นางบำเรอกับจอมบงการ

นางบำเรอกับจอมบงการ

B.J.BEN

4.7
ความคิดเห็น
390.8K
ชม
87
บท

ธัญญ์... ชายหนุ่มที่เจ็บช้ำกับความรักเมื่อครั้งอดีต วิธาดา... หญิงสาวร้ายกาจที่แอบรักเขาหมดหัวใจ หญิงสาวมองสบตากับเขาในระยะกระชั้นชิด หัวใจบอบบางเรียกร้องให้เธอเปิดเผยความจริงในส่วนลึกของจิตใจ “ฉันรักนายนะธัญญ์ รักนายมานานแล้ว” หล่อนคิดเอาไว้ไม่มีผิดว่าเขาจะต้องทำหน้าตกใจ แม้จะทำใจเอาไว้แล้ว แต่เธอรู้สึกเจ็บปวด มีผู้ชายหลายคนอยากสานสัมพันธ์กับเธอ แต่เธอก็สลัดทิ้ง แต่เขา... คนที่เธอแอบรัก เขากลับมีใจให้น้องสาวของเธอ เขากลับไม่ต้องการความรักของเธอ เขากลับตกใจและมองเธอเหมือนตัวประหลาด “เธอพูดอะไรของเธอ” ธัญญ์ทั้งมึนงง ทั้งตกใจในคำพูดของหญิงสาว “พูดความจริง นายคงไม่เคยรู้มาก่อน นายเป็นผู้ชายคนแรกของฉัน คืนนั้น...” เธอพูดอย่างหมดเปลือก เขาจะดูถูกยังไงก็ช่าง แต่เธอเป็นคนพูดตรงๆ เธออยากให้เขารับรู้และเข้าใจ “แต่ฉันไม่ได้รักเธอ ไม่แม้แต่จะคิด”

บทที่ 1 1

สายตาเศร้าสร้อยของวิธาดามองธัญญ์อยู่ไกลๆ แม้เธอจะมาส่งเขาที่สนามบินเหมือนดังเช่นคนอื่นๆ แต่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปใกล้ ได้เพียงแค่ยืนมองอยู่ห่างๆ เขาเพียงกลับมางานสำคัญของพี่ชายและกำลังจะกลับไปเรียนต่อ ซึ่งเธอคงไม่ได้เห็นหน้าเขาอีกหลายปี

เธอไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาอยู่แล้ว แม้จะรู้อยู่แก่ใจ ไม่รู้จะตอกย้ำให้เสียใจทำไมกัน แม้จะบอกให้ตัดใจ แต่ตัดใจจากผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลยสักที

เธอควรเฝ้ามองดูเขามีอนาคตที่ดี เรียนจบกลับมา เขาต้องมาดูแลกิจการของครอบครัว เธอเคยดูถูกเหยียดหยามว่าเขาจน ต่ำต้อย ทำให้รู้ว่าคนเรามองกันแค่ภายนอกไม่ได้จริงๆ

บางคนทำตัวร่ำรวยแต่เป็นหนี้สิน รวยแค่เปลือกนอก ไม่ได้ร่ำรวยจริง บางคนมีเงินทองมากมายแต่ไม่อวดอ้าง

... แต่ถึงอย่างไร ในสายตาของเขา มีแต่ผู้หญิงอีกคนอยู่เต็มหัวใจ จนไม่มีพื้นที่ไว้มองผู้หญิงคนอื่นอีกแล้ว

ผู้หญิงคนนั้นคือ พิณทิรา น้องสาวของเธอนั่นเอง

ร่างอรชรหันหลังกลับเมื่อเธอยืนส่งเขาจนพอใจ วิธาดาเดินไปยังรถของตัวเอง ก่อนสตาร์ทรถขับออกมาด้วยความรู้สึกบรรยายไม่ถูก

จริงๆ แล้ว ลึกๆ เธอไม่รู้ว่าตัวเองมีเป้าหมายชีวิตยังไงกันแน่ เมื่อก่อนแทบไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำ แค่ใช้เงินไปวันๆ สังสรรค์เฮฮากับเพื่อน เที่ยวเตร่ตามประสา แต่ตอนนี้ทุกสิ่งรอบกายเปลี่ยนแปลงไปหมด

เธอไม่ได้มีความสุขเหมือนอย่างที่แสดงออก ชีวิตยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดแรงลึก สิ่งที่เธอต้องทำคือเรียนให้จบ

นั่นสินะ... เธอทิ้งการเรียนไม่สนใจมานานมากแล้ว

หลายปีผ่านไป...

“ทางนี้เพื่อน” ณัฐโบกไม้โบกมือให้ธัญญ์เพื่อนสนิทที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ

“ขอบใจมากเพื่อนที่มารับ”

ธัญญ์เอ่ยขอบใจเพื่อนที่ยอมสละเวลามารับเขาถึงสนามบิน นี่เป็นระยะเวลาหลายปีที่เขาได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากงานแต่งงานของพี่ชายและเพื่อนรักก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย

“ไม่เป็นไร นายจะทำให้คนที่บ้านเซอร์ไพรส์หรือไง ถึงไม่ยอมบอกว่ากลับมาแล้ว”

“ก็ใช่ กะว่าจะทำให้ทุกคนประหลาดใจเสียหน่อย”

ณัฐเดินทางไปเรียนต่อพร้อมกับธัญญ์ แต่เขาเรียนจบและเดินทางกลับมาก่อน เนื่องจากต้องกลับมาดูแลกิจการโรงแรมของบิดา เพราะท่านเสียชีวิตกะทันหัน

ส่วนธัญญ์นั้นขออยู่ต่างประเทศต่อ เหตุผลคือยังทำใจเรื่องพิณทิรา หญิงสาวที่กลายมาเป็นพี่สะใภ้ไม่ได้ และเพื่อทำงานเรียนรู้งานที่โน้นอีกระยะ

แต่ในที่สุดบุญคุณที่พยัคฆ์ส่งเสียเลี้ยงดูก็ทำให้ธัญญ์จำต้องกลับมา แม้เขาจะทำงานทำการแล้ว แต่ลุงที่มีพระคุณท่วมหัวยังส่งเงินไปให้เขาเสมอ แล้วเขาจะเนรคุณไม่ยอมกลับมาช่วยงานท่าน ดูจะเป็นการไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง

“กลับมาก็ดี คืนนี้ไปฉลองกันหน่อย นานๆ จะได้เจอกันสักที”

“ได้สิ ไม่ได้กลับเมืองไทยหลายปี รู้สึกคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ” ธัญญ์เอ่ยยิ้มๆ

ธัญญ์เข้าพักที่โรงแรมของเพื่อนพร้อมกับการต้อนรับเป็นอย่างดี เขาลงมายังไนต์คลับด้านล่างตามคำชักชวนของณัฐในเวลาสามทุ่มเศษ

“กิจการโรงแรมของนายเป็นยังไงบ้าง” ธัญญ์เอ่ยถามขณะกวาดสายตามองรอบกาย เขาคิดว่าที่นี่ดึงดูดนักเที่ยวได้มาก อาหาร เครื่องดื่มพร้อมสรรพ บรรยากาศดี เพลงเพราะ แถมสาวๆ ยังบริการไม่ห่าง ณัฐหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชนแก้วกับเพื่อน

“ก็ดี คืนนี้เอาสักกี่คนดี หรือจะแค่ชวนเธอไปเต้นรำด้วยก็ไม่ว่านะ”

“ไม่เอาดีกว่า นายบริการผู้หญิงให้แขกด้วยหรือไง”

ธัญญ์ปฏิเสธด้วยท่าทีเบื่อหน่าย แต่อดแปลกใจเสียไม่ได้

“ไม่ใช่ แค่จัดพิเศษให้นายเท่านั้น ยังตัดใจจากพิณทิราไม่ได้หรือไงวะเพื่อน ไหนๆ เค้าแต่งงานไปแล้ว แถมยังเป็นพี่สะใภ้ของนายอีก อย่าไปคิดมากเลย”

“พูดยากว่ะเพื่อน นายไม่เป็นฉันไม่รู้หรอก”

“เอาๆๆ ดื่มๆ ลืมเรื่องทุกข์ใจซะ แค่ผู้หญิงคนเดียว นายเพียบพร้อมขนาดนี้ ผู้หญิงแทบอยากกระโดดเข้าใส่นายแทบทั้งนั้น”

ณัฐส่ายหน้าไปมา

“แต่คนอยากให้กระโดดเข้าใส่ดันไม่ยอมกระโดดนี่สิ”

ธัญญ์ยักไหล่ไปมาอย่างเซ็งๆ เขาชนแก้วกับเพื่อนแก้วแล้วแก้วเล่าจนรู้สึกมึนๆ ความเมาเริ่มมาเยือนเมื่อแอลกอฮอล์แทรกซึมเข้าในกระแสเลือด

อีกด้านของไนท์คลับ...

“โอ๊ย! ยัยวิ ฉันล่ะปวดหัวกับหล่อนจริงๆ เลย เดี๋ยวคุณแม่ของหล่อนก็มาถลกหนังหัวฉันหรอก”

เชอร์รี่หรือชลันธร ชายใจหญิงหรือสาวประเภทสองร้องกรีด กร๊าดอย่างขัดใจเพื่อนนัก

“ปวดหัวก็ไปนอนสิ ยัยเชอร์รี่ แกนี่โง่จริง”

คนเมาหันมาจิ้มหน้าผากเพื่อนตาปรือ

“นี่หล่อน เป็นเสียแบบนี้สิถึงไม่มีใครคบ เมื่อก่อนว่าพอมีบ้าง ตอนนี้ไม่มีเลย”

ชลันธรจิกกัดอีกฝ่าย แต่ตัวเองเลิกคบเพื่อนคนนี้ไม่ได้ แม้ วิธาดาจะดูร้ายกาจแต่จริงๆ มีหลายอย่างน่าสงสารใน เพราะมารดาเลี้ยงอย่างตามใจ ทำให้เธอเอาแต่ใจตัวเองตลอดเวลา เธอมีความอ่อนแอที่ซุกซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น มีเรื่องก็มาระบายให้ฟังอยู่เสมอ จนคิดว่าตัวเองเหมือนคนในครอบครัวเพื่อนรักคนหนึ่ง

“เลิกบ่นสักทีได้ไหม ยัยกระเชอก้นรั่ว ฉันเลี้ยงแก ฉันเป็นเจ้ามือ แกกินอย่างเดียว อย่ามาบ่น”

“ต๊ายตาย... อกอีแป้นจะแตก ปากเหรอนั่นที่พูด ฉันไม่ได้ขอให้หล่อนเลี้ยงเสียหน่อย เงินฉันน่ะมีเป็นกระบุงใช้ทั้งชาติยังไม่หมด ขึ้นห้องได้แล้ว เมาจะแย่อยู่แล้ว แล้วนี่จะนอนโรงแรมอีกกี่คืน บ้านช่องไม่รู้จักกลับ คนที่บ้านหล่อนจะเป็นห่วงแค่ไหนนี่”

ชลันธรกุมขมับอย่างเหนื่อยหน่ายใจ แค่ไม่อยากอยู่บ้านก็หนีมานอนโรงแรม แล้วเป็นเวรเป็นกรรมอะไรนี่ ที่ต้องมาเป็นเพื่อนยัยขี้เมาคนนี้ วันนี้อดกินผู้ชายเป็นอาหารเลย แต่ถ้าไม่มา รับรองยัยเพื่อนขี้เมาได้โดนลากไปงาบ เพราะมีพวกอยากงาบวิธาดาอยู่มาก ด้วยความที่หญิงสาวเป็นคนสวย แม้ภายนอกจะดูเป็นสาวเปรี้ยวขี้วีนแต่ก็ไม่เคยปล่อยตัวให้ใครจนถึงขั้นพาขึ้นเตียง

“หนาย... แตกแล้วเหรอ เฮือก”

วิธาดาหันไปบีบหน้าอกเพื่อนรักเต็มเหนี่ยว

“ยัยชะนีบ้า มาบีบหน้าอกฉันทำไมย่ะหล่อน เดี๋ยวก็เหลวหมดหรอก ฉันเพิ่งไปเสริมมานะย่ะ ต๊าย... อยากจะตายสักสิบรอบ ถ้าไม่คิดว่าหล่อนเป็นเพื่อน ฉันจะตบหล่อนให้คว่ำเลย ให้ตายเถอะ ยัยชะนีหน้าขาว ยัยขี้เมา ยัยบ้า”

ชลันธรบ่นไม่หยุดปากฮึดฮัดขัดใจเพื่อนเหลือคณา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหเป็นอย่างยิ่ง

วิธาดาตาปรือส่ายหน้าไปมาหัวเราะเหมือนคนบ้าเพราะเมาหนัก

“ฮ่าๆๆ ฮิฮิ ยัยกระเชอก้นรั่ว บ่นเหมือนยายแก่เลย น่านงาย... หน้าถึงหะ... เหี่ยวแบบนี้ เฮือก” คนเมาเริ่มอาละวาดหนัก ชี้นิ้วมั่วไปหมด

“ไป! ขึ้นไปนอนได้แล้ว ดึกแล้ว โอ๊ย ให้ผู้ชายลากไปขืนใจซะดีไหมนี่ มันน่านักนังชะนีขี้เมา”

ชลันธรบ่นไม่หยุดปาก รีบจ่ายเงินลากเพื่อนสาวขึ้นห้องทันที

เสียงบ่นของชลันธรได้ยินไปตลอดทาง ไม่ว่าจะเข้าลิฟต์หรือออกลิฟต์ ก่อนจะถึงหน้าห้องพักของโรงแรมหรู

“โอ๊ย! โทรศัพท์หล่นตรงไหนนี่ ซวยจริง คีย์การ์ดก็หาย ให้มันได้แบบนี้สิ อยากจะตายสักร้อยรอบ แล้วฉันจะทำยังไงกับหล่อนดีนี่นังชะนีขี้เมา”

ชลันธรกรี๊ดกราดอย่างขัดใจเมื่อโทรศัพท์หรูราคาแพงหายไปจากกระเป๋า ระหว่างทางที่พยุงเพื่อนเข้าห้อง ตบท้ายด้วยคีย์การ์ดไม่รู้ว่าไปวางลืมไว้ตรงไหน มัวแต่ห้ามคนเมาที่ขาดสติ ไม่สนใจอะไรเอาเสียเลยว่าคนอื่นจะเดือดร้อนขนาดไหน

“กรี๊ดด!!! ยัยเพื่อนบ้า มาอ้วกใส่ฉันทำไมนี่”

ชลันธรปล่อยร่างเพื่อนสาวรูดลงไปกองกับพื้นตรงระหว่างทางเดินที่จะถึงห้อง

“อุ๊บ ... แหวะ” วิธาดาอาเจียนจนหมดสภาพ

“ยัยวิ ชีอ้วกเต็มเลย โอ๊ย... อยากจะบ้าตาย นั่งรอตรงนี้ไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา โอ๊ยๆๆๆ วันนี้มันเป็นวันอะไรนี่”

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ B.J.BEN

ข้อมูลเพิ่มเติม
วิวาห์คลั่งรัก

วิวาห์คลั่งรัก

สมัยใหม่

5.0

เมื่อโชคชะตาบังคับให้เขาและเธอซึ่งเป็นคู่กัดต้องกลายเป็นคู่แต่งงานแบบสายฟ้าแลบ! ระหว่างอดีตที่เต็มไปด้วยการปะทะคารม กับปัจจุบันที่ต้องใช้ชีวิตร่วมชายคา... เรื่องวุ่น ๆ จึงเริ่มต้นขึ้น ตั้งแต่แปรงสีฟันยันหัวใจ เขา...ผู้ชายเจ้าเล่ห์ ขี้แกล้ง และขี้หวงอย่างหนัก เธอ...หญิงสาวปากแข็ง ขี้ประชด แต่แอบอ่อนโยนในทุกความใส่ใจ จากบ้านไม้ริมคลอง กลายเป็นสนามรักและสงครามขนาดย่อม ที่ไม่มีใครยอมใคร แต่หัวใจสองดวงกลับเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด... เพราะบางที...โชคชะตาอาจไม่ได้บังคับ แต่มันอาจกำลังพาเขาและเธอ... กลับมายังที่ที่เรียกว่า "บ้าน" ด้วยกัน

คู่หมั้นไร้เสน่หา

คู่หมั้นไร้เสน่หา

โรแมนติก

5.0

เมื่อข่าวฉาวบิดเบือนเปลี่ยนหญิงสาวให้กลายเป็นคนที่เขาเกลียด และเมื่อคำสัญญาเก่าของผู้ใหญ่ พาเธอกลับมาในฐานะ ‘คู่หมั้น’ ที่เขาไม่ต้องการ ลลิล สาวสวยผู้สง่างามและเข้มแข็ง ต้องเผชิญแรงกดดันจากคนในครอบครัว รวมถึง กวิน ชายหนุ่มผู้เย็นชา ผู้มองเธอด้วยสายตาดูแคลน…แต่ไม่อาจละสายตาได้เลย ในความเงียบงันระหว่างพวกเขา...กลับมี ‘หัวใจ’ ที่ค่อย ๆ เรียนรู้กันอย่างไม่รู้ตัว จากความเข้าใจผิด กลายเป็นความผูกพัน จากการดูแคลน กลายเป็นการปกป้อง และจาก ‘คู่หมั้นไร้เสน่หา’ กลายเป็น ‘ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารัก’

หนังสือที่คุณอาจชอบ

เกิดใหม่ในเงามืด

เกิดใหม่ในเงามืด

Orson Erickson
5.0

ครอบครัวเสิ่นเลี้ยงดูเซี่ยซางหนิงเป็นเวลา 20 ปี และเธอเองก็ถูกเอาเปรียบมาเป็นเวลา 20 ปีเช่นกัน วันหนึ่ง พวกเขาตามหาลูกสาวตัวจริงพบ และเซี่ยซางหนิงก็ถูกไล่ออกจากตระกูลเสิ่น ได้ยินมาว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอกำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนัก แต่ความเป็นจริง พ่อแม่ทางสายเลือดของเธอเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองไห่ เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดที่ตระกูลเสิ่นไม่สามารถเอื้อมถึงได้ ตระกูลเสิ่นที่คอยดูว่าเซี่ยซางหนิงจะต้องตกอับอย่างน่าสมเพช แต่กลับต้องตกตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับตัวตนของเซี่ยซางหนิง ผู้มีอิทธิพลในการเงินระดับโลก วิศวกรระดับแนวหน้า นักแข่งรถอันดับหนึ่งของโลก... เธอยังมีความสามารถที่ซ่อนอยู่อีกกี่อย่างกันแน่ คู่หมั้นยกเลิกการหมั้นกับเซี่ยซางหนิง อย่างไรก็ตาม เมื่อเซี่ยซางหนิงไปออกเดทกับพี่ชายฝาแฝดของเขา เขากลับปรากฏตัวขึ้นและสารภาพรักกับเธอ

เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี

เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี

Daniel
5.0

-- ในศตวรรษที่ 26 ทหารรับจ้างอันดับหนึ่งได้กลับชาติมาเกิดใหม่ กลายเป็นลูกเลี้ยงที่ไร้ค่าของตระกูลผู้มีชื่อเสียง แต่เมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ย่ำยีชายทรยศ ข่มเหงหญิงเลว จัดการกับพวกที่ทำให้ชีวิตติดขัด เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งตามใจปรารถนา ควบคุมเทพสัตว์นับพัน ถลุงยาวิเศษ วางข่ายศักดิ์สิทธิ์ วาดยันต์ผี ทุกอย่างนางทำได้อย่างชำนาญ อยู่เหนือกว่าอัจฉริยะทั้งห้าภพ โลกนี้นางครอบครอง ไม่สามารถบำเพ็ญตบะงั้นหรือ แต่นางเป็นผู้ครอบครองพลังครบทุกธาตุ ไม่มีคุณสมบัติมากพอบำเพ็ญลัทธิหรือ นางนอกจากบำเพ็ญลัทธิอสูรลัทธิเทพลัทธิวิญญาณลัทธิมารทั้งสีแล้ว ยังสร้างลัทธิภูตผีอีกด้วย ไร้ค่า ไม่มีความสามารถงั้นหรือ นางคือราชาผี ที่สืบทอดพลังหยินขั้นสูง แค่กระดิกนิ้ว พญาวิญญาณแค้นนับหมื่นก็พรั่งพรูมาปรนนิบัติ เพียงแต่ว่าจักรพรรดิผู้ลึกลับที่ตามตื้อนางนั้น มันคือยังไงกัน เฝิงอี้ "เพิ่งเจอหน้ากันก็ถอดเสื้อข้า เช่นนั้นเราสู้กันบนเตียงอีกรอบดีหรือไม่" เย่วเฉิงเฟิงยิ้มยั่ว "ผู้ชายมีแต่จะเป็นตัวถ่วงของข้า ท่านจักรพรรดิ ท่านเดินทางดีๆ ลาก่อนนะ"

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์
4.8

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

จากเมียส้มหล่นสู่หญิงแกร่ง

จากเมียส้มหล่นสู่หญิงแกร่ง

Arvin Bikoff
4.9

หลังจากที่แต่งงานเข้ามาในตระกูลมู่ หลินซีได้ทำหน้าที่เป็นคุณนายมู่ที่ยอมอดทนกับทุกอย่างโดยไม่ปริปากเป็นเวลาสามปี เธอรักมู่จิ่วเซียว จึงยอมอดทนดูแลเขาอย่างเต็มใจ แม้ว่าเขาจะมีคนอื่นอยู่ข้างนอกก็ตามแต่เขากลับไม่เคยเห็นค่าของเธอ เหยียบย่ำความรักของเธอให้แหลกสลาย และถึงขั้นปล่อยให้น้องสาวของเขามอมเหล้าเธอแล้วส่งไปยังเตียงของลูกค้า หลินซีนั้นถึงเพิ่งจะตาสว่างเมื่อรู้ว่าความรักที่มีมานานนั้นช่างน่าขันและน่าเศร้าในใจของเขา เธอไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาเกาะเขา เธอจึงทิ้งข้อตกลงการหย่าไว้แล้วจากไปโดยไม่ลังเล มู่จิ่วเซียวมองดูเธอประสบความสำเร็จ กลายเป็นดวงดาวที่ส่องแสงในสายตาของผู้คนเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง เธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและสงบเสงี่ยม โดยมีผู้ชายที่มีฐานะสูงส่งอยู่เคียงข้าง มู่จิ่วเซียวมองดูใบหน้าของคู่แข่งหัวใจที่ดูคล้ายกับของเขามาก จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าในสายตาเธอ เขาเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นในมุมแห่งหนึ่ง เขาขวางทางเธอไว้ “หลินซี คุณเล่นตลกกับผมใช่ไหม”

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ