Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
นางบำเรอกับจอมบงการ

นางบำเรอกับจอมบงการ

B.J.BEN

4.7
ความคิดเห็น
388.9K
ชม
87
บท

ธัญญ์... ชายหนุ่มที่เจ็บช้ำกับความรักเมื่อครั้งอดีต วิธาดา... หญิงสาวร้ายกาจที่แอบรักเขาหมดหัวใจ หญิงสาวมองสบตากับเขาในระยะกระชั้นชิด หัวใจบอบบางเรียกร้องให้เธอเปิดเผยความจริงในส่วนลึกของจิตใจ “ฉันรักนายนะธัญญ์ รักนายมานานแล้ว” หล่อนคิดเอาไว้ไม่มีผิดว่าเขาจะต้องทำหน้าตกใจ แม้จะทำใจเอาไว้แล้ว แต่เธอรู้สึกเจ็บปวด มีผู้ชายหลายคนอยากสานสัมพันธ์กับเธอ แต่เธอก็สลัดทิ้ง แต่เขา... คนที่เธอแอบรัก เขากลับมีใจให้น้องสาวของเธอ เขากลับไม่ต้องการความรักของเธอ เขากลับตกใจและมองเธอเหมือนตัวประหลาด “เธอพูดอะไรของเธอ” ธัญญ์ทั้งมึนงง ทั้งตกใจในคำพูดของหญิงสาว “พูดความจริง นายคงไม่เคยรู้มาก่อน นายเป็นผู้ชายคนแรกของฉัน คืนนั้น...” เธอพูดอย่างหมดเปลือก เขาจะดูถูกยังไงก็ช่าง แต่เธอเป็นคนพูดตรงๆ เธออยากให้เขารับรู้และเข้าใจ “แต่ฉันไม่ได้รักเธอ ไม่แม้แต่จะคิด”

บทที่ 1 1

สายตาเศร้าสร้อยของวิธาดามองธัญญ์อยู่ไกลๆ แม้เธอจะมาส่งเขาที่สนามบินเหมือนดังเช่นคนอื่นๆ แต่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปใกล้ ได้เพียงแค่ยืนมองอยู่ห่างๆ เขาเพียงกลับมางานสำคัญของพี่ชายและกำลังจะกลับไปเรียนต่อ ซึ่งเธอคงไม่ได้เห็นหน้าเขาอีกหลายปี

เธอไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาอยู่แล้ว แม้จะรู้อยู่แก่ใจ ไม่รู้จะตอกย้ำให้เสียใจทำไมกัน แม้จะบอกให้ตัดใจ แต่ตัดใจจากผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลยสักที

เธอควรเฝ้ามองดูเขามีอนาคตที่ดี เรียนจบกลับมา เขาต้องมาดูแลกิจการของครอบครัว เธอเคยดูถูกเหยียดหยามว่าเขาจน ต่ำต้อย ทำให้รู้ว่าคนเรามองกันแค่ภายนอกไม่ได้จริงๆ

บางคนทำตัวร่ำรวยแต่เป็นหนี้สิน รวยแค่เปลือกนอก ไม่ได้ร่ำรวยจริง บางคนมีเงินทองมากมายแต่ไม่อวดอ้าง

... แต่ถึงอย่างไร ในสายตาของเขา มีแต่ผู้หญิงอีกคนอยู่เต็มหัวใจ จนไม่มีพื้นที่ไว้มองผู้หญิงคนอื่นอีกแล้ว

ผู้หญิงคนนั้นคือ พิณทิรา น้องสาวของเธอนั่นเอง

ร่างอรชรหันหลังกลับเมื่อเธอยืนส่งเขาจนพอใจ วิธาดาเดินไปยังรถของตัวเอง ก่อนสตาร์ทรถขับออกมาด้วยความรู้สึกบรรยายไม่ถูก

จริงๆ แล้ว ลึกๆ เธอไม่รู้ว่าตัวเองมีเป้าหมายชีวิตยังไงกันแน่ เมื่อก่อนแทบไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำ แค่ใช้เงินไปวันๆ สังสรรค์เฮฮากับเพื่อน เที่ยวเตร่ตามประสา แต่ตอนนี้ทุกสิ่งรอบกายเปลี่ยนแปลงไปหมด

เธอไม่ได้มีความสุขเหมือนอย่างที่แสดงออก ชีวิตยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดแรงลึก สิ่งที่เธอต้องทำคือเรียนให้จบ

นั่นสินะ... เธอทิ้งการเรียนไม่สนใจมานานมากแล้ว

หลายปีผ่านไป...

“ทางนี้เพื่อน” ณัฐโบกไม้โบกมือให้ธัญญ์เพื่อนสนิทที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ

“ขอบใจมากเพื่อนที่มารับ”

ธัญญ์เอ่ยขอบใจเพื่อนที่ยอมสละเวลามารับเขาถึงสนามบิน นี่เป็นระยะเวลาหลายปีที่เขาได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากงานแต่งงานของพี่ชายและเพื่อนรักก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย

“ไม่เป็นไร นายจะทำให้คนที่บ้านเซอร์ไพรส์หรือไง ถึงไม่ยอมบอกว่ากลับมาแล้ว”

“ก็ใช่ กะว่าจะทำให้ทุกคนประหลาดใจเสียหน่อย”

ณัฐเดินทางไปเรียนต่อพร้อมกับธัญญ์ แต่เขาเรียนจบและเดินทางกลับมาก่อน เนื่องจากต้องกลับมาดูแลกิจการโรงแรมของบิดา เพราะท่านเสียชีวิตกะทันหัน

ส่วนธัญญ์นั้นขออยู่ต่างประเทศต่อ เหตุผลคือยังทำใจเรื่องพิณทิรา หญิงสาวที่กลายมาเป็นพี่สะใภ้ไม่ได้ และเพื่อทำงานเรียนรู้งานที่โน้นอีกระยะ

แต่ในที่สุดบุญคุณที่พยัคฆ์ส่งเสียเลี้ยงดูก็ทำให้ธัญญ์จำต้องกลับมา แม้เขาจะทำงานทำการแล้ว แต่ลุงที่มีพระคุณท่วมหัวยังส่งเงินไปให้เขาเสมอ แล้วเขาจะเนรคุณไม่ยอมกลับมาช่วยงานท่าน ดูจะเป็นการไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง

“กลับมาก็ดี คืนนี้ไปฉลองกันหน่อย นานๆ จะได้เจอกันสักที”

“ได้สิ ไม่ได้กลับเมืองไทยหลายปี รู้สึกคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ” ธัญญ์เอ่ยยิ้มๆ

ธัญญ์เข้าพักที่โรงแรมของเพื่อนพร้อมกับการต้อนรับเป็นอย่างดี เขาลงมายังไนต์คลับด้านล่างตามคำชักชวนของณัฐในเวลาสามทุ่มเศษ

“กิจการโรงแรมของนายเป็นยังไงบ้าง” ธัญญ์เอ่ยถามขณะกวาดสายตามองรอบกาย เขาคิดว่าที่นี่ดึงดูดนักเที่ยวได้มาก อาหาร เครื่องดื่มพร้อมสรรพ บรรยากาศดี เพลงเพราะ แถมสาวๆ ยังบริการไม่ห่าง ณัฐหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชนแก้วกับเพื่อน

“ก็ดี คืนนี้เอาสักกี่คนดี หรือจะแค่ชวนเธอไปเต้นรำด้วยก็ไม่ว่านะ”

“ไม่เอาดีกว่า นายบริการผู้หญิงให้แขกด้วยหรือไง”

ธัญญ์ปฏิเสธด้วยท่าทีเบื่อหน่าย แต่อดแปลกใจเสียไม่ได้

“ไม่ใช่ แค่จัดพิเศษให้นายเท่านั้น ยังตัดใจจากพิณทิราไม่ได้หรือไงวะเพื่อน ไหนๆ เค้าแต่งงานไปแล้ว แถมยังเป็นพี่สะใภ้ของนายอีก อย่าไปคิดมากเลย”

“พูดยากว่ะเพื่อน นายไม่เป็นฉันไม่รู้หรอก”

“เอาๆๆ ดื่มๆ ลืมเรื่องทุกข์ใจซะ แค่ผู้หญิงคนเดียว นายเพียบพร้อมขนาดนี้ ผู้หญิงแทบอยากกระโดดเข้าใส่นายแทบทั้งนั้น”

ณัฐส่ายหน้าไปมา

“แต่คนอยากให้กระโดดเข้าใส่ดันไม่ยอมกระโดดนี่สิ”

ธัญญ์ยักไหล่ไปมาอย่างเซ็งๆ เขาชนแก้วกับเพื่อนแก้วแล้วแก้วเล่าจนรู้สึกมึนๆ ความเมาเริ่มมาเยือนเมื่อแอลกอฮอล์แทรกซึมเข้าในกระแสเลือด

อีกด้านของไนท์คลับ...

“โอ๊ย! ยัยวิ ฉันล่ะปวดหัวกับหล่อนจริงๆ เลย เดี๋ยวคุณแม่ของหล่อนก็มาถลกหนังหัวฉันหรอก”

เชอร์รี่หรือชลันธร ชายใจหญิงหรือสาวประเภทสองร้องกรีด กร๊าดอย่างขัดใจเพื่อนนัก

“ปวดหัวก็ไปนอนสิ ยัยเชอร์รี่ แกนี่โง่จริง”

คนเมาหันมาจิ้มหน้าผากเพื่อนตาปรือ

“นี่หล่อน เป็นเสียแบบนี้สิถึงไม่มีใครคบ เมื่อก่อนว่าพอมีบ้าง ตอนนี้ไม่มีเลย”

ชลันธรจิกกัดอีกฝ่าย แต่ตัวเองเลิกคบเพื่อนคนนี้ไม่ได้ แม้ วิธาดาจะดูร้ายกาจแต่จริงๆ มีหลายอย่างน่าสงสารใน เพราะมารดาเลี้ยงอย่างตามใจ ทำให้เธอเอาแต่ใจตัวเองตลอดเวลา เธอมีความอ่อนแอที่ซุกซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น มีเรื่องก็มาระบายให้ฟังอยู่เสมอ จนคิดว่าตัวเองเหมือนคนในครอบครัวเพื่อนรักคนหนึ่ง

“เลิกบ่นสักทีได้ไหม ยัยกระเชอก้นรั่ว ฉันเลี้ยงแก ฉันเป็นเจ้ามือ แกกินอย่างเดียว อย่ามาบ่น”

“ต๊ายตาย... อกอีแป้นจะแตก ปากเหรอนั่นที่พูด ฉันไม่ได้ขอให้หล่อนเลี้ยงเสียหน่อย เงินฉันน่ะมีเป็นกระบุงใช้ทั้งชาติยังไม่หมด ขึ้นห้องได้แล้ว เมาจะแย่อยู่แล้ว แล้วนี่จะนอนโรงแรมอีกกี่คืน บ้านช่องไม่รู้จักกลับ คนที่บ้านหล่อนจะเป็นห่วงแค่ไหนนี่”

ชลันธรกุมขมับอย่างเหนื่อยหน่ายใจ แค่ไม่อยากอยู่บ้านก็หนีมานอนโรงแรม แล้วเป็นเวรเป็นกรรมอะไรนี่ ที่ต้องมาเป็นเพื่อนยัยขี้เมาคนนี้ วันนี้อดกินผู้ชายเป็นอาหารเลย แต่ถ้าไม่มา รับรองยัยเพื่อนขี้เมาได้โดนลากไปงาบ เพราะมีพวกอยากงาบวิธาดาอยู่มาก ด้วยความที่หญิงสาวเป็นคนสวย แม้ภายนอกจะดูเป็นสาวเปรี้ยวขี้วีนแต่ก็ไม่เคยปล่อยตัวให้ใครจนถึงขั้นพาขึ้นเตียง

“หนาย... แตกแล้วเหรอ เฮือก”

วิธาดาหันไปบีบหน้าอกเพื่อนรักเต็มเหนี่ยว

“ยัยชะนีบ้า มาบีบหน้าอกฉันทำไมย่ะหล่อน เดี๋ยวก็เหลวหมดหรอก ฉันเพิ่งไปเสริมมานะย่ะ ต๊าย... อยากจะตายสักสิบรอบ ถ้าไม่คิดว่าหล่อนเป็นเพื่อน ฉันจะตบหล่อนให้คว่ำเลย ให้ตายเถอะ ยัยชะนีหน้าขาว ยัยขี้เมา ยัยบ้า”

ชลันธรบ่นไม่หยุดปากฮึดฮัดขัดใจเพื่อนเหลือคณา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหเป็นอย่างยิ่ง

วิธาดาตาปรือส่ายหน้าไปมาหัวเราะเหมือนคนบ้าเพราะเมาหนัก

“ฮ่าๆๆ ฮิฮิ ยัยกระเชอก้นรั่ว บ่นเหมือนยายแก่เลย น่านงาย... หน้าถึงหะ... เหี่ยวแบบนี้ เฮือก” คนเมาเริ่มอาละวาดหนัก ชี้นิ้วมั่วไปหมด

“ไป! ขึ้นไปนอนได้แล้ว ดึกแล้ว โอ๊ย ให้ผู้ชายลากไปขืนใจซะดีไหมนี่ มันน่านักนังชะนีขี้เมา”

ชลันธรบ่นไม่หยุดปาก รีบจ่ายเงินลากเพื่อนสาวขึ้นห้องทันที

เสียงบ่นของชลันธรได้ยินไปตลอดทาง ไม่ว่าจะเข้าลิฟต์หรือออกลิฟต์ ก่อนจะถึงหน้าห้องพักของโรงแรมหรู

“โอ๊ย! โทรศัพท์หล่นตรงไหนนี่ ซวยจริง คีย์การ์ดก็หาย ให้มันได้แบบนี้สิ อยากจะตายสักร้อยรอบ แล้วฉันจะทำยังไงกับหล่อนดีนี่นังชะนีขี้เมา”

ชลันธรกรี๊ดกราดอย่างขัดใจเมื่อโทรศัพท์หรูราคาแพงหายไปจากกระเป๋า ระหว่างทางที่พยุงเพื่อนเข้าห้อง ตบท้ายด้วยคีย์การ์ดไม่รู้ว่าไปวางลืมไว้ตรงไหน มัวแต่ห้ามคนเมาที่ขาดสติ ไม่สนใจอะไรเอาเสียเลยว่าคนอื่นจะเดือดร้อนขนาดไหน

“กรี๊ดด!!! ยัยเพื่อนบ้า มาอ้วกใส่ฉันทำไมนี่”

ชลันธรปล่อยร่างเพื่อนสาวรูดลงไปกองกับพื้นตรงระหว่างทางเดินที่จะถึงห้อง

“อุ๊บ ... แหวะ” วิธาดาอาเจียนจนหมดสภาพ

“ยัยวิ ชีอ้วกเต็มเลย โอ๊ย... อยากจะบ้าตาย นั่งรอตรงนี้ไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา โอ๊ยๆๆๆ วันนี้มันเป็นวันอะไรนี่”

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ B.J.BEN

ข้อมูลเพิ่มเติม

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

l3oonm@
5.0

จือหลินเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่ถูกมารดาทอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่ลืมตามาดูโลก ต่อมาทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวเธอให้กับสถานสงเคราะห์ พออายุได้สามปี ก็มีองค์กรหนึ่งมารับเลี้ยงตัวเธอ แต่พวกเขาเลี้ยงเธอและเด็กคนอื่นๆ ไว้เพื่อเป็นหนูทดลองเท่านั้น ครั้งแรกที่ถูกนำตัวมา ต่างก็โดนจับฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย เพื่อหาเด็กที่เลือดต้านเชื้อที่ฉีดเข้าไปได้เท่านั้น หากร่างกายทนรับไม่ไว้สิ่งที่ทางองค์กรมอบให้คือความตาย จือหลินอาจเป็นเพราะเลือดของเธอพิเศษกว่าเด็กคนอื่น ไม่ว่าฉีดยาตัวไหนเข้าสู่ร่างกายเธอก็ทนรับได้ทั้งนั้น นับจากนั้นมาเธอจึงถูกเลี้ยงดูจากองค์กรมาอย่างดี เรื่องการศึกษาเธอก็สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งได้อย่างเต็มที่ แต่เพราะความฉลาดของเธอจึงถูกส่งให้เรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์และเรียนแพทย์ควบคู่ไปด้วย เมื่อเรียนจบมาแล้ว จือหลินยังคงทำการให้องค์กรเช่นเดิม แม้จะไม่ได้เป็นนักฆ่าเช่นเพื่อนคนอื่นที่มาพร้อมกัน แต่เธอก็ต้องฝึกไม่ต่างจากพวกเขา ยิ่งเมื่อต้องนำเด็กเข้ามาเป็นหนูทดลองเช่นเดียวกับเธอในตอนเล็ก ต่อให้ไม่อยากทำก็ต้องทำ หากฝ่าฝืนไม่ทำการชิปที่ถูกฝังอยู่ในตัวจะถูกกระตุ้นให้ได้รับความทรมานทันที นานวันเข้า ความดำมืดก็ก่อเกิดในใจ ไม่ว่าจะฉีดยาให้เด็กร้ายแรงเพียงใดจือหลินก็เลิกรู้สึกผิดไปเสียแล้ว เพราะการทำงานของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทางองค์กรยกย่องและมักจะให้สิ่งดีๆ กับเธอเสมอ เมื่อมีชิปตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฝังมิติอีกห้วงหนึ่งไว้ภายในร่างกาย จือหลินนางก็ได้รับเลือกให้ทดลองใช้สิ่งนี้ด้วยเช่นกัน จือหลินถูกฝังชิปมิติเข้าที่แกนสมองของเธอ ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้เธอแทบสิ้นสติ เมื่อชิปถูกฝังลงไปแล้ว เพียงไม่นานก็มีเสียงจากระบบให้เธอยืนยันตัวตน ก่อนที่จะปรากฏภาพต่างๆ ภายในหัวของเธอ ของจากภายนอกล้วนแต่ถูกส่งเข้าไปเก็บไว้ด้านในได้ทั้งสิ้น หากเป็นเนื้อสด ผักผลไม้ ยังคงความสดอยู่เช่นเดิมแม้จะเก็บไว้นานมากเพียงใด ห้วงมิติของจือหลินเหมือนเป็นห้องสูทในคอนโดของเธอเองที่มีทุกอย่างพร้อมใช้อยู่ภายใน แม้แต่ห้องทดลอง ห้องทำงานของเธอก็ปรากฏอยู่ในนั้นเช่นกัน นับจากนั้นจือหลินจึงซื้อของเขาเก็บภายในมิติของเธอเป็นจำนวนมาก ตัวเธอเพียงผู้เดียวที่สามารถเข้าออกในห้วงมิติได้ วันเวลาผ่านไปจนจือหลินล่วงเข้าวัยสามสิบปี เธอสามารถผลิตยาที่ทำให้ทั่วโลกจับตามองออกมาได้ ยายื้อชีวิตจากความตาย แต่การทดลองของเธอที่ผ่านมาต้องใช้คนจำนวนมากในการเข้าทดลอง จือหลินสามารถยื้อชีวิตของชายชราที่กำลังจะหมดลมหายใจให้กลับมามีชีวิตปกติได้ เมื่อเธอกักตัวเขาไว้ได้หกเดือนเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติจึงคิดจะปล่อยเขาออกไปใช้ชีวิตเช่นเดิม แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายชราที่กำลังจะเดินออกจากห้องทดลองล้มลงต่อหน้าทุกคนที่เข้าร่วมชื่นชมผลงานของเธอ จือหลินรีบเข้าไปตรวจดูความผิดปกติทันที ก็พบว่าเขาหยุดหายใจเสียแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงต้องพาชายชราคนนั้นกลับเข้าไปในห้องทดลองเพื่อหาสาเหตุ ผ่านไปเพียงสองครึ่งชั่วโมงเขากลับลืมตาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่แววตาที่มองมาทางทุกคนได้เปลี่ยนไป ในดวงตาของชายชราผู้นั้นมีเพียงตาขาวไม่มีตาดำเช่นคนมีชีวิต “เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ผู้อำนวยการองค์กรเดินเข้ามาหาจือหลินแล้วเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก เพราะนักข่าวที่ข่าวเชิญมายังอยู่ที่ด้านนอกเพื่อรอฟังคำตอบ “ขอดิฉันตรวจสอบก่อนค่ะ” จือหลินกุมหน้าผากอย่างมึนงง เธอก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร คนทั้งหมดยืนมองชายชราที่เดินท่าทางประหลาดอยู่ในห้องทดลอง ในตอนนี้เขาเริ่มหยิบสิ่งของทำร้ายตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปในห้องทดลองเพื่อห้ามไม่ให้เขาทำร้ายตัวเอง ชายชราเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็พุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว และเริ่มกัดกินเนื้อตัวของเขาอย่างโหดร้าย คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ เพราะกลัวข่าวเรื่องนี้จะรั่วไหล ผู้อำนวยการสั่งให้คนไปแจ้งนักข่าวให้กลับไปก่อน ทางองค์กรจะแถลงการณ์เรื่องนี้ในภายหลัง เจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายล้มลงเสียชีวิตไม่นานก็มีสภาพไม่ต่างจากชายชราคนนั้น เสียงวุ่นวายไม่ได้จบลงที่ห้องทดลองของจือหลินเพียงแห่งเดียว เพราะห้องทดลองอื่นก็ล้วนพบเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ต่างกัน ผู้อำนวยการจำต้องส่งสัญญาณเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ออกจากตึกทดลองให้เร็วที่สุด จือหลินไม่รู้ว่ายาของนางจะสร้างผลเสียมากถึงเพียงนี้ เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนล้วนจบชีวิตจนกลายเป็นซอมบี้ไปเสียแล้ว ตึกทดลองถูกปิดตาย เพื่อไม่ให้ซอมบี้ที่อยู่ด้านในออกมาสร้างความเสียหายภายนอกได้ “เรื่องนี้ดิฉันขอจัดการด้วยตนเองค่ะ” จือหลินเดินเข้าไปหาผู้อำนวยการที่ห้องทำงานของเขา เพื่อบอกสิ่งที่เธอคิดว่าอย่างดีแล้วในหลายวันที่ผ่านมา เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการไม่ห้ามในสิ่งที่เธอจะทำจือหลินจึงเดินไปที่หน้าตึกทดลองพร้อมระเบิดเวลาในมือ เธอคิดจะทำลายสิ่งของทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมาลงด้วยมือของเธอเอง จือหลินเปิดประตูตึกทดลองแล้วรีบปิดลงทันที เธอเดินเข้าไปที่กลางตึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะระหว่างทางเธอต้องคอยต่อสู้กับซอมบี้ที่จะเข้ามาทำร้ายเธอไปด้วย เสียงสัญญาณระเบิดดังขึ้น จือหลินหลับตาลง พร้อมทั้งถอนหายใจให้กับเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา เสียงระเบิดดังไปทั่วบริเวณพร้อมทั้งตึกทดลองที่ถล่มลงมาจนแทบไม่เหลือซาก “เจ็บชะมัด” จือหลินร้องครางออกมาเบาๆ แต่เมื่อรู้สึกตัวได้เธอก็รีบพยุงตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมมองไปรอบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ เธอคิดว่าตายไปแล้วเสียอีก แต่ทำไมถึงได้มีความรู้สึกเจ็บได้ “นี้มันเรื่องบ้าอะไรอีกว่ะเนี่ย” จือหลินเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ รอบๆ ตัวเธอในตอนนี้เป็นป่าทึบ มือของเธอก็ไม่ใช่ของเธออย่างแน่นอนเพราะมีขนาดเล็กราวกับเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น ตอนที่เธอมึนงงสับสน เรื่องราวความทรงจำของเจ้าของร่างก็ไหลเข้าสู่หัวของเธอจนต้องลงไปนอนดิ้นกับพื้น

ขอโอกาสอีกครั้ง

ขอโอกาสอีกครั้ง

Arny Gallucio
5.0

หลังจากเมา เธอก็ได้รู้จักกับคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง เธอต้องการความช่วยเหลือจากเขา ส่วนเขาหลงเสน่ห์รูปร่างที่ดีและความสวยงามของเธอ พอเวลาผ่านไป เธอก็ตระหนักได้ว่าเขามีคนอยู่ในใจแล้ว เมื่อรักแรกของเขากลับมา เขาก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ละคืนเหวินม่านอยู่ในห้องว่างเปล่าด้วยคนเดียว แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เธอได้รับมาก็มีแต่เช็คใบหนึ่งและคำกล่าวลาเท่านั้น เดิมทีคิดว่าเธอจะร้องไห้โวยวาย แต่ไม่คาดคิดว่าเธอหยิบใบเช็คแล้วจากไปอย่างไม่ลังเล: "คุณฮั่ว ลาก่อน!"... พอพบกันอีกครั้ง เธอก็มีคนอยู่ข้างกายแล้ว เขาพูดด้วยตาแดงก่ำ: "เหวินม่าน ผมคบกับคุณมาก่อนนะ" เหวินม่านยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า "ทนายฮั่ว คนที่บอกเลิก นั่นคือคุณเองนะ! ถ้าอยากจะเดทกับฉัน คุณต้องต่อคิว..." วันถัดมา เธอได้รับเงินโอนหนึ่งแสนล้านพร้อมแหวนเพชร ทนายฮั่วคุกเข่าข้างหนึ่ง: "คุณเหวิน ผมอยากจะแทรกคิว"

คุณสามีเป็นผู้พิการ

คุณสามีเป็นผู้พิการ

Devocean
4.9

"คุณต้องการเจ้าสาว ส่วนฉันก็ต้องการเจ้าบ่าว ทำไมเราไม่แต่งงานกันล่ะ?" ภายใต้เสียงเยาะเย้ยของทุกคน ถังเลี่ยน ซึ่งถูกคู่หมั้นของเธอทอดทิ้งในพิธีแต่งงาน กลับแต่งงานกับเจ้าบ่าวพิการข้างบ้านที่ถูกรังเกียจ ถังเลี่ยนคิดว่าอวิ๋นเซินเป็นชายหนุ่มที่น่าสงสาร และเธอสาบานว่าจะให้ความรักใคร่แก่เขาและตามใจเขาหลังแต่งงาน ใครจะรู้ว่าเขาแกล้งเป็นแบบนั้น... ก่อนแต่งงาน อวิ๋นเซินว่า "เธอต้องสนใจเงินของผมถึงยอมแต่งงานกับผม ผมจะหย่ากับเธอหลังจากที่ผมใช้ประโยชน์เธอเสร็จ" หลังแต่งงาน อวิ๋นเซินว่า "ภรรยาของผมต้องการหย่าทุกวัน แต่ผมไม่อยากหย่า ทำอย่างไรดีล่ะ"

เธอพลาดที่ทิ้งฉัน

เธอพลาดที่ทิ้งฉัน

Moritz Hearsum
5.0

ซูมู่หยูคือลูกสาวแท้ๆ ของตระกูลที่พลัดพรากจากกันไปนาน หลังจากกลับมาสู่ครอบครัว เธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอาใจญาติๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวตน เกียรติศักดิ์ หรือผลงานการออกแบบ เธอก็ถูกบังคับให้มอบสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกสาวบุญธรรม อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้รับความรักและการดูแลจากครอบครัวแต่อย่างใด แต่กลับโดนเอาเปรียบตลอด นับแต่นั้นเป็นต้นมา มู่หยูไม่ยอมให้ใครอีกเลย และตัดความรู้สึกและความรักทั้งหมดออกไป ปัจจุบันเธอเป็นสายดำระดับเก้า เชี่ยวชาญภาษาถึงแปดภาษา เป็นผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ และนักออกแบบระดับโลก ซูมู่หยูกล่าวว่า "จากนี้ไป ฉันเป็นหนึ่งของตระกูลซู"

คุณท่าน คุณนายมาหาอีกแล้ว

คุณท่าน คุณนายมาหาอีกแล้ว

Thacher
5.0

ในวันครบรอบแต่งงาน เหวินซือถูกเมียน้อยของสามีวางยาและไปมีอะไรกับคนแปลกหน้า เธอสูญเสียความบริสุทธิ์ไป แต่เมียน้อยคนนั้นกลับตั้งท้องลูกของสามี ภายใต้ความกดดันต่างๆ เหวินซื่อสูญรู้สึกสิ้นหวังและตัดสินใจหย่า แต่สามีของเธอกลับไม่แยแสโดยคิดว่าเธอกำลังเล่นลูกไม้อยู่ หลังจากการหย่ากัน เหวินซือกลายเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงและมีผู้ชายนับไม่ถ้วนที่ตามจีบเธอ อดีตสามีไม่ยอมและขอคืนดีไปถึงที่ จากนั้นก็ว่า เธออยู่ในอ้อมแขนของคนใหญคนโตคนหนึ่ง และชายคนนั้นก็พูดอย่างสงบว่า "ดูให้ดี นี่คือพี่สะใภ้ของนาย"

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ