สัญญาพิศวาสซาตาน

สัญญาพิศวาสซาตาน

pimchan publication

5.0
ความคิดเห็น
1.3K
ชม
30
บท

“คุณจะแต่งงานกับเพื่อนของฉันจริงหรือเปล่าคะ” “ไปเอามาจากไหนล่ะ” “มีข่าวเกี่ยวดองของสองตระกูล เท่าที่รู้ทายาทของสองตระกูลนี้ก็คือคุณกับเกตุแก้ว” “งั้นเหรอ... เป็นเพื่อนคุณก็ดีนี่ เกตุแก้วเป็นเด็กดี สวยและว่าง่ายอีกด้วย หรือคุณว่าไง” เลิกคิ้วเหมือนจะถามว่ามีอะไรไหม... “เพื่อนของฉันเป็นคนดีเกินกว่าจะต้องมาใช้ชีวิตกับคุณ” “เพราะเขาเป็นคนดีไงถึงต้องใช้ชีวิตกับผม ตอนนี้ผมยังไม่ได้แต่งก็ใช้ชีวิตให้คุ้ม อาจจะมีนอนกับผู้หญิงเบี้ยบ้ายรายทางบ้างก่อนแต่งแต่หลังแต่งนี่คุณไม่ต้องห่วงแทนเพื่อนคุณหรอกนะเพราะว่าผมจะเป็นสามีที่ดีและหยุดทุกอย่างมาสร้างครอบครัวกับเขา คุณควรดีใจแทนเพื่อนด้วยซ้ำไปนะ” คำพูดเจือรอยยิ้มเยาะหยัน และดวงตาคมปลาบที่ทอดมองมายังหนึ่งในผู้หญิงเบี้ยบ้ายรายทางของเขากัดริมฝีปากที่สั่นระริกไว้แน่น... ก้อนแข็งๆ ที่ไม่รู้ที่มาจุกในลำคอจนแน่นไปหมด “ถ้าคุณทำอย่างนั้นได้จริงก็ต้องทำตั้งแต่วันนี้ เราต้องจบกัน ฉันจะไม่ขัดขวางถ้าคุณสัญญาว่าหลังจากแต่งงานแล้วจะทำตามอย่างที่พูด” “ถ้าคุณยังหาเงินมาคืนไม่ได้ ผมก็จะนอนกับคุณไปทุกวันจนกว่าจะแต่งงาน...” ตรัยบอกชัดถ้อยชัดคำ ยิ่งเห็นหล่อนมองเขาอย่างกับมองปิศาจร้าย เขากลับยิ้มได้มากกว่าที่เคย... “คุณ... ทำไมร้ายอาจอย่างนี้ คุณก็รู้ว่าพวกฉันเป็นเพื่อนกัน ทำไมต้องทำอย่างนี้ด้วย คุณตั้งใจจะแต่งงานและให้เกียรติเพื่อนฉันก็ควรเลิกยุ่งกับฉัน” “อยากรู้งั้นเหรอว่าทำไมถึงไม่ปล่อยคุณไป ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะผมอยากให้คุณเจ็บ เจ็บไปถึงไอ้พี่ชายจอมร้ายกาจของคุณด้วยยังไงล่ะ”

บทที่ 1 บทนำ

หทัยวดี พิมชลเคยคิดสงสัยว่าเจ้านายของหล่อนมองหล่อนด้วยสายตาแปลกๆ หากแต่ก็ยังไม่กล้าเดาว่าเขาคิดอย่างไรกันแน่

นับตั้งแต่วันที่ตรัยจ้างหล่อนมาเป็นเบ๊กิตติมศักดิ์ด้วยการปล่อยกู้เงินร้อยกว่าล้านโดยไม่คิดดอกเบี้ย หล่อนก็คิดว่าเขาไม่เคยมองหล่อนในสายตาจนชะล่าใจไม่ระแวดระวังที่จะปกป้องตัวเอง หล่อนพลาดที่มาว่ายน้ำกับเขาด้วยชุดบิกินี่ที่คุ้นเคยเพราะคิดว่าเขาไม่ได้คิดอะไรและคงไม่ล่วงเกินอะไรหล่อน...

แต่วินาทีที่เขาว่ายน้ำมาใกล้ พร้อมกับถลามาคร่อมหล่อนกักหล่อนไว้กับขอบสระในวงแขนของเขา สายตาประกายบางอย่างที่ไม่เคยเห็นบอกให้หทัยวดีมองเขาในมุมใหม่...

เขาเป็นผู้ชายทั่วไป เขาอาจจะไม่สนใจหล่อนแต่แรก หากแต่ความใกล้ชิดที่หล่อนอยู่ใกล้มือของเขาอาจจะทำให้เขามักง่ายคว้าหล่อนมาเคี้ยวเล่นเหมือนผู้หญิงหลายๆ คนของเขา

แต่ฝันไปเถอะ

“ฉันจะว่ายน้ำ ถอยไปเลยนะ รำคาญ” หทัยวดีผลักอกเขาแล้วเลิกพักเหนื่อย หล่อนว่ายน้ำห่างมาจากเขายังไม่ทันถึงเมตรดีตัวหล่อนก็ถูกคว้าลอยกลับ และถูกเขาอุ้มไปนั่งบนขอบสระอย่างน่าโมโหในความต่างระหว่างสรีระของเขากับหล่อนทำให้หล่อนสู้เขาไม่ได้

“จะทำอะไรกันเล่า” หล่อนร้องลั่นอย่างรำคาญ ดีว่าสระนี้เป็นสระส่วนตัวของวิลล่า ไม่อย่างนั้นคงได้มีคนมองเขากับหล่อนไม่มากก็น้อย

“คิดว่าผู้ชายจะทำอะไรกับผู้หญิงสองต่อสองในที่รโหฐานล่ะ คิดได้ว่ายังไงผมก็ทำอย่างนั้นล่ะครับ คุณหนูเพลิน”

คำพูดของเขาทำให้หล่อนหนาววาบ... จากที่ไม่แน่ใจตอนนี้กระจ่างทุกอย่างแล้วว่าเขาจ้องจะเคลมหล่อนจริงจัง เขาจะกลืนน้ำลายตัวเองที่เคยสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงที่รูปร่างหน้าตาไม่ผ่านการคัดเลือกเพราะตกเกรดจากมาตรฐานของเขาหรือไงกัน

“จะบ้าหรือไง อย่ามาล้อเล่น ฉันรู้ว่าถ้าต้องการเรื่องแบบนั้นคู่ขาของนายโทรกริ๊งเดียวเขาก็มา เพราะฉะนั้นอย่ามาทำหน้ามืดแถวนี้”

หญิงสาวพยายามจะผละหนี แต่เขาดึงขาหล่อนเอาไว้แล้วขยับขึ้นมานั่งที่ขอบสระข้างๆ กัน แล้วกระซิบบอกเสียงเข้ม...

“ผมให้คุณมาอยู่กับผมเพื่อที่ผมจะทำอะไรก็ได้ แม้แต่จะให้เป็นนางบำเรอ คุณไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธความต้องการของผม”

เสียงเขาแหบพร่าฟังไม่คุ้นชินนัก... หทัยวดีมือสั่นปากสั่นเพราะเขาหาใช่ความหนาวแต่อย่างใด คนแรงน้อยกว่าอย่างหล่อนรับมือกับเขาไม่ไหวแน่ยกเว้นว่าจะเจรจากับเขาทางวาจา

“นะ... นะ...ไหน นายว่า ฉันไม่น่าสนใจ จะเอาฉันมาทำงานขัดหนี้ไม่ได้จะเอาฉันมาเป็นนางบำเรอไง” มือบางเรียวเล็กดันบ่าเขาไว้ เมื่อเขาทำท่าเหมือนเป็นคนหูตึงที่จะก้มมาฟังหล่อนใกล้ๆ ไอ้คนบ้า หล่อนกำลังตะโกนอยู่ เขาไม่ได้ก้มลงมาเพราะไม่ได้ยินหรอก รู้ทันว่าเขาต้องการจะทำอย่างอื่นกับหล่อนแน่ๆ

“ผมไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาอะไรนี่ แล้วผมก็มีสิทธิ์ในตัวคุณทุกอย่าง พอดีเพิ่งมาคิดออกทีหลังว่าเอาคุณมาใช้งานอย่างเดียวไม่น่าพอขัดดอกร้อยล้านได้ เลยมอบหมายงานเพิ่มให้อีกงาน”

“งานอะไร” ถามอย่างหวาดระแวง พยายามถอยห่างเขาแบบไม่ให้เขารู้ตัว แต่คนที่อยู่ตรงหน้าก็เหมือนขยับเข้ามาใกล้หล่อนมากขึ้นจนถอยไม่ได้

“งานสร้างความสุขให้ผมไง... ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี คิดได้ว่าเงินไปจมกับเรื่องไร้สาระเป็นร้อยๆ ล้าน ถ้าไม่ช่วยผมให้ผ่อนคลาย ผมคงต้องไปทวงเงินร้อยล้านคืน จะได้ไม่ต้องหวั่นว่าเงินอยู่ในมือคนอื่น แล้วจะไม่งอกเงยอะไร”

“สะ... สร้างความสุขยังไง... ฉันเต้นโคเวอร์เกาหลีได้นะ คุณสนเปล่า”

เสียงบอกตะกุกตะกัก ทำให้ตรัยแหงนหน้าหัวเราะเหมือนหล่อนเล่นโจ๊กให้เขาฟัง แต่หล่อนเอาจริงนะ

“ผมไม่ผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีปัญญาอ่อนขนาดนั้นหรอก... จะทำให้ดูเล็กๆ น้อยๆ แล้วกัน”

ว่าแล้วเขาก็กระชากหล่อนเข้าหาอกแกร่ง มือหนารั้งท้ายทอยหล่อนเพื่อล็อคไว้ ท่ามกลางวินาทีที่เธอตื่นตะลึงและทำอะไรไม่ถูก ใบหน้าคมของก็ฉกวูบลงมา ริมฝีปากนุ่มที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสถูกประกบปิดด้วยริมฝีปากร้อนรุ่มของเขา... ลิ้นอุ่นๆ ดันโพรงปากเข้ามาลึกล้ำ เหมือนมืออีกข้างของเขาล้วงลึกไปถึงขอบของ บิกินี่ใต้ผ้าคลุมที่พันอยู่บนเอวของหล่อนแล้วทำท่าเหมือนจะปลดมันลง

หทัยวดีอยากจะเป็นลม... ตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ หล่อนยังอยากกัดลิ้นตัวเองตายเพื่อให้ริมฝีปากที่เต็มไปด้วยกระแสความร้อนราวจะมอดไหม้กายหล่อนหยุดส่งผ่านความรู้สึกมาให้

แล้วของจริงที่เขาว่า มันจะขนาดไหน

สัญญาณเตือนภัยในหัวหล่อนดังก้องให้ถอยห่างจากความอันตรายที่มีอำนาจทำลายล้างสูงสุดอย่างตรัย... มือและเรียวลิ้นร้ายกาจของเขาสร้างคลื่นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทำให้ขาของหล่อนไม่มีความมั่นคงจนต้องเกาะบ่าเขาไว้แน่น... ความวูบโหวงในช่องท้องที่แนบชิดกับสิ่งแข็งแกร่งที่ดุนดันผ่านกางเกงว่ายน้ำของเขาทำให้หล่อนสิ้นหวัง...

“ยะ อย่านะคะ ฉันขอร้อง ฉันไม่คิดจะมีอะไรกับคนที่ไม่ได้แต่งงานด้วย” หญิงสาวบอกเสียงสั่นเมื่อมือของเขาไล้ผ่านเนื้อผ้านิ่มอย่างเป็นเจ้าของ

หากเขาเป็นคนที่ใจดีพอเขาต้องฟังคำพูดหล่อน

แต่... ตรัยแหงนหน้าหัวเราะเหมือนหล่อนเล่าเรื่องตลก

“แต่งงานเหรอ... คุณคิดว่าคุณมีค่าแค่ไหนกัน การได้คุณมาแทนดอกเบี้ยเงินร้อยล้านที่ให้ยืมไปยังไม่พอด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นถึงไม่แต่งงานผมจะทำยังไงกับคุณก็ได้จริงไหม”

คำพูดของเขาทำให้หล่อนจุกจนพูดไม่ออก หนำซ้ำยามที่เขาดึงหล่อนแนบกายเขาแล้วขยับเขยื้อนกายให้หล่อนขวัญผวากับการแนบชิดใกล้ที่เขาจงใจปั่นป่วนหล่อนหลังจากที่หลงโง่งมเซ็นสัญญาทาสกับเขา ใจอยากจะห้ามแต่ก็ไม่อาจทนรับคำเจ็บแสบที่เขาจะตอบได้อีก ริมฝีปากที่จะพูดก็ปิดเงียบ ไร้เรี่ยวแรงจะต่อกร

“ถ้าไม่อยากนอนกับผม... ก็เอาเงินร้อยล้านมาคืนผมให้ได้เดี๋ยวนี้”

ข้อเสนอที่หล่อนไม่สามารถทำตามได้ถูกเอ่ยจากปากเขา หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นอย่างข่มกลั้น หล่อนไร้ซึ่งความแข็งขืนจนตรัยสามารถลากหล่อนมาถึงเตียงแล้ว ข้อแม้ที่เขาตั้งขึ้นมาสำหรับหล่อนมันก็ทำให้หล่อนไม่มีอำนาจต่อรองอะไรได้

สัญญาณเตือนภัยว่าหล่อนอาจได้รับอันตรายจากเขาไม่ได้มีความหมายใดเลยจริงๆ มันคงจะต้องดังให้ก้อง และก็หยุดลงด้วยตัวมันเอง

ร่างบางระทดระทวยให้อ้อมกอดของตรัยอย่างหมดหวัง และไร้เรี่ยวแรงต่อต้านใดๆ เมื่อเขารั้งหล่อนให้ล้มตัวลงนอนและนำพาเรือนกายหนาแกร่งตามมาทาบทับเอาไว้

“ไม่ต้องทำหน้าเหมือนจะโดนฆ่าขนาดนั้นหรอกน่า รับรองคุณจะมีความสุขไปกับมัน” คำพูดที่แฝงความสะใจในแววตาเอ่ยบอกหล่อน

“ไม่มีทาง”

“ยังไม่ลองอย่าเพิ่งออกตัวแรงไปหน่อยเลยน่าคุณหนูเพลิน... ถ้าคุณเพลินใจกับบทรักของผมล่ะก็ จะร้องเสียงดังแค่ไหนก็ได้นะ ผมไม่ว่า ชอบด้วย”

“คนโรคจิต” หล่อนแหวเสียงสั่น เพราะเริ่มสะอื้นไห้ไปด้วยเนื่องจากโดนเขายั่วเย้า ดวงหน้าสวยงอง้ำ แน่นอนว่าตรัยเห็นแล้วมีความสุขจนต้องหัวเราะออกมา

เขาทำตัวเป็นคนโรคจิตตามที่หล่อนกล่าวหาอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง มือหนากระชากชุดบิกินี่ของหล่อนหลุดขาดตามมือของเขาได้อย่างง่ายดาย

ก่อนจะก้มลงใช้เรียวปากกับส่วนที่ทำให้หล่อนร้องครางได้อย่างไม่พูดพล่ามทำเพลง... คนที่กำผ้าปูไว้แน่นพยายามเม้มปากไม่ส่งเสียงใดเมื่อซาตานร้ายรุกล้ำอย่างอุกอาจด้วยเรียวลิ้นร้อนจนหล่อนอยากจะตายให้พ้นจากความอึดอัดประหลาดนี้...

สุดท้ายเสียงครางก็หลุดจากปากหทัยวดีเกินกว่าจะหักห้ามใจ... ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วตรัยก็ผุดลุกขึ้นมาจ้องหน้าหญิงสาว

“แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยนะ คุณหนูเพลิน”

เสียงเย้ยหยันกับรอยยิ้มที่มุมปากทำให้หทัยวดีกลั้นสะอื้นอย่างสุดใจ... ริมฝีปากกัดจนห้อเลือดเมื่อรับรู้ถึงนิ้วมือของเขาที่เลื่อนไล้บนจุดอ่อนไหวที่สุดของร่างกายหล่อน ที่ที่เรียวลิ้นของเขาทายทักไปก่อนหน้านี้...

หล่อนพยายามกลั้นเสียง แม้กายจะสั่นเทา เพราะเขาปลุกปั่น สายตาของเขายังจดจ้องหล่อนอย่างนึกสนุกเมื่อเห็นว่าหล่อนพยายามอดกลั้นเพราะไม่อยากฟังคำปรามาสว่าเป็นคนพ่ายแพ้ ยิ่งเห็นเช่นนั้นมือเขายิ่งกระหวัดเกี่ยวร้อนแรงขึ้น

หทัยวดีเบือนหน้าหนีจากเขาอย่างเกินใจจะอดทน เรือนกายสาวไหวพร่าสั่นพร้อมความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งสูงอย่างรุนแรง...

แต่แล้วมือของตรัยก็หยุดทุกการกระทำ คนที่อดกลั้นเสียงร้องจนตัวสั่นเทาเหมือนถูกดึงให้ตกจากฟ้ามากองบนที่นอน เขาทำให้หล่อนรู้สึกค้างคาและแสนทรมานจนลืมการข่มกลั้นทุกอย่างหันไปจ้องหน้าซาตานร้ายผู้กำหนดสัมผัสที่นำพาความรู้สึกนั้นมาให้เพื่อจะร้องเขา...

ดวงตาปรือมองเขาราวจะอ้อนวอนแม้เกลียดแสนเกลียดที่เห็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความจริงใจสักนิดบนหน้าหล่อคมของเขา...

“ต้องการอีกล่ะสิ ผมมีให้คุณมากกว่านี้อีกสาวน้อย” เขาก้มลงกระซิบที่ข้างหูหล่อน ลมหายใจอุ่นทำให้กายสาวไหวสะท้านได้มากกว่าทุกครา หล่อนกลายเป็นคนอ่อนไหวที่เพียงลมหายใจของเขาก็ทำให้หล่อนสั่นพร่าได้เพราะน้ำมือของเขา ตรัยดูจะพอใจยิ่งนัก

“ยินดีต้อนรับสู่การเป็นของเล่นของนายตรัย อรรถพลวณิชอย่างเป็นทางการครับคุณหนูหทัยวดี”

บอกแล้วมือของเขาก็เคลื่อนไหวต่อ... หญิงสาวลืมความรู้สึกทุกอย่าง ลืมแม้แต่การข่มกลั้นเสียงครางเมื่อมือเขากลับมาสร้างความร้อนรุ่มให้หล่อนได้อีกครั้งหนึ่งและคราวนี้ปลายนิ้วมือของเขาทำให้หล่อนได้สานต่อความรู้สึกดำมืดประหลาดล้ำที่ครอบงำหล่อนโดยสมบูรณ์ หทัยวดีหมดแรงต้านทาน หากแต่เต็มไปด้วยความคาดหวังว่าเขาจะนำหล่อนไปให้สุดทาง ไม่อย่างนั้นหล่อนคงได้ทรมานตายสมใจเขาแน่

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ pimchan publication

ข้อมูลเพิ่มเติม
ไม่เคยรัก until you + ตอนพิเศษ

ไม่เคยรัก until you + ตอนพิเศษ

สมัยใหม่

5.0

เธอทำให้คนที่เขารักเจ็บปวด เขาจึงเอาคืนให้เธอเจ็บกว่าร้อยเท่า ในวันที่เขาแก้แค้นเธอสำเร็จจนเธอเจ็บปวดเจียนตาย เขากลับค้นพบว่าเขารักเธอ การเดินเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้งหนึ่งเพ่ื่อตามหาหัวใจตัวเองจึงเกิดขึ้น แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อเธอเจ็บแล้วจำเธอเลยไม่ให้โอกาสซ้ำยังเอาแต่จะหนีไปจากชีวิตเขา เพื่อให้ได้เธอกลับคืนมา เขาจึงต้องทำทุกทางและทุกอย่างเพื่อได้หัวใจเธอมาเป็นของเขาเหมือนเดิม hope and nink "อย่าลืมไปเล่าให้พี่ชายคุณฟังด้วยล่ะ ว่าความรู้สึกที่ถูกหลอกให้รักมันรู้สึกอย่างไง แล้วเรื่องที่กล่าวหาว่าอีฟทำ รับรู้เอาไว้ด้วยว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้" "ทำไมถึงปกป้องผู้หญิงคนนั้นขนาดนั้น" แล้วคำที่บอกว่าอยู่ข้างเธอ ที่ผ่านมาหมายความว่าอะไร... "ที่ผมปกป้องขนาดนั้นเพราะว่ารักอีฟ และไม่ยอมให้ใครมาทำลายอีฟได้ยังไงล่ะ" "รัก?" แล้วไม่ได้รักเธอหรอกหรือ เธอตั้งคำถามอย่างโง่งั่ง ไม่พยายามเข้าใจสิ่งที่เขาบอก แม้ส่วนลึกเริ่มจะเห็นเค้าลางว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกอย่างที่วิษุวัติทำมีเหตุผลของเขาอยู่แล้ว "ใช่" "..." เขาลุกขึ้นยืน แขนเล็กๆ ที่เกาะเเขนเขาไว้ร่วงผล็อย นลินวิภาเงยหน้าขึ้นมองเขา "แล้วความรู้สึกดีๆ ที่คุณแสดงออกกับฉันที่ผ่านมา" "มันแค่การเอาคืน..." เขาพึมพำ ก่อนจะก้มหน้ามองเธอ "ผมมาก็เพื่อแก้แค้นให้อีฟตอนนี้หน้าที่ของผมจบแล้วถือว่าเราจบกัน คุณไปเก็บของซะผมจะให้คนไปส่ง" เขาทำท่าจะเดินจากไป แต่นลินวิภาดึงชายเสื้อเขาไว้ ดวงหน้ายังสับสนและในใจพร่ำบอกว่ามันไม่ใช่ และเธอฉุดรั้งเขาไว้ โดยที่ไม่รู้ตัวเลย จนมีแรงตึงที่มือและเขาหยุดชะงักนั่นล่ะ เธอถึงปริปากออกมา... "คุณเคยบอกฉันว่าไม่ต้องสนเรื่องอื่นว่าเราพบกันอย่างไง เพราะระหว่างเราเข้าใจกันก็พอ ฉันเข้าใจว่าคุณพูดออกมาจากใจจริงๆ เสียอีก" "มันคือคำโกหกคุณคงไม่คิดว่าผมจะรักคุณหรอกนะเพราะคนที่ผมรักมาตลอดคืออีฟ คนแบบที่ผมชอบคืออีฟเท่านั้น" ไม่ต้องมีมีดนับร้อยนับพันมาจ้วงแทง เพียงแค่สายตาคู่เดียวของเขาที่จ้องมองมาก็ทำให้เธอเหมือนถูกกระหน่ำแทงจากความจริงที่เขากำลังบอก เธอกับเอวิตาแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว และเธอไม่ใช่คนแบบที่เขาชอบ ทั้งหมดที่ผ่านมาคือการหลอกลวงเพื่อแก้แค้นให้เอวิตา คนที่เขารัก... "โฮป" "เรียกผมว่าวิษุวัติ... อย่าเรียกชื่อเล่น เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น "..." นลินวิภากะพริบตาปริบๆ มือร่วงผล็อยจากชายเสื้อเขาไปในทันที สิ่งที่เขาบอก เหมือนดึงเธอมาสู่โลกแห่งความจริงที่เธอไม่อาจหนี เขาบอกชัดเจนขนาดนี้เธอคงไม่สามารถหลอกตัวเองต่อไปได้อีกแล้ว... #ทินอีฟ "ยินดีด้วยนะครับคนไข้ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการออกมาแล้วครับ คนไข้ตั้งครรภ์ เดี๋ยวหมอจะส่งคนไข้ไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อฝากครรภ์นะครับ" คำพูดของนายแพทย์ประจำคลินิกทำให้เธอยิ้มออกหลังจากทนกับอาการเวียนหัวในช่วงเช้ามาหลายวันไม่ไหวเธอจึงไปตรวจให้รู้แน่ชัด ผลที่แพทย์บอกตอนที่อยู่คลินิกทำให้เธอมีความสุขมาตลอดบ่าย เพราะเธอกำลังตั้งครรภ์กับทิน...ผู้ชายที่เธอรัก วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ การได้รับข่าวดีเรื่องลูกจึงเปรียบประหนึ่งเป็นของขวัญ หญิงสาวรีบกลับมาที่เพนธ์เฮาส์และจัดเตรียมสถานที่รอพ่อของลูกกลับมาอย่างคาดหวังและตื่นเต้น เรื่องที่ตั้งครรภ์เธอยังไม่ปริปากบอกใครแม้แต่พี่เลี้ยงคนสนิทที่อยู่กับเธอตลอดเวลา นั่นเป็นเพราะอยากให้ทินรู้เป็นคนแรก ทันทีที่เขาให้ของขวัญวันเกิดแก่เธอ เธอจะยื่นกระดาษอัลตราซาวน์ให้เขาแล้วบอกว่าเป็นของขวัญที่เธอมอบกลับคืนในฐานะที่เขารักและดูแลเธอมาตลอด แต่เมื่อประตูห้องเปิดก็เกิดเรื่องผิดแผนครั้งใหญ่เพราะทินเดินเข้ามาพร้อมกับผู้หญิงสาวที่มีดวงหน้าสวยโฉบเฉี่ยวดูมั่นใจในตัวเอง ริมฝีปากสีแดงสดของผู้หญิงคนนั้นยิ้มและมองเอวิตาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอย่างบอกไม่ถูก คนทั้งคู่ที่เข้ามาใหม่ไม่ได้สนใจบรรยากาศปาร์ตี้ ทินมีสีหน้าเคร่งขรึม แววตาของเขาไม่อ่อนโยนเหมือนทุกวัน มีเพียงเสียงทุ้มน่าฟังที่เหมือนเดิม "อีฟ ผมมีเรื่องจะบอก" "เรื่องอะไรคะ" เสียงของเธอแทบไม่หลุดจากปาก ความหวาดกลัวในสถานการณ์เกาะกุมหัวใจเธอ รู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมาครามครัน "ผมจะไม่อ้อมค้อมนะ ธุระที่ผมไปทำวันนี้คือไปจดทะเบียนกับนิ้ง" "..." ดวงตาของเอวิตาเบิกกว้าง "นิ้งท้องกับผม ท้องตั้งแต่ก่อนที่ผมจะมาคบกับคุณ มันอาจจะผิดต่อคุณแต่คุณคงเข้าใจว่าผมต้องรับผิดชอบลูกในท้องของนิ้งเป็นอันดับแรก..." "ทิน" เธอเรียกชื่อเขา น้ำตาเอ่อล้นปริ่มขอบตาที่ร้อนผะผ่าวในใจมีร้อยพันหมื่นถ้อยคำแต่กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ กระดาษอัลตราซาวน์ในมือถูกกำแน่น อย่าว่าแต่ยื่นมันให้เขาได้เห็น แค่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาและหายใจ เอวิตายังทำได้อย่างยากลำบากเหลือเกิน "ผมเสียใจนะอีฟ... แต่ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจว่าทำไมผมเลือกนิ้ง" "ที่จริงฉันต้องรีบพาทินไปพบครอบครัว แต่ว่าเขาอยากแวะมาบอกเธอก่อนไม่อยากหายไปเลย" ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นมาเป็นครั้งแรก เอวิตาจับใจความไม่ได้เลยว่าคนตรงข้ามพูดอะไรกับเธอบ้างเพราะในหูมีแต่เสียงอื้ออึ้งน้ำตาก็ไหลจากตาจนไม่เห็นหน้าคนสองคนตรงหน้าเสียแล้ว... สติของเธอหลุดลอยไปตั้งแต่ที่ทินบอกว่าเขาแต่งงานกับผู้หญิงอื่น เรื่องที่เตรียมจะบอกในทีแรกจึงไม่หลุดจากปากและไม่ว่าเขาจะพูดอะไรอีกเธอก็ไม่ได้ยินอีกต่อไปแล้ว จนเมื่อคำว่าลาก่อนแว่วเข้าหู และมีเสียงประตูปิด เธอถึงได้ทรุดลงไปนั่งกับพื้น เพราะหมดแรงที่จะยืน... หลังจากที่ร้องไห้จนไม่เหลืออะไรจะร้อง ในหัวไม่มีสติพอที่จะคิดอะไรอีก ภาพเลือนรางที่เห็นเขาเดินจูงมือออกไปกับผู้หญิงอื่นฉายวนซ้ำ เธอไม่ได้เป็นคนที่ถูกเลือก เขาเดินจากไปง่ายดายราวกับไม่เคยรักกันเลย ความทุกข์ที่หนักหนาที่สุดที่เคยพานพบเกาะกินหัวใจจนเธอคิดว่าไม่อยากจะมีชีวิตอยู่เพื่อรับรู้เรื่องราวเหล่านี้อีกแล้ว... เธออยากหนีไปให้พ้นจากความเจ็บปวดทั้งหมดทั้งมวลที่กำลังถาโถมเธออยู่ในตอนนี้ "อีฟ" เสียงเรียกคุ้นหู เป็นเสียงเรียกที่เหมือนอยู่ไกลออกไป ภาพของเขาปรากฏอยู่ตรงหน้านั้นไม่แจ่มชัด สาเหตุไม่ใช่เพราะหยาดน้ำตา หากแต่เป็นเพราะสติรับรู้ของเธอนั้นสุ

ปะป๊าของหนูเป็นท่านประธาน

ปะป๊าของหนูเป็นท่านประธาน

สมัยใหม่

5.0

"ปะป๊า" อยู่ดีๆ ก็มีเด็กที่หน้าเหมือนตัวเองมาเกาะแข้งเกาะขาแล้วเรียกว่าปะป๊า แล้วจะให้คีรินเข้าใจว่ายังไง "บอกฉันมาซิว่าแม่ของหนูคือใคร!" "แม่ของหนูคือหม่าม๊า" "..." .................. แสงดาว... คุณปกปิดอะไรเอาไว้" เขาย้ำเธออีกครั้งเพราะอยากได้ยินจากปากเธอเอง "ปกปิดอะไรคะ?" แสงดาวมองเขาด้วยสายตางุนงง ที่ผ่านมาก็คุยกันจนเข้าใจทุกอย่างแล้ว เธอไม่เข้าใจว่าคีรินจะมาคาดคั้นเอาอะไรอีก "เรื่องเกี่ยวกับไคร่า มีอะไรที่คุณบอกผมไม่หมด" "ฉันพูดความจริงไปหมดแล้ว "ถ้าไม่พูด ผมจะลงโทษคุณ" เขาบอกพร้อมๆ กับสาวเท้าเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นคล้ายจะข่มขวัญ ลงโทษที่ว่านี่คงไม่ใช่กอดไว้แน่นแล้วปล้ำหอมแก้มให้จั๊กจี้เหมือนที่ทำกับลูกหรอกนะ หญิงสาวจินตนาการเล่นๆ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นใบหน้าคนที่อยู่ห่างจากตัวเองไม่ถึงคืบแล้วก็ต้องกะพริบตาปริบๆ เพราะดูท่าทางเขาจะทำแบบนั้นจริงๆ "ลงโทษอะไร คุณไม่มีสิทธิ์นะ!" แม้จะพูดอย่างนั้นแต่ท่าทางคุกคามของเขาก็ทำให้แสงดาวต้องถอยไปหลายก้าวจนหลังเธอชนฝา แล้วเขาก็ค้ำมือกับผนัง เพื่อกักกันเธอไว้ในวงแขน "ผมเป็นพ่อของไคร่า ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ลงโทษแม่จอมปากแข็งของแกล่ะ" ชายหนุ่มจดจ้องแสงดาวไม่วางตา... ดวงตาของคนตรงหน้าเหมือนกับดวงตาของเจ้าตัวน้อยที่เธอฟูมฟักตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยราวกับเป็นดวงตาคู่เดียวกัน แต่ก็นั่นล่ะ ถึงเขาจะเหมือนยัยหนูไคร่าของเธอทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำอะไรกับเธอตามอำเภอใจได้นี่นา... พรึ่บ... ยังไม่ทันที่เธอจะได้ห้ามปราม คีรินก็คว้าตัวเธอไปแนบชิดกับกายแกร่งแล้วก้มหน้าลงมาจูบปิดปากเธอเอาไว้ แม้เธอจะดิ้นขลุกขลักเพื่อถามว่าเขาทำอย่างนี้ทำไม แต่เหมือนคนตัวโตจะไม่เปิดโอกาสให้ เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเขาโมโหแล้วลงโทษเธออย่างที่ว่าจริงๆ หรือว่านั่นเป็นแค่ข้ออ้าง ริมฝีปากอุ่นที่บดขยี้ดูดดึงกลีบปากของเธอเอาไว้ไม่ให้พูดฟ้องว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า... แสงดาวค่อนข้างแน่ใจว่าคีรินหาเรื่องรังแกเธอชัดๆ ถึงจะเป็นพ่อของลูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำอย่างนี้กับเธอได้นะ! หญิงสาวพยายามดันอกเขาแล้วเบี่ยงหน้าหนีการรุกล้ำที่เริ่มจะกลืนกินสติสตังของเธอไป แต่นอกจากจะไม่ทำให้เขาไหวติงแล้วเธอก็ยังเบี่ยงหน้าหนีไม่พ้นการปล้นจูบของคนตรงหน้าเลย บ้าจริง!

รอยรักสีจาง

รอยรักสีจาง

สมัยใหม่

5.0

“ตอนนี้เข็มดีขึ้นแล้ว ผมจะให้คุณไปขอโทษเค้า” “...” ไม่มีถ้อยคำใดเอ่ยจากปากเธอ ริมฝีปากที่แย้มยิ้มหุบลง และสั่นระริก สายตาที่ทอดมองเขาตัดพ้อ “ลุก” เขาจะคว้าแขนเธอให้ลุก แต่เธอสะบัดแขนหลุดจากมือเขาทันใด “เลิฟไม่มีวันไปขอโทษในสิ่งที่เลิฟไม่ได้ทำ” “คุณยังกล้าพูดคำนั้นอีกหรือไง...” เขาตวาดเธอจนสะดุ้ง ภูรินไม่เคยขึ้นเสียงกับเธอมาก่อน “รู้ตัวไหมว่าตั้งแต่กลับมา คุณเป็นอีกคนที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน คุณมาพร้อมคำโกหก หลอกลวง จากที่เคยคิดว่าแค่เฉยๆ กับคุณก็พอ คุณกลับทำให้ผมรู้สึกว่าเกลียดความเป็นตัวตนของคุณมากขึ้นทุกวัน สิ่งที่คุณหวังมันไม่มีทางเกิดขึ้น และยิ่งผ่านไปทุกวันก็ยิ่งไม่มีทางไปใหญ่ เลิกหวังแล้วก็ไปตามทางของคุณดีกว่า ผมขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย” ร่างสูงหันหลังแล้วเดินออกไป แผ่นหลังมั่นคงที่เคยกอดห่างไกลและเลือนรางเพราะม่านน้ำตาบดบัง เขาไม่ได้อยู่ไกลจนคว้าไม่ถึง แต่เอื้อมมือไปเท่าไหร่ก็ไม่ถึงเขาสักที

ดั่งลมหวนรัก ตอนพิเศษ

ดั่งลมหวนรัก ตอนพิเศษ

มหาเศรษฐี

5.0

เพราะรักเขาตั้งแต่แรกเห็น หล่อนจึงยินยอมแต่งงานกับเขา เพราะถูกบังคับเขาจึงเห็นหล่อนเป็นเศษธุลีดินไร้ค่า แม้เป็นเมียแต่ง หล่อนคิดว่าสักวันหนึ่งเขาอาจจะรักหล่อนตอบกลับมา ไม่มาก... ก็น้อย แต่ไม่นึกว่าเมื่อเขาหลอกให้หล่อนรักเขาสุดหัวใจ เขากลับขับไล่หล่อนออกมาจากชีวิตด้วยเหตุผลว่า เขาไม่รักหล่อน... "เธอเข้ามาในชีวิตฉันง่ายๆ ก็ช่วยออกไปง่ายๆ ด้วยเถอะ" ถ้อยคำเจ็บปวดทำร้ายที่ตามมาหลอกหลอน แม้ในยามที่หล่อนหลีกลี้จากเขามาได้นานเนิ่น ในวันที่หล่อนเข้มเเข็งและอยู่ได้โดยไม่มีเขา ลูกในท้องที่หล่อนปกปิดเขาเอาไว้ กำลังจะทำให้หล่อนกับเขาหวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ในวันที่หล่อนไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้ว ................................................................ “การแต่งงานของเราเกิดขึ้นเพราะฉันถูกบังคับ การที่ฉันไม่ได้รักเธอ มันไม่ใช่ความผิดของฉัน ฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจ” ธีภพ วิชญ์วิศิษฐ์ “ความรักของมนอาจจะดูไร้ค่าแต่มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสิ่งเดียวที่มนพอจะให้คุณธีร์ได้ ที่ผ่านมาคุณธีร์แสดงออกเสมอว่าคุณธีร์ไม่ต้องการและทิ้งขว้างมันมาตลอด มันก็ไม่ใช่ความผิดของมนที่สุดท้ายมนจะหมดรัก มนหวังว่าคุณธีร์จะเข้าใจ เหมือนที่มนเคยเข้าใจคุณธีร์” มนพัทธ์ สว่างโชติ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ชายาข้าเป็นหมอนิติเวช

ชายาข้าเป็นหมอนิติเวช

เกาะครีต
4.9

วิญญาณแพทย์นิติเวชที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 21 ได้เข้ามาอยู่ในร่างคุณหนูของจวนเสนาบดีอย่างบังเอิญ ผู้คนกล่าวหาว่านางไม่เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และทำให้บุตรชายของแม่ทัพตาย ด้วยเหตุนี้ฮ่องเต้ต้องการฆ่านางเพื่อให้คำอธิบายกับแม่ทัพ! ผู้คนกล่าวหาว่านางเป็นคนหยิ่งยโสและเจ้ากี้เจ้าการ ทุกคนเกลียดนาง และครอบครัวของนางต้องการไล่นางออก! ผู้คนกล่าวหาว่านางเป็นคนเลวทรามและไร้ความปรานี วางยาน้องสาว และพ่อของนางต้องการโบยนางจนตาย! ในความเป็นจริงหากอยากจะกล่าวหาผู้ใดสักคน มันก็หาข้ออ้างได้ทั่ว แต่นางเป็นคนไม่ยอมใคร นางผอมบางนางหนึ่งปลุกปั่นโลกด้วยความสามารถอันทรงพลังตนเอง ท่านอ๋องกล่าวว่า หากได้เจ้ามาครอบครอง ข้ายอมทรยศทุกคนในโลก นางกล่าวว่า เพื่อท่าน ต่อให้ทุกคนในโลกเกลียดข้า ข้าก็ยอม

เขาคือความฝันของโลกมนุษย์

เขาคือความฝันของโลกมนุษย์

Harmon Davy
5.0

นางเอกสาวพราวเสน่ห์ของโลกมนุษย์ VS พระเอกอ่อนโยนแสนร้ายกาจ สามปีต่อมา เธอกลับมาที่เมืองจินเฉิงอีกครั้ง ก็มีชาติตระกูลโด่งดัง มีคนรักที่รักใคร่กลมเกลียวกับลูกแฝดน่ารักคู่หนึ่ง เดินถือแก้วไวน์ไปในงานเลี้ยง เธอยิ้มสดใสเหมือนดอกไม้แรกแย้ม แต่เมื่อหันหลังกลับ กลับถูกเขาจับตัวกดไว้กับด้านหลังเสาที่ไม่มีคน เขาคือดวงดาวริบหรี่บนท้องฟ้ายามราตรี เป็นความฝันที่เคยไกลเกินเอื้อมของเธอในอดีต แต่ตอนนี้กลับพูดเสียงเข้มข้นข้างหูว่า “ในที่สุดเธอก็กลับมาแล้ว! ” ริมฝีปากของเธอถูกกัดจนเป็นแผล แววตาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ “คุณเว่ย ต้องให้ฉันเตือนคุณไหม? เราหย่ากันไปนานแล้วนะคะ”

วิวาห์อลวน แต่เธอร้าย จนเขาต้องยอม

วิวาห์อลวน แต่เธอร้าย จนเขาต้องยอม

Sienna Locke
5.0

กู้จือหลิงสูญเสียการมองเห็นทั้งสองข้างเพื่อช่วยซ่งจิ่งชวน แต่กลับถูกทรยศอย่างไร้เยื่อใยในคืนก่อนวันแต่งงาน อีกฝ่ายยังใช้ประโยชน์จากการที่เธอตาบอด ส่งเธอไปให้ผู้สืบทอดตระกูลลู่ที่มีชื่อเสียงในเป่ยเฉิงเพื่อชดใช้หนี้สิน กู้จือหลิงที่ทุ่มเทความรักให้ผิดคน ในเมื่อผิดแล้วจึงตัดสินใจผิดแต่งงานเข้าตระกูลลู่เสียเลย มีข่าวลือว่าทายาทของตระกูลลู่มีชื่อเสียงที่ไม่ดี ไร้ความสามารถทำอะไรไม่สำเร็จ คนทั้งเมืองต่างเฝ้ารอดูความล้มเหลวของสาวตาบอดและลูกชายตระกูลลู่ที่ไร้ค่า แต่ไม่คาดคิดเลยว่า สาวน้อยผู้น่าสงสารได้กลายเป็นนักปรุงน้ำหอมอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก เป็นแฮกเกอร์ระดับโลก เป็นนักซิ่งระดับเทพที่มีชื่อเสียง และเป็นหัวหน้าขององค์กรลับเพื่อสันติภาพ คนทั้งเมืองต่างตกตะลึง อดีตคู่หมั้นถึงกับช็อกจนพูดไม่ออก ครั้งหนึ่งด้วยความเมาเขาร้องไห้สำนึกผิดต่อหน้าสื่อ : "สิ่งที่ผมเสียใจที่สุดในชีวิตนี้คือการปล่อยกู้จือหลิงให้หลุดมือไป นี่มันเป็นการยกของดีให้กับไอ้บ้าตระกูลลู่ชัด ๆ !"

นางแกร่งหวนคืน

นางแกร่งหวนคืน

rabb
5.0

การสมรู้ร่วมคิดครั้งหนึ่งทำให้ตระกูลถูกทำลายจนหมดสิ้น ญาติพี่น้องต้องตายอย่างน่าสลดใจ ตระกูลเซียวถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏและถูกประณามอย่างหนัก ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก เซียวโหรวถูกสามีทรยศ ขณะตั้งครรภ์ถูกบีบให้กระโดดหน้าผาเพื่อจบชีวิต แต่เมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของฮูหยินรองในจวนกงชินโหว จวนโหวที่ดูเหมือนจะทรงอำนาจ แต่กลับเต็มไปด้วยความลับและเรื่องสกปรกต่างๆ เผชิญหน้ากับเหล่าคนเลวที่แฝงตัวอยู่ เซียวโหรวขมวดคิ้วและตัดสินใจจัดการปัญหาอย่างเด็ดขาด นางจัดการคนรับใช้ที่ดื้อรั้น สั่นคลอนคนเลว ทอดทิ้งสามีที่ไม่คู่ควร และสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักในเมืองหลวง นางตั้งใจใช้มือที่เรียบเนียนของตนเป็นดั่งมีดคมเพื่อเปิดทางเลือดเพื่อแก้ไขความผิดและล้างแค้นให้กับตระกูล เขาคือรัฐทายาทที่มีอำนาจสูงสุดของตระกูลใหญ่ในแผ่นดินต้าเหลียง เขาหล่อเหลามีความหยิ่งยโสและเจ้าอารมณ์ คนทั่วไปพูดว่าเขาเย่อหยิ่ง ไม่มีมนุษยธรรม คุมขังพ่อฆ่าน้องชาย มือเปื้อนเลือดเหมือนนักฆ่า แต่เขายิ้มและพูดว่า "เมื่อเทียบกับแม่นางเซียวแล้ว ข้าสู้ไม่ติดเลย"

ทางใหม่ เริ่มใหม่

ทางใหม่ เริ่มใหม่

Beckett Grey
4.8

ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
สัญญาพิศวาสซาตาน
1

บทที่ 1 บทนำ

05/09/2023

2

บทที่ 2 ตอนที่หนึ่ง ความเกลียดชัง

05/09/2023

3

บทที่ 3 ตอนที่หนึ่ง ความเกลียดชัง 2

05/09/2023

4

บทที่ 4 ตอนที่สอง ความมั่นใจที่หมดลง

05/09/2023

5

บทที่ 5 ตอนที่สอง ความมั่นใจที่หมดลง 2

05/09/2023

6

บทที่ 6 ตอนที่สอง ความมั่นใจที่หมดลง 3

05/09/2023

7

บทที่ 7 ตอนที่สอง ความมั่นใจที่หมดลง 4

05/09/2023

8

บทที่ 8 ตอนที่สาม เงื่อนงำ

05/09/2023

9

บทที่ 9 ตอนที่สาม เงื่อนงำ 2

05/09/2023

10

บทที่ 10 ตอนที่สี่ โฉมหน้าซาตาน

05/09/2023

11

บทที่ 11 ตอนที่สี่ โฉมหน้าซาตาน 2

06/09/2023

12

บทที่ 12 ตอนที่ห้า สาแก่ใจ

06/09/2023

13

บทที่ 13 ตอนที่ห้า สาแก่ใจ 2

06/09/2023

14

บทที่ 14 ตอนที่ห้า สาแก่ใจ 3

06/09/2023

15

บทที่ 15 ตอนที่ห้า สาแก่ใจ 4

06/09/2023

16

บทที่ 16 ตอนที่หก ไม่ใช่ตัวจริงยิ่งเจ็บ

06/09/2023

17

บทที่ 17 ตอนที่หก ไม่ใช่ตัวจริงยิ่งเจ็บ 2

06/09/2023

18

บทที่ 18 ตอนที่หก ไม่ใช่ตัวจริงยิ่งเจ็บ 3

06/09/2023

19

บทที่ 19 ตอนที่เจ็ด รังรักซาตาน

06/09/2023

20

บทที่ 20 ตอนที่เจ็ด รังรักซาตาน 2

06/09/2023

21

บทที่ 21 ตอนที่แปด สิ่งหนักใจ

06/09/2023

22

บทที่ 22 ตอนที่แปด สิ่งหนักใจ 2

06/09/2023

23

บทที่ 23 ตอนที่แปด สิ่งหนักใจ 3

06/09/2023

24

บทที่ 24 ตอนที่เก้า เส้นทางแห่งอิสรภาพ

06/09/2023

25

บทที่ 25 ตอนที่เก้า เส้นทางแห่งอิสรภาพ 2

06/09/2023

26

บทที่ 26 ตอนที่สิบ ก็แค่คนไม่มีค่าหนึ่งคน

06/09/2023

27

บทที่ 27 ตอนที่สิบ ก็แค่คนไม่มีค่าหนึ่งคน 2

06/09/2023

28

บทที่ 28 ตอนที่สิบ เจ้ากรรม นายเวร

07/09/2023

29

บทที่ 29 ตอนที่สิบ เจ้ากรรม นายเวร 2

07/09/2023

30

บทที่ 30 ตอนที่สิบเอ็ด แพ้ทาง

07/09/2023