icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวโรแมนติก

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
เมียบำเรอฟรีแลนซ์

เมียบำเรอฟรีแลนซ์

ปานทิพย์ถูกส่งให้ไปทำเรื่องบางอย่างกับณัฏฐ์ในคืนงานเลี้ยงรุ่น แต่แล้วเขากลับรู้ตัวและตลบหลังเธอด้วยการจับมาเป็นเมียบำเรอแบบลับ ๆ “ปานต้องคอยทำให้ดินสิ ไม่ใช่ให้ดินหากินเองแบบนี้” เสียงเขาตอบคลอเคลียข้างหู เรียกขนอ่อนให้ลุกชันไปทั่วทั้งร่างกาย เบี่ยงตัวหนี แต่ก็ไปไหนไม่พ้น เมื่อแขนกำยำกักเธอเอาไว้ทั้งสองข้างกับขอบผนังตรงนั้น เธอเบี่ยงหน้าหลบลมหายใจร้อน ๆ หลบปาก หลบจมูกของเขาที่อวลไปด้วยกลิ่นเหล้า ที่รู้สึกเหม็นคลุ้งจนอยากอาเจียน “อย่านะดิน” “อย่าอะไรล่ะ” ณัฏฐ์ถามเสียงแตกพร่า อย่างที่คนฟังรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร “ดินบอกแล้วไง ว่าปานต้องพร้อมให้ดินทุกที่ทุกเวลาอย่างที่ดินต้องการ” “แต่ไม่ใช่ตรงนี้” “อย่างนั้นจะเรียกว่าทุกที่ทุกเวลาได้ยังไงล่ะ” คนพูดย่ามใจ ล้วงมือเข้าเสื้อของเธอ คลึงเนื้อนุ่มอย่างมันเขี้ยว “เห็นปานเป็นอะไรเนี่ย” “อ้าว นี่ยังไม่รู้อีกหรือปานทิพย์ว่าเป็นอะไร” ณัฏฐ์ถามกลั้วหัวเราะ แต่เธอไม่นึกขำไปด้วย เค้นเสียงที่บ่งบอกถึงความรู้สึกได้อย่างชัดแจ้ง “ปานอยากเกลียดดินแค่ไหนรู้ไหม” “ก็เกลียดสิ ดินไม่ได้ห้ามนี่” ปานทิพย์ชะงัก มองหน้าชายตรงหน้านิ่ง ต่อว่าเขาด้วยความน้อยอกน้อยใจ “ดินไม่ใช่ลูกผู้ชายเลยที่ทำกับปานแบบนี้” “ปานน่าจะรู้ว่าดินเป็นผู้ชายแค่ไหน ที่ทำให้ปานร้องขอครั้งแล้วครั้งเล่าได้ขนาดนั้นน่ะ”
บ้านไร่สายสวาท

บ้านไร่สายสวาท

วิโมกข์คือชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดที่ผิดหวังจากความรักอย่างรุนแรง เขากลายเป็นคนอ่อนแอไร้หลัก หมกมุ่นอยู่กับสุรานานนับเดือน แต่หลังจากนั้นก็ได้สติเพราะคำพูดแทงใจของเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีคนหนึ่ง เจ็ดปีต่อมาเขาได้กลายเป็นนายหัวผู้ทรงอิทธิพลในธุรกิจค้าหอยเป๋าฮื้อ และต้องเผชิญหน้ากับอดีตคนรักที่เข้ามาอยู่ในบ้านของเขาอีกครั้ง... ชาร์มมิ่งในวัยยี่สิบสี่ปีเดินทางจากนิวยอร์กสู่สงขลาอีกครั้งหลังจากเจ็ดปีผ่านไป เพราะถูกเพื่อนรักขอร้องให้มาแสดงละครขัดขวางอดีตคนรักของพี่ชาย เธอไม่อยากทำแบบนี้เลยเพราะพอใจที่จะแอบรักเขาไปแบบนี้มากกว่า แต่จะทำไงได้ล่ะ.. ในเมื่อเธอก็ถูกผู้เป็นย่าคอยจับคู่อยู่เรื่อยไป จึงตัดสินใจเลือกในสิ่งที่หัวใจปรารถนา... การแสดงที่มาจากส่วนลึกของจิตใจจริงๆ จึงเริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่วินาทีที่เธอเจอหน้าเขา
ลูกหนี้ตีตรา

ลูกหนี้ตีตรา

บุญคุณต้องชดใช้ก็จริง แต่ถ้าหัวใจเขาไม่ปรารถนา คำขอของผู้ใหญ่ก็ไม่อาจเป็นจริงได้ แต่นั่นก็ไม่ยากเท่ากับการทำให้เธอรัก หรือสุดท้าย เขาจะต้องปล่อยให้เธอทำอย่างใจต้องการ...จริงๆ คมน์เงยหน้าขึ้นมองสาวน้อยที่กำหัวใจเอาไว้ตั้งแต่แรกที่เขาเติบโตเป็นหนุ่ม เริ่มที่จะรู้จักความรัก ไม่เคยที่จะมอบหัวใจให้กับผู้หญิงคนไหนเลยนอกจากคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ถึงแม้ว่าจะตัดสินใจแล้ว แต่พอถึงเวลาที่จะต้องพูดจริงๆ มันเหมือนกับมีหินหนักๆ มาถ่วงเอาไว้ บวกกับดวงตาเป็นประกายเอาเรื่องคู่นั้นอีก มันทำให้เขา...ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงดี “ต้นหลิว...พี่จะคืนอิสระให้เรานะ เรา...หย่ากันเถอะ”
ข้าไม่เป็นแล้ว ภรรยาผู้แสนดี

ข้าไม่เป็นแล้ว ภรรยาผู้แสนดี

หลิวเยว่ชิง สาวงามของเมืองหลวง บุตรสาวของท่านหมอหลวงหลิว ความงามของนางเป็นที่ประจักษ์ ทั้งเรื่องความสามารถเรื่องการรักษานางก็เก่งไม่แพ้ผู้เป็นบิดา แต่เพราะด้วยที่นางเป็นสตรี นางจึงมิอาจเดินตามรอยเท้าของบิดาได้ ทำได้เพียงรักษาให้กับสตรีที่ต้องการความช่วยเหลือจากนาง นางยังคิดจะเปิดโรงหมอ เพื่อรักษาให้กับสตรีโดยเฉพาะ แต่เพราะคู่หมั้นของนาง กงหลี่เฉียงมิเห็นด้วย นางจึงได้เลิกล้มไปเสีย นางแต่งให้กงหลี่เฉียงท่ามกลางความเสียดายของบุรุษมากมายในเมืองหลวง งานมงคลของนางเป็นที่พูดถึงนานหลายเดือน เพราะสินเดิมที่บิดาจัดเตรียมให้ เรียกได้มามากมายจนไม่ต้องทำสิ่งใดอีกแล้ว นางใช้ชีวิตเป็นฮูหยินของกงหลี่เฉียง ดูแลจวน ทั้งยังดูแลแม่สามีที่เจ็บป่วยอยู่เสมอ จนมีแต่คนเอ่ยชมกงหลี่เฉียงที่ได้ภรรยาเช่นนางไปครอบครอง ในวันแต่งงาน เรื่องที่ไม่อาจไม่พูดถึงไม่ได้คือเรื่องคำสาบานของกงหลี่เฉียง “ข้ากงหลี่เฉียง ขอสาบานต่อฟ้าดิน ว่าชีวิตนี้จะมีเพียง หลิวเยว่ชิงเป็นภรรยาเพียงผู้เดียว” เรื่องนี้ยังสร้างความอิจฉาให้กับเหล่าสตรีในเมืองหลวงอยู่นานหลายเดือน หากบุรุษบ้านใดที่รับอนุเพิ่ม จะถูกเปรียบเทียบกับกงหลี่เฉียงในยามนั้นทันที แต่แล้วความสุขของนางก็อยู่ได้ไม่นาน หลังแต่งงานได้เพียงสองปี กงหลี่เฉียงที่เพิ่งจะได้รับตำแหน่ง รององครักษ์เสื้อแพรมาหมาดๆ ก็พาญาติผู้น้องของเขา ตู้ซิงเยียน เข้าจวนในตำแหน่งฮูหยินรอง เรื่องนี้สร้างข่าวลือไปทั่วเมืองหลวง เพราะไม่คิดว่า กงหลี่เฉียงที่กล้าเอ่ยคำสาบานในวันงานแต่งเช่นนั้น จะกล้ารับสตรีเข้าจวนได้อีก “ท่านทำกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร” หลิวเยว่ชิงดวงตาแดงก่ำ มองกงหลี่เฉียงประคองตู้ซิงเยียนอยู่หน้าเรือนของนาง น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่งามของนาง บ่าวไพร่ที่รู้จักฮูหยินน้อยว่านางแสนดีเพียงใด ก็อดจะเห็นใจนางไม่ได้ “บุรุษใดเล่าในเมืองหลวงที่ไม่มีสามภรรยา สี่อนุ” กงหลี่เฉียงเอ่ยออกมาอย่างหน้าด้านๆ โดยที่ตัวเขาก็หลงลืมเรื่องคำสาบานในวันแต่งงานไปแล้ว “หึ เช่นนั้นรึ ท่านคงหลงลืมไปแล้วกระมังเรื่องคำสาบาน” “แล้วอย่างไรเล่า ชิงชิง เจ้าแต่งเข้าจวนข้ามาสองปี ท้องเจ้ายังมิได้เรื่อง หากข้ารับเยียนเออร์เข้าจวนจะผิดอันใดเล่า” “อ้อ เพราะเรื่องนี้อย่างนั้นรึ” นางยิ้มเยาะตนเอง เป็นนางที่คิดแทนผู้เป็นสามี ไหนจะเรื่องภายในจวน ที่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดล้วนต้องควักมาจากสินเดิมของนาง ไหนจะเรื่องของอาการป่วยของแม่สามีที่แทบจะเรียกหานางทุกหนึ่งชั่วยาม นางและเขาจึงคิดตรงกันเรื่องที่ยังไม่อยากมีบุตร ทุกครั้งที่ร่วมรักกันนางจึงกินยาห้ามครรภ์มาตลอด แต่การที่หวังดีต่อเขาเช่นนี้ ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าหักหาญน้ำใจของนาง “หากท่านดึงดันจะรับนางเข้าจวน เช่นนั้นก็หย่าขาดจากข้าเสีย” “เพ้ย ไม่หย่า เจ้าอย่าได้ใจแคบนักเลย เยียนเออร์ย่อมเชื่อฟังเจ้าอย่างดี ไม่ดีหรือที่จะมีคนมาช่วยดูแลเรือนเพิ่มอีกคน” “วาจาของท่านช่างน่าขันนัก หากข้าไม่รับน้ำชาของนาง นางรึจะเข้ามาอยู่ในจวนได้” “หึ ต่อให้เจ้าไม่รับน้ำชาของนาง นางก็เข้ามาอยู่ในจวนได้ เพราะเยียนเออร์นางตั้งครรภ์แล้ว” คำพูดของกงหลี่เฉียง เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางศีรษะของเยว่ชิง นางเกือบจะล้มไปกองกับพื้น ยังดีที่สาวใช้ของนางเข้ามาประคองนางไว้เสียก่อน เขาให้นางกินยาห้ามครรภ์มาโดยตลอด แต่กลับพาญาติผู้น้องที่ตั้งครรภ์กลับเข้ามาในจวน นางจะทนฟังเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร “อาอิง เจ้าไปเก็บของข้าจะกลับจวนตระกูลหลิว” นางเอ่ยสั่งสาวใช้ที่ติดตามนางมาจากบ้านเดิม “หยุด!!! หากเจ้าจะไปก็กลายเป็นศพออกไปเสีย แต่งเข้าตระกูลกงแล้ว ถึงตายก็ต้องเป็นผีตระกูลกง” กงหลี่เฉียงตวาดออกมาเสียงดัง แต่ที่น่าขันที่สุดเห็นจะเป็นแม่สามีของนาง กลับลุกออกมาจากเรือนของนางได้ ทั้งๆ ที่ในแต่ละวันล้วนแต่นอนป่วยอยู่บนเตียง “ใช่แล้ว อาเฉียงพูดถูก หากเจ้าจะออกไปก็ต้องกลายเป็นวิญญาณเท่านั้น” นางเดินเข้าไปจับมือของซิงเยียนราวกับปลอบใจนางที่ได้รับความไม่ยุติธรรม "หึหึ ท่านแม่ ท่านหายป่วยแล้วรึเจ้าคะ” นางจ้องมองพวกเขาอย่างโกรธแค้น ไม่ว่ายาดีอันใดที่นางเพียรหามารักษา สมุนไพรราคาแพงนางก็ยอมจ่ายเงินซื้อ ก็ไม่อาจทำให้แม่สามีของนางลุกขึ้นมาจากเตียงได้ เห็นทีคงเป็นเพียงละครงิ้วบทหนึ่งเท่านั้น “ข้าเป็นอันใดอย่างงั้นรึ” นางมองเยว่ชิงด้วยใบหน้าที่ใสซื่อ ราวกับว่ากำลังถูกเยว่ชิงใส่ร้าย “ข้าเข้าใจแล้ว เป็นข้าที่โง่เขลามาตลอด ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในจวนที่มาจากสินเดิมของข้า และเรื่องรักษาท่าน เพื่อให้หลี่เฉียงมีเวลาไปอยู่กับแม่นางตู้ หึหึ ตัวข้าช่างน่าขันนัก” ใบหน้าของสองแม่ลูกเบ้อย่างไม่น่ามอง เมื่อถูกเยว่ชิงเปิดโปงเรื่องที่พวกเขานำสินเดิมของนางมาใช้จ่าย นางหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ ก่อนจะกระซิบสั่งสาวใช้ที่อยู่ข้างกาย “ฮูหยิน” นางเอ่ยเรียกเสียงสั่น “ไปเอามา” นางเอ่ยเสียงเบา พร้อมกับผลักสาวใช้เบาๆ อาอิงรู้ดีว่าคุณหนูของนางใจกล้าเพียงใด แต่ไม่คิดว่านางจะเลือกหนทางนี้ แต่ก็ยังไปทำตามคำสั่งอยู่ดี ทั้งสามไม่รู้ว่า สองนายบ่าวกระซิบกระซาบอันใดกัน ได้แต่มองอาอิงหมุนตัวกลับเข้าไปในเรือนอย่างสงสัย เมื่อนางกลับมาพร้อมมีดสั้นในมือ ทั้งสามก็มีใบหน้าที่ซีดขาวอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าจะทำอันใด” กงหลี่เฉียงดันตัวตู้ซิงเยียนไปไว้ด้านหลัง ยิ่งทำให้เยว่ชิงปวดใจมากกว่าเดิม บุรุษที่นางเลือกเองกับมือ กล้าทำร้ายจิตใจของนางมากถึงเพียงนี้ แต่เรื่องนี้จะโทษใครได้ หากเขาไม่เอาใจใส่นางตลอดหลายปีก่อนที่จะแต่งงาน นางจะเลือกเขาได้อย่างไร ทั้งหน้ากากบุรุษแสนดีที่เขาสวมไว้ ทำให้นางเชื่อหมดใจว่าเขารักนางมากจริงๆ เยว่ชิงเดินเข้าไปหาทั้งสามคนช้าๆ พร้อมทั้งกำมีดในมือแน่น “กง หลี่ เฉียง ท่านฟังคำข้าให้ดี” นางยิ้มเย็นออกมาอย่างน่ากลัว “เจ้า เจ้า อย่าได้คิดบ้าๆ เด็ดขาด” “ข้า หลิวเยว่ชิง ชาตินี้คิดผิดที่เลือกบุรุษเช่นท่านเป็นสามี หากมีชาติหน้าจริง ขออย่าได้พบเจอท่านอีก หากพบเจอก็ให้นึกรังเกียจราวกับพบเดรัจฉาน ข้าขอให้ท่านมิได้สิ่งใดหรือสมหวังเรื่องใดอีกเลย” เยว่ชิงใช้มีดสั้นในมือของนางปักเข้าที่หัวใจของนางทันที
หนี้รักหมอสาว

หนี้รักหมอสาว

บทนำ หมอพุฒตาล ศัลยแพทย์ทั่วไป เรียนจบด้วยเกรดนิยมอันดับหนึ่ง เธอกลายเป็นหมอผ่าตัดมือหนึ่งของโรงพยาบาล ด้วยชีวิตที่คิดอุทิศให้กับวงการแพทย์ ทำให้หมอพุฒตาลไม่เคยข้องแวะกับชายใด แม้จะมีหนุ่มเข้ามาจีบไม่เว้นวัน เมื่อบิดาของเธอเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ เพราะการผ่าตัดที่ล่าช้า เนื่องมาจากช่วงเวลานั้น ขาดหมอเฉพาะทาง เหตุผลนี้จึงเป็นแรงผลักดัน ทำให้เธอตั้งใจเรียนศัลยแพทย์ จนฝีมือด้านการผ่าตัดการวินิจฉัยโรคของหมอพุฒตาล เป็นที่ยอมรับของเพื่อนหมอ และคนไข้ที่มารับการรักษา เมื่อเธอทำงานได้สองปีสิ่งที่ไม่คาดฝันกับชีวิตก็เกิดขึ้น เมื่อมารดาเข้ามาหาเธอถึงห้องพักแพทย์ในโรงพยาบาล สิ่งที่มารดาต้องการคือการให้เธอแต่งงานกับลูกชายของเพื่อน เมื่อนางกู้ยืมเงินเขามาส่งเสียให้เธอเรียน ใครเล่าจะรู้ว่าหมอมือหนึ่งอย่างเธอ จะต้องมาแต่งงานใช้หนี้ผู้ชายที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน เงินสิบล้านกับดอกเบี้ยอีกเท่าตัวทางเลือกของหมอพุฒตาล คือการแต่งงานกับชายแปลกหน้าเพียงเท่านั้น เตชิน หนุ่มไฮโซรูปหล่อ เห็นผู้หญิงเป็นแค่เครื่องบำเรอ เขามองความรักเป็นแค่เรื่องล้อเล่น เที่ยวเตร่ไปวันๆ ส่วนธุรกิจของครอบครัวเขาทิ้งให้เตชิต พี่ชายเพียงคนเดียวรับผิดชอบ ความอดทนของผู้เป็นมารดาได้สิ้นสุดลง เมื่อเตชินเที่ยวเตร่ไม่เอาการเอางาน นางจึงยื่นคำขาดด้วยการให้เขาแต่งงานกับหมอพุฒตาล เตชินฟังแค่ชื่อของเธอ เขาถึงกับขำออกมา ชายหนุ่มไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงเฉิ่ม ๆ แบบนั้นเป็นอันขาด ที่สำคัญเขาไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่เมื่อมารดายื่นคำขาดคือการริบทรัพย์ ทั้งบัตรเครดิตและรถสปอร์ตคันหรู เมื่อไม่มีทางเลือก ชายหนุ่มจำใจยอมตกลงแต่งงาน ซึ่งแน่นอนผู้หญิงคนนั้นต้องทนเขาไม่ได้ และเธอต้องขอหย่าภายในสามเดือน เขาจะแสดงอิทธิฤทธิ์ให้เธอดู เธอจะได้รู้ว่าไม่ควรวิ่งเข้ามาในกองเพลิง ที่เขาก่อเอาไว้ เพราะมันพร้อมที่จะเผาเธอให้มอดไหม้ไปในพริบตา!! ************************* ฝากภาค 2 รุ่นลูก ด้วยนะคะ บำเรอรักคุณหมอจ้า*************
The End of Love สิ้นสุดทางรัก

The End of Love สิ้นสุดทางรัก

“เสี่ยวหงพี่รอวันนี้มานานแค่ไหนรู้หรือไม่” ฉางอี้หงนิ่งงัน เธอไม่อาจผลักเขาออกไปได้ เธอรู้หัวใจของตัวเองดี หากจะมีคนบอกว่าเธอบ้าที่ตกหลุมรักคู่หมั้นตนเองตั้งแต่ครั้งแรกเธอก็ยินดีรับเอาไว้อย่างเต็มใจ สองมือของเธอยกขึ้น เหนี่ยวรั้งลำคอของเขาให้โน้มลงมา อ้าปากรับสัมผัสอันดูดดื่มและกระหาย สัมผัสแห่งรักอันคุ้นเคย กว่าที่ต้วนชางหลางจะยอมถอนจูบ ริมฝีปากของฉางอี้หงก็บวมเจ่อไปแล้ว เขาพาเธอไปนั่งหลบมุมที่เก้าอี้หนึ่ง ดึงเธอมานั่งตักเกิดอาการคลั่งรักอย่างรุนแรง... หยางอี้หงมีใบหน้างดงามโดดเด่นทั้งยังมีกลิ่นหอมประหลาดติดกาย ร่างกายของนางพิเศษยิ่งนักที่เมื่อได้รับแผลยังสามารถรักษาให้หายโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้แม้แต่รอยขีดข่วนเล็ก ๆ ชะตากรรมของนางสวยพิเศษจะเป็นอย่างไรนะ?
เมียบำเรอที่ (ไม่) รัก

เมียบำเรอที่ (ไม่) รัก

อรนลินกับจุติมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันก็เพราะความต้องการอยากเอาชนะคะคานในค่ำคืนหนึ่ง แต่แล้วผลของการกระทำในคืนนั้น ก็ทำให้ผู้ใหญ่จับทั้งคู่แต่งงานด้วยเงื่อนไขพิเศษอีกหนึ่งข้อคือเธอต้องมีลูกชายให้เขา แลกกับเงินก้อนใหญ่ “มีอารมณ์ร่วมหน่อยสิ นอนตายด้านแบบนี้จะติดลูกชายได้ยังไง” เขาว่าพร้อมแตะริมฝีปากลงมาแถวๆแอ่งชีพจร อรนลินกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะเค้นเสียงบอกเขา “ฉันไม่มีทางมีอารมณ์ร่วมกับคุณ” “ทำไม ผมมันเป็นยังไงถึงจะมีอารมณ์ร่วมไม่ได้” “คนไม่ได้รักกันนี่” อรนลินว่า แต่เขาแย้งขึ้นก่อนเธอจะพูดจบ “ให้มาผลิตลูกชายนะคุณ ไม่ได้ให้มารักกัน เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า” จุติประชดประชันใส่ แล้วก้มลงปิดปากของเธอเสีย หงุดหงิดกับคำพูดที่ได้ยินเมื่อครู่นี้ชะมัดยาดเลย ไม่ได้รักกันอย่างนั้นหรือ ฮึ่ม!
อันดาวายุ

อันดาวายุ

“คิดถึงเราบ้างไหม” “ก็... คิดถึง” เธอตอบเขาเสียงสั่นๆ ใจสั่นยิ่งกว่าอะไร “ชื่นใจเหมือนกันนะ มีคนบอกว่าคิดถึง” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเอาไว้ ประสานเข้าหากัน มือที่กุมเข้ามาหาทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอไม่ได้ดึงมือหนีเพราะมันรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข “ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะลม” เธอชวนเขาคุย ท่าทีเขินอายทำให้เขามองแก้มสาวไม่วาง “อืม... แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” “กลัวแก่เหรอ” “เปล่า แค่รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกิน อันดาว่าไหมแป๊บเดียวก็จะขึ้นปีสองแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งรับน้องไปเมื่อวานเอง” “อยากกลับไปรับน้องใหม่เหรอ” เธอถามขำๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดกึกมองหน้าเขา สบตาอย่างเผลอไผล “เวลาอันดายิ้มหรือหัวเราะแล้วน่ารัก” เขาไล้แก้มสาวเบาๆ คนถูกชมเขินอายหนักกว่าเก่า “เอ่อ...” เธอก้มงุด สัมผัสของเขาให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด “ฝนยังตกหนักอยู่เลย อันดาไม่ได้พาร่มมา” เธอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น มองมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือเขาแล้วใจสั่นรัว “ตกก็ดีนะ จะได้นั่งอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเงยหน้ามองเขาก็หน้าร้อน ก้มงุดอีกรอบ เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา อันดารู้สึกใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา “อันดาตัวสั่น” เขาจับบ่าของเธอเบาๆ อันดายิ่งสั่น เขินอายอย่างหนัก เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสในทำนองนี้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินมากมาย แค่จับมือส่งสายตามาให้เธอก็วาบหวามอย่างไม่อาจควบคุมได้ “กลัวเราเหรอ” “เปล่า” “แล้วทำไมตัวสั่น” “เขิน” เธอตอบแล้วเขินหนักกว่าเก่า เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำตอบน่ารักนั้น “ก็เห็นแอบมองเราทุกวัน” “แอบมอง?” เธอเงยหน้าขึ้นมอง สบตาแล้วก้มงุด กัดปากตัวเองเบาๆ เขารู้ด้วยเหรอว่าเธอแอบมอง “แอบมองอยู่ที่บานเกล็ดหน้าต่าง ลมจำได้เลยว่าห้องนอนอันดาอยู่ตรงไหน” “เห็นได้ยังไง” เธอถามเสียงเบาหวิว “บานเกล็ดมันยกขึ้น เลยเห็นว่าแอบมอง” เขายิ้มขำคนทำหน้าเหลอหลา เธอเขินหนักมาก ไม่รู้จะวางไม้วางมือตรงไหนดี “ทีหลังไม่ต้องแอบมองก็ได้ จะถอดเสื้อให้มองเต็มๆ ตา” “ลมน่ะ” เขามาพูดอะไรแบบนี้ ใครจะอยากไปมองเขาถอดเสื้อผ้ากันเล่า! โอ๊ย! คนบ้า ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตกหนัก เธอคงวิ่งหนีไปแล้ว วายุยกยิ้มมุมปาก เห็นคนขี้อายแล้วหยิกแก้มเบาๆ “อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อยากจะมุดพื้นหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้ถ้าทำได้ *** “อันดาอยากมีลูกสักกี่คนครับ” “คะ?” เธอหันมามองเขาแล้วหน้าแดง มาถามอะไรแบบนี้ “ไม่รู้สิ” เธอก้มงุดตักข้าวต้มกินอย่างขัดเขิน “สักโหลดีไหม ตั้งทีมฟุตบอล” “บ้าเหรอ เราไม่ใช่แม่หมูนะ” “อันดาจะเป็นเมียเราเหรอ” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบถาม คนถูกถามหน้าแดงร้อนเห่อกว่าเก่า “ไม่รู้ไม่ชี้” *** “อันดา เรามีอะไรจะบอก” “อะไรจ๊ะ อื้อ...” เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อถามเขา เลยโดนหอมแก้มฟอดใหญ่ “จะบอกว่าแก้มหอม” “คนเจ้าเล่ห์” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ลูบไปมาเบาๆ มองร่างสูงที่เดินออกไปรอเธอนอกบ้านด้วยความขัดเขิน
หทัยแก้วปักษา

หทัยแก้วปักษา

เพราะคำมั่นสัญญาที่ผู้มีพระคุณให้เป็นคำสัจ..หญิงสาวตัวเล็กๆเพียงคนเดียวจึงต้องเดินทางแรมเดือนเพื่อเข้าไปในป่าลึกและแล้วเธอก็ได้พบพานกับใครบางคน หรืออาจเรียกว่าบางตนก็ว่าได้... กรองแก้วหญิงสาวที่ต้องถูกส่งมาแต่งงานที่ดินแดนลึกลับเพราะคำมั่นสัญญาที่ผู้มีพระคุณได้ให้คำสัจแด่อีกฝ่ายเอาไว้เธอนั้นต้องเจอกับเรื่องลี้ลับมากมายเมื่อเดินทางมาถึงป่าแถบทางเหนือ จนตกอยู่ในอันตรายแต่มีความโชคดีสำหรับกรองแก้วอยู่ไม่น้อยที่มีบางคน ไม่ใช่สิ เรียกว่าบางตนนั้นช่วยเธอจะดีกว่าเขานามว่าปักษาทั้งกายายังมีบางส่วนที่เหมือนเช่นนก ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันขณะที่อยู่ในป่าทำให้ทั้งสองเกิดมีเยื่อใยให้กันจนเกิดเป็นความอบอุ่นวนอยู่ในหัวใจไม่นานความรู้สึกดีๆที่มีก็เรียกได้ว่าเป็นความรักจนกรองแก้วนั้นลืมไปว่าหน้าที่ของตนที่มาที่นี่นั้นเพื่อมาทำการอันใด และแล้วเหตุที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้นเมื่อกาลเวลาอันแสนหวานผ่านไปไม่นานนักเจ้าบ่าวตัวจริงได้มาทวงหญิงสาวคืนแล้วชีวิตของเธอที่เคยตกเป็นเจ้าแก้วดวงใจของปักษาเธอจะสามารถทำหน้าที่ภรรยาให้กับชายที่เป็นคู่หมั้นสัญญากันได้หรือไม่แล้วความรักของกรองแก้วกับปักษานั้นจะเป็นเช่นไรติดตามได้ในเรื่อง หทัยแก้วปักษา ได้เลยนะคะ เรื่องนี้เป็นแนวย้อนยุคนะคะร่างโครงเรื่องโดย หอศังกร และลงรายละเอียดคำบรรยายโดย ปลายฟ้า นิยายเรื่องนี้สร้างจากจินตนาการไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์จากใครหรือสิ่งใดและไม่ได้เจตนาลบหลู่ความเชื่อย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้เจตนาลบหลู่ความเชื่อทุกอย่างเกิดจากจินตนาการนะคะ ชื่อคนสัตว์สิ่งของสถานที่ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องที่ปรุงแต่งขึ้น ขอทำความเข้าใจ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ช่วง...ไรท์อยากพูดคุยกับนักอ่าน 💒~ ↳ เมื่อต้นปี2564คิดอยู่นานมากว่าจะเขียนนิยายแนวโบราณๆดีมั้ยมีพล็อตโครงเรื่องอยู่แล้วแต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดเป็นแนวครุฑกับนาคอะไรประมาณนี้...และแล้วก็ได้เริ่มลงตอนที่พึ่งจะเขียนแต่ก็ไปได้ไม่ถึงไหนเขียนไม่จบเพราะรู้สึกว่ายากเหลือเกินกับภาษาที่ไม่ใช่ยุคสมัยปัจจุบัน... พอมาใกล้จะสิ้นปีกลับอยากจะเขียน..ไม่รู้ว่าคนจะชอบหรือไม่ชอบก็อยากจะเขียนให้มันจบเพราะคิดว่าพล็อตที่วางเอาไว้เราอ่านแล้วชอบมากโดยส่วนตัวและอยากจะทำให้มันเป็นเรื่องยาวเป็นซีรีย์ที่มีหลายภาคไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า และแล้วเราก็เขียน “หทัยแก้วปักษา” จบในวันที่ 29 ก.ค 2566 จะมีภาค 2 ของเรื่องนี้ต่อหรือเปล่าเราเองก็ไม่แน่ใจ แต่มีวางพล็อตเอาไว้แล้ว หากมีภาคต่อออกมาเราจะแจ้งที่หน้าเพจ prayfa นิยายรักโรแมนติกนะคะ แอบกระซิบว่าเรื่องของผกามาศและเพชรรัตน์ในชาติปัจจุบันจะอยู่ในเรื่อง “ตรารักลิขิตบาปนะคะ” ซึ่งเรื่องนี้เขียนจบไปนานแล้วด้วย... ++++ ด้วยความที่เราเองเป็นคนในยุคปัจจุบันหากภาษาที่เขียนลงในนิยายผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ จะพยายามพัฒนาฝีมือการเขียนให้ดีขึ้นค่ะ หลังจากนี้นิยายนามปากกา ปลายฟ้า ตั้งใจว่าจะผลิตผลงานนิยายแนวโบราณย้อนยุคของไทย ข้ามภพชาติ มีกลิ่นแฟนตาซีปะปนเล็กน้อย ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ตัวอย่างบางตอน ดวงตากลมโตเหลือบมองด้วยแววตาฉงน เมื่อเห็นว่ามีชายร่างสูงใหญ่กำยำยืนหันหลังอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่สวมเสื้อปล่อยผมยาวดกดำสลวยสยายเต็มหลังท่อนล่างนุ่งเตี่ยวสีงาช้างโชว์กล้ามขาแกร่ง จนสาวเจ้าต้องแอบหลุบสายตาลงต่ำเล็กน้อยด้วยเพราะไม่เคยได้เห็นเนื้อหนังผู้ชายคนใดมากเท่านี้มาก่อน “คุณคะ” หลังจากรวบรวมความกล้าได้ หญิงสาวร่างเล็กก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่อีกครั้งช้าๆ ริมฝีปากบางเปิดส่งเสียงเรียกคนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนักด้วยน้ำเสียงหวาน “เจ้าตื่นแล้วหรือ” ร่างกำยำใหญ่ผิวขาวใสจนไม่เหมือนคนที่อยู่ในป่าในดงค่อยๆหันกลับมาหาคนเรียกช้าๆ พร้อมส่งเสียงทุ้มทักทายหญิงสาวที่เขาช่วยเอาไว้อย่างเป็นมิตร “หา...” ภาพชายร่างสูงใหญ่กำยำที่หันมาอมยิ้มให้เธอตอนนี้ทำเอาหญิงสาวตัวชาวาบชะงักอ้าปากค้าง เพราะไม่เพียงแต่เขาที่หุ่นเหมือนคนโบราณปล่อยผมยาวเท่านั้นที่แปลกแต่ดวงตาคมของเขามีนัยน์ตาเป็นสีเหลืองอำพันรอบดวงตาที่มีขนคล้ายขนนกอินทรีย์ราวกับเขาใส่หน้ากากนกอินทรีย์เอาไว้ แต่เมื่อเขาเดินมาใกล้ๆให้เธอเพ่งสายตามองดีๆกลับไม่ใช่หน้ากากแต่เป็นใบหน้าของเขาจริงๆ “อ..อ๊ายยย..” เมื่อร่างสูงใหญ่ที่ทำให้เธอตื่นกลัวจนทำอะไรไม่ถูกได้เข้ามาใกล้มือน้อยของเธอก็กำมือเอาไว้แน่นหลับตาปี๋เพื่อที่จะไม่มองสิ่งที่ทำให้กลัวตรงหน้า ริมฝีปากบางกรีดร้องดังขาเรียวเริ่มขยับและรีบวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อหนีสิ่งที่น่ากลัวไปทางหลังกระท่อมน้อย “ไม่ต้องกลัวข้า..” เสียงทุ้มเอ่ยตามหลังหญิงสาวที่วิ่งหนีไป ทั้งส่ายหัวเบาๆอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจทำให้หญิงสาวนั้นกลัวแต่อย่างใด
พ่อม่ายกับยัยพี่เลี้ยง

พ่อม่ายกับยัยพี่เลี้ยง

เรื่อง...พ่อม่ายกับยัยพี่เลี้ยง คำโปรย...นักธุรกิจหนุ่มลูกติด มีปมชีวิตความใสซื่อและความดีของเธอทำให้เขาสนใจ ส่วนลูกชายที่ไม่ยอมไปโรงเรียนเพราะโดนเพื่อนล้อว่าไม่มีแม่ อยากได้เธอมาเป็นแม่ซึ่งเขาก็เห็นด้วยกับลูกชายเช่นกัน แนะนำตัวละคร คุณอาทิตย์ เจริญเดชาพงษ์ (คุณอาทิตย์) หนุ่มหล่อรวย เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้ากลางใจเมือง และยังมีธุรกิจ ผลิต นำเข้า และส่งออก เกี่ยวกับสิ่งอิเล็กทรอนิกส์ รายใหญ่ที่สุดในประเทศอีกด้วย แต่อาทิตย์เขามีลูกติดชื่อน้องเกียร์เป็นเด็กผู้ชายอายุสามขวบ แม่เสียชีวิตตอนคลอดน้องเกียร์ออกมาได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เพราะเธอเสียเลือดมาก นันทิชา มงคลสวัสดิ์ (มิรา) หญิงสาวที่พึ่งเรียนจบมาใหม่ๆ เธอตกงาน ที่บ้านกำลังลำบาก เธอออกหางานทำเพราะต้องส่งน้องเรียน น้องเธออยู่มัธยมต้น เป็นผู้หญิงชื่อลิลิน พ่อแม่เสียไปนานแล้ว เหลือกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านถึงรอดมาถึงทุกวันนี้ได้
โสเภณีไร้เดียงสา

โสเภณีไร้เดียงสา

เธออายุเพียง 15 ปี ก็ถูกนำตัวมาขายให้มหาเศรษฐีหนุ่ม เขาอายุ 32 ปี หนุ่มใหญ่ผู้ร่ำรวยและเย็นชา เมื่อเธอถูกนำมาขายใช้หนี้และเขาก็รับเธอไว้ในฐานะคนรับใช้ส่วนตัว ทว่าเพียงวันแรกที่เธอได้มาเหยียบบ้านของเขา เธอก็สูญเสียพรหมจรรย์ไป อะไรคงไม่ร้ายเท่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว และเธอเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา เธอไม่มีวันยอมเป็นโสเภณีไร้เดียงสาตลอดไปหรอก เพื่อลูกและเพื่ออนาคต เธอจึงต้องอุ้มท้องหนีเขาไปอยู่ที่อื่น โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ และเมื่อเวลาผ่านไป 4 ปี เธอและเขาได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในฐานะท่านประธานกับเลขาสาว การพบกันครั้งนี้ เธอเปลี่ยนไปมาก จากเด็กสาวผู้อ่อนต่อโลก กลายเป็นหญิงสาวที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ที่สำคัญ...เด็กชายวัย 3 ขวบที่เรียกเธอว่า ‘แม่’ ก็มีใบหน้าเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน !
สัญญารักซาตานร้าย

สัญญารักซาตานร้าย

‘ยัยหนูมิ้นท์ ยัยกระต่ายตื่น… ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังยิ้ม ร้องไห้ หรือหัวเราะ เมื่อได้เห็นสร้อยเส้นนี้ เธอจำได้ไหมว่ามันเป็นสร้อยที่เธออยากได้และฉันเคยจะซื้อให้แต่เธอไม่ยอมรับมัน (ที่เธอเคยบอกว่า มันราคาแพงเกินไป มิ้นท์รับไม่ได้) แต่วันนี้มันเป็นของเธอแล้วนะ ได้โปรดเถอะนะมายมิ้นท์ ฉันขอร้อง... ช่วยเก็บมันไว้ได้ไหม หากเธอไม่อยากได้มันแล้ว ก็ช่วยเก็บมันเอาไว้ให้ฉันที รอวันที่ฉันกลับมา เธอคงสงสัยสินะว่า... ฉันกำลังจะไปไหน เวลานี้... ตอนที่เธอกำลังอ่านจดหมายฉบับนี้ ฉันคงกำลังอยู่ที่ไหนสักแห่งบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่นี้ มินตรา... ฉันขอโทษ ฉันไม่อาจทนลาจากเธอด้วยตัวเองได้ ฉันกลัวว่าฉันจะทำใจไม่ได้หากต้องเอ่ยลาเธอด้วยตัวเอง ตอนนี้ฉันกำลังไปฝรั่งเศส ไปทำหน้าที่หลานชายที่ดีของคุณย่า ฉันหวังเพียงว่า...เธอจะเข้าใจฉัน เวลานี้เธอคงกำลังดีใจสินะ ที่ไม่ต้องคอยอยู่ใกล้รับใช้เจ้านายเจ้าอารมณ์อย่างฉันอีกต่อไป มินตรา...มายมิ้นท์...หนูมิ้นท์ของฉัน รอฉันนะ รอวันที่ฉันกลับมา ฉันสัญญาว่า...ฉันจะกลับมาบอกรักเธอ และฟังคำตอบจากเธอด้วยตัวฉันเอง ว่า...เธอเองก็รักฉัน เหมือนที่ฉันรักเธอ ฉันหวังว่าวันที่ฉันกลับมา...ฉันจะเห็นเธอสวมสร้อยเส้นนี้ไว้แทนคำตอบว่า เธอเองก็รักฉัน ลาก่อน...มายมิ้นท์ หนูมิ้นท์ของฉัน นายน้อยจอมโหดของเธอ (ฉันรู้นะว่าเธอชอบเรียกฉันแบบนี้ ยัยกระต่ายตื่น) ส่วนเบเกอรี่นี่ฉันยกให้เธอ ค่อยๆกินทีละชิ้นนะ อย่างน้อยมันอาจทำให้เธอคิดถึงฉันบ้างเวลาที่เธอกินเบเกอรี่พวกนี้ เพราะว่า แต่ละชิ้นมันเป็นตัวแทนของความคิดถึงที่ฉันมีให้เธอ ...มายมิ้นท์
ทัณฑ์รักรอยน้ำตา

ทัณฑ์รักรอยน้ำตา

เมื่อสามีตะโกนใส่หน้า “ผมต้องการหย่ากับเธอ!! คนที่ผมรักเขากลับมาหาผมแล้ว” เมษาเซ็นจำใจชื่อบนใบหย่าพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลพรู เธอตัดสินใจเก็บงำความลับไว้กับตัว พร้อมกับจากไปโดยไม่ปริปากบอกคีรินเลยสักคำ ผ่านไป 5 ปี เด็กชายคนหนึ่งมาตามหาพ่อ... “ผมจะไปหาพ่อผม ปล่อยผมนะ!!” เสียงแผดก้องบริเวณหน้า ล็อบบี้ แม้แต่คีรินเองยังอดสนใจไม่ได้ เด็กชายคนหนึ่งถูก รปภ. รั้งตัวไว้ เขาดิ้นกระแด๋วๆ ตะโกนลั่น ผิวทั้งหน้าแดงก่ำ มีเม็ดเหงื่อผุดเต็มไปหน้า และเมื่อเด็กชายวิ่งตรงมาหาเขา “พ่อคร๊าฟฟฟฟฟ” คิรินเข่าอ่อน สัญชาตญาณบางอย่างเตือน เด็กชายตรงหน้าเขานี่ เป็นเลือดเนื้อส่วนหนึ่งของเขาร้อยเปอร์เซ็นต์
วังวนร้อนรักจวนแม่ทัพใหญ่ 4P (นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่)

วังวนร้อนรักจวนแม่ทัพใหญ่ 4P (นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่)

เรื่องย่อ วังวนร้อนรักจวนแม่ทัพใหญ่ แนว 4P ซุนหลีนถูกจับมาเป็นเชลยสงครามพร้อมพี่ชายบุญธรรมที่นางแอบมีใจให้เขาและมารดา แต่ด้วยความงามของนางจึงทำให้ฮูหยินใหญ่ที่ไร้ทายาทต้องการให้นางอุ้มท้องแทนตน เรียนท่านผู้อ่านทุกท่าน หนังสือนิยายเรื่องนี้จัดอยู่ในหมวด นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งเหมาะกับสายแซ่บไม่พูดเยอะ เจ็บคอ จะมีฉาก NC นำเนื้อหาแทบทั้งเรื่อง และพล็อตเบาคลายเครียด แทบไม่มีพล็อตค่ะ ดังนั้นท่านผู้อ่านควรพิจารณาโหลดตัวอย่างก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ ขอบคุณค่ะ
ร้อยเล่ห์แค้น แสนเล่ห์รัก

ร้อยเล่ห์แค้น แสนเล่ห์รัก

“ผู้หญิงแบบนี้ไม่มีใครเอามาทำเมียหรอก รู้ตัวเอาไว้บ้างน่าจะดี” “แต่ก็มีคนแก่ๆคนหนึ่งเคยบอกข้าวอยู่หรอกค่ะ ว่าอยากให้ข้าวมาเป็นมะ...” กระดากจะพูดว่าเมียตามเขาเลยเลี่ยงไปว่า “เป็นแม่ของลูก” ธนากรบดกรามอย่างฉุนจัด เพราะคนแก่ๆคนหนึ่งที่ขวัญข้าวว่านั่นหาใช่ใครที่ไหนไม่ มันตัวเขาเองชัดๆ “ใช่ ไอ้บ้านั่นมันแก่แต่ฉลาดไม่หยอกล่ะที่หลอกฟันเด็กใจแตกหัวรั้นคนนั้นได้แล้วแกล้งบอกว่าจะให้ผู้ใหญ่ไปขอน่ะ” สุดทนอีกต่อไป ขวัญข้าวยิ่งกว่าโกรธในตอนนี้เองเห็นชายตัวโตตรงหน้าเล็กเท่ามดก่อนกระโดดใส่พร้อมเงื้อมือจะชกอีกฝ่ายที่ว่าเธอเป็นเด็กใจแตก ธนากรยิ้มมุมปากก่อนตั้งรับเอาไว้ได้ทันทั้งตัว รู้ในวินาทีเองว่าได้ตกลงไปในหลุมที่เขาขุดรอเอาไว้แล้ว ทั้งยังเสียเปรียบเขาจนเอาตัวไม่รอดอีกด้วยเพราะถูกคนแก่กอดรัดเอาไว้เสียแน่นราวกับหมึกยักษ์โคลอสซัล “ทำเป็นโกรธ ที่จริงอยากกอดก็บอกมาเถอะ”
สามีสุดสวาท

สามีสุดสวาท

พฤกษ์ เกริกเกียรติสุริยะ... เขารักเธอไม่มีวันเปลี่ยนแปลงและจะรักตลอดไป “เจ็บหรือเปล่า ทำไมไม่หลบ” นิ่มสัมผัสถึงน้ำเหนียวๆ ที่ติดมากับเล็บและมือ เธอทำเขาเลือดตกยางออกอีกแล้ว “หลบได้ไง เมียกำลังโมโห ถ้าหกล้มฟาดไปจะทำยังไง พี่เป็นห่วงนิ่ม ห่วงลูกของเรานะ” พฤกษ์คุกเข่าลงตรงหน้า เขาแนบหน้าโอบกอดเอวเธอเอาไว้ “พี่พฤกษ์” “เจ็บแค่นี้เล็กน้อย พี่ยอมทำให้เมียและลูกรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้ระบายอารมณ์ ยอมเป็นกระสอบทรายให้ทั้งสองคนฟัดตลอดชีวิตเลย” “พี่พฤกษ์” นิ่มอนงค์ปิดปากร้องไห้โฮ รู้สึกตื้อในอก มีผู้ชายแบบนี้อยู่ในโลกจริงเหรอ *** นิ่มอนงค์ พงศ์ไพบูลย์วิทยา... เธอเพิ่งรู้ว่ารักเขา ผู้ชายที่ทำทุกอย่างเพื่อเธอมาทั้งชีวิต ในวันที่เขาจะจากไป เธอไม่มีวันยอมโดยเด็ดขาด “หวงนิ่มเหรอ” นิ่มอนงค์ยิ้มจนแก้มพองเมื่อได้ยินประโยคของเขา อารมณ์ตึงเครียดคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นรื่นรมย์ในทันที “ใครพูด ยังไม่ได้พูดสักคำ” พฤกษ์ตอบหน้าตาย เขาจับขาเธอพาดบ่า “อื้อ... พี่พฤกษ์” นิ่มอนงค์หยัดสะโพกรับ “กะจะจับพี่โดยการปล่อยตัวให้ท้องหรือไง” “คิดว่าได้ผลไหมคะ นิ่มอยากจะปรึกษาเรื่องนี้กับพี่พฤกษ์อยู่เหมือนกัน ถ้าได้ผลนิ่มจะได้ปล้ำพี่พฤกษ์ทั้งวันทั้งคืนให้ตัวเองตั้งท้อง” เธอหัวเราะคิก พฤกษ์เข่นเขี้ยว ทำให้คนปากดีครางไม่เป็นภาษา