5.0
ความคิดเห็น
660
ชม
10
บท

เนื้อทองเป็นกำพร้าแม่ตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ พออายุได้สามขวบพ่อก็พาเข้ามาทำงานที่ไร่ของนายจ้างเก่าซึ่งผันตัวเองจากผู้รับเหมามาทำปลูกผลไม้ปลูกพืชเกตษรส่งออก เด็กสาวถูกเลี้ยงดูโดยผู้ชายตัวโตๆ ก็คือพ่อเพียงลำพัง ได้รับความเมตตาจาก 'นายใหญ่' และ 'นายผู้หญิง' เป็นอย่างดีเพราะเป็นเด็กฉลาด ช่างพูด พออายุได้หกขวบเจ้าของไร่ก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ อัศเวทย์หรือนายแทนลูกชายคนเดียวจึงต้องกลับมาจากเมืองนอกกลางคันทั้งที่ยังเรียนไม่จบเพื่อสานต่อความตั้งใจของบิดามารดา ดูแลไร่แห่งนี้ในฐานะเจ้าของไร่คนใหม่อย่างเต็มตัว เนื้อทองเติบโตมาท่ามกลางสังคมของชาวไร่ชาวสวนที่เป็นผู้ชายเสียส่วนใหญ่ หล่อนจึงไม่ใคร่เรียบร้อยนัก กะโหลกแก่นแก้ว แต่ก็มีความอดทนสูงเหมือนพ่อ หล่อนเรียนรู้ทุกอย่างมาจากผู้ให้กำเนิด จนกระทั่งเมื่ออายุได้สิบสองปี พ่อก็พาหล่อนระหกระเหินไปยังถิ่นฐานอื่นอีกครั้ง เนื้อทองไม่อยากจากไร่ ไม่อยากจากทุกคนที่หล่อนรักไปเลย แต่ก็จำใจต้องตามบิดาที่มีเหตุผลส่วนตัวในการจากไปหนนั้น แต่แล้วหกปีต่อมา 'นายแทน' ก็ตามหาตัวหล่อนและพ่อให้กลับมาทำงานในตำแหน่งหัวหน้าคนงานอีกครั้ง ...พ่อก็ยอมเพื่ออนาคตของหล่อน กลับมาคราวนี้อะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไป นายแทนแต่งงานกับอดีตพยาบาลสาวสวยชื่อพี่หม่อน พี่สาวใจดีที่นิสัยต่างจากนายราวฟ้ากับเหว พี่หม่อน...คือนางฟ้าแสนดีสำหรับเนื้อทอง แต่พี่หม่อนสุขภาพไม่ค่อยดีนายจึงหวงและเป็นห่วงมาก นายรักพี่หม่อน พี่หม่อนก็รักนาย ส่วนเนื้อทอง...เป็นเด็กที่สร้างแต่ความรำคาญหูรำคาญตาให้นายอยู่เสมอจนถูกดุอยู่ร่ำไป แต่ก็ได้พี่หม่อนคอยปกป้องเสมอ การมีพี่หม่อนเป็นช่วงชีวิตที่เนื้อทองรู้สึกมีความสุขที่สุด แต่ความสุขสำหรับหล่อนมันไม่เคยยั่งยืน วันหนึ่งพี่หม่อนก็จากไป...พร้อมๆ กับความเกลียดชังของนายแทนที่มีต่อหล่อนก็ได้ก่อตัวขึ้น เขาพร้อมที่จะทำลายหล่อนเพื่อบรรเทาความคับแค้นในใจอยู่ทุกเวลา... -------------- -------------- “ท้องไส้อยู่ไม่ใช่เหรอ ทำตัวเป็นลิงเป็นค่างให้ดีเถอะ ลูกฉันเป็นอะไรขึ้นมาเธอเดือดร้อนแน่เนื้อทอง” “...” หล่อนอ้าปากค้าง ใจเต้นระส่ำกับคำพูดของแทน เมื่อคืนหล่อนไม่ได้ถามหมอพงศ์ว่ามีใครบ้างที่รู้เรื่องการตั้งครรภ์ของหล่อนบ้าง แต่ตอนนี้คงไม่ต้องหาคำตอบแล้ว เพราะนอกจากแทน...ก็ไม่มีใครน่ากังวลอีก หรือจะมีก็คงเป็นพ่อของหล่อน ซึ่งเนื้อทองยังไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรดีเมื่อพ่อกลับมา “ถ้ารอดจากกระท่อมร้างท้ายสวนนั้นมาได้...ก็คงไม่เป็นไรแล้วล่ะค่ะ” แม้จะเป็นประโยคสั้นๆ แต่มันก็แฝงไว้ด้วยความขมขื่นมากมาย ตลอดสามเดือนที่หล่อนต้องอดทนอยู่ที่นั่น มันเหมือนกับโลกอีกโลกหนึ่งที่ถูกตัดขาดจากทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนหล่อนไม่ใช่คน... “...” แทนมองด้วยสายตาไม่พอใจนัก แต่ไม่ได้ตอบโต้อะไร “อีกอย่างนะคะนาย ลูกเป็นของเนื้อทองคนเดียวค่ะ” พูดจบหล่อนหันหลังให้เขาแล้วเดินออกจากไป แต่แทนก็คว้าต้นแขนรั้งเอาไว้เสียก่อน “ถึงจะไม่ได้นอนกับเธอแบบนับไม่ถ้วน แต่ฉันก็มั่นใจว่าที่ลูกไปอยู่ในท้องเธอได้เพราะฉันทำ และฉันไม่ใช่คนไร้ความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นอย่าแม้แต่คิดทำอะไรโง่ๆ เพราะฉันไม่ยอมแน่”

นางรอง The Shadows บทที่ 1 ตอนที่ 1

“ไปทางนั้นเร็ว! พวกมันอยู่ตรงนั้น!” เสียงทุ้มตะโกนก้องเพื่อบอกกล่าวแก่คนอื่นๆ ที่กำลังตามหลังมาในขณะที่ตัวเขาเองนั่งอยู่บนหลังม้าตัวใหญ่ แล้วเร่งควบด้วยความรีบร้อน

เสียงฝีเท้าของม้า...เสียงตะโกนดังโหวกเหวกไปทั่วทั้งผืนไร่ตรงส่วนที่ปลูกแก้วมังกร กลุ่มคนสองกลุ่มกำลังไล่ล่าห้ำหั่นกันอย่างไม่ยอมลดละ ในช่วงเวลาโพล้เพล้เต็มทีของวันหนึ่งในฤดูร้อน

ชายฉกรรจ์สี่ห้าคนใช้รถกระบะในการบุกรุกที่ดินเพื่อก่อเหตุร้าย และกำลังหนีสุดชีวิตให้พ้นจากอาณาเขตของ อัศเวทย์ หรือแทน...ชายหนุ่มเจ้าของไร่ที่ไหวตัวทัน และยกกำลังพลตามหลังมาติดๆ เครื่องยนต์จากกลไกที่มนุษย์สร้างขึ้นไม่ได้ช่วยให้ผู้บุกรุก ขับเคลื่อนไปได้เร็วกว่าสัตว์พาหนะอย่างม้าที่กำลังโตเต็มไวได้ บวกกับพื้นที่ซึ่งผู้เป็นเจ้าของย่อมจะได้เปรียบเหนือกว่า

“คุณแทน! ผมไม่เห็นเนื้อทองแล้ว ลูกสาวผมหายไปไหน!” ม้าหนุ่มตัวสีขาวมีคนงานวัยกลางคนควบตีคู่ขึ้นมา แล้วตะโกนถามผู้เป็นนายด้วยความกังวล

“คงอยู่ในรถ...พี่ปราชพาลูกน้องสักสองสามคนไปอีกทาง ดักหน้าพวกมันไว้จะง่ายกว่า นี่ก็ใกล้มืดเต็มที ขืนปล่อยให้พวกมันหนีพ้นเขตเราได้จะยุ่งกันไปใหญ่” ชายหนุ่มร่างสูงกำยำภายใต้เสื้อผ้าชุดทำงานบอกกับหัวหน้าคนงาน แล้วใช้แส้ตีม้าของตน เพื่อให้มันเร่งฝีเท้านำหน้าห่างทุกคนไปด้วยความรวดเร็ว “ไอ้ก้อง! ไอ้เกริก! ไอ้ชัยตามกูมา!” ปราชหรือณปราชหันไปเรียกลูกน้องที่เหลือแล้วควบม้าเปลี่ยนเส้นทาง ลัดเลาะไปตามร่องสวนแก้วมังกรที่ขยายกิ่งก้านพันรอบเสาหลักยึดให้ต้นไม้ได้เกาะเกี่ยว หัวใจของผู้เป็นพ่อร้อนรุ่มยิ่งกว่าถูกสุมไฟ เมื่อลูกสาวคนเดียวถูกโจรที่เข้ามาขโมยของจับไปเป็นตัวประกัน

“เนื้อทองลูกพ่อ...อย่าเป็นอะไรนะลูก”

แรงกระแทกในยามรถแล่นไปด้วยความเร็วสูงทำให้ร่างเล็กถูกเหวี่ยงโคลงเคลง หล่อนรู้สึกปวดหนึบตรงขมับและเคลื่อนเหียนเต็มที แต่เด็กหญิงก็จำต้องอดทนไม่โวยวาย เพราะความกลัวสุดหัวใจ สองมือเล็กถูกมัดรวบไว้ด้านหน้าด้วยเชือกนอนงอตัวอยู่ตรงเบาะหลังโดยมีผู้ชายร่างใหญ่นั่งคุมเชิงอยู่ อีกคนที่นั่งเบาะหน้าข้างๆ คนขับ แต่ข้างหลังกระบะยังมีอีกสี่ห้าคนด้วยกัน

“นั่งนิ่งๆ สิวะเดี๋ยวกูจับโยนลงจากรถซะนี่” เสียงของชายร่างใหญ่ข้างๆ ขู่ เด็กน้อยวัยแปดขวบ ที่ขดตัวงอหลังติดเบาะอยู่ตรงมุมน้ำตาไหลเป็นทาง หล่อนไม่กล้ามองหน้าเจ้าของน้ำเสียงอันโหดเหี้ยมนั้นเท่าไหร่นัก

“ใกล้จะพ้นเขตไร่ไอ้แทนแล้ว...อีหนูนี่ถือว่าเป็นของแถมก็แล้วกัน” คนขับหัวเราะร่วน พลางเอียงหน้าใช้หางตามองหล่อนด้วยความกักขฬะ ตัวประกันสั่นงก...ความรู้สึกของหล่อนคงเกินกว่าคำว่าหวาดกลัวไปหลายขุม

“เอาจริงๆ กูก็ไม่อยากโยนมันลงไปตายบนถนนหรอกว่ะ...มึงดูสิโตมาท่าจะสวย เอาไปขายชายแดนน่าจะได้หลายบาท“

“...” น้ำเสียงสองพวกมัน แววตากักขฬะ ยิ่งทำให้เด็กสาวตัวสั่นด้วยความกลัวตั้งแต่แรกพบตัวหล่อนแล้วจับมา พวกโจรถ่อยไม่มีความรู้สึกเมตตาอาทรดั่งเช่นที่ปุถุชนควรมีแม้แต่น้อย พวกเขาเหมือนกับสัตว์ที่ไร้ซึ่งจิตสำนึก หากพ้นอาณาเขตนี้ไปและไม่มีใครตามมาทัน เท่ากับว่าหล่อนอาจไม่รอดเงื้อมมือมัจจุราชต่ำช้าเหล่านี้ได้เลย...

“พี่! ข้างหน้า!!” เสียงตะโกนของชายที่นั่งอยู่คุมตัวเนื้อทองดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงห้ามล้อซึ่งเกิดจากคนขับเหยียบเบรกเต็มแรงอย่างกะทันหัน ล้อรถลากไปกับพื้นดินจนตัวรถเหวี่ยงอย่างเสียหลักแล้วก็จอดนิ่งชะงัก

ดวงตาว้าวุ่นของเด็กสาวสำรวจมองเลิ่กลั่กใจจดใจจ่อแม้จะมองออกไปด้านนอกไม่ได้ก็ตาม

“ลูกพี่! ไอ้ปราชไอ้หมานายมันตามพวกเรามา”

“ทำไงดีวะ...มีปืนด้วยแม่ง”

“มันไม่กล้าทำอะไรเราหรอก มีเด็กนี่อยู่ทั้งคนอย่างมากก็แค่ขู่”

เนื้อทองกลอกตามองพลางฟังการสนทนาของทั้งสามคนเงียบๆ หล่อนมองไม่เห็นอะไรเพราะนอนราบอยู่บนเบาะ ที่แน่ๆ ได้รู้แล้วว่าบุคคลที่ถูกพูดถึงอยู่นั้นคือใคร จากความหวาดกลัวอย่างสุดแสน บัดนี้กำลังใจของหล่อนได้ฟื้นกลับคืนมาอีกครั้งแล้ว

“มัน...มันล้อมเราไว้หมดแล้ว”

“พวกมึงออกมาจากรถ! เร็วๆ เข้า!” เสียงตะโกนดังมาจากด้านนอก

“พ่อ...” เนื้อทองอุทานแผ่วเบา ไม่อยากให้พวกมันรับรู้ถึงความสัมพันธ์ของตนกับบิดาในยามนี้เพราะอาจจะยิ่งทำให้หล่อนไม่ปลอดภัย หากพวกโจรระแคะระคายว่าหล่อนไม่ใช่ลูกชาวบ้านในไร่ธรรมดา แต่เป็นลูกของคนคุมไร่ที่กำลังตะโกนขู่พวกเขาปาวๆ หล่อนอาจกลายเป็นตัวต่อรองที่มีความสำคัญมากขึ้น

“...” ไอ้คนขับยอมเปิดประตูรถ แล้วยกมือขึ้นเหนือศีรษะ เป็นครั้งแรกที่เนื้อทองได้มองเห็นด้านนอกผ่านหน้าต่างรถที่เปิดอ้าแล้วร่างของคนขับก็ค่อยๆ แทรกตัวลงไป ชายฉกรรจ์ที่นั่งเบาะข้างคนขับ ลนลานเปิดประตูฝั่งตนตามลงไปด้วยความจำยอมท่ามกลางคนงานในไร่ที่ล้อมอยู่รอบๆ ตัวรถพร้อมอาวุธในมือ “เด็กอยู่ไหน!!”ณปราชตะโกนถามทั้งที่แน่ใจว่าบุตรสาวนั้นคงยังถูกควบคุมตัวอยู่ในรถ “ยุ...อยู่ข้างใน...”

“ไอ้เกริกมึงเปิดประตูรถ”

“ครับพี่ปราช” คนงานชายที่ณปราชสั่งลดปืนยาวในมือลงแล้วจ้ำอ้าวไปเปิดประตูรถด้านหลังทันที คนอื่นๆ ควบคุมเหล่าโจรทั้งหมดเอาไว้แล้วพามานั่งรวมๆ กันและยึดอาวุธทั้งหมดออกจากตัว

“โอ๊ย!!” เกริกส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บพร้อมกับร่างที่กระเด็นหงายหลังลงพื้น ทุกคนหันมอง แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้น กระสุนพุ่งเข้าหาร่างของเกริกทันที เลือดกระฉูดตามแรงวิถีของเพชฌฆาตเหี้ยม

“ไอ้เกริก!” ณปราชตะโกนเรียกลูกน้องที่กำลังร้องโอดโอยด้วยความทรมานจากอาการบาดเจ็บแล้วกระโดดลงจากม้าไปดูทันที รู้สึกตัวเองพลาดอย่างมากที่ไม่รอบคอบไม่สำรวจให้ดีเสียก่อนว่าพรรคพวกของโจรนั้นมีกี่คนกันแน่ คิดเพียงแต่จะจับทรชนให้ได้ และช่วยลูกให้รอดพ้นจากอันตรายเท่านั้น

ส่วนคนงานอื่นๆ ที่รีบจับอาวุธขึ้นเล็งไปยังรถคันเดิมอีกหน เมื่อรับรู้ถึงกลิ่นอายอันตราย

“พวกมึงถอยไป...ไม่งั้นอีเด็กนี่ไม่รอดแน่ กูเอาจริง...” ผู้ร้ายคนที่เหลือลากเนื้อทองลงจากรถพร้อมกับตน ในมือถือปืนจี้ตรงศีรษะเด็กสาวเอาไว้ด้วยความทุลักทุเล พยายามจะขึ้นไปตรงที่นั่งคนขับด้านหน้า เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายมากขึ้นเมื่อเกิดเรื่องไม่คาดหมาย “พ่อจ๋า...” เนื้อทองขยับริมฝีปากที่สั่นระริกเรียกหาบิดาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา สายตาของผู้เป็นพ่อที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความห่วงหาอาวรณ์ สีหน้าเจ็บปวดเหมือนใจจะขาด

‘อดทนไว้นะเนื้อทอง...’ ณปราชสื่อคำพูดผ่านแววตาที่เพ่งมองบุตรสาวไม่ได้ละวาง

‘เนื้อทองรักพ่อนะ...’ หล่อนพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ แม้จะเป็นเด็กแต่เพราะถูกเลี้ยงมาโดยบิดาตามลำพัง หล่อนจึงเข้มแข็งและเรียนรู้ที่จะตั้งสติได้ดีกว่าเด็กสาวในวัยเดียวกัน

กระนั้น...เด็กก็คือเด็กวันยังค่ำ จะให้เฉลียวฉลาดเอาตัวรอดได้คล่องแคล่วอย่างผู้ใหญ่นั้นคงเป็นไปไม่ได้

“กูบอกให้ถอยไปไง! แล้วห้ามพวกมึงตามมานะ ถ้ากูเห็นใครตามรถมาพวกมึงเตรียมโลงศพไว้ให้อีเด็กนี่แล้วไปรอเก็บซากได้เลย!” ผู้ร้ายตะโกนเกรี้ยวกราด มือที่ถือปืนจ่อขมับเนื้อทองเกร็งจนกล้ามเนื้อปูดนูนเป็นสัน ทุกคนหันมองณปราชรอการตัดสินใจ

หัวหน้าคนงานวัยกลางคนยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ เป็นสัญญาณให้ทุกคนถอยออกห่างบริเวณนั้น เนื้อทองจึงถูกผลักดันเข้าไปในรถแล้วโจรร้ายก็ขึ้นประจำที่นั่งคนขับ ปิดประตูสตาร์ทเครื่องยนต์ทันทีไม่รีรอที่จะเอาตัวรอดแม้ว่าเพื่อนร่วมก่อการที่เหลือจะยังถูกควบคุมตัวอยู่ก็ตาม เพราะหากยังห่วงช่วยคนอื่นๆ พวกคนงานอาจตามมาสมทบมากขึ้น คราวนี้คงไม่รอดกันทั้งหมดแม้แต่ตัวเอง

“พี่ปราชเอายังไงดีเนื้อทองถูกจับไปเป็นตัวประกันแล้ว” หนึ่งในคนงานเอ่ยถามด้วยความร้อนรนเนื่องจากสนิทคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ด้วยความผูกพันจึงต่างก็เป็นห่วงเด็กสาวกันไม่น้อยไปกว่าผู้เป็นพ่อเลย

“คุณแทนมาพอดี...เริ่มมืดแล้วด้วยเราคงต้องแจ้งตำรวจให้ช่วย” ณปราชเอ่ยขึ้นในขณะที่สายตาละจากความเสียใจเศร้าโศกมองไปยังเส้นทางที่ม้าตัวใหญ่ควบเข้ามา โดยมีนายเหนือหัวของไร่เป็นผู้ควบคุม พร้อมกับเหล่าลูกน้องอีกสองสามคน

“เป็นอย่างไรบ้างเมื่อกี้ผ่านมาพวกคนงานถูกทำร้ายบาดเจ็บหลายคน...” ชายหนุ่มร่างใหญ่บนหลังม้าเอ่ยถามณปราช พร้อมกับเล่าถึงเหตุผลที่ตนเองมาช้าให้ฟังเป็นนัยๆ

“ผมพลาดครับคุณแทน ไม่ทันระวังตัวรอดไปได้คนหนึ่ง มันพาเนื้อทองไปเป็นตัวประกันด้วยแล้วขู่ไม่ให้พวกเราตามไปไม่อย่างนั้นมันจะฆ่าเนื้อทอง”

“เลวเอ้ย...ยะ! จัดการทางนี้ด้วย รอตำรวจอยู่ทางนี้ ตำรวจกำลังมาพี่ปราชไปกับผม” เสียงทุ้มห้าวสั่งการครอบคลุมแล้วเตะสีข้างให้ม้าเคลื่อนไหวอีกครั้ง แต่เลี้ยวลัดเลาะไปยังทางร่องของแก้วมังกร ณปราชกระโดดขึ้นหลังม้าของตนเอง แล้วควบวิ่งติดตามกันไป ส่วนผู้ร้ายที่เหลือก็ถูกเหล่าคนงานล้อมควบคุมตัวเอาไว้รอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจัดการนำไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ เฌอรามิล

ข้อมูลเพิ่มเติม
ลำนำรักร้าว

ลำนำรักร้าว

โรแมนติก

5.0

"ไสหัวจากบ้านฉันซะ! แล้วไม่ต้องกลับมาอีกที่นี่ไม่ต้อนรับกาลกิณีที่มีเลือดชั่วๆ อย่างเธอ" "พี่อาร์ม...ปล่อยนะคะพี่อาร์มเป็นบ้าไปแล้วเหรอ นี่มันดึกแล้วจะให้จันทร์เจ้าไปไหนคะ" หล่อนรู้ดีว่าเขาพูดจริงทำจริง ใจดวงน้อยแปลบปลาบหวิวเหมือนจะหลุดลอยไปตามแรงลากดึง อุตส่าห์หลบลี้หนีหน้าไม่ออกไปให้เขาเห็นวายยังถูกตามรังควาญจนได้ และที่สำคัญเขากำลังผลักไสหล่อนออกไปทิ้งข้างถนนหน้าบ้าน "อย่ามาเรียกฉันว่าพี่...ฉันไม่เคยคิดจะนับญาตินับเชื้อกับผู้หญิงกาลกิณีอย่างเธอ อย่าคิดว่ามีคุณแม่ให้ท้ายแล้วจะตีเสมอเป็นเจ้าของบ้านคนนึงได้นะ เพราะต่อไปนี้เธอ! ไม่ต้องเข้ามาเหยียบบ้านฉันอีกแล้ว จะไปไหนก็ไป!!!" ปัง! "ว้าย! พี่อาร์ม!!" ร่างเล็กถูกเหวี่ยงจนกระเด็นติดประตูรั้วที่ยังปิดสนิท แล้วยืนเท้าสะเอวทะมึงถึงจ้องหล่อนราวเป็นสัตว์เดรัจฉานน่ารังเกียจนักหนา "ออกไปซะ...ไม่มีเธอสักคนที่นี่คงสงบสุขมากขึ้น อีกหน่อยฉันจะแต่งงานพาเมียมาอยู่ที่นี่! ฉันไม่เห็นความจำเป็นว่าจะต้องเลี้ยงลูกเมียน้อยอย่างเธอไว้เป็นหอกข้างแคร่ทำไม" พรพระจันทร์น้ำตาไหลทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้ หัวอกของหล่อนแน่นจุกกับคำถาถางด่าทอต่างๆ นาๆ ที่เขาสรรหามาพ่นพูด ชายหนุ่มจะรู้บ้างไหมว่าหล่อนก็ไม่ได้อยากเกิดมาเป็นแบบนี้ ถ้าเลือกได้หล่อนคงไม่อยากมีชีวิตอยู่เป็นภาระ เป็นตัวปัญหาของใครหรอก....

นิยามแสงดาว

นิยามแสงดาว

โรแมนติก

5.0

ผมไม่มีเหตุผลว่าทำไมถึงรักคุณ หัวใจสั่งให้รัก ผมก็รัก ...หรัญย์... ____________ ว่ากันว่า...หากหญิงสาวคนใดได้รับช่อดอกไม้เจ้าสาว หรือช่อบูเก้ในงานแต่งจะได้สละโสดเป็นคนต่อไป แต่ไม่เคยมีใครบอกหล่อนเลยว่า ผู้หญิงที่รับช่อบูเก้ของหล่อนได้ จะได้ว่าที่ผัวหล่อนไปด้วย!! ชีวิตต้องพลิกผันในชั่วข้ามคืน เมื่อเจ้าสาวหม้ายขันหมากอย่างณธิดาต้องหอบหิ้วหัวใจอันบอบช้ำอุ้มขวดเหล้าทั้งชุดเจ้าสาวซัดเซพเนจรหนีอดีตคนรักสุดโฉดที่ไม่โสดอย่างปากว่า เพราะมีทั้งเมียทั้งลูกมาเดินร่อนรื่นในงานแต่งที่หล่อนควรเด่นหรูที่สุด แต่กลับถูกแย่งซีนจนชุดแพงหมดแสงออร่า แล้วใครจะทน! ความเมาและบ้าบิ่นทำให้ณธิดาพบชายรูปงามท่ามกลางแสงดาวแสงเดือนและคลื่นทะเล หล่อนจึงบอกเขาว่าเมาจนความจำเสื่อมเพื่อให้เขาเอ็นดูอุปการะ ตั้งใจหันหลังให้รักครั้งเก่าที่น้ำเน่าจนเหม็นเขียว หลบลี้หนีหน้าผู้คนมาซบอกพ่อค้าผู้น่ากินกว่าลูกชิ้นปิ้งที่เขาขาย แต่กลายเป็นว่าหล่อนกลับถูกเขากิน! นัวๆ และตั้งชื่อใหม่ตามสินค้าหน้าร้านให้ว่า ‘ลูกชิ้น’ หรัญย์เป็นผู้ชายใจดี รักหมารักแมวและรักโลก ที่สำคัญ...เขาชอบกินลูกชิ้นเป็นชีวิตจิตใจ

ทาสรักจอมทมิฬ

ทาสรักจอมทมิฬ

โรแมนติก

5.0

รัก...ไม่มีถูกไม่มีผิด มีแต่รักหรือไม่รัก ความรัก...ไม่ใช่รางวัลของความดี ทำดีหรือไม่ดีไม่ได้มีผลอะไร...เพราะคนไม่รักก็คือไม่รัก ------------- คุณเชื่อในเรื่อง ‘รักแท้’ ไหม เคยคิดหรือเปล่าว่าจะมีใครสะกดหัวใจของคุณไว้ แค่เพียงครั้งแรกที่เจอในช่วงเวลาสั้นๆ และหวั่นไหวทุกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องราวประทับใจเหล่านั้น แต่เขาไม่เคยจำ... ผ่านไปเนิ่นนาน... ในวันหนึ่งเมื่อฝันของคุณเป็นจริงขึ้นมา คุณได้อยู่เคียงข้างเขา ได้เป็นของเขา... คุณกลับพบว่าไม่มีอะไรเหมือนอย่างที่วาดฝันเอาไว้เลย ไม่มีเจ้าชาย ไม่มีความดีงามใดๆ ในตัวเขาที่คุณเคยศรัทธา... ทุกๆ วันมีแต่ความเลวร้ายที่คอยบั่นทอนให้จิตใจล่มสลาย ทุกๆ อย่างในตัวคุณไร้ค่าสำหรับเขา คุณไม่เคยได้เป็นคนสำคัญ และไม่มีวันได้เป็น คุณเป็นได้แค่เงาของใครบางคนที่เขาไม่เคยลืม แล้วคุณยังจะรักเขาได้เหมือนเดิมไหม ยังคงคิดว่าเขาคือ ‘รักแท้’ ของคุณหรือเปล่า....

เงาบาปปรารถนา

เงาบาปปรารถนา

โรแมนติก

5.0

บาปใดๆ ไหนเล่า...จะหอมหวานเท่าบาปสวาท ------------------- ปัง!! เพล้ง!! ขวดแก้วนั้นถูกปาเต็มแรงบุรุษไปกระทบกับประตูห้องที่สายตาคมเข้มเขม่นมองเคร่งขรึม เศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น น้ำเมากระเด็นติดทั้งประตู ฝาผนังและพื้นตามแรงอารมณ์กราดเกรี้ยว หากนึกย้อนกลับไปคิดทบทวนดีๆ สัตตบงกชเป็นคนเอาเหล้าเข้ามาให้เขาก่อนจะขอตัวขึ้นไปนอน และเขาก็นั่งดื่มจนดึก...หลังจากนั้นก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งช่วงเช้า ทั้งที่...การดื่มก็ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา ต่อให้เมาแค่ไหนก็ไม่เคยไร้สติจนเลอะเลือนความทรงจำสูญสิ้น...อย่างเช่นเมื่อคืนที่ผ่านมา สันกรามขบเข้าหากันแน่นจนเกิดเสียงกรอดผ่านไรฟันหันกลับมาเปิดประตูห้องตัวเองแล้วย่างเท้าเข้าไปทันที มือนึงดึงประตูกระแทกปิดไม่เบาแรงนักตามอารมณ์ที่กำลังฉุนเฉียว นี่เขาต้องนอนร่วมบ้านกับผู้หญิงที่เพิ่งทำให้ครอบครัวของเขากับภรรยาแตกหักไม่มีชิ้นดีอย่างนั้นเหรอ ในคืนที่ฝนฟ้ากระหน่ำตกไม่ลืมหูลืมตา เมียรักต้องจากจรหนีไปอยู่ไหนเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้ แต่คนก่อปัญหาร่วมกับเขากลับยังอาศัยอยู่ภายใต้หลังคาบ้านที่เพิ่งถูกสุมไฟจนวายวอด

หนังสือที่คุณอาจชอบ

กับดักรักลวงเล่ห์ร้าย

กับดักรักลวงเล่ห์ร้าย

วรดร

บุษบันเป็นแค่...เหยื่อ หล่อนถูก ผู้ชายสองคนรุมยื้อแย่ง... แต่ละคนเข้ามาในชีวิตเธอ เพราะต้องการแค่...ความสาว เธอถูกด่าจากคนรอบตัวของเขา กลายเป็นอาหารปาก แบบไม่สามารถโต้แย้งได้ ‘เมียเก็บ’ ผู้ชายคนหนึ่งคุยโอ่ ว่าเธอเป็นแค่นั้นสำหรับเขา ‘ผู้หญิงกากี’ คือคำด่าของใครหลายคน รวมทั้งผู้ชายอีกคนหนึ่งด้วย ถึงบุษบันจะจน เธอเป็นแค่หลานสาวคนใช้ในบ้านของคนร่ำรวย แต่เธอก็ไม่ได้อับจน ถึงขนาดต้องยอมลดศักดิ์ศรีทิ้งนี่ หญิงสาวเชิดหน้าสู้ แม้จะถูกรุมประณาม จนวันหนึ่ง ความดีของเธอก็พิสูจน์ให้หลายคนรู้ บางครั้งลมปากของผู้ชายคนหนึ่ง ก็บิดเบือนความจริงได้เหมือนกัน เพราะเขาแค่พูดปดให้ตัวเองดูดี...แต่มันคือหายนะของผู้หญิงคนหนึ่ง...

เพลิงสวาทเจ้ามาเฟีย

เพลิงสวาทเจ้ามาเฟีย

วรดร

'เสียสละ' ไม่มีวันเสียล่ะ คำประกาศกร้าวของ วิคเตอร์ มาเฟียแดนหมีขาว ผู้ชายอันตรายที่เพศเดียวกันขยาด นิยามความรักของเขา คือการครอบครอง...หญิงเดียวที่ครองดวงใจชายผู้นี้ได้ มีหรือจะยอมยกให้คนอื่น แต่...ฑิฆัมพร ไม่ได้คิดแบบนั้น ถึงวิคเตอร์จะเป็น 'รักแรก' หญิงสาวหันหลังให้ผู้ชายที่เป็นเจ้าดวงใจ เพราะเขาอันตรายเกินกว่าคนธรรมดาอย่างเธอจะชิดใกล้ เธอคิดว่ากาลเวลาจะช่วยทำให้ตนเองลืมเขาได้...หากยอมปล่อยหัวใจตัวเองให้ลอยไปไกล ร่างกายของเขาคงเหลือแค่ซาก...มาเฟียตัวร้ายเลยจัดใหญ่ 'ฉุด' เมื่อไม่ยอมดีๆ ทางเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้คือการรวบหัวรวบหาง คนทั้งโลกตราหน้าว่าวิคเตอร์เป็นคนเลว ชายหนุ่มกลับเชิดหน้าสู้ เขารักเธอ และยอมเสียเธอไปไม่ได้...เขาสัญญาด้วยหัวใจ จากนี้ไป ฑิฆัมพรคือเจ้าดวงใจ...

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

มาชาวีร์

หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง

ปิ๊งรักสาวอ้วน(อ้วนยังไงก็รัก)

ปิ๊งรักสาวอ้วน(อ้วนยังไงก็รัก)

ณิการ์

สวัสดีนักอ่านทุกท่านอีกครั้งในเดือนนี้นะคะ มาแล้วกับนิยายของสาวอ้วน นางเอกเราอ้วนค่ะ อ้วนอ้วนกับไอ้เสริม นิยายเรื่อง “ปิ๊งรักสาวอ้วน(อ้วนยังไงก็รัก)” เป็นเรื่องราวของไอ้เสริมกับสมบุญพยาบาลสาววิชาชีพที่มีหุ่นอวบแน่น ไม่อวบล่ะค่ะ เธออ้วนน่ารักเตะตาพระเอกของเราเลย นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงยุคโควิด-19 และนางเอกเราเป็นพยาบาลต้องทำงานหนัก แต่ก็ยังมีพระเอกของเราอยู่เป็นกำลังใจ ไหนจะหนี้สินครอบครัวอีก พระเอกของเราก็จัดการให้ทุกอย่าง คือสาวอ้วนเจอผู้ชายที่ดีไม่พอยังเปย์อีกค่ะ หนี้สินที่มีก็เหลือ 0 และแน่นอนว่าเปย์แล้วต้องได้สิ และนั่นแหละ แล้วเธอจะหนีรอดได้ยังไง.... อยากรู้แล้วสิคะ ว่าความตื่นเต้น ตลก เฮฮา จะเป็นยังไง และความรักของพวกเขาจะเป็นยังไง และเปย์แล้วจะต้องได้ แล้วเขาได้กันด้วยวิธีไหนต้องไปลุ้นในเล่มแล้วค่ะ ฝากนักอ่านกดเก็บสาวอ้วนกับไอ้เสริมเข้าชั้นด้วยนะคะ นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อนิยายเรื่อง “ถ่อย” อ่านแยกได้ไม่งงค่ะ เป็นคู่ของคนสนิทของพระเอกจากเรื่องถ่อยค่ะ นิยายชุดนี้มีทั้งหมด 3 เรื่อง 1.ถ่อย (ยักษ์ คีรี ดอว์สัน VS มายาวี) มีอีบุ๊คพร้อมโหลดค่ะ 2.ปิ๊งรักสาวอ้วน(อ้วนยังไงก็รัก) (ไอ้เสริม VS สมบุญ) 3.ทางผ่านจอมเถื่อน (ไอ้ช้อย VS กุลธิดา) สถานะกำลังเขียน คิดหื่นเชิญเสพ ณิการ์(ยักษ์)

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
นางรอง The Shadows นางรอง The Shadows เฌอรามิล โรแมนติก
“เนื้อทองเป็นกำพร้าแม่ตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ พออายุได้สามขวบพ่อก็พาเข้ามาทำงานที่ไร่ของนายจ้างเก่าซึ่งผันตัวเองจากผู้รับเหมามาทำปลูกผลไม้ปลูกพืชเกตษรส่งออก เด็กสาวถูกเลี้ยงดูโดยผู้ชายตัวโตๆ ก็คือพ่อเพียงลำพัง ได้รับความเมตตาจาก 'นายใหญ่' และ 'นายผู้หญิง' เป็นอย่างดีเพราะเป็นเด็กฉลาด ช่างพูด พออายุได้หกขวบเจ้าของไร่ก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ อัศเวทย์หรือนายแทนลูกชายคนเดียวจึงต้องกลับมาจากเมืองนอกกลางคันทั้งที่ยังเรียนไม่จบเพื่อสานต่อความตั้งใจของบิดามารดา ดูแลไร่แห่งนี้ในฐานะเจ้าของไร่คนใหม่อย่างเต็มตัว เนื้อทองเติบโตมาท่ามกลางสังคมของชาวไร่ชาวสวนที่เป็นผู้ชายเสียส่วนใหญ่ หล่อนจึงไม่ใคร่เรียบร้อยนัก กะโหลกแก่นแก้ว แต่ก็มีความอดทนสูงเหมือนพ่อ หล่อนเรียนรู้ทุกอย่างมาจากผู้ให้กำเนิด จนกระทั่งเมื่ออายุได้สิบสองปี พ่อก็พาหล่อนระหกระเหินไปยังถิ่นฐานอื่นอีกครั้ง เนื้อทองไม่อยากจากไร่ ไม่อยากจากทุกคนที่หล่อนรักไปเลย แต่ก็จำใจต้องตามบิดาที่มีเหตุผลส่วนตัวในการจากไปหนนั้น แต่แล้วหกปีต่อมา 'นายแทน' ก็ตามหาตัวหล่อนและพ่อให้กลับมาทำงานในตำแหน่งหัวหน้าคนงานอีกครั้ง ...พ่อก็ยอมเพื่ออนาคตของหล่อน กลับมาคราวนี้อะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไป นายแทนแต่งงานกับอดีตพยาบาลสาวสวยชื่อพี่หม่อน พี่สาวใจดีที่นิสัยต่างจากนายราวฟ้ากับเหว พี่หม่อน...คือนางฟ้าแสนดีสำหรับเนื้อทอง แต่พี่หม่อนสุขภาพไม่ค่อยดีนายจึงหวงและเป็นห่วงมาก นายรักพี่หม่อน พี่หม่อนก็รักนาย ส่วนเนื้อทอง...เป็นเด็กที่สร้างแต่ความรำคาญหูรำคาญตาให้นายอยู่เสมอจนถูกดุอยู่ร่ำไป แต่ก็ได้พี่หม่อนคอยปกป้องเสมอ การมีพี่หม่อนเป็นช่วงชีวิตที่เนื้อทองรู้สึกมีความสุขที่สุด แต่ความสุขสำหรับหล่อนมันไม่เคยยั่งยืน วันหนึ่งพี่หม่อนก็จากไป...พร้อมๆ กับความเกลียดชังของนายแทนที่มีต่อหล่อนก็ได้ก่อตัวขึ้น เขาพร้อมที่จะทำลายหล่อนเพื่อบรรเทาความคับแค้นในใจอยู่ทุกเวลา... -------------- -------------- “ท้องไส้อยู่ไม่ใช่เหรอ ทำตัวเป็นลิงเป็นค่างให้ดีเถอะ ลูกฉันเป็นอะไรขึ้นมาเธอเดือดร้อนแน่เนื้อทอง” “...” หล่อนอ้าปากค้าง ใจเต้นระส่ำกับคำพูดของแทน เมื่อคืนหล่อนไม่ได้ถามหมอพงศ์ว่ามีใครบ้างที่รู้เรื่องการตั้งครรภ์ของหล่อนบ้าง แต่ตอนนี้คงไม่ต้องหาคำตอบแล้ว เพราะนอกจากแทน...ก็ไม่มีใครน่ากังวลอีก หรือจะมีก็คงเป็นพ่อของหล่อน ซึ่งเนื้อทองยังไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรดีเมื่อพ่อกลับมา “ถ้ารอดจากกระท่อมร้างท้ายสวนนั้นมาได้...ก็คงไม่เป็นไรแล้วล่ะค่ะ” แม้จะเป็นประโยคสั้นๆ แต่มันก็แฝงไว้ด้วยความขมขื่นมากมาย ตลอดสามเดือนที่หล่อนต้องอดทนอยู่ที่นั่น มันเหมือนกับโลกอีกโลกหนึ่งที่ถูกตัดขาดจากทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนหล่อนไม่ใช่คน... “...” แทนมองด้วยสายตาไม่พอใจนัก แต่ไม่ได้ตอบโต้อะไร “อีกอย่างนะคะนาย ลูกเป็นของเนื้อทองคนเดียวค่ะ” พูดจบหล่อนหันหลังให้เขาแล้วเดินออกจากไป แต่แทนก็คว้าต้นแขนรั้งเอาไว้เสียก่อน “ถึงจะไม่ได้นอนกับเธอแบบนับไม่ถ้วน แต่ฉันก็มั่นใจว่าที่ลูกไปอยู่ในท้องเธอได้เพราะฉันทำ และฉันไม่ใช่คนไร้ความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นอย่าแม้แต่คิดทำอะไรโง่ๆ เพราะฉันไม่ยอมแน่””
1

บทที่ 1 ตอนที่ 1

28/01/2022

2

บทที่ 2 ตอนที่ 2

28/01/2022

3

บทที่ 3 ตอนที่ 3

28/01/2022

4

บทที่ 4 ตอนที่ 4

28/01/2022

5

บทที่ 5 ตอนที่ 5

28/01/2022

6

บทที่ 6 ตอนที่ 6

28/01/2022

7

บทที่ 7 ตอนที่ 7

28/01/2022

8

บทที่ 8 ตอนที่ 8

28/01/2022

9

บทที่ 9 ตอนที่ 9

28/01/2022

10

บทที่ 10 ตอนที่ 10

28/01/2022