ภรรยาแสนร้ายของพายัพ

ภรรยาแสนร้ายของพายัพ

อัญญาณี

5.0
ความคิดเห็น
35.2K
ชม
40
บท

เมียใครที่ว่าร้าย ที่ว่าแน่ คงแพ้เมียพายัพแน่นอน เพราะหล่อนไม่ร้าย แต่หมัดและเท้าหนักมาก แต่ถึงกระนั้น ก็แพ้พายัพอยู่ดี จริงเหรอ... ............... "ฉันสัญญาค่ะว่า จะไม่ยุ่งทำแบบนั้นอีกแล้ว และขอโทษคุณด้วยค่ะ" หล่อนทำตาม "ยกมือไหว้ด้วย แล้วขอโทษใหม่" อังศุมาลีเริ่มหน้าตึง รู้ทันทีว่า เขาแกล้งตน แต่ถึงกระนั้นหล่อนไม่มีทางเลือก ทำตามคำสั่ง "ไหว้สวยๆ ด้วยนะ ถ้าไม่สวย ไม่ถูกใจ ไม่ให้ภาพนี้แน่ๆ" อังศุมาลียิ้มหวานมาก หวานเสียจนคนมองเห็นใจสั่นอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ ส่งให้ดวงหน้าหล่อนมีความงดงาม ชวนมองมาก พายัพรีบยับยั้งความรู้สึกไหลลื่นให้อยู่กับที่ มองดูอังศุมาลียกมือไหว้ กล่าวคำขอโทษ "คราวนี้คืนรูปแม่ฉันได้หรือยังคะ" "ก็เดินมาเอาสิ" พายัพสะบัดรูปไปมา อังศุมาลีก้าวเดินไปหาร่างหนา แขนหล่อนยื่นออกไป หมายจับรูปในมือเขา ทว่าพายัพกลับชักมือหนี นำมือไขว้หลัง "นี่คุณจะผิดสัญญาเหรอ" อังศุมาลีถามเสียงขุ่น "ผิดสัญญาตรงไหนมิทราบ ฉันก็บอกอยู่นี่ว่า เดินมาเอาสิ แต่ไม่ได้บอกว่าจะให้ดีๆ นี่นา" พายัพเอาคืนอังศุมาลี ที่ทำกับตนไว้เจ็บแสบ ให้แค่ไหว้กับขอโทษมันดูน้อยไป ให้ร้อนหัวใจเล่นๆ ร่วมด้วย คงสนุกพิลึก "ถ้าอยากได้ก็ต้องพยายามหยิบเอง" ด้วยความโมโห อังศุมาลีก้าวเท้าไปหาร่างหนาใกล้กว่าเดิม ทุบอกเขาเต็มแรง จนคนถูกทำร้ายถึงกับเจ็บ ตกใจไม่คิดว่าหล่อนทำเช่นนี้ ยิ่งตกใจมากขึ้นกับการกระทำต่อมา ที่พายัพไม่ทันตั้งตัวเช่นกัน "โอ๊ย!" อังศุมาลีเหนี่ยวคอแข็งแรง ขยับตัวเข้าใกล้เขาอีกหน่อย เข่าสาวกระแทกเหมาะเหม็งตรงกล่องดวงใจพายัพ ที่ร้องโอดครวญจากความจุกเจ็บ ตัวงอ หน้าแดง รูปภาพในมือล่วงหล่นสู่พื้น อังศุมาลีรีบไปหยิบรูปภาพแสนรักทันที "ฉันไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับคุณเมื่อกี้นะ ที่ว่าจะไม่ยุ่งเรื่องคุณน่ะ แต่ไม่ได้บอกว่าจะทำไปจนกว่าเราหย่ากัน ฉันหมายถึงแค่วันนี้วันเดียว ให้คุณพักหายใจหายคอ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ อ้อ...ขอบคุณนะสำหรับรูปแม่ของฉัน" อังศุมาลีบอกคนจุกแน่นไปทั้งตัว หัวใจเดือดดาลมาก แต่ทำอะไรหล่อนไม่ได้มากไปกว่า เก็บความแค้นไว้ ถูกทำร้ายตรงจุดนี้ เรี่ยวแรงพายัพไม่หลงเหลือ แค่ขยับตัวยังยาก เข่าอังศุมาลีหนักมาก พุ่งใส่เต็มแรง เกิดมาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนเล่นงานเขาเช่นหล่อนมาก่อน คอยดูเถอะ พายัพเอาคืนเป็นสองเท่าแน่ "ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยตัวแสบ อูยย์"

บทที่ 1 1

1

วันนี้เป็นวันวิปโยคของเขาก็ว่าได้ ตอนเช้าแต่งงานกับอีกคน พอตอนเย็นในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส กลับมีเจ้าสาวคนใหม่ หรือใช้คำว่า เจ้าสาวตัวแทนน่าจะเหมาะกว่า

อยากหัวเราะ...แต่หัวเราะไม่ออก

คนอย่างพายัพ เวชาอนุพงษ์ ผู้เพียบพร้อมในทุกด้าน ประสบความสำเร็จมากในเรื่องงาน แต่เรื่องความรักกลับสวนทางกัน ผู้หญิงที่คิดว่าเป็นรักแท้ เป็นภรรยาและแม่ของลูกในอนาคต จากตนไปอย่างไม่มีวันกลับ จากไปโดยไม่มีคำล่ำลา ไม่มีช่วงเวลาๆ ดีดีให้แก่กัน นำพาความทุกข์ ความโศกเศร้าในจิตใจพายัพมากนัก

จนถึงทุกวันนี้ หนึ่งปีสามเดือนยี่สิบวัน พายัพยังไม่เลิกใช้เหล้าย้อมใจ เขาคิดว่ามันคือที่พึ่งชั้นดี ตัวช่วยลืมความเจ็บปวด จากการสูญเสียได้ เมื่อทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล ไม่เป็นผู้เป็นคน ยังดึงตัวเองออกจากหลุมดำไม่ได้ คนในครอบครัวจึงต้องหาทางออก ด้วยการหาเมียให้เขา

เมียที่พายัพไม่ต้องการ...

ครั้นจะไม่เข้าประตูวิวาห์กับสตรีที่ไม่ปรารถนาก็ไม่ได้ เป็นเพราะญาติผู้ใหญ่ของเขา คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย และคุณพ่อคุณแม่ มากันครบทุกองค์ประชุม ชักแม่น้ำร้อยสายมาอ้าง สุดท้ายก็จำยอม

พายัพแทบไม่มีส่วนร่วมเรื่องวันวิวาห์ จะจัดที่ไหน อย่างไร เขาไม่รับรู้ เจ้าสาวหน้าตาเป็นเช่นไร ชื่ออะไร ไม่สนใจ วันไหนที่หล่อนมาบ้าน เขาไม่อยู่ดูหน้า ไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์ นอนค้างคอนโดจิรายุภัทร์ ซึ่งไม่มีใครค้านหรือบังคับพายัพมากไปกว่านี้ เกรงว่าพายัพจะไม่ยอมเข้าประตูวิวาห์กับเจ้าสาวที่หาไว้ให้

เมื่อถึงวันแต่งงาน พายัพได้พบหน้าเจ้าสาวเป็นครั้งแรก หล่อนน่ารัก แต่ไม่ทำให้หัวใจพายัพสั่นไหว อาจเป็นเพราะพายัพดื่มเหล้าย้อมใจหนักมาก หนักชนิดที่ว่า ลุกไม่ขึ้น จนต้องไปปลุกด้วยการสาดน้ำเย็นบนใบหน้า ให้ผู้ชายในบ้านช่วยกันหิ้วปีกพายัพไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเจ้าบ่าว

งานตอนเช้าแทบล่ม เพราะเจ้าบ่าวยังไม่หายแฮงค์ นั่งไม่ตรง ยืนก็ไม่ได้ โอนไปเอนมา มิหนำซ้ำยังฟุบหน้าหลับระหว่างพิธีรดน้ำสังข์ เจ้าสาวภาวนาให้เจ้าบ่าวทำให้งานล่ม เพื่องานจะได้เดินต่อไม่ได้ ผลตรงกันข้าม แม้เจ้าบ่าวไม่อยู่ในสภาพไม่เป็นผู้เป็นคน มานะชัยกับคุณหญิงพัชรีให้แขกที่มาร่วมงาน ที่มีแต่ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย รดน้ำอวยพรเจ้าสาวเจ้าบ่าวต่อไป ละเว้นเรื่องการจดทะเบียนสมรส อยู่ช่วงต่อจากนี้ ต้องยกเลิกเพราะเจ้าบ่าวหลับ ช่วยกันหิ้วปีกขึ้นไปนอนบนห้อง

“คุณย่ายังไม่เลิกล้มความตั้งใจ ให้ผมจดทะเบียนสมรสอีกหรือครับ ผมคิดว่าจะจบไปตั้งแต่ผมเมาหลับซะอีก” พายัพพูดกับคนเป็นย่า เมื่อพัชรีนำเอกสารมาให้ตนเซ็นในห้อง ก่อนเริ่มพิธีฉลองมงคลสมรสในตอนเย็น ซึ่งเหลือเวลาอีกสองชั่วโมง “แล้วมันจำเป็นมากหรือครับ ไอ้ทะเบียนสมรสเนี่ย ผมว่า แค่ผมยอมแต่งงานก็น่าจะพอแล้วนะครับ”

เมื่อสร่างเมาด้วยน้ำเย็นจัด พายัพก็อยากเมาต่อ เพื่อให้หลับยาวยันเช้า งานตอนเย็นจะได้ล่ม เพราะเอกสารตรงหน้า ทำให้อารมณ์เขาแปรปรวน อยากฉีกมันทิ้งเหลือเกิน

“สำหรับแกอาจไม่จำเป็น แต่สำหรับฉัน จำเป็นมาก เซ็นซะ ถ้าไม่เซ็นฉันจะยกมรดกในส่วนของแกให้เมียแกทั้งหมด”

พายัพมองหน้าพัชรี เขาไม่พอใจกับเรื่องนี้มาก ที่เอะอะก็จะยกสมบัติให้เจ้าสาว ที่เขาจำได้แต่หน้า ทว่าชื่อกลับจำไม่ได้ เท่ากับว่า พายัพถูกบีบบังคับจากญาติอันเคารพรัก เขาไม่สนใจสมบัติเหล่านี้ก็ได้ เพราะในส่วนของตนก็มีอยู่มาก ใช่แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ยังมีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต ทว่าที่ยอมเนื่องจาก ไม่อยากให้ใครมาชุบมือเปิบง่ายๆ อีกทั้งยังคิดว่า จดได้ก็หย่าได้ เขาจะทำทุกวิถีทางให้เจ้าสาว อยู่กับตนไม่ได้

“ก็แค่นี้แหละ” พัชรียิ้มพอใจ เมื่อเห็นหลานชายเซ็นชื่อลงไปในเอกสารสำคัญ “แล้วก็กรุณาอย่าเมาหัวราน้ำอีกนะ ฉันเสียเงินไปเยอะในงานเย็นนี้ แต่เสียเงินไม่ว่า ฉันไม่อยากเสียหน้ามากกว่า เชิญแขกมาเป็นร้อยเลย”

“คุณย่ากลัวผมเมา แล้วจัดงานตอนเย็นทำไมครับ แค่งานตอนเช้ากับทะเบียนสมรสก็น่าจะพอ จัดงานใหญ่งานโตให้สิ้นเปลืองทำไมก็ไม่รู้” คนเป็นหลานบ่น

“เพราะฉันอยากทำ มีอะไรไหม” พัชรีกวนกลับหลานชาย “ถ้าเห็นว่าฉันเป็นย่า ก็อย่าดื่ม งานจบแกจะดื่มหนัก ดื่มเหมือนหมายังไง ฉันจะไม่ว่าแกเลย เข้าใจไหม” คำตอบของพายัพคือความเงียบ “ฉันถามว่า แกเข้าใจที่ฉันสั่งไหม ก็ตอบมาสิ”

อารมณ์คนถามเริ่มไม่ดีบ้าง พายัพมองหน้าหญิงสูงวัย พรางถอนหายใจ

“ผมจะพยายามครับ” เขาตอบกึ่งรับกึ่งสู้

“พยายามให้มันมากๆ ด้วย ไม่อย่างนั้น เห็นดีกันแน่” พูดจบก็เดินออกไปจากห้อง พายัพลุกเดินไปยังตู้เย็นภายในห้อง หยิบเบียร์ออกมาหนึ่งกระป๋อง เปิดมันออกแล้วดื่มทีเดียวหมดกระป๋อง

มาถึงงานช่วงเย็น พายัพที่สติครบถ้วน เบียร์แค่กระป๋องเดียว ทำอะไรเขาไม่ได้ ถึงกับอึ้งเมื่อเจ้าสาวถูกเปลี่ยนตัว เป็นอีกคน ที่สำคัญชื่อจริงของหล่อน คล้ายชื่อคนรักเก่าของเขามาก

อังศุมาลินหรือหลิน คือชื่อคนรักที่จากโลกนี้ไป

อังศุมาลีหรือมาลี คือชื่อของภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

พายัพถึงกับนิ่งงัน มองหน้าเจ้าสาวที่ความสวยเข้าขั้นเทพ สวยแบบร้องตะโกน ตะโกนออกมาดังๆ ด้วย หล่อนสวยกว่าเจ้าสาวช่วงเช้าของตนเสียอีก ความที่ไม่ปรารถนาแต่งงาน เจ้าสาวก็ไม่ใช่คนที่เขารัก พายัพมองหล่อนในแง่ร้ายว่า ความสวยเกิดจากการทำศัลยกรรม ไม่ใช่สวยตามธรรมชาติเหมือนอังศุมาลิน ไหนจะเครื่องสำอางที่แต่งแต้มอีก พอล้างหน้ามา คงจะคนละภาพจำแน่นอน

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ อัญญาณี

ข้อมูลเพิ่มเติม
โซ่รัก ใยพิศวาส

โซ่รัก ใยพิศวาส

มหาเศรษฐี

5.0

“ฉันท้อง” เพชรหอมกลั้นใจบอกชายตรงหน้า ชายหนุ่มที่หล่อนรักสุดหัวใจ ยอมมอบกายมอบใจให้ทั้งที่ยังไม่แต่งงาน คนได้ยินเลิกคิ้วสูง สีหน้าแปลกใจเล็กน้อย ก่อนเหยียดยิ้ม “แน่ใจเหรอว่าเป็นลูกฉัน” ราซิเอลโล่ตวัดผ้าห่มออกจากตัว ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะคว้าชุดคลุมที่พาดอยู่ปลายเตียงมาสวมทับเรือนกายเปล่าเปลือย “ฉันจำได้ว่า ฉันป้องกันทุกครั้งไม่มีพลาดแน่นอน” เจ็บ! “ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่คิดรับผิดชอบเธอนะ แต่ฉันมั่นใจว่า ฉันป้องกันตัวเองดีมาก ดูอย่างเมื่อคืนสิ ฉันเมาฉันยังใส่ถุงยางเลย ลูกในท้องเธอ ไม่ใช่ลูกฉัน...ฉันมั่นใจ” เพราะความมั่นใจของเขา ทำให้หล่อนแบกความเสียใจ ความทุกข์และลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่ราซิเอลโล่ไม่รู้สักนิดว่า ความแน่นอนคือสิ่งไม่แน่นอน

พันธะเสน่หามาเฟีย

พันธะเสน่หามาเฟีย

มหาเศรษฐี

5.0

เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...

เมียไม่ปรารถนา

เมียไม่ปรารถนา

มหาเศรษฐี

4.9

คุณานนท์เมา... ใช่ เขาต้องการให้แอลกอฮอล์ดับความทุกข์ ความผิดหวัง ความเสียใจ และอาการเจ็บใจ แค้นฝังรากลึกให้หลุดออกไปใจบ้าง วันนี้เขากับครอบครัวเสียหน้าหนักมาก ต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านที่ต้องนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกันสนุกปาก คงไม่มีใครคิดว่า คนอย่างคุณานนท์จะถูกทิ้งกลางอากาศ ถูกทิ้งในวันสำคัญของชีวิตด้วย ไม่แค้นก็แปลก แล้วความแค้นทั้งหมดก็กำลังไปลงที่เจ้าสาวที่ไม่ปรารถนา “หลับสบายเลยนะ” เขาพูดเสียงต่ำ มองดวงหน้าหวานที่นอนหลับพริ้มบนเตียง “ตื่น!” คุณานนท์ตะโกนเสียงดัง เขาไม่เพียงแค่ส่งเสียงเรียกเธอ มือใหญ่คว้าผ้าห่มแล้วเหวี่ยงมันไปกองบนพื้น และนั่นทำให้เขาเห็นเรือนร่างสาวมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันกาย เสียงอันแผดดัง ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่กระทบผิวกาย ส่งผลให้ลัลณ์ลนินตื่น เธอเอี้ยวตัวมาทางด้านหลังแล้วต้องสะดุ้งตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อเห็นร่างสามียืนไม่มั่นคงนักริมเตียง “พี่กล้า” “แหม แต่งตัวรอให้ฉันมาเอาเธอเลยเหรอ รู้หน้าที่ดีนี่” น้ำเสียงติดอ้อแอ้ ทำให้เธอรู้ว่า เขากำลังเมา “ไม่ใช่ค่ะ ไม่ชะ...ว้าย!” ลัลณ์ลนินยังไม่ทันพูดจบประโยค คุณานนท์ก็โถมร่างดันร่างเล็กให้นอนลงบนที่นอน โดยมีร่างเขาทาบทับ “พี่กล้าลุกคะ ลุก” “ไม่ลุก” คุณานนท์ตอบเสียงดังฟังชัด “เธอลืมแล้วเหรอว่าเราแต่งงานกันแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่ที่เราจะมีอะไรกัน จริงไหม” ใช่ เขาพูดถูก ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าการแต่งงานมาจากความรักและความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย แต่นี่ไม่ใช่ งานวิวาห์ที่ทั้งเขาและเธอไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้น เรื่องแบบนี้ก็ไม่น่าเกิดขึ้นเช่นกัน ยิ่งตอนนี้ด้วยแล้ว กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ฟุ้งตามร่างหนา เป็นอีกสัญญาณหนึ่งให้รู้ถึงความไม่ปลอดภัย “ไม่ค่ะ ไม่” ลัลณ์ลนินพูดด้วยความกลัว เธอกำลังกลัวคุณานนท์ ลางสังหรณ์บอกเธอว่า ตนเองกำลังไม่ปลอดภัย เธอดิ้นรนไปมา ดิ้นทั้งที่รู้ว่า หนีไม่พ้น

ดั่งมนต์ต้องใจ

ดั่งมนต์ต้องใจ

มหาเศรษฐี

5.0

ยามเกลียด...เกลียดเข้าไส้ ถึงเวลารักเมื่อใด...คำว่าหมดทั้งใจยังน้อยไป ......... “โอ๊ย!” เสียงร้องเจ็บดังขึ้น ปรียาพรถูกเหวี่ยงไปบนพื้นห้อง “เธอกล้ามากนะที่สวมเขาให้ฉัน ฉันอยากรู้เหลือเกินว่าเธอต้องการเงินอะไรหนักหนาถึงกลับไปรับงาน เงินที่เธอสูบไปจากแม่กับยายของฉันไม่พอหรือไง หรือว่าทนความร่านของตัวเองไม่ไหว ผู้หญิงอย่างเธอหิวเงินไม่พอ ยังหิวผู้ชายอีก ทุเรศที่สุด ฉันไม่น่าแต่งงานอีตัวอย่างเธอเลย” “เพี้ยะ” ความอดทนของมนุษย์มีขีดจำกัด ปรียาพรเป็นปุถุชนธรรมดาระงับความโกรธไม่ได้ ยิ่งเขามาดูถูกซ้ำๆ อย่างนี้ เธอจะไม่ทนอีกต่อไป ฟาดฝ่ามือลงบนแก้มยุรนันท์ แม้กลัวเขา แต่เธอก็ทำ “อย่ามาดูถูกกันให้มากนะ ถ้าฉันไม่ดี ฉันมันร่าน หิวผู้ชาย ไม่คู่ควรกับคุณ งั้นเราเลิกกัน พรุ่งนี้ไปหย่ากันที่อำเภอ แล้วต่างคนต่างไป จะได้ไม่ต้องทนอึดอัดกันอีก” ปรียาพรคิดว่าทางดีที่สุด ทว่ายุรนันท์ไม่คิดเช่นนั้น เขาคิดว่าเธอมีเป้าหมายใหม่ ถึงได้พูดขอหย่า กำแพงแห่งความโกรธที่ว่าสูงแล้ว ตอนนี้สูงมากขึ้นหลายเท่า ใบหน้าเขาแดงก่ำ ดวงตาลุกโชนด้วยแรงแห่งโทสะ มองปรียาพรอย่างดุดัน ก้าวเดินมาหาภรรยาด้วยท่าทางคุกคาม “เธอกับครอบครัวตั้งใจเข้ามากอบโกยเงินทองจากฉัน จัดฉากเรื่องคืนนั้น ทั้งที่เธอก็รู้เต็มอกว่าเราไม่มีอะไรกัน แต่เธอก็ไม่พูดแย้ง พ่อกับแม่เธอก็เอาแต่พูดว่าฉันต้องรับผิดชอบ ทั้งที่รู้เต็มอกว่า ผู้หญิงเน่าๆ อย่างเธอไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ นอนด้วยครั้งสองครั้งคงไม่สึกหรอเพราะผ่านงานมาโชกโชน ซึ่งเธอก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แล้วจะมาพูดว่าฉันดูถูกเธอได้ยังไงห๊า” ยุรนันท์ตะเบ็งเสียงจนเธอตกใจ “ถ้าฉันไม่ดี เราก็เลิกกัน หย่ากันไปเลย” ปรียาพรคิดหาหนทางไม่ออกนอกจากวิธีนี้ เขาจะได้ไม่ต้องทนอยู่กับภรรยาที่คิดว่าเป็นอดีตโสเภณี เธอเองก็จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดซ้ำซาก “หย่าเหรอ” เขาทวนคำเสียงเย็น “ฉันหย่าแน่ เรื่องอื่นฉันพอยอมรับได้ แต่เรื่องสวมเขานี่ไม่ไหว แต่ก่อนหย่าฉันอยากลองสักครั้ง อยากรู้ว่าทำไมมีแต่ผู้ชายอยากดมดอกไม้เน่าๆ กันนัก แค่ฉันเดินผ่านก็จะอ้วกแล้ว ดอกไม้ไร้กลิ่นหอมอย่างเธอคงไม่ทำให้ฉันมีความสุขหรอก แต่ฉันก็อยากลอง” ยุรนันท์จ้องมองปรียาพรไม่วางตา นัยน์ตาเขามีพลังแห่งความโกรธมิเปลี่ยนแปลง ปรียาพรตกใจ หัวใจเธอเต้นแรงมาก คำพูดเขาไม่ต้องแปลความหมาย ยิ่งทำให้ความหวาดกลัวอาบทั่วจิตใจ อยากอธิบายให้ยุรนันท์เข้าใจ แต่ด้วยอารมณ์เขาตอนนี้พูดมากแค่ไหนก็คงไม่ฟัง ไม่เข้าไปในหู ทางเดียวคือต้องเอาตัวรอดออกจากห้องนี้ ทว่าความคิดเธอช้าไป... .... เป็นภาคต่อ ดั่งทรายต้องลมค่ะ

ดั่งทรายต้องลม

ดั่งทรายต้องลม

มหาเศรษฐี

5.0

ของบางอย่างมักเห็นค่า ในเวลาที่เสียมันไป .... “เปิ้ลจะมาอยู่บ้านหลังนี้ในฐานะเมียพี่อีกคนนะ” ความเจ็บช้ำที่พราวฟ้าได้รับน้อยไปใช่ไหม ปรินทร์ถึงได้โยนความรู้สึกนั้นเข้าจิตใจเธอมากขึ้น มันมากมายเสียจนพราวฟ้าคิดว่า ชาตินี้ทั้งชาติไม่รู้ว่าจะสลัดหลุดความร้าวรานใจได้หรือไม่ น้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดไปพักหนึ่ง ตอนนี้กำลังทำงานอีกครั้ง ไหลรินเป็นทาง ปรินทร์พูดออกไปแล้วก็นึกอยากตบปากตัวเอง เขาไม่ควรเอ่ยประโยคนี้เป็นประโยคแรก ควรเป็นคำพูดที่ทำให้ความเสียใจปัดออกไปจากหัวใจพราวฟ้ามากกว่า เขาไม่รู้สาเหตุว่า ทำไมปากเขาหนัก ขาตัวเองแข็งเช่นนี้ ได้แต่ยืนมองพราวฟ้าที่ร้องไห้อย่างน่าสงสาร “ถ้างั้นทรายจะไปจากที่นี่ค่ะ” ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนได้ ทนเห็นผู้หญิงอีกคนเข้ามาอยู่ในฐานะเมียน้อย แค่นี้เธอก็เจ็บปวดมากพอแล้ว “ทรายอยู่ที่นี่ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้แม้วินาทีเดียว” ปรินทร์ตกใจไม่คิดว่าพราวฟ้าจะตัดสินใจเช่นนี้ หัวใจเขาหล่นตุ๊บ ใจหายกับประโยคที่ได้ยิน “มันยากนักหรือไงที่จะอยู่ด้วยกัน พี่ก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตอะไร ต่างคนต่างอยู่ก็หมดเรื่อง เปิ้ลเป็นผู้ดีพอ ไม่มารังควานทรายหรอก” ปากหนอปาก พูดไปโดยไม่ทันคิดอีกแล้ว และไม่เคยคิดไตร่ตรองว่า วาจาที่เอ่ยออกไปสร้างแรงสะเทือนเกิดขึ้นในใจพราวฟ้าหนักมาก “สำหรับคุณอาจไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่สำหรับฉัน มันคือเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตคู่ ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนได้หรอกค่ะ คุณลองคิดกลับกัน ถ้าฉันพาผู้ชายมาอยู่ที่นี่อีกคนในฐานะผัวน้อย คุณจะรู้สึกยังไง ที่ฉันนอนกับคุณวันนึง นอนกับผัวน้อยวันนึง คุณคงมีความสุขมากสินะ” พราวฟ้าเถียงกลับ ปรินทร์นิ่งอึ้ง ตกใจ มองคนพูดนิ่ง พราวฟ้าเป็นคนไม่มีปากมีเสียง แทบจะไม่เถียงใครเลยทั้งสิ้น นับตั้งแต่อยู่กินกันมาวันนี้เป็นวันแรกที่เธอกล้าต่อปากต่อคำ และไม่หมดเพียงแค่นี้ “คุณเปิ้ลเป็นผู้ดีหรือคะ ผู้ดียังไงถึงได้ยอมเป็นเมียน้อยคนอื่น ผู้ดีจริงๆ เขาจะหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่ทำตัวต่ำ ไม่ทำให้ตัวเองโดนติฉินนินทา จะคิดทำอะไรต้องใช้สติคิด นี่ต่างหากค่ะที่เรียกว่าผู้ดี ฉันคงอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉันเป็นคนชั้นต่ำ ไม่เหมาะกับดงผู้ดี เชิญคุณอยู่กับคุณเปิ้ล ผู้หญิงที่คุณเลือก ส่วนฉันก็จะไปตามทางของฉัน” ปรินทร์อึ้งอีกรอบ เขามองเธอนิ่งงัน ไม่เพียงแค่พราวฟ้าตอบโต้กลับด้วยคำพูดเชือดเฉือน สรรพนามที่เรียกระหว่างกันก็เปลี่ยนไป มองพราวฟ้าที่เดินไปนั่งร้องไห้ริมเตียง “ก็ลองทำตามที่พูดสิ ฉันจะฆ่าเธอกับชู้ให้ตายคาที่เลย” ปรินทร์เสียงเข้มห้วน ความไม่พอใจคุกรุ่นในแววตา แค่จินตนาการว่าเธอมีความสัมพันธ์กับชายอื่น เขาก็แทบบ้า ความหึงหวงพล่านในอก “แค่ฉันพูดคุณยังโกรธ แต่คุณทำจริง คุณมีอะไรกับคุณเปิ้ลไม่พอ ยังพาเธอมาอยู่ที่นี่ แล้วคุณคิดเหรอว่าฉันจะทนได้ แล้วฉันก็ไม่ทนด้วย” พราวฟ้าพูดไปร้องไห้ไป “โธ่โว้ย! มันจะอะไรกันหนักหนา ทำไมเธอทนอยู่ที่นี่ไม่ได้ มันจะตายหรือไง” ปรินทร์หัวเสีย เมื่อเมียพูดไม่รู้เรื่อง ทำแข็งข้อใส่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “ฉันให้เธออยู่ที่นี่ก็บุญเท่าไหร่แล้ว อย่าเรื่องมากไปหน่อยเลย...รำคาญ” ปรินทร์กระแทกเสียงใส่ มองหน้าพราวฟ้าด้วยความไม่พอใจ เขาไม่คิดสักนิดเลยว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของพราวฟ้า ความผิดอยู่ที่เขาเต็มๆ “ฮือ...ฮือ” พราวฟ้าร้องไห้หนักขึ้น ไม่กลั้นน้ำเสียง เธอปล่อยโฮออกมาราวกับว่า ไม่อาจกลั้นความเจ็บช้ำน้ำใจที่โถมใส่ได้อีก ปรินทร์ไม่เพียงแค่ทำร้ายจิตใจพราวฟ้า เขาไม่ถนอมน้ำใจเธอเลยสักนิด พร้อมเหยียบย่ำความรู้สึกให้จมพื้นดิน ขยี้หัวใจสาวจนแหลกลานคาเท้า “แล้วก็เลิกร้องไห้ซะที น้ำตาไม่ได้ช่วยอะไรเธอหรอกนะ เห็นแล้วหงุดหงิด น่าเบื่อชะมัด” ปรินทร์หัวเสียหนักมากขึ้น เขาเดินออกไปจากห้องทันทีที่พูดจบ ราวกับว่าไม่อยากคุยกับพราวฟ้าต่อ เพราะเกรงว่าจะยิ่งพูดกันไม่รู้เรื่อง ค่อยกลับมาพูดใหม่หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างอารมณ์เย็นลง พราวฟ้าไม่มีคำใดเอื้อนเอ่ย นอกจากน้ำตาที่รินไหลไม่หยุด คำสัญญาคำพูดของเขาที่ว่า ไม่คิดอะไรกับทิวาทิพย์มากไปกว่าเพื่อนก็ไม่ใช่ความจริง เขาเพียงแค่หลอกล่อให้เธอตายใจและเชื่อใจ ก่อนตลบหลังอย่างเจ็บปวดที่สุด ปรินทร์หมดรักเธอแล้ว หากยังมีความรักหลงเหลือ ปรินทร์จะไม่ทำเช่นนี้ มือเรียวสวยวางลงบนท้อง เธอลูบท้องเบาๆ ก้มหน้าลงบอกกล่าวกับอีกหนึ่งชีวิตในครรภ์ “พ่อไม่ต้องการแม่แล้ว เราไปอยู่กันสองคนนะลูก” เป็นการตัดสินใจอันแน่วแน่ของพราวฟ้า เมื่อเขาไม่เห็นค่า ไม่เห็นแก่ความรัก จะอยู่ให้ทุกข์ทรมานใจทำไม หากเธอไม่ดึงตัวเองออกจากความเจ็บปวด เธอก็ต้องจมอยู่กับความเสียใจไปตลอดชีวิต

เมียลับนายหัว

เมียลับนายหัว

มหาเศรษฐี

5.0

................ วินาทีที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกสาว หัวใจเขาเต้นแรงมาก ความรู้สึกหม่นเศร้า เคว้งคว้างท่ามกลางความหนาวเหน็บถูกปัดออกมาจากจิตใจจนสิ้นเมื่อได้พบหน้ากัญญาพัชรด้วยตาตัวเอง หนูน้อยวัยสี่ขวบเดินมาหาชายร่างสูงใหญ่ด้วยความรู้สึกที่บอกในใจว่า ต้องเดินไปหา “สวัสดีค่ะ มาหาใครคะ” เสียงหวานใสเหลือเกิน... สิงหนาทพูดอยู่ในใจเมื่อได้ยินเสียงแรกของลูกสาว เขาก้มมองดูเด็กหญิงหน้าตาราวกับตุ๊กตา ผิวขาวอมชมพู รูปร่างอวบน่าฟัดน่ากอด สวมใส่ชุดคอจีนสีขาวฟ้า ใบหน้าหนูน้อยชวนมองยิ่งนัก ตาโต แก้มป่อง ริมฝีปากแดงอมชมพู เขาย่อตัวลงให้ความสูงอยู่ระดับเดียวกับกัญญาพัชร “ขอกอดหน่อยได้ไหมครับ” สิงหนาทพูดกับลูกเสียงหวานมาก กัญญาภรณ์กับชุติมาสั่งสอนเสมอว่า อย่าเข้าใกล้คนแปลกหน้า ใครที่น้องขนมไม่รู้จักชวนไปไหนอย่าไป ให้กินอะไรก็อย่ากิน ซึ่งหนูน้อยเชื่อฟังมาตลอด ทว่าครั้งนี้กัญญาพัขรกลับละเมิดคำสั่งสอนมารดา “ได้ค่ะ” กัญญาพัชรกางมือออกไปทางด้านข้าง ยิ้มเต็มใบหน้า ราวกับว่าต้องการอ้อมกอดจากเขาเช่นกัน สิงหนาทไม่รอช้ารั้งร่างอวบของลูกสาวไว้ในอ้อมแขน กระชับแน่นประหนึ่งกลัวว่าร่างนี้จะสลายแล้วรู้ตัวว่า เขาอยู่ในความฝัน ไม่ใช่ฝัน...มันคือเรื่องจริง เนื้อนุ่มนิ่มที่เขากอด หัวใจของหนูน้อยที่แนบกับอก สิงหนาทรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ ความอุ่นจากเรือนกายตอกย้ำว่า เขาได้พบลูกแล้ว น้ำตาเขาปริ่มขอบตาก่อนปล่อยมันลงมาเคลียแก้มอย่างไม่คิดจะกลั้น เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ เป็นความดีใจที่รอคอยมานานสี่ปี คนเป็นพ่อค่อยๆ ดันร่างลูกสาว ลูบหัวหนูน้อยเบามือ “คุณลุนร้อนไห้ทำไมคะ โอ๋ๆ ไม่ร้อนนะคะ” สิงหนาทยิ้มกับคำพูดของลูกสาว แล้วยิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อกัญญาพัชรกอดปลอด “ไม่ต้องร้อนนะคะ โอ๋ๆ” “ลุงไม่ร้องแล้วครับ ลุงไม่ร้องแล้ว ขอบใจน้องขนมนะครับที่ปลอบลุง” สิงหนาทปาดน้ำตาทิ้ง ยิ้มให้บุตรสาวสุดน่ารัก “แม่อยู่ไหมครับ แม่แพรน่ะครับ” “แม่ไม่อยู่ค่ะ” “แม่ไปไหนครับ” “แม่ไปหาผัวใหม่” เด็กวัยสี่ขวบตอบเสียงใส ยิ้มแป้น แต่คนได้รับคำตอบกลับยิ้มไม่ออก “ไปไหนนะครับ” สิงหนาทถามซ้ำ “แม่ไปหาผัวใหม่ น้ายูบอกว่าผัวเก่าแม่เฮงซวยค่ะ” น้องขนมตอบตามที่ชุติมาบอก ไม่รู้ความหมายในคำพูดที่เอ่ยออกไป โดยไม่รู้ว่า คำตอบของตนนั้นกำลังทำให้เสือร้ายโมโห “หนอย...ห่างผัวไม่กี่ปี ริอยากมีผัวใหม่ ฝันไปเถอะ” โรมานซ์

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

Fiona Lynx
5.0

ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

หวนรัก คืนปรารถนา

หวนรัก คืนปรารถนา

pamika_1995
5.0

วายุ : นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้จมอยู่กับอดีต เขาเป็นชายหนุ่มผู้คลั่งรัก ทว่าทิฐิทำให้เผลอทำร้ายคนที่รักที่สุด อลิสา : ดาราสาวที่พลาดพลั้งอุ้มท้องลูกของนักธุรกิจหนุ่ม แต่เขากลับผลักไส ไม่รัก มิหนำซ้ำยังกลับไปหาคนรักเก่าอีกด้วย ..................... "นอนกับฉันแค่คืนเดียว กล้าดียังไงมาพูดว่าเป็นเมียฉัน! เพราะถ้าเเค่คืนเดียว ฉันคงมีเมียไปค่อนโลกแล้ว" "แล้วถ้าอลิซท้องล่ะคะ! ท้อง! หมายถึงกำลังมีเด็ก...ที่ตอนนี้กำลังเป็นก้อนเลือดนอนนิ่งอยู่ในนี้"มือบางลูบไล้หน้าท้องแบนราบอย่างยั่วเย้า ก่อนจะยกยิ้มอย่างเป็นต่อ "....." วายุ จ้องสบด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ฝ่าเท้าหนัก ค่อยๆ สาวเท้าเข้าหาเธออย่างคุกคาม "เหตุผลแค่นี้ พอที่จะเป็นเมียคุณได้หรือยัง! "เสียงหวานท้าทายเขา ใบหน้างามเชิดรั้นอย่างถือดี ก่อนที่ปากอิ่มจะเบ้ออกน้อยๆ ด้วยความเจ็บปวด เพราะปลายคางมนถูกบีบจนน้ำตาเล็ด "อย่าคิดจะใช้เด็กมาต่อรองกับฉัน! เพราะฉันไม่ใช่พระเอกที่จะยอมเเต่งงานกับเธอเพียงแค่ทำผู้หญิงท้อง...ฉันบอกเอาไว้ตรงนี้เลย ฉันจะรับผิดชอบแค่เด็ก..ที่อาศัยท้องเธอมาเกิดเท่านั้น! "เสียงเข้มกระซิบเหี้ยม ก่อนมือหนาอีกข้างจะยกขึ้นกดหน้าท้องแบนราบนั้นเบาๆ เพื่อเป็นการย้ำเตือน! "แต่ลูกของฉันต้องการมีทั้งพ่อและแม่! "มือบางสะบัดเขาออกอย่างถือดี ก่อนจะตะโกนลั่นใส่หน้าเขา "หึ...ถามจริงๆ อยากให้ลูกมีพ่อหรืออยากได้ผัวจนตัวสั่นกันแน่! " .................... "จำไว้นะคุณยุ! วันนี้คุณอาจจะยังไม่ต้องการพวกเรา...ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าวันไหนที่เราไม่ต้องการคุณบ้าง แม้แต่วิญญาณของพวกเราคุณก็จะไม่ได้เห็น! "อลิสาตะโกนลั่นใส่หน้าเขาอย่างสุดทน ใบหน้างามเต็มไปด้วยน้ำตาทั้งสองข้างแก้ม "ปากดี " "ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะคุณ...พวกไร้ความรับผิดชอบ! " "อลิสา"เสียงเข้มกดต่ำ ใบหน้าคมขึงขัง อารมณ์ร้อนเริ่มเดือดพล่าน "เอากระโปรงไปใส่มั๊ยค่ะ บริจาคให้"เสียงหวานเอ่ยบอกเขา มือบางปาดน้ำตาก่อนจะยกยิ้มสมเพชส่งให้ "...." เพี๊ยะ! "หน้าตัวเมีย...คนสารเลว" "..." "อลิซเกลียดคุณที่สุด!"

เกมรัก เกมธุรกิจ ฉันจะเอาคืน

เกมรัก เกมธุรกิจ ฉันจะเอาคืน

Gavin
5.0

ในคืนส่งท้ายปีเก่าที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุข ฉันกลับเห็นธวัชชัย คู่หมั้นที่คบกันมาสิบปี กำลังกอดนิชานันท์ 'น้องสาว' ที่เขาอ้างว่าบริสุทธิ์ใจอย่างแนบแน่น ริมฝีปากของเขาประทับลงบนหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน ท่าทางที่เคยเป็นของฉันคนเดียว แต่เมื่อฉันถามถึงความสัมพันธ์นั้น เขากลับตวาดใส่ว่าฉัน "คิดมาก" และ "งี่เง่า" ที่ไปหึงน้องสาวของเพื่อนที่ตายไปแล้ว ในวันที่ฉันป่วยหนักจนติดเชื้อในกระแสเลือดนอนพะงาบๆ อยู่ที่โรงพยาบาล เขากลับทิ้งฉันไว้ลำพังเพื่อไปปลอบนิชานันท์ที่แค่ "กลัวเสียงฟ้าร้อง" ซ้ำร้ายเขายังทำอาหารใส่กุ้งที่ฉันแพ้อย่างรุนแรงให้นิชานันท์กิน โดยไม่สนใจว่าฉันจะรู้สึกอย่างไร ภาพในโซเชียลมีเดียที่นิชานันท์ป้อนข้าวเขาอย่างสนิทสนม ตอกย้ำความจริงที่ว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา ฉันเป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ และเป็น "ของตาย" สำหรับเขา ความรักและความทุ่มเทของฉันถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลังที่เจ็บปวดที่สุด พอกันทีกับความโง่เขลา ฉันเช็ดน้ำตาแล้วหยิบโทรศัพท์กดโทรหา "เอกภพ" คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของเขา "ฉันมีข้อเสนอเกี่ยวกับหุ้นของเกียรติชัย กรุ๊ป... และฉันต้องการยกเลิกงานแต่งงานเดี๋ยวนี้" งานนี้ฉันจะไม่จากไปเงียบๆ แต่จะทำให้เขารู้ซึ้งถึงคำว่า "สูญเสียทุกอย่าง" มันเป็นยังไง

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ