Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
อลเวงหัวใจพบรัก

อลเวงหัวใจพบรัก

มะนาวสีชมพู

5.0
ความคิดเห็น
26.8K
ชม
38
บท

เรื่อง...อลเวงหัวใจพบรัก คำโปรย รู้ทั้งรู้ว่าเป็นแค่การแสดง แต่ทุกครั้งที่เธอถูกเนื้อต้องตัว นอกจากเขาจะเสียเงิน ยังเหมือนถูกเธอลวนลามอีกด้วย (เรื่องราวจะอลเวงขนาดไหน ใครได้กำไร ใครขาดทุน ติดตามได้ในเรื่องนะคะ) แนะนำตัวละคร ปราโมทย์ (ปราชญ์) อายุ 32 ปี เจ้าของโรงแรมชื่อดังของจังหวัด เขาหล่อ รวย จึงไม่แปลกที่จะมีสาวๆเข้ามามากมาย แต่เขาไม่ต้องการ จึงอยากหาไม้กันหมาสักคน มากันผู้หญิงพวกนั้นออกไป เมธาวี (เมล์) อายุ 22 ปี พนักงานใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานในโรงแรม เธอสวย น่ารัก ขี้งก ความสามารถเรื่องงานไม่มี แต่เรื่องใช้ปากเธอถนัด @@@@@@ นิยายรัก ฟีลกู๊ด ฟินๆ เหมือนเดิมค่ะ

บทที่ 1 ตอนที่ 1 พบเจอ

ตอนที่ 1 พบเจอ

ณ โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งทางภาคเหนือของประเทศ ที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้และภูเขา ในความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ที่นี่จึงเหมาะแก่การมาท่องเที่ยวและพักผ่อนเป็นอย่างมาก อีกทั้งที่โรงแรมแห่งนี้ยังมีอาหารให้เลือกหลากหลาย รสชาติอร่อย ห้องพักสวย หรูหรา สะอาดสะอ้านเป็นส่วนตัว ตลอดทั้งปีของโรงแรมแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนกันมาพักผ่อน โดยเฉพาะช่วงวันหยุดจะแน่นเป็นพิเศษ

"ไอ้หมอก...” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกลูกน้อง หมอกเป็นพนักงานของที่นี่มีตำแหน่งเป็นถึงผู้จัดการโรงแรม

นอกจากหมอกแล้ว ยังมีตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการรองจากหมอกอีกหนึ่งคน เขาคนนั้นชื่อเกม ทั้งสองคนนี้อายุยี่สิบกลางๆนอกจากจะเป็นลูกน้องแล้ว ยังเป็นเพื่อนและคู่หูให้กับคุณปราชญ์เจ้าของโรงแรมที่นี่อีกด้วย

“ครับบอส"

"ช่วงนี้โรงแรมมีปัญหาอะไรมั้ย"

"พนักงานน้อยครับ ช่วงนี้นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ การบริการในด้านต่างๆไม่มีปัญหา แต่พนักงานของเราบ่นว่าเหนื่อยครับ" ช่วงนี้ฤดูฝนต้นไม้ภูเขาค่อนข้างเขียวชอุ่ม อากาศเย็นสบาย นักท่องเที่ยวจึงพากันมาสัมผัสธรรมชาติ

"มีคนมาสมัครงานบ้างหรือเปล่า"

"พอมีเข้ามาครับ แต่ส่วนมากจะเป็นเด็กนักศึกษาจบใหม่ ไม่ค่อยมีประสบการณ์"

"รับเข้ามาเถอะ เอามาฝึกเอา ขอแค่ให้ขยันและอดทนกับงานบริการ เรื่องอื่นคงไม่มีปัญหาอะไรมั้ง"

"รับทราบครับ เดี๋ยวผมจะรีบจัดการให้ครับ"

"อือ..."

"มีอีกเรื่องครับ" ในขณะที่ชายหนุ่มทั้งสองกำลังยืนคุยกันอยู่นั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งแต่งตัวสวยเสื้อผ้าค่อนข้างรัดรูป เดินตรงมาทางด้านหลังที่ปราชญ์กำลังยืนอยู่พอดี

"ว่ามา..." หมอกยืนหันหน้าไปทางด้านที่หญิงสาวคนนั้นกำลังเดินเข้ามา เขารีบส่งสายตาบอกเจ้านายหนุ่มทันที แต่มันคงไม่ทันแล้วเพราะเธอคนนั้นเดินเข้ามาใกล้เกือบจะถึงตัวแล้ว

"มาโน้นแล้วครับ" ทันใดนั้นเองเธอคนนั้นก็รีบส่งเสียงหวานๆมาแต่ไกล

"ปราชญ์ขา..."

"ทำไมมึงไม่บอกให้เร็วกว่านี้!" เขาเบื่อผู้หญิงที่เข้ามาเกาะแกะเขาเหลือเกินแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ด้วยอาชีพงานบริการที่ทำอยู่ต้องค่อนข้างรักษาหน้าตาให้ตัวเองเป็นพิเศษ เกรงว่าจะมีผลกระทบต่อธุรกิจของตัวเอง สิ่งที่ทำได้ก็แค่ตามน้ำไปเท่านั้น เพราะทุกคนที่เดินเข้ามาในพื้นที่ของเขานอกจากลูกน้องแล้ว คนอื่นๆก็คือลูกค้า

"ผมก็เพิ่งเห็นครับ"

"ปราชญ์ขา...ยุ่งอยู่หรือเปล่าคะ ต้นหอมอยากชวนคุณไปทานอาหารกลางวันค่ะ"

"ผมยังไม่หิวครับ" เขาพยายามปฏิเสธแต่คงไม่เป็นผล

"แสดงว่ายังไม่ได้กิน ไปเถอะนะคะ ไปทานเป็นเพื่อนต้นหอมหน่อย" เฮ่อ...

"ไอ้หมอก..." ปราชญ์รีบกระซิบส่งสายตาให้ลูกน้องช่วย แต่!

"พักเที่ยงพอดี ผมขอตัวก่อนนะครับ" มีลูกน้องแบบนี้มันน่าไล่ออกจริงๆ...ปราชญ์คิดในใจ

"ก็ได้ครับ" ในที่สุดเขาก็ยอมพาต้นหอมไปนั่งรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน โดยเลือกทานที่ห้องอาหารมุมหนึ่งของโรงแรมของเขานี่แหละ

ในขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งทานอาหารกันอยู่นั้น อยู่ๆก็มีหญิงสาวอีกคนเดินเข้ามาทักทายเจ้าของโรงแรมด้วยท่าทางออดอ้อน

"พี่ปราชญ์ขา...คิดถึงจังเลยค่ะ"

"ครับ"

ผู้หญิงพวกนี้ เธอเป็นคนในพื้นที่ฐานะค่อนข้างดี ส่วนมากจะเป็นพวกลูกสาวนักธุรกิจหรือลูกสาวนักการเมืองในพื้นที่ ซึ่งเขาเองก็ไม่สามารถปฏิเสธพวกเธอได้ ทุกๆคนชอบแวะเวียนมาทานอาหารที่นี่เป็นประจำ สาเหตุหลักก็เพื่อต้องการจะได้พบหน้าเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ ตราบใดที่เขายังโสดปัญหานี้ก็คงไม่ยอมหมดไปง่ายๆ

"ช่วงนี้ฟ้าไม่ค่อยได้มาหาพี่ปราชญ์ที่นี่เลย พอดียุ่งๆอยู่กับงานไม่โกรธนะคะ"

"อ๋อ...ไม่หรอกครับ"

"โกรธอะไรกัน เธอไม่มาปราชญ์คงสบายใจขึ้นเยอะเลย ใช่มั้ยคะปราชญ์"

"นี่ป้า ถ้าให้ฉันเดา ชวนผู้ชายสินะ หน้าไม่อาย" ทั้งสาวน้อย สาวใหญ่ แม่ม่ายก็มีแวะเวียนมาบ้าง ปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน

"นี่เธอ!"

"พอเถอะครับ" ฝ่ามือเรียวใหญ่ยกขึ้นกุมขมับ ไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์ตรงหน้าดี ทั้งหมดนี้คงต้องโทษตัวเขาเองที่ไม่ยอมปฏิเสธพวกเธอตั้งแต่แรก

"ปราชญ์...คุณก็ดูสิคะ ยัยนั่นมาหาเรื่องต้นหอมก่อน" ในขณะที่หญิงสาวทั้งสองคนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น อีกด้านหนึ่งก็มีหญิงชายสองคนกำลังเดินตรงเข้ามาในห้องอาหารแห่งนี้ อีกคนเดินหนี อีกคนตามตื้อไม่ยอมเลิก

"น้องเมล์ครับ น้องเมล์ หยุดก่อนครับ" ฉันชื่อเมธาวีหรือเรียกง่ายๆว่าเมล์ ฉันหยุดเดินกะทันหัน ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเท้าเอว พี่เอกจึงรีบเดินมาดักอยู่ทางด้านหน้าของฉันทันที

ฉันมองหน้าพี่เอก ผู้ชายหน้าจืดสวมแว่นหนาอยากนึกรำคาญ ด้านหน้าของฉันถัดออกไปไม่ไกลมากนัก กำลังมีผู้หญิงสองคนยืนเถียงกันอยู่ ซึ่งฉันก็มองไปที่ผู้หญิงสองคนนั้นอย่างนึกรำคาญเช่นกัน เพราะผู้ชายตัวสูงที่ยืนอยู่ตรงนั้นทำหน้าเบื่อโลกไม่ได้แตกต่างไปจากฉันเลย

"กลับไปเถอะ อย่ามาเสียเวลากับฉันเลย" ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงจริงจังชัดเจน ฉันเบื่อผู้ชายขี้ตื้อที่สุด บอกว่าไม่ชอบๆตามอยู่ได้!

"เดี๋ยวสิครับ...ถ้าน้องเมล์รับรักพี่ พี่สัญญาจะดูแลน้องอย่างดี รับรักพี่เถอะนะครับ" ยังไม่ยอมหยุดอีก! เฮ่อ...ป่วยหรือเปล่าวะเนี่ย พูดขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีก

"ฉันมีแฟนแล้ว พี่กลับไปเถอะ แล้วไม่ต้องมาอีก...รำคาญ!” บ้านของพี่เอกอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับฉัน แต่ไม่ได้พบกันบ่อยนักหรอก เพราะเขาทำงาน ส่วนฉันเพิ่งจะเรียนจบกลับมา เขาตามจีบฉันมาหลายปีแล้ว

“แฟนที่ไหนพี่ไม่เคยเห็น โกหกพี่ใช่มั้ย”

“นั่นไงแฟนฉัน” ฉันชี้ไปที่ผู้ชายตัวสูงคนนั้น ฉันไม่รู้จักเขาหรอก แต่ฉันอยากตัดความรำคาญ ขาสั้นๆของฉันรีบก้าวไปหาผู้ชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว แล้วดึงคอเสื้อของเขาเอาลงมาใกล้ๆ ริมฝีปากนุ่มนิ่มของฉันประกบจูบกับเขาทันที ทันใดนั้นเสียงทะเลาะกันก่อนหน้าเงียบกริบ

“กรี๊ด!!!!” เสียงกรี๊ดของผู้หญิงสองคนที่ยืนทะเลาะกันอยู่ก่อนหน้า ทำให้ฉันยอมผละจูบออกมาจากผู้ชายตัวสูงคนนี้

“นี่ไงแฟนฉัน พี่กลับไปเถอะ” ฉันหันไปบอกพี่เอก ผู้ชายที่เดินตามฉันไม่เลิก โดยไม่ได้สนใจพี่ผู้หญิงสองคนที่กำลังทำหน้าไม่พอใจ

“พี่ไม่เชื่อ”

“ถ้าไม่เชื่อก็ถามเขาดูสิ ที่รักคะ เราเป็นแฟนกันใช่มั้ยคะ” ฉันส่งสายตาขอความช่วยเหลือ คิดว่าถ้าฉลาดสักนิดก็น่าจะเข้าใจ

“ชะ...ใช่ครับ” คำตอบของเขาทำให้ฉันเลือกที่จะส่งยิ้มหวานๆไปให้เขา เป็นการแสดงให้พี่เอกเห็น

“ไปกันเถอะค่ะ” ฉันรีบจูงมือเขาเดินออกมาจากตรงนั้นทันที ได้ยินเสียงกรี๊ดของผู้หญิงสองคนนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นเขาที่จูงมือฉันเดินนำหน้า ขายาวๆของเขาทำให้ฉันก้าวตามแทบไม่ทัน

“ปล่อย...” ฉันสะบัดมือออกจากการจับกุมของเขาค่อนข้างแรง

“สาวน้อย...” เขาหันมามองหน้าฉันด้วยสายตานิ่งๆ ไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกอื่นแต่อย่างใด

“ฉันชื่อเมล์ ไม่ใช่สาวน้อยของใคร” น้ำเสียงของเธอช่างน่าหมั่นไส้ซะจริง เมื่อกี้ใครกันนะที่จูบผมก่อน แถมยังเรียกผมว่าที่รักอีกด้วย

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ มะนาวสีชมพู

ข้อมูลเพิ่มเติม
คุณหมอสะดุดรัก

คุณหมอสะดุดรัก

โรแมนติก

5.0

เรื่อง...คุณหมอสะดุดรัก คำโปรย พริ้งพราวเพื่อนลากให้ไปเที่ยวผับแต่เธอดันถูกยาปลุกเซ็กเข้า แล้วบังเอิญมาเจอกับเขา คุณหมอหนุ่มวัย35ปี แล้วคุณหมอจะมีวิธีช่วยเธออย่างไร... แนะนำตัวละคร วายุภักษ์ ภักดีวัฒนากุล (วายุ) อายุ 35 ปี เขาเป็นผู้ชาย ขี้เล่น อารมณ์ดี และที่สำคัญเขายิ้มเก่งมากๆ วายุเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลสาขาที่เชียงใหม่และยังพ่วงด้วยตำแหน่งคุณหมอโรคหัวใจ เขาเป็นลูกชายคนโตของ เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่มีสาขาอยู่หลายแห่งของประเทศไทย วายุมีความจำเป็นต้องย้ายมาจากสาขาที่เชียงใหม่ เพราะน้องชายที่ประจำอยู่เกิดอุบัติเหตุ วายุเลยมาประจำอยู่สาขาที่กรุงเทพแทนเป็นการชั่วคราว กมลเนตร ธนพัฒน์ธาดา (พริ้งพราว) หญิงสาวบริสุทธิ์ อายุ 24 ปี ทำงานในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ และเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้เธอกับเขาอยู่ด้วยกันและค่อยๆ สนิทกัน เหนือเมฆ ภักดีวัฒนากุล (เมฆ) น้องชายคนเดียวของวายุ ตั้งแต่เขาประสบอุบัติเหตุเดินไม่ได้ เขาก็กลายเป็นคนอารมณ์ร้อน พยาบาลพิเศษที่จ้างมาดูแล ไม่มีใครสามารถอยู่กับเขาได้ จนได้มาเจอกับ...ข้าวหอม ศศินาทิพย์ คงเจริญ (ข้าวหอม) พยาบาลจบใหม่ เธออยู่ในช่วงทดลองงาน ถูกทางโรงพยาบาลขอร้องให้ไปดูแลคนป่วยที่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีเงื่อนไข และเงื่อนไขนั้นทำให้เธอยอมตอบตกลงรับทำงานนี้ @@@@@@

พ่อม่ายกับยัยพี่เลี้ยง

พ่อม่ายกับยัยพี่เลี้ยง

โรแมนติก

5.0

เรื่อง...พ่อม่ายกับยัยพี่เลี้ยง คำโปรย...นักธุรกิจหนุ่มลูกติด มีปมชีวิตความใสซื่อและความดีของเธอทำให้เขาสนใจ ส่วนลูกชายที่ไม่ยอมไปโรงเรียนเพราะโดนเพื่อนล้อว่าไม่มีแม่ อยากได้เธอมาเป็นแม่ซึ่งเขาก็เห็นด้วยกับลูกชายเช่นกัน แนะนำตัวละคร คุณอาทิตย์ เจริญเดชาพงษ์ (คุณอาทิตย์) หนุ่มหล่อรวย เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้ากลางใจเมือง และยังมีธุรกิจ ผลิต นำเข้า และส่งออก เกี่ยวกับสิ่งอิเล็กทรอนิกส์ รายใหญ่ที่สุดในประเทศอีกด้วย แต่อาทิตย์เขามีลูกติดชื่อน้องเกียร์เป็นเด็กผู้ชายอายุสามขวบ แม่เสียชีวิตตอนคลอดน้องเกียร์ออกมาได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เพราะเธอเสียเลือดมาก นันทิชา มงคลสวัสดิ์ (มิรา) หญิงสาวที่พึ่งเรียนจบมาใหม่ๆ เธอตกงาน ที่บ้านกำลังลำบาก เธอออกหางานทำเพราะต้องส่งน้องเรียน น้องเธออยู่มัธยมต้น เป็นผู้หญิงชื่อลิลิน พ่อแม่เสียไปนานแล้ว เหลือกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านถึงรอดมาถึงทุกวันนี้ได้

คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย

คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย

โรแมนติก

5.0

เรื่อง...คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย โปรย...ความรักมันไม่ได้เกี่ยวกับอายุ...แต่มันเกี่ยวอยู่ที่ใจ เขาไม่อยากมีลูกเพราะฉะนั้นเขาก็เลยไม่คิดที่จะมีเมีย ความรักเป็นเรื่องตลกไม่มีเขาก็อยู่ได้ แนะนำตัวละคร แสงเหนือ หรือ หมอแสง อายุ 32 ปี นิสัย ปากร้าย อารมณ์ดี ขี้เล่น อบอุ่นและขี้หึงสุดๆ แต่เขาไม่อยากมีลูกเพราะฉะนั้นเขาก็เลยไม่คิดที่จะมีเมีย ความรักเป็นเรื่องตลกไม่มีเขาก็อยู่ได้ ปิ่นงาม หรือ ปิ่น อายุ 20 ปี เธอสวย เก่ง เธอใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่บนดอยสูง เธอมีความสุขตามอัตภาพของเธอ แต่แล้วชีวิตของเธอก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อมีเขาเดินเข้ามา ************* (เรื่องนี้เขียนต่อจากเรื่อง...คุณหมอเจ้าแผนการ) ปล.นิยายเรื่องนี้ทุกเหตุการณ์เป็นการสมมุติขึ้นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นอยู่ ศาสนา วัฒนธรรม หรืออะไรก็แล้วแต่ในเนื้อหาของเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งที่สมมุติขึ้นทั้งสิ้น

หนังสือที่คุณอาจชอบ

กู๊ดบาย นายสุดที่รัก

กู๊ดบาย นายสุดที่รัก

Glad Rarus
5.0

หลังจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เจียงหว่านฉือตื่นขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด ทีแรกเธอยังคิดว่าสามีของเธอที่แต่งงานกันมาเป็นเวลาสามปีนั้นมาที่นี่เพื่อดูอาการของเธอ แต่ไม่คิดเลยว่า ชายคนนั้นกลับเดินไปที่ห้องผู้ป่วยข้างๆ เพื่อดูแลผู้หญิงอีกคนหนึ่ง และเพื่อผู้หญิงคนนั้นแล้ว เขายังต้องการส่งเธอเข้าคุกด้วย "2500 ล้าน เพื่อแลกกับการตบผู้หญิงของคุณหนึ่งฉาด"เจียงหว่านฉือมองไปที่เขาอย่างเย็นชา "เราหย่ากันเถอะ"" เธอรับใช้เขาอย่างอดทนมาเป็นเวลาตั้งสามปี ตอนนี้ เธอขอไม่ทำเรื่องโง่ ๆ แบบนั้นอีกต่อไปแล้ว เธอจะกลับไปสืบทอดมรดกมหาศาลของตระกูล

เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ

เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ

Charlton Buccafusco
5.0

ตลอดสิบปีที่ฉู่จินเหอรักเหลิ่งมู่หยวนฝ่ายเดียว เอาใจใส่กับเขาอย่างเต็มที่ แต่เธอไม่เคยคิดว่าที่แท้เธอเป็นแค่ตัวตลกคนหนึ่งเท่านั้น ที่สำนักงานเขตเพื่อทำการหย่า เหลิ่งมู่หยวนมองดูฉู่จินเหอด้วยความเย็นชาและพูดอย่างเหยียดหยามว่า "ถ้าเธอคุกเข่าลงและขอร้องฉัน ฉันอาจจะให้โอกาสเธอกอีกครั้ง ฉู่จินเหอเซ็นอย่างไม่ลังเลและออกจากตระกูลเหลิ่ง สามเดือนต่อมา ฉู่จินเหอปรากฏตัวอย่างเปิดเผย ในเวลานั้น เธอเป็นประธานเบื้องหลังของ LX นักออกแบบลับที่ล้ำค่าที่สุดในโลก และเจ้าของเหมืองที่มีมูลค่าหลายร้อยล้าน ทางตระกูลเหลิ่งคุกเข่าลงและขอร้องให้คืนดีและขอการให้อภัย ฉู่จินเหอแยู่ในโอบกอดของซีอีโอโจว ซึ่งเป็นคนใหญ่คนโตในโลกธุรกิจอย่างมีความุข เธอเลิกคิ้วพลางเยาะเย้ย "ฉันในตอนนี้ไม่ใช่คนที่พวกคุณมาเกี่ยวข้องได้"

คุณท่าน คุณนายมาหาอีกแล้ว

คุณท่าน คุณนายมาหาอีกแล้ว

Thacher
5.0

ในวันครบรอบแต่งงาน เหวินซือถูกเมียน้อยของสามีวางยาและไปมีอะไรกับคนแปลกหน้า เธอสูญเสียความบริสุทธิ์ไป แต่เมียน้อยคนนั้นกลับตั้งท้องลูกของสามี ภายใต้ความกดดันต่างๆ เหวินซื่อสูญรู้สึกสิ้นหวังและตัดสินใจหย่า แต่สามีของเธอกลับไม่แยแสโดยคิดว่าเธอกำลังเล่นลูกไม้อยู่ หลังจากการหย่ากัน เหวินซือกลายเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงและมีผู้ชายนับไม่ถ้วนที่ตามจีบเธอ อดีตสามีไม่ยอมและขอคืนดีไปถึงที่ จากนั้นก็ว่า เธออยู่ในอ้อมแขนของคนใหญคนโตคนหนึ่ง และชายคนนั้นก็พูดอย่างสงบว่า "ดูให้ดี นี่คือพี่สะใภ้ของนาย"

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

l3oonm@
5.0

จือหลินเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่ถูกมารดาทอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่ลืมตามาดูโลก ต่อมาทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวเธอให้กับสถานสงเคราะห์ พออายุได้สามปี ก็มีองค์กรหนึ่งมารับเลี้ยงตัวเธอ แต่พวกเขาเลี้ยงเธอและเด็กคนอื่นๆ ไว้เพื่อเป็นหนูทดลองเท่านั้น ครั้งแรกที่ถูกนำตัวมา ต่างก็โดนจับฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย เพื่อหาเด็กที่เลือดต้านเชื้อที่ฉีดเข้าไปได้เท่านั้น หากร่างกายทนรับไม่ไว้สิ่งที่ทางองค์กรมอบให้คือความตาย จือหลินอาจเป็นเพราะเลือดของเธอพิเศษกว่าเด็กคนอื่น ไม่ว่าฉีดยาตัวไหนเข้าสู่ร่างกายเธอก็ทนรับได้ทั้งนั้น นับจากนั้นมาเธอจึงถูกเลี้ยงดูจากองค์กรมาอย่างดี เรื่องการศึกษาเธอก็สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งได้อย่างเต็มที่ แต่เพราะความฉลาดของเธอจึงถูกส่งให้เรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์และเรียนแพทย์ควบคู่ไปด้วย เมื่อเรียนจบมาแล้ว จือหลินยังคงทำการให้องค์กรเช่นเดิม แม้จะไม่ได้เป็นนักฆ่าเช่นเพื่อนคนอื่นที่มาพร้อมกัน แต่เธอก็ต้องฝึกไม่ต่างจากพวกเขา ยิ่งเมื่อต้องนำเด็กเข้ามาเป็นหนูทดลองเช่นเดียวกับเธอในตอนเล็ก ต่อให้ไม่อยากทำก็ต้องทำ หากฝ่าฝืนไม่ทำการชิปที่ถูกฝังอยู่ในตัวจะถูกกระตุ้นให้ได้รับความทรมานทันที นานวันเข้า ความดำมืดก็ก่อเกิดในใจ ไม่ว่าจะฉีดยาให้เด็กร้ายแรงเพียงใดจือหลินก็เลิกรู้สึกผิดไปเสียแล้ว เพราะการทำงานของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทางองค์กรยกย่องและมักจะให้สิ่งดีๆ กับเธอเสมอ เมื่อมีชิปตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฝังมิติอีกห้วงหนึ่งไว้ภายในร่างกาย จือหลินนางก็ได้รับเลือกให้ทดลองใช้สิ่งนี้ด้วยเช่นกัน จือหลินถูกฝังชิปมิติเข้าที่แกนสมองของเธอ ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้เธอแทบสิ้นสติ เมื่อชิปถูกฝังลงไปแล้ว เพียงไม่นานก็มีเสียงจากระบบให้เธอยืนยันตัวตน ก่อนที่จะปรากฏภาพต่างๆ ภายในหัวของเธอ ของจากภายนอกล้วนแต่ถูกส่งเข้าไปเก็บไว้ด้านในได้ทั้งสิ้น หากเป็นเนื้อสด ผักผลไม้ ยังคงความสดอยู่เช่นเดิมแม้จะเก็บไว้นานมากเพียงใด ห้วงมิติของจือหลินเหมือนเป็นห้องสูทในคอนโดของเธอเองที่มีทุกอย่างพร้อมใช้อยู่ภายใน แม้แต่ห้องทดลอง ห้องทำงานของเธอก็ปรากฏอยู่ในนั้นเช่นกัน นับจากนั้นจือหลินจึงซื้อของเขาเก็บภายในมิติของเธอเป็นจำนวนมาก ตัวเธอเพียงผู้เดียวที่สามารถเข้าออกในห้วงมิติได้ วันเวลาผ่านไปจนจือหลินล่วงเข้าวัยสามสิบปี เธอสามารถผลิตยาที่ทำให้ทั่วโลกจับตามองออกมาได้ ยายื้อชีวิตจากความตาย แต่การทดลองของเธอที่ผ่านมาต้องใช้คนจำนวนมากในการเข้าทดลอง จือหลินสามารถยื้อชีวิตของชายชราที่กำลังจะหมดลมหายใจให้กลับมามีชีวิตปกติได้ เมื่อเธอกักตัวเขาไว้ได้หกเดือนเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติจึงคิดจะปล่อยเขาออกไปใช้ชีวิตเช่นเดิม แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายชราที่กำลังจะเดินออกจากห้องทดลองล้มลงต่อหน้าทุกคนที่เข้าร่วมชื่นชมผลงานของเธอ จือหลินรีบเข้าไปตรวจดูความผิดปกติทันที ก็พบว่าเขาหยุดหายใจเสียแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงต้องพาชายชราคนนั้นกลับเข้าไปในห้องทดลองเพื่อหาสาเหตุ ผ่านไปเพียงสองครึ่งชั่วโมงเขากลับลืมตาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่แววตาที่มองมาทางทุกคนได้เปลี่ยนไป ในดวงตาของชายชราผู้นั้นมีเพียงตาขาวไม่มีตาดำเช่นคนมีชีวิต “เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ผู้อำนวยการองค์กรเดินเข้ามาหาจือหลินแล้วเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก เพราะนักข่าวที่ข่าวเชิญมายังอยู่ที่ด้านนอกเพื่อรอฟังคำตอบ “ขอดิฉันตรวจสอบก่อนค่ะ” จือหลินกุมหน้าผากอย่างมึนงง เธอก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร คนทั้งหมดยืนมองชายชราที่เดินท่าทางประหลาดอยู่ในห้องทดลอง ในตอนนี้เขาเริ่มหยิบสิ่งของทำร้ายตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปในห้องทดลองเพื่อห้ามไม่ให้เขาทำร้ายตัวเอง ชายชราเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็พุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว และเริ่มกัดกินเนื้อตัวของเขาอย่างโหดร้าย คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ เพราะกลัวข่าวเรื่องนี้จะรั่วไหล ผู้อำนวยการสั่งให้คนไปแจ้งนักข่าวให้กลับไปก่อน ทางองค์กรจะแถลงการณ์เรื่องนี้ในภายหลัง เจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายล้มลงเสียชีวิตไม่นานก็มีสภาพไม่ต่างจากชายชราคนนั้น เสียงวุ่นวายไม่ได้จบลงที่ห้องทดลองของจือหลินเพียงแห่งเดียว เพราะห้องทดลองอื่นก็ล้วนพบเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ต่างกัน ผู้อำนวยการจำต้องส่งสัญญาณเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ออกจากตึกทดลองให้เร็วที่สุด จือหลินไม่รู้ว่ายาของนางจะสร้างผลเสียมากถึงเพียงนี้ เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนล้วนจบชีวิตจนกลายเป็นซอมบี้ไปเสียแล้ว ตึกทดลองถูกปิดตาย เพื่อไม่ให้ซอมบี้ที่อยู่ด้านในออกมาสร้างความเสียหายภายนอกได้ “เรื่องนี้ดิฉันขอจัดการด้วยตนเองค่ะ” จือหลินเดินเข้าไปหาผู้อำนวยการที่ห้องทำงานของเขา เพื่อบอกสิ่งที่เธอคิดว่าอย่างดีแล้วในหลายวันที่ผ่านมา เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการไม่ห้ามในสิ่งที่เธอจะทำจือหลินจึงเดินไปที่หน้าตึกทดลองพร้อมระเบิดเวลาในมือ เธอคิดจะทำลายสิ่งของทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมาลงด้วยมือของเธอเอง จือหลินเปิดประตูตึกทดลองแล้วรีบปิดลงทันที เธอเดินเข้าไปที่กลางตึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะระหว่างทางเธอต้องคอยต่อสู้กับซอมบี้ที่จะเข้ามาทำร้ายเธอไปด้วย เสียงสัญญาณระเบิดดังขึ้น จือหลินหลับตาลง พร้อมทั้งถอนหายใจให้กับเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา เสียงระเบิดดังไปทั่วบริเวณพร้อมทั้งตึกทดลองที่ถล่มลงมาจนแทบไม่เหลือซาก “เจ็บชะมัด” จือหลินร้องครางออกมาเบาๆ แต่เมื่อรู้สึกตัวได้เธอก็รีบพยุงตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมมองไปรอบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ เธอคิดว่าตายไปแล้วเสียอีก แต่ทำไมถึงได้มีความรู้สึกเจ็บได้ “นี้มันเรื่องบ้าอะไรอีกว่ะเนี่ย” จือหลินเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ รอบๆ ตัวเธอในตอนนี้เป็นป่าทึบ มือของเธอก็ไม่ใช่ของเธออย่างแน่นอนเพราะมีขนาดเล็กราวกับเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น ตอนที่เธอมึนงงสับสน เรื่องราวความทรงจำของเจ้าของร่างก็ไหลเข้าสู่หัวของเธอจนต้องลงไปนอนดิ้นกับพื้น

พระชายาของข้าคนเดียว

พระชายาของข้าคนเดียว

Daryl Tudge
5.0

เดิมทีนางเป็นทายาทของตระกูลแพทย์เทพ แต่จู่ๆ นางก็กลายเป็นบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีที่พ่อไม่สนใจใยดีและแม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังนางยังเด็ก ในวันที่นางย้อนยุค นางถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่สังหารฮูหยินจวนโหว นางพยายามพลิกผัน พลิกสถานการณ์ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง นางคิดว่าภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นจบลงแล้ว แต่นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางจะต้องเผชิญคือเหวอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นถึงบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีกลับมีอันตรายอยู้รอบตัวมากมาย ทุกคนก็รังแกนางได้ พ่อไม่สนใจนางจะเป็นหรือจะตาย แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่สนุกกับการทรมานนาง คู่หมั้นชั่วร้ายของนางอยากจะใช้นางเป็นประโยชน์เพื่อขึ้นไปที่สูง และแม้แต่น้องชายแท้ๆ ของนางยังทรยศนาง นางจึงเริ่มต่อสู้กับคนเจ้าเล่ห์ ข่มเหงแม่เลี้ยงของนาง และดูแลน้องชายและน้องสาวของนาง ดังนั้นนางวางแผนที่จะเล่นงานผู้ชายชั่ว เอาคืนแม่เลี้ยง และแก้แค้นน้องๆ ระหว่างที่นางแก้แค้นนั้น นางมีชีวิตที่มีความสุข แต่กลับไม่รู้ว่าไปยั่วยุคนใหญคนหนึ่งเข้าเมื่อไร เมื่อนางจะทำเรื่องไม่ดีหรือฆ่าคน เขาก็ช่วยนางหมด ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่ถามออกมาว่า "ท่าน แม้ว่าข้าจะทำลายโลกที่ไม่มความยุติธรรมนี้ ท่านก็จะช่วยข้าเช่นกันหรือ" เขาทำหน้าใจเย็น "ตราบใดที่เจ้าอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าจะเป็นโลกใบนี้ ข้าก็สามารถให้เจ้าได้"

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์
4.8

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
อลเวงหัวใจพบรัก
1

บทที่ 1 ตอนที่ 1 พบเจอ

02/11/2023

2

บทที่ 2 ตอนที่ 2 เงื่อนไข

02/11/2023

3

บทที่ 3 ตอนที่ 3 ครอบครัว

02/11/2023

4

บทที่ 4 ตอนที่ 4 หนูเมล์

02/11/2023

5

บทที่ 5 ตอนที่ 5 ความลับไม่มีในโลก

02/11/2023

6

บทที่ 6 ตอนที่ 6 ข่าวลือ

02/11/2023

7

บทที่ 7 ตอนที่ 7 อยากจะเชื่อแบบนั้นก็แล้วแต่เลย

02/11/2023

8

บทที่ 8 ตอนที่ 8 เจอกันอีกแล้ว

02/11/2023

9

บทที่ 9 ตอนที่ 9 เห็นคนอื่นดีกว่าพี่

02/11/2023

10

บทที่ 10 ตอนที่ 10 เข้าใจผิด

02/11/2023

11

บทที่ 11 ตอนที่ 11 นึกแล้วว่าต้องมีวันนี้

02/11/2023

12

บทที่ 12 ตอนที่ 12 ชวนเข้าบ้าน

02/11/2023

13

บทที่ 13 ตอนที่ 13 พี่สะใภ้

02/11/2023

14

บทที่ 14 ตอนที่ 14 เกิดเรื่อง

02/11/2023

15

บทที่ 15 ตอนที่ 15 สมาชิกใหม่

02/11/2023

16

บทที่ 16 ตอนที่ 16 ติดฝน

02/11/2023

17

บทที่ 17 ตอนที่ 17 ป่วย

02/11/2023

18

บทที่ 18 ตอนที่ 18 ดูแลคนป่วย

02/11/2023

19

บทที่ 19 ตอนที่ 19 หัวใจเต้นแรง

02/11/2023

20

บทที่ 20 ตอนที่ 20 พบแพทย์

02/11/2023

21

บทที่ 21 ตอนที่ 21 กอด

02/11/2023

22

บทที่ 22 ตอนที่ 22 เป็นแฟนกันแล้ว

02/11/2023

23

บทที่ 23 ตอนที่ 23 จู๋จี๋

02/11/2023

24

บทที่ 24 ตอนที่ 24 คนขี้กลัว

02/11/2023

25

บทที่ 25 ตอนที่ 25 หึง

02/11/2023

26

บทที่ 26 ตอนที่ 26 งอน

02/11/2023

27

บทที่ 27 ตอนที่ 27 ลองของ 1 Nc+

02/11/2023

28

บทที่ 28 ตอนที่ 28 ลองของ 2 Nc+

02/11/2023

29

บทที่ 29 ตอนที่ 29 บอกรัก Nc+

02/11/2023

30

บทที่ 30 ตอนที่ 30 เปิดตัว

02/11/2023

31

บทที่ 31 ตอนที่ 31 แม่โทรตาม

02/11/2023

32

บทที่ 32 ตอนที่ 32 กลับบ้าน

02/11/2023

33

บทที่ 33 ตอนที่ 33 ลูกเขย

02/11/2023

34

บทที่ 34 ตอนที่ 34 ผลตรวจ

02/11/2023

35

บทที่ 35 ตอนที่ 35 แต่งงาน

02/11/2023

36

บทที่ 36 ตอนที่ 36 ตอนพิเศษ 1

02/11/2023

37

บทที่ 37 ตอนที่ 37 ตอนพิเศษ 2

02/11/2023

38

บทที่ 38 ตอนที่ 38 ตอนพิเศษ 3(จบ)

02/11/2023