จากอดีตสู่ชีวิตใหม่ที่อบอุ่น

จากอดีตสู่ชีวิตใหม่ที่อบอุ่น

Encore

5.0
ความคิดเห็น
1.1K
ชม
10
บท

"รุ่ง! เธอยังไม่เสร็จอีกเหรอ? พัชราปวดท้องมากเลยนะ!" เสียงตะคอกของชัชชัยดังลั่นสำนักงานเขต ฉันมองดูชายคนรักที่กำลังประคองน้องสาวบุญธรรมของฉันด้วยความห่วงใย ภาพความทรงจำอันโหดร้ายในชาติที่แล้วไหลย้อนกลับมาตอกย้ำความเจ็บปวด ในวาระสุดท้ายของชีวิตก่อน เมื่อรถพุ่งเข้ามาชนเรา เขากลับเลือกผลักฉันออกไปรับแรงกระแทก เพื่อปกป้องพัชราไว้ในอ้อมกอด ปล่อยให้ฉันนอนจมกองเลือดอย่างโดดเดี่ยว แม้แต่ลูกชายแท้ๆ ของฉันยังพูดใส่หน้าศพแม่ว่า "น้าพัชดีกว่าแม่" ความรักและความภักดีของฉันช่างไร้ค่าสิ้นดี "รุ่ง! รีบๆ เซ็นสิ ฉันจะพาพัชราไปนั่งพัก" เขาโยนเอกสารทะเบียนสมรสใส่หน้าฉันด้วยความรำคาญ ฉันหยิบปากกาขึ้นมา แววตาที่เคยโง่เขลาเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า ในช่อง 'ชื่อคู่สมรส' ฉันไม่ได้เขียนชื่อตัวเอง แต่บรรจงเขียนชื่อ "พัชรา เจริญสุขสกุล" ลงไปแทน อยากรักกันมากใช่ไหม? ได้... ชาตินี้ฉันจัดให้

บทที่ 1

"รุ่ง! เธอยังไม่เสร็จอีกเหรอ? พัชราปวดท้องมากเลยนะ!"

เสียงตะคอกของชัชชัยดังลั่นสำนักงานเขต ฉันมองดูชายคนรักที่กำลังประคองน้องสาวบุญธรรมของฉันด้วยความห่วงใย ภาพความทรงจำอันโหดร้ายในชาติที่แล้วไหลย้อนกลับมาตอกย้ำความเจ็บปวด

ในวาระสุดท้ายของชีวิตก่อน เมื่อรถพุ่งเข้ามาชนเรา เขากลับเลือกผลักฉันออกไปรับแรงกระแทก เพื่อปกป้องพัชราไว้ในอ้อมกอด ปล่อยให้ฉันนอนจมกองเลือดอย่างโดดเดี่ยว แม้แต่ลูกชายแท้ๆ ของฉันยังพูดใส่หน้าศพแม่ว่า "น้าพัชดีกว่าแม่" ความรักและความภักดีของฉันช่างไร้ค่าสิ้นดี

"รุ่ง! รีบๆ เซ็นสิ ฉันจะพาพัชราไปนั่งพัก" เขาโยนเอกสารทะเบียนสมรสใส่หน้าฉันด้วยความรำคาญ

ฉันหยิบปากกาขึ้นมา แววตาที่เคยโง่เขลาเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า

ในช่อง 'ชื่อคู่สมรส' ฉันไม่ได้เขียนชื่อตัวเอง

แต่บรรจงเขียนชื่อ "พัชรา เจริญสุขสกุล" ลงไปแทน

อยากรักกันมากใช่ไหม? ได้... ชาตินี้ฉันจัดให้

บทที่ 1

รุ่งนภา POV:

"เร็วเข้า! มีคิวอีกเยอะนะ!" เสียงพนักงานที่เขตดังขึ้นอย่างหงุดหงิด ฉันมองไปยังกระดาษแผ่นหนึ่งบนโต๊ะ เอกสารสำคัญที่ติดตาตรึงใจฉันตลอดชั่วชีวิตที่แล้ว นี่คือโอกาสสุดท้ายของฉันที่จะเขียนเรื่องราวของตัวเองใหม่

ฉันจำได้ดีถึงความเจ็บปวดและความโดดเดี่ยวที่ฉันต้องทนอยู่ในชีวิตก่อน ฉันเป็นแค่เด็กกำพร้าที่โชคดีได้เข้ามาอยู่ในบ้านของตระกูลเจริญสุขสกุล ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อความรักของเขา ชัชชัย นายตำรวจอนาคตไกล เขาสุภาพและอบอุ่นเสมอ แต่ความอบอุ่นนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับฉันคนเดียว

ภาพความทรงจำเมื่อนานมาแล้วแล่นเข้ามาในหัวของฉัน

ในชีวิตที่แล้ว ฉันได้แต่งงานกับชัชชัย แต่เขากลับเอาแต่สนใจพัชรา น้องสาวบุญธรรมของฉัน ซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆ ของตระกูลเจริญสุขสกุล พัชราแกล้งทำเป็นสาวน้อยบอบบาง ขี้โรค และไร้เดียงสาเสมอเพื่อเรียกร้องความสนใจจากชัชชัย

"รุ่ง! เธอยังไม่เสร็จอีกเหรอ? พัชราปวดท้องมากเลยนะ" เสียงหงุดหงิดของชัชชัยดึงฉันกลับมาจากอดีต เขายังคงเป็นชัชชัยคนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

ฉันมองไปที่เขาซึ่งกำลังประคองพัชราอยู่ พัชราหน้าซีดเล็กน้อย แต่แววตาของเธอกลับซ่อนความพึงพอใจไว้ ช่างเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน

"ชัชชัย ฉันปวดท้องจังเลยค่ะ" พัชราพูดเสียงอ่อน ชัชชัยลูบหลังเธอเบาๆ ด้วยความห่วงใย

ฉันจำได้ว่าในชีวิตที่แล้ว เขาปฏิบัติกับฉันแบบนี้ไม่เคยเกินสามครั้งเลยกระมัง

"คุณชัชชัยคะ คุณรุ่งยังไม่กรอกเอกสารเสร็จเหรอคะ" พัชราแกล้งถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ตาของเธอกลับเหลือบมองมาที่ฉันอย่างเยาะเย้ย

ชัชชัยถอนหายใจอย่างหงุดหงิด เขาโยนเอกสารมาให้ฉัน "รุ่ง! เธอก็จัดการไปก่อนสิ พัชราไม่สบายนะ"

ฉันรับเอกสารมาอย่างเงียบๆ หัวใจของฉันเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นกับโอกาสที่จะหลุดพ้นจากวังวนนี้

ฉันมองไปที่ปากกาในมือ น้ำหนักของมันดูเหมือนจะหนักกว่าครั้งไหนๆ

สายตาชัชชัยยังคงจับจ้องอยู่ที่พัชรา พัชราสวมชุดเดรสสีชมพูอ่อนที่ชัชชัยเคยบอกว่าเขาชอบ พัชราชอบแต่งตัวตามรสนิยมของชัชชัยเสมอ เธอชอบแย่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของฉัน

"ไปเถอะค่ะชัชชัย ไปดูพัชราก่อน" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันไม่อยากให้ใครเห็นความรู้สึกที่แท้จริงของฉันในตอนนี้

ชัชชัยพยักหน้าอย่างโล่งอก "เธอจัดการเอกสารไปก่อนนะ ฉันจะพาพัชราไปนั่งรอข้างนอก"

"ค่ะ" ฉันตอบสั้นๆ

เขาเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองฉันเลยแม้แต่น้อย ไม่มีแม้แต่คำถามว่าฉันสบายดีไหม หรือฉันเหนื่อยบ้างหรือเปล่า

ลมหายใจที่ฉันกลั้นไว้ถูกปล่อยออกมาอย่างช้าๆ ความเจ็บปวดในชีวิตที่แล้วยังคงฝังลึกอยู่ในใจฉัน ฉันจำได้ว่าในชีวิตที่แล้วฉันต้องนอนอยู่โรงพยาบาลคนเดียว ในขณะที่ชัชชัยอยู่ดูแลพัชราที่แกล้งป่วย

ฉันจำได้ถึงคำพูดของลูกชายในชีวิตที่แล้ว "แม่ไม่เหมือนน้าพัชนะครับ น้าพัชสวยและแม่ก็ไม่เห็นแก่ตัวเหมือนแม่" คำพูดนั้นเจ็บปวดเกินกว่าที่ฉันจะรับไหว และสามีของฉันก็ไม่ได้ปกป้องฉันเลย

ฉันกัดริมฝีปากแน่นจนได้รสเลือด

พอแล้ว ฉันจะไม่ยอมกลับไปเป็นรุ่งนภาคนเดิมอีกแล้ว

ฉันกำปากกาแน่น วางลงบนช่องว่างที่ระบุชื่อผู้สมรส "พัชรา เจริญสุขสกุล" ฉันเขียนชื่อนั้นลงไปอย่างบรรจง ไม่มีความลังเล ไม่มีความเสียดาย มีเพียงความโล่งใจอย่างประหลาด

"ฉันจะทำให้ความปรารถนาของนายเป็นจริงนะชัชชัย" ฉันพึมพำกับตัวเอง

เมื่อเอกสารเสร็จสมบูรณ์ ฉันยื่นมันให้พนักงาน พนักงานตรวจดูเรียบร้อยแล้วยื่นเอกสารอีกชุดให้ฉัน

ฉันเดินออกมาจากสำนักงานเขตพร้อมกับเอกสารในมือ ไม่มีความเสียใจ มีเพียงความรู้สึกโล่งอกที่ท่วมท้น หัวใจของฉันรู้สึกเบาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับว่าภาระอันหนักอึ้งที่แบกมานานได้ถูกปลดปล่อยออกไป

ฉันนึกย้อนไปถึงชีวิตที่แล้ว พัชรา เจริญสุขสกุล ลูกสาวแท้ๆ ของบ้านที่รับเลี้ยงฉัน เธอเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย พ่อแม่รักและตามใจเธอทุกอย่าง ในขณะที่ฉันเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

พัชราใช้คำพูดหวานๆ เพื่อเอาใจชัชชัย ชัชชัยเชื่อทุกคำพูดของเธอและไม่เคยฟังฉันเลยสักครั้ง

ฉันจำได้คำพูดของแม่บุญธรรมที่เคยพูดกับฉัน "รุ่ง พัชราเขาร่างกายไม่แข็งแรง หอบง่าย เธอต้องดูแลเขาให้ดีนะ" แม้แต่คำพูดเหล่านั้นก็เต็มไปด้วยความลำเอียง

ฉันยิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาของตัวเองในอดีต

ตอนนี้ฉันจะเลือกทางเดินของฉันเอง ฉันจะใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง

ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบฉันอีกแล้ว

ฉันเริ่มเดินออกไปจากสำนักงานเขตแห่งนั้น โดยไม่หันกลับไปมองชัชชัยและพัชราอีก

ชีวิตใหม่ของฉันเริ่มต้นขึ้นแล้ว

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ขอโอกาสอีกครั้ง

ขอโอกาสอีกครั้ง

Arny Gallucio
5.0

หลังจากเมา เธอก็ได้รู้จักกับคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง เธอต้องการความช่วยเหลือจากเขา ส่วนเขาหลงเสน่ห์รูปร่างที่ดีและความสวยงามของเธอ พอเวลาผ่านไป เธอก็ตระหนักได้ว่าเขามีคนอยู่ในใจแล้ว เมื่อรักแรกของเขากลับมา เขาก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ละคืนเหวินม่านอยู่ในห้องว่างเปล่าด้วยคนเดียว แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เธอได้รับมาก็มีแต่เช็คใบหนึ่งและคำกล่าวลาเท่านั้น เดิมทีคิดว่าเธอจะร้องไห้โวยวาย แต่ไม่คาดคิดว่าเธอหยิบใบเช็คแล้วจากไปอย่างไม่ลังเล: "คุณฮั่ว ลาก่อน!"... พอพบกันอีกครั้ง เธอก็มีคนอยู่ข้างกายแล้ว เขาพูดด้วยตาแดงก่ำ: "เหวินม่าน ผมคบกับคุณมาก่อนนะ" เหวินม่านยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า "ทนายฮั่ว คนที่บอกเลิก นั่นคือคุณเองนะ! ถ้าอยากจะเดทกับฉัน คุณต้องต่อคิว..." วันถัดมา เธอได้รับเงินโอนหนึ่งแสนล้านพร้อมแหวนเพชร ทนายฮั่วคุกเข่าข้างหนึ่ง: "คุณเหวิน ผมอยากจะแทรกคิว"

ขังหนูน้อยไว้ข้างกาย

ขังหนูน้อยไว้ข้างกาย

Erick
5.0

หลีย่างอยู่กับฟู่เฉิงโจวเป็นเวลาสี่ปี แต่เขาไม่เคยแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเธอเป็นคนสำคัญ ทว่เขาแค่รู้จักกับเย่เซี่ยจูได้ไม่ถึงเดือน ก็ประกาศสถานะของเธอจากแฟนสาวไปเป็นคู่หมั้นอย่างเปิดเผย ฟู่เฉิงโจวให้ความรักและเกียรติทั้งหมดแก่เย่เซี่ยจู โดยบอกว่าเธอเป็นคนสะอาดบริสุทธิ์ ไม่เหมือนกับหลีย่าง หลีย่างไม่ได้ร้องไห้หรือโวยวาย เธอเก็บของเงียบๆ เตรียมตัวที่จะออกจากชีวิตของเขา แต่เมื่อชายคนนั้นตื่นขึ้นมา ฟู่เฉิงโจวกลับเสียสติ เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดและดิ้นรนสุดชีวิต “คิดจะกลับไปหาคนรักเก่าหรือ? ชาตินี้ก็อย่าหวังเลย! “หลีย่าง เธอเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!”

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

มาชาวีร์
4.8

หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง

ลิขิตรักนายสุดหื่น

ลิขิตรักนายสุดหื่น

รินธารา
5.0

เมื่อเธอโดนนอกใจจากคนที่รัก จึงหนีไปเริ่มต้อนชีวิตใหม่ที่ดูไบ และเธอก็ได้เจอกับหนุ่มอาหรับสุดแซ่บ ที่มายั่วยวนหลอกล่อให้เธอมีเซ็กส์ที่เร่าร้อนกับเขา และเขายังต้องการให้เธอท้องลูกของเขาอีก.... เรื่องย่อ.... “คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…” “ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…” “ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…” “หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…” “อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้” “ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ” “อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….” อัสลาน ราเชด บรูฮัมนี อายุ 37 ปี “อัสลาน...” หนุ่มนักธุรกิจชาวอาหรับที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตรในนิยาย แต่ต้องมาคัดสรรหาเมียเพื่อจะมีลูกสืบทอดวงตระกูลตามคำสั่งของพ่อแม่ ทำให้เขานั้นเลี่ยงไม่ได้กับการที่จะหาเมียสักคนมารับหน้าที่นี้ แต่เขาดันไปถูกใจแม่สาวไทยใจแข็งเข้านี่สิ ไม่ว่าเขาจะเสนออะไรไปเธอก็ไม่ยอมที่จะมาเป็นเมียของเขาเลย เพียงเพราะว่าเขานั้นแก่กว่าเธอไม่กี่ปีเท่านั้น ทำให้เขาต้องใช้เล่ห์กลหลอกล่อเธอให้มาทำงานกับเขา ก่อนจะค่อยๆอ่อยแล้วก็รุกจัดการตะครุบเหยื่ออย่างเธอให้กลายมาเป็นนกน้อยในกรงทองของเขา…. มารียา เวทติวัตร อายุ 27 ปี “มีน มารียา…” สาวไทยหน้าคมที่มีหุ่นอวบอัดเป็นที่ยั่วน้ำลายของพวกหนุ่มนั้น กลับไม่ประสบความสำเร็จเรื่องความรักเอาซะเลย เธอจึงหนีจากความเสียใจแล้วมาหางานทำอยู่ที่ดูไบ...เพื่อจะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอ และเธอก็ได้เจอกับเจ้านายขี้อ่อย ขี้ยั่ว ที่ไม่ว่าเธอจะทำอะไรหรือไปไหน เขาก็มักจะมายั่วน้ำลายทำให้หัวใจที่บอบช้ำของเธอนั้นปั่นป่วนอยู่เสมอ จนเธอถลำตัวมีอะไรกับเขาอย่างห้ามใจไม่อยู่ และเธอก็ได้รู้ว่าเขานั้นเป็นผู้ชายแก่ที่หื่นสุดๆเลย…แต่จะหื่นแค่ไหนต้องไปตามอ่านในนิยายนะคะ

เมียผมน่ารักจัง

เมียผมน่ารักจัง

Penn Tofallis
5.0

กู้ชิงเฉิงเชื่อมั่นมาตลอดว่าตราบใดที่เธอประพฤติตัวดี สักวันหนึ่ง เธอก็จะสามารถชนะใจมู่ถิงเซียวให้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเสิ่นถัง รักแรกที่เขาคิดถึงมาตลอดกลับมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป กู้ชิงเฉิงเป็นคนว่าง่ายสอนง่ายจริงๆ เธอจัดงานแต่งงานด้วยคนเดียว และนอนคนเดียวในห้องผ่าตัดเพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน มีข่าวลือว่าเธอบ้าไปแล้ว อันที่จริงเธอบ้าไปแล้วจริงๆ ที่รักใครสักคนอย่างไม่ละอายขนาดนี้ ต่อมา ทุกคนลือกันว่า กู้ชิงเฉิงป่วยหนักและกำลังจะเสียชีวิต มู่ถิงเซียวถึงสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง "ฉันไม่ปล่อยให้เธอตาย" แต่เธอกลับยิ้มอย่างนิ่งๆ ว่า "ดีจังเลย ฉันเป็นอิสระแล้ว" ใช่แล้ว ไม่ต้องการกู้ชิงเฉิงอีกแล้ว"

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ