างกายพระชายาพลันอ่อนแรงปล่อยใจให้สวามีได้ตักตวงอย่างเต็มที่ จ้าวฉงซานขยับใบหน้าออกก่อนจะไล่จูบลงไปที่ซอกคอขาว พลางขบเม้มจนเกิดรอยดอกเหมยไปจนทั่ว อาภรณ์ด้านบนถูกแหวกออกจนเห็นเอี๊ยมสีแดงตัวน้อยที่ปกปิดความงดงามของหน้าอกอวบ สวามีหนุ่มอดใจไม่ไหวอีกต่อไป ลิ้นร้ายตวัดเลียและดูดดึงผ่านเอี๊ยมตัวน้อยจนเปียกชุ่มเป็นหย่อม

"อ้าส์..ท่านพี่..หยุดก่อน อืม" เสียงหวานเอ่ยห้ามอย่างไม่จริงจัง ปากห้ามทว่าการกระทำกับตรงข้าม กัวซุนฮวาเชิดอกขึ้นป้อนไปยังริมฝีปากของสวามี

นอกจากไม่หยุดแล้ว จ้าวฉงซานยังปลดสายคาดเอวพระชายาก่อนจะขยับอาภรณ์ให้เปิดกว้าง ดวงตาหวานเงยหน้ามองสวามีด้วยตาฉ่ำวาว ริมฝีบวมเจ่อเผยอขึ้นอย่างท้าทาย

ท่านอ๋องหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะส่งมือหนาลงไปลูบที่กลางบุปผางาม น้ำหวานที่เอ่อล้นออกมาท้าทายให้ลิ้มชิมรส จ้าวฉงซานก้มหน้าลงเหมือนดังคนละเมอ ปลายจมูกโด่งติดชิดปลายบุบฝาดอมดมกลิ่นหอมหวานอย่างแสนรัก

"เสด็จแม่เพคะ เยียนเอ๋อร์กลับมาแล้ว"เสียงหวานดังกังวานเหมือนดังระฆังยามเช้าร้องเรียกอยู่ที่หน้าห้อง สองร่างที่เกือบจะสอดประสานอยู่ในห้องพลันชะงักค้าง

"ท่านพี่หยุดก่อนหยางเกอเอ๋อร์กับเยียนเจียเอ๋อร์กลับมาแล้ว" กัวซุนฮวาดันหัวไหล่สวามี พลางยกเรียวขาปิดบุปผางามเอาไว้ ใบหน้าหวานแดงก่ำไปด้วยความอาย นางไม่น่าตามใจสวามีเลย นอกจากจะไม่ได้สอบถามเรื่องในวังแล้วยังเกือบจะเสียทีสวามีอีกด้วย

"เสด็จแม่เพคะเปิดประตูให้ลูกด้วย เยียนเอ๋อร์กับหยางเอ๋อร์เก็บผลผิงกั่วมาให้เสด็จแม่เชื่อมเอาไว้ให้เสด็จพ่อทานด้วยเพคะ เปิดประตูเร็วเข้า"จ้าวชิงเยียนกับจ้าวเหวินหยางสองคนพี่น้องยื่นเคาะประตูหน้าห้องบรรทมของเสด็จพ่อและเสด็จแม่อย่างไม่ลดละ เด็กน้อยอุตส่าห์ เก็บผลผิงกั่วมาจากหลังจวนท่านตา หมายจะนำมาให้เสด็จแม่เชื่อมให้กิน

"ท่านหญิง ท่านอ๋องน้อยเพคะ เราไปทางโน้นดีหรือไม่ เดี๋ยวหม่อมฉันจะนำผลผิงกั่วไปล้างให้ก่อนเถิดเพคะ" เสี่ยวอี้นางกำนัลคนสนิทซุนฮวารีบมาห้ามสองพี่น้องเอาไว้ไม่ให้เคาะประตูห้องอีก นางกำนัลเหงื่อไหล่จนชุ่มไปทั้งกาย ถึงแม้ว่าลมจะโชยพัดสักเพียงใดก็ไม่อาจดับความร้อนใจลงไปได้ หากห้ามท่านหญิงกับท่านอ๋องน้อยไม่ได้ เกรงว่าหลังนางคงจะถูกโบยเป็นแน่

"เสี่ยวอี้มาขว้างไว้ทำไม เยียนเอ๋อร์จะให้เสด็จแม่เชื่อมผิงกั่วไว้ให้เสด็จพ่อ" ท่านหญิงน้อยถูกห้ามเอาไว้ก็หน้าบึ้งอย่างไม่พอใจ ถึงแม้เสี่ยวอี้จะพยายามห้ามสักเพียงใด ทว่าสองพี่น้องก็ประสานเสียงกันเรียกให้เสด็จแม่ของพวกเขาออกมาให้ได้

"เสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะเปิดประตูให้หยางเอ๋อร์ได้หรือไม่ ไม่ทรงรักหยางเอ๋อร์แล้วหรือ" เสียงเรียกปนสะอื้นของบุตรชายคนเล็กดังขึ้นมา ความอดทนของจ้าวฉงซานพลันหมดลง ท่านอ๋องหนุ่มตะโกนออกไปอย่างสุดจะทน

"ไสหัวไป!!.."

เด็กน้อยผู้โชคร้ายสองคนต่างสะดุ้งตกใจทั้งคู่มองหน้ากันจ้าวชิงเยียนหอบผลผิงกั่วเต็มสองแขนวิ่งออกไปจากหน้าห้อง ทว่าจ้าวเหวินหยางยืนนิ่งอยู่กับที่ ท่านอ๋องน้อยตกใจเสียงเข้มของบิดา ริมฝีปากเล็กแบะปากคว่ำลง ก่อนจะแผดเสียงร้องลั่นออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม กัวซุนฮวาผวาขึ้นจัดอาภรณ์ให้เข้าที่และรีบวิ่งออกมานอกห้องอย่างเร่งด่วน

"โอ๋..หยางเกอเอ๋อร์ของแม่ แม่มาแล้วคนดีเจ้าอย่าร้องไห้เลยนะ" กัวซุนฮวาไม่สนใจผิงกั่วที่ถูกปล่อยหล่นพื้น นางรีบอุ้มบุตรชายคนเล็กเอาไว้แนบอก

"เสด็จแม่ ฮื้อ ๆ เหตุใดไม่เปิดประตูให้หยางเอ๋อร์ ต่อไปนี้หยางเอ๋อร์จะไม่ห่างเสด็จแม่อีกแล้ว"หากพี่สาวไม่หลอกล่อให้ไปเก็บผิงกั่วนี้ที่จวนท่านตา มีหรือเขาจะยอมห่างจากอกมารดา ยิ่งกลับมาแล้วเห็นเสด็จแม่โดนขังอยู่ในห้องเช่นนี้ จ้าวเหวินหยางปวดใจยิ่งนัก เสด็จพ่อพระทัยร้ายเหลือเกิน

"หุบปาก!!..ร้องหาบิดาเจ้าหรือ เป็นลูกผู้ชายหรือไม่ร้องออกมาได้อย่างไร ส่งเจ้าเด็กบ้านี่มาให้ข้าเดี๋ยวนี้ เสียชาติเกิด ตกใจบิดาก็ร้องแล้วหรือ" จ้าวฉงซานพยายามคว้าตัวบุตรชาย แต่มีหรือซุนฮวาจะยินยอม หากนางปล่อยมือบุตรชายนางคงถูกบิดาทุบอย่างแน่นอน

"ท่านอ๋อง!!..พระองค์ยังจะดุลูกอีกหรือ ไม่ได้ยินหรือว่าหยางเกอเอ๋อร์ไปเก็บผลผิงกั่วมาให้ผู้ใด เหตุใดถึงไร้เหตุผลเช่นนี้"

จ้าวฉงซานอ้าปากค้าง เขากำลังจะเอ่ยวาจาออกมา ทว่าพระชายากลับถลึงตาใส่ ‘แล้วจะทำอย่างไรได้อีกเล่า เจ้าเป็นใหญ่อยู่แล้วนี่ แต่เหตุใดต้องขึ้นเสียงใส่ข้าต่อหน้านางกำนัลกับเจ้าเด็กบ้านี่ด้วย’แน่นอนว่าท่านอ๋องผู้เกรียงไกรได้แต่นึกอยู่ภายในใจเท่านั้น

"ไปกันเด็กดี หยางเกอเอ๋อร์อยากทำผิงกั่วเชื่อมให้เสด็จพ่อใช่หรือไม่ เช่นนั้นแม่จะพาเจ้าไปทำ เสี่ยวอี้เก็บผิงกั่วตามข้ามา"ซุนฮวาอุ้มบุตรชายเดินออกไป พร้อมกับนางกำนัลเดินตามออกไปติด ๆ เช่นกัน

ท่านอ๋องหนุ่มผู้ถูกเมินได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ตามลำพัง อารมณ์รักพลันมอดสลายไปจนสิ้น ท่านอ๋องหนุ่มก้มหน้าลงมองเป้ากางเกงตนเอง พลางถอนหายใจออกมาอย่างห่อเหี่ยว

"เฮ้อ...."

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ต้ายวี่

ข้อมูลเพิ่มเติม

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป

ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป

Frannie Bettuzzi
5.0

คุณท่านเสียว คุณชายยอดเยี่ยมที่โด่งดังในเมือง B ได้แต่งงาน แต่มีข่าวลือว่าเจ้าสาวมีรูปร่างหน้าตาที่น่าเกลียดและมีฐานะต่ำต้อย สามปีมานี้ เขาปฏิบัติกับเธออย่างเย็นชาและทำเหมือนเป็นคนแปลกหน้า เจียงซิงซิงอดทนกับความเย็นชาอย่างเงียบ ๆ เธอยังคงรักเขาอย่างสุดหัวใจ เสียสละความนับถือตนเองและยอมละทิ้งตัวตนของเธอเอง จนกระทั่งวันหนึ่ง สุดที่รักของเขากลับประเทศ เขได้สารภาพว่าเขาแต่งงานกับเธอเพียงเพื่อช่วยชีวิตคนรักในใจของเขาเท่านั้น เจียงซิงซิงเสียใจและผิดหวังมาก เธอจึงเซ็นเอกสารหย่าและจากไปด้วยความเศร้าใจ สามปีต่อมา เจียงซิงซิงผู้สวยงามจนน่าทึ่งกลับมาอีกครั้ง ได้กลายมาเป็นศัลยแพทย์ที่ดีที่สุดและเป็นยอดฝีมือด้านเปียโน อดีตสามีรู้สึกเสียใจ และกอดเธอแน่นท่ามกลางสายฝน เสียงของเขาสั่นเครือ "ที่รัก คุณเป็นของผม..."

คลับรัก รักนะครับที่รักของผม

คลับรัก รักนะครับที่รักของผม

bankpan
5.0

อาร์ม>>>นักศึกษาปี4 คณะวิศวะ สุดหล่อที่โคตรใจร้อนไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนนอกจากน้องสาวอย่างแอมแปร์และเพื่อนรักอย่างน้ำฝน "เด็กแพทย์กูนึกว่ามีแต่คนเรียบร้อย แต่คนนี้กูว่ามาร้อยก็เรียบ" เมเบิ้ล>>>นักศึกษาปี4 คณะแพทย์ สาวสวยประจำคณะ เพื่อนสนิทของน้ำขิง สวยแรง เก่ง ฉลาด "เรียนแพทย์เขาใช้สมองนะ ไม่ใช่การแต่งตัว" ดีม>>>นักศึกษาป.โท คณะวิศวะ เพื่อนสนิทของอานนต์ เพลย์บอย เจ้าชู ไม่เคยจริงจังกับใคร "ก็พี่อยากรับผิดชอบหนูนี่คะ" แอมแปร์>>>นักศึกษาปี1 คณะบริหารสาวสวยที่พี่ชายโคตรหวง น่ารัก นิสัยดี แต่ดวงซวยเสียทีให้ผู้ชายในผับของพี่ตัวเอง "จะตามหนูเป็นเงาเลยรึไงคะ"

อย่าพูดคำว่าไม่เคย

อย่าพูดคำว่าไม่เคย

Gilbert Soysal
5.0

"เราหย่ากันเถอะ"หนึ่งประโยคนี้ ทำให้ชีวิตการแต่งงานสี่ปีของฉินซูเหนียนกลายเป็นเรื่องตลก ในขณะนี้ ฉินซูเหนียนถึงตระหนักว่าสามีของเธอไม่เคยมีใจให้เธอ น้ำเสียงของเขาเย็นชา: "ตั้งแต่ต้นจนจบ ฉันมีเพียงหว่านหว่านอยู่ในใจ และคุณเป็นเพียงแผนชั่วคราวในการจัดการกับการแต่งงานในครอบครัวที่กำหนด" ด้วยความสิ้นหวัง ฉินซูเหนียนลงนามในใบหย่าอย่างไม่ลังเล ถอดผ้ากันเปื้อนของภรรยาที่ดีออก สวมมงกุฎของราชินีขึ้นมา และกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ กลับมาอีกครั้ง เธอไม่ใช่คุณนายลี่ที่สวยแต่เปลือกอีกต่อไป แต่เป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่น่าทึ่งใจ เธอแสดงความสามารถต่อหน้าคนอื่นๆ และอดีตสามีที่หยิ่งก็ถามเธอว่า: "ฉินซูเหนียน นี่เป็นเคล็ดลับใหม่ของเธอในการดึงดูดฉันงั้นเหรอ" ก่อนที่เธอจะพูดอะไร ประธานลึกลับก็ดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขนของเขาและประกาศไปว่า "ดูให้ชัดเจน นี่คือคุณนายฟู่ คนอื่นห้ามเข้าใกล้เธอ" ฉินซูเหนียนถึงกับพูดไม่ออก อดีตสามีก็ตกตะลึงไปด้วย

คุณนายฟู่ กรุณาเซ็นต์หย่า

คุณนายฟู่ กรุณาเซ็นต์หย่า

Harper
5.0

ความรักที่ซ่อนเร้นของสาวน้อยเริ่มต้นในวันที่ทั้งสองได้พบกันในการพบกันที่ถูกวางแผนมาอย่างยาวนาน ทว่าเด็กสาวที่ครอบครัวรับมาเลี้ยงกลับแย่งชิงครอบครัวและเด็กหนุ่มไปโดยไม่รู้สึกเกรงกลัว เมื่อโตขึ้น เธอใช้โอกาสการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์เพื่อแย่งชิงตำแหน่งภรรยาของชายคนนั้น ไม่ยอมถอยแม้แต่นิดเดียว ฟู่เป่ยชวนกอดพี่สาวของเธอไว้ในอ้อมแขน ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “เธอทำให้ฉันรู้สึกสะอิดสะเอียน” ซูชิงเฉินรู้สึกปวดท้องเหมือนมีบางอย่างในร่างกายของเธอค่อยๆ เลือนหายไป เธอยิ้มเล็กน้อย น้ำเสียงแน่วแน่ “แน่นอน ฉันจะไม่มีวันปล่อยมือ ถึงจะต้องตายก็ตาม” ไม่นานนัก ซูชิงเฉินก็เหมือนจะหายไปจริงๆ จากนั้นเป็นต้นมา ไม่มีใครรู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ในยามค่ำคืน ฟู่เป่ยชวนมักจะได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดกับเขาว่า “ถ้าฉันไม่เคยรักเธอเลยก็คงจะดี” ห้าปีต่อมา ซูชิงเฉินกลับมาพร้อมกับเด็กคนหนึ่ง กลับมาในสายตาของคนทั่วไปอีกครั้ง ...

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์
4.8

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ