เหยื่อในกับดักบงการใจ

เหยื่อในกับดักบงการใจ

Oliver

5.0
ความคิดเห็น
203
ชม
10
บท

เพื่อลากคอแก๊งนรกเข้าตาราง ฉันยอมเอาตัวเข้าแลก ยอมกัดฟันปล่อยให้ไอ้โรคจิตลูบไล้ต้นขาและล้วงมือเข้ามาใต้กระโปรงบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐาน ฉันคิดว่าตัวเองเป็น 'ผู้ล่า' ที่กำลังต้อนแกะเข้ากรง แต่ทันทีที่สับกุญแจมือคนร้าย โลกทั้งใบกลับมืดดับลงพร้อมกับถุงดำที่คลุมหัว เมื่อลืมตาตื่นขึ้นในโกดังค้ามนุษย์ ฉันถึงได้รู้ความจริงที่น่าสะอิดสะเอียน ไอ้โง่ที่ฉันจับเป็นแค่เหยื่อล่อ ส่วนบอสใหญ่ตัวจริงคือ 'พชร' ชายหนุ่มมาดดีที่ยืนมองฉันถูกย่ำยีมาตลอดโดยไม่คิดจะช่วย เขารู้อยู่เต็มอกว่าฉันเป็นตำรวจ แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้ เพื่อสนุกกับการปั่นหัวฉันเล่น วินาทีที่ฉันฉวยโอกาสเอามีดจ่อคอหอยเขา เขากลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังยื่นหน้าเข้ามากระซิบด้วยแววตาโรคจิต "รู้ไหม... การได้มองตำรวจหญิงผู้มั่นใจ ค่อยๆ เดินลงนรกที่ฉันสร้างไว้ มันเร้าใจยิ่งกว่าตอนเห็นเธอถูกลวนลามซะอีก"

เหยื่อในกับดักบงการใจ บทที่ 1

เพื่อลากคอแก๊งนรกเข้าตาราง ฉันยอมเอาตัวเข้าแลก ยอมกัดฟันปล่อยให้ไอ้โรคจิตลูบไล้ต้นขาและล้วงมือเข้ามาใต้กระโปรงบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐาน

ฉันคิดว่าตัวเองเป็น 'ผู้ล่า' ที่กำลังต้อนแกะเข้ากรง แต่ทันทีที่สับกุญแจมือคนร้าย โลกทั้งใบกลับมืดดับลงพร้อมกับถุงดำที่คลุมหัว

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นในโกดังค้ามนุษย์ ฉันถึงได้รู้ความจริงที่น่าสะอิดสะเอียน

ไอ้โง่ที่ฉันจับเป็นแค่เหยื่อล่อ ส่วนบอสใหญ่ตัวจริงคือ 'พชร' ชายหนุ่มมาดดีที่ยืนมองฉันถูกย่ำยีมาตลอดโดยไม่คิดจะช่วย

เขารู้อยู่เต็มอกว่าฉันเป็นตำรวจ แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้ เพื่อสนุกกับการปั่นหัวฉันเล่น

วินาทีที่ฉันฉวยโอกาสเอามีดจ่อคอหอยเขา เขากลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังยื่นหน้าเข้ามากระซิบด้วยแววตาโรคจิต

"รู้ไหม... การได้มองตำรวจหญิงผู้มั่นใจ ค่อยๆ เดินลงนรกที่ฉันสร้างไว้ มันเร้าใจยิ่งกว่าตอนเห็นเธอถูกลวนลามซะอีก"

บทที่ 1

สารวัตรรวิ (เมีย) POV

มือหยาบกร้านลูบไล้ขึ้นมาตามต้นขาของฉัน สัมผัสเย็นเยือกที่กระตุ้นให้เส้นขนทั่วร่างลุกชัน ความรู้สึกตกใจปะทะเข้ากับฉันอย่างจังจนลมหายใจสะดุด ความหวาดกลัวที่รุนแรงจนน่าคลื่นไส้แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ฉันรู้สึกเหมือนถูกย่ำยี ทั้งที่ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ฉันพยายามจะขยับตัวออกห่าง แต่กลับไม่รู้ว่าคนที่กำลังลวนลามฉันอยู่คือใคร ความรู้สึกไร้ที่พึ่งถาโถมเข้ามา ความวิตกกังวลทำให้หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก ฉันตัวสั่นเทาไปหมดราวกับใบไม้ที่ถูกลมพายุพัดแรงๆ

เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นข้างหู "อย่าร้องนะคนสวย ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอไม่มีที่ยืนในสังคม" คำขู่นั้นเย็นชาจนฉันรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง ความสิ้นหวังกัดกินจิตใจฉันอย่างโหดร้าย และลางร้ายที่น่ากลัวก็ฉายชัดขึ้นมาในสมอง

อากาศในรถเมล์ร้อนอบอ้าวและชื้นราวกับป่าดงดิบ มันทำให้ฉันอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมและซอกคอ

ฉันเพิ่งจะขึ้นรถเมล์มาทั้งที่เสื้อผ้ายังเปียกโชกไปด้วยน้ำฝนที่เพิ่งจะซาไปเมื่อไม่นานมานี้ ความเหนอะหนะของเสื้อผ้าที่ติดผิวทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายตัวตั้งแต่แรก

กลิ่นอับของเหงื่อไคลผสมกับกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ลอยอบอวลไปทั่วรถเมล์ ฉันยืนเบียดเสียดอยู่ตรงกลางรถ โดยมีผู้คนรายล้อมจนแทบไม่มีพื้นที่ส่วนตัว

บางครั้งหยดน้ำฝนที่กระเซ็นเข้ามาทางหน้าต่างก็ทำให้ฉันรู้สึกเย็นวาบไปชั่วขณะ มันเป็นความรู้สึกผ่อนคลายเพียงชั่วครู่ก่อนที่ความอึดอัดจะกลับมาอีกครั้ง

ฉันพยายามปรับท่าทางเพื่อให้เสื้อผ้าที่เปียกชื้นไม่แนบเนื้อจนเกินไป ความหงุดหงิดแล่นขึ้นมาเล็กน้อยกับความไม่สบายตัวนี้

สายตาของฉันกวาดมองไปรอบๆ รถเมล์อย่างระแวดระวัง ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกถึงการสัมผัสที่แปลกประหลาด มันเบาบางจนเกือบจะคิดว่าตัวเองคิดไปเอง

ฉันก้มลงมองทันทีที่รู้สึกถึงสัมผัส ซึ่งก็พบว่าเป็นเพียงกระเป๋าถือของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พยายามบอกตัวเองว่าฉันคงจะคิดมากไปเอง

ฉันผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เส้นผมที่ยังเปียกชื้นหยดน้ำลงมาที่หน้าผาก ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายตัวอยู่ตลอดเวลา

รถเมล์เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ผู้คนยังคงเบียดเสียดกันแน่น ฉันรู้สึกหงุดหงิดกับพื้นที่ที่จำกัด และพยายามขยับตัวถอยหลังให้มีช่องว่างมากขึ้น

แต่การถอยหลังของฉันกลับทำให้เท้าไปเหยียบรองเท้าหนังของใครบางคนเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ

ฉันยังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นไปมอง ก็รีบเอ่ยคำขอโทษทันทีด้วยน้ำเสียงที่เบาที่สุด

ทันใดนั้นรถเมล์ก็เบรกกะทันหันอย่างแรงจนตัวฉันเซไปข้างหน้า

ร่างกายของฉันถูกแรงเหวี่ยงเหวี่ยงไปชนกับประตูรถเมล์อย่างแรง จนรู้สึกเจ็บไปหมด

ขณะที่ฉันกำลังจะทรงตัวให้มั่นคงอีกครั้ง มืออุ่นๆ ข้างหนึ่งก็สัมผัสเข้าที่ต้นขาของฉันอย่างจัง ความตกใจแล่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายใจ

ฉันหันขวับไปมองทันที แต่กลับไม่เห็นมีใครที่น่าสงสัย ผู้คนรอบข้างยังคงก้มหน้าก้มตาอยู่กับโลกส่วนตัวของตัวเอง

ฉันพบว่าด้านหลังของฉันมีเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังตั้งใจเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่เท่านั้น ความรู้สึกโล่งใจเพียงชั่วครู่ทำให้ฉันเข้าใจผิดว่าปลอดภัยแล้ว

แต่สัมผัสที่ต้นขายังคงอยู่ มือที่หยาบกร้านยังคงลูบไล้ขึ้นลงอย่างช้าๆ จนฉันรู้สึกคันยุบยิบ ความรู้สึกขยะแขยงและความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

หัวใจของฉันเต้นรัวเร็วขึ้นราวกับกลองรบ สัมผัสที่ต้นขาเริ่มรุนแรงขึ้น และฉันก็เริ่มตระหนักถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง ความหวาดกลัวที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาทำให้ร่างกายของฉันเริ่มแข็งทื่อ

ฉันรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกลวนลามบนรถเมล์สาธารณะ ความรู้สึกช็อกทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับฉันได้ ความโกรธปะทุขึ้นมาในใจอย่างรุนแรง

ฉันพยายามจะปัดมือของอีกฝ่ายออกไป แต่กลับถูกผลักให้แผ่นหลังแนบติดกับประตูรถเมล์อย่างแน่นหนา ฉันรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก

ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดอยู่ข้างหูทำให้ฉันขนลุกซู่ ความรู้สึกขยะแขยงปะปนกับความกลัว ทำให้ท้องของฉันปั่นป่วนไปหมด

"หยุดนะ" ฉันพยายามพูดออกไป แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับสั่นเครือจนแทบไม่ได้ยิน

ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ มือของเขาก็สอดเข้ามาใต้กระโปรงของฉันอย่างรวดเร็ว ความตกใจทำให้ฉันตัวแข็งทื่ออีกครั้ง ความหวาดกลัวเข้าครอบงำจิตใจฉันอย่างสมบูรณ์

ฉันพยายามจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ถูกมือใหญ่ปิดปากไว้อย่างรวดเร็ว ความตื่นตระหนกทำให้ฉันหายใจไม่ออก

นิ้วของเขากดลงบนริมฝีปากและลิ้นของฉันอย่างแรง ความรู้สึกขยะแขยงทำให้ฉันอยากอาเจียน ฉันรู้สึกไร้ค่าและไร้อำนาจอย่างที่สุด

ฉันไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้ชัดเจน มีเพียงเสียงอู้อี้ที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอ ความผิดหวังและความสิ้นหวังกัดกินหัวใจฉันอย่างช้าๆ

ฉันมองไม่เห็นหน้าของคนที่กำลังลวนลามฉันอยู่ ทำให้ความกลัวยิ่งทวีคูณ ฉันพยายามมองหาความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง แต่ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย

ร่างกายของฉันสั่นเทิ้มไปหมดด้วยความหวาดกลัวอย่างรุนแรง ความตกใจทำให้ฉันแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น

น้ำตาแห่งความอับอายไหลอาบแก้มอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ร่างกายยังคงสั่นเทาไม่หยุด ฉันปรารถนาให้ทุกอย่างจบลงโดยเร็วที่สุด

ในใจของฉันเต็มไปด้วยความสับสน ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นกับฉันได้

สายตาของฉันกวาดมองออกไปนอกหน้าต่างรถเมล์ ผู้คนที่เดินอยู่บนถนนดูเหมือนจะจ้องมองมาที่ฉันอย่างตัดสิน ฉันรู้สึกอับอายราวกับถูกเปลือยเปล่าต่อหน้าสาธารณชน

ขาของฉันสั่นจนแทบจะยืนไม่ไหว ความอับอายที่รุนแรงทำให้ฉันอยากจะหลบซ่อนตัวจากสายตาของทุกคน

ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองได้ มันเหมือนฝันร้ายที่กลายเป็นจริง และความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตของฉันก็ถูกทำลายลงในพริบตา

ทันใดนั้นสายตาของฉันก็ปะทะเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากฉัน พริบตาหนึ่งฉันรู้สึกถึงความหวัง

ฉันพยายามใช้สายตาขอความช่วยเหลือจากเขา แต่เขากลับผิวปากอย่างไม่สนใจ แล้วหันหน้าหนีไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความรู้สึกถูกหักหลังและความสิ้นหวังถาโถมเข้ามาอีกครั้ง

ผู้โดยสารทุกคนในรถเมล์ต่างถอยห่างจากฉันไปหนึ่งก้าว ราวกับว่าฉันเป็นตัวประหลาดที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวและถูกทอดทิ้ง

ฉันรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างพิจารณา ราวกับว่าพวกเขารู้ดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ความอับอายทำให้ฉันอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้

ฉันส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง ความรู้สึกไร้ที่พึ่งทำให้ฉันยอมจำนนต่อสถานการณ์

"ฉันจะทำตามทุกอย่างที่นายต้องการ ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ" ฉันเอ่ยเสียงเบาอย่างสิ้นหวัง มันเป็นคำพูดที่หลุดออกมาจากส่วนลึกของจิตใจที่แตกร้าว

ทันทีที่ฉันพูดจบ รถเมล์ก็ชะลอความเร็วลงและค่อยๆ จอดสนิท

ความรู้สึกโล่งใจเพียงชั่วครู่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่น่ากลัว

ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับว่าวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว

เสียงของผู้โดยสารที่อยู่ด้านหลังเร่งให้ฉันลงจากรถ ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำซ้ำเติม

จิตใจของฉันว่างเปล่า เสียงหึ่งๆ ยังคงดังก้องอยู่ในหู คำขู่ของเขาที่กระซิบข้างหูก่อนจากไปยังคงวนเวียนอยู่ในสมอง

"อย่าลืมนะคนสวย ถ้าไม่อยากให้รูปเธอว่อนเน็ต พรุ่งนี้ฉันจะรอเธออยู่ที่เดิม" คำขู่นั้นยิ่งทำให้ความสิ้นหวังของฉันลึกซึ้งขึ้น มันเป็นคำขู่ที่ทำให้ฉันรู้ว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี

ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี

วรนิษฐา / Miss sexy

เธอคือ....นางโจร ส่วนเขาคือนายตำรวจ...มือหนึ่ง แต่พรหมลิขิตกลับชักพาให้นางโจรอย่างเธอปล้นความรักไปจากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่าง...เขา +++++ “ผมบอกไปหรือยังว่าผมรักคุณ” “ยังค่ะ” มีนาเอ่ยตอบด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อคืนเหมือนเธอจะได้ยินเมฆาบอกรัก แต่มันก็แผ่วเบาเสียจนคิดว่าเธอคงฝันหรือไม่ก็เพ้อไปเองคนเดียว “โอเค...ผมรักคุณ” เมฆาบอกรักคนในอ้อมกอด มันคือคำว่ารักที่แสนเรียบง่ายแต่ทว่ากลับตราตรึงอยู่ในความรู้สึก ทั้งจากคนพูดและคนที่ได้ยิน เพราะหากไม่แน่ใจว่ารักเมฆาหรือจะพูดคำนี้ออกมา “ผู้ชายเขาบอกรักกันง่ายๆ แบบนี้เหรอคะ” “ใครบอกว่าง่าย เมื่อคืนกว่าผมจะบอกรักคุณมีนด้วยภาษากายได้ก็ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเชียวนะ” “ทะลึ่ง” มีนามองค้อนมาให้ นั่นเพราะรู้ความหมายที่เมฆาเอ่ยว่าคืออะไร “ผมพูดเรื่องจริง” “แต่ฉันเป็นโจรที่เคยยกเค้าบ้านคุณนะคะ ถูกแจ้งจับอีก แบบนี้คุณยังจะรักฉันอย่างนั้นเหรอ” “มีกฎหมายข้อไหน ห้ามไม่ให้ตำรวจรักกับโจรบ้าง” “ก็...” คนฟังแย้งไม่ออก “ผมว่าความรักมันไม่มีกฎเกณฑ์อะไรตายตัว รักก็คือรัก” “แต่เราต่างกันเกินไป ฉันคิดว่า...” “โลกนี้ไม่มีคำว่าต่าง ต่อให้มีเราก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันก็ได้นี่ครับ ผมขอแค่โอกาส” “ฉัน...” “ผมรักคุณมีน ต่อให้จะนอนคิดนั่งคิดหรือตีลังกาคิดก็ยังรัก” เมฆาเอ่ยคำว่ารักให้คนในอ้อมกอดได้ยินและได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเขาอีกครั้ง “แล้วถ้าฉันปฏิเสธละคะ คุณจะว่ายังไง” “ผมคงเสียใจหนักมากแน่” เมฆาเสียใจจริงๆ แต่เขาคงไม่ถอดในจากเธอด้วยเรื่องแค่นี้แน่ แต่ทว่าคำพูดหลังจากนั้นของมีนากลับทำให้คนฟังยิ้มกว้างออกมา “แต่ฉันไม่อยากเห็นคุณเสียใจ” “งั้นก็รับรักผม ได้ไหม” “เฮ้อ! ไหนๆ ฉันก็ได้คุณแล้วก็คงต้องแมนๆ รับผิดชอบ ฉันรับรักคุณก็ได้อะ คุณจะได้ไม่ร้องไห้เสียใจเพราะฉัน” มีนาพูดติดตลก นั่นเพราะไม่อยากให้บรรยากาศตอนนี้อึดอัด คำพูดของเธอทำให้เมฆาถึงกับหัวเราะ ก่อนจะรั้งผ้าห่มขึ้นมาห่มคลุมโปงทั้งเธอและเขา แล้วเริ่มปฏิบัติการยืนยันว่าแท้จริงแล้วใครได้ใครกันแน่ และใครต้องรับผิดชอบใคร

กรงรักในมือซาตาน

กรงรักในมือซาตาน

พลอยแก้ว

'รัก' ของคนอื่นคือสิ่งหอมหวานเสมอ แต่กับเธอมันคือยาขมที่พะอืดพะอมกลืนไม่ลงคอเสียที... อยากมีความตายเป็นที่พึ่งพิงแต่ก็ไร้สิทธิ์เรียกร้อง ***** "อย่าคิดหนีไปจากที่นี่...ถ้าไม่อยากเจ็บตัว" เสียงเหี้ยมของชายมาดขรึมอย่างอานัสเอ่ยขึ้นพร้อมชี้หน้าอย่างข่มขู่ "ท่านจะฆ่าก็ฆ่าเลย สิ้นลมหายใจฟาตินคนนี้จะได้หมดทุกข์ และไร้ความทรมาน! อึก ฮึก ฮึก" ฟาตินตะเบ็งเสียงกร้าวโดยไม่คิดกลัว เมื่อตั้งแต่ที่ตัวเองมาอยู่ที่นี่ด้วยเม็ดเงินที่ถูกเขาซื้อมาย่ำยี มันทำให้หัวใจของเธอเจ็บช้ำระบม ร่างกายทุกข์ระทมขมขื่น แรงจะฝืนสู้ต่อแทบไม่มี ศักดิ์ศรีหดหายโดนทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำ "อย่าปากดีให้มาก...เธอมันก็แค่ผู้หญิงในฮาเร็มที่เราซื้อมาสนองตัณหาเท่านั้น...อย่าได้คิดมีสิทธิ์มาต่อรอง แม้กระทั่งความตาย!!" ร่างกายหนาปรี่ประชิดตัวฟาติน มือใหญ่บีบปากของเธอจนเจ็บร้าว ดวงตาคมแข็งกร้าวดุดัน จ้องมองหน้าที่แปดเปื้อนด้วยคราบน้ำตาอย่างเฉยชา แต่คนร่างเล็กที่โดนทำร้ายเจ็บปวดเจียนตาย ร่างกายที่บอบช้ำอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มความเจ็บปวดเมื่อโดนสัมผัสด้วยแรงชายมากเป็นทวี "จะทรมานกันแบบนี้ไปถึงไหน!" "ตลอดชีวิต!"

บำเรอรักคุณหมอ

บำเรอรักคุณหมอ

ปีศาจชอนซา

มุขลินสาวลูกครึ่งสวยหน้าตาดี หุ่นนางแบบ เพิ่งเรียนจบยังไม่มีงานทำประจำเป็นหลักแหล่ง เธอยังคงยึดอาชีพงานพาร์ทไทม์เด็กเสิร์ฟในผับ มันคืองานที่เคยทำในระหว่างที่เรียน เพื่อเป็นค่าขนมแบ่งเบารายจ่ายให้กับผู้เป็นมารดา อยู่ท่ามกลางบรรดาเสือหนุ่มและเสี่ยหัวงูทั้งหลาย ที่ต้องการเชยชม แต่เธอก็ไม่ขาย ยึดอาชีพเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก บิดาของเธอเป็นชาวเยอรมัน ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคร้ายไปหลายปีแล้วมิหนำซ้ำเวลานี้มารดาของเธอ ก็มาล้มป่วยด้วยโรคไต เงินเก็บที่มีมารดาได้นำมาเป็นค่าใช้จ่าย ในการเรียนของเธอจนสิ้น เวลานี้มุขลินหมดสิ้นแล้วหนทาง เมื่อมารดาต้องทำการฟอกไตอาทิตย์ละสองครั้ง ที่สำคัญหมอแนะนำให้ผ่าตัดเปลี่ยนไต และต้องใช้เงินก้อนโต เพื่อรักษาชีวิตของมารดาเอาไว้ มุขลินจึงยอมแลกด้วยชีวิตของเธอ สิ่งที่หญิงสาวทำได้คือการเสนอขายเรือนร่าง ที่หวงแหนให้กับใครก็ได้ ที่เขายอมจ่ายให้เธอในราคาที่พอจะเป็นค่ารักษามารดาให้หายได้ ภาคินหมอหนุ่มฝีมือดี ลูกชายคนเล็กของพ่อเตชินกับแม่พุฒตาลความเก่งความฉลาดอัจฉริยะเขาได้มารดามาเต็ม ส่วนนิสัยหนุ่มเจ้าสำราญเขาก็ได้จากบิดามาร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นกัน แต่ลึกๆ ภายในใจเขาก็แอบชอบหญิงสาว ที่คอยมาบริการเสิร์ฟอาหารที่ผับ ซึ่งบิดาของเขามีหุ้นส่วนอยู่ที่นี่ด้วย แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้เจอกับเธอที่โรงพยาบาล โดยมารดาของเธอนั้น มีเขาเป็นแพทย์ประจำตัวคนไข้ อยู่หลายเดือนแล้ว เขาเพิ่งจะรู้ว่าเธอคือลูกสาวของคนไข้ที่ชื่อว่าไข่มุก ซึ่งเป็นมารดาของมุขลิน แววตาที่เศร้าหม่นของเธอ เหมือนมีเรื่องอะไรซ่อนไว้ภายในใจ มันยิ่งอยากให้เขาเดินเข้าไปค้นหา และแล้วโชคชะตา ฟ้าก็ลิขิตให้หมอหนุ่มมาพบเจอกับเธออีกครั้ง ถือว่าโชคยังเข้าข้าง เมื่อเจ๊โรสเจ้าแม่คัดสรรค์เด็กให้กับแขกในผับนี้ เสนอเธอให้กับเขาก่อนชายอื่น หมอภาคินจ่ายเงินก้อนโตให้กับเธอ ถึงสิบล้าน แลกกับหนึ่งปีที่เธอต้องบำเรอเขา โดยมีเงื่อนไขห้ามเธอยุ่งกับชายใดเด็ดขาด บทสวาทนี้จะลงเอยด้วยรักหรือไม่ติดตามในบำเรอรักคุณหมอ

หนึ่งแค้นแสนรัก

หนึ่งแค้นแสนรัก

pimchan publication

“ผมก็ไม่ได้อยากบังคับข่มขืนอะไรคุณหรอกนะ อย่าได้หลงตัวเองไปหน่อยเลย ผมไม่ได้ขาดแคลนขนาดนั้น” ภาคินบอกเสียงเข้ม “อ้อ แล้วก็อย่าหวังนะว่าจะหนีพ้น ก่อกรรมแล้วก็รับมันไว้เถอะ” เขาบอกก่อนจะสวมเสื้อคลุมแล้วเดินออกไปข้างนอกไปตามด้วยเสียงปิดประตูดังโครม เพียงแค่พ้นหน้าเขาเท่านั้นน้ำตาของอมาวดีก็ไหลมาเป็นสาย เธอขบริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บช้ำ นี่แหล่ะคือธาตุแท้ของภาคิน ที่เขาเคยทำดีกับเธอมาช่วงหนึ่งมันก็แค่แสดงละครเท่านั้น แล้วเขาก็เปิดเผยตัวจริงออกมาให้เธอได้เห็นเพื่อให้เธอเจ็บช้ำแก้แค้นที่เธอทำลายเขา... สิ่งที่เขาทำมันได้ผลดีเกินคาดเสียด้วยสิ เธอเจ็บจนใจจะขาดเลยทีเดียว แต่ไม่มีวันที่เธอจะแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น ไม่มีวัน... มือบางๆ นั้นป้ายน้ำตาแห่งความเจ็บปวดทิ้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วควานหาเสื้อคลุมมาใส่แล้วเข้าอาบน้ำ... ในสมองของเธอตอนนี้ท่องได้คำเดียวว่าเธอจะไม่ยอมอยู่กับเขาอีก ไม่ว่าใครจะบอกอย่างไร ใครจะว่าอย่างไร หรือใครจะไม่ยอม อมาวดีจะไม่สนอีกต่อไป เธอจะไม่อยู่ให้หัวใจเจ็บช้ำมากกว่านี้อีกต่อไปแล้ว...

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
เหยื่อในกับดักบงการใจ เหยื่อในกับดักบงการใจ Oliver โรแมนติก
“เพื่อลากคอแก๊งนรกเข้าตาราง ฉันยอมเอาตัวเข้าแลก ยอมกัดฟันปล่อยให้ไอ้โรคจิตลูบไล้ต้นขาและล้วงมือเข้ามาใต้กระโปรงบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐาน ฉันคิดว่าตัวเองเป็น 'ผู้ล่า' ที่กำลังต้อนแกะเข้ากรง แต่ทันทีที่สับกุญแจมือคนร้าย โลกทั้งใบกลับมืดดับลงพร้อมกับถุงดำที่คลุมหัว เมื่อลืมตาตื่นขึ้นในโกดังค้ามนุษย์ ฉันถึงได้รู้ความจริงที่น่าสะอิดสะเอียน ไอ้โง่ที่ฉันจับเป็นแค่เหยื่อล่อ ส่วนบอสใหญ่ตัวจริงคือ 'พชร' ชายหนุ่มมาดดีที่ยืนมองฉันถูกย่ำยีมาตลอดโดยไม่คิดจะช่วย เขารู้อยู่เต็มอกว่าฉันเป็นตำรวจ แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้ เพื่อสนุกกับการปั่นหัวฉันเล่น วินาทีที่ฉันฉวยโอกาสเอามีดจ่อคอหอยเขา เขากลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังยื่นหน้าเข้ามากระซิบด้วยแววตาโรคจิต "รู้ไหม... การได้มองตำรวจหญิงผู้มั่นใจ ค่อยๆ เดินลงนรกที่ฉันสร้างไว้ มันเร้าใจยิ่งกว่าตอนเห็นเธอถูกลวนลามซะอีก"”
1

บทที่ 1

09/12/2025

2

บทที่ 2

09/12/2025

3

บทที่ 3

09/12/2025

4

บทที่ 4

09/12/2025

5

บทที่ 5

09/12/2025

6

บทที่ 6

09/12/2025

7

บทที่ 7

09/12/2025

8

บทที่ 8

09/12/2025

9

บทที่ 9

09/12/2025

10

บทที่ 10

09/12/2025