Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
พันธะเสน่หามาเฟีย

พันธะเสน่หามาเฟีย

อัญญาณี

5.0
ความคิดเห็น
160K
ชม
60
บท

เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...

บทที่ 1 1

“แก...นังลูกไม่รักดี สิ่งที่ฉันอบรมสั่งสอนแกมาตั้งแต่เด็ก แกไม่จำเลยสักนิดใช่ไหม แกถึงทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนี้ รู้ไหมว่าฉันจะขายหน้าชาวบ้านขนาดไหนถ้ารู้ว่า แกท้องไม่มีพ่อ...ฟิ้ว”

สิ้นเสียงคำพูดที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธ ความผิดหวัง เสียใจ ตามด้วยเสียงไม้หวายก็แหวกอากาศลงมากระทบกับผิวเนื้อของดวงดาราลูกสาวสุดที่รัก ที่เขารักปานดวงใจหลายครั้ง ตีไปเจ็บหัวใจไป

“พอแล้วค่ะ พอแล้ว อย่าทำลิซ” นงนุชโผเข้ากอดบุตรสาวที่ร้องไห้ตัวโยน นางใช้ร่างกายปกป้องแก้วตาดวงใจ “จะตีลูกทำไม เรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ตีไปก็แก้ไขอะไรไม่ได้ คุณพี่จะตีลิซให้ขายหน้าคนใช้ทำไมคะ”

“คุณไม่ต้องมาพูดเลย หลบไป ผมจะตีมันให้เนื้อแตก ให้แท้งไปเลยได้ยิ่งดี”

ชลิต เจ้าของธุรกิจสินค้านำเข้าจากต่างประเทศรายใหญ่อันดับสี่ของประเทศไทย สินค้าที่นำเข้ามาขายมีหลากหลาย รถยนต์หรูยี่ห้อแลมโบกินี เฟอรารี่ ออดี้ โรสลอยและอีกหลายยี่ห้อ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เหล็ก เคมีภัณฑ์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ ฯลฯ ชลิตถือว่าเป็นคนมีชื่อเสียง ในแวววงธุรกิจล้วนแต่รู้จักเขาในวงกว้าง เขารักหน้าตาและรักษาเครดิตของตนเองมาก หากเรื่องลูกสาวสุดรักสุดหวงท้องไม่มีพ่อ เขาคงขายหน้า ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน และนี่คือที่มาของความโกรธเกรี้ยว ไม่พอใจ

“คุณพี่พูดแบบนี้ได้ยังไง ถึงยังไงเด็กในท้องก็เป็นหลานของเรานะคะ”

นงนุชตกใจ พูดตอกกลับเสียงสั่น น้ำตาไหลอาบแก้ม ผิดหวังในตัวลูกสาวไม่เท่าไหร่ นางผิดหวังในคำพูดของสามีมากกว่า

“พ่อขา ลิซผิดไปแล้ว ลิซขอโทษค่ะ” ดวงดาราพนมมือไหว้บิดาทั้งน้ำตา

“ฉันจะยกโทษให้แกก็ต่อเมื่อแกต้องไม่มีลูก แกต้องเลือกระหว่างลูกแกกับฉัน" ชลิตตะโกนลั่นบ้าน “ถ้าแกเลือกที่จะเก็บไอ้ลูกไม่มีพ่อไว้ แกไม่ต้องเรียกฉันว่าพ่อแล้วไสหัวออกไปจากบ้านฉัน ฉันจะตัดทางแกทุกอย่าง เงินในบัญชี บัตรเครดิตฉันก็จะไม่ให้แกใช้เงินของฉัน”

ไม่เพียงแค่ดวงดาราที่ตกใจปล่อยโฮออกมาทันที นงนุชก็ตกใจกับคำประกาศิตของสามี ไม่คิดว่าชลิตจะพูดเช่นนี้ แม้ว่าชลิตจะมีนิสัยเผด็จการ ชอบบงการคนในบ้านให้ทำอย่างนี้อย่างนั้นตามใจตัวเอง แต่กับดวงดารา ชลิตตามใจทุกอย่างเพราะดวงดาราเป็นลูกคนเดียว เขาจึงรักและตามใจ ทว่าคำสั่งที่เอ่ยออกมามาจากความโกรธล้วนๆ

“พ่อ...ฮือ” ดวงดาราเอาแต่ร้องไห้

“คุณพี่คะ ทำไมคุณพี่กลายเป็นคนแบบนี้ คุณพี่ใจร้ายเกินไปแล้วนะคะ” นงนุชต่อว่าสามีทั้งน้ำตา “เด็กในท้องลิซคือหลานของเรานะคะคุณพี่ คุณพี่ให้ลิซเลือกได้ยังไงคะ”

“ทำไมฉันจะให้มันเลือกไม่ได้ ฉันไม่ต้องการมัน มันเป็นลูกใครลิซยังไม่รู้เลย ฉันอุ้มชูมันไม่ลงหรอก ถ้ามันเลือกลูกไม่มีพ่อ ลูกที่เกิดจากมันไปมั่วกับใครก็ไม่รู้ มันก็ไม่ใช่ลูกฉัน ฉันจะตัดขาดกับมัน แต่ถ้ามันเห็นแก่หน้าฉันที่ไม่ต้องแบกคำนินทาว่าลูกสาวตัวดีท้องไม่มีพ่อล่ะก็ มันต้องไปไอ้เด็กคนนี้ออก”

ชลิตไม่ลดความโกรธของตัวเองลง เสียงเขายังคงแผดดัง หน้าตาบึ้งตึงและแดงก่ำจากแรงโทสะ

“พ่อ...” ดวงดารารู้ตัวดีกว่า เรื่องนี้ตนผิด ความผิดพลาดในคืนนั้นส่งผลต่อตนในวันนี้ วันที่หล่อนมีเลือดเนื้อเชื้อไขอยู่ในร่างกาย วันที่รู้ว่ามีเขาเกิดมา หล่อนตกใจและดีใจในเวลาเดียวกัน ทว่าตอนนี้ความรู้สึกเดียวที่อยู่ในหัวดวงดาราคือ หล่อนต้องรักษาลูกของตัวเองไว้ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของเขา แต่เป็นความผิดพลาดของตนที่ต้องก้มหน้ารับไว้

“แกต้องเลือก นังลูกไม่รักดี”

ชลิตตะเบ็งเสียงอีกครั้ง ดวงดาราค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้น มือทั้งสองข้างพนมไว้กลางอก ก้มลงกราบบิดา

“ลิซขอโทษค่ะพ่อ ลิซฆ่าลูกไม่ได้ค่ะ เขาไม่ผิด ลิซผิดเอง ลิซผิดคนเดียว” ได้ยินคำพูดของดวงดารา ความโกรธของชลิตเพิ่มพูน เขาเหมือนควบคุมตัวเองไม่อยู่ คว้าจับท่อนแขนบุตรสาวที่นั่งอยู่บนพื้น ก่อนจะลากไปยังประตูบ้าน ท่ามกลางความตกใจของนงนุชและคนรับใช้ที่แอบดูอยู่ห่างๆ

“คุณพี่ คุณพี่จะทำอะไรลูกคะ”

นงนุชพูดไปเดินตามไป ความที่นางเจ็บข้อเท้าจากการลื่นล้มในห้องน้ำ ทำให้นงนุชเดินไปช้ากว่าชลิตที่ลากลูกสาวไปนอกบ้าน

“ไป แกออกไปจากบ้านของฉัน แล้วไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก ไป!” ดวงดาราที่ถูกลากออกมานอกประตูบ้านร้องไห้ตัวโยน ร้องสะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจ นางนุชที่เดินมาถึงทีหลังรีบไปกอดร่างบุตรสาว

“คุณพี่สงสารลูกเถอะคะ อย่าทำอย่างนี้เลย ไหนๆ เรื่องมันก็มาจนป่านนี้แล้ว ฮือ” นงนุชขอความเห็นใจจากสามี

“เธออย่ายุ่ง เธอลืมไปแล้วเหรอว่า ไม่มีสิทธิ์ยุ่งเรื่องในบ้าน แล้วถ้าอยากมีเงินใช้ มีข้าวกิน มีเงินส่งให้พ่อแม่เธอใช้ทุกเดือนก็อย่ายุ่งกับมัน ถ้าฉันรู้ว่าเธอช่วยเหลือมัน เธอจะไม่ได้อะไรจากฉัน” เป็นความเจ็บช้ำอย่างสุดแสนของนงนุช คนเป็นแม่เจ็บปวดที่ช่วยเหลือลูกสาวสุดที่รักไม่ได้ ชีวิตของนงนุชเหมือนผูกติดอยู่กับชลิต ที่ชอบใช้อำนาจกดขี่มาตลอดยี่สิบห้าปี ซึ่งนางก็ก้มหน้ายอมรับอย่างกล้ำกลืน “เข้าบ้านนุช ถ้าเธอไม่เข้ามาภายในหนึ่งนาที ฉันจะไม่ให้อะไรเธอเลย แม้แต่เงินค่าผ่าตัดแม่ของเธอ ฉันก็ไม่ให้ ไปหาเอาเอง”

“แม่...ขะ...เข้าบ้านเถอะคะ...ลิซ...ลิซดูแล...ดูแลตัวเองได้” ดวงดารารู้ว่ามารดาลำบากใจ ซึ่งหล่อนเองก็ไม่ต้องการให้นงนุชต้องลำบากเพราะตน “เข้าบ้านค่ะคุณแม่...ขะ...เข้าบ้าน”

“ส่งข่าวบอกแม่นะลูก อย่าลืมส่งข่าวบอกแม่”

“ค่ะแม่” ดวงดารารับคำ ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน มองหน้านงนุชแล้วส่งยิ้มบางให้ ก่อนหมุนตัวก้าวเดินไปยังประตูรั้วบ้าน หากตนข้ามผ่านประตูบานนี้ หล่อนก็จะกลับเข้ามาในบ้านนี้อีกไม่ได้ ดวงดาราวางมือลงบนหน้าท้อง ลูบแผ่วเบา “อยู่กับแม่นะลูก แม่ลำบากแค่ไหน แม่ก็จะเลี้ยงหนูให้ดีที่สุด แม่สัญญา”

เสมือนมีพลังก่อเกิดขึ้นมาในฉับพลัน ดวงดาราปาดน้ำตาทิ้ง ก้าวเดินออกจากบ้านที่ตนอยู่มาตั้งแต่เกิด ออกไปเผชิญโลกกว้างกับลูก หล่อนไม่สนใจว่าใครคือพ่อของลูก เรื่องที่หล่อนสนใจคือ จุดเริ่มต้นของชีวิต จะยืนอยู่ด้วยลำแข้งของตัวเองให้ได้ ดวงดาราจะสู้ด้วยสองมือสองเท้าและหนึ่งสมองของตน

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ อัญญาณี

ข้อมูลเพิ่มเติม
สวาทรัก อสูรร้าย

สวาทรัก อสูรร้าย

มหาเศรษฐี

5.0

"คนอย่างเธอความเจ็บปวดแค่นี้มันยังน้อยเกินไป เธอต้องเจ็บเหมือนกับที่มินามิเจ็บ และต้องเจ็บยิ่งกว่าหลายร้อยเท่า ฉันจะทำให้เธอตายอย่างช้าๆ แต่ทุกข์ทรมานแสนสาหัส เธอจะไม่ได้ยินหรือสัมผัสกับความอ่อนโยนเมตตาจากฉัน สิ่งที่ฉันจะมอบให้เธอมีเพียงความเกลียดชังเท่านั้น จำใส่กะโหลกไว้" เรียวเหวี่ยงร่างงามไปที่เตียงนอนอย่างแรง มือหนาจับที่ข้อเท้าของเธอไว้แน่นเมื่อรู้ว่าเธอกำลังกระเถิบตัวหนี "หนีสิ หนีเลย ถ้าเธอหนี คนที่ตายเป็นคนแรกคือแม่ของเธอ ฉันจะให้แม่เธอตายเหมือนหมูเหมือนหมาข้างถนน เหมือนกับที่เธอฆ่าแม่ของฉัน" ดวงตาเขาเปล่งแสงแรงกล้าของความอาฆาต เมื่อนึกถึงข้อนี้อยากจะฆ่าหญิงสาวตรงหน้าให้ตายตามมารดาและคนที่เขารัก แต่ความตายอาจจะไม่ทำให้เขาสะใจ นอกจากกระกระทำต่อไปนี้ที่สะใจเขามากที่สุด ทรรศิกาหยุดดิ้นรนขัดขืน เขาจึงปล่อยข้อเท้าของเธอให้เป็นอิสระ จัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าต่อหน้าเธอ ความกลัวเริ่มเกาะกินจิตใจของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ อยากจะวิ่งหนีออกไปจากที่นี่ แต่เมื่อนึกถึงมารดา ทำให้เธอก้มหน้ารับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น เรื่องที่คุณน่าจะสน

ชิงรัก

ชิงรัก

มหาเศรษฐี

5.0

ความอิจฉาน้องสาวต่างมารดาคือจุดเริ่มต้นของแผนการ “ชิงไอศูรย์” มาเป็นของตน เธอจึงใช้เล่ห์เหลี่ยมง่ายๆ คือวางยานอนหลับเขา พอตื่นขึ้นมาก็จะติ๋งต่างว่า เขากับเธอมีอะไรกัน ทว่าแผนเกิดผิดพลาด ยาที่ผสมในไวน์กลับเป็นยาปลุกเซ็กซ์ ผลที่ออกมาคือ ไอศูรย์มีความสัมพันธ์ทางกายกับเธอจริงๆ ในที่สุด ชเนตตีได้แต่งงานกับเขาตามตั้งใจ ทว่าผลที่ออกมา ไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้ “เนยใส่อะไรในแก้วไวน์ของพี่ใช่ไหม ไม่อย่างนั้นพี่จะไม่มีวันอยู่ในสภาพแบบนี้” เขาถามอีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ เสียงที่ถามเข้มห้วน ใบหน้ายังคงเรียบตึง สายตาถมึงทึงใส่ร่างอวบที่ย่นคอหนีน้ำเสียงแผดกร้าว “ตอบพี่มา” “ใส่อะไร เนยไม่รู้เรื่อง…ฮือ…พี่เจย์ทำผิดแล้วอย่ามาโทษว่าเนยวางยาพี่นะ…ฮือ” เธอยังคงปากแข็งต่อไป หลบสายตาแข็งกร้าวพัลวัน

ลิขิตรักพญามาร

ลิขิตรักพญามาร

มหาเศรษฐี

5.0

“ว้าย!!..” เธอร้องได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ปากของหยาดน้ำค้างจะถูกมือใหญ่ของใครบางคนปิดเอาไว้ ลำแขนอีกข้างรัดร่างน้อยไว้แน่น ก่อนจะลากไปที่พุ่มไม้รกข้างทาง “อย่าดิ้น อย่าร้อง ไม่งั้นจะจับปล้ำมันตรงนี้แหละ” เสียงที่พูดชิดเรียวหูสะอาด ทำให้เธอรู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร..เหมันต์ วิเศษเดโช เขาดันร่างเล็กให้แผ่นหลังแนบชิดกับต้นไม้ใหญ่ขนาดสี่คนโอบ ใช้ลำแขนกักร่างบางเอาไว้ “ปล่อยนะ” หญิงสาวพูดเสียงเบาทว่าหนักแน่น เธอไม่กล้าพูดเสียงดังมาก เพราะกลัวว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมาจะได้ยิน “ไปกล่อมพ่อหรือกล่อมลูกมาล่ะ ถึงได้อ้อยอิ่งเป็นชั่วโมงแบบนี้” น้ำเสียงของเหมันต์เขียวเหมือนกับใบหน้าที่เขียวคล้ำด้วยความโกรธ “มันเรื่องของฉัน..คุณไม่เกี่ยว..เราไม่มีอะไรต่อกันแล้ว คุณก็ได้ในสิ่งที่คุณต้องการแล้วนี่ จะมาเอาอะไรกับฉันอีก ปล่อยนะ ฉันจะกลับที่พัก” หยาดน้ำค้างพยายามดิ้นรนหนีพันธนาการที่รัดร่างอยู่ แต่ทว่าลำแขนของเขานั้นหาได้คลายออกไม่ ยิ่งรัดแน่นมากกว่าเก่า เมื่อได้ยินวลีของเธอ “ทำไมผมจะไม่เกี่ยว ในเมื่อน้ำค้างเป็นเมียของผม..เป็นเมีย หรือว่าจำไม่ได้ว่าเราสองคนมีความสุขกันมากแค่ไหน” เขาเท้าความหนหลังให้เธอได้ฟัง ฝ่ายหญิงนิ่งเงียบกับคำพูดของเขา เธอไม่เถียงว่ามีความสุขมากแค่ไหนเวลาได้อยู่ใกล้ชิดกับเรือนกายที่แสนแข็งแรงและอบอุ่น หากแต่ความทุกข์และความเสียใจที่เธอได้รับนั้นมันก็มากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือว่าความทุกข์ เธอก็ไม่มีวันลืมเช่นกัน และไม่มีทางจะกลับไปจมกับความทุกข์อีกแล้ว “ฉันไม่ใช่เมียคุณ..ถ้าคุณคิดว่าการที่เรามีอะไรกันแล้วฉันจะเป็นเมียคุณ พี่ว่านก็ต้องเป็นสามีของฉันเหมือนกัน” หยาดน้ำค้างคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด วิธีที่เขาไม่มีทางมายุ่งเกี่ยวกับเธออีก อ้อมแขนที่รัดร่างนิ่มคลายออกโดยอัตโนมัติ หัวใจของคนที่ฟังเต้นเร็ว ดวงตาคมเข้มสีดำเรืองแสงในความมืดที่โรยตัวไปทั่วบริเวณ บ่งบอกอะไรหลายอย่างในแววตา เสียใจ ไม่คาดฝัน ไม่แน่ใจ

สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดขอบ

สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดขอบ

มหาเศรษฐี

5.0

จะกี่หมัดก็ไม่หวั่น กี่ยกก็ไม่กลัว เธอจะ Knock Out ด้วยหัวใจติดปลายนวม ภัทรียายินดีสานต่อค่ายมวยและรับผิดชอบหนี้สินรุงรังต่อจากพ่อซึ่งเสียชีวิต แต่ ณ วันนี้หนี้สินสามปีที่ผัดผ่อนมาตลอดทำให้เธอมืดแปดด้าน ไม่ว่าความหวังแสนริบหรี่แค่ไหน เธอก็คว้าไว้อย่างไม่รอช้า ไม่เว้นแม้แต่การเป็นภรรยาหลอกๆ ต่อให้ต้องโดนแม่สามีดูถูกทุกขณะ น้องสาวสามีจ้องเหยียดชาติกำเนิดทุกครั้งที่เจอหน้า ภัทรียาก็ไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย เพราะเธอคือ... ‘มะปราง ลูกจ่าดาบ ศิษย์จอมทอง’ นักมวยสาวหุ่นกระชากใจหนุ่มๆ หากไม่เพราะกำลังจะถูกแม่จับคลุมถุงชน ธัชธรรมจึงต้องเลือกใช้วิธีสิ้นคิด จ้างนักมวยสาวหมัดหนักที่กำลังร้อนเงินมาเป็นภรรยากำมะลอ จดทะเบียนจริง อยู่ด้วยกันจริง...และทำท่าว่าจะต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน รออีกอย่างเดียวเท่านั้น... รอให้สะใภ้กำมะลอยอมเป็นภรรยาตัวจริงของเศรษฐีหนุ่มหล่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

อย่าไปยุ่งกับทายาทสาวลึกลับ

อย่าไปยุ่งกับทายาทสาวลึกลับ

Tripp Zakarison
5.0

อวิ๋นเจินอาศัยอยู่ในตระกูลอวิ๋นมาเป็นเวลา 20 ปี กลับพบว่าเธอเป็นลูกสาวปลอม พ่อแม่บุญธรรมของเธอวางยาเธอเพื่ออยากจะได้เงินมาลงทุน หลังจากที่อวิ๋นเจินรู้เรื่องนี้ เธอก็ถูกไล่กลับไปที่ชนบท จากนั้นเธอก็ค้นพบว่าตัวเองคือลูกสาวแท้ๆ ของตระกูลเฉียวและมีชีวิตที่หรูหราสุด ๆ หลังจากกลับมา เธอได้รับความรักจากครอบครัวและมีชื่อเสียงโด่งดัง น้องสาวจอมปลอมใส่ร้ายอวิ๋นเจิน แต่เธอไม่คาดคิดว่าอวิ๋นเจินจะมีความสามารถต่างๆ เมื่อต้องเผชิญกับการยั่วยุ เธอได้แสดงความสามารถและทักษะต่างๆ มากมายเพื่อจัดการผู้รังแก มีข่าวลือกันว่าอวิ๋นเจินยังคงโสด และชายหนุ่มชื่อดังแห่งเมืองงก็ผลักเธอไปเข้ากำแพง "คุณนายกู้ ถึงตามราเปิดเผยตัวตนได้แล้วนะ"

เลขาบนเตียง

เลขาบนเตียง

เนื้อนวล
4.9

เธอเฉิ่ม เธอเชย และเธอเป็นเลขาของเขา หน้าที่ของเธอคือเลขาหน้าห้อง แต่หลังจากความผิดพลาดในค่ำคืนนั้นเกิดขึ้น สถานะของเธอก็เปลี่ยนไปจากเดิม จากเลขาหน้าห้อง กลับกลายเป็นเลขาบนเตียงแทน... “เวลาทำงาน คุณก็เป็นเลขาหน้าห้องของผม แต่ถ้าผมเหงา คุณก็ต้องทำหน้าที่เลขาบนเตียง...” “บอส...?!” “ผมรู้ว่าคุณตกใจ ผมเองก็ตกใจเหมือนกันกับสถานะของพวกเรา แต่มันเกิดขึ้นแล้ว จะทำยังไงได้ล่ะ” “บอสคะ...” หล่อนขยับตัวพยายามจะออกจากอ้อมแขนของเขา แต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อย “ว่าไงครับ” “แก้ว... แก้วว่าให้แก้วทำเหมือนเดิมดีกว่าค่ะ หรือไม่ก็ให้แก้วลาออกไป...” “ผมให้คุณลาออกไม่ได้หรอก คุณเป็นเลขาที่รู้ใจผมที่สุด อย่าลืมสิแก้ว” “แต่แก้ว...” หล่อนอยู่ในฐานะนางบำเรอของเขาไม่ได้ หล่อนทะเยอทะยานต้องการมากกว่านั้น แต่ก็รู้ดีว่าไม่มีวันจะได้สิ่งที่หวังมาครอบครอง “ทำตามที่ผมบอก ไม่มีอะไรยากเย็นเลย”

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

l3oonm@
5.0

จือหลินเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่ถูกมารดาทอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่ลืมตามาดูโลก ต่อมาทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวเธอให้กับสถานสงเคราะห์ พออายุได้สามปี ก็มีองค์กรหนึ่งมารับเลี้ยงตัวเธอ แต่พวกเขาเลี้ยงเธอและเด็กคนอื่นๆ ไว้เพื่อเป็นหนูทดลองเท่านั้น ครั้งแรกที่ถูกนำตัวมา ต่างก็โดนจับฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย เพื่อหาเด็กที่เลือดต้านเชื้อที่ฉีดเข้าไปได้เท่านั้น หากร่างกายทนรับไม่ไว้สิ่งที่ทางองค์กรมอบให้คือความตาย จือหลินอาจเป็นเพราะเลือดของเธอพิเศษกว่าเด็กคนอื่น ไม่ว่าฉีดยาตัวไหนเข้าสู่ร่างกายเธอก็ทนรับได้ทั้งนั้น นับจากนั้นมาเธอจึงถูกเลี้ยงดูจากองค์กรมาอย่างดี เรื่องการศึกษาเธอก็สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งได้อย่างเต็มที่ แต่เพราะความฉลาดของเธอจึงถูกส่งให้เรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์และเรียนแพทย์ควบคู่ไปด้วย เมื่อเรียนจบมาแล้ว จือหลินยังคงทำการให้องค์กรเช่นเดิม แม้จะไม่ได้เป็นนักฆ่าเช่นเพื่อนคนอื่นที่มาพร้อมกัน แต่เธอก็ต้องฝึกไม่ต่างจากพวกเขา ยิ่งเมื่อต้องนำเด็กเข้ามาเป็นหนูทดลองเช่นเดียวกับเธอในตอนเล็ก ต่อให้ไม่อยากทำก็ต้องทำ หากฝ่าฝืนไม่ทำการชิปที่ถูกฝังอยู่ในตัวจะถูกกระตุ้นให้ได้รับความทรมานทันที นานวันเข้า ความดำมืดก็ก่อเกิดในใจ ไม่ว่าจะฉีดยาให้เด็กร้ายแรงเพียงใดจือหลินก็เลิกรู้สึกผิดไปเสียแล้ว เพราะการทำงานของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทางองค์กรยกย่องและมักจะให้สิ่งดีๆ กับเธอเสมอ เมื่อมีชิปตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฝังมิติอีกห้วงหนึ่งไว้ภายในร่างกาย จือหลินนางก็ได้รับเลือกให้ทดลองใช้สิ่งนี้ด้วยเช่นกัน จือหลินถูกฝังชิปมิติเข้าที่แกนสมองของเธอ ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้เธอแทบสิ้นสติ เมื่อชิปถูกฝังลงไปแล้ว เพียงไม่นานก็มีเสียงจากระบบให้เธอยืนยันตัวตน ก่อนที่จะปรากฏภาพต่างๆ ภายในหัวของเธอ ของจากภายนอกล้วนแต่ถูกส่งเข้าไปเก็บไว้ด้านในได้ทั้งสิ้น หากเป็นเนื้อสด ผักผลไม้ ยังคงความสดอยู่เช่นเดิมแม้จะเก็บไว้นานมากเพียงใด ห้วงมิติของจือหลินเหมือนเป็นห้องสูทในคอนโดของเธอเองที่มีทุกอย่างพร้อมใช้อยู่ภายใน แม้แต่ห้องทดลอง ห้องทำงานของเธอก็ปรากฏอยู่ในนั้นเช่นกัน นับจากนั้นจือหลินจึงซื้อของเขาเก็บภายในมิติของเธอเป็นจำนวนมาก ตัวเธอเพียงผู้เดียวที่สามารถเข้าออกในห้วงมิติได้ วันเวลาผ่านไปจนจือหลินล่วงเข้าวัยสามสิบปี เธอสามารถผลิตยาที่ทำให้ทั่วโลกจับตามองออกมาได้ ยายื้อชีวิตจากความตาย แต่การทดลองของเธอที่ผ่านมาต้องใช้คนจำนวนมากในการเข้าทดลอง จือหลินสามารถยื้อชีวิตของชายชราที่กำลังจะหมดลมหายใจให้กลับมามีชีวิตปกติได้ เมื่อเธอกักตัวเขาไว้ได้หกเดือนเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติจึงคิดจะปล่อยเขาออกไปใช้ชีวิตเช่นเดิม แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายชราที่กำลังจะเดินออกจากห้องทดลองล้มลงต่อหน้าทุกคนที่เข้าร่วมชื่นชมผลงานของเธอ จือหลินรีบเข้าไปตรวจดูความผิดปกติทันที ก็พบว่าเขาหยุดหายใจเสียแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงต้องพาชายชราคนนั้นกลับเข้าไปในห้องทดลองเพื่อหาสาเหตุ ผ่านไปเพียงสองครึ่งชั่วโมงเขากลับลืมตาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่แววตาที่มองมาทางทุกคนได้เปลี่ยนไป ในดวงตาของชายชราผู้นั้นมีเพียงตาขาวไม่มีตาดำเช่นคนมีชีวิต “เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ผู้อำนวยการองค์กรเดินเข้ามาหาจือหลินแล้วเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก เพราะนักข่าวที่ข่าวเชิญมายังอยู่ที่ด้านนอกเพื่อรอฟังคำตอบ “ขอดิฉันตรวจสอบก่อนค่ะ” จือหลินกุมหน้าผากอย่างมึนงง เธอก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร คนทั้งหมดยืนมองชายชราที่เดินท่าทางประหลาดอยู่ในห้องทดลอง ในตอนนี้เขาเริ่มหยิบสิ่งของทำร้ายตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปในห้องทดลองเพื่อห้ามไม่ให้เขาทำร้ายตัวเอง ชายชราเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็พุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว และเริ่มกัดกินเนื้อตัวของเขาอย่างโหดร้าย คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ เพราะกลัวข่าวเรื่องนี้จะรั่วไหล ผู้อำนวยการสั่งให้คนไปแจ้งนักข่าวให้กลับไปก่อน ทางองค์กรจะแถลงการณ์เรื่องนี้ในภายหลัง เจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายล้มลงเสียชีวิตไม่นานก็มีสภาพไม่ต่างจากชายชราคนนั้น เสียงวุ่นวายไม่ได้จบลงที่ห้องทดลองของจือหลินเพียงแห่งเดียว เพราะห้องทดลองอื่นก็ล้วนพบเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ต่างกัน ผู้อำนวยการจำต้องส่งสัญญาณเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ออกจากตึกทดลองให้เร็วที่สุด จือหลินไม่รู้ว่ายาของนางจะสร้างผลเสียมากถึงเพียงนี้ เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนล้วนจบชีวิตจนกลายเป็นซอมบี้ไปเสียแล้ว ตึกทดลองถูกปิดตาย เพื่อไม่ให้ซอมบี้ที่อยู่ด้านในออกมาสร้างความเสียหายภายนอกได้ “เรื่องนี้ดิฉันขอจัดการด้วยตนเองค่ะ” จือหลินเดินเข้าไปหาผู้อำนวยการที่ห้องทำงานของเขา เพื่อบอกสิ่งที่เธอคิดว่าอย่างดีแล้วในหลายวันที่ผ่านมา เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการไม่ห้ามในสิ่งที่เธอจะทำจือหลินจึงเดินไปที่หน้าตึกทดลองพร้อมระเบิดเวลาในมือ เธอคิดจะทำลายสิ่งของทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมาลงด้วยมือของเธอเอง จือหลินเปิดประตูตึกทดลองแล้วรีบปิดลงทันที เธอเดินเข้าไปที่กลางตึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะระหว่างทางเธอต้องคอยต่อสู้กับซอมบี้ที่จะเข้ามาทำร้ายเธอไปด้วย เสียงสัญญาณระเบิดดังขึ้น จือหลินหลับตาลง พร้อมทั้งถอนหายใจให้กับเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา เสียงระเบิดดังไปทั่วบริเวณพร้อมทั้งตึกทดลองที่ถล่มลงมาจนแทบไม่เหลือซาก “เจ็บชะมัด” จือหลินร้องครางออกมาเบาๆ แต่เมื่อรู้สึกตัวได้เธอก็รีบพยุงตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมมองไปรอบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ เธอคิดว่าตายไปแล้วเสียอีก แต่ทำไมถึงได้มีความรู้สึกเจ็บได้ “นี้มันเรื่องบ้าอะไรอีกว่ะเนี่ย” จือหลินเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ รอบๆ ตัวเธอในตอนนี้เป็นป่าทึบ มือของเธอก็ไม่ใช่ของเธออย่างแน่นอนเพราะมีขนาดเล็กราวกับเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น ตอนที่เธอมึนงงสับสน เรื่องราวความทรงจำของเจ้าของร่างก็ไหลเข้าสู่หัวของเธอจนต้องลงไปนอนดิ้นกับพื้น

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ