ห้องฮันนีมูนซ่อนกลกล้องวงจรปิด

ห้องฮันนีมูนซ่อนกลกล้องวงจรปิด

Fritz Keefe

5.0
ความคิดเห็น
ชม
10
บท

เพื่อหาเงินรักษาแม่ที่นอนรอความตาย ฉันยอมขายศักดิ์ศรีรับงาน "พิเศษ" ในโรงแรมหรู แต่โลกกลับกลมจนน่าตลก เมื่อฉันได้งานใหม่และพบว่า "ลูกค้า" คืนนั้น คือสามีของประธานบริษัทที่ฉันต้องรับใช้! ฉันคิดว่าจะโดนไล่ออก แต่คุณหทัยกลับยิ้มเย็นเยือก แล้วส่งฉันกับสามีเธอไปดูงานต่างจังหวัด พร้อมจอง "ห้องฮันนีมูน" ให้เราสองคน คืนนั้นฉันสะดุ้งตื่นเพราะฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด พบว่าตัวเองกำลังถูกสามีเจ้านายกอดรัดอยู่บนเตียง ที่มุมห้องมีแสงไฟสีแดงวาบจากกล้องวงจรปิด พร้อมข้อความจากคุณหทัยที่ส่งมาว่า "ทำได้ดีมากค่ะ ทั้งสองคนดูเร่าร้อนกว่าครั้งแรกอีกนะ" วินาทีนั้นฉันถึงรู้ความจริงอันน่าสะอิดสะเอียน คุณหทัยไม่ได้โง่ แต่เธอคือคนบงการ! เธอเสพติดการเห็นสามีตัวเองมีอะไรกับหญิงอื่นผ่านกล้อง นภดลเองก็เป็นแค่เหยื่อที่ถูกมอมยาและบีบด้วยหนี้สินไม่ต่างจากฉัน ความกลัวเปลี่ยนเป็นความแค้น ในเมื่อเธออยากดูหนังสดนัก ฉันกับนภดลก็จะเล่นให้ดู แต่บทตอนจบ... นางพญาโรคจิตอย่างเธอจะต้องไปนอนในคุก

บทที่ 1

เพื่อหาเงินรักษาแม่ที่นอนรอความตาย ฉันยอมขายศักดิ์ศรีรับงาน "พิเศษ" ในโรงแรมหรู

แต่โลกกลับกลมจนน่าตลก เมื่อฉันได้งานใหม่และพบว่า "ลูกค้า" คืนนั้น คือสามีของประธานบริษัทที่ฉันต้องรับใช้!

ฉันคิดว่าจะโดนไล่ออก แต่คุณหทัยกลับยิ้มเย็นเยือก แล้วส่งฉันกับสามีเธอไปดูงานต่างจังหวัด พร้อมจอง "ห้องฮันนีมูน" ให้เราสองคน

คืนนั้นฉันสะดุ้งตื่นเพราะฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด พบว่าตัวเองกำลังถูกสามีเจ้านายกอดรัดอยู่บนเตียง

ที่มุมห้องมีแสงไฟสีแดงวาบจากกล้องวงจรปิด

พร้อมข้อความจากคุณหทัยที่ส่งมาว่า

"ทำได้ดีมากค่ะ ทั้งสองคนดูเร่าร้อนกว่าครั้งแรกอีกนะ"

วินาทีนั้นฉันถึงรู้ความจริงอันน่าสะอิดสะเอียน

คุณหทัยไม่ได้โง่ แต่เธอคือคนบงการ! เธอเสพติดการเห็นสามีตัวเองมีอะไรกับหญิงอื่นผ่านกล้อง

นภดลเองก็เป็นแค่เหยื่อที่ถูกมอมยาและบีบด้วยหนี้สินไม่ต่างจากฉัน

ความกลัวเปลี่ยนเป็นความแค้น

ในเมื่อเธออยากดูหนังสดนัก ฉันกับนภดลก็จะเล่นให้ดู

แต่บทตอนจบ... นางพญาโรคจิตอย่างเธอจะต้องไปนอนในคุก

บทที่ 1

พิมพ์ชนก POV:

ฉันไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของพิมพ์ชนก งามสูงเนินคนนี้ จะมาถึงจุดที่ต้องยอมขายร่างกายเพื่อแลกกับเงินก้อนโต

แม่นอนซมอยู่บนเตียงคนไข้

เสียงเครื่องช่วยหายใจดังสม่ำเสมอ เป็นจังหวะชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย

ฉันกุมมือที่ซีดขาวของแม่ไว้แน่น น้ำตาไหลอาบแก้มทุกครั้งที่นึกถึงยอดหนี้สินที่พอกพูน

ฉันเคยเป็นผู้ช่วยพยาบาลนะ แต่ตอนนี้ฉันลาออกมาแล้ว

เงินเดือนแค่นั้นมันไม่พอค่ารักษาแม่หรอก

ฉันต้องทำงานทุกอย่างที่หาได้ รับจ้างทั่วไป แบกหามสารพัด ไม่เคยเลือกงาน ขอแค่มีเงิน

ฉันฉลาดพอที่จะรู้ว่าตัวเองกำลังถูกความจนบีบให้จนมุม

ความกล้าหาญที่เคยมีมันเริ่มสั่นคลอน

สองวันก่อน มีสายโทรศัพท์แปลกๆ เข้ามา

ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิงที่ฟังดูมีอำนาจ เธอเสนอ "งานพิเศษ" ให้ฉัน

น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยบางอย่างที่ฉันอธิบายไม่ถูก

ฉันรู้ทันทีว่ามันไม่ใช่งานธรรมดา

ตอนแรกฉันปฏิเสธไปอย่างไม่ลังเล แต่วินาทีที่หมอเดินออกมาจากห้องไอซียูด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

"ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นนะครับคุณพิมพ์ชนก ถ้าไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง..."

คำพูดของหมอขาดหายไป แต่ความหมายมันชัดเจนเกินไป

แม่ของฉันกำลังรอความตาย

ปลายสายโทรศัพท์นั้นกลับมาอีกครั้ง

คราวนี้เธอไม่ได้เสนอแค่เงินก้อนโต แต่เป็นจำนวนที่มากพอจะพลิกชีวิตฉันได้เลยทีเดียว

ฉันฟังรายละเอียดของงานที่เธอพูดผ่านโทรศัพท์

มันเป็นคำพูดที่เลี่ยงบาลี แต่ฉันเข้าใจความหมายของมันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

งานนี้คือการไป "ปรนเปรอ" ผู้ชายคนหนึ่งที่โรงแรม

ฉันรู้ว่ามันผิดศีลธรรม รู้ว่ามันน่ารังเกียจ

แต่ภาพของแม่ที่นอนซมอยู่ตรงหน้ามันใหญ่กว่าทุกอย่าง

"คุณมีเวลาคิดไม่มากนะคะ ถ้าตัดสินใจได้แล้ว โทรกลับมาภายในครึ่งชั่วโมง" เสียงนั้นทิ้งท้ายไว้

ครึ่งชั่วโมงนั้นยาวนานเหมือนชั่วชีวิต

ฉันมองหน้าแม่ มองเพดานโรงพยาบาลที่เก่าๆ

ในใจมีแต่เสียงเรียกของความจำเป็น

ฉันโทรกลับไป

เสียงตอบรับที่ปลายสายเหมือนรออยู่แล้ว

เธอส่งข้อมูลโรงแรมและเบอร์ห้องมาให้ทันที พร้อมกับแจ้งว่าเงินมัดจำจะโอนเข้าบัญชีฉันภายในห้านาที

ไม่ถึงห้านาที เสียงแจ้งเตือนจากธนาคารก็ดังขึ้น

ยอดเงินที่เห็นทำให้มือฉันสั่น

มันมากพอจริงๆ

ฉันเดินทางไปโรงแรมด้วยแท็กซี่ที่วิ่งแข่งกับเวลา

โรงแรมหรูหราโอ่อ่า แตกต่างจากโลกที่ฉันเคยอยู่ราวฟ้ากับเหว

พนักงานต้อนรับยิ้มแย้ม แต่แววตาฉันเต็มไปด้วยความกังวล

ฉันกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นบนสุด

ทางเดินปูพรมหนา เตะตาด้วยภาพวาดราคาแพง

ฉันหยุดอยู่หน้าห้องหมายเลข 8888

ก่อนหน้านี้ ฉันได้รับข้อความจากผู้ว่าจ้างให้เข้าไปได้เลย ไม่ต้องเคาะประตู

ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

มือที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปจับลูกบิดประตูโลหะเย็นเฉียบ

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี

เมื่อประตูเปิดออก ภาพตรงหน้าทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ

ห้องสวีทขนาดใหญ่ถูกจัดแต่งอย่างหรูหรา

มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยอบอวลไปทั่ว

แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาฉันที่สุดคือชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงคิงไซส์

เขาหล่อเหลามาก ใบหน้าคมคาย ผิวขาวสะอาด

เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาหลุดลุ่ย เผยให้เห็นแผงอกแข็งแรง

ริมฝีปากที่เผยอเล็กน้อยส่งเสียงครางแผ่วเบา

ดวงตาของเขาปรือปรอยเหมือนคนกำลังป่วยหนักหรือเมามาย

ร่างกายของเขาบิดเร้าอยู่บนเตียง

ฉันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว ไม่ใช่เพราะความปรารถนา แต่เป็นความประหม่าและความตกใจ

เสียงครางของเขาดังขึ้นอีกครั้ง

"มาแล้วเหรอ..." เขาพูดเสียงพร่าพรึง ดวงตาหรี่มองมาที่ฉัน

เขาไม่รอให้ฉันตอบ ค่อยๆ เอื้อมมือมาหา สอดแทรกนิ้วเรียวยาวเข้ามาในกลุ่มผมของฉันแล้วดึงเบาๆ

ฉันยืนแข็งทื่อ ไม่รู้จะทำยังไงดี

ภาพของแม่ลอยเข้ามาในหัว

ฉันไม่แน่ใจว่านี่คือสิ่งที่ฉันต้องทำจริงๆ หรือเปล่า

"เข้ามาสิ... ที่รัก" เขาพูดเสียงแหบพร่า

ฉันกะพริบตาถี่ๆ พยายามทำความเข้าใจสถานการณ์

ดูเหมือนเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็นใครบางคน

ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันตีกันอยู่ในอก

ฉันตัดสินใจจะถอยออกมา บอกว่าฉันไม่ใช่คนที่เขาต้องการ

แต่ในวินาทีนั้น ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของฉัน

"ถ้าเธอถอยออกมาตอนนี้ เงินมัดจำทั้งหมดจะถูกยึด และเธอจะไม่ได้อะไรเลย"

ข้อความนั้นทำให้ฉันเย็นวาบไปทั้งตัว

เงินมัดจำก้อนนั้นมันสำคัญต่อชีวิตแม่มาก

ตามมาด้วยอีกข้อความ: "ถ้าทำตามที่สั่งสำเร็จ เธอจะได้เงินอีกสองเท่าของมัดจำ"

สองเท่า... จำนวนเงินที่มากมายจนฉันจินตนาการไม่ถึง

ฉันมองกลับไปที่ชายหนุ่มบนเตียง

เขายังคงครางเบาๆ และเอื้อมมือมาหาฉันอย่างเลื่อนลอย

ความต้องการเงินเพื่อรักษาแม่มันกลืนกินความลังเลของฉันจนหมดสิ้น

ฉันตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันต้องทำ

ฉันเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ

เขาดึงฉันลงไปบนเตียงอย่างไม่ทันตั้งตัว

ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรุ่ม

ลมหายใจของเขาอวลไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ และบางอย่างที่หวานหอม

เขาเริ่มลูบไล้ไปตามร่างกายของฉันอย่างแผ่วเบา

ฉันสัมผัสได้ถึงความปรารถนาที่รุนแรงจากตัวเขา

เสียงครางของเขาดังขึ้นอีกครั้งเมื่อมือของเขาไล้ไปบนผิวของฉัน

ฉันพยายามควบคุมลมหายใจของตัวเอง

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำใจให้สงบในสถานการณ์แบบนี้

ทุกสัมผัสของเขาทำให้ร่างกายฉันสะท้าน

ฉันกัดริมฝีปากแน่น บังคับตัวเองให้คิดถึงแต่หน้าแม่

คิดถึงค่ารักษาที่รออยู่

คิดถึงอนาคตที่ฉันจะทำให้แม่กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

ฉันไม่รู้ว่ามันกินเวลานานแค่ไหน

แต่เมื่อทุกอย่างจบลง ฉันรู้สึกเหมือนร่างจะแหลกสลาย

เขาสลบไปแล้วหลังจากพุ่งเข้าใส่ฉันอย่างบ้าคลั่ง

ฉันค่อยๆ ถอนตัวออกมาจากอ้อมกอดของเขา

รีบจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ของตัวเองให้เข้าที่

ในใจรู้สึกว่างเปล่าอย่างประหลาด

ฉันหยิบเสื้อผ้าของเขาที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาคลุมร่างที่เปลือยเปล่าของเขาอย่างเบามือ

ไม่ใช่เพราะความอ่อนโยน แต่เป็นความรู้สึกผิดที่ไม่อาจปฏิเสธได้

ฉันเดินออกมาจากห้องนั้นอย่างเงียบเชียบ ราวกับไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

เมื่อกลับถึงห้องพักของตัวเอง ฉันรีบอาบน้ำชำระร่างกายทันที

น้ำที่ไหลรินลงมาบนผิวรู้สึกเหมือนชะล้างบางสิ่งบางอย่างออกไป

แต่ความรู้สึกเลือนลอยในใจยังคงอยู่

ไม่นานนัก ข้อความจากผู้ว่าจ้างก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง

"งานสำเร็จดีมากค่ะ เงินค่าจ้างส่วนที่เหลือโอนให้แล้วนะคะ"

ฉันมองยอดเงินในบัญชี

มันเต็มจำนวนจริงๆ

ฉันรีบจัดการโอนเงินก้อนใหญ่ไปยังโรงพยาบาลทันที เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลแม่

ความโล่งใจเข้าจู่โจมฉันทันทีที่เห็นยอดเงินถูกหักไป

แม่ฉันปลอดภัยแล้วชั่วขณะ

ฉันตัดสินใจที่จะไม่รับงานแบบนี้อีก

ชีวิตของฉันต้องกลับไปเป็นปกติ

ฉันจะหางานสุจริตทำ จะไม่ยอมก้าวเข้าสู่โลกมืดแบบนี้อีกแล้ว

แต่ในใจลึกๆ ฉันกลับรู้สึกผวา

ฉันไม่อยากเจอเขาอีกเลย ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ

ภาพใบหน้าคมคายและเสียงครางพร่าพรึงของเขายังวนเวียนอยู่ในความทรงจำ

และฉันไม่รู้เลยว่า โลกใบนี้มันแคบกว่าที่ฉันคิดไว้มากแค่ไหน

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

มาชาวีร์
4.8

หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง

ตามเธอไม่เคยทัน

ตามเธอไม่เคยทัน

Crepuscular Glyph
5.0

หลินหลั่งเยี่ยน เป็นลูกสาวที่ได้รับการฝึกฝนอย่างลับๆ จากรัฐ เป็นสาวอัจฉริยะที่ทุกคนในองค์กรอิจฉา มีความสามารถทางการต่อสู้สูงและไม่ยอมใคร แต่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่าพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้องสาวฝาแฝดของเธอเพียงลำพัง หลังจากผ่านไปเจ็ดปี ในที่สุดรัฐก็อนุมัติอิสรภาพให้เธอ หัวใจของหลินเหลิงเหยียนเต้นระรัวด้วยความคาดหวัง ขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับบ้าน แต่เธอกลับต้องพบว่าป้าของเธอใช้ชีวิตอย่างหรูหราในบ้านพักของพ่อแม่ผู้ล่วงลับ ขณะที่น้องสาวของเธอเองกลับถูกบังคับให้นอนในคอกสุนัขและกินของเหลือ ทันใดนั้น เธอพลิกโต๊ะอาหารด้วยความโกรธ ป้าข่มขู่? เธอใช้วิธีการที่เด็ดขาดถอนตัวจากการร่วมมือ จนบริษัทของป้าพังทลายลงอย่างรวดเร็ว! การกลั่นแกล้งในโรงเรียน? เธอปลอมตัวเป็นน้องสาว เข้าไปในโรงเรียนและตัดสินใจสู้ไฟด้วยไฟ จากนั้นเธอก็ถ่ายทอดสดตอนพวกอันธพาลคุกเข่าร้องขอความเมตตา ถูกเยาะเย้ยเรื่องตัวตน? หลินหลั่งเยี่ยนพูดอย่างเย็นชา“ใช่ ฉันก็แค่คนธรรมดา” ในวินาทีถัดมา ครอบครัวที่มีชื่อเสียงมายืนยันว่า“เธอคือลูกสาวคนโตของเรา!” สถาบันวิจัยแห่งชาติ “พวกเราคือเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ!” …… ซือฮานเฟิง ผู้เป็นผู้นำของตระกูลลึกลับ ไม่เคยปรากฏตัวในสายตาสาธารณชน ข่าวลือว่าเขาเป็นคนเยือกเย็นและไร้ความปรานี บางคนเคยเห็นเขายืนสูบบุหรี่ในสถานการณ์ที่น่ากลัว และบางคนก็เห็นเขาฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา แต่ต่อมากลับมีคนเห็นว่าเขาไล่ตามหลินหลั่งเยี่ยนจนถึงมุมกำแพง ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าและความไม่พอใจ “หลั่งเยี่ยน ฉันช่วยเธอจัดการพวกนั้นแล้ว เธอควรจะอยู่เป็นเพื่อนกับฉันบ้างไหม?” “เราไม่ใช่แค่พันธมิตรหรือ?” หลินหลั่งเยี่ยนพูดอย่างงงงวย ซือฮานเฟิงถอนหายใจลึกๆ แล้วจูบเบาๆ บนริมฝีปากของเธอ “ตอนนี้ล่ะ”

พวกเจ้าคอยดู ข้าไม่ปล่อยไว้แน่

พวกเจ้าคอยดู ข้าไม่ปล่อยไว้แน่

Ellary Delossa
5.0

หยุนม่านชิง บุตรสาวของฮูหยินเอกจากจวนโหวหวยอัน ซึ่งถูกสลับตัวตอนอายุยังน้อย และเติบโตในชนบท เมื่อนางได้กลับมาที่จวนท่านโหวหวยอัน นางคาดหวังความรักและความอบอุ่นจากครอบครัว แต่ไม่คาดคิดว่าเป็นเพียงภาพลวงตาจวนโหวถูกยึดครองโดยหยุนโหรวเจียที่เป็นลูกสาวปลอม ในการวางแผนของลูกสาวปลอมและคู่หมั้นของนาง หยุนม่านชิงต้องแต่งงานในฐานะอนุภรรยา ต้องทำตัวนอบน้อมและก้มหัวให้ทุกคนเพื่อเอาใจคนในบ้าน นางคิดว่าจะได้ความรักและความสามัคคีในครอบครัว แต่กลับต้องถูกทำร้ายอย่างต่อเนื่องจนถึงแก่ชีวิตเมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางกลับมาสู่วันที่เปลี่ยนโชคชะตาของนาง หยุนม่านชิงไม่ยอมอดทนอีกต่อไป นางค่อยๆ เผยโฉมหน้าที่แท้จริงของลูกสาวปลอม ไม่ได้ต้องการความรักที่เป็นเพียงภาพลวงอีก และได้เรียกคืนทุกสิ่งที่เป็นของนางทีละนิดเมื่อนางตัดสินใจที่จะตัดขาดจากจวนท่านโหวอย่างสิ้นเชิง คนทั้งจวนกลับคุกเข่าขอร้องไม่ให้นางจากไป!

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์
4.8

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ