Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินรองของแม่ทัพเย็นชา

ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินรองของแม่ทัพเย็นชา

ทุ่งหญ้าสีเงิน

5.0
ความคิดเห็น
2.4K
ชม
24
บท

ผู้หญิงที่ทำงานเก่งและประสบความสำเร็จทุกอย่างในชีวิต แต่กลับประสบอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด แล้วตื่นขึ้นมาในร่างของ “หลินจิ่วเอ๋อร์” ภรรยาคนที่สองของแม่ทัพซูเหยียนในทันทีที่นางเปิดตาขึ้นในร่างนี้...

บทที่ 1 การพิสูจน์ตัวตน

บทที่ 1 การพิสูจน์ตัวตน

เสียงหวีดหวิวของลมหนาวพัดผ่านเข้าไปในซอกหิน ท่ามกลางท้องฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาทึบ

หลินจิ่วเอ๋อร์ยืนอยู่ที่หน้าผา พลางกวาดสายตามองภูเขาที่ทอดยาวออกไปสุดสายตา หัวใจของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนและเหนื่อยล้า ราวกับมีความทรงจำบางอย่างที่ไม่ใช่ของตนเองกำลังก่อตัวขึ้น

นางไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ ที่โลกโบราณแห่งนี้ หรือในร่างของหญิงที่ถูกสามีทอดทิ้ง นางเพียงจำได้ว่าในโลกปัจจุบัน นางเป็นผู้บริหารหญิงที่ทำงานในกรมททหาร มีตำแหน่งเป็นถึงรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ผู้หญิงที่ทำงานเก่งและประสบความสำเร็จทุกอย่างในชีวิต แต่กลับประสบอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด แล้วตื่นขึ้นมาในร่างของ “หลินจิ่วเอ๋อร์” ภรรยาคนที่สองของแม่ทัพซูเหยียน

ในทันทีที่นางเปิดตาขึ้นในร่างนี้... ภาพความทรงจำของหลิน-จิ่วเอ๋อร์ก็หลั่งไหลเข้ามา

ชีวิตที่เต็มไปด้วยการถูกปฏิเสธจากสามี การถูกเหยียดหยามจากคนในจวนแม่ทัพ และความหวังอันเลือนลางที่จะได้รับความรักจากชายที่ไม่เคยหันมามองนางเลย

“ทำไมชะตาชีวิตถึงต้องเล่นตลกเช่นนี้…” นางพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหดหู่ พลางกำมือแน่น

หลินจิ่วเอ๋อร์ในร่างปัจจุบันมองเงาสะท้อนของตนเองในสายน้ำ ความอ่อนแอและความทุกข์ใจ ที่อดีตท่านของร่างนี้สะสมมานานยังคงปรากฏให้เห็นชัดเจน

“หลินจิ่วเอ๋อร์คนนั้นอาจจะยอมรับโชคชะตาเช่นนี้... แต่ข้าไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่าย ๆ”

นางหลับตาลงและสูดหายใจเข้าลึก การเดินทางครั้งใหม่นี้ แม้ว่าจะยากลำบาก แต่นางจะไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องทนทุกข์ทรมานเช่นเดียวกับหลินจิ่วเอ๋อร์คนเดิม

นางสาบานว่าจะแก้ไขทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตที่ถูกขีดไว้ และจะทำให้ซูเหยียนหันมามองเห็นคุณค่าของตน

เวลาล่วงเลยผ่านไป

ในจวนแม่ทัพตระกูลซู ความเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความเย็นชาของผู้คนในบ้าน ทุกคนต่างรู้ดีว่าหลินจิ่วเอ๋อร์เป็นเพียงภรรยาที่สองที่ไม่มีค่าในสายตาของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่

นางนั่งอยู่ในห้องพักของตน สายตามองออกไปยังสวนที่อยู่ภายนอก ขณะเดียวกันความคิดมากมายก็วิ่งผ่านในหัว นางรู้ว่าหากจะเปลี่ยนแปลงชีวิตในโลกนี้ นางต้องเริ่มจากการวางแผนอย่างรอบคอบ

“ซูเหยียน... ท่านจะไม่ยอมรับข้า แต่ข้าจะไม่ปล่อยให้ตัวเองถูกละเลยอีกต่อไป” นางพูดด้วยความมั่นใจ แม้ว่าจะรู้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนแปลงใจของท่านแม่ทัพที่ไม่เคยสนใจตน แต่นางจะไม่ยอมแพ้

เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังก้องผ่านทางเดินยาวที่ทอดไปสู่ห้องโถง แม่ทัพซูเหยียนเดินเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากภารกิจทหาร แววตาของเขาคมกริบและเย็นชา เขาเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้รับการเคารพนับถือจากทหารและคนทั่วไป

แต่ในเรื่องส่วนตัว เขาไม่เคยสนใจหลินจิ่วเอ๋อร์ หรือให้คุณค่ากับภรรยาคนที่สองเลย เพราะนางเป็นลูกสาวของอำมาตย์หลินตู้ ที่มักใหญ่ใฝ่สูง เป็นคนสนิทของฮ่องเต้ ในสายตาของแม่ทัพซู คนอย่างอำมาตย์หลินทำงานด้วยปาก

พระราชทานสมรสฮูหยินแม่ทัพคนที่สอง โดยแม่ทัพซูได้รับลูกสาวคนโตของอำมาตย์หลินให้มาตบแต่ง แม้จะเป็นอนุภรรยาก็ยอม ซึ่งแม่ทัพซูเกลียดนัก การที่เอาลูกสาวมาผูกติดกับเขาเท่ากับว่า เพิ่มอำนาจให้กับอำมาตย์หลินไปอีกมาก

“ท่านแม่ทัพซูกลับมาแล้วหรือ?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง เป็นเสียงของเสี่ยวถิงถิง คนรับใช้สาวที่คอยรับใช้เขา และเป็นต้นห้องของฮูหยินซูเหม่ยลี่ ฮูหยินเอกของเขา

“อืม” เขาตอบรับสั้น ๆ โดยไม่หันไปมอง เสี่ยวถิงถิงรีบหายตัวไปทันที เพราะต้องไปรายงานและสอพอนายหญิงของตน

ในจังหวะที่เขากำลังจะเดินผ่านห้องของหลินจิ่วเอ๋อร์ สายตาของเขาก็เหลือบเห็นเงาร่างของนาง ที่กำลังนั่งอยู่ในห้อง นางยังคงเหมือนเดิมสงบและเงียบเฉย

แต่วันนี้พอเขาได้สบตากับนาง ก็มีบางอย่างในแววตาของนางที่ต่างออกไป... ทำให้เขาชะงัก

เขาหันไปมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินต่อไปโดยไม่พูดอะไร แต่ความรู้สึกที่เห็นแววตาแน่วแน่ของนางยังคงติดอยู่ในใจ

ในค่ำคืนนั้น หลินจิ่วเอ๋อร์นั่งอยู่ที่โต๊ะเล็กภายในห้อง สายตาจ้องมองไปยังแผนการที่นางวาดขึ้นมา บนกระดาษมีคำจารึกถึงการวางแผนเพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตนเอง

นางรู้ดีว่า... หากต้องการให้ซูเหยียนหันมามอง นางต้องพิสูจน์คุณค่าของตน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เริ่มที่การพยายามทำให้เขารักนางในทันที นางรู้ว่าแม่ทัพซูเหยียนเป็นคนที่มองเห็นคุณค่าจากความสามารถและความแข็งแกร่ง

ไม่ใช่ความงามหรือการอ้อนวอน นางจะใช้ความรู้จากโลกปัจจุบันมาเป็นประโยชน์ในการวางแผนทั้งในเรื่องการเมือง การค้าขาย และการทหาร เพื่อทำให้เขาเห็นว่านางไม่ใช่เพียงภรรยาที่ไร้ค่า

แต่ถ้าทำให้เขามองเห็นตนเองอยู่ในสายตาของเขาให้ได้ อีกอย่างความต้องการของนางนั้น หากทำสำเร็จ...

หลินจิ่วเอ๋อร์จะขอหย่า... กับท่านแม่ทัพซู

หลายวันต่อมา ในยามเช้าที่จวนแม่ทัพตระกูลซู ที่ห่างจากชายแดนของหลงซาน กับอีกสองแคว้น คือ... แคว้นถังหยุน และแคว้นซงเถา

หลินจิ่วเอ๋อร์เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการทำกิจวัตรที่เงียบสงบ นางพยายามปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในโลกนี้ และเริ่มเรียนรู้รายละเอียดของบ้านเมืองที่แตกต่างไปจากยุคปัจจุบัน

ก่อนอื่นนางคิดว่า นางต้องรู้จักกับทุกคนในจวนแม่ทัพเสียก่อน ว่าใครดีกับนาง ใครร้ายกับนาง นางจะได้ระมัดระวังตัว

ในทุกย่างก้าวของนางต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ นางค่อย ๆ ทำความรู้จักกับผู้คนในจวนแม่ทัพ เริ่มสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบ่าวไพร่ และผู้ติดตามของแม่ทัพ นางวางแผนทุกอย่างอย่างระแวดระวัง เพื่อทำให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับ

บ่าวไพร่ต่างเริ่มสงสัยในการเปลี่ยนแปลงของหลินจิ่วเอ๋อร์ บางคนเห็นว่า นางเริ่มมีความมั่นคงทางอารมณ์มากขึ้น และไม่ได้พยายามอ้อนวอนสามีเหมือนแต่ก่อน

เพราะด้วยความเป็นบุตรสาวคนโตของอำมาตย์หลินตู้ ทำให้นางถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ ตอนที่แม่ทัพซูได้รู้ว่าเป็นนาง เขายังไม่อยากจะเข้าใกล้

อนึ่งหลินจิ่วเอ๋อร์ชอบเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยังชอบเล่นหูเล่นตาแพรวพราว ไม่มีจริตของลูกสาวของผู้รากมากดีเสียเลย ทำให้เขานึกคำปฏิเสธมากมาย แต่พอจะไปพูดดับฮ่องเต้ อำมาตย์หลินตู้ที่เก่งเรื่องวาทศิลป์ก็พูดดักทางแม่ทัพซูทุกทาง

ขนาดเขาบอกว่า แต่งงานกับเขาต้องไปอยู่ชายแดน...

หลินจิ่วเอ๋อร์ยังพร้อมที่จะมา เมื่อก่อนนางจะสู้รบและสร้างความรำคาญใจให้กับทั้งแม่ทัพซู และฮูหยินเอกซูเหม่ยลี่เสมอ จนอยากจะไล่นางออกไปจากชีวิตทั้งสองคน

ทว่าเหม่ยลี่ก็เป็นถึงบุตรสาวคนสุดท้องของราชครูถังเถียนหรง ทำให้เขาแทบกระดิกไม่ได้ ใจของแม่ทัพมีเมียทั้งที่ไม่ได้รักทั้งสองคน ทำให้อยู่กับพวกนางแบบไปวัน ๆ และเอาหูเอาตาของเขาไปติดกับงานในกองทัพอย่างเดียว

หลินจิ่วเอ๋อร์ตระหนักได้ เพราะความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมกลับมาแล้ว

“ข้ารู้ดีว่าท่านแม่ทัพไม่สนใจข้าหรอก แต่สักวันหนึ่งท่านจะต้องหันมามองข้า” นางพึมพำกับตัวเอง พลางยิ้มเล็กน้อย

นางตั้งใจจะทำให้ชีวิตในโลกนี้เป็นไปในทิศทางที่นางต้องการ แม้ว่าเส้นทางนี้จะยากลำบากเพียงใดก็ตาม ในโลกปัจจุบันนางไม่เคยเป็นสองรองใคร แต่ดันมาเป็นเมียน้อย แบบนี้เสียชื่อจริง ๆ

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ทุ่งหญ้าสีเงิน

ข้อมูลเพิ่มเติม

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ภรรยาห้าตำลึงเงิน

ภรรยาห้าตำลึงเงิน

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ
5.0

คนเราบางครั้งก็หวนนึกขึ้นมาได้ว่าตายแล้วไปไหน ซึ่งเป็นคำถามที่ไร้คำตอบเพราะไม่มีใครสามารถมาตอบได้ว่าตายไปแล้วไปไหน หากจะรอคำตอบจากคนที่ตายไปแล้วก็ไม่เห็นมีใครมาให้คำตอบที่กระจ่างชัด ชลดา หญิงสาวที่เลยวัยสาวมามากแล้วทำงานในโรงงานทอผ้าซึ่งตอนนี้เป็นเวลาพักเบรค ชลดาและเพื่อนๆก็มานั่งเมาท์มอยซอยเก้าที่โรงอาหารอันเป็นที่ประจำสำหรับพนักงานพักผ่อน เพื่อนของชลดาที่อยู่ๆก็พูดขึ้นมาว่า "นี่พวกแกเวลาคนเราตายแล้วไปไหน" เอ๋ "ถามอะไรงี่เง่าเอ๋ ใครจะไปตอบได้วะไม่เคยตายสักหน่อย" พร "แกล่ะดารู้หรือเปล่าตายแล้วไปไหน" เอ๋ยังถามต่อ "จะไปรู้ได้ยังไง ขนาดพ่อแม่ของฉันตายไปแล้วยังไม่รู้เลยว่าพวกท่านไปอยู่ที่ไหนกัน เพราะท่านก็ไม่เคยมาบอกฉันสักคำ" "อืม เข้าใจนะแก แต่ก็อยากรู้อ่ะว่าตายแล้วคนเราจะไปไหนได้บ้าง" "อืม เอาไว้ฉันตายเมื่อไหร่ จะมาบอกนะว่าไปไหน" ชลดาตอบเพื่อนไม่จริงจังนักติดไปทางพูดเล่นเสียมากกว่า "ว๊าย ยัยดาพูดอะไร ตายเตยอะไรไม่เป็นมงคล ยัยเอ๋แกก็เลิกถามได้แล้ว บ้าไปกันใหญ่" พรหนึ่งในกลุ่มเพื่อนโวยวายขึ้นมาทันที แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากวันนั้นที่คุยกันที่โรงอาหารจะเป็นการคุยเล่นกันวันสุดท้ายของชลดา เพราะหลังจากเลิกงานกลับมาชลดาก็เสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับหอพักด้วยสาเหตุวัยรุ่นยกพวกตีกันและมีการยิงกันเกิดขึ้นและชลดาคือผู้โชคร้ายที่ผ่านทางมาพอดี ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนๆ เอ๋ได้แต่หวังว่า ชลดาคงไม่มาบอกกับเธอจริงๆหรอกใช่ไหมว่าตายแล้วไปไหน

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

l3oonm@
5.0

“ท่านผู้อำนวยการคะ ทางทีมสำรวจแจ้งว่าคนไม่เพียงพอที่จะเข้าไปเก็บตัวอย่างพันธุ์พืชในป่าเมืองเหอหนานค่ะ” ซูเจิน ที่ได้ยินก็หูผึ่งทันที เธอนั่งทำการอยู่ในห้องวิจัยตั้งแต่เรียนจบ ถึงตอนนี้ก็สี่ปีได้แล้ว ผู้อำนวยที่เข้ามาตรวจงานวิจัยล่าสุด ก็มองไปรอบห้อง เพื่อดูว่ามีใครต้องการเสนอตัวไปทำงานในครั้งนี้หรือไม่ แต่หลายคนที่เขามองไป ต่างหลบสายตาของเขา จะมีใครอยากออกไปเสี่ยงอันตราย เดินป่าขึ้นเขาให้เหนื่อยสู้นั่งทำงานในห้องปรับอากาศเย็นๆ ดีกว่า เมื่อไม่มีใครคิดจะเสนอตัว เขาจึงได้สอบถามหาผู้ที่สมัครใจทันที “มีใครอยากจะอาสาไปไหม” ไว้กว่าความคิด ซูเจินยกมือขึ้น “ฉันค่ะ” เพื่อนสนิทรีบดึงเสื้อของเธอเพื่อจะห้ามปราม “จะบ้าหรอ เธอไม่เคยไปสักครั้ง ไม่รู้หรือว่างานนี้เสี่ยงแค่ไหน” เสียงกระซิบของเสี่ยวชิง เอ่ยลอดไรฟันออกมา เมื่อปีที่แล้ว ที่ทีมสำรวจเดินทางเข้าไปที่ป่าเหอหนาน พื้นป่าที่ไม่อาจสำรวจได้อย่างทั่วถึง สร้างความท้าทายให้เหล่านักพฤกษศาสตร์จากทุกองค์กร แต่ไม่ว่าจะส่งเข้าไปกี่ครั้งก็ไปไม่ถึงป่าชั้นกลางเสียที แม้จะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้าช่วยเพียงได้ ก็สำรวจได้เพียงป่าชั้นนอก แถมยังพาชีวิตคนไปทิ้งอีกนับไม่ถ้วน ปีนี้ทางองค์กรของซูเจิน หยิบโครงการสำรวจป่าเหอหนานขึ้นมาใหม่ แต่กว่าจะหาทีมสำรวจได้ครบคนก็กินเวลาไปหลายเดือน ถึงตอนนี้คนก็ยังไม่พอจนต้องมาถามหาจากทีมวิจัยให้ช่วยเหลือ “คุณอยากไปจริงหรือ” เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “ค่ะ ฉันอยากลองทำงานนี้” ซูเจินยิ้มออกมา “ได้ อีกสองวัน คุณก็เตรียมตัวให้พร้อม” เมื่อมีคนเสนอตัวแล้ว ผู้อำนวยการก็ออกไปพบทีมสำรวจ เพื่อวางแผนการทำงาน ทั้งยังให้ซูเจินตามเขาไปเข้ารวมการประชุมในครั้งนี้ด้วย “เธอมันบ้าไปแล้ว” เพื่อร่วมงานต่างเดินเข้ามาหาซูเจิน แล้วตำหนิเธอที่กล้ายกมือเสนอตัว “เอาน่า ไว้กลับมาฉันจะเอาเรื่องสนุกมาเล่าให้พวกเธอฟัง” ซูเจินยิ้มหวานออกมา ก่อนที่จะเก็บของแล้วไปเข้าร่วมประชุมกับทีมสำรวจ สองวันต่อมาซูเจินก็แบกกระเป๋าเดินทางมาที่จุดนัดพบ เธอออกเดินทางด้วยรถตู้ขององค์กร พร้อมทีมสำรวจอีกเกือบยี่สิบชีวิต ยังดีที่เธอได้แบกกระเป๋าเพียงใบเดียว หากต้องแบกเต็นท์นอน อาหารด้วย คงได้เป็นภาระของคนอื่นอย่างแน่นอน ภายในป่าเหอหนาน น่ากลัวว่าที่ซูเจินคิดไว้เยอะ พอตะวันตกดิน หากไม่มีแสงไฟที่ทีมสำรวจนำมาด้วยคงจะมืดจนมองไม่เห็นอะไร เสียงแมลงทั้งสัตว์ป่าร้องตลอดทั้งคืน สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ไม่เคยเข้าป่าสักครั้งอย่างเธอได้อย่างดี ยังดีที่เจ้าหน้าที่ผู้นำทางติดตามมาด้วยอีกหลายคน พวกเขาจึงได้อยู่ผลัดเปลี่ยนเวรยาม เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าเข้ามาถึงตัวพวกเขา หลายวันที่อยู่ในป่า ซูเจินเก็บตัวอย่างพันธุ์ได้หลายชนิด แต่ทั้งทีม ยังเดินไม่หลุดป่าชั้นนอกเลย ยังดีที่อาหารที่เตรียมมาเพียงพอให้พวกเขาอยู่ไปได้อีกหลายวัน “เอ๊ะ” เข้าวันที่เจ็ดของการสำรวจป่า ซูเจิน เห็นดอกไม้แปลกตา ที่ขึ้นอยู่ท่ามกลางพงหญ้ารก เธอจึงเดินห่างจากกลุ่มทีมสำรวจเข้าไปดูทันที เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรได้ ระยะห่างที่อยู่ไกลจากพวกเขา หากร้องเรียกก็ยังได้ยินอยู่ เธอหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา พร้อมทั้งจดรายละเอียดก่อนที่จะดึงต้นไม้เก็บเข้าถุงเก็บตัวอย่างที่เตรียมมา แต่เมื่อมือของซูเจินสัมผัสไปที่ดอกไม้ เธอก็ต้องตกตะลึง เหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่านปลายนิ้วไปจนทั่วทั้งตัว “โอ๊ยย” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของซูเจิน เรียกความสนใจให้คนทั้งหมดรีบวิ่งมาทางที่เธออยู่ ซูเจินเห็นเพียงแสงสีขาวที่สว่างวาบไปทั่ว แล้วภาพตรงหน้าของเธอก็ดำมืดลง

ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]

ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]

สนพ. อิ่มรัก
4.8

ปลัมน์ นักธุรกิจหนุ่มหล่อลูกครึ่ง ถูกแม่สั่งให้ทำยังไงก็ได้ ที่จะกัน พลอยหยก ออกไปจากชีวิตน้องชายของเขา แต่หารู้ไม่ว่า พอถึงคราวของตัวเอง เขากลับกันเธอออกจากชีวิตตัวเองไม่ได้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็คือ เขาไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ โดยไม่มีเธอ ----------------------- “ปวดแผลจัง สงสัยต้องนอนพัก คุณล่ะทำอะไรตั้งหลายอย่างผมว่านอนพักก่อนดีกว่ามั้ย” เขาเอ่ยเมื่อพลอยหยกกลับจากเอาทุกอย่างไปล้างในทะเลเรียบร้อยแล้ว “ฉันยังไม่เหนื่อยเท่าไหร่ค่ะ แต่คุณนอนก็ดี เดินไกลกว่าทุกวันแล้วค่ะ” พลอยหยกเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยเดินมาคอยประคองให้เขานอนลงได้อย่างสะดวก โดยมีเสื้อชูชีพสองตัววางซ้อนกันเป็นหมอนให้ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะอีกแล้วเมื่อจ้องมองใบหน้าของเขาที่หล่อเหลากว่าทุกวัน ยิ่งเขาจ้องมองมาหาด้วยแล้วก็ยิ่งเกิดอาการประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก “คุณนอนพักก่อนดีกว่านะแกว จะได้มีแรงไว้สู้กับการสอยมะพร้าวไง” มือข้างขวาของเขารั้งเอวเธอเอาไว้ไม่ให้ลุกไปไหน แถมยังออกแรงกดบังคับให้เธอโน้มกายลงไปหาพื้นข้างๆ อย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะเจ็บแผลอยู่บ้างแขนข้างขวาของเขาก็ยังมีเรี่ยวแรงมาพอที่จะหยัดตัวให้นอนตะแคงไปหาเธอ ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าที่เขาเดาว่าคงจะแดงเพราะความอายที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขาเป็นแน่ และเขาก็ช่วยให้ห้วงเวลาที่เธอคงจะอึดอัดนั้นสั้นลงด้วยการก้มลงไปหาริมฝีปากนุ่มช้าๆ มอบจุมพิตอันแผ่วเบาให้เจ้าของริมฝีปากที่ไม่ได้ขัดขืนใดๆ อีกทั้งยังโอบกอดตัวเขาไว้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วย ใบหน้าสวยก็แหงนเงยขึ้นเพื่อให้เขาได้ดอมดมปลายคาง ลำคองามระหงอย่างสะดวก ก่อนจะกลับขึ้นไปดูดดื่มริมฝีปากอีกวาระ แขนข้างซ้ายที่เคยเจ็บบัดนี้ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไปแล้ว และใช้มันยกสอดเข้าไปใต้เสื้อยืด แถมมันยังมีเรี่ยวแรงมากพอที่จะถลกบราเซียออกจากสองบัวงามได้อย่างไม่น่าเชื่อ และเมื่อไม่ใคร่ถนัดนักเขาเลยเลื่อนมือขวาลงมาช่วยด้วยการถลกเสื้อยืดขึ้น โดยเจ้าของเสื้อคอยให้ความร่วมมือพยุงกายขึ้นจากพื้น แล้วแอ่นอกให้กับอุ้งปากอุ่นของเขาได้ลิ้มลองอย่างไม่หวงแหน แม้ใจจะบอกตัวเองว่าต้องห้ามเขา แต่พลอยหยกก็ไม่อาจจะทำได้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร รู้แต่ว่าตอนนี้เป็นสุขใจจนลืมทุกอย่างเพียงเพราะมีเขาอยู่แนบชิดขณะนี้ จนไม่อาจจะผลักไสเขาไปไหนได้นอกจากยินยอมพร้อมใจให้เขาได้เชยชมเพื่อชดเชยความสุขสมที่พึงมีด้วยกันนับตั้งแต่วันได้นอนแนบชิดกันโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว ปลัมน์ก็ไม่คิดจะห้ามตัวเองด้วยเช่นกัน เขาไม่แคร์ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ไม่มีแม้แต่ถุงยางอนามัยติดตัว และไม่แคร์ด้วยว่าเธอคืออดีตคนรักของหลานชาย ด้วยหัวใจไม่อาจจะหักห้ามความต้องการทั้งทางกายและทางใจได้อีกต่อไปแล้ว ผ่านมาหลายค่ำคืนที่เขามีสติล้วนแล้วแต่เป็นการกล้ำกลืนฝืนทนสุดๆ สำหรับเขาแล้ว แผงอกเปลือยทั้งสองบดเบียดแนบชิดกันเนิ่นนานกว่าปลัมน์จะค่อยๆ เลื่อนมือขวาลงไปหาหน้าท้องแบนราบจนพานพบตะขอกางเกงยีนส์ เขาใช้เวลาปลดไม่นานพอๆ กับการรูปซิปออก แล้วส่งนิ้วเรียวเข้าไปลูบไล้ผิวกายนุ่มนวลนอกแพนตี้สีหวานที่ชวนให้หลงใหลจนเขาปล่อยใจให้เตลิดเปิดเปิงไปเลยขั้นที่เกินจะควบคุมได้อีกต่อไป ไม่แตกต่างจากพลอยหยกนักที่เป็นสุขใจเกินคณากับการมีเขามาแนบชิดอยู่อย่างนี้ สองฝ่ามือนุ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างบึกบึนของเขาอย่างลืมตัว ริมฝีปากนุ่มก็จูบตอบเขาด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า แม้จะไร้ซึ่งประสบการณ์ก็ตามที แต่การถูกเขามอบจุมพิตให้บ่อยครั้งก็คือเป็นความคุ้นเคยกับเขาในระดับหนึ่งแล้ว หญิงสาวสะดุ้งเฮือกกับอุ้งปากอุ่นของเขาที่กำลังครอบครองปลายยอดชูช่อประหนึ่งรอให้เขามาเยี่ยมเยือนก็ไม่ปาน แผ่นหลังนุ่มแทบไม่ติดพื้นใบมะพร้าวเมื่อเธอเผลอแอ่นกายขึ้นเพื่อให้เขาได้ดูดดื่มอย่างสะดวก เธอรับรู้ได้ว่ากายเขาสะดุ้งน้อยๆ เมื่อมือบางเผลอออกแรงบีบตรงหัวไหล่ซ้ายของเขาเพราะความเจ็บร้าวไปทั่วกายจากความต้องการที่จะมีเขาเข้าครอบครอง “แกว! ตัวผมจะแตกเป็นเสี่ยงๆ อยู่แล้ว ผมต้องการคุณเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงเขาแหบพร่าอยู่ใกล้ๆ หู ก่อนจะซอกไซ้ปลายจมูกไปกับซอกคอระหงแล้วเลื่อนลงไปหาอกอวบอิ่ม อ้อยอิ่งอยู่กับปลายยอดอีกข้างอย่างหลงใหลอีกครั้ง พลอยหยกรับรู้ถึงความต้องการของเขาได้ตรงสะโพกผายตึงเมื่อความแข็งแกร่งของเขาส่งสัญญาณมาหาโดยไม่ต้องบอกกล่าวทางวาจาเพราะด้วยภาษาทางกายแจ้งอย่างชัดเจนกว่าเรียบร้อยแล้ว “คุณปลัมน์คะ!” พลอยหยกส่งเสียงติดๆ ขัดๆ ไปหาเขา สองมือบางก็พยายามจะดันอกเขาออกอย่างยากลำบาก “แกว! อย่าห้ามผมเลยนะ เราต่างก็ต้องการกันและกัน อย่าสนใจอะไรอีกเลยนะ” เขาส่งน้ำเสียงอ้อนวอนมาให้ขณะพรมจูบไปตามผิวกายขาวและกำลังเลื่อนต่ำลง พลอยหยกต้องพยายามสะกัดกลั้นความรู้สึกวาบหวานเอาไว้และพยายามใช้สองแขนหยัดกายให้ลุกขึ้น “คุณปลัมน์คะ! ฟังสิคะ” “บนเกาะนี้มีแค่เราสองคน ไม่รู้ว่าจะมีใครมาช่วยเราหรือเปล่า และไม่แน่ว่าเราอาจจะต้องติดอยู่นี่ไปเป็นปีๆ ก็ได้ ถ้าถึงตอนนั้นเราก็คงไม่พ้นต้องทำเรื่องนี้ด้วยกันอยู่ดี แล้วจะให้ผมรออะไรอีกแกวคุณอยากให้ผมลงแดงตายเพราะต้องการคุณหรือไง” แต่ก็ถูกกายกำยำเขาทาบทับไว้ ส่วนมือขวาที่ใช้การได้ก็กำลังเลื่อนขอบกางเกงยีนส์ออกจากสะโพกผายตึง “แต่เสียงนั่นค่ะ คุณฟังสิคะ” แม้จะเป็นเสียงแห่งความช่วยเหลือกำลังมาถึง แต่ปลัมน์ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น และอยากฆ่าคนที่กำลังมาด้วย เพราะมันไม่ถูกเวลาเอาเสียเลย “คุณหูฝาดไปเอง ผมไม่เห็นได้ยินอะไรสักนิด” เขางับยอดบัวงามไว้ในอุ้งปากแล้วดูดดื่มอย่างหิวกระหายและควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่ “คุณปลัมน์คะ แต่เสียงนั่นใช่เสียงเครื่องบินหรือเปล่าคะ ฉันได้ยินค่ะ คุณฟังสิคะ”

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
ทะลุมิติมาเป็นฮูหยินรองของแม่ทัพเย็นชา
1

บทที่ 1 การพิสูจน์ตัวตน

09/03/2025

2

บทที่ 2 รู้จักข้า หลินจิ่มเอ๋อร์น้อยไป

09/03/2025

3

บทที่ 3 ข้าทำได้

09/03/2025

4

บทที่ 4 ข้าไม่ได้หลงตัวเอง

09/03/2025

5

บทที่ 5 แผนการรบที่แยบยล

09/03/2025

6

บทที่ 6 ถ้าสำเร็จคือ... การหย่า

09/03/2025

7

บทที่ 7 ฮูหยินเอกกับฮูหยินรอง

09/03/2025

8

บทที่ 8 สับสนในชีวิต

09/03/2025

9

บทที่ 9 คู่แข่งขัน

09/03/2025

10

บทที่ 10 ทุกอย่างเป็นใจ

09/03/2025

11

บทที่ 11 พรอดรัก

09/03/2025

12

บทที่ 12 วาบหวิวรัญจวนใจ

09/03/2025

13

บทที่ 13 ความลับในคืนเหงา

09/03/2025

14

บทที่ 14 ความลับไม่มีในโลก

10/03/2025

15

บทที่ 15 การตัดสินใจที่เด็ดขาด

11/03/2025

16

บทที่ 16 อาลักษณ์หนุ่มที่หายไป

13/03/2025

17

บทที่ 17 อาลักษณ์หนุ่มยังไม่ตาย

14/03/2025

18

บทที่ 18 ลูกในท้องไม่มีความผิด

14/03/2025

19

บทที่ 19 ความจริงที่กระชากหัวใจ

14/03/2025

20

บทที่ 20 ขออภัยที่ทำร้ายหัวใจของท่าน

14/03/2025

21

บทที่ 21 ลงตัวด้วยดี

14/03/2025

22

บทที่ 22 ข้ารักท่านแม่ทัพ

14/03/2025

23

บทที่ 23 เรามีเรา

14/03/2025

24

บทที่ 24 ตอนจบ มีความสุข

14/03/2025