เจ้าสาวถูกทิ้งกลางงานแต่ง

เจ้าสาวถูกทิ้งกลางงานแต่ง

Rik Toedtling

5.0
ความคิดเห็น
1.5K
ชม
23
บท

"นกครับ รัญญาเป็นลูคีเมียระยะสุดท้าย เธออยากมีลูกก่อนตาย... ธัชอยากทำเด็กหลอดแก้วกับเธอ" นี่คือคำขอจากปาก 'ธัช' ชายที่ฉันรักมาทั้งชีวิต ก่อนงานแต่งงานของเราเพียงหนึ่งเดือน พอฉันคัดค้าน เขากลับมองฉันด้วยสายตาผิดหวังและด่าว่าฉัน "ใจแคบ" ที่ไม่ยอมช่วยผู้มีพระคุณของเขา แต่โลกของฉันถล่มทลายลงจริงๆ เมื่อฉันเห็นผลตรวจครรภ์ของรัญญา 'ตั้งครรภ์ 3 สัปดาห์' เขาไม่ได้มาขออนุญาต... แต่เขาทำมันไปแล้ว ตลอดหนึ่งเดือนก่อนแต่งงาน เขาพาผู้หญิงคนนั้นไปเที่ยวทะเล ไปถ่ายพรีเวดดิ้งแทนฉัน โดยอ้างว่าเป็น "วาระสุดท้าย" ของเธอ ส่วนฉันทำได้แค่เตรียมงานแต่งคนเดียวด้วยหัวใจที่ด้านชา "นกอย่างี่เง่าสิครับ เสร็จธุระกับรัญญาแล้ว ธัชจะรีบไปงานแต่งทันที" ฉันไม่ตอบโต้ ไม่ร้องไห้ เพียงแค่ยิ้มรับบางๆ ในวันแต่งงาน ธัชวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงโรงแรม แต่กลับพบเพียงห้องจัดเลี้ยงที่ว่างเปล่า ไม่มีดอกไม้ ไม่มีแขก และไม่มีเจ้าสาว มีเพียงแหวนหมั้นที่ถูกถอดวางไว้คู่กับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ "ธัช เราเลิกกันเถอะ" วินาทีนั้นเขาถึงได้รู้ว่า... ฉันได้หายไปจากชีวิตเขาตลอดกาลแล้ว

เจ้าสาวถูกทิ้งกลางงานแต่ง บทที่ 1

"นกครับ รัญญาเป็นลูคีเมียระยะสุดท้าย เธออยากมีลูกก่อนตาย... ธัชอยากทำเด็กหลอดแก้วกับเธอ"

นี่คือคำขอจากปาก 'ธัช' ชายที่ฉันรักมาทั้งชีวิต ก่อนงานแต่งงานของเราเพียงหนึ่งเดือน

พอฉันคัดค้าน เขากลับมองฉันด้วยสายตาผิดหวังและด่าว่าฉัน "ใจแคบ" ที่ไม่ยอมช่วยผู้มีพระคุณของเขา

แต่โลกของฉันถล่มทลายลงจริงๆ เมื่อฉันเห็นผลตรวจครรภ์ของรัญญา

'ตั้งครรภ์ 3 สัปดาห์'

เขาไม่ได้มาขออนุญาต... แต่เขาทำมันไปแล้ว

ตลอดหนึ่งเดือนก่อนแต่งงาน เขาพาผู้หญิงคนนั้นไปเที่ยวทะเล ไปถ่ายพรีเวดดิ้งแทนฉัน โดยอ้างว่าเป็น "วาระสุดท้าย" ของเธอ

ส่วนฉันทำได้แค่เตรียมงานแต่งคนเดียวด้วยหัวใจที่ด้านชา

"นกอย่างี่เง่าสิครับ เสร็จธุระกับรัญญาแล้ว ธัชจะรีบไปงานแต่งทันที"

ฉันไม่ตอบโต้ ไม่ร้องไห้ เพียงแค่ยิ้มรับบางๆ

ในวันแต่งงาน ธัชวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงโรงแรม แต่กลับพบเพียงห้องจัดเลี้ยงที่ว่างเปล่า

ไม่มีดอกไม้ ไม่มีแขก และไม่มีเจ้าสาว

มีเพียงแหวนหมั้นที่ถูกถอดวางไว้คู่กับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ

"ธัช เราเลิกกันเถอะ"

วินาทีนั้นเขาถึงได้รู้ว่า... ฉันได้หายไปจากชีวิตเขาตลอดกาลแล้ว

บทที่ 1

ชิดชนก POV:

"นกครับ ธัชมีเรื่องอยากให้นกช่วย" เสียงทุ้มของธัชเอ่ยขึ้น ในขณะที่ฉันกำลังจัดจานอาหารเย็นที่เตรียมไว้ให้เขาอย่างพิถีพิถัน เขาดูไม่สบายใจนัก สีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ

ฉันหันไปมองธัช ชายหนุ่มที่ฉันรักมาทั้งชีวิต เขายืนอยู่ตรงหน้าฉันในชุดเสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกเล็กน้อย เผยให้เห็นแผงอกแข็งแรงที่ฉันคุ้นเคยดี แต่ดวงตาของเขา... ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองมาที่ฉันอย่างที่เคย

"มีเรื่องอะไรเหรอคะธัช ดูคุณไม่สบายใจเลย" ฉันถามด้วยความเป็นห่วง วางมือจากจานอาหารและเดินเข้าไปหาเขา

ธัชถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขามองฉันตรงๆ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความลังเล "รัญญา... รัญญาป่วยเป็นลูคีเมียขั้นสุดท้าย"

หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย ฉันรู้จักรัญญา เธอเป็นผู้หญิงที่ธัชอ้างว่าช่วยชีวิตเขาจากอุบัติเหตุรถคว่ำเมื่อหกปีก่อน แม้ฉันจะรู้สึกแปลกๆ กับเรื่องนี้มาตลอด แต่ธัชก็ยืนยันว่ารัญญาคือผู้มีพระคุณของเขา

"ร้ายแรงถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ" ฉันถามเสียงเบา ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มเกาะกุมหัวใจ

ธัชพยักหน้า สีหน้าเจ็บปวด "เธอ... เธออยากมีลูกก่อนที่เธอจะจากไป นกครับ ธัชอยากช่วยเธอ"

ฉันนิ่งไปครู่หนึ่ง คำพูดของธัชเหมือนมีดกรีดลงกลางใจฉัน "ช่วย... ช่วยยังไงคะ"

"ธัชอยากทำเด็กหลอดแก้วกับเธอ" คำพูดของเขาชัดเจนและตรงไปตรงมา แต่กลับทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุน

ฉันรู้สึกเหมือนถูกผลักตกหน้าผา "อะไรนะคะ?" เสียงฉันสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้

"มันเป็นแค่กระบวนการทางการแพทย์นะนก" ธัชรีบอธิบาย สีหน้าจริงจัง "ธัชแค่ต้องการตอบแทนบุญคุณเธอ เธอช่วยชีวิตธัชไว้นะ"

"แต่... แต่เรากำลังจะแต่งงานกันนะคะ" ฉันพยายามรวบรวมสติ ฉันมองแหวนหมั้นที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง มันเป็นแหวนที่ธัชสวมให้ฉันเมื่อสองเดือนก่อน พร้อมกับคำสัญญาว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับฉัน

"ธัชรู้ครับ" เขาก้าวเข้ามาจับมือฉัน แต่ฉันกลับรู้สึกเย็นชาจากปลายนิ้วที่สัมผัส "แต่นี่มันไม่เหมือนกันนะนก มันเป็นเรื่องของบุญคุณ เป็นเรื่องของชีวิต ธัชจะทำตามขั้นตอนทางการแพทย์เท่านั้น หลังจากที่เด็กคลอดแล้ว รัญญาก็จะจากไป"

ฉันส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า "คุณคาดหวังให้นกยอมรับเรื่องนี้ได้ยังไงคะธัช"

"นกต้องเข้าใจธัชนะ" ธัชพยายามบีบมือฉัน "ธัชติดหนี้ชีวิตเธอ ถ้าไม่มีเธอ ธัชก็คงไม่มีวันนี้"

"แล้วความรู้สึกของนกล่ะคะ?" ฉันถามเสียงสั่น "คุณเคยคิดถึงมันบ้างไหม"

ธัชถอนหายใจหนักหน่วง "นกอย่าใจแคบสิครับ นี่มันเป็นโอกาสสุดท้ายของรัญญานะครับ"

คำว่า "ใจแคบ" เหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันรู้สึกเหมือนถูกตีตราว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว ในขณะที่เขากำลังจะทำลายความฝันทั้งหมดของฉัน

สัปดาห์แรกของการสนทนาของเราจบลงด้วยการทะเลาะกันอย่างหนัก ฉันพยายามอธิบาย พยายามร้องไห้ พยายามขอร้องให้เขาเปลี่ยนใจ แต่ธัชไม่เคยฟัง เขาแค่ย้ำซ้ำๆ ถึงบุญคุณของรัญญา และความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาเธอ

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทุกวัน ธัชจะกลับมาพร้อมกับเรื่องของรัญญา ท่าทีของเขาเปลี่ยนไป จากที่ตั้งใจมาปรึกษา ก็กลายเป็นคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธ

"นกควรจะยินดีกับเรื่องนี้นะครับ รัญญาเธอมีความสุขมากที่ธัชจะช่วยทำความฝันของเธอให้เป็นจริง" ธัชพูดในขณะที่เรากำลังกินข้าวเย็น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด

ฉันวางช้อนลงอย่างช้าๆ "คุณเคยเข้าใจความรู้สึกของนกบ้างไหมคะธัช" เสียงของฉันแหบแห้งจากน้ำตาที่ไหลไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง

"นกไม่ควรจะรู้สึกแบบนี้สิครับ" ธัชจ้องหน้าฉัน "นี่เป็นเรื่องของมนุษยธรรม นกเป็นคนใจบุญไม่ใช่เหรอครับ"

ฉันรู้สึกเหมือนมีกำแพงน้ำแข็งกั้นอยู่ระหว่างเรา ธัชไม่เคยเห็นความเจ็บปวดของฉัน เขาไม่เคยเห็นน้ำตาของฉัน เขาเห็นแต่ความปรารถนาของรัญญา

"ธัช คุณเคยเห็นนกเป็นอะไรคะ" เสียงของฉันสั่นสะท้าน "เป็นคู่หมั้น? เป็นคนรัก? หรือเป็นแค่อากาศธาตุที่คุณจะละเลยความรู้สึกยังไงก็ได้"

ธัชชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขามีแววตกใจ เขาคงไม่เคยเห็นฉันอยู่ในสภาพที่สิ้นหวังขนาดนี้มาก่อน เขาดึงฉันเข้ามากอด ฉันสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยจากตัวเขา

"นกครับ ธัชรักนกนะ" เขาพูดเบาๆ ข้างหูฉัน "เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับความรักของเราเลย มันเป็นแค่กระบวนการทางการแพทย์เท่านั้น"

เขากอดฉันแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะผละออกแล้วมองตาฉัน "ธัชรู้ว่านกคงเข้าใจนะครับ เพราะนกรักธัชมาก"

คำพูดนั้นเหมือนมีดอีกเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจฉัน 'เพราะนกรักธัชมาก' มันคือหนทางที่เขาใช้บีบบังคับฉันมาตลอด ความรักของฉันกลายเป็นเครื่องมือให้เขาทำร้ายฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจของฉันจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความมืดมิด เขาตัดสินใจไปแล้ว... ไม่มีเสียงของฉัน ไม่มีน้ำตาของฉัน ไม่มีแม้แต่ความรักของฉัน ที่จะเปลี่ยนใจเขาได้

ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของธัชก็ดังขึ้น

เขามองจอโทรศัพท์แล้วสีหน้าก็อ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาผละออกไปคุยโทรศัพท์ที่ระเบียง ปิดประตูบานเลื่อน เพื่อไม่ให้ฉันได้ยิน

ฉันมองแผ่นหลังของธัชที่คุยโทรศัพท์อย่างอ่อนโยน ความรู้สึกราวกับน้ำแข็งเกาะกุมหัวใจฉันไว้

รอยยิ้มหวานๆ ของรัญญาปรากฏขึ้นในความคิด ฉันเคยเชื่อเสมอว่าความรักและความซื่อสัตย์จะทำให้ฉันได้อยู่เคียงข้างธัชตลอดไป

เราคบกันมาห้าปี และรู้จักกันมานานกว่ายี่สิบปี ตั้งแต่เด็ก ฉันก็แอบมองธัชอยู่ห่างๆ เสมอ ฉันเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเขาชอบกินอะไร ไม่ชอบอะไร แม้แต่ยามที่เขาป่วยหนัก ฉันก็เคยแอบไปดูแลเขาที่โรงพยาบาล แต่เขากลับไม่เคยรู้

ฉันเคยพยายามจะเล่าเรื่องนั้นให้เขาฟัง แต่เขากลับบอกว่า "ไม่ต้องหรอกนก ธัชไม่อยากให้นกต้องมาลำบาก" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ห่างเหิน ฉันจึงเก็บเรื่องนั้นไว้ในใจเสมอ

ธัชเป็นคนแบบนี้เสมอ เขาไม่เคยเปิดใจให้ใครจริงๆ แม้แต่กับฉันที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอด เขาจะเก็บเรื่องส่วนตัวไว้เป็นความลับ และฉันก็ไม่เคยเข้าไปถึงหัวใจเขาได้เลย

ฉันเคยหวังว่าการแต่งงานจะทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น ทำให้เขารักฉันมากขึ้น แต่ตอนนี้... ความหวังเหล่านั้นกำลังพังทลายลง

ธัชกลับเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข เขารีบใส่เสื้อคลุมและหยิบกุญแจรถ

"นกครับ ธัชต้องไปแล้วนะ" เขามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข "รัญญาโทรมาบอกว่าเธอมีเรื่องดีๆ จะบอก"

เขามองฉันอีกครั้ง ก่อนจะพูดประโยคเดิมซ้ำๆ "นกคิดดูให้ดีๆ นะครับ ธัชรอคำตอบจากนกอยู่นะ"

เสียงฝีเท้าของธัชค่อยๆ ห่างออกไป จนกระทั่งเสียงปิดประตูหน้าตาดังขึ้น ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง

ฉันรู้ดีว่า 'เรื่องดีๆ' ที่รัญญาจะบอกธัชคืออะไร มันคงเป็นเรื่องที่ทำให้เขามีความสุขเช่นเดียวกับรัญญา

ฉันรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้กลางความว่างเปล่า หัวใจของฉันชาชินจนไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว

ไม่นานหลังจากที่ธัชออกไป เสียงโทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากบัญชีโซเชียลมีเดียของรัญญา

ฉันเปิดข้อความ หน้าจอแสดงรูปภาพที่ทำให้ฉันเกือบทรุดลงกับพื้น

ฉันซูมภาพนั้นให้ใหญ่ขึ้น มันคือผลตรวจ DNA ที่แสดงถึงการตั้งครรภ์

ฉันอ่านผลตรวจนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า 'ตั้งครรภ์สามสัปดาห์'

มันหมายความว่า... ธัชทำเรื่องนี้กับรัญญาเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว ตอนที่เขากำลังพยายามขอความเห็นจากฉัน

คำพูดของรัญญายังคงดังก้องในหู 'เธออยากมีลูกก่อนที่เธอจะจากไป'

ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ ธัชไม่เคยขอความเห็นจากฉันเลย เขาแค่ต้องการให้ฉันยอมรับเรื่องที่เขาทำไปแล้ว

ธัชไม่เคยให้ค่าความคิดเห็นของฉันเลย

ฉันรู้สึกเหมือนวิญญาณถูกกระชากออกจากร่าง ร่างกายของฉันอ่อนแรงจนทนยืนไม่ไหว ฉันทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง

ความเจ็บปวดพุ่งทะยานจากก้นบึ้งของหัวใจขึ้นมาสู่ลำคอ มันบีบคั้นจนฉันหายใจไม่ออก

ฉันหลับตาลง น้ำตาไหลรินเป็นสาย ธัชกำลังมีความสุขกับข่าวดีนี้ รัญญาก็กำลังมีความสุขกับความสำเร็จในแผนการของเธอ

ส่วนฉัน... ฉันกำลังถูกทิ้งไว้ท่ามกลางความเจ็บปวดและความจริงอันโหดร้าย

เขา... ผู้ชายที่ฉันรักมาทั้งชีวิต กำลังจะเป็นพ่อของลูกคนอื่น

ฉันหวนนึกถึงคำพูดที่เขาเคยบอกฉันเมื่อสองเดือนก่อน ตอนที่เขาคุกเข่าขอฉันแต่งงาน "นกครับ ธัชอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับนก"

เราวางแผนจะจัดงานแต่งงานในเดือนหน้า ทุกรายละเอียดถูกเตรียมไว้อย่างพิถีพิถัน ฉันเคยฝันถึงวันนั้น วันที่เราจะเดินเคียงข้างกันในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว แต่ตอนนี้... ทุกอย่างพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี

ความหวังทั้งหมดของฉันมลายหายไปในพริบตา

โทรศัพท์ในมือฉันสั่นอีกครั้ง ดึงฉันกลับมาจากห้วงความคิด

ฉันกดรับสายอย่างไร้สติ เสียงปลายสายหวานใส แต่ฉันกลับไม่ได้ยินอะไรเลย

"นก! อาจารย์ให้ฉันมาตาม เธอตัดสินใจได้หรือยังเรื่องโครงการวิจัยลับระดับชาติ" เสียงของรุ่นพี่ที่สนิทกันดังขึ้น

ฉันนิ่งเงียบ รุ่นพี่ของฉันกำลังพูดถึงโครงการวิจัยที่อาจารย์เคยชวนฉันให้เข้าร่วมเมื่อครึ่งปีก่อน

มันเป็นโครงการวิจัยลับที่ต้องตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นเวลาสองปี และฉันเคยปฏิเสธมันไปแล้ว เพราะฉันไม่อยากอยู่ห่างจากธัช

"อาจารย์บอกว่าเธอเป็นนักศึกษาที่มีพรสวรรค์ที่สุดของเขา เขาอยากให้เธอมาช่วยงานกับเขา" รุ่นพี่พูดต่อ "เขารู้นะว่าเธอจะแต่งงาน เลยอนุญาตให้เธอพักร้อนหลังจากแต่งงานแล้วค่อยมา"

ภาพผลตรวจการตั้งครรภ์ของรัญญาย้อนกลับมาในความคิดของฉันอีกครั้ง ธัชกำลังจะเป็นพ่อของลูกคนอื่น งานแต่งงานของเราก็ไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว

ฉันกำโทรศัพท์แน่น มันถึงเวลาแล้ว... ถึงเวลาที่ฉันจะต้องเดินออกมาจากชีวิตของธัช

"ฉันจะไป" ฉันตอบเสียงแผ่ว "ฉันจะไม่พักร้อน ฉันจะไปตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลย"

ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง คงตกใจกับการตัดสินใจของฉัน

"แน่ใจเหรอนก" รุ่นพี่ถาม "งานวิจัยนี้มันหนักนะ และเธอก็จะไม่ได้ติดต่อกับใครเลยตลอดสองปี"

ฉันมองปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนัง วันที่ถูกวงกลมด้วยสีแดงสดใส คือวันที่เราจะแต่งงานกัน

"ฉันแน่ใจค่ะ" ฉันตอบเสียงหนักแน่น "ฉันจะไปในวันแต่งงานของฉัน"

ฉันวางสายลงแล้วมองไปยังปฏิทินอีกครั้ง วันแต่งงานของฉันกำลังจะกลายเป็นวันเริ่มต้นใหม่ของฉัน

สิบห้าวัน... สิ้นสุดทุกความสัมพันธ์ที่ฉันมีกับธัช ตลอดระยะเวลาสองสิบปีที่ผ่านมา

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

หลังหย่า เธอกลายเป้าตามจีบของทุกคน

หลังหย่า เธอกลายเป้าตามจีบของทุกคน

Irina Barone
5.0

ก่อนจะหย่า เธอทำให้เขาสะอิดสะเอียนจนทานอาหารไม่ลง มู่หน่วนหน่วนใช้เวลาสามปีก็ไม่สามารถเปิดใจของเขาได้ แต่กลับทำให้ตัวเองเจ็บปวด วินาทีที่ตัดสินใจปล่อยมือ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าท้องฟ้าเปิดก็จะมองเห็นดวงจันทร์ จากนี้ไป ในสายตาของเธอมีเพียงเรื่องงานเท่านั้น แต่ เมื่อเธอปรากฏตัวในฐานะประธานร่วมของบริษัท ฟู่จิ้นเชินก็ตกใจทันที เดี๋ยวนะ ยังมี? ทนายมือหนึ่งด้วยเหรอ? แฮกเกอร์มือหนึ่ง? ดีไซเนอร์มือหนึ่ง? ฟู่จิ้นเชินควบคุมตัวเองไม่ได้อีก บีบเธอไปจนติดมุมกำแพง ขบฟันถามขึ้นว่า “เธอ เธอยังจะหลอกฉันไปอีกเท่าไหร่? ” มู่หน่วนหน่วนผลักเขาออกไปทันที “คุณคิดว่าคุณเป็นใครกัน? ” เธอคิดว่าเขาด่าไล่เธอออกไป แต่กลับไม่คิดว่าเขาจะคิดถึงเธอทั้งวันทั้งคืน ไล่ตามจีบเธอด้วยวิธีมากมาย “ที่รัก เรากลับมาแต่งงานกันอีกครั้งเถอะ” “ที่รัก ผมผิดไปแล้ว” “ที่รัก คุณคือคนที่ผมรักที่สุด” มู่หน่วนหน่วนหัวเราะ มองเขาแล้วพูดออกมาทีละคำ “ฟู่จิ้นเชิน ความรักที่มาช้ามันก็ไร้ค่ายิ่งกว่าหญ้า”

ขังหนูน้อยไว้ข้างกาย

ขังหนูน้อยไว้ข้างกาย

Erick
5.0

หลีย่างอยู่กับฟู่เฉิงโจวเป็นเวลาสี่ปี แต่เขาไม่เคยแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเธอเป็นคนสำคัญ ทว่เขาแค่รู้จักกับเย่เซี่ยจูได้ไม่ถึงเดือน ก็ประกาศสถานะของเธอจากแฟนสาวไปเป็นคู่หมั้นอย่างเปิดเผย ฟู่เฉิงโจวให้ความรักและเกียรติทั้งหมดแก่เย่เซี่ยจู โดยบอกว่าเธอเป็นคนสะอาดบริสุทธิ์ ไม่เหมือนกับหลีย่าง หลีย่างไม่ได้ร้องไห้หรือโวยวาย เธอเก็บของเงียบๆ เตรียมตัวที่จะออกจากชีวิตของเขา แต่เมื่อชายคนนั้นตื่นขึ้นมา ฟู่เฉิงโจวกลับเสียสติ เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดและดิ้นรนสุดชีวิต “คิดจะกลับไปหาคนรักเก่าหรือ? ชาตินี้ก็อย่าหวังเลย! “หลีย่าง เธอเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!”

ทางเดินใหม่ของหัวใจ

ทางเดินใหม่ของหัวใจ

Viv Thauer
5.0

เวินอี่ถงได้เห็นความรักอันลึกซึ้งของเจียงยวี่เหิง แต่ก็ได้สัมผัสกับการทรยศของเขาเช่นกัน เธอเผารูปแต่งงานของพวกเขาต่อหน้าเขา แต่เขากลับมัวแต่ง้อชู้ของเขา ทั้งๆ ที่เขาแค่มองดูแวบหนึ่งก็จะเห็น แต่เขากลับไม่สนใจเวินอี่ถงสุดจะทน ตบหน้าเขาอย่างแรง พร้อมอวยพรให้เขากับชู้ของรักกันยืนยาว แล้วเธอก็หันหลังสมัครเข้ากลุ่มวิจัยลับเฉพาะ ลบข้อมูลประจำตัวทั้งหมด รวมถึงความสัมพันธ์การแต่งงานกับเขาด้วย! ก่อนจากไป เธอยังมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เขาอีกด้วยเมื่อถึงเวลาที่จะเข้ากลุ่ม เวินอี่ถงก็หายตัวไป บริษัทของเจียงยวี่เหิงประสบปัญหาล้มละลาย เขาจึงออกตามหาเธอด้วยทุกวิถีทาง แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นใบมรณบัตรที่ต้องสงสัยเขาสติแตก “ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่ยอมรับ!”เมื่อพบกันอีกครั้ง เจียงยวี่เหิงต้องตกใจที่พบว่าเวินอี่ถงเปลี่ยนตัวตนใหม่แล้ว โดยข้างกายมีผู้มีอำนาจที่เขาต้องยอมก้มหัวให้เขาอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง “ถงถง ผมผิดไปแล้ว คุณกลับมาเถอะ!”เวินอี่ถงเพียงยิ้มยักคิ้ว จับแขนของผู้มีอำนาจข้างๆ “น่าเสียดาย ตอนนี้ฉันอยู่ในระดับที่นายไม่อาจเอื้อมถึงแล้ว”

ฉันนี่แหละเศรษฐี

ฉันนี่แหละเศรษฐี

Abelard Evans
5.0

ผมต้องทำงานนอกเวลาทุกวันเพื่อหารายได้ประคองชีวิตและจ่ายค่าเรียนมหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง เนื่องจากฐานะครอบครัวยากจนและไม่สามารถส่งเสียผมเข้ามหาวิทยาลัยได้ และตอนเรียนที่มหาวิทยาลัย ผมก็ได้พบกับเธอ-สาวแสนสวยที่หนุ่มๆ ทุกคนในชั้นเรียนต่างก็ใฝ่ฝันถึง ไม่เว้นแม้แต่ผมเอง แต่ผมก็รู้ตัวดีว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเธอ ถึงอย่างนั้นก็ตาม ผมก็รวบรวมความกล้าสารภาพกับเธอจนได้ สุดท้ายผมนึกไม่ถึงว่าเธอจะยอมตกลงเป็นแฟนกับผม เธอบอกกับผมว่าอยากได้ของขวัญเป็นไอโฟนรุ่นล่าสุด ผมก็ไปรับงานซักเสื้อผ้าให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนเพื่อพยายามเก็บเงินซื้อให้เธอจนได้ และในที่สุดหนึ่งเดือนต่อมา ผมก็ซื้อมาได้จริง ๆ แต่ขณะที่ผมกำลังห่อของขวัญเพื่อนำไปมอบให้เธอ ก็พบว่าเธอกำลังมีอะไรกับหัวหน้าทีมฟุตบอลในห้องล็อกเกอร์ เธอเหมือนเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งผมไม่เคยรู้จักเลย เธอหัวเราะเยาะความโง่เขลาของผม เหยียดหยามศักดิ์ศรีของผม ปล่อยให้เขาซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นแฟนใหม่ของเธอไปแล้ว ทุบตีผม ผมนอนเจ็บอยู่บนพื้นอย่างสิ้นหวัง ต่อมา จู่ ๆ ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากพ่อ ตั้งแต่วันนั้น ชีวิตของผมก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างกับหนัามือเป็นหลังมือ ใครจะไปรู้ว่า ผมเป็นลูกชายของมหาเศรษฐี

เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ

เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ

Charlton Buccafusco
5.0

ตลอดสิบปีที่ฉู่จินเหอรักเหลิ่งมู่หยวนฝ่ายเดียว เอาใจใส่กับเขาอย่างเต็มที่ แต่เธอไม่เคยคิดว่าที่แท้เธอเป็นแค่ตัวตลกคนหนึ่งเท่านั้น ที่สำนักงานเขตเพื่อทำการหย่า เหลิ่งมู่หยวนมองดูฉู่จินเหอด้วยความเย็นชาและพูดอย่างเหยียดหยามว่า "ถ้าเธอคุกเข่าลงและขอร้องฉัน ฉันอาจจะให้โอกาสเธอกอีกครั้ง ฉู่จินเหอเซ็นอย่างไม่ลังเลและออกจากตระกูลเหลิ่ง สามเดือนต่อมา ฉู่จินเหอปรากฏตัวอย่างเปิดเผย ในเวลานั้น เธอเป็นประธานเบื้องหลังของ LX นักออกแบบลับที่ล้ำค่าที่สุดในโลก และเจ้าของเหมืองที่มีมูลค่าหลายร้อยล้าน ทางตระกูลเหลิ่งคุกเข่าลงและขอร้องให้คืนดีและขอการให้อภัย ฉู่จินเหอแยู่ในโอบกอดของซีอีโอโจว ซึ่งเป็นคนใหญ่คนโตในโลกธุรกิจอย่างมีความุข เธอเลิกคิ้วพลางเยาะเย้ย "ฉันในตอนนี้ไม่ใช่คนที่พวกคุณมาเกี่ยวข้องได้"

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
เจ้าสาวถูกทิ้งกลางงานแต่ง เจ้าสาวถูกทิ้งกลางงานแต่ง Rik Toedtling โรแมนติก
“"นกครับ รัญญาเป็นลูคีเมียระยะสุดท้าย เธออยากมีลูกก่อนตาย... ธัชอยากทำเด็กหลอดแก้วกับเธอ" นี่คือคำขอจากปาก 'ธัช' ชายที่ฉันรักมาทั้งชีวิต ก่อนงานแต่งงานของเราเพียงหนึ่งเดือน พอฉันคัดค้าน เขากลับมองฉันด้วยสายตาผิดหวังและด่าว่าฉัน "ใจแคบ" ที่ไม่ยอมช่วยผู้มีพระคุณของเขา แต่โลกของฉันถล่มทลายลงจริงๆ เมื่อฉันเห็นผลตรวจครรภ์ของรัญญา 'ตั้งครรภ์ 3 สัปดาห์' เขาไม่ได้มาขออนุญาต... แต่เขาทำมันไปแล้ว ตลอดหนึ่งเดือนก่อนแต่งงาน เขาพาผู้หญิงคนนั้นไปเที่ยวทะเล ไปถ่ายพรีเวดดิ้งแทนฉัน โดยอ้างว่าเป็น "วาระสุดท้าย" ของเธอ ส่วนฉันทำได้แค่เตรียมงานแต่งคนเดียวด้วยหัวใจที่ด้านชา "นกอย่างี่เง่าสิครับ เสร็จธุระกับรัญญาแล้ว ธัชจะรีบไปงานแต่งทันที" ฉันไม่ตอบโต้ ไม่ร้องไห้ เพียงแค่ยิ้มรับบางๆ ในวันแต่งงาน ธัชวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงโรงแรม แต่กลับพบเพียงห้องจัดเลี้ยงที่ว่างเปล่า ไม่มีดอกไม้ ไม่มีแขก และไม่มีเจ้าสาว มีเพียงแหวนหมั้นที่ถูกถอดวางไว้คู่กับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ "ธัช เราเลิกกันเถอะ" วินาทีนั้นเขาถึงได้รู้ว่า... ฉันได้หายไปจากชีวิตเขาตลอดกาลแล้ว”
1

บทที่ 1

09/12/2025

2

บทที่ 2

09/12/2025

3

บทที่ 3

09/12/2025

4

บทที่ 4

09/12/2025

5

บทที่ 5

09/12/2025

6

บทที่ 6

09/12/2025

7

บทที่ 7

09/12/2025

8

บทที่ 8

09/12/2025

9

บทที่ 9

09/12/2025

10

บทที่ 10

09/12/2025

11

บทที่ 11

09/12/2025

12

บทที่ 12

09/12/2025

13

บทที่ 13

09/12/2025

14

บทที่ 14

09/12/2025

15

บทที่ 15

09/12/2025

16

บทที่ 16

09/12/2025

17

บทที่ 17

09/12/2025

18

บทที่ 18

09/12/2025

19

บทที่ 19

09/12/2025

20

บทที่ 20

09/12/2025

21

บทที่ 21

09/12/2025

22

บทที่ 22

09/12/2025

23

บทที่ 23

09/12/2025