ไฟแค้นเผาผลาญใจรัก

ไฟแค้นเผาผลาญใจรัก

Dorice Kadner

5.0
ความคิดเห็น
6.3K
ชม
22
บท

ฉันคือผู้ช่วยส่วนตัวของธีรภัทร ทายาทหนุ่มผู้เยือกเย็น แต่เมื่ออยู่กันตามลำพัง เขาจะเรียกฉันว่า "คุณหนูของผม" ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ฉันสั่นสะท้าน ฉันยอมจมดิ่งในความสัมพันธ์ลับๆ นี้อย่างโง่งม เพราะคิดว่ามันคือความรัก จนกระทั่งวันเกิดของฉัน เขาทิ้งให้ฉันรอเก้อทั้งคืน เพื่อไปอยู่กับดวงทิพย์ น้องสาวบุญธรรมผู้บอบบางของเขา หัวใจของฉันแตกสลาย เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นแค่ของเล่นและเครื่องมือทางธุรกิจของเขาและพ่อของฉันเอง ฉันถูกตัดขาดจากครอบครัว ถูกอายัดบัตรเครดิตจนสิ้นเนื้อประดาตัว และที่เลวร้ายที่สุดคือฉันต้องเสียลูกในท้องไป เพราะเขาเลือกที่จะปกป้องดวงทิพย์แทนที่จะเป็นฉัน ดวงทิพย์ยังเยาะเย้ยฉันว่า ที่จริงแล้วฉันเป็นแค่ตัวแทนของน้องสาวอีกคนที่ตายไป และธีรภัทรก็แอบถ่ายคลิปวิดีโอของเราไว้เพื่อแบล็กเมล์ฉัน ความรักและความไว้ใจที่ฉันมีให้พังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี ในคืนนั้น ฉันจึงตัดสินใจเผาเพนต์เฮาส์ที่เคยเป็นรังรักของเราให้วอดวาย โอนเงินทุกบาททุกสตางค์คืนให้เขา แล้วซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวแรกเพื่อหนีไปจากนรกขุมนี้ให้ไกลที่สุด

บทที่ 1

ฉันคือผู้ช่วยส่วนตัวของธีรภัทร ทายาทหนุ่มผู้เยือกเย็น แต่เมื่ออยู่กันตามลำพัง เขาจะเรียกฉันว่า "คุณหนูของผม" ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ฉันสั่นสะท้าน ฉันยอมจมดิ่งในความสัมพันธ์ลับๆ นี้อย่างโง่งม เพราะคิดว่ามันคือความรัก

จนกระทั่งวันเกิดของฉัน เขาทิ้งให้ฉันรอเก้อทั้งคืน เพื่อไปอยู่กับดวงทิพย์ น้องสาวบุญธรรมผู้บอบบางของเขา

หัวใจของฉันแตกสลาย เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นแค่ของเล่นและเครื่องมือทางธุรกิจของเขาและพ่อของฉันเอง

ฉันถูกตัดขาดจากครอบครัว ถูกอายัดบัตรเครดิตจนสิ้นเนื้อประดาตัว และที่เลวร้ายที่สุดคือฉันต้องเสียลูกในท้องไป เพราะเขาเลือกที่จะปกป้องดวงทิพย์แทนที่จะเป็นฉัน

ดวงทิพย์ยังเยาะเย้ยฉันว่า ที่จริงแล้วฉันเป็นแค่ตัวแทนของน้องสาวอีกคนที่ตายไป และธีรภัทรก็แอบถ่ายคลิปวิดีโอของเราไว้เพื่อแบล็กเมล์ฉัน

ความรักและความไว้ใจที่ฉันมีให้พังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี

ในคืนนั้น ฉันจึงตัดสินใจเผาเพนต์เฮาส์ที่เคยเป็นรังรักของเราให้วอดวาย โอนเงินทุกบาททุกสตางค์คืนให้เขา แล้วซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวแรกเพื่อหนีไปจากนรกขุมนี้ให้ไกลที่สุด

บทที่ 1

ธีรดา กุลวงศ์ POV:

ฉันรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเรามันซับซ้อน

ต่อหน้าคนอื่น ฉันคือผู้ช่วยส่วนตัวที่ไร้เดียงสาของ ธีรภัทร จงรักษ์ ทายาทหนุ่มผู้เยือกเย็นแห่งอาณาจักรเจริญรักษ์ แต่เมื่อประตูห้องปิดลง เขาจะเรียกฉันว่า "คุณหนูของผม" ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ทุกอณูของฉันสั่นสะท้าน และครอบครองฉันอย่างเร่าร้อน

คืนแล้วคืนเล่า ฉันจมดิ่งในความรักที่เขาหยิบยื่นให้ ไม่เคยสงสัยเลยว่าเบื้องหลังสายตาเย็นชาคู่นั้นจะซ่อนแผนการและผลประโยชน์ทางธุรกิจไว้อย่างลึกซึ้ง

"ธีรดา..." เสียงของธีรภัทรยังคงก้องอยู่ในหูของฉัน เสียงกระซิบยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ตอนนั้นฉันคิดว่ามันคือความรัก

แต่ในความเป็นจริง มันคือหนี้ชีวิตที่เขาต้องชดใช้ให้กับ ดวงทิพย์ จงรักษ์ น้องสาวบุญธรรมผู้บอบบางของเขา

ฉันไม่เคยรู้เลยว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงฉากละครที่เขากำกับขึ้นมา เพื่อควบคุมฉัน เพื่อตระกูลของฉัน และเพื่อแก้แค้นใครบางคน

"พรุ่งนี้เตรียมตัวให้พร้อม" เสียงของธีรภัทรในตอนเช้าแตกต่างจากยามค่ำคืนลิบลับ "จะมีประชุมสำคัญกับผู้บริหารระดับสูงหลายฝ่าย เธอต้องอยู่ข้างฉันตลอดเวลา"

ฉันพยักหน้า พยายามซ่อนร่องรอยความอ่อนเพลียจากการถูกเขาครอบครองเมื่อคืน

"คุณภัทรครับ มีข้อความเข้าครับ" โชเฟอร์ยื่นโทรศัพท์ให้เขา ธีรภัทรเหลือบมอง หน้าจอที่สว่างขึ้นเผยให้เห็นชื่อ "ดวงทิพย์" พร้อมข้อความสั้นๆ "มารับหน่อยค่ะ คิดถึง"

รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนมุมปากของเขา ก่อนที่เขาจะรีบเก็บโทรศัพท์ลง และหันมาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากเดิม

"ธีรดา เอกสารที่ฉันให้เตรียมไว้เมื่อวานเรียบร้อยดีนะ"

ฉันมองใบหน้าของเขาที่กลับมาเย็นชาอีกครั้ง ความรู้สึกเย็นวาบแล่นไปทั่วร่าง

ทั้งที่เพิ่งผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนมาด้วยกัน แต่เขากลับไม่มีร่องรอยของความผูกพันใดๆ เหลืออยู่เลย

หัวใจของฉันกระตุกวูบ ภาพความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนผุดขึ้นมาในหัว

ฉันยังจำค่ำคืนนั้นได้ดี ค่ำคืนที่ฉันพยายามจะเข้าใกล้ธีรภัทรเป็นครั้งแรก

ในงานฉลองครบรอบบริษัทของพ่อ ณรงค์ กุลวงศ์ ฉันในวัย 18 ปี พยายามรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาธีรภัทร ทายาทหนุ่มที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ

เขาดูโดดเด่นท่ามกลางผู้คน ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยว

"คุณภัทรคะ" ฉันเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย

เขาหันมามองฉันอย่างไม่แยแส "มีอะไร"

"เอ่อ...คุณภัทรจำฉันได้ไหมคะ ฉันธีรดา ลูกสาวเจ้าสัวณรงค์ค่ะ"

เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย "จำได้" น้ำเสียงของเขาราบเรียบจนฉันรู้สึกเจ็บปวด

ฉันพยายามยิ้ม "คืนนี้คุณภัทรดู...โดดเด่นมากเลยนะคะ"

เขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่จิบไวน์ในมืออย่างสงบ

ความเงียบที่อึดอัดทำให้ฉันแทบจะวิ่งหนีไปให้พ้นจากตรงนั้น

แต่แล้ว อยู่ๆ เขาก็หันมามองฉันตรงๆ "เธออยากให้ฉันพูดอะไร"

คำถามนั้นทำให้ฉันอึ้งไปชั่วขณะ

"ฉันไม่ชอบคนอ้อมค้อม ถ้ามีอะไรก็พูดมาตรงๆ"

หัวใจของฉันเต้นรัว ฉันไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปดี

สุดท้าย ฉันก็เลือกที่จะหันหลังให้กับเขา และเดินจากมาด้วยความผิดหวัง

ฉันกลับมาที่โต๊ะของพ่อณรงค์ด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

"เป็นอะไรไปธีรดา ทำไมหน้าตาไม่ดีเลย" พ่อถามขึ้น

ฉันได้แต่ส่ายหน้า "ไม่มีอะไรค่ะพ่อ"

ฉันมองกลับไปยังจุดที่ธีรภัทรยืนอยู่ เขาไม่ได้มองมาที่ฉันเลยแม้แต่น้อย

คืนนั้นฉันนอนไม่หลับ ภาพใบหน้าเย็นชาของเขายังคงติดตา

ฉันรู้ดีว่าธีรภัทรไม่ใช่ผู้ชายที่จะอ่อนโยนกับใครได้ง่ายๆ แต่ฉันก็ยังหวังว่าสักวันเขาจะเห็นฉันในสายตาของเขาบ้าง

เวลาผ่านไป ฉันพยายามอยู่ใกล้เขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว

ฉันเรียนรู้ที่จะสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของเขา ทุกสีหน้าและแววตา

ฉันเริ่มรู้ว่าเขาชอบกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ชอบทำงานในความเงียบ และไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายเรื่องส่วนตัว

จนกระทั่งคืนหนึ่ง หลังจากงานเลี้ยงธุรกิจที่กินเวลานานจนดึกดื่น

ฉันเผลอหลับไปในรถของเขา

เมื่อตื่นขึ้นมา ฉันก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนของธีรภัทร

แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง ฉันมองเห็นธีรภัทรกำลังยืนอยู่ข้างหน้าต่าง

"คุณภัทรคะ..." ฉันเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

เขาหันมามองฉัน ดวงตาของเขาดูมืดมิดกว่าปกติ

"เธอตื่นแล้วเหรอ"

ฉันพยักหน้าอย่างงงๆ "ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ"

"เธอเมาจนหลับไปในรถ ฉันเลยพามาพักที่นี่"

หัวใจของฉันเต้นรัว ฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว

"ฉัน...ฉันไม่เป็นไรแล้วค่ะ ขอกลับบ้านนะคะ"

เขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่เดินเข้ามาหาฉันช้าๆ

ฉันรู้สึกได้ถึงอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา

"คุณภัทรคะ..."

เขาเอื้อมมือมาจับใบหน้าของฉัน นิ้วโป้งของเขาลูบไล้ริมฝีปากของฉันเบาๆ

"เธอกลัวฉันเหรอ"

ฉันส่ายหน้าช้าๆ "เปล่าค่ะ"

"ดี" เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบฉัน

จูบของเขาร้อนแรงและเร่าร้อน จนฉันแทบจะยืนไม่ไหว

ฉันไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ฉันตอบรับจูบของเขาไปในคืนนั้น

ฉันหลงใหลในสัมผัสของเขา หลงใหลในความปรารถนาที่เขามีให้ฉัน

คืนนั้นเราเป็นของกันและกัน

และนับตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์ลับๆ ของเราก็เริ่มต้นขึ้น

เราใช้เวลาค่ำคืนด้วยกันอย่างเร่าร้อน แต่ในตอนเช้า เขาก็จะกลับไปเป็นธีรภัทรคนเดิม ผู้บริหารหนุ่มผู้เยือกเย็นและสุขุม

ฉันรักเขาอย่างหมดใจ ไม่ว่าเขาจะแสดงออกว่ารักฉันหรือไม่ก็ตาม

ฉันเคยคิดว่าความรักของฉันจะเปลี่ยนเขาได้

แต่ฉันคิดผิดมาตลอด

จนกระทั่งวันเกิดของฉัน

ฉันเตรียมจัดงานเล็กๆ ที่คอนโดของฉัน หวังว่าเขาจะมา

ฉันรอเขา รอแล้วรอเล่า

แต่เขาก็ไม่มา

ฉันพยายามโทรหาเขา แต่เขาก็ไม่รับสาย

จนกระทั่งเพื่อนของฉันส่งรูปมาให้ดู

เป็นรูปของธีรภัทรกำลังยืนอยู่ข้างดวงทิพย์ ในงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของบริษัท

พวกเขายิ้มให้กัน ดวงทิพย์จับแขนของธีรภัทรอย่างสนิทสนม

หัวใจของฉันแตกสลายในวินาทีนั้น

ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้สำคัญสำหรับเขาเลย

ฉันเป็นแค่ของเล่นยามค่ำคืน เป็นแค่ผู้ช่วยส่วนตัวที่เขาใช้ประโยชน์

ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า

ฉันทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งอยู่กลางห้องที่เต็มไปด้วยของตกแต่งวันเกิด

ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง จนฉันแทบจะหายใจไม่ออก

ฉันรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง ถูกหลอกใช้ และถูกทอดทิ้ง

ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี

ฉันเดินเข้าไปในห้องนอน หยิบรูปถ่ายของเราสองคนขึ้นมามอง

ภาพที่เรากอดกันอย่างมีความสุข ภาพที่เราจูบกันอย่างดูดดื่ม

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพลวงตาใช่ไหม

ฉันกำรูปถ่ายในมือแน่น จนมันยับยู่ยี่

น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่

ฉันร้องไห้จนตัวโยน ร้องไห้ราวกับจะขาดใจ

ทำไมเขาถึงทำกับฉันแบบนี้

ทำไมเขาถึงหลอกลวงฉัน

ฉันล้มตัวลงนอนบนเตียง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน

ฉันไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อน

ฉันเกลียดเขา เกลียดความหลอกลวงของเขา

ฉันเกลียดตัวเองที่โง่เง่า รักเขาอย่างหมดใจ

ฉันนอนร้องไห้อยู่บนเตียงนานแค่ไหนไม่รู้

จนกระทั่งฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทนอยู่ในสภาพนี้ได้อีกต่อไป

ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง

ฉันลุกขึ้นจากเตียง เดินไปยังกระจกเงา

มองตัวเองในกระจกเงา ใบหน้าที่บวมเป่ง ดวงตาแดงก่ำ

ฉันไม่เหลืออะไรเลย

ไม่มีเขา ไม่มีความรัก และไม่มีศักดิ์ศรี

แต่ฉันยังมีชีวิต

ฉันจะไม่ยอมให้เขาทำลายฉันได้อีกต่อไป

ฉันจะเปลี่ยนตัวเอง

ฉันจะแข็งแกร่งขึ้น

ฉันจะทำให้เขาเสียใจที่ทิ้งฉันไป

ฉันเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อผ้าที่แพงที่สุดออกมาใส่

ฉันหยิบกุญแจรถ และเดินออกจากคอนโด

ฉันขับรถไปยังบ้านตระกูลกุลวงศ์ บ้านที่ฉันเคยคิดว่าเป็นบ้านของฉัน

เมื่อไปถึง ฉันพบว่าแม่เลี้ยง พรไพลิน และลูกติด รุ่งรัตน์ กำลังจัดงานเลี้ยงฉลองอะไรบางอย่างอยู่

พวกเขามองมาที่ฉันด้วยสายตาแปลกใจ

"อ้าว ธีรดา ทำไมมาสภาพนี้ล่ะ" พรไพลินถามขึ้นอย่างเยาะเย้ย

ฉันไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่เดินตรงไปยังพ่อณรงค์ที่กำลังยืนคุยกับแขกอยู่

"พ่อคะ หนูมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

พ่อณรงค์มองมาที่ฉันอย่างงงๆ "มีอะไร"

"หนูจะขอแยกตัวออกจากตระกูลกุลวงศ์ค่ะ"

คำพูดของฉันทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ

พ่อณรงค์มองมาที่ฉันด้วยความตกใจ "ธีรดา นี่เธอพูดอะไรออกมา"

"หนูพูดจริงค่ะ หนูไม่ขอรับอะไรจากตระกูลนี้อีกต่อไปแล้ว"

พรไพลินหัวเราะเบาๆ "ฮ่าๆๆๆ ดูสิคะคุณณรงค์ ลูกสาวคุณคงเสียสติไปแล้ว"

ฉันหันไปมองพรไพลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

"ฉันยังไม่เสียสติหรอกค่ะ แต่ฉันเพิ่งจะตาสว่างต่างหาก"

พ่อณรงค์เดินเข้ามาหาฉัน "ธีรดา เธอจะทำแบบนี้กับพ่อไม่ได้นะ"

"ทำไมจะทำไม่ได้คะ พ่อเองก็ไม่ได้รักหนูจริงจังอยู่แล้วนี่คะ พ่อแค่เห็นหนูเป็นเครื่องมือทางธุรกิจเท่านั้น"

คำพูดของฉันทำให้พ่อณรงค์หน้าซีด

"ธีรดา!"

"พอเถอะค่ะพ่อ หนูเหนื่อยแล้ว หนูไม่อยากอยู่ในตระกูลที่เต็มไปด้วยความหลอกลวงแบบนี้อีกต่อไปแล้ว"

ฉันหันหลังให้พ่อณรงค์ และเดินตรงไปยังประตูทางออก

"ธีรดา! เธอจะไปไหน!" พ่อณรงค์ตะโกนไล่หลังฉันมา

"หนูจะไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จักหนู จะไปในที่ที่หนูสามารถเป็นตัวของตัวเองได้"

ฉันเดินออกจากบ้านมาด้วยความรู้สึกสะใจเล็กน้อย

แต่ในใจลึกๆ แล้ว ฉันก็รู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กัน

ฉันกำลังทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยมี เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

ฉันไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ฉันก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน

ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายฉันได้อีกต่อไปแล้ว

ฉันจะอยู่ด้วยตัวเอง และฉันจะแข็งแกร่งขึ้น

ฉันจะทำให้ทุกคนเสียใจที่เคยดูถูกฉัน

ฉันเดินไปที่รถของฉัน และขับออกไปจากบ้านตระกูลกุลวงศ์อย่างรวดเร็ว

ทิ้งไว้เบื้องหลังคือความวุ่นวายและเสียงตะโกนของพ่อณรงค์

ฉันไม่รู้ว่าฉันจะไปที่ไหน แต่ฉันรู้ว่าฉันจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว

ฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่ไม่มีธีรภัทร ชีวิตที่ไม่มีตระกูลกุลวงศ์

ฉันจะใช้ชีวิตของฉันเอง

และฉันจะมีความสุขให้ได้

ฉันขับรถไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดหมาย

จนกระทั่งฉันรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที

ฉันจอดรถข้างทาง และเดินลงไปยืนอยู่ริมหน้าผา

มองดูท้องทะเลสีครามที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

ลมทะเลพัดแรงจนผมของฉันปลิวไสว

ฉันหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างเงียบๆ

"ฉันจะไม่มีวันให้อภัยคุณ ธีรภัทร" ฉันกระซิบกับตัวเองเบาๆ "และฉันจะทำให้คุณเสียใจที่ทำกับฉันแบบนี้"

ฉันตัดสินใจแล้ว

ฉันจะสู้เพื่อตัวเอง

ฉันจะไม่ยอมแพ้อีกต่อไป

ฉันลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของฉันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

ฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

ฉันจะทำให้ทุกคนเห็นว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำได้ง่ายๆ

และฉันจะทำให้ธีรภัทรเสียใจไปตลอดชีวิตที่ทิ้งฉันไป

ฉันจะกลับมา และฉันจะแข็งแกร่งกว่าเดิม

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

มาชาวีร์
4.8

หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง

ห้ามหย่า

ห้ามหย่า

Bronson Heiss
5.0

ในวันแต่งงาน เสิ่นเยวียนถูกคู่หมั้นและน้องสาวของเธอทำร้าย และถูกจำคุกเป็นเวลาสามปีด้วยความทุกข์ทรมาน หลังจากได้รับการปล่อยตัวจากคุก น้องสาวผู้ชั่วร้ายได้คุกคามด้วยชีวิตแม่และพยายามให้เธอมอบตัวกับชายชรา อย่างไรก็ตาม เธอได้พบกับเซียวเป่ยหาน ซึ่งเป็นผู้ทรงอิธิพลที่หล่อเหลาและเย็นชาแห่งแห่งสังคมด้านมืด อย่างไม่คาดคิด และชะตากรรมของเธอก็เปลี่ยนไปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ว่าเซียวเป่ยหานจะเย็นชา แต่เขากลับปฏิบัติต่อเสิ่นเยวียนดั่งเป็นสมบัติล้ำค่า นับแต่นั้นมา เธอจัดการคนเสแสร้ง เอาคืนแม่เลี้ยงและไม่ถูกกลั่นแกล้งอีกต่อไป

สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน

สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน

Davin Howson
5.0

ในวันแต่งงาน เจ้าบ่าวของเฉียวซิงเฉินหนีไปกับผู้หญิงอีกคน เธอโกรธมาก จึงสุ่มหาชายคนหนึ่งมาแต่งงานด้วยทันที "ตราบใดที่คุณกล้าแต่งงานกับฉัน ฉันก็ยอมเป็นเมียคุณ" หลังจากแต่งงาน เธอได้ค้นพบว่าสามีของเธอคือลูกชายคนโตของตระกูลลู่ที่ขึ้นชื่อว่าไร้ประโยชน์ ชื่อลู่ถิงเซียว ทุกคนเยาะเย้ยว่า "เธอยนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ" และผู้ชายที่ทรยศเธอก็มาเกลี้ยกล่อมว่า "ไม่เห็นต้องทำร้ายตัวเองเพราะฉันหรอก สักวันเธอต้องเสียใจแน่ๆ" เฉียวซิงเฉินหัวเราะเยาะและโต้ตอบว่า "ไปให้พ้น ฉันกับสามีรักกันมาก" ทุกคนต่าก็คิดว่าเธอเป็นบ้า ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวตนที่แท้จริงของลู่ถิงเซียวถูกเปิดเผย ที่แท้เขาเป็นคนรวยอันดับต้นๆในโลก ในการถ่ายทอดสดทั่วโลก ชายคนนี้คุกเข่าข้างเดียว ถือแหวนเพชรมูลค่าหลักพันล้าน และพูดช้าๆ ว่า "คุณภรรยา ชีวิตที่เหลือนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"

เสด็จอาเลิกตามใจพระชายาสักทีเถอะ

เสด็จอาเลิกตามใจพระชายาสักทีเถอะ

Pinkygirl
4.8

ในชีวิตชาติที่แล้ว เพื่อช่วยรักแรกของตัวเอง คนชั่วสามคนได้ทำลายพลังการต่อสู้ของนาง ตัดแขนขาของนางออก ตัดเส้นเลือดของนางและปล่อยเลือดของนางไหลออกมาทั้งอย่างนั้น และทรมานนางจนตาย เมื่อเกิดใหม่ครั้งนี้ นางวางแผนอย่างรอบคอบ โดยสาบานว่าจะให้พวกเขาได้สัมผัสกับความทุกข์ทรมานที่นางเคยประสบมา! รักแรกที่ไร้เดียงสาอะไรกัน ที่จริงก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ตีสองหน้าเก่ง อยากจะไต่ขึ้นไปสูงเหรอ งั้นก็จะให้เจ้าปีนขึ้นไป ยิ่งปีนขึ้นสูงมากเท่าไร ตอนตกลงมาก็จะยิ่งเจ็บมากเท่านั้น! พวกสวะสมควรได้รับบาปกรรมของพวกสวะ พวกมันทำชั่วกับนางไปชั่วชีวิตหนึ่ง นางจะทำให้พวกมันไม่ตายดี พวกคนที่เจ้าเล่ห์ ตีสองหน้าเก่ง นางจะจัดการกับทุกคน! แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าในการแก้แค้นของนาง นางจะไปมีเรื่องกับเสด็จอาที่เป็นเจ้าแผนการเข้า ที่วัน ๆ ต้องการให้นางจูบและกอดเขาตลอดทั้งวัน ในขณะที่นางแก้แค้นคนชั่วนั้นยังสามารถสนิทสนมกับเสด็จอาด้วย ในความจริงแล้ว การที่เป็นผู้หญิงชั่วๆ ก็มีความสุขมาทีเดียวกว่าที่คิดเลย!

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ