
/0/27879/coverorgin.jpg?v=c951c683c39cd9cd0812f971ee303701&imageMogr2/format/webp)
⊹ ปฐมบท ⊹
เสียงจอแจดังไปทั่วบริเวณ ทั้งเสียงพูดคุยของผู้คน เสียงเพลงที่ถูกบรรเลงขึ้นและเสียงรถราที่วิ่งอยู่บนท้องถนน ทว่าแทรกสามเสียงนั้นยังคงมีอีกหนึ่งเสียงเกิดขึ้น...เสียงสะอื้นของหญิงสาวในเสื้อสายเดี่ยวผ้าซาตินที่ด้านหน้าแทบจะปิดไม่มิด ด้านหลังนั้นยิ่งกว่า เป็นเพียงเชือกเส้นเล็ก ๆ ที่กระตุกทีเดียวก็หลุด เข้าคู่กับกางเกงยีนส์ขาสั้น ผมที่ยาวประบ่ายิ่งทำให้แผ่นหลังเนียนสวยน่ามอง เธอเป็นดาวเด่นในคืนนี้ได้ไม่ยากหากไม่ติดที่เอาแต่นั่งร้องไห้เหมือนคนถูกแฟนทิ้ง
หนุ่ม ๆ จ้องมองมาที่เธอราวกับรอจังหวะที่จะเข้ามาดามใจ แต่เจ้าของเสียงร้องนั้นหาได้สนใจไม่ สายตาทอดมองไปยังหน้าจอสี่เหลี่ยมที่อยู่ในมือ
“ทำไมอะ ฆ่าเขาเพื่ออะไร” หญิงสาวตัดพ้อด้วยน้ำเสียงเศร้าระคนโกรธ เพื่อนสาวที่นั่งข้างกายได้แต่ตบไหล่เพื่อให้กำลังใจ “เขาน่ารักมากเลย ให้เป็นแค่พระรองไม่พอ ยังให้เขาตายอีก โอ๊ย ฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อยังไง”
แม้ว่าในสายตาของบุณยากรหรือใบไผ่จะมองว่าการกระทำของเพื่อนช่างไร้สาระ ทว่าเธอก็ยังคงปลอบ ตั้งใจให้เลิกร้องก่อนจะได้สนุกกับสิ่งที่รออยู่ แต่นานนับสิบนาทีก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น สาวเจ้ายังเอาแต่พร่ำเพ้อถึงการจากไปของ ‘พระรอง’ ในนิยายที่ตนเองชื่นชอบ
“ก็รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นแค่พระรองจะไปเชียร์แต่แรกทำไม”
“เผื่อนักเขียนเปลี่ยนใจ” เสียงว่าสลดแล้ว ใบหน้าก็เบ้ออกเหมือนเด็กเล็กร้องหาแม่ “อยากเลิกอ่าน แต่อยากรู้ตอนจบ แต่ก็โกรธที่พี่เป้ตายด้วย ทำไงดี นี่อ่านตั้งแต่ตอนเย็น ๆ แล้ว ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้เลย อยากตายแทน”
สายตาทั้งสามคู่ของคนร่วมโต๊ะหันไปมองต้นเสียงเป็นตาเดียว ไม่ใช่อารามตกใจที่ได้ยินประโยคนั้น แต่เป็นเอือมระอาเต็มแก่
ปิ่นปักษาได้ทีก็ค่อนขอดเพื่อนสาวอย่างอดไม่ได้ “ให้มันได้อย่างนี้ พระรองตายร้องเหมือนหมาโดนรถทับ แต่ผัวนอกใจชีไม่มีน้ำตาสักหยด”
ได้ยินเพื่อนพูดเช่นนั้น วรัสยาก็เลือดขึ้นหน้า “แล้วผู้ชายดี ๆ อย่างพี่เป้กับคนแบบไอ้อั๋นมันน่าเสียน้ำตาให้ใครมากกว่ากัน คนแบบมันน่ะ แค่พูดถึงยังเสียปาก"
“แล้วหยุดงอแงให้ก่อนได้ไหมล่ะ ทำเหมือนเพิ่งสามขวบ” แนน นันทภัคพูดพร้อมกับยื่นแก้วที่บรรจุน้ำสีอำพันมาให้ เจ้าตัวรับไว้แต่โดยดี “อาบไปเลยก็ได้ถ้ามันช้ำใจนัก”
“แต่ไม่ค่อยเห็นพวกมันอัพอะไรเลยนะ นี่ส่องบ่อย อยากรู้ความเป็นไป” ทราย โสรยาเอ่ยขึ้นเรียกสายตาของทั้งสามได้เป็นอย่างดี “หรือมันไม่ค่อยอยากโชว์ตัวกันวะ อาจจะอายปะ”
“ทำไมใส่ใจกว่ากูอีกอะ” วรัสยาว่าขำ ๆ
“มึงก็รู้ กูขี้เสือกจะตาย”
เธอส่งยิ้มให้คนที่นั่งอยู่เบื้องหน้า พอหัวข้อการสนทนาเปลี่ยนไป ท่าทีของ ‘อนาคตดาวในค่ำคืนนี้’ ก็เปลี่ยนตาม ไม่มีการร้องไห้ฟูมฟาย แม้จะเสียใจที่พี่เป้ ตัวละครที่รักมาก ๆ ต้องลาจากไปก่อนวัยอันควร ใบหน้าที่ผ่านการแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางก็ยังคงอยู่เหมือนไม่ได้ผ่านการร้องไห้มาก่อน ก็เพราะมันไม่เคยมีน้ำตาไหลออกมาสักหยดต่างหาก เธอแค่สติหลุดไปเล็กน้อยเท่านั้นเอง
“งั้นก็รู้สิว่ามิวมันไม่ชอบโพสต์มาตั้งแต่ไหนแต่ไรละ ไม่ใช่เพราะเรื่องนี้หรอก อย่าไปว่า-”
“ไม่ต้องพูดค่ะนังผักกาดดอง” ปิ่นปักษาเบรกจนหัวแทบคะมำ “มันทำกับมึงขนาดนั้นก็ยังจะพยายามปกป้องเนอะ สมองมึงยังสมประกอบดีอยู่ไหม กูก็อยากจะรู้แบบนั้น ลงไปนอนให้กูผ่าออกมาดูหน่อยซิ” นักศึกษาแพทย์เริ่มอยากโชว์ฝีไม้ลายมือ
“ไม่ใช่เว้ยปิ่น มึงก็รู้ว่าเรื่องนี้มันเป็นความผิดใคร มิวคบกับกูตั้งแต่นมยังไม่ตั้งเต้า จนตอนนี้เต้าใหญ่กว่าฝ่ามืออีก” ไม่พูดเปล่า เจ้าของเสียงยังทำท่าจับหน้าอกตัวเองด้วย “ดู”
“นมมันคนเดียวหรือเปล่าที่ใหญ่ ของมึงไม่น่าเข้าเกณฑ์ ไม่เฉียดเลยด้วยซ้ำ”
“แนน” เธอกดเสียงต่ำ
“นมมึงเล็กจริง ๆ ยอมรับเถอะ”
คนโดนกล่าวหาหน้างอ “ก็เอามาได้แค่นี้อะ จะให้ทำไง แต่แป๊บนะ นี่มันใช่ประเด็นที่เราควรคุยกันไหม ไหลไปเรื่อย”
เพราะเสียงเพลงที่ถูกบรรเลงโดยนักร้องในช่วงหัวค่ำไม่ได้ส่งเสียงดังมากนัก หลาย ๆ บทสนทนาก็สามารถไหลเข้าหูได้อย่างไม่อาจปฏิเสธ เพียงแต่จะจับใจความได้มากน้อยเพียงใดแค่นั้นเอง เช่นตอนนี้ที่พวกเขาดันจับใจความของโต๊ะข้าง ๆ ได้มากโขราวกับพวกหล่อนมานั่งคุยที่โต๊ะเดียวกัน
หัวข้อที่ล่อแหลมทำเอาหนุ่ม ๆ ทั้งสี่มีปฏิกิริยาต่างกัน บ้างก็ส่ายหน้าให้น้อย ๆ ในความตรงไปตรงมาของพวกผู้หญิง ตรงไปตรงมาจนน่าทึ่ง บ้างก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างไม่ต้องเดาความคิดที่อยู่ในหัว แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมานอกจากใบหน้าที่เรียบสนิท เพื่อนร่วมโต๊ะถึงกับคิดไปว่า ‘เขา’ คงไม่ได้ยินกระมัง
เต็มสองรูหูเลยต่างหาก!
“มันต้องมีเหตุผลให้มิวทำแบบนั้น ทางนี้ก็อยากคุยด้วยมาก แต่ทางนั้นแค่หน้าเขายังไม่มอง”
“สลับบทปะ” โสรยาแย้ง “มันเป็นคนแย่งแฟนมึงไป มันสิต้องอยากเคลียร์ใจกับมึง ส่วนมึงไม่อยากมองหน้ามัน”
“แย่งอะไร ผู้ชายแบบนั้นสับเป็นชิ้น ๆ ไปโปรยให้ปลาสวายกินมันจะกินหรือเปล่าเถอะ ไม่มีคุณค่าพอให้ใช้คำว่าแย่งกับคน ถ้าเป็นปลาว่าไปอย่าง เข้าใจไหม” เธอพรูลมหายใจ “ถ้ามันมาบอกว่าชอบไอ้อั๋น คิดว่ากูจะกั๊กไว้เหรอ ประเคนให้เลย แต่มันไม่ได้บอกไง”
“แล้วใครเขาจะมาบอกวะ กาด กูชอบแฟนมึงนะ ขอได้ไหม แบบนี้อ๋อ”
“ก็ใช่ไง แค่มาบอกก็เอาไปเถอะ ผู้ชายนี่เอาตีนเขี่ย ๆ ไปเดี๋ยวก็เจอ แต่เพื่อนมันไม่ได้หากันได้ง่าย ๆ ไง”
“...”
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ บางทีความคิดของหญิงสาวก็ทำให้คนรอบตัวเข้าไม่ถึง
“กูพูดได้ไหม” ปิ่นปักษาเริ่มโยนหินถามทาง เจ้าของเรื่องที่ตกเป็นประเด็นวันนี้จึงพยักหน้ารับ นาทีนี้แล้วมีอะไรต้องปกปิดกัน เธอเปิดออกจนแทบจะเปลือยแล้ว “มึงรักไอ้อั๋นหรือเปล่า หมายถึงก่อนที่จะเกิดเรื่องนี้”
“รักสิ ไม่รักจะคบมาเป็นปี ๆ ได้ไง”
“กูสัมผัสไอ้คำว่ารักของมึงไม่ค่อยได้เลย”
“ก็มันไม่ใช่แค่เรื่องไอ้อั๋นไง พอมีมิวมาเป็นตัวแปร ตัวแปรดันสำคัญกับชีวิตกูมากกว่า เรื่องของมันเลยไม่น่าสนใจเท่าที่เกิดขึ้นระหว่างกูกับมิว”
“แล้วสรุปมึงโกรธมันไหมนะ ขอยืนยันอีกที”
“มาก เพราะมันนั่นแหละที่ทำให้เพื่อนเขาต้องผิดใจกัน กูเกลียดมันจริง ๆ นะ ถ้าเจออยากเข้าไปกระโดดถีบขาคู่ ไม่ก็ด่ามันสองชั่วโมงไม่ซ้ำคำ”
“อ๋อ โกรธที่ทำให้มึงกับไอ้มิวผิดใจกัน ไม่ได้โกรธที่มันทำมึงเสียใจ”
“กูไม่ได้เสียใจเรื่องมัน ถ้าเป็นมันกับคนอื่น กูไม่อะไร ไปก็ไป แต่พอคนที่มันเข้าหาคือมิว กูเสียใจที่เหมือนจะต้องเสียเพื่อนไป รวม ๆ แล้วก็ประมาณนี้แหละ”
“นี่มึงเชื่อว่าไอ้มิวมันไม่ได้ตั้งใจหักหลังมึงหรอ”
“อย่าพูดว่าหักหลัง เกินไปนิด เพื่อนแค่หยอกกัน”
โสรยารู้สึกเหมือนมีใครเอาไฟมาลนศีรษะก็ไม่ปาน มันร้อนรุ่มหลังจากได้ยินเพื่อนพูดถึงคนที่ทำร้ายตัวเองแบบนั้น “ไป มึงลุกออกจากเก้าอี้นะ เดินไปหน้าร้าน ขึ้นรถแล้วไปหออีมิว ไปกราบตีนมันแล้วบอกให้มันกลับมาเป็นเพื่อนมึงอีกครั้ง”
“อย่าไปเรียกมันอี ไอ้อะพอได้”
“ก่อนกูจะตบอีมิว กูอยากตบอีนี่เรียกสติก่อน จบเรื่องนี้กูน่าจะยิ่งกว่าหมา อาหารเม็ดพร้อม” โสรยาฉุนหนักกับความใจกว้างของเพื่อน ฝ่ามือถูกยื่นไปจับไหล่ทั้งสองข้างไว้มั่น สายตาสบกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ “ฟังนะกาด ไม่มีใครไม่ตั้งใจนอกใจ ทั้งคนของเราเองหรือคนที่สามในความสัมพันธ์นั้น ไม่มีใครไปซื้อของมาทำกับข้าวแล้วทำมันครบทุกขั้นตอนจนกินได้ แล้วบอกว่าไม่ได้ตั้งใจทำ เข้าใจยัง ทั้งไอ้มิวกับไอ้อั๋นมันตั้งใจตั้งแต่แอบคุยกันลับหลังมึงแล้ว”
“แล้วใครผิดมากกว่ากัน” วรัสยายังคงดื้อดึง “ไอ้อั๋นมันเข้าหาก่อนหรือเปล่าก็ไม่รู้ กูเป็นเพื่อนกับมิวมา-”
“รอบนี้ขอห่างเรื่องนมนะ”
คนโดนแย้งได้แต่ตวัดสายตามองเพื่อน “มานานมาก เข้าปีที่สิบได้แล้ว รู้จักยันลำไส้”
“มึงพูดให้เหมือนคนปกติพูดได้ไหม ไม่ต้องช่างเปรียบเปรย ฟังแล้วแสลงหูมาก” บุณยากรแย้งอีกครั้ง
“จะได้พูดให้จบเรื่องไหม” ทอดถอนลมหายใจอีกครั้ง “เอาเป็นว่ากูรู้ดีว่ามันเป็นคนยังไง มันไม่มีทางทำแบบนั้นถ้าไอ้อั๋นไม่เข้าหาก่อน กูเอาหัวเป็นประกัน ให้ตายวันนี้ก็ได้”
“รักมันมาก”
“มาก” รู้ว่านันทภัคประชดแต่เธอก็ยังพูดออกมาด้วยใจจริง “จริง ๆ นะ เพื่อนอย่างมันอะ จะไปหาได้จากไหนอีก ความผิดแค่นี้มันเล็กน้อยมากถ้าเทียบกับสิ่งดี ๆ ที่มันทำให้กูมาตลอดเวลาที่เป็นเพื่อนกัน ทำไมโลกต้องมีคนอย่างไอ้อั๋นด้วยวะ ถ้าไม่มีมันสักคนเพื่อนเขาก็ไม่ต้องมาแตกคอกัน”
“มึงมั่นใจมากเลยนะว่าไอ้มิวไม่ใช่คนเริ่ม มึงยังไม่เคยคุยกับมันนะ”
“ฟัง ตอนกูรู้จักกับมิวกูยังไม่ได้ใส่เสื้อซับในด้วยซ้ำ เป็นเสื้อกล้ามตัวยาว ๆ แต่ตอนรู้จักไอ้อั๋น กูใส่บรา โนบรา ปีกนก ทุกอย่าง”
“จะต้องวกเข้าเรื่องนี้ตลอด อยากให้กูย้ำใช่ไหมว่ามึงมันนมเล็ก”
“ไม่ใช่ เออ เล็กก็เล็ก แต่ไม่ต้องย้ำแล้ว แค่อยากบอกว่ากูรู้จักกับมิวมานาน ตั้งแต่ยังเบบี๊ แบเบาะ เด็กทารก ร้องอ้อแอ้ ล้อเล่นนะ รู้จักตอนม.2แต่อยากให้ดูเวอร์ ๆ ไว้ก่อน คือรู้จักนานกว่าที่รู้จักกับมัน สิบปีกับปีกว่ามันเทียบกันได้ที่ไหน”
“สรุปมึงยังมูฟออนไม่ได้”
“ใช่ แต่จากมิว ไม่ใช่มัน”
“ถ้าไม่ได้หักกันเรื่องผู้ชาย กูอาจคิดว่ามึงเป็นเลสเบี้ยน”
“ไม่ได้เป็น ไม่ได้ชอบผู้หญิง ไม่รู้ แต่อาจจะเป็นได้ถ้ามีใครสักคนเข้าหาจริง ๆ กูไม่ซี แต่พูดถึงไอ้มิวมันเป็นเพื่อนที่ดีมาก ๆ กูกับมันเคยคุยกันว่าถ้าแก่แล้วไม่มีใคร จะชวนกันไปอยู่บ้านพักคนชราแหละ” พูดไปก็ยิ้มไปราวกับกำลังวาดวิมานกลางอากาศ “น่ารักเนอะ ยายแก่สองคนที่เป็นเพื่อนกันมาหลายสิบปีแบบนั้น”
“อยากคุยกับมันมากเลยหรอ”
“อยากสิ ใครจะไม่อยากคุยกับเพื่อน นี่เราไม่ได้ทะเลาะกันด้วยซ้ำนะ ด่ากันสักคำยังไม่มีออกจากปากเลย มึงก็รู้ว่าไอ้อั๋นมันมีความสามารถด้านการพูดจา พูดเก่งเหลือเกิน เขาเรียกอะไรนะ ชักแม่น้ำทั้งห้าปะ เออนั่นแหละ หว่านล้อมที่หนึ่ง ใครฟังมันพูดบ่อย ๆ จะไม่หลงคารมมันก็แปลก แล้วกูก็ดันชอบด้วยสิคนพูดเก่งเนี่ย แพ้ทางสุด ๆ เลยไอ้ประเภทพูดเป็นต่อยหอย”
/0/6311/coverorgin.jpg?v=fa307c9fb0f94a0af6142f3ee013748c&imageMogr2/format/webp)
/0/2318/coverorgin.jpg?v=912063c7d60a70aab5a036b179b4ae3e&imageMogr2/format/webp)
/0/23155/coverorgin.jpg?v=dc44a0c11edfdf153c383a06334b0852&imageMogr2/format/webp)
/0/4324/coverorgin.jpg?v=415ffab290971b058961cb25924b5000&imageMogr2/format/webp)
/0/3331/coverorgin.jpg?v=4e0ad665932ac60296dc88225af53098&imageMogr2/format/webp)
/0/3283/coverorgin.jpg?v=f51a468294a49097b40b4a7e65c91373&imageMogr2/format/webp)
/0/3320/coverorgin.jpg?v=c41cc12e46fe2ffe2663e65009129e37&imageMogr2/format/webp)
/0/3615/coverorgin.jpg?v=6f281d7939b5e10c950b60c2b606f8e4&imageMogr2/format/webp)