ไฟแค้นเผาผลาญใจรัก

ไฟแค้นเผาผลาญใจรัก

Dorice Kadner

5.0
ความคิดเห็น
6.3K
ชม
22
บท

ฉันคือผู้ช่วยส่วนตัวของธีรภัทร ทายาทหนุ่มผู้เยือกเย็น แต่เมื่ออยู่กันตามลำพัง เขาจะเรียกฉันว่า "คุณหนูของผม" ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ฉันสั่นสะท้าน ฉันยอมจมดิ่งในความสัมพันธ์ลับๆ นี้อย่างโง่งม เพราะคิดว่ามันคือความรัก จนกระทั่งวันเกิดของฉัน เขาทิ้งให้ฉันรอเก้อทั้งคืน เพื่อไปอยู่กับดวงทิพย์ น้องสาวบุญธรรมผู้บอบบางของเขา หัวใจของฉันแตกสลาย เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นแค่ของเล่นและเครื่องมือทางธุรกิจของเขาและพ่อของฉันเอง ฉันถูกตัดขาดจากครอบครัว ถูกอายัดบัตรเครดิตจนสิ้นเนื้อประดาตัว และที่เลวร้ายที่สุดคือฉันต้องเสียลูกในท้องไป เพราะเขาเลือกที่จะปกป้องดวงทิพย์แทนที่จะเป็นฉัน ดวงทิพย์ยังเยาะเย้ยฉันว่า ที่จริงแล้วฉันเป็นแค่ตัวแทนของน้องสาวอีกคนที่ตายไป และธีรภัทรก็แอบถ่ายคลิปวิดีโอของเราไว้เพื่อแบล็กเมล์ฉัน ความรักและความไว้ใจที่ฉันมีให้พังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี ในคืนนั้น ฉันจึงตัดสินใจเผาเพนต์เฮาส์ที่เคยเป็นรังรักของเราให้วอดวาย โอนเงินทุกบาททุกสตางค์คืนให้เขา แล้วซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวแรกเพื่อหนีไปจากนรกขุมนี้ให้ไกลที่สุด

บทที่ 1

ฉันคือผู้ช่วยส่วนตัวของธีรภัทร ทายาทหนุ่มผู้เยือกเย็น แต่เมื่ออยู่กันตามลำพัง เขาจะเรียกฉันว่า "คุณหนูของผม" ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ฉันสั่นสะท้าน ฉันยอมจมดิ่งในความสัมพันธ์ลับๆ นี้อย่างโง่งม เพราะคิดว่ามันคือความรัก

จนกระทั่งวันเกิดของฉัน เขาทิ้งให้ฉันรอเก้อทั้งคืน เพื่อไปอยู่กับดวงทิพย์ น้องสาวบุญธรรมผู้บอบบางของเขา

หัวใจของฉันแตกสลาย เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นแค่ของเล่นและเครื่องมือทางธุรกิจของเขาและพ่อของฉันเอง

ฉันถูกตัดขาดจากครอบครัว ถูกอายัดบัตรเครดิตจนสิ้นเนื้อประดาตัว และที่เลวร้ายที่สุดคือฉันต้องเสียลูกในท้องไป เพราะเขาเลือกที่จะปกป้องดวงทิพย์แทนที่จะเป็นฉัน

ดวงทิพย์ยังเยาะเย้ยฉันว่า ที่จริงแล้วฉันเป็นแค่ตัวแทนของน้องสาวอีกคนที่ตายไป และธีรภัทรก็แอบถ่ายคลิปวิดีโอของเราไว้เพื่อแบล็กเมล์ฉัน

ความรักและความไว้ใจที่ฉันมีให้พังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี

ในคืนนั้น ฉันจึงตัดสินใจเผาเพนต์เฮาส์ที่เคยเป็นรังรักของเราให้วอดวาย โอนเงินทุกบาททุกสตางค์คืนให้เขา แล้วซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวแรกเพื่อหนีไปจากนรกขุมนี้ให้ไกลที่สุด

บทที่ 1

ธีรดา กุลวงศ์ POV:

ฉันรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเรามันซับซ้อน

ต่อหน้าคนอื่น ฉันคือผู้ช่วยส่วนตัวที่ไร้เดียงสาของ ธีรภัทร จงรักษ์ ทายาทหนุ่มผู้เยือกเย็นแห่งอาณาจักรเจริญรักษ์ แต่เมื่อประตูห้องปิดลง เขาจะเรียกฉันว่า "คุณหนูของผม" ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ทุกอณูของฉันสั่นสะท้าน และครอบครองฉันอย่างเร่าร้อน

คืนแล้วคืนเล่า ฉันจมดิ่งในความรักที่เขาหยิบยื่นให้ ไม่เคยสงสัยเลยว่าเบื้องหลังสายตาเย็นชาคู่นั้นจะซ่อนแผนการและผลประโยชน์ทางธุรกิจไว้อย่างลึกซึ้ง

"ธีรดา..." เสียงของธีรภัทรยังคงก้องอยู่ในหูของฉัน เสียงกระซิบยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ตอนนั้นฉันคิดว่ามันคือความรัก

แต่ในความเป็นจริง มันคือหนี้ชีวิตที่เขาต้องชดใช้ให้กับ ดวงทิพย์ จงรักษ์ น้องสาวบุญธรรมผู้บอบบางของเขา

ฉันไม่เคยรู้เลยว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงฉากละครที่เขากำกับขึ้นมา เพื่อควบคุมฉัน เพื่อตระกูลของฉัน และเพื่อแก้แค้นใครบางคน

"พรุ่งนี้เตรียมตัวให้พร้อม" เสียงของธีรภัทรในตอนเช้าแตกต่างจากยามค่ำคืนลิบลับ "จะมีประชุมสำคัญกับผู้บริหารระดับสูงหลายฝ่าย เธอต้องอยู่ข้างฉันตลอดเวลา"

ฉันพยักหน้า พยายามซ่อนร่องรอยความอ่อนเพลียจากการถูกเขาครอบครองเมื่อคืน

"คุณภัทรครับ มีข้อความเข้าครับ" โชเฟอร์ยื่นโทรศัพท์ให้เขา ธีรภัทรเหลือบมอง หน้าจอที่สว่างขึ้นเผยให้เห็นชื่อ "ดวงทิพย์" พร้อมข้อความสั้นๆ "มารับหน่อยค่ะ คิดถึง"

รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนมุมปากของเขา ก่อนที่เขาจะรีบเก็บโทรศัพท์ลง และหันมาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากเดิม

"ธีรดา เอกสารที่ฉันให้เตรียมไว้เมื่อวานเรียบร้อยดีนะ"

ฉันมองใบหน้าของเขาที่กลับมาเย็นชาอีกครั้ง ความรู้สึกเย็นวาบแล่นไปทั่วร่าง

ทั้งที่เพิ่งผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนมาด้วยกัน แต่เขากลับไม่มีร่องรอยของความผูกพันใดๆ เหลืออยู่เลย

หัวใจของฉันกระตุกวูบ ภาพความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนผุดขึ้นมาในหัว

ฉันยังจำค่ำคืนนั้นได้ดี ค่ำคืนที่ฉันพยายามจะเข้าใกล้ธีรภัทรเป็นครั้งแรก

ในงานฉลองครบรอบบริษัทของพ่อ ณรงค์ กุลวงศ์ ฉันในวัย 18 ปี พยายามรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาธีรภัทร ทายาทหนุ่มที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ

เขาดูโดดเด่นท่ามกลางผู้คน ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยว

"คุณภัทรคะ" ฉันเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย

เขาหันมามองฉันอย่างไม่แยแส "มีอะไร"

"เอ่อ...คุณภัทรจำฉันได้ไหมคะ ฉันธีรดา ลูกสาวเจ้าสัวณรงค์ค่ะ"

เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย "จำได้" น้ำเสียงของเขาราบเรียบจนฉันรู้สึกเจ็บปวด

ฉันพยายามยิ้ม "คืนนี้คุณภัทรดู...โดดเด่นมากเลยนะคะ"

เขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่จิบไวน์ในมืออย่างสงบ

ความเงียบที่อึดอัดทำให้ฉันแทบจะวิ่งหนีไปให้พ้นจากตรงนั้น

แต่แล้ว อยู่ๆ เขาก็หันมามองฉันตรงๆ "เธออยากให้ฉันพูดอะไร"

คำถามนั้นทำให้ฉันอึ้งไปชั่วขณะ

"ฉันไม่ชอบคนอ้อมค้อม ถ้ามีอะไรก็พูดมาตรงๆ"

หัวใจของฉันเต้นรัว ฉันไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปดี

สุดท้าย ฉันก็เลือกที่จะหันหลังให้กับเขา และเดินจากมาด้วยความผิดหวัง

ฉันกลับมาที่โต๊ะของพ่อณรงค์ด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

"เป็นอะไรไปธีรดา ทำไมหน้าตาไม่ดีเลย" พ่อถามขึ้น

ฉันได้แต่ส่ายหน้า "ไม่มีอะไรค่ะพ่อ"

ฉันมองกลับไปยังจุดที่ธีรภัทรยืนอยู่ เขาไม่ได้มองมาที่ฉันเลยแม้แต่น้อย

คืนนั้นฉันนอนไม่หลับ ภาพใบหน้าเย็นชาของเขายังคงติดตา

ฉันรู้ดีว่าธีรภัทรไม่ใช่ผู้ชายที่จะอ่อนโยนกับใครได้ง่ายๆ แต่ฉันก็ยังหวังว่าสักวันเขาจะเห็นฉันในสายตาของเขาบ้าง

เวลาผ่านไป ฉันพยายามอยู่ใกล้เขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว

ฉันเรียนรู้ที่จะสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของเขา ทุกสีหน้าและแววตา

ฉันเริ่มรู้ว่าเขาชอบกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ชอบทำงานในความเงียบ และไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายเรื่องส่วนตัว

จนกระทั่งคืนหนึ่ง หลังจากงานเลี้ยงธุรกิจที่กินเวลานานจนดึกดื่น

ฉันเผลอหลับไปในรถของเขา

เมื่อตื่นขึ้นมา ฉันก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนของธีรภัทร

แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง ฉันมองเห็นธีรภัทรกำลังยืนอยู่ข้างหน้าต่าง

"คุณภัทรคะ..." ฉันเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

เขาหันมามองฉัน ดวงตาของเขาดูมืดมิดกว่าปกติ

"เธอตื่นแล้วเหรอ"

ฉันพยักหน้าอย่างงงๆ "ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ"

"เธอเมาจนหลับไปในรถ ฉันเลยพามาพักที่นี่"

หัวใจของฉันเต้นรัว ฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว

"ฉัน...ฉันไม่เป็นไรแล้วค่ะ ขอกลับบ้านนะคะ"

เขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่เดินเข้ามาหาฉันช้าๆ

ฉันรู้สึกได้ถึงอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา

"คุณภัทรคะ..."

เขาเอื้อมมือมาจับใบหน้าของฉัน นิ้วโป้งของเขาลูบไล้ริมฝีปากของฉันเบาๆ

"เธอกลัวฉันเหรอ"

ฉันส่ายหน้าช้าๆ "เปล่าค่ะ"

"ดี" เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบฉัน

จูบของเขาร้อนแรงและเร่าร้อน จนฉันแทบจะยืนไม่ไหว

ฉันไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ฉันตอบรับจูบของเขาไปในคืนนั้น

ฉันหลงใหลในสัมผัสของเขา หลงใหลในความปรารถนาที่เขามีให้ฉัน

คืนนั้นเราเป็นของกันและกัน

และนับตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์ลับๆ ของเราก็เริ่มต้นขึ้น

เราใช้เวลาค่ำคืนด้วยกันอย่างเร่าร้อน แต่ในตอนเช้า เขาก็จะกลับไปเป็นธีรภัทรคนเดิม ผู้บริหารหนุ่มผู้เยือกเย็นและสุขุม

ฉันรักเขาอย่างหมดใจ ไม่ว่าเขาจะแสดงออกว่ารักฉันหรือไม่ก็ตาม

ฉันเคยคิดว่าความรักของฉันจะเปลี่ยนเขาได้

แต่ฉันคิดผิดมาตลอด

จนกระทั่งวันเกิดของฉัน

ฉันเตรียมจัดงานเล็กๆ ที่คอนโดของฉัน หวังว่าเขาจะมา

ฉันรอเขา รอแล้วรอเล่า

แต่เขาก็ไม่มา

ฉันพยายามโทรหาเขา แต่เขาก็ไม่รับสาย

จนกระทั่งเพื่อนของฉันส่งรูปมาให้ดู

เป็นรูปของธีรภัทรกำลังยืนอยู่ข้างดวงทิพย์ ในงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของบริษัท

พวกเขายิ้มให้กัน ดวงทิพย์จับแขนของธีรภัทรอย่างสนิทสนม

หัวใจของฉันแตกสลายในวินาทีนั้น

ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้สำคัญสำหรับเขาเลย

ฉันเป็นแค่ของเล่นยามค่ำคืน เป็นแค่ผู้ช่วยส่วนตัวที่เขาใช้ประโยชน์

ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า

ฉันทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งอยู่กลางห้องที่เต็มไปด้วยของตกแต่งวันเกิด

ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง จนฉันแทบจะหายใจไม่ออก

ฉันรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง ถูกหลอกใช้ และถูกทอดทิ้ง

ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี

ฉันเดินเข้าไปในห้องนอน หยิบรูปถ่ายของเราสองคนขึ้นมามอง

ภาพที่เรากอดกันอย่างมีความสุข ภาพที่เราจูบกันอย่างดูดดื่ม

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพลวงตาใช่ไหม

ฉันกำรูปถ่ายในมือแน่น จนมันยับยู่ยี่

น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่

ฉันร้องไห้จนตัวโยน ร้องไห้ราวกับจะขาดใจ

ทำไมเขาถึงทำกับฉันแบบนี้

ทำไมเขาถึงหลอกลวงฉัน

ฉันล้มตัวลงนอนบนเตียง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน

ฉันไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อน

ฉันเกลียดเขา เกลียดความหลอกลวงของเขา

ฉันเกลียดตัวเองที่โง่เง่า รักเขาอย่างหมดใจ

ฉันนอนร้องไห้อยู่บนเตียงนานแค่ไหนไม่รู้

จนกระทั่งฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทนอยู่ในสภาพนี้ได้อีกต่อไป

ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง

ฉันลุกขึ้นจากเตียง เดินไปยังกระจกเงา

มองตัวเองในกระจกเงา ใบหน้าที่บวมเป่ง ดวงตาแดงก่ำ

ฉันไม่เหลืออะไรเลย

ไม่มีเขา ไม่มีความรัก และไม่มีศักดิ์ศรี

แต่ฉันยังมีชีวิต

ฉันจะไม่ยอมให้เขาทำลายฉันได้อีกต่อไป

ฉันจะเปลี่ยนตัวเอง

ฉันจะแข็งแกร่งขึ้น

ฉันจะทำให้เขาเสียใจที่ทิ้งฉันไป

ฉันเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อผ้าที่แพงที่สุดออกมาใส่

ฉันหยิบกุญแจรถ และเดินออกจากคอนโด

ฉันขับรถไปยังบ้านตระกูลกุลวงศ์ บ้านที่ฉันเคยคิดว่าเป็นบ้านของฉัน

เมื่อไปถึง ฉันพบว่าแม่เลี้ยง พรไพลิน และลูกติด รุ่งรัตน์ กำลังจัดงานเลี้ยงฉลองอะไรบางอย่างอยู่

พวกเขามองมาที่ฉันด้วยสายตาแปลกใจ

"อ้าว ธีรดา ทำไมมาสภาพนี้ล่ะ" พรไพลินถามขึ้นอย่างเยาะเย้ย

ฉันไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่เดินตรงไปยังพ่อณรงค์ที่กำลังยืนคุยกับแขกอยู่

"พ่อคะ หนูมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

พ่อณรงค์มองมาที่ฉันอย่างงงๆ "มีอะไร"

"หนูจะขอแยกตัวออกจากตระกูลกุลวงศ์ค่ะ"

คำพูดของฉันทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ

พ่อณรงค์มองมาที่ฉันด้วยความตกใจ "ธีรดา นี่เธอพูดอะไรออกมา"

"หนูพูดจริงค่ะ หนูไม่ขอรับอะไรจากตระกูลนี้อีกต่อไปแล้ว"

พรไพลินหัวเราะเบาๆ "ฮ่าๆๆๆ ดูสิคะคุณณรงค์ ลูกสาวคุณคงเสียสติไปแล้ว"

ฉันหันไปมองพรไพลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

"ฉันยังไม่เสียสติหรอกค่ะ แต่ฉันเพิ่งจะตาสว่างต่างหาก"

พ่อณรงค์เดินเข้ามาหาฉัน "ธีรดา เธอจะทำแบบนี้กับพ่อไม่ได้นะ"

"ทำไมจะทำไม่ได้คะ พ่อเองก็ไม่ได้รักหนูจริงจังอยู่แล้วนี่คะ พ่อแค่เห็นหนูเป็นเครื่องมือทางธุรกิจเท่านั้น"

คำพูดของฉันทำให้พ่อณรงค์หน้าซีด

"ธีรดา!"

"พอเถอะค่ะพ่อ หนูเหนื่อยแล้ว หนูไม่อยากอยู่ในตระกูลที่เต็มไปด้วยความหลอกลวงแบบนี้อีกต่อไปแล้ว"

ฉันหันหลังให้พ่อณรงค์ และเดินตรงไปยังประตูทางออก

"ธีรดา! เธอจะไปไหน!" พ่อณรงค์ตะโกนไล่หลังฉันมา

"หนูจะไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จักหนู จะไปในที่ที่หนูสามารถเป็นตัวของตัวเองได้"

ฉันเดินออกจากบ้านมาด้วยความรู้สึกสะใจเล็กน้อย

แต่ในใจลึกๆ แล้ว ฉันก็รู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กัน

ฉันกำลังทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยมี เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

ฉันไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ฉันก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน

ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายฉันได้อีกต่อไปแล้ว

ฉันจะอยู่ด้วยตัวเอง และฉันจะแข็งแกร่งขึ้น

ฉันจะทำให้ทุกคนเสียใจที่เคยดูถูกฉัน

ฉันเดินไปที่รถของฉัน และขับออกไปจากบ้านตระกูลกุลวงศ์อย่างรวดเร็ว

ทิ้งไว้เบื้องหลังคือความวุ่นวายและเสียงตะโกนของพ่อณรงค์

ฉันไม่รู้ว่าฉันจะไปที่ไหน แต่ฉันรู้ว่าฉันจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว

ฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่ไม่มีธีรภัทร ชีวิตที่ไม่มีตระกูลกุลวงศ์

ฉันจะใช้ชีวิตของฉันเอง

และฉันจะมีความสุขให้ได้

ฉันขับรถไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดหมาย

จนกระทั่งฉันรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที

ฉันจอดรถข้างทาง และเดินลงไปยืนอยู่ริมหน้าผา

มองดูท้องทะเลสีครามที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

ลมทะเลพัดแรงจนผมของฉันปลิวไสว

ฉันหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างเงียบๆ

"ฉันจะไม่มีวันให้อภัยคุณ ธีรภัทร" ฉันกระซิบกับตัวเองเบาๆ "และฉันจะทำให้คุณเสียใจที่ทำกับฉันแบบนี้"

ฉันตัดสินใจแล้ว

ฉันจะสู้เพื่อตัวเอง

ฉันจะไม่ยอมแพ้อีกต่อไป

ฉันลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของฉันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

ฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

ฉันจะทำให้ทุกคนเห็นว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำได้ง่ายๆ

และฉันจะทำให้ธีรภัทรเสียใจไปตลอดชีวิตที่ทิ้งฉันไป

ฉันจะกลับมา และฉันจะแข็งแกร่งกว่าเดิม

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

เกิดใหม่ในเงามืด

เกิดใหม่ในเงามืด

Orson Erickson
5.0

ครอบครัวเสิ่นเลี้ยงดูเซี่ยซางหนิงเป็นเวลา 20 ปี และเธอเองก็ถูกเอาเปรียบมาเป็นเวลา 20 ปีเช่นกัน วันหนึ่ง พวกเขาตามหาลูกสาวตัวจริงพบ และเซี่ยซางหนิงก็ถูกไล่ออกจากตระกูลเสิ่น ได้ยินมาว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอกำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนัก แต่ความเป็นจริง พ่อแม่ทางสายเลือดของเธอเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองไห่ เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดที่ตระกูลเสิ่นไม่สามารถเอื้อมถึงได้ ตระกูลเสิ่นที่คอยดูว่าเซี่ยซางหนิงจะต้องตกอับอย่างน่าสมเพช แต่กลับต้องตกตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับตัวตนของเซี่ยซางหนิง ผู้มีอิทธิพลในการเงินระดับโลก วิศวกรระดับแนวหน้า นักแข่งรถอันดับหนึ่งของโลก... เธอยังมีความสามารถที่ซ่อนอยู่อีกกี่อย่างกันแน่ คู่หมั้นยกเลิกการหมั้นกับเซี่ยซางหนิง อย่างไรก็ตาม เมื่อเซี่ยซางหนิงไปออกเดทกับพี่ชายฝาแฝดของเขา เขากลับปรากฏตัวขึ้นและสารภาพรักกับเธอ

ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม

ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม

rabb
5.0

เซี่ยอวี๋อันชอบเฟิงจี้หานตั้งแต่เด็ก งานแต่งงานที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อมานานถึงสามปี แต่เมื่อใกล้ถึงวันแต่งงาน เขากลับพารักแรกกลับ เซี่ยอวี๋อันรู้ดีว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ความรักที่เกิดจากการอยู่ด้วยกันนานๆ การเคารพกันและกัน ทุกอย่างก็แค่การเสแสร้งเท่านั้น เธอตัดสินใจปล่อยมือ ปล่อยเขาไป ในขณะเดียวกันก็ปล่อยตัวเองไปด้วย แต่เมื่อเธอยื่นเอกสารหย่าให้ เขากลับคลั่ง "เซี่ยอวี๋อัน ทำหน้าที่คุณนายเฟิงให้ดี ไม่ต้องคิดเรื่องหย่าเลย" เซี่ยอวี๋อันหัวเราะ "เฟิงจี้หาน ฉันไม่ต้องการอะไรแล้ว รวมถึงนายด้วย"

คุณหนูปกปิดตัวตนไม่ได้แล้ว

คุณหนูปกปิดตัวตนไม่ได้แล้ว

Critter
5.0

เมื่อตอนเด็ก หลินอวี่เคยช่วยชีวิตเหยาซีเยว่ที่กำลังจะตาย ต่อมา หลินอวี่กลายเป็นพืชหลังจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เธอแต่งงานเข้าตระกูลหลินโดยไม่ลังเลใจและใช้ทักษะทางการแพทย์ของเธอเพื่อรักษาหลินอวี่ สองปีของการแต่งงานและการดูแลอย่างสุดหัวใจของเธอเพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณ และเพื่อที่เขาจะให้ความสำคัญกับตัวเองบ้าง แต่ความพยายามทั้งหมดของเธอกลับไร้ประโยชน์เมื่อคนในใจของหลินอวี่กลับมาประเทศ เมื่อหลินอวี่โยนข้อตกลงการหย่ามาใส่เธออย่างไร้ความปราณี เธอก็รีบเซ็นชื่อทันที ทุกคนหัวเราะเยาะเธอที่เป็นผู้หญิงที่ถูกครอบครัวใหญ่ทอดทิ้ง แต่ใครจะไปรู้ว่า เธอคือ Moon นักแข่งรถที่ไม่มีใครเทียบได้บนสนามแข่งรถ เป็นนักออกแบบแฟชั่นที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ เป็นอัจฉริยะของแฮ็กเกอร์ และเธอยังเป็นหมอมหัศจรรย์ระดับโลก... อดีตสามีของเธอเสียใจมากจนคุกเข่าลงกับพื้นขอร้องให้เธอกลับมา ผู้เผด็จการคนหนึ่งอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขนของเขาแล้วพูดว่า "ออกไป! นี่คือภรรยาของฉัน!" เหยาซีเยว่ "?"

การเกิดใหม่ของนางร้ายหลงยุค (ยุค80)

การเกิดใหม่ของนางร้ายหลงยุค (ยุค80)

นามปากกา sanvittayam
5.0

เมื่อนางร้ายตัวแม่เกิดใหม่เข้ามาในสถานที่คล้ายๆ กับนิยายที่เคยอ่าน พระเอกเหรอไปไกลๆ จะให้เธอคอยตามพระเอกในเรื่องไม่มีทางเสียหรอก นางร้ายคนนี้ขอใช้ชีวิตแบบเริดๆ เชิดๆ ดีกว่าเป็นไหนๆ เอาสิร้ายมาร้ายกลับไม่โกง หลิงชิงเย่ว หญิงสาวที่น่าสงสาร สามีแต่งงานด้วยเพราะคำสัญญาและตอบแทนบุญคุณพ่อของเธอ แต่สำหรับหญิงสาวการแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากความรัก หลังจากแต่งงานไม่นานแม่สามีกลับแต่งภรรยาให้อีกคนซึ่งเป็นหลานสาวของนาง แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่าคือผู้หญิงคนนั้นเป็นคนรักของสามีเธอด้วยนี่สิ ยิ่งคิดลี่น่ายิ่งเครียดแทน ยังไงซะเธอไม่มีทางหนีชะตาพ้น ก็วิ่งชนสิคะจะกลัวอะไร ในเมื่อท่านยมจอมผิดพลาดส่งนางร้ายตัวแม่เช่นเธอเข้ามาแทน ก็อย่าฝันว่าเธอจะตามง้อผัวโง่ๆ นี่อีก พระเอกเหรอ หลบไป นางเอกเหรอ ไปไกลๆ นางร้ายตัวแม้คนนี้จะใช้ชีวิตเริดๆ เชิดๆ หลังจากหย่าให้อิจฉาตายไปเลย ที่สำคัญเธอมาพร้อมกับพรที่ขอกับท่านยมอีกสามข้อแบบจุกๆ อีกด้วย

หลังสลับคู่ ฉันจะพลิกผันชะตากรรม

หลังสลับคู่ ฉันจะพลิกผันชะตากรรม

Mia Caldwell
5.0

ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ