icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวโรแมนติก

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
ชาตินี้ชาติไหนพี่ก็รัก

ชาตินี้ชาติไหนพี่ก็รัก

เรื่อง...ชาตินี้ชาติไหนพี่ก็รัก คำโปรย เมื่อความฝันของเขา กับ โรคประหลาดของเธอมาบรรจบกัน เรื่องราวอันแสนขมขื่นในอดีตชาติค่อยๆหวนกลับ แนะนำตัวละคร ภูธเรศ (พี่ภู) อายุ 28 ปี เขาหล่อ คมเข้ม อบอุ่น แค่เพียงสบตาก็รู้เลยว่าเธอคือคนที่เขาตามหามานานแสนนาน เพลงพิณ (เพลง) อายุ 25 ปี เธอสวย น่ารัก เธอตกหลุมรักเขาทันทีที่ได้สบตา คล้ายกับว่า...เธอรอค่อยเขามานานแสนนาน แต่ลึกๆแล้วมันกลับมีความหวาดกลัวซ่อนอยู่ ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมเธอถึงได้รู้สึกแบบนั้น @@@@@@ 🌼นิยายเซตนี้🌼 1.อลเวงวิญญาณพบรัก (รุ่นแม่) 2.ประทับใจยัยขี้เมา (รุ่นลูก) 3.ชาตินี้ชาติไหนพี่ก็รัก (2=3 เนื้อเรื่องต่อกันแนะนำให้อ่านคู่ค่ะ)
บอดี้การ์ดจ้าวหัวใจ ชุด One Night Stand

บอดี้การ์ดจ้าวหัวใจ ชุด One Night Stand

เดวิดคืออดีตทหารรับจ้างสัญชาติอเมริกัน และตอนนี้เขาก็คือบอดี้การ์ดหุ่นล่ำน่าปล้ำของคุณหนูผู้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ พราวพลอย เธอคือคุณหนูผู้ร่ำรวย ใครๆ มองว่าเธอร้ายกาจทั้งๆ ที่แท้จริง เธอถูกใครบางคนใส่ร้าย! หล่อนต้องการมากกว่านี้...! เดวิดรู้ดีว่าสาวสวยเจ้าของเต้าอวบอัดร้องขออะไร แต่เขายังให้หล่อนไม่ได้ เพราะเขายังต้องสำรวจตรวจตราสมบัติของตัวเองให้ทุกตารางนิ้วเสียก่อน หล่อนหวานทั้งตัวเนื้อทั้งตัว หัวนมก็ดูดมันส์ปากมาก เต้านมก็ใหญ่โตยิ่งบีบยิ่งขยำก็ยิ่งเด้งดึ๋งตามติดอุ้งมือ แต่นั่นยังไม่ใช่จุดสุดท้ายที่เขาจะสำรวจ “อ๊า... ได้โปรด... เดวิดขา... ได้โปรด... ฉัน... ฉันต้องการคุณ... อ๊า...”
หมอปีศาจพันหน้า

หมอปีศาจพันหน้า

หมอปีศาจพันหน้าไม่มีใครรู้ว่าเป็นบุรุษหรือสตรี ทุกย่างก้าวที่หมอปีศาจเดินผ่าน หากไม่มีคนตายก็จะพบความอัศจรรย์คนที่ตายแล้วฟื้นคืนชีพอีกครั้ง! ชื่อเสียงดังก้องทั่วยุทธภพแต่ไม่มีใครรู้เลยว่าหมอปีศาจพันหน้าเป็นเพียงแม่นางน้อยคนหนึ่งเท่านั้น! และแม่นางน้อยอย่างหลินจื่อเยว่ที่ข้ามภพมาเป็นลูกศิษย์คนที่สิบของหมอเทวดาแห่งหุบเขาเทวะ และไม่รู้ว่าร่างนี้ไม่สามารถดื่มสุราได้ ทำให้นางไปคว้าบุรุษรูปงามมาเป็นพ่อของลูกเพราะฤทธิ์น้ำเมา จึงเกิดผลผลิตน้อยๆ ออกมาอย่างไม่ตั้งใจ แม้จะไม่รู้ว่าบุรุษรูปงามนั้นเป็นใครมาจากไหน แต่นางจะต้องเลี้ยงดูก้อนแป้งที่น่ารักเป็นอย่างดี!
1978 ฉันกลายเป็นสะใภ้ปากร้าย

1978 ฉันกลายเป็นสะใภ้ปากร้าย

เฉินซือหยู่ นักวิทยาศาสตร์มือทองเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ทำให้ต้องย้อนเวลากลับมาในปี 1978 ซึ่งเป็นช่วงที่ทุกคนต้องเอาชีวิตรอด ท่ามกลางความยากลำบาก ทว่ากลับมาเกิดใหม่ในร่างของใครไม่มา กลับต้องมาอยู่ในร่างของสะใภ้สามผู้อ่อนแอแห่งบ้านสกุลจาง เฉินซือหยู่ คนนี้เป็นที่ชิงชังของแม่สามีกับสะใภ้คนอื่นๆ ในบ้าน ตลอดช่วงที่สามีของเธอไม่อยู่ หญิงสาวจึงถูกข่มเหงรังแกจนต้องนอนกินน้ำตาอยู่ทุกคืน ทว่าเมื่อเฉินซือหยู่คนใหม่ย้อนเวลามาแล้ว หญิงสาวจึงต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ เธอกลายเป็นสะใภ้ปากร้ายชนิดร้ายมาจะร้ายกลับยิ่งกว่าเพื่อเอาตัวรอด ยามแยกบ้านกันออกมาแล้ว เฉินซือหยู่ก็ต้องพยายามหาทางสร้างอาชีพให้กับตนเอง เพื่อให้สามีอย่าง จางซือหยวน ไม่ผิดหวังที่เขายินยอมมีปัญหากับครอบครัวด้วยการพาเธอแยกบ้านมาอยู่ในค่ายทหาร หนทางข้างหน้าแม้จะยากแค้นมากเพียงไร เฉินซือหยู่ก็ไม่หวั่น เธอจะสร้างอนาคตของครอบครัวบ้านสามด้วยสองมือของตนเองให้จงได้!
ซีรีส์บำเรอรักเจ้าพ่อเถื่อน

ซีรีส์บำเรอรักเจ้าพ่อเถื่อน

"นี่เหรอลูกสาวของแก" ทศเอ่ยถามเสียงกร้าวเมื่อลูกหนี้ของเขาส่งตัวลูกสาวมาปลดหนี้ด้วยท่าทีอิดออด "ฉันขอร้องเถอะนะ อย่าทำอะไรรุนแรงกับลูกสาวของฉันเลย" ธนัชเอ่ยขอร้อง "แล้วตอนที่แกทำกับฉันกับครอบครัวของฉันล่ะ" "หมายความว่ายังไง" ธนัชเอ่ยถามอย่างตกใจ "แกยังจำเพื่อนรักที่แกทรยศได้ไหม" ทศเอ่ยถาม เพราะเขาเปลี่ยนชื่อนามสกุล ธนัชเลยไม่รู้ว่าเขาคือใคร "แก แกเป็นลูกของไอ้อัฐอย่างนั้นเหรอ" ธนัชยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ "ยังดีนะที่แกยังจำได้ว่าเคยทรยศเพื่อนของแก แสดงว่าแกยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง แม้จะแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็ตามที" "ทุกอย่างเป็นแผนการของแกอย่างนั้นเหรอ" ธนัชเอ่ยถาม "ใช่ ฉันรอวันนี้มายี่สิบกว่าปี รอเวลาที่จะได้แก้แค้นแก ฉันจะบดขยี้ลูกสาวของแกให้แหลกคามือ" ทศกระชากร่างบอบบางของน้ำรินมากอดรัดเอาไว้ หญิงสาวพยายามดิ้นรน "อย่าทำอะไรน้ำรินนะ ฉันขอร้อง" ธนัชยอมลงทุนคุกเข่าอ้อนวอน "อย่าทำอย่างนั้นเหรอ" ทศก้มลงบดจูบหญิงสาวอย่างป่าเถื่อน น้ำรินพยายามดิ้นรน แต่ไม่เป็นผล "อย่าทำอะไรลูกสาวของฉันนะ" "กระทืบมันให้ปางตายแล้วก็จับมันโยนออกไปนอกบ้าน ไม่ต้องให้มันตายหรอก แต่ให้มันไปเป็นขอทานข้างถนน" ทศสั่งเสียงกร้าว
ภรรยานิรันดร์

ภรรยานิรันดร์

พ่อม่ายสายซึน นิรันดร์ อัศวหาญญ์วรกุล ชายผู้กำพร้าภรรยามากว่าสิบสามปี กำลังประสบปัญหาหนัก เมื่อปลายฝน บุตรสาววัยหัวเลี้ยวหัวต่อ คบเพื่อนต่างเพศ นอกจากจะเขม่นหน้าเพื่อนชายของลูกแล้ว แม่ของเด็กนั่นยังทำนิรันดร์ คันยุบยับในหัวใจอีกด้วย ##### “เราไม่ควรทำแบบนี้กันอีกนะคุณนิรันดร์ แล้วก็ควรถอยออกไปยืนให้ห่างจากฉัน” บอกจบเธอแกะมือของเขาออก แต่นิรันดร์ก็ไม่ยินยอม เขารัดแขนแน่นมากกว่าเดิม แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณอยากต่อว่าผมแบบไหนก็ได้ทั้งนั้นนะ แต่อย่ามาห้ามผม อย่ามาสั่งผมให้อยู่ห่าง ๆ จากคุณ” ในเมื่อสู้แรงเขาไม่ได้ เลยยิ่งหน้าบึ้งตึง ถามเขากลับ “นี่คุณยังไม่สร่างเมาอีกหรือยังไง” “ผมรู้ตัวรู้สติดีทุกขั้นทุกตอนที่เราทำร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นนาทีนั้น หรือแม้แต่ตอนนี้ เบียร์แค่นั้นไม่ทำให้ผมเมาได้หรอกนะ ผมไม่ได้เมา” ได้ยินเขายืนยันเสียงแข็งแบบนั้นแล้วก็ออกร้อนผ่าวที่ใบหน้าไม่น้อย สูดลมหายใจเข้าแรง ๆ ตอกกลับ “แต่ฉันเมา และฉันก็รังเกียจตัวเองมากที่ทำเรื่องไม่ดีไม่งามแบบนั้นลงไป คุณคงคิดว่าฉันนอนกับใครต่อใครแบบนี้เสมอใช่ไหม...” มองแววตาเหมือนเด็กน้อยสำนึกผิดแบบนั้นแล้วก็ส่ายหน้าเบาๆ “ความคิดแบบนั้นไม่ได้อยู่ในหัวผมเลย” นิรันดร์กระชับอ้อมแขนของเขาเพื่อจะกอดรัดเธอให้แนบแน่นกว่าเดิม แต่เธอต้องใจแข็ง จะปล่อยให้เขาทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว มันมากเกินพอ รังแต่จะทำให้เธอรังเกียจตัวเองมากขึ้นทุกที ๆ “มันไม่ควรเกิดเรื่องแบบนี้ และคุณรู้ไหมว่าฉันเคยนึกรังเกียจทุกครั้ง ที่ได้ยินเรื่องนอกรีต ผิดประเวณีแบบนี้ ฉันไม่ใช่คนที่พูดอย่างทำอย่าง มือถือสากปากถือศีล และ... ฉันไม่รู้ว่าปล่อยให้มันเลยเถิดแบบนั้นไปได้ยังไง และ...” ขิมแขไม่เคยเป็นแบบนี้ เธอรู้ตัวดีว่ากำลังพูดจาวกวนไปมา แล้วก็ไม่สามารถพาบทสนทนาระหว่างกัน เข้าเนื้อหาหลักได้สักที ถอนใจ รวบรวมสติบอกเขา “และ...” เธอต้องพูดมันออกไปด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะนัก ยิ่งสบกับดวงตาดำทรงอำนาจของนิรันดร์ก็ยิ่งใจหายหนักเข้าไปใหญ่ ทำไมเธอต้องรู้สึกโหยหาเขาขนาดนี้ด้วยนะ ขิมแขเม้มปากแน่น ขืนสบตากับเขา บอกออกไปด้วยเสียงที่พยายามไม่ให้สั่นมากจนเกินไปนัก “...ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ด้วย” พูดจบ เธอเห็นสายตาของเขาที่มองตอบมา มันเหมือนกับว่าเธอเป็นผู้หญิงรักสนุกที่คิดฟันเขาแล้วก็ทิ้งไปอย่างไรอย่างนั้น แต่แล้วเธอไม่ควรต้องสนใจสายตาของเขา คนถูกฟันแล้วทิ้งยืนบดกรามนิ่ง มองเธอด้วยแววตาที่ขิมแขไม่อยากเห็นอีก เขาเค้นเสียงถามออกมา “ถ้าผมไม่ลืม” “นั่นมันก็เป็นปัญหาของคุณแล้วล่ะค่ะ” “ทำไมคุณพูดปัดความรับผิดชอบแบบนี้” “แล้วจะให้ฉันทำยังไง ไปขอหย่าจากสามีแล้วมารับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างนั้นน่ะหรือ” ขิมแขเองก็โกรธจนตัวสั่นปากสั่นเช่นกัน ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับเธอมาก่อน ระรัวออกไปแล้วก็ให้ตกใจในสิ่งที่ตัวเองพูดอยู่ไม่น้อย “ถ้าทำอย่างปากว่าไม่ได้ ก็อย่าพูดมันออกมา”
ถานหยี่เหยียน นางมารผลาญรัก

ถานหยี่เหยียน นางมารผลาญรัก

คำโปรย การกลับมาแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตครั้งนี้ ทำให้นางมารใจโฉดกลับกลายเป็นคนดี แต่กลับมีเหตุการณ์ที่ทำให้ ถานหยี่เหยียนซึ่งผสานจิตใจกับร่างในปัจจุุบัน จนสงบกลับปะทุขึ้นมาอีกครั้ง และกลับมาทำลายล้างทุกอย่างจนวอดวาย เอลิซาเบธ ลีหรือหยางลี่จู บินกลับประเทศจีนเป็นครั้งแรกในชีวิตและถูกดวงตาสวรรค์ที่มีวาสนาผูกพันกันนำนางหวนคืนกลับตระกูลถาน ซึ่งเป็นชาติอดีตของตัวเองเพื่อกลับมาแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตตามที่เคยอ้อนวอนต่อสวรรค์เบื้องบน ดวงตาสวรรค์นำนางกลับมาในชาติที่เกิดเป็นสตรีที่แสนจะร้ายกาจที่สุดในตระกูลถาน และนางก็คือนางมารชื่อกระฉ่อน ถานหยี่เหยียน คุณหนูใจโฉดที่เต็มไปด้วยความอำมหิต สนใจแต่ตัวเองไม่เคยใส่ใจผู้ใดและต้องได้ทุกอย่างที่นางต้องการ จนเป็นต้นเหตุทำให้ตระกูลถานถูกประหารล้างตระกูล และการคัดเลือกพระชายาของอดีตฉู่อ๋องเพื่อเลือกเฟ้นให้กับพระอนุชา เป็นที่มาของการประหารล้างตระกูลถานในอดีต แต่การกลับมาอีกครั้งของถานหยี่เหยียน ซึ่งเป็นร่างในยุคปัจจุบันทำให้ร่างในอดีตและปัจจุบันหลอมรวมเป็นร่างเดียวกันและนางก็คือนางในฝันของบุรุษหน้าหยกผู้เลื่องลือ สตรีใจโฉดผู้เคยเป็นอนุชายาของชินอ๋องรูปงามก่อนที่จะกลับมาแก้ไขเปลี่ยนแปลง
ยักษ์ครุฑี

ยักษ์ครุฑี

ร่างของครุฑีสาวที่หมดสติกำลังร่วงดิ่งสู่ผืนดินด้วยความเร็ว ควั่บ!! เพียงเสี้ยววินาทีสุดท้ายกษัตริย์อสุราร่ายคาถาในใจก่อนร่างใหญ่จะเคลื่อนกายอย่างรวดเร็ว คว้าเอาร่างครุฑีสาวเข้ามาไว้ในอ้อมแขนได้ทันท่วงที อินสูรย์แทบจะมองไม่ทัน เมื่อเห็นอีกครั้งครุฑีสาวก็อยู่ในอ้อมแขนของพระสุวรรณเมฆาผู้เป็นกษัตริย์ของตนแล้ว “ ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่พะยะค่ะองค์เหนือหัว?..” อินสูรย์เอ่ยถามขณะที่กำลังวิ่งเข้าไปหากษัตริย์อสุราที่อุ้มครุฑีสาวอยู่ “.....” พระสุวรรณเมฆา พยักหน้าตอบอินสูรย์ ดวงตาสีนิลเอาแต่จับจ้องใบหน้าครุฑีสาวก่อนจะค่อยๆวางร่างครุฑีสาวลง โดยศีรษะนางยังคงอยู่ในอ้อมแขนของตน “ ดูจากเครื่องแต่งกาย ครุฑีตนนี้ คงมิใช่ครุฑีธรรมดา ธรรมดาทั่วไปเป็นแน่พะยะค่ะ..” อินสูรย์กวาดสายตามองไปทั่วเรือนร่างครุฑีสาวก่อนจะพูดออกมา “ นางช่างงดงามนัก..” พระสุวรรณเมฆาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาสีนิลจ้องมองใบหน้าพริ้งเพราของครุฑีสาวที่ยังหมดสติอยู่ ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะเอื้อมสัมผัสเข้าที่พวงแก้มเนียนของนางอย่างอ่อนโยน พลันรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้ากษัตริย์อสุราหนุ่ม “ เจ้าช่างงามตาเหลือเกิน แม่ครุฑีตัวน้อยเอ๋ย..” พระสุวรรณเมฆาพูดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับฉีกยิ้มพรายออกมา ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! เสียงบางสิ่งกระทบกับผืนดิน ไม่ไกลจากเหล่าอสุรานัก เหล่าอสุราหันไปต้นทางของเสียงอย่างพร้อมเพียงกัน เห็นเหล่าทหารครุฑาหลายตนที่บินลงมาถึงพื้นดินด้วยความเร็ว “ ท่านเป็นยักษ์ มิควรจักก้าวก่ายเรื่องของเหล่าครุฑ จงมอบครุฑีตนนั้นมาให้ข้า บัดเดี๋ยวนี้...” ทหารครุฑาพูดออกมาทันใด เมื่อเห็นนิศามณีอยู่ในอ้อมแขนของพระสุวรรณเมฆา แม้ใจจะหวั่นเกรงเหล่ายักษาไม่น้อย หากเกิดการต่อสู้กันเหล่าครุฑาไม่มีทางที่จะสู้เหล่ายักษาได้เลย หากแต่เกรงกลัวพระบัญชาของพระสุบินมากกว่า เหล่าทหารอสุรายืนประจันหน้าพร้อมเพียงกันทันทีเมื่อเห็นว่าทหารครุฑาพูดกับกษัตริย์ของตน “ เหตุใดเราจักต้องมอบนางให้พวกเจ้า?..” “.....” “ แลหากเรามิยอมมอบครุฑีตนนี้ให้เล่า พวกเจ้าจักทำเยี่ยงไร?..” “.....” “ หากพวกเจ้าจักเข่นฆ่า ครุฑีที่ไร้ทางสู้ เราคงมิอาจทนเห็นได้ดอกหนา..” พระสุวรรณเมฆาตอบกลับทหารครุฑาไปอย่างไม่มีความเกรงกลัว แขนแกร่งโอบอุ้มร่างบางของนิศามณีขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง ก่อนดวงตาเฉียบคมจะจ้องมองเหล่าทหารครุฑานิ่ง เหล่าทหารครุฑาหันมองหน้ากันนิ่งก่อนจะสยายปีกแล้วแยกกันพุ่งตรงเข้าไปหาพระสุวรรณเมฆา และพุ่งตรงใส่ทหารอสุราอย่างพร้อมพร้อมเพียงกัน พระสุวรรณเมฆาร่ายคาถาในใจก่อนที่ทหารครุฑาจะมาถึงตน ร่างอสุราหนุ่มก็สูงใหญ่ขึ้นเพียงพริบตาเดียว หมับ! ฝ่ามือใหญ่ของกษัตริย์อสุราหนุ่มคว้าร่างของทหารครุฑาตนนั้นเอาไว้แน่น ก่อนจะบีบร่างนั้นให้แหลกเหลวคามือ ฝ่ามือใหญ่อีกข้างหนึ่งกอบกุมร่างของนิศามณีเอาไว้หลวมๆ เหล่าทหารครุฑาที่เห็นร่างตนสนิทของพระสุบินแหลกเหลวเช่นนั้นก็เกิดความหวาดกลัว จึงสยายปีกหมายจะเร่งบินหนี “ อย่าให้รอดไปได้ แม้แต่ตนเดียว..” พระสุวรรณเมฆารับสั่งอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นเหล่าทหารครุฑากำลังบินหนี ดวงตาสีนิลจับจ้องนิ่ง เพ่งมองตามหลังทหารครุฑาที่บินหนีไป “ พะยะค่ะ..” เหล่าทหารอสุราขานรับพระบัญชาก่อนจะร่ายคาถาให้ร่างสูงใหญ่แล้วตามเหล่าทหารครุฑาไป ๐๐๐๐๐๐๐๐ คำเตือน นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นจากความคิดและจินตนาการของไรท์ล้วน ๆ เป็นเรื่องราวของความรักข้ามสายพันธุ์ในยุคของวรรณคดี ลักษณะความพิเศษของตัวละครมีเรื่องราวเหนือธรรมชาติและสถานที่ต่างๆจะเป็นสิ่งสมมุติขึ้นมาเพียงเท่านั้น อาจผิดแผกแปลกไปจากตำนานที่เล่าขานกันมาเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นภาษาที่เราใช้ จะเป็นภาษาที่มาจากหลายยุคหลายสมัยรวมกัน มีเนื้อหาบางช่วงบางตอนที่มีบรรยายฉากร่วมรักระหว่างหญิงชาย จะมีเนื้อหาไม่เหมาะสมของตัวละครทั้งด้านคำพูดและการกระทำทางเพศ ที่ไม่สมควรเลียนแบบ
อุ้มรักเมียซาตาน

อุ้มรักเมียซาตาน

ในวันที่เธออุ้มท้องลูกของเขา เขากลับประกาศแต่งงานกับหญิงอื่นต่อหน้าผู้คนมากมายในงานเลี้ยงวันเกิดของเขา จากสถานะคนรักและกำลังจะแต่งงานกัน กลายเป็นนางบำเรอและดอกไม้ริมทางที่โดนเขี่ยทิ้งเหมือนหมาข้างถนน โมรินหอบหัวใจอันบอบช้ำและลูกน้อยในท้องหนีไปจากชีวิตของเขา ข่าวการแต่งงานอันชื่นมื่นระหว่างเขากับผู้หญิงคนนั้น “เพื่อนสนิทของเธอ” ที่ทำกันได้ลงคอทำให้เธอเสียใจจนแทบไม่อยากจะอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว แต่สติก็ดึงให้เธอกลับมาคิดถึงชีวิตน้อยๆ อีกหนึ่งชีวิต ที่ไม่รับรู้อะไรด้วยเลย เธอไม่เคยคิดอยากจะข้องเกี่ยวกับผู้ชายใจร้ายแบบเขาอีก และไม่คิดที่จะให้เขามารับรู้ด้วยว่าเธอมีลูกน้อยกลอยใจน่ารักเพียงใด แต่ชะตาชีวิตกลับเล่นตลก เหวี่ยงเธอกับลูกน้อยกลับมาให้พบเจอกับเขาอีกครั้ง ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยทำร้ายหัวใจของเธอให้เจ็บปวดเจียนตาย เขากำลังกลับมาพรากเอาหัวใจดวงน้อยไปจากอกของเธออีกครั้ง และครั้งนี้เธอจะยอมให้เขาพรากสิ่งใดไปจากเธอได้อีกแล้ว
นพรัตน์ & ณัชชา

นพรัตน์ & ณัชชา

“ในเมื่อเราย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ก็อยากจะขอร้องเธอสักสองเรื่อง...จะได้ไหม” คราวนี้เป็นนพรัตน์ที่ใจคอไม่ดีขึ้นมาบ้าง มองแผ่นหลังของเธอ หยั่งเชิงอึดใจเดียว ถามกลับสั้นๆ “อะไร” “คือ...” เอ่ยขึ้นมาคำหนึ่งอย่างลังเล ก่อนจะหันมองข้ามไหล่สบตากับเขาตรงๆ พูดด้วยน้ำเสียงให้ฟังดูกังวลใจอยู่พอประมาณ “คือตอนนี้เรากำลังคบอยู่กับติน เธอจำตินได้ใช่ไหม เอ่อ ธารินทร์ที่เรียนห้องเดียวกันกับพวกเราน่ะ...และเรากับตินก็มีแพลนจะแต่งงานกันปลายปี” จากใบหน้าที่ดูเฉยเมยของชายหนุ่มค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นขมึงบึ้งตึงในทันที ใบหน้าหล่อเหลาบัดเดี๋ยวแดงบัดเดี๋ยวเขียว แววตาที่จ้องตอบดูคุกคามเอาเรื่อง แล้วก็นิ่งอยู่เป็นนาน พูดอะไรไม่ออกราวกับถูกน็อคด้วยหมัดนุ่ม ๆ ที่ซ่อนก้อนเหล็ก ก้อนเล็กๆ แต่ใส่อัดกันจนแน่นที่ปลายนวมนั่น เห็นท่าทีเขาแล้ว ยิ้มบางๆส่งให้ เอ่ยต่ออีกหน่อย “อยากขอร้องแค่ว่าอย่าพูดเรื่องเมื่อคืนนี้ออกไปจะได้ไหม ขอให้มันจบลงที่นี่” หยุดหน่อยหนึ่ง ประเมินท่าทีของเขาเห็นแววตาเหมือนกับมีกองไฟเต้นเร่าๆในนั้น ก็หลุบตาลง ยิ้มน้อยๆ บอกต่ออีกข้อ “และระหว่างเรา มันจะต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก” ย้ำด้วยเสียงหนัก ๆ ในตอนท้าย “ได้ใช่ไหมนพรัตน์” ในอกในใจเขาเดือดพล่านคล้ายมีคนจุดไฟตั้งเตาอยู่ข้างในนั้น นพรัตน์ยืดตัวตรง สูดลมหายใจเข้าอย่างต้องการระงับอารมณ์ที่เดือดปุดๆ หลังจบคำขอร้องของเธอ มีแพลนจะแต่งงานกับธารินทร์อย่างนั้นหรือ อย่าพูดเรื่องระหว่างเขากับเธอเมื่อคืนนี้อีกอย่างนั้นหรือ และ เรื่องแบบเมื่อคืนนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก...อย่างนั้นหรือ นพรัตน์บิดริมฝีปากลง แล้วว่าเสียงหยัน “ไอ้แว่นมันคงดีใจน่าดู ที่เมียมัน มีประสบการณ์เข้าหอมาแล้ว”
สาวงามที่ฉํนเก็บมาดันเป้นอัศวินจากต่างโลกซะงั้น!

สาวงามที่ฉํนเก็บมาดันเป้นอัศวินจากต่างโลกซะงั้น!

จากบ้านนอกคอกนา สู่สถาบันที่เต็มไปด้วยลูกคนรวย เพื่อนร่วมชั้นปีที่มีวิถีชีวิตต่างกันสุดขั้ว จนเริ่มไม่มั่นใจว่าคิดถูกหรือผิดที่เลือกเป็นนักเรียนทุนที่นี่ แต่ในวันคืนที่ท้อแท้กับการปรับตัวในสังคมใหม่ ฉันก็ได้พบกับสาวงามคนนึง แถมยังมาตัวเปล่า! (ตัวเปล่าจริงๆ นะ) สาวงามสุดแปลกที่พูดจาโบร่ำโบราณ และดูท่าจะไม่มีที่ไปจึงพลั้งปากไปว่ามาพักกับฉันไปก่อนก็ได้... แล้วก็ได้รู้ความจริงว่าเธอเป็นอัศวินสาวมาจากต่างโลก!? อะไรกันเนี่ย นอกจากเพื่อนในโรงเรียนที่หลุดโลกแล้ว ตอนนี้คนที่อยู่ในบ้านฉันก็หลุดโลกเหมือนกันเรอะ!? และแล้ววันคืนที่แสนน่าปวดหัวกับการอยู่ร่วมกับคนที่มาจากสังคมก็เริ่มขึ้น หรือบางที นี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนบางอย่างสำหรับฉันก็ได้มั้ง?
รักก่อนดวงอาทิตย์ตก

รักก่อนดวงอาทิตย์ตก

ซู่เฉียวเหมยกลับบ้านหลังจากที่หายไปสามปี ถูกส่งไปที่เตียงของจื้อเย่ด้วยฐานะของนางสังคม คืนเดียวที่เต็มไปด้วยความรัก แต่เธอพบว่าจื้อเย่ไม่ได้รู้จักเธอเลย เขาหลงใหลในตัวเธอคนใหม่ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิด ซู่เฉียวเหมยเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวตน ส่งข้อความให้เขาถามว่า สัญญาที่จื้อเย่เคยให้ไว้กับเธอยังถืออยู่หรือไม่ “ฉันมองเธอเหมือนน้องสาวเสมอ” คำพูดที่เย็นชาเจาะลึกเข้ามาในใจของซู่เฉียวเหมย “คำพูดเหล่านั้นเพียงแค่ทำให้เธอสบายใจในช่วงที่รักษาตัวที่ต่างประเทศ เราสิ้นสุดกันแล้ว ต่อไปนี้อย่าให้เราติดต่อกันอีก” ซู่เฉียวเหมยปิดโทรศัพท์อย่างเงียบๆ ตัดขาดความคิดถึงที่สะสมมาเป็นสิบปี แต่ในวันที่เธอจะจากไป จื้อเย่却น้ำตาคลอ เขาย kneel ลงที่เท้าของเธอและกล่าวด้วยเสียงอ้อนวอน “เฉียวเหมย... ขอร้องเธอ อย่าทิ้งเราไปเลยนะ เธอบอกว่าจะแต่งงานกับฉัน…” ซู่เฉียวเหมยโยนเขาออกไปโดยไม่ลังเล: “นี่คือสิ่งที่เธอพูด ว่ามองฉันเพียงเป็นน้องสาวเท่านั้น"