Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
5.0
ความคิดเห็น
2K
ชม
17
บท

“คุณมันปีศาจ” ปากว่าเขาแต่มือเล็กกลับเคลื่อนมาประคองหน้าหล่อของหนุ่มต่างชาติตาสีเขียวมรกตที่ทอประกายแสงจ้องมองมายังตนเอง เธอชอบดวงตาคู่นี้ ไม่รู้ทำไมถึงชอบ มองทั้งๆ ที่เมื่อคืนมันออกจะน่ากลัว แต่ตอนนี้ดวงตาของเขาทำให้หัวใจดวงเล็กของสาวน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ “อือ...ฉันเป็นปีศาจที่เธอแตะต้องได้เด็กน้อย อีกอย่างไปซื้อเตียงใหม่ด้วยนะ ขาฉันยาวกว่าเตียงของหนู ขอขนาดเท่าเดิมเนี่ยแหละ แต่ขอยาวหน่อย ฉันเป็นคนต่างชาติเลยตัวใหญ่ไปนิด” “ไม่นิดเลย คุณตัวใหญ่เหมือนยักษ์เลยต่างหาก” “แต่ฉันก็เข้าไปอยู่ในตัวหนูได้แล้วกันถึงจะใหญ่” “คนลามก” หล่อนเอียงหน้าเบือนหนีด้วยความเขินอาย “ลามกอะไร ฉันแค่พูดความจริง ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว ขอเอาอีกสักสองรอบก่อนจะไปทำงานนะเด็กน้อย อ่ะ...อื้อ” แล้วเขาก็แนบปากลงไปบดจูบปากน้อยที่กำลังจะตอบทันที.....

บทที่ 1 สาบสาว

อือ…

ริมฝีปากหนาครางพร่าอยู่ในรถเมื่อได้กลิ่นสาบของสาวพรหมจรรย์ลอยเข้ามาในรถเตะปลายจมูกของเขา วันนี้เป็นคืนสิบห้าค่ำ คืนพระจันทร์เต็มดวง เป็นคืนที่ครึ่งคนครึ่งสัตว์อย่างเขาต้องผสมพันธุ์กับสาวพรหมจรรย์ และนี่ก็ผ่านพระจันทร์เต็มดวงมาหลายครั้งแล้ว เขาก็ยังหาผู้หญิงพรหมจรรย์ไม่เจอเลยสักคน

“หยุดรถดอม” เสียงเข้มสั่งให้บอดี้การ์ดหยุดรถเมื่อกลิ่นสาบสาวรุนแรงขึ้นจนเพิ่มกำหนัดในกายแข็งแรงกลางหว่างขาของเขาให้ปวดร้าวเหยียดตัวคับแน่นกางเกง

“ครับคุณนิก” ดอมหยุดรถทันที

“กลิ่นพรหมจรรย์” เขาเอ่ยพึมพำและก็ดังพอที่จะทำให้ดอมได้ยิน

“ครับนาย” ดอมรู้ว่าเจ้านายนั้นเป็นลูกครึ่ง และตระกูลของดอมก็รับใช้ตระกูลเปอตีมาตั้งแต่สมัยปู่ของชายหนุ่มแล้วและก็รู้ความลับของตระกูลนี้เป็นอย่างดี

“ฉันจะออกล่าเหยื่อ นายกลับไปรอที่บ้านพักได้”

เขาพูดจบก็เปิดประตูรถก้าวลงไปทันที โดมินิก เปอตี วัย 36 ปี เจ้าของธุรกิจน้ำหอมรายใหญ่ของฝรั่งเศส และเป็นชายในฝันของสาวๆ หลายๆ คน แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ความหล่อร้ายนั้นมีความเหนือธรรมชาติซุกซ่อนอยู่

แล้วรถยนต์คันหรูก็แล่นไปทันทีเมื่อเจ้านายลงจากรถเรียบร้อยแล้ว ดอมมองในกระจกมองหลังเห็นเจ้านายหายตัวไวๆ ไปในความมืดในยามดึก การมาเมืองไทยครั้งนี้ เขาและเจ้านายหนุ่มลงทุนเปิดตลาดที่ประเทศไทย ดอมมองเจ้านายหายไปในความมืดก็กระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อเจ้าป่าอย่างโดมินิกออกล่า ซึ่งเขาไม่ได้เห็นนานแล้ว ปกติจะมีแต่เขาพาผู้หญิงมาสังเวยให้บนเตียง แต่หากเมื่อใดที่ได้กลิ่นสาบสาวพรหมจรรย์ เจ้านายของเขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เพราะเป็นวัยของการสืบพันธุ์

“หลับฝันดีนะลูกพ่อ” สง่าบอกฝันดีลูกสาวคนเดียวของตนเองเมื่อขึ้นมาส่งลูกสาวสุดที่รักเข้านอน

“ฝันดีเช่นกันค่ะพ่อหง่า”

น้ำเสียงหวานบอกฝันดีพ่อผู้ให้กำเนิดกลับเช่นกัน เอณิการ์ ผู้ดี หรือเอ วัย 19 ปี เด็กสาวอาศัยอยู่กับพ่อสองคน แม่ของเธอเพิ่งจะจากไปเมื่อปีที่แล้ว และเธอก็เป็นลูกสาวคนเดียวของนายสง่า เจ้าของร้านไอศกรีมในมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่

เด็กสาวใบหน้าสวยหวาน ผิวขาวนวลอมชมพูต้องแสงของพระจันทร์ในค่ำคืนนี้ที่สาดส่องเข้ามาในห้อง หล่อนนั่งมองกระจกหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแย้มยิ้มกับกระจกโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังมีดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองอยู่ในความมืด

ฮืม!

กลิ่นสาบพรหมจรรย์กระตุ้นให้โดมินิกคำรามพร่าและเฝ้ารอจังหวะจะจู่โจมดวงหน้าหวานของเจ้าของห้องนอนสีชมพูหวานที่เขามาเกาะขอบหน้าต่างเฝ้ามองอยู่

“พรุ่งนี้ไม่มีเรียน ไปช่วยพ่อขายไอศกรีมดีกว่า”

เธอพึมพำกับตัวเองแล้วยื่นมือไปจิ้มกระจกบอกเงาตัวเองที่สะท้อนตรงหน้า เอณิการ์เรียนคณะศึกษาศาสตร์ วิชาภาษาไทย เด็กสาวฝันอยากเป็นแม่พิมพ์ของชาติ เธอจึงเลือกเรียนคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย บวกกับนิสัยที่รักการอ่าน และตอนนี้เธอก็เรียนอยู่ปีหนึ่ง กิจกรรมที่มหาวิทยาลัยเยอะ แต่ก็ไม่ทำให้เหนื่อยกลับสนุกด้วยซ้ำที่ได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัย

ฮืม!

โดมินิกฮึ่มฮั่มอย่างอดทน สองมือกำแน่นเกาะขอบหน้าต่างห้องขนาดเล็กไว้อย่างใจเย็น แต่เหมือนว่าสัญชาตญาณสัตว์ในตัวของเขามันไม่ยอมเชื่อฟัง และทันทีที่ร่างเล็กอ้อนแอ้นลุกขึ้นปิดไฟเดินไปล้มตัวนอนบนเตียง เขาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในความมืด แม้จะมืดแต่ดวงตาของสัตว์อย่างเขาก็มองเห็นทุกอย่างชัดเจน

ตุ้บ!

เสียงเหมือนมีอะไรดังกระทบพื้นทำให้เอณิการ์เพ่งมองในความมืดด้วยความตกใจ เพราะอยู่ๆ ก็มีเสียงกระแทกดังขึ้นใกล้ๆ แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างดิ้นรนหาทางเอาตัวรอดในความมืดเมื่อมีอะไรสักอย่างปิดปากของเธอไว้

อือ!

คนที่ทนความกำหนัดของตัวเองไม่ไหวปลุกปล้ำร่างน้อยในความมืด กดร่างเล็กที่ดิ้นรนให้อยู่ใต้ร่าง เอามือหนาของตัวเองออกจากปากเล็กแล้วประกบปากหนาตัวเองบดจูบปิดเสียงร้องของคนตัวเล็กไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกนอกห้อง

“อือ...อ่า...”

เสียงครางอู้อี้ดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่บดบี้ขยี้กันและสองมือใหญ่ก็รวบมือเล็กขึ้นตรึงไว้เหนือหัวเพียงมือเดียว ส่วนมืออีกข้างก็กอบกุมเต้าอวบอูมขนาดพอดีมือของตนเอง

“อ่า...หวาน”

โดมินิกผละปากร้อนรุ่มออกมาจากปากน้อยหวานละมุนที่บดขยี้จูบปลุกปล้ำมาไล้เลียริมฝีปากเล็กที่ตนบีบคางเล็กไว้เพื่อไม่ให้สาวน้อยใต้ร่างส่งเสียงร้องเรียกให้คนเข้ามาช่วย

“อือ...อื้อ” ร่างน้อยบิดดิ้นรนขัดขืนไปมาในความมืด และก็ตกใจกลัวกับไฟมุมมืดที่สะท้อนเข้ามาผ่านทางหน้าต่างของห้องกระทบกับดวงตาสีมรกตน่ากลัว

“อ่า...หอมเหลือเกิน กลิ่นเธอทำให้ฉันปวดร้าวสาวน้อย” ดวงตาสีมรกตจ้องมองใบหน้าสวยสั่นกลัวตนเองในความมืด แต่เขากลับมองเห็นมันชัดเจน

“อือ...อื้อ”

เอณิการ์ได้แต่ดิ้นรนไปมาพูดไม่ได้ เพราะมีมือของเขาบีบคางเล็กของเธอไว้

“อ่า...คืนนี้เธอต้องสังเวยร่างให้ฉันสาวน้อย อืม...”

มือใหญ่ข้างที่รวบตรึงมือเล็กทั้งสองไว้เหนือหัวก็เคลื่อนมาลูบไล้ลำคอระหง แล้วโน้มหน้าไปซุกปลายจมูกโด่งกับซอกคอระหงที่บิดเบี่ยงหนีไปมา ยิ่งคนตัวเล็กดิ้น เขายิ่งปวดร้าวต้องการ กลิ่นกายของเธอช่างหอมเย้ายั่วไม่เหมือนผู้หญิงที่เคยผ่านมาของเขา

“อือ...หอมเหลือเกิน อ่า...”

ลากไล้ปลายลิ้นสากกับซอกคอระหงแล้วมาขบเม้มติ่งหูเล็ก แล้วเคลื่อนมาบดจูบปากน้อยที่เคยบดจูบควานกินความหวานก่อนหน้าอีกครั้ง ปากหนาที่บดขยี้กับปากเล็กดูดเม้มเรียวลิ้นน้อยของอีกฝ่ายแม้อีกฝ่ายจะถอยร่นลิ้นหนี แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของโดมินิก

มือใหญ่ปล่อยมือที่บีบล็อกคางเล็กแล้วเคลื่อนมาลูบไล้เรือนกายเล็กของอีกฝ่าย ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาต้องร่วมรักกับเด็กตัวเท่านี้ แต่หล่อนหอมเย้ายั่วเหลือเกิน เขาปรารถนา และเด็กคนนี้นี่แหละที่จะเป็นคนขยายเผ่าพันธุ์ของเขา

“อ่า...อือ”

เสียงครางอู้อี้ดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่บดขยี้กันและร่างเล็กก็ดิ้นไปมาใต้ร่างใหญ่โตไม่ยอมให้ความร่วมมือไปกับคนในความมืด แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งดิ้นยิ่งเป็นการปลุกเร้าอารมณ์ของสัตว์ป่าในตัวของบุรุษเหนือร่าง

“อ่า...ไม่ไหวแล้ว ฉันอยากได้เธอแม่หนูน้อย อ่า...กลิ่นสาวของหล่อนช่างหอมเหลือเกิน อืม...” เขาครางพร่าด้วยภาษาไทยที่ชัดเจน เขามีแม่นมเป็นคนไทยจึงไม่แปลกที่จะพูดไทยได้ราวกับเป็นเจ้าของภาษา

“มะ...ไม่นะ คุณอย่าทำร้ายหนูเลย หนูกลัว คุณปีศาจ...” เมื่อปากเป็นอิสระ หล่อนก็อ้อนวอนขอร้องคนเหนือร่าง ยิ่งได้เห็นดวงตาสีมรกตทอประกายแสงก็ยิ่งกวาดกลัว

“ชูว์...เด็กน้อยของฉัน เธอถูกฉันเลือกแล้ว อีกอย่างกลิ่นตัวของหนูมันเชิญชวนฉันมาเองนะสาวน้อย” น้ำเสียงแหบพร่าเปล่งออกมาด้วยความยากลำบากแล้วนำมือใหญ่มาขยุ้มขยำสองเต้าเล็กกระเปาะพอดีมือของตนเองแล้วก็บีบเคล้นคลึงขยำเป็นจังหวะ

“อ่ะ...เจ็บ คุณอย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ อ่ะ...อือ” หล่อนดิ้นและจับมือใหญ่ที่ขยำหน้าอกของตนเอง ใบหน้าสวยชื้นเหงื่อและบิดเบี้ยวไปมาด้วยความเจ็บกับสัมผัสที่ไม่คุ้นชิน

“อ่า...หนูไม่เจ็บหรอก สาวน้อยของฉัน เธอจะเสียวมากกว่า เชื่อฉันถ้าไม่อยากตาย”

เขาขู่เสียงเข้มในท้ายประโยค แล้วดวงตาของเขาก็ทอแสงอีกครั้งจนเอณิการ์ไม่กล้าพูดอะไรและดิ้นรนขัดขืนอีก สาวน้อยสั่นกลัวอยู่ใต้ร่างใหญ่โตของบุรุษในความมืด แต่ตาของเขาช่างน่ากลัว ยิ่งได้สบจ้องยิ่งทำให้หนาวสั่นไปทั่วร่างเล็ก

“ว่าง่ายๆ แบบนี้ฉันชอบ ฉันไม่ชอบคนที่ไม่เชื่อฟังฉัน” มือใหญ่ลูบแก้มนวลเนียนและเขาก็รู้ว่าตอนนี้ดวงตากลมโตของหล่อนกำลังมีน้ำเอ่อล้นออกมา

“อือ...คุณอย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ คุณ...”

“ฉันแค่สอนให้หนูรู้จักความสุขเท่านั้นสาวน้อย เชื่อฉัน”

น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าเปล่งออกมาหลอกล่อเด็กสาวใต้ร่าง แล้วเขาก็ผละร่างขึ้นมานั่งคร่อมหญิงสาวแล้วปลดเปลื้องเสื้อสูทราคาแพงของตัวเองออก และไม่นานท่อนบนของเขาก็เปลือยเปล่า

“คุณจะข่มขืนหนู” หล่อนถามเขาทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเขากำลังจะทำอะไร

“อย่าใช้คำนั้นกับฉันเด็กน้อย เพราะฉันไม่เคยข่มขืนใคร และหนูก็จะสมยอมและชอบมัน เชื่อฉันเด็กน้อย” จับมือเล็กที่กำเกร็งแน่นข้างลำตัวมาทาบทับหน้าอกกำยำของตนเอง แล้วก็บังคับให้หล่อนคายมือที่กำแน่นออกมาลูบไล้หน้าอกแข็งแรงของตน

“ไม่...คุณเป็นปีศาจ ตาของคุณน่ากลัว มันส่องแสง คุณไม่ใช่คนใช่ไหมคะ คุณ...”

“ชูว์...อย่าพูดแบบนั้น ฉันพิเศษกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไป”

เมื่อเขาอ้าปากกว้าง เขี้ยวคมของเขาก็งอกยาวออกมา ถ้าหากว่าเปิดไฟหรือกลางวัน เด็กน้อยใต้ร่างคงกรี๊ดสลบไปแล้ว เขาอยากกัดซอกคอของหล่อนเพื่อตีตราจองไว้ และก็เร็วเท่าความคิด เขาโน้มตัวลงไปซุกซอกคอระหงแล้วกัดงับเขี้ยวแหลมๆ เข้ากับซอกคอหอมหวานของเด็กสาว

“อ่ะ...เจ็บ!”

หล่อนอ้าปากกว้างตาค้างในความมืด สองมือก็คว้าไหล่หนากำแน่นเมื่อถูกเขี้ยวแหลมของคนเหนือร่างฝากฝังเข้ามาในซอกคอของตนเอง แม้จะมองไม่เห็นแต่ก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้ตัวเองถูกกัดและก็เป็นแผลลึกด้วย กลิ่นคาวเลือดของเอณิการ์คละคลุ้งไปทั่วห้อง

“อ่า...เลือดของเธอหวานมากสาวน้อย ต่อไปนี้หนูเป็นของฉัน หนูต้องตั้งท้องลูกของฉัน ฉันเลือกเธอเด็กน้อย” ไม่รู้อะไรทำให้โดมินิกตัดสินใจเลือกสาวน้อยใต้ร่างเป็นแม่ของลูก แต่สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เขาพูดและตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรและทำไมต้องเป็นเด็กสาวเอเชียร่างเล็กใต้ร่างคนนี้ด้วย

“หนูไม่เข้าใจ หนูต้องฝันแน่ๆ แต่ทำไมหนูเจ็บคอแบบนี้ หนูมีเลือดไหลด้วย” หล่อนปล่อยมือจากไหล่หนามากุมต้นคอที่รู้สึกเจ็บของตนเองก็รับรู้ได้ถึงความชื้นเหนียวของเลือดที่ซึมไหลออกมาจากแผลที่ซอกคอ

หึหึ...

“มันคงเป็นฝันที่เธอจะจำไปจนตายเลยแหละ เด็กน้อยของฉัน”

ความเจ็บปวดที่ซอกคอและดวงตาสีมรกตทอประกายแสงเรืองรองของคนเหนือร่างทำให้หล่อนไม่อาจเชื่อได้ว่ามันคือความจริง แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงว่าเธอฝัน เธอต้องฝันแน่ๆ เธอคงจะอ่านนิยายแฟนตาซีมากไปช่วงนี้

“หนูฝันแน่ๆ ”

หึหึ...

“ฝันก็ฝันสาวน้อย และตอนนี้ฉันก็ไม่อยากเสียเวลาแล้ว กลิ่นสาบพรหมจรรย์ของหนูทำให้ฉันปวดเอ็นเนื้อกลางร่างมาก” เขาไล้ปลายลิ้นเลียเลือดสาวบริสุทธิ์ที่เปรอะเปื้อนตามขอบปากและเขี้ยวของตนเอง ก่อนจะเก็บเขี้ยวที่งอกออกมาให้กลับเป็นปกติ

“มันคือฝัน ยังไงก็คือฝัน”

หนูน้อยบอกตัวเองแล้วก็ไม่ได้สนใจจะดิ้นรนขัดขืนเหมือนตอนแรก และใจสาวดวงน้อยวัยกระเตาะก็เต้นแรงผิดจังหวะเมื่อถูกถอดเสื้อผ้าออกจนตอนนี้เหลือแต่ร่างเปลือยและมีร่างใหญ่โตของบุรุษในความมืดคร่อมทับเหนือร่างและเขาก็เปลือยเหมือนเธอ จากตอนแรกเขายังมีกางเกงติดกาย แต่ตอนนี้เขาถอดออกหมดแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นไม่รู้อะไรแข็งๆ ดุนดันเบียดสีกับหน้าท้องแบนราบของเธอ

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ณิการ์

ข้อมูลเพิ่มเติม
วิวาทรัก

วิวาทรัก

โรแมนติก

5.0

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนสองคนไม่เคยเจอกัน ไม่เคยรู้จักกัน แต่ต้องมาแต่งงานกัน แน่นอนว่าการคลุมถุงชนครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะคนแก่ทั้งสองที่ให้คำมั่นสัญญากัน พวกเขาที่เป็นหลานจึงจำต้องแต่งงานกัน "น่านน้ำ" หนุ่มเจ้าของไร่กาแฟ กับสาวมั่น "พิมพ์มาดา" ที่ต้องมาเจอกัน ทั้งสองไม่ใช่คนที่จะเชื่อฟังใครง่ายๆ ต่างคนต่างดื้อ และการคลุมถุงชนครั้งนี้จะต้องไม่เกิดขึ้น แล้วเรื่องราววุ่นวายจึงเกิดขึ้น หนี....ใช่ต้องหนีเท่านั้น....แต่หนีไปไงมาไงมา "รัก" กันได้ไง ที่สำคัญหนีไปหนีมามาเจอพ่อคน "เซ็กส์จัด" ใช่ค่ะว่าที่เจ้าบ่าวของเธอเซ็กส์จัดจนต้องยอมแพ้....และเธอก็ชอบความหื่น ห่าม ถ่อย ของคนที่ชังหน้าแบบไม่รู้ตัว......และน่านน้ำก็หลงเจ้าสาวจอมดื้อแบบไม่ตั้งใจรักเช่นกัน...... ------------ “นายทำบ้าอะไรของนาย” “ลงโทษเมีย” น้ำคำห้วนๆ ตอบกลับทันควัน พร้อมกับจ้องหน้าสวยที่ตอนนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจในตัวเขาอยู่ในที แล้วเรื่องอะไรเขาต้องสนใจสายตาเกลียดชังที่หล่อนส่งมาให้ด้วยเล่า ในเมื่อพิมพ์มาดาเป็นของเขาและต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นายน่าน” เธอสั่งเสียงแข็งไม่ยอมเช่นกัน พร้อมดิ้นหนีจากแรงกดของบุรุษที่คร่อมเหนือตัวเองอยู่ในตอนนี้ เขาบังคับให้เธอพิงไปกับพนักโซฟาและตัวเขาก็คร่อมกักร่างเธอไว้ โดยมีสองมือใหญ่กดหัวไหล่เธอให้อิงพิงไปกับพนักเก้าอี้ สองมือทุบตีไปกับหน้าอกแกร่งแต่เหมือนกับว่าทุบกำแพงหินผาเจ็บมือเสียแรงเปล่า “ทำไมฉันต้องปล่อยด้วย เธอคิดยังไงถึงไปคบกับไอ้ปลัดธนูนั่นทั้งๆ ที่มีฉันเป็นผัวทั้งคน หรือฉันคนเดียวไม่พอฮึดา” โน้มหน้าลงไปเอ่ยข้างหูเธอพร้อมกับกัดดึงหูเธอแรงๆ ด้วยความโมโห “โอ๊ย! ฉันเจ็บนะไอ้ซาดิสม์!” “ก็กัดให้เจ็บ ถ้าไม่เจ็บจะกัดทำไมวะ บอกฉันมาไปถึงไหนต่อไหนกับมันแล้ว” เงียบ! ปากช่างเจรจาของสาวจอมพยศเม้มแน่นไม่ปริปากตอบเมื่อเขาถาม และนั่นยิ่งกระตุ้นไฟโทสะในอกของน่านน้ำไปใหญ่ “ฉันถามเธออยู่ทำไมไม่ตอบ” เขากระชากเสียงถามเธอดังกว่าเดิม และครั้งนี้ก็บีบหัวไหล่ของเธอที่กดไปกับพนักโซฟาด้วย “เจ็บนะเว้ย! นายมันบ้าไปแล้วนายน่าน นายมันคนซาดิสม์ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันเจ็บ” ทุบตีแขนของเขาให้นำพามือที่บีบหัวไหล่ตัวเองออก ตอนนี้ดวงตาสวยสดใสได้อาบล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความเจ็บปวด เมื่อเขาไม่ยอมปล่อยมือจากหัวไหล่แต่เขากลับทำตรงกันข้ามคือบีบแรงกว่าเดิม “ฉันไม่ใจอ่อนกับน้ำตาของผู้หญิงอย่างเธอหรอกนะดา อย่ามาบีบน้ำตาปัญญาอ่อนต่อหน้าฉัน” น้ำเสียงเฉียบขาดเอ่ยขึ้นพร้อมกับผละมือข้างขวามาบีบคางเล็กของเธอให้แหงนเงยเชิดหน้าขึ้นสบตาตนเอง แล้วเขาก็โน้มลงไปบดขยี้ปากอวบอิ่มสีระเรื่อที่เม้มแน่นของหล่อนจริงๆ ในเมื่อไม่ยอมพูดไม่ยอมตอบเขาก็ไม่คิดจะสนใจแล้ว เพราะตอนนี้สิ่งที่ต้องการคือการทำให้พิมพ์มาดาจำ จำว่าร่างกายของหล่อนคือของเขา นายน่านน้ำไม่ใช่ของใครอื่นที่ไหน ผู้ชายหน้าไหนก็ห้ามแตะ เพราะเนี่ยคือสมบัติของเขา ถ้าเขาไม่ยกให้ใครหน้าไหนก็ห้ามพาหล่อนหนี “อ่ะ อื้อ.....

อาจารย์หมอ(พี่เข้ม)

อาจารย์หมอ(พี่เข้ม)

โรแมนติก

5.0

เขาเป็นหมอที่มีรักเดียวมาตลอดหลายสิบปี แอบเฝ้ามองน้องน้อยตั้งแต่แรกเกิด ส่วนน้องน้อยก็หาได้รักเขาแบบชู้สาวไม่ สำหรับจงกลนีแล้วเขาคืออาจารย์หมอหน้านิ่งหน้าเดียว ไร้อารมณ์ทางสีหน้า แม้แต่ยิ้มเขาก็ยิ้มไม่เป็น แต่ก็ตกใจเมื่อเขายิ้มให้ตัวเองคนเดียว จะบ้าเหรอเขาเป็นอาจารย์ของเธอ และเธอกก็เคารพเขามาตลอด จะให้รักได้ยังไงกัน ++++++ “เอ้า...ปากกา เซ็นเอกสารแล้วค่อยนอนต่อก็ได้” “ค่ะ” เธอรับปากกาที่เขายื่นให้พร้อมกับเซ็นชื่อตรงที่เขาชี้มือ “เรียบร้อย ตอนนี้เธอเป็นเมียฉันแล้วนะ” “ยังไงคะ?” ถามทั้งๆ ที่นั่งหลับ “ก็เราจดทะเบียนสมรส..

เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค

เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค

โรแมนติก

5.0

หอบผ้าหอบผ่อนข้ามน้ำทะเลเพื่อมาบอกเขาว่า "ท้อง" กับเขา นึกว่าเขาจะดีใจเธอคิดผิด เพราะสิ่งที่ได้รับกลับมาหลังจากนั่นคือความใจร้ายของเขา ทำไมกัน ทำไมเขาถึงจงเกลียดจงชังเธอนัก --------------- “พี่จะแน่ใจได้ยังไงว่าเธอท้อง” “พี่มาร์คก็พาไวน์ไปตรวจสิคะ และก็พาฝากท้องด้วย ที่ไวน์มาที่นี่เพราะไวน์มาหาพ่อให้ลูก ไวน์ยังไม่ได้บอกทุกคนหรอกค่ะว่าไวน์ท้อง” “ยังไงพี่ก็รับผิดชอบเธอไม่ได้ พี่ไม่ได้รักเธอไวน์ ได้ยินไหม พี่ไม่ได้รักเธอ พี่มีแฟนแล้วและพี่ก็รักเธอมาก ถึงไวน์จะท้อง พี่ก็จะรับแค่ลูก แต่ตัวไวน์ พี่ไม่ต้องการ เรื่องลูกถ้าท้องจริงพี่ยินดีรับแน่นอน” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พูดตามที่สมองประมวลผลออกมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่อาจยอมรับวรนิษฐ์ได้ เขาไม่ได้รักเธอและไม่เคยคิดจะรักด้วย “หมายความว่ายังไงคะ พี่มาร์คจะไม่รับผิดชอบไวน์เหรอคะ พี่มาร์คได้ไวน์แล้วและพรากพรหมจรรย์ไวน์ไปด้วย” “ผู้ชายสมัยนี้เขาไม่แคร์พรหมจรรย์กันแล้วไวน์ ไวน์เองก็น่าจะรู้ดีว่ายุคนี้มันยุคไหนแล้ว ไวน์ก็โตที่เมืองนอก ไวน์น่าจะรู้ดี” “สำหรับคนอื่นไวน์ไม่รู้ แต่สำหรับไวน์มันสำคัญมาก ยังไงพี่มาร์คก็ต้องรับผิดชอบไวน์ แต่งงานกับไวน์ ถ้าพี่มาร์ครับผิดชอบ ไวน์จะบอกคุณย่ากับคุณพ่อว่าไวน์ท้อง” “อย่ามาขู่พี่” “ไม่ได้ขู่ ไวน์พูดจริงทำจริง” “คิดว่าพ่อกับคุณย่าจะบังคับพี่ได้งั้นเหรอ จำไว้ว่าพี่ไม่มีวันรักเธอ เรื่องลูกพี่จะรอเขาคลอดแล้วเอามาเลี้ยงเอง ผู้หญิงคนเดียวที่พี่รักคือแพร” พูดจบแล้วเขาก็ลุกเดินออกจากห้องของเธอไปด้วยความเดือดดาล กล้านัก กล้าขู่เขาว่าจะบอกพ่อกับคุณย่า คิดว่าเขาแคร์เขาสนใจรึไง เชิญเลย แต่ถ้าจะให้รับผิดชอบไม่มีทาง เขาไม่ได้รักวรนิษฐ์ --------- “นี่มันอะไรกันไวน์” เมื่อปลายสายกดรับสาย เขาก็กระชากเสียงถามไปในสายทันที “อะไรคะ?” เธอถามเขาอย่างงงๆ ไม่เข้าใจในความหมายของเขา “ก็หมายศาลไง ฟ้องหย่าเหรอ” “อ้อ...ค่ะ ก็พี่บอกไม่ยอมหย่าเอง ไวน์เลยต้องพึ่งศาล” “นี่เอาจริงเหรอ?” “แล้วไวน์บอกเหรอคะว่าพูดเล่น ถ้าไม่อยากให้ถึงศาลก็ยอมเซ็นใบหย่าให้ไวน์สิคะ เรื่องจะได้จบๆ” “ไม่มีทาง! ยังไงพี่ก็ไม่หย่าหรอก ไม่รักพี่แล้วเหรอ?” เขาถามเธอในท้ายประโยคและหวังว่าเธอจะตอบกลับมาว่า ‘รัก’ แต่กลับตรงกันข้าม

เจ้าสาวบำเรอใจ

เจ้าสาวบำเรอใจ

โรแมนติก

5.0

เขาเกลียดเธอ แต่สุดท้าย "พรรธน์ยศ" ก็กลืนน้ำลายตัวเอง เมื่อต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกันกับ "จอมใจ" ที่อยู่เฉยๆ ก็ได้เป็นเจ้าสาวของคนปากร้ายอย่างเขา..... ................................ “หึ! ยัยโง่! ดึกป่านนี้ใครเขาหิวข้าวกันล่ะ” พรรธน์ยศรู้สึกตลกกับความไร้เดียงสาของภรรยาตัวเล็กของตนเอง “แล้วพี่แทคหิวอะไรคะ จะกินอะไร จอมจะได้หาให้ค่ะ” “ถ้าฉันบอกว่าหิวเธอล่ะตอนนี้” “ฮะ! เมื่อวานพี่แทคก็ได้ไปแล้วนี่คะ ยังจะเอาอะไรจากจอมอีก” หล่อนเบิกตาโตตกใจในความมืด เมื่อรู้ความหมายของคำพูดของพรรธน์ยศพร้อมขยับตัวถอยห่างจากเขาไปนอนติดอีกฝั่งของเตียง “แล้วจะพูดทำไมว่าหิวอะไรจะหาให้” เขาถามกลับเสียงแข็ง “กะ...ก็จอมคิดว่าพี่แทคจะหิวข้าว” “แล้วยังไง แค่เปลี่ยนจากข้าวมาเป็นเธอเท่านั้นเอง ถ้าให้ไม่ได้ก็บอก ฉันจะได้ไปหาเด็กๆ ข้างนอก” พูดจบเขาก็ดีดตัวลุกขึ้นทันที “มะ...ไม่ได้นะ พี่แทคเป็นสามีจอม” จอมใจลุกขึ้นสวมกอดคนตัวโตจากด้านหลังรั้งไว้ทันทีเมื่อเขาจะออกไปข้างนอกหาผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ตน “ถ้ารู้ว่าฉันเป็นผัวและรู้ตัวว่าเป็นเมียก็สนองความต้องการฉันด้วย ก็บอกแล้วไงว่าฉันกินดุ เซ็กซ์จัด” เขาแกะมือเล็กที่ประสานอยู่หน้าท้องตัวเองออกแล้วหันหน้ากลับมาหาเธอในความมืดพร้อมผลักจอมใจให้ล้มลงไปกับเตียงตามด้วยเขาเคลื่อนตัวไปคร่อมทับเธออย่างรวดเร็ว

อย่าให้เขารู้ว่าเราคิดว่าเราหื่น(แต่ทุกคนรู้)

อย่าให้เขารู้ว่าเราคิดว่าเราหื่น(แต่ทุกคนรู้)

โรแมนติก

5.0

"อธิน" หรือที่ทุกคนเรียกว่า "มหาอธิน" อย่างเขาต้องมาเจอกับ "พเยีย" หรือ "น้องจุ๊บ" แน่นอนว่าอธินไม่ชอบน้องน้อย เขาคนที่บวชเรียนตั้งแต่ 7 ขวบ จนตอนนี้อายุ 38 ปี ตลอดระยะเวลาในวัยเด็กและวัยหนุ่มอยู่ในผ้าเหลืองตลอด 20 กว่าปี แต่วันนี้ต้องสลัดผ้าเหลืองทิ้งออกมาอยู่นอกวัดด้วยความจำเป็น...มหาอธินยึดมั่นในคำสอนของพระคุณเจ้าเสมอ เขาเป็นถึงพระมหา เป็นถึงพระนักเทสน์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงของพระสงฆ์ แต่ในวันนี้แม่ของเขาก็พูดถึงเรื่องครอบครัวเรื่องแต่งงาน เขารีบปฏิเสธบอกท่านทันทีว่าตัวเขานั้นจะ "ถือพรหมจรรย์" ไปจนแก่เฒ่า.....และความเป็นชายพรหมจรรย์ของเขาก็ยั่วยวนพเยียเหลือเกิน เธอเป็นสาวพรหมจรรย์ที่ทำตัวรื่นเริงไปกับผู้ชายที่หล่อถูกตา และแน่นอนว่าพรหมจรรย์ของเธอคือของเขาตั้งแต่แรกที่เจอกัน เธอคิดบาปตั้งแต่เห็นเขาในผ้าเหลือง และในวันนี้สวรรค์ก็เข้าข้างเธฮเมื่อเขาลาสิขา เขาต้องเป็นของเธอ..... --------- “ทำไมวันนี้พี่ต้อมมาแปลก เมารึเปล่าคะ ตอนอยู่ในบาร์แอบดื่มรึเปล่าคะ” เธอยังไม่อยากเชื่ออยู่ดีว่านี่คือพี่มหาผู้เคร่งในศีลในธรรมที่รู้จัก “ไม่ได้ดื่ม” “เมากลิ่นบุหรี่รึเปล่าคะ” “ไม่ได้เมา” “แล้วทำไมวันนี้มาแปลกจังคะ” “ก็พี่อยากได้อีก” เขาบอกตรงๆ “ติดใจเหรอคะ” “อือ...ก็จุ๊บล่อลวงจนพี่ชอบไปแล้ว ตอนนี้พี่ก็อยากได้อีก และอยากได้กับจุ๊บทุกวัน ให้ได้ไหมคืนนี้” “แต่พี่ต้อมใหญ่” “ครั้งก่อนเราก็เข้ากันได้ ที่พี่เรียนรู้มาร่างกายชายหญิงเรามันยืดหยุ่นตอบสนองกันและผู้หญิงขยายตัวได้ ไม่งั้นคลอดลูกไม่ได้หรอกว่าไหม นะ...ให้พี่นอนด้วยนะคืนนี้” เขาอ้อนเธอพร้อมถูไถปลายจมูกโด่งไปมากับพวงแก้มนวลเนียนอย่างออดอ้อน “แล้วไม่ถือพรหมจรรย์แล้วเหรอคะ” “จุ๊บยังคิดว่าพี่ยังเหลือพรหมจรรย์ให้เก็บรักษาอีกเหรอ ไปเถอะ ไปนอนด้วยกันนะ” “แต่จุ๊บเหนียวตัวอยากอาบน้ำก่อน” เธอตอบเขินๆ ก็นะ พอถูกเขารุกและอ้อนแบบนี้มันก็ทำให้เขินและใจสั่นไม่หยุด ก็คนมันรักมาตลอด พอเจอแบบนี้ใครจะปฏิเสธได้ และความรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจก่อนหน้านี้ก็ถูกแทนที่ด้วยความวาบหวาม เมื่อเขากัดงับปลายจมูกของเธอ “อือ” “มันเขี้ยวน่ะ อาบน้ำก็ดีนะ พี่เห็นเขาทำในอ่างอาบน้ำได้ด้วย งั้นเราลองกันไหม พี่ก็เหนียวตัวเหมือนกัน” ว้าย! ยังไม่ทันได้ตอบ สิ้นเสียงทุ้มแหบพร่าเธอก็ถูกยกอุ้มเดินเร็วๆ ไปยังห้องน้ำทันที “พี่ต้อม” “ครับ” “เก็บกดเหรอคะ ถึงได้หื่นชัดเจนแบบนี้” “จะว่าแบบนั้นก็ได้ ก็คนมันไม่เคย พอได้ใช้งานแล้วมันก็ต้องการไม่หยุดเหมือนมันไม่อิ่มน่ะ มันหิวตลอดยิ่งเห็นจุ๊บยิ่งอยากได้ และตอนนี้อยากได้มากด้วยแหละ” “โอ๊ย...นี่จุ๊บว่าจุ๊บหื่นแล้วนะคะ แต่มาเจอพี่ต้อมที่กำลังถูกตัณหาครอบงำคนนี้ จุ๊บขอยอมแพ้ค่ะ และก็ปล่อยจุ๊บได้แล้วค่ะ จุ๊บจะได้ผสมน้ำในอ่างอาบน้ำ” เธอบอกสั่งเขาเมื่อเขาพาเดินมาหยุดที่ข้างอ่างอาบน้ำ “จุ๊บครอบงำต่างหากไม่ใช่ตัณหา” “ก็อันเดียวกันนั่นแหละค่ะ ทำไมมาตบะแตกเอาตอนนี้ได้นะ” “ก็จุ๊บยั่ว” “ก็แค่ลองเล่นเฉยๆ ถ้าได้ก็คือกำไรค่ะ” “แล้วต่อไปนี้จะรับผิดชอบพี่ไหม” “จุ๊บควรเป็นคนถามมากกว่านะคะ” “ก็รับผิดชอบสิ” “แน่ใจเหรอคะว่าจะรับผิดชอบจุ๊บ” “แน่ใจสิ ว่าแต่จุ๊บเถอะ อยากให้พี่รับผิดชอบไหม และสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ไปที่อโคจรแบบนั้นอีก และห้ามแต่งตัวแบบนี้อีก แต่งแบบที่ไปทำงานกับพี่ทุกวันได้ไหม” “ลุคครูระเบียบนั่นเหรอคะ ไม่ไหวค่ะ งานกับชีวิตปกติของจุ๊บมันต่างกันค่ะ จุ๊บไม่สัญญาค่ะ” เธอรีบบอกจุดยืนของตัวเอง เธอจะไม่เปลี่ยนตัวเองเพื่อเขาเด็ดขาด แค่ยกหัวใจและร่างกายให้นี่ก็ที่สุดแล้วนะ “แต่พี่ไม่ชอบให้คนอื่นมองของของพี่” “เดี๋ยวนะ? จุ๊บยังไม่ใช่สิทธิ์ขาดของพี่ต้อมเลยนะคะ แล้วพูดมาได้ยังไงว่าจุ๊บเป็นของของพี่” “งั้นพรุ่งนี้ไปจดทะเบียนสมรสกัน จุ๊บจะได้เป็นของพี่”...... -------- ปล.ฝากพี่มหาต้อมกับน้องจุ๊บด้วยนะคะ มาลุ้นไปกับความน่ารักของคู่นี้กันนะคะ *****นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการเท่านั้นนะคะ ไม่ได้ลบหลู่ศาสนาแต่อย่างไร เป็นเพียงแค่เรื่องราวที่แต่งขึ้น เพราะในเรื่องพระเอกก็ลาสิขาออกมาแล้วค่ะ เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้นค่ะ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ห้ามหย่า

ห้ามหย่า

Bronson Heiss
5.0

ในวันแต่งงาน เสิ่นเยวียนถูกคู่หมั้นและน้องสาวของเธอทำร้าย และถูกจำคุกเป็นเวลาสามปีด้วยความทุกข์ทรมาน หลังจากได้รับการปล่อยตัวจากคุก น้องสาวผู้ชั่วร้ายได้คุกคามด้วยชีวิตแม่และพยายามให้เธอมอบตัวกับชายชรา อย่างไรก็ตาม เธอได้พบกับเซียวเป่ยหาน ซึ่งเป็นผู้ทรงอิธิพลที่หล่อเหลาและเย็นชาแห่งแห่งสังคมด้านมืด อย่างไม่คาดคิด และชะตากรรมของเธอก็เปลี่ยนไปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ว่าเซียวเป่ยหานจะเย็นชา แต่เขากลับปฏิบัติต่อเสิ่นเยวียนดั่งเป็นสมบัติล้ำค่า นับแต่นั้นมา เธอจัดการคนเสแสร้ง เอาคืนแม่เลี้ยงและไม่ถูกกลั่นแกล้งอีกต่อไป

ลิขิตรักภรรยาตัวร้าย

ลิขิตรักภรรยาตัวร้าย

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ
5.0

เว่ยจื้อโหยวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตนอยู่ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคยสิ่งรอบกายดูโบราณล้าหลัง โลกโบราณที่ไม่มีในประวัติศาสตร์โลก ยังไม่ทันได้เตรียมใจก็ถูกส่งให้ไปแต่งงานกับชายยากจนที่ท้ายหมู่บ้าน สาเหตุที่เว่ยจื้อโหย่วถูกส่งมาให้แต่งงานกับชายที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในหมู่บ้านนั้น เพราะนางเกิดไปต้องตาต้องใจเศรษฐีผู้มักมากในกามเข้า เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกบ้านใหญ่ขายไปเป็นอนุภรรยาของเศรษฐีเฒ่า พ่อแม่ของนางจึงยอมแตกหักจากบ้านใหญ่และท่านย่าที่เห็นแก่ตัวและลำเอียงเป็นที่สุด ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของนางจึงตัดสินใจยกนางให้กับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มที่แสนยากจนข้นแค้น ที่เพิ่งเสียบิดามารดาไป อีกทั้งยังทิ้งน้องชายน้องสาวเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีป้าสะใภ้มหาภัยที่คอยแต่จะมารังแกเอารัดเอาเปรียบสามพี่น้อง สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดไม่ใช่ป้าสะใภ้มหาภัย แต่ มันคืออะไรแต่งงานนางไม่ว่ายังไม่ทันได้เข้าหอสามีหมาดๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างแคว้น มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากว่านี้อีกแล้วสำหรับ เว่ยจื้อโหยว หากสามีทางนิตินัยของนางตายในสนามรบ ก็ไม่เท่ากับว่านางเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่ยังบริสุทธิ์หรอกหรือ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายน้องสาวของอดีตสามีอีก สวรรค์เหตุใดถึงได้ส่งนางมาเกิดใหม่ในที่แบบนี้

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

l3oonm@
5.0

จือหลินเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่ถูกมารดาทอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่ลืมตามาดูโลก ต่อมาทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวเธอให้กับสถานสงเคราะห์ พออายุได้สามปี ก็มีองค์กรหนึ่งมารับเลี้ยงตัวเธอ แต่พวกเขาเลี้ยงเธอและเด็กคนอื่นๆ ไว้เพื่อเป็นหนูทดลองเท่านั้น ครั้งแรกที่ถูกนำตัวมา ต่างก็โดนจับฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย เพื่อหาเด็กที่เลือดต้านเชื้อที่ฉีดเข้าไปได้เท่านั้น หากร่างกายทนรับไม่ไว้สิ่งที่ทางองค์กรมอบให้คือความตาย จือหลินอาจเป็นเพราะเลือดของเธอพิเศษกว่าเด็กคนอื่น ไม่ว่าฉีดยาตัวไหนเข้าสู่ร่างกายเธอก็ทนรับได้ทั้งนั้น นับจากนั้นมาเธอจึงถูกเลี้ยงดูจากองค์กรมาอย่างดี เรื่องการศึกษาเธอก็สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งได้อย่างเต็มที่ แต่เพราะความฉลาดของเธอจึงถูกส่งให้เรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์และเรียนแพทย์ควบคู่ไปด้วย เมื่อเรียนจบมาแล้ว จือหลินยังคงทำการให้องค์กรเช่นเดิม แม้จะไม่ได้เป็นนักฆ่าเช่นเพื่อนคนอื่นที่มาพร้อมกัน แต่เธอก็ต้องฝึกไม่ต่างจากพวกเขา ยิ่งเมื่อต้องนำเด็กเข้ามาเป็นหนูทดลองเช่นเดียวกับเธอในตอนเล็ก ต่อให้ไม่อยากทำก็ต้องทำ หากฝ่าฝืนไม่ทำการชิปที่ถูกฝังอยู่ในตัวจะถูกกระตุ้นให้ได้รับความทรมานทันที นานวันเข้า ความดำมืดก็ก่อเกิดในใจ ไม่ว่าจะฉีดยาให้เด็กร้ายแรงเพียงใดจือหลินก็เลิกรู้สึกผิดไปเสียแล้ว เพราะการทำงานของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทางองค์กรยกย่องและมักจะให้สิ่งดีๆ กับเธอเสมอ เมื่อมีชิปตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฝังมิติอีกห้วงหนึ่งไว้ภายในร่างกาย จือหลินนางก็ได้รับเลือกให้ทดลองใช้สิ่งนี้ด้วยเช่นกัน จือหลินถูกฝังชิปมิติเข้าที่แกนสมองของเธอ ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้เธอแทบสิ้นสติ เมื่อชิปถูกฝังลงไปแล้ว เพียงไม่นานก็มีเสียงจากระบบให้เธอยืนยันตัวตน ก่อนที่จะปรากฏภาพต่างๆ ภายในหัวของเธอ ของจากภายนอกล้วนแต่ถูกส่งเข้าไปเก็บไว้ด้านในได้ทั้งสิ้น หากเป็นเนื้อสด ผักผลไม้ ยังคงความสดอยู่เช่นเดิมแม้จะเก็บไว้นานมากเพียงใด ห้วงมิติของจือหลินเหมือนเป็นห้องสูทในคอนโดของเธอเองที่มีทุกอย่างพร้อมใช้อยู่ภายใน แม้แต่ห้องทดลอง ห้องทำงานของเธอก็ปรากฏอยู่ในนั้นเช่นกัน นับจากนั้นจือหลินจึงซื้อของเขาเก็บภายในมิติของเธอเป็นจำนวนมาก ตัวเธอเพียงผู้เดียวที่สามารถเข้าออกในห้วงมิติได้ วันเวลาผ่านไปจนจือหลินล่วงเข้าวัยสามสิบปี เธอสามารถผลิตยาที่ทำให้ทั่วโลกจับตามองออกมาได้ ยายื้อชีวิตจากความตาย แต่การทดลองของเธอที่ผ่านมาต้องใช้คนจำนวนมากในการเข้าทดลอง จือหลินสามารถยื้อชีวิตของชายชราที่กำลังจะหมดลมหายใจให้กลับมามีชีวิตปกติได้ เมื่อเธอกักตัวเขาไว้ได้หกเดือนเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติจึงคิดจะปล่อยเขาออกไปใช้ชีวิตเช่นเดิม แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายชราที่กำลังจะเดินออกจากห้องทดลองล้มลงต่อหน้าทุกคนที่เข้าร่วมชื่นชมผลงานของเธอ จือหลินรีบเข้าไปตรวจดูความผิดปกติทันที ก็พบว่าเขาหยุดหายใจเสียแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงต้องพาชายชราคนนั้นกลับเข้าไปในห้องทดลองเพื่อหาสาเหตุ ผ่านไปเพียงสองครึ่งชั่วโมงเขากลับลืมตาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่แววตาที่มองมาทางทุกคนได้เปลี่ยนไป ในดวงตาของชายชราผู้นั้นมีเพียงตาขาวไม่มีตาดำเช่นคนมีชีวิต “เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ผู้อำนวยการองค์กรเดินเข้ามาหาจือหลินแล้วเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก เพราะนักข่าวที่ข่าวเชิญมายังอยู่ที่ด้านนอกเพื่อรอฟังคำตอบ “ขอดิฉันตรวจสอบก่อนค่ะ” จือหลินกุมหน้าผากอย่างมึนงง เธอก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร คนทั้งหมดยืนมองชายชราที่เดินท่าทางประหลาดอยู่ในห้องทดลอง ในตอนนี้เขาเริ่มหยิบสิ่งของทำร้ายตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปในห้องทดลองเพื่อห้ามไม่ให้เขาทำร้ายตัวเอง ชายชราเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็พุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว และเริ่มกัดกินเนื้อตัวของเขาอย่างโหดร้าย คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ เพราะกลัวข่าวเรื่องนี้จะรั่วไหล ผู้อำนวยการสั่งให้คนไปแจ้งนักข่าวให้กลับไปก่อน ทางองค์กรจะแถลงการณ์เรื่องนี้ในภายหลัง เจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายล้มลงเสียชีวิตไม่นานก็มีสภาพไม่ต่างจากชายชราคนนั้น เสียงวุ่นวายไม่ได้จบลงที่ห้องทดลองของจือหลินเพียงแห่งเดียว เพราะห้องทดลองอื่นก็ล้วนพบเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ต่างกัน ผู้อำนวยการจำต้องส่งสัญญาณเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ออกจากตึกทดลองให้เร็วที่สุด จือหลินไม่รู้ว่ายาของนางจะสร้างผลเสียมากถึงเพียงนี้ เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนล้วนจบชีวิตจนกลายเป็นซอมบี้ไปเสียแล้ว ตึกทดลองถูกปิดตาย เพื่อไม่ให้ซอมบี้ที่อยู่ด้านในออกมาสร้างความเสียหายภายนอกได้ “เรื่องนี้ดิฉันขอจัดการด้วยตนเองค่ะ” จือหลินเดินเข้าไปหาผู้อำนวยการที่ห้องทำงานของเขา เพื่อบอกสิ่งที่เธอคิดว่าอย่างดีแล้วในหลายวันที่ผ่านมา เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการไม่ห้ามในสิ่งที่เธอจะทำจือหลินจึงเดินไปที่หน้าตึกทดลองพร้อมระเบิดเวลาในมือ เธอคิดจะทำลายสิ่งของทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมาลงด้วยมือของเธอเอง จือหลินเปิดประตูตึกทดลองแล้วรีบปิดลงทันที เธอเดินเข้าไปที่กลางตึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะระหว่างทางเธอต้องคอยต่อสู้กับซอมบี้ที่จะเข้ามาทำร้ายเธอไปด้วย เสียงสัญญาณระเบิดดังขึ้น จือหลินหลับตาลง พร้อมทั้งถอนหายใจให้กับเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา เสียงระเบิดดังไปทั่วบริเวณพร้อมทั้งตึกทดลองที่ถล่มลงมาจนแทบไม่เหลือซาก “เจ็บชะมัด” จือหลินร้องครางออกมาเบาๆ แต่เมื่อรู้สึกตัวได้เธอก็รีบพยุงตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมมองไปรอบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ เธอคิดว่าตายไปแล้วเสียอีก แต่ทำไมถึงได้มีความรู้สึกเจ็บได้ “นี้มันเรื่องบ้าอะไรอีกว่ะเนี่ย” จือหลินเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ รอบๆ ตัวเธอในตอนนี้เป็นป่าทึบ มือของเธอก็ไม่ใช่ของเธออย่างแน่นอนเพราะมีขนาดเล็กราวกับเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น ตอนที่เธอมึนงงสับสน เรื่องราวความทรงจำของเจ้าของร่างก็ไหลเข้าสู่หัวของเธอจนต้องลงไปนอนดิ้นกับพื้น

เสด็จอาเลิกตามใจพระชายาสักทีเถอะ

เสด็จอาเลิกตามใจพระชายาสักทีเถอะ

Pinkygirl
4.8

ในชีวิตชาติที่แล้ว เพื่อช่วยรักแรกของตัวเอง คนชั่วสามคนได้ทำลายพลังการต่อสู้ของนาง ตัดแขนขาของนางออก ตัดเส้นเลือดของนางและปล่อยเลือดของนางไหลออกมาทั้งอย่างนั้น และทรมานนางจนตาย เมื่อเกิดใหม่ครั้งนี้ นางวางแผนอย่างรอบคอบ โดยสาบานว่าจะให้พวกเขาได้สัมผัสกับความทุกข์ทรมานที่นางเคยประสบมา! รักแรกที่ไร้เดียงสาอะไรกัน ที่จริงก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ตีสองหน้าเก่ง อยากจะไต่ขึ้นไปสูงเหรอ งั้นก็จะให้เจ้าปีนขึ้นไป ยิ่งปีนขึ้นสูงมากเท่าไร ตอนตกลงมาก็จะยิ่งเจ็บมากเท่านั้น! พวกสวะสมควรได้รับบาปกรรมของพวกสวะ พวกมันทำชั่วกับนางไปชั่วชีวิตหนึ่ง นางจะทำให้พวกมันไม่ตายดี พวกคนที่เจ้าเล่ห์ ตีสองหน้าเก่ง นางจะจัดการกับทุกคน! แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าในการแก้แค้นของนาง นางจะไปมีเรื่องกับเสด็จอาที่เป็นเจ้าแผนการเข้า ที่วัน ๆ ต้องการให้นางจูบและกอดเขาตลอดทั้งวัน ในขณะที่นางแก้แค้นคนชั่วนั้นยังสามารถสนิทสนมกับเสด็จอาด้วย ในความจริงแล้ว การที่เป็นผู้หญิงชั่วๆ ก็มีความสุขมาทีเดียวกว่าที่คิดเลย!

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ