5.0
ความคิดเห็น
2K
ชม
17
บท

“คุณมันปีศาจ” ปากว่าเขาแต่มือเล็กกลับเคลื่อนมาประคองหน้าหล่อของหนุ่มต่างชาติตาสีเขียวมรกตที่ทอประกายแสงจ้องมองมายังตนเอง เธอชอบดวงตาคู่นี้ ไม่รู้ทำไมถึงชอบ มองทั้งๆ ที่เมื่อคืนมันออกจะน่ากลัว แต่ตอนนี้ดวงตาของเขาทำให้หัวใจดวงเล็กของสาวน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ “อือ...ฉันเป็นปีศาจที่เธอแตะต้องได้เด็กน้อย อีกอย่างไปซื้อเตียงใหม่ด้วยนะ ขาฉันยาวกว่าเตียงของหนู ขอขนาดเท่าเดิมเนี่ยแหละ แต่ขอยาวหน่อย ฉันเป็นคนต่างชาติเลยตัวใหญ่ไปนิด” “ไม่นิดเลย คุณตัวใหญ่เหมือนยักษ์เลยต่างหาก” “แต่ฉันก็เข้าไปอยู่ในตัวหนูได้แล้วกันถึงจะใหญ่” “คนลามก” หล่อนเอียงหน้าเบือนหนีด้วยความเขินอาย “ลามกอะไร ฉันแค่พูดความจริง ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว ขอเอาอีกสักสองรอบก่อนจะไปทำงานนะเด็กน้อย อ่ะ...อื้อ” แล้วเขาก็แนบปากลงไปบดจูบปากน้อยที่กำลังจะตอบทันที.....

บทที่ 1 สาบสาว

อือ…

ริมฝีปากหนาครางพร่าอยู่ในรถเมื่อได้กลิ่นสาบของสาวพรหมจรรย์ลอยเข้ามาในรถเตะปลายจมูกของเขา วันนี้เป็นคืนสิบห้าค่ำ คืนพระจันทร์เต็มดวง เป็นคืนที่ครึ่งคนครึ่งสัตว์อย่างเขาต้องผสมพันธุ์กับสาวพรหมจรรย์ และนี่ก็ผ่านพระจันทร์เต็มดวงมาหลายครั้งแล้ว เขาก็ยังหาผู้หญิงพรหมจรรย์ไม่เจอเลยสักคน

“หยุดรถดอม” เสียงเข้มสั่งให้บอดี้การ์ดหยุดรถเมื่อกลิ่นสาบสาวรุนแรงขึ้นจนเพิ่มกำหนัดในกายแข็งแรงกลางหว่างขาของเขาให้ปวดร้าวเหยียดตัวคับแน่นกางเกง

“ครับคุณนิก” ดอมหยุดรถทันที

“กลิ่นพรหมจรรย์” เขาเอ่ยพึมพำและก็ดังพอที่จะทำให้ดอมได้ยิน

“ครับนาย” ดอมรู้ว่าเจ้านายนั้นเป็นลูกครึ่ง และตระกูลของดอมก็รับใช้ตระกูลเปอตีมาตั้งแต่สมัยปู่ของชายหนุ่มแล้วและก็รู้ความลับของตระกูลนี้เป็นอย่างดี

“ฉันจะออกล่าเหยื่อ นายกลับไปรอที่บ้านพักได้”

เขาพูดจบก็เปิดประตูรถก้าวลงไปทันที โดมินิก เปอตี วัย 36 ปี เจ้าของธุรกิจน้ำหอมรายใหญ่ของฝรั่งเศส และเป็นชายในฝันของสาวๆ หลายๆ คน แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ความหล่อร้ายนั้นมีความเหนือธรรมชาติซุกซ่อนอยู่

แล้วรถยนต์คันหรูก็แล่นไปทันทีเมื่อเจ้านายลงจากรถเรียบร้อยแล้ว ดอมมองในกระจกมองหลังเห็นเจ้านายหายตัวไวๆ ไปในความมืดในยามดึก การมาเมืองไทยครั้งนี้ เขาและเจ้านายหนุ่มลงทุนเปิดตลาดที่ประเทศไทย ดอมมองเจ้านายหายไปในความมืดก็กระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อเจ้าป่าอย่างโดมินิกออกล่า ซึ่งเขาไม่ได้เห็นนานแล้ว ปกติจะมีแต่เขาพาผู้หญิงมาสังเวยให้บนเตียง แต่หากเมื่อใดที่ได้กลิ่นสาบสาวพรหมจรรย์ เจ้านายของเขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เพราะเป็นวัยของการสืบพันธุ์

“หลับฝันดีนะลูกพ่อ” สง่าบอกฝันดีลูกสาวคนเดียวของตนเองเมื่อขึ้นมาส่งลูกสาวสุดที่รักเข้านอน

“ฝันดีเช่นกันค่ะพ่อหง่า”

น้ำเสียงหวานบอกฝันดีพ่อผู้ให้กำเนิดกลับเช่นกัน เอณิการ์ ผู้ดี หรือเอ วัย 19 ปี เด็กสาวอาศัยอยู่กับพ่อสองคน แม่ของเธอเพิ่งจะจากไปเมื่อปีที่แล้ว และเธอก็เป็นลูกสาวคนเดียวของนายสง่า เจ้าของร้านไอศกรีมในมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่

เด็กสาวใบหน้าสวยหวาน ผิวขาวนวลอมชมพูต้องแสงของพระจันทร์ในค่ำคืนนี้ที่สาดส่องเข้ามาในห้อง หล่อนนั่งมองกระจกหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแย้มยิ้มกับกระจกโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังมีดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองอยู่ในความมืด

ฮืม!

กลิ่นสาบพรหมจรรย์กระตุ้นให้โดมินิกคำรามพร่าและเฝ้ารอจังหวะจะจู่โจมดวงหน้าหวานของเจ้าของห้องนอนสีชมพูหวานที่เขามาเกาะขอบหน้าต่างเฝ้ามองอยู่

“พรุ่งนี้ไม่มีเรียน ไปช่วยพ่อขายไอศกรีมดีกว่า”

เธอพึมพำกับตัวเองแล้วยื่นมือไปจิ้มกระจกบอกเงาตัวเองที่สะท้อนตรงหน้า เอณิการ์เรียนคณะศึกษาศาสตร์ วิชาภาษาไทย เด็กสาวฝันอยากเป็นแม่พิมพ์ของชาติ เธอจึงเลือกเรียนคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย บวกกับนิสัยที่รักการอ่าน และตอนนี้เธอก็เรียนอยู่ปีหนึ่ง กิจกรรมที่มหาวิทยาลัยเยอะ แต่ก็ไม่ทำให้เหนื่อยกลับสนุกด้วยซ้ำที่ได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัย

ฮืม!

โดมินิกฮึ่มฮั่มอย่างอดทน สองมือกำแน่นเกาะขอบหน้าต่างห้องขนาดเล็กไว้อย่างใจเย็น แต่เหมือนว่าสัญชาตญาณสัตว์ในตัวของเขามันไม่ยอมเชื่อฟัง และทันทีที่ร่างเล็กอ้อนแอ้นลุกขึ้นปิดไฟเดินไปล้มตัวนอนบนเตียง เขาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในความมืด แม้จะมืดแต่ดวงตาของสัตว์อย่างเขาก็มองเห็นทุกอย่างชัดเจน

ตุ้บ!

เสียงเหมือนมีอะไรดังกระทบพื้นทำให้เอณิการ์เพ่งมองในความมืดด้วยความตกใจ เพราะอยู่ๆ ก็มีเสียงกระแทกดังขึ้นใกล้ๆ แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างดิ้นรนหาทางเอาตัวรอดในความมืดเมื่อมีอะไรสักอย่างปิดปากของเธอไว้

อือ!

คนที่ทนความกำหนัดของตัวเองไม่ไหวปลุกปล้ำร่างน้อยในความมืด กดร่างเล็กที่ดิ้นรนให้อยู่ใต้ร่าง เอามือหนาของตัวเองออกจากปากเล็กแล้วประกบปากหนาตัวเองบดจูบปิดเสียงร้องของคนตัวเล็กไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกนอกห้อง

“อือ...อ่า...”

เสียงครางอู้อี้ดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่บดบี้ขยี้กันและสองมือใหญ่ก็รวบมือเล็กขึ้นตรึงไว้เหนือหัวเพียงมือเดียว ส่วนมืออีกข้างก็กอบกุมเต้าอวบอูมขนาดพอดีมือของตนเอง

“อ่า...หวาน”

โดมินิกผละปากร้อนรุ่มออกมาจากปากน้อยหวานละมุนที่บดขยี้จูบปลุกปล้ำมาไล้เลียริมฝีปากเล็กที่ตนบีบคางเล็กไว้เพื่อไม่ให้สาวน้อยใต้ร่างส่งเสียงร้องเรียกให้คนเข้ามาช่วย

“อือ...อื้อ” ร่างน้อยบิดดิ้นรนขัดขืนไปมาในความมืด และก็ตกใจกลัวกับไฟมุมมืดที่สะท้อนเข้ามาผ่านทางหน้าต่างของห้องกระทบกับดวงตาสีมรกตน่ากลัว

“อ่า...หอมเหลือเกิน กลิ่นเธอทำให้ฉันปวดร้าวสาวน้อย” ดวงตาสีมรกตจ้องมองใบหน้าสวยสั่นกลัวตนเองในความมืด แต่เขากลับมองเห็นมันชัดเจน

“อือ...อื้อ”

เอณิการ์ได้แต่ดิ้นรนไปมาพูดไม่ได้ เพราะมีมือของเขาบีบคางเล็กของเธอไว้

“อ่า...คืนนี้เธอต้องสังเวยร่างให้ฉันสาวน้อย อืม...”

มือใหญ่ข้างที่รวบตรึงมือเล็กทั้งสองไว้เหนือหัวก็เคลื่อนมาลูบไล้ลำคอระหง แล้วโน้มหน้าไปซุกปลายจมูกโด่งกับซอกคอระหงที่บิดเบี่ยงหนีไปมา ยิ่งคนตัวเล็กดิ้น เขายิ่งปวดร้าวต้องการ กลิ่นกายของเธอช่างหอมเย้ายั่วไม่เหมือนผู้หญิงที่เคยผ่านมาของเขา

“อือ...หอมเหลือเกิน อ่า...”

ลากไล้ปลายลิ้นสากกับซอกคอระหงแล้วมาขบเม้มติ่งหูเล็ก แล้วเคลื่อนมาบดจูบปากน้อยที่เคยบดจูบควานกินความหวานก่อนหน้าอีกครั้ง ปากหนาที่บดขยี้กับปากเล็กดูดเม้มเรียวลิ้นน้อยของอีกฝ่ายแม้อีกฝ่ายจะถอยร่นลิ้นหนี แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของโดมินิก

มือใหญ่ปล่อยมือที่บีบล็อกคางเล็กแล้วเคลื่อนมาลูบไล้เรือนกายเล็กของอีกฝ่าย ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาต้องร่วมรักกับเด็กตัวเท่านี้ แต่หล่อนหอมเย้ายั่วเหลือเกิน เขาปรารถนา และเด็กคนนี้นี่แหละที่จะเป็นคนขยายเผ่าพันธุ์ของเขา

“อ่า...อือ”

เสียงครางอู้อี้ดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่บดขยี้กันและร่างเล็กก็ดิ้นไปมาใต้ร่างใหญ่โตไม่ยอมให้ความร่วมมือไปกับคนในความมืด แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งดิ้นยิ่งเป็นการปลุกเร้าอารมณ์ของสัตว์ป่าในตัวของบุรุษเหนือร่าง

“อ่า...ไม่ไหวแล้ว ฉันอยากได้เธอแม่หนูน้อย อ่า...กลิ่นสาวของหล่อนช่างหอมเหลือเกิน อืม...” เขาครางพร่าด้วยภาษาไทยที่ชัดเจน เขามีแม่นมเป็นคนไทยจึงไม่แปลกที่จะพูดไทยได้ราวกับเป็นเจ้าของภาษา

“มะ...ไม่นะ คุณอย่าทำร้ายหนูเลย หนูกลัว คุณปีศาจ...” เมื่อปากเป็นอิสระ หล่อนก็อ้อนวอนขอร้องคนเหนือร่าง ยิ่งได้เห็นดวงตาสีมรกตทอประกายแสงก็ยิ่งกวาดกลัว

“ชูว์...เด็กน้อยของฉัน เธอถูกฉันเลือกแล้ว อีกอย่างกลิ่นตัวของหนูมันเชิญชวนฉันมาเองนะสาวน้อย” น้ำเสียงแหบพร่าเปล่งออกมาด้วยความยากลำบากแล้วนำมือใหญ่มาขยุ้มขยำสองเต้าเล็กกระเปาะพอดีมือของตนเองแล้วก็บีบเคล้นคลึงขยำเป็นจังหวะ

“อ่ะ...เจ็บ คุณอย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ อ่ะ...อือ” หล่อนดิ้นและจับมือใหญ่ที่ขยำหน้าอกของตนเอง ใบหน้าสวยชื้นเหงื่อและบิดเบี้ยวไปมาด้วยความเจ็บกับสัมผัสที่ไม่คุ้นชิน

“อ่า...หนูไม่เจ็บหรอก สาวน้อยของฉัน เธอจะเสียวมากกว่า เชื่อฉันถ้าไม่อยากตาย”

เขาขู่เสียงเข้มในท้ายประโยค แล้วดวงตาของเขาก็ทอแสงอีกครั้งจนเอณิการ์ไม่กล้าพูดอะไรและดิ้นรนขัดขืนอีก สาวน้อยสั่นกลัวอยู่ใต้ร่างใหญ่โตของบุรุษในความมืด แต่ตาของเขาช่างน่ากลัว ยิ่งได้สบจ้องยิ่งทำให้หนาวสั่นไปทั่วร่างเล็ก

“ว่าง่ายๆ แบบนี้ฉันชอบ ฉันไม่ชอบคนที่ไม่เชื่อฟังฉัน” มือใหญ่ลูบแก้มนวลเนียนและเขาก็รู้ว่าตอนนี้ดวงตากลมโตของหล่อนกำลังมีน้ำเอ่อล้นออกมา

“อือ...คุณอย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ คุณ...”

“ฉันแค่สอนให้หนูรู้จักความสุขเท่านั้นสาวน้อย เชื่อฉัน”

น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าเปล่งออกมาหลอกล่อเด็กสาวใต้ร่าง แล้วเขาก็ผละร่างขึ้นมานั่งคร่อมหญิงสาวแล้วปลดเปลื้องเสื้อสูทราคาแพงของตัวเองออก และไม่นานท่อนบนของเขาก็เปลือยเปล่า

“คุณจะข่มขืนหนู” หล่อนถามเขาทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเขากำลังจะทำอะไร

“อย่าใช้คำนั้นกับฉันเด็กน้อย เพราะฉันไม่เคยข่มขืนใคร และหนูก็จะสมยอมและชอบมัน เชื่อฉันเด็กน้อย” จับมือเล็กที่กำเกร็งแน่นข้างลำตัวมาทาบทับหน้าอกกำยำของตนเอง แล้วก็บังคับให้หล่อนคายมือที่กำแน่นออกมาลูบไล้หน้าอกแข็งแรงของตน

“ไม่...คุณเป็นปีศาจ ตาของคุณน่ากลัว มันส่องแสง คุณไม่ใช่คนใช่ไหมคะ คุณ...”

“ชูว์...อย่าพูดแบบนั้น ฉันพิเศษกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไป”

เมื่อเขาอ้าปากกว้าง เขี้ยวคมของเขาก็งอกยาวออกมา ถ้าหากว่าเปิดไฟหรือกลางวัน เด็กน้อยใต้ร่างคงกรี๊ดสลบไปแล้ว เขาอยากกัดซอกคอของหล่อนเพื่อตีตราจองไว้ และก็เร็วเท่าความคิด เขาโน้มตัวลงไปซุกซอกคอระหงแล้วกัดงับเขี้ยวแหลมๆ เข้ากับซอกคอหอมหวานของเด็กสาว

“อ่ะ...เจ็บ!”

หล่อนอ้าปากกว้างตาค้างในความมืด สองมือก็คว้าไหล่หนากำแน่นเมื่อถูกเขี้ยวแหลมของคนเหนือร่างฝากฝังเข้ามาในซอกคอของตนเอง แม้จะมองไม่เห็นแต่ก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้ตัวเองถูกกัดและก็เป็นแผลลึกด้วย กลิ่นคาวเลือดของเอณิการ์คละคลุ้งไปทั่วห้อง

“อ่า...เลือดของเธอหวานมากสาวน้อย ต่อไปนี้หนูเป็นของฉัน หนูต้องตั้งท้องลูกของฉัน ฉันเลือกเธอเด็กน้อย” ไม่รู้อะไรทำให้โดมินิกตัดสินใจเลือกสาวน้อยใต้ร่างเป็นแม่ของลูก แต่สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เขาพูดและตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรและทำไมต้องเป็นเด็กสาวเอเชียร่างเล็กใต้ร่างคนนี้ด้วย

“หนูไม่เข้าใจ หนูต้องฝันแน่ๆ แต่ทำไมหนูเจ็บคอแบบนี้ หนูมีเลือดไหลด้วย” หล่อนปล่อยมือจากไหล่หนามากุมต้นคอที่รู้สึกเจ็บของตนเองก็รับรู้ได้ถึงความชื้นเหนียวของเลือดที่ซึมไหลออกมาจากแผลที่ซอกคอ

หึหึ...

“มันคงเป็นฝันที่เธอจะจำไปจนตายเลยแหละ เด็กน้อยของฉัน”

ความเจ็บปวดที่ซอกคอและดวงตาสีมรกตทอประกายแสงเรืองรองของคนเหนือร่างทำให้หล่อนไม่อาจเชื่อได้ว่ามันคือความจริง แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงว่าเธอฝัน เธอต้องฝันแน่ๆ เธอคงจะอ่านนิยายแฟนตาซีมากไปช่วงนี้

“หนูฝันแน่ๆ ”

หึหึ...

“ฝันก็ฝันสาวน้อย และตอนนี้ฉันก็ไม่อยากเสียเวลาแล้ว กลิ่นสาบพรหมจรรย์ของหนูทำให้ฉันปวดเอ็นเนื้อกลางร่างมาก” เขาไล้ปลายลิ้นเลียเลือดสาวบริสุทธิ์ที่เปรอะเปื้อนตามขอบปากและเขี้ยวของตนเอง ก่อนจะเก็บเขี้ยวที่งอกออกมาให้กลับเป็นปกติ

“มันคือฝัน ยังไงก็คือฝัน”

หนูน้อยบอกตัวเองแล้วก็ไม่ได้สนใจจะดิ้นรนขัดขืนเหมือนตอนแรก และใจสาวดวงน้อยวัยกระเตาะก็เต้นแรงผิดจังหวะเมื่อถูกถอดเสื้อผ้าออกจนตอนนี้เหลือแต่ร่างเปลือยและมีร่างใหญ่โตของบุรุษในความมืดคร่อมทับเหนือร่างและเขาก็เปลือยเหมือนเธอ จากตอนแรกเขายังมีกางเกงติดกาย แต่ตอนนี้เขาถอดออกหมดแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นไม่รู้อะไรแข็งๆ ดุนดันเบียดสีกับหน้าท้องแบนราบของเธอ

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ณิการ์

ข้อมูลเพิ่มเติม
เจ้าสาวแสนชัง

เจ้าสาวแสนชัง

โรแมนติก

5.0

หนึ่งคนถูกบังคับ หนึ่งคนแม้จะถูกบังคับแต่หัวใจนั่นเต็มใจที่จะได้เป็นเจ้าสาวของเขา และแน่นอนว่าการแต่งงานครั้งนี้ "ธรรพ์" ไม่ได้ยินดีกับมันเลยสักนิด ผิดจาก "กลิ่นจันทร์" แม้จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่หล่อนก็ดีใจที่ได้เป็นเจ้าสาวของเขา....แล้วเรื่องราวความรักที่ขมขื่นจะเดินไปทางไหน เมื่อเขาเกลียดชังเธอเหลือเกิน แล้วเธอจะทนกับสายตาเกลียดชังและความเย็นชาของเขาไปได้อย่างไรกันเล่า...... ------------------ “เธอฝากท้องรึยัง แล้วท้องนานแค่ไหนแล้ว” “ยังไม่ได้ไปหาหมอค่ะ และไม่รู้ว่าท้องกี่สัปดาห์” “แน่ใจนะว่าเป็นลูกฉันไม่ใช่ลูกไอ้หน้าอ่อนนั่น” ถามเสียงเข้มทั้งๆ ที่รู้เต็มอกว่ากลิ่นจันทร์อุ้มท้องลูกของตัวเองแต่ก็อดถามด้วยอารมณ์ไม่ได้ “แล้วแต่คุณดีจะคิดเถอะค่ะ เพราะตอนนี้จันทร์ก็ท้องแล้ว” “ฉันจะย้ายกลับมาอยู่บ้าน” “ค่ะ จันทร์จะได้ย้ายกลับไปอยู่ห้องเดิมของตัวเอง” “เธอเป็นเมียฉันรึเปล่า” เขาถามเธออย่างไม่พอใจที่เจ้าหล่อนกำลังจะหมางเมินตัวเอง “ถามทำไมคะ ก็ในเมื่อจันทร์คือคนที่คุณดีเกลียด” “ใช่ฉันเกลียดเธอ แต่ยังไงเราก็เป็นผัวเมียกันจะแยกห้องให้วุ่นวายทำไมว่าไหม” เขาเดินมากดหัวไหล่มนของคนที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งหวีผมยาวสลวยในตอนนี้ --------- “ในหัวเธอมีแต่เรื่องหย่าใช่ไหมจันทร์” “ค่ะ” เธอตอบเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไปกรุงเทพฯ กับฉัน เรื่องหย่าค่อยคุยกัน ไม่เห็นรึไงตอนนี้ฉันงานยุ่งแค่ไหน” เขาเปลี่ยนเรื่องไม่อยากคุยเรื่องที่คอยกวนใจตลอดเดือนที่ผ่านมา “ถ้าจันทร์ไม่ไปคุณดีจะว่ายังไงคะ” “เธอต้องไป เนี่ยเป็นคำสั่ง” พูดพร้อมหยิบมะม่วงเข้าปากแล้วลุกเดินมาหาเธอที่โซฟา “เอาแต่ใจ” “เธอยังเป็นเมียฉัน อย่ามาดื้อกับฉันฉันไม่ชอบ” “ค่ะ จันทร์รู้ว่ายังอยู่ในตำแหน่งเมียชังของคุณ” เธอประชดเขา “ปากดี!” มือใหญ่บีบหน้าเล็กให้แหงนเงยขึ้นพร้อมกับมืออีกข้างยันพนักหลังโซฟาแล้วโน้มลงมาบดจูบปากอวดดีของกลิ่นจันทร์ “อ่ะ อื้อ”

กลืนกิน

กลืนกิน

โรแมนติก

5.0

เกือบหนึ่งพันปีที่เฝ้ามอบถวายชีวิตของตัวเองคอยรับใช้นายท่านนาสูร และเมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกอนาคตตัวเอง เขากลับเคว้งคว้างเดินไม่ถูก และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อโชคชะตาส่งเด็กน้อยตัวเล็กอายุไม่กี่เดือนมาให้เขาได้ดูแล ‘เดหลี’ เขาดูแลเด็กน้อยไม่ต่างจากลูก แม้จะรู้ดีว่าอนาคตเด็กคนนี้จะเปลี่ยนชีวิตของตัวเอง ‘พาที’ นั่งใช้ความคิดอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่นของบ้านที่ตนเองและเดหลีอาศัยอยู่ด้วยกัน เพลานี้เด็กน้อยอายุเจ็ดขวบ เผลอแป๊บเดียวจากเด็กน้อยงอแงเอาแต่ใจ นอนตัวแดงแบเบาะ ตอนนี้รู้ความและขี้อ้อนมาก “คุณพาทีคะ คุณพาทีคะ” “หืม! เด็กน้อย” คนถูกเรียกหันมาหาเจ้าของเสียงเล็กสดใสของหนูน้อยวัยเจ็ดขวบ “แต่งงานคืออะไรคะ?” หนูน้อยเกาะแขนของผู้เปรียบเสมือนพ่อของตนเอง “คือคนสองคนรักกัน แล้วก็แต่งงานกัน เดี๋ยวโตขึ้นเดหลีก็จะเข้าใจเอง” พาทีลูบหัวหนูน้อยหน้ากลมที่แนบแขนตัวเองและกำลังแหงนเงยหน้าขึ้นมองจ้องหน้าตัวเอง เหมือนเขาที่กำลังก้มมองหน้ากลมๆ อ้วนๆ ของหนูน้อย “งั้นโตขึ้นเดหลีจะแต่งงาน และคุณพาทีต้องแต่งงานกับเดหลีด้วยนะคะ” “แต่งงานน่ะแต่งได้ แต่กับฉันไม่ได้เดหลี” “ทำไมไม่ได้คะ เดหลีรักคุณพาที ถ้าไม่แต่งกับคุณพาทีจะให้หนูแต่งกับใครคะ” หนูน้อยเจ็ดขวบตอบอย่างฉะฉาน ทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจความหมายของคำว่า ‘รัก’ และ ‘แต่งงาน’ “โตขึ้นเธอจะรู้เองเดหลี ตอนนี้ได้เวลานอนแล้วนะ ไปนอนได้แล้ว เดี๋ยวฉันเอานมร้อนไปให้ดื่มก่อนนอนนะ” “อุ้มค่ะ” หนูน้อยยอมผละแขนสั้นๆ ที่กอดแขนใหญ่ออกมากางให้อีกฝ่ายอุ้มตัวเองกลับห้องนอน พาทียกยิ้มเอ็นดูท่าทางของหนูน้อยแล้วก็ช้อนอุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอกแล้วลุกขึ้นจากโซฟาพาเดินกลับห้องนอนด้วยเวลานี้ดึกมากแล้ว

นาสูร

นาสูร

โรแมนติก

5.0

“อ่ะ...อื้อ” เธอเบิกตากว้างในความมืดสลัวเมื่อรู้ว่าตอนนี้ตัวเองถูกคุกคามยามดึก “ชูว์! ฉันเองเด็กน้อย” เขายกมือมาปิดปากเธอพร้อมบอกให้รู้ว่าคือเขา “คุณนาสูร” “ใช่ ฉันเอง ก็บอกแล้วไงว่าเจอกัน” “ฟ้าอยู่” “เธอไม่ตื่นหรอก” เขาบอกตอบกลับ “แต่ไม่ได้นะคะ เราจะ...” “ทำไมจะไม่ได้ ก็ฉันหิวมาหลายวันแล้วน้อง เธอก็รู้ว่าฉันต้องการเธอมากแค่ไหน” เขารีบบอกสวนกลับโดยที่เธอยังพูดไม่สุดประโยคความ “พรุ่งนี้ฟ้าก็กลับแล้ว” เธอบอกพร้อมดันเขาไปนอนข้างๆ ตัวเองที่ยังมีพื้นที่ว่างอยู่ “ไม่มีพรุ่งนี้ทั้งนั้น ฉันต้องการวันนี้เด็กน้อย ขอเถอะนะ เพื่อนเธอไม่มีทางตื่นถ้าฉันไม่สั่งให้ตื่น เรามามีความสุขกันเถอะนะ ฉันรู้ว่าเธอเองก็โหยหาฉัน” มือใหญ่สอดเข้าไปในใต้ผ้าห่มแล้วบีบเคล้นเต้าของเธอ “อ่ะ...อื้อ คะ...คุณนาสูร ยะ...อย่าทำแบบนี้ค่ะ น้องอาย ถึงฟ้าจะไม่ตื่น แต่ฟ้าก็นอนอยู่ข้างๆ นะคะ” พึ่บ! แล้วผ้าห่มที่เธอแบ่งกันกับเพื่อนห่มนั้นก็ถูกถลกดึงรั้งขึ้นไปคลุมหัวของฟ้าใสทันที --- สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ ณิการ์ขอฝากรูปเล่มนิยายเรื่อง “นาสูร” ภายใต้นามปากกา “ยักษ์” ด้วยนะคะ เป็นเรื่องราวของยักษ์ที่มาอายุนับพันกว่าปีกับมนุษย์สาวคนหนึ่ง แน่นอนว่าเป็นนิยายแฟนตาซีอีโรติกค่ะเรื่องนี้ “นาสูร” เป็นยักษ์ที่หิวกามมาก กินดุมาก เขาไม่สนใจเนื้อเท่ากับลีลารักบนเตียง และ “พุดซ้อน” ก็สนองตัณหาของเขาได้ดีทีเดียว แล้วเขาทั้งสองจะรักกันได้ยังไง เมื่อทั้งสองต่างแตกต่างกัน มาลุ้นไปกับความรักของยักษ์และมนุษย์ด้วยกันนะคะ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

มงกุฎเลือด

มงกุฎเลือด

Tepui Frost
5.0

ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว

ตามเธอไม่เคยทัน

ตามเธอไม่เคยทัน

Crepuscular Glyph
5.0

หลินหลั่งเยี่ยน เป็นลูกสาวที่ได้รับการฝึกฝนอย่างลับๆ จากรัฐ เป็นสาวอัจฉริยะที่ทุกคนในองค์กรอิจฉา มีความสามารถทางการต่อสู้สูงและไม่ยอมใคร แต่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่าพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้องสาวฝาแฝดของเธอเพียงลำพัง หลังจากผ่านไปเจ็ดปี ในที่สุดรัฐก็อนุมัติอิสรภาพให้เธอ หัวใจของหลินเหลิงเหยียนเต้นระรัวด้วยความคาดหวัง ขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับบ้าน แต่เธอกลับต้องพบว่าป้าของเธอใช้ชีวิตอย่างหรูหราในบ้านพักของพ่อแม่ผู้ล่วงลับ ขณะที่น้องสาวของเธอเองกลับถูกบังคับให้นอนในคอกสุนัขและกินของเหลือ ทันใดนั้น เธอพลิกโต๊ะอาหารด้วยความโกรธ ป้าข่มขู่? เธอใช้วิธีการที่เด็ดขาดถอนตัวจากการร่วมมือ จนบริษัทของป้าพังทลายลงอย่างรวดเร็ว! การกลั่นแกล้งในโรงเรียน? เธอปลอมตัวเป็นน้องสาว เข้าไปในโรงเรียนและตัดสินใจสู้ไฟด้วยไฟ จากนั้นเธอก็ถ่ายทอดสดตอนพวกอันธพาลคุกเข่าร้องขอความเมตตา ถูกเยาะเย้ยเรื่องตัวตน? หลินหลั่งเยี่ยนพูดอย่างเย็นชา“ใช่ ฉันก็แค่คนธรรมดา” ในวินาทีถัดมา ครอบครัวที่มีชื่อเสียงมายืนยันว่า“เธอคือลูกสาวคนโตของเรา!” สถาบันวิจัยแห่งชาติ “พวกเราคือเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ!” …… ซือฮานเฟิง ผู้เป็นผู้นำของตระกูลลึกลับ ไม่เคยปรากฏตัวในสายตาสาธารณชน ข่าวลือว่าเขาเป็นคนเยือกเย็นและไร้ความปรานี บางคนเคยเห็นเขายืนสูบบุหรี่ในสถานการณ์ที่น่ากลัว และบางคนก็เห็นเขาฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา แต่ต่อมากลับมีคนเห็นว่าเขาไล่ตามหลินหลั่งเยี่ยนจนถึงมุมกำแพง ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าและความไม่พอใจ “หลั่งเยี่ยน ฉันช่วยเธอจัดการพวกนั้นแล้ว เธอควรจะอยู่เป็นเพื่อนกับฉันบ้างไหม?” “เราไม่ใช่แค่พันธมิตรหรือ?” หลินหลั่งเยี่ยนพูดอย่างงงงวย ซือฮานเฟิงถอนหายใจลึกๆ แล้วจูบเบาๆ บนริมฝีปากของเธอ “ตอนนี้ล่ะ”

หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก

หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ
5.0

หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ