Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
Cinderalla' s Virgin งานร้อนสมยอมรัก

Cinderalla' s Virgin งานร้อนสมยอมรัก

มณีริน

5.0
ความคิดเห็น
1.6K
ชม
13
บท

มันช่างน่าอับอายขายขี้หน้าจริงๆ ! นี่ฉันต้องมาติดแหง็กอยู่ในห้องทำงานของคนแปลกหน้า ใน 'สภาพเกือบล่อนจ้อน' !!!

บทที่ 1 บทนำ

แนะนำเรื่อง....

มันช่างน่าอับอายขายขี้หน้าจริงๆ !

นี่ฉันต้องมาติดแหง็กอยู่ในห้องทำงานของคนแปลกหน้า ใน 'สภาพเกือบล่อนจ้อน' มีแค่ชุดชั้นในบางๆ ปกปิดร่างกาย แล้วสถานการณ์ก็ยิ่งแย่หนักลงไปอีก เมื่อ 'ปวิณ' นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของห้องที่หล่อและฮอตขนาดที่แค่ยิ้มก็ทำให้ผู้หญิงตบตีกันตายได้ ดันเปิดประตูเข้ามาเห็นสารรูปของฉันแบบเต็มๆตาเสียอีก สิ่งที่ทำได้จึงมีแต่การเก็บเศษใบหน้าของตัวเองแล้วหายตัวไปจากที่นั่น และลบทุกอย่างออกไปจากเมมโมรีให้หมดโดยเร็วที่สุด แต่ทว่า...

“ปะ...ปล่อยฉัน”

“วางใจเถอะ ฉันไม่ใช่สายข่มขืน ถ้าไม่ยินยอมพร้อมใจก็จบ”

“ถ้าฉันเชื่อก็โลกแตกแล้วย่ะ” ฉันขู่ฟ่อ แต่อีกฝ่ายไม่ได้เห็นอาการเหมือนเด็กงอแงในสายตาเลยแม้แต่น้อย ฉันจึงตระหนักแล้วว่าการเหวี่ยงใส่เขาไม่เป็นผลดีเลย จะตีโจรก็ต้องทำให้โจรตายใจ ฉันจึงเลือกใช้น้ำเสียงใหม่ แต่ก็อายมากๆ จนพูดตะกุกตะกักและหลบตาไปทางอื่น “ดะ...ได้โปรดเถอะค่ะ... ยะ...อย่างน้อยก็ขอเสื้อผ้าให้ฉันใส่ได้ไหมคะ... นะคะ”

“แล้วถอดเสื้อผ้าทำไม" เขาขำ แต่ฉันนี่สิ แทบจะแทรกแผ่นดินหนี!

****นิยายเรื่องนี้เป็นงานเก่าหมดสัญญา สนพ. อินเลิฟ และวางจำหน่ายในรูปแบบอีบุ๊คแล้ว ท่านใดที่เคยโหลดซื้อแล้ว สามารถรีเฟรชอัพเดทได้เลยค่ะ (เนื้อหาเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง)

+++ ผลงานของไรท์มีหลายนามปากกานะคะ เรื่องนี้ใช้นามปากกา Sazaki Aiko จ้า +++

บทนำ

“เงินน่ะเธอก็จะได้ตามสัญญาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เธอต้องจ่ายเพิ่มก็คือเซ็กซ์... ถอดสิ”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มของเขากระซิบแผ่วเบาผ่านความมืดสลัว มีเมฆหนาทึบหมุนวนอยู่ด้านนอก ฟ้าส่งเสียงคำรามครั่นครืน ส่องแสงสว่างวาบก่อนจะตามด้วยเสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยง! ช่วงวินาทีนั้นเผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มดุจรูปสลัก เย็นชาและดุร้ายราวกับเหยี่ยว รอยยิ้มนั้น... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโอหังยังคงระบายอยู่บนริมฝีปาก

ส่วนร่างกายแข็งเครียด... นิ่งสนิท

ร่างกายของฉันสั่นสะท้านและเบือนหน้าไปทางอื่น ฉันเคยฝันถึงเจ้าชายในนิทาน ฝันว่าจะมีใครสักคนโอบกอดฉันไว้อย่างอ่อนโยนและจุมพิตฉันด้วยความรัก... ตลอดกาล... ตลอดไป แต่คืนนี้ฉันค้นพบแล้วว่ามันเป็นแค่ความฝันโง่งม ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าฉันไม่ใช่เจ้าชาย แต่เป็นปีศาจร้ายต่างหาก

ฟ้าผ่าดังโครมอีกครั้ง

“ถอดให้หมด แล้วเราจะได้เริ่มกันสักที”

“ค่ะ” บนโต๊ะตรงหน้าฉันมีถุงยางอนามัยวางอยู่เกลื่อนกลาดนับร้อยๆ ชิ้น มันแปลว่าฉันต้องจำยอมให้เขาใช้ถุงยางเหล่านี้จนหมดก่อน ฉันถึงจะเป็นอิสระ ฉันตัวสั่นเทาก่อนจะหลับตาลงอย่างตัดสินใจ แม้ว่าอยากจะร้องไห้แต่ก็ต้องทนเพราะนี่เป็นทางที่ฉันเลือกเอง ฉันข่มความกลัว ค่อยๆ เปลื้องผ้าออกทีละชิ้นต่อหน้าเขา ความร้อนในห้องพลันร้อนระอุขึ้นทุกลมหายใจ สายตาคมกริบของเขาจับนิ่งอยู่ที่ฉันราวกับสัตว์ร้าย

“ฉะ...ฉันไม่ถอดแล้ว” บราเซียร์ลูกไม้สีขาวหลุดออก เผยให้เห็นโนมเนื้อขาวผ่องล้อแสงจันทร์ แต่ฉันยกมือขึ้นกอดอกไว้ด้วยความไม่สบายใจ และปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น “ได้โปรดเถอะ ปล่อยฉันไปเถอะ”

“สาวน้อย... ดูเหมือนเธอจะชอบเอ่ยคำขอร้องแบบนี้กับฉันเสมอ คงจะไม่ลืมใช่ไหมว่าทุกอย่างเธอเป็นคนเลือกเอง”

“ฉะ...ฉัน...” ฉันพูดอะไรไม่ออก รู้แค่ว่าฉันกลายเป็นเพียงตุ๊กตาบนเตียงของเขาทันทีที่เหรียญถูกดีดขึ้นไปนั่นแหละ ฉันพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้กลัว ค่อยๆ ปลดตะขอกระโปรงแล้วรูดลงไปกองที่เท้า ฉันเหลือเพียงอันเดอร์แวร์สีขาวตัวจิ๋ว แววตาของเขาก็ยิ่งฉายแววร้อนแรงเข้มข้นเหมือนตอนที่เราพบกันครั้งแรกไม่มีผิด

“ถอดอีก... ถอดให้หมด” เสียงดุๆ สำทับมา ร่างสูงใหญ่เต็มเปี่ยมด้วยมัดกล้ามของเขาอยู่ในเงามืด นั่งอยู่ตรงโซฟา แววตาที่เป็นประกายในความมืด “ถ้าต้องการเงินก็ต้องแลกด้วยเซ็กซ์”

“ฉะ...ฉันเปลี่ยนใจแล้วค่ะ” ฉันกลัวเขา ผู้ชายคนนี้ทำให้ผู้คนเกรงขามได้เพียงแค่ปรายตามอง อากาศหนักอึ้งจนหายใจไม่ออก สายฝนที่ซัดกระหน่ำรุนแรงยิ่งบีบคั้นให้ฉันหวาดกลัว เขามีบุคลิกแฝงอำนาจชนิดที่ตำรวจเดินสวนกับเขาแล้วยังต้องเป็นฝ่ายหลีกทาง ฉันทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รีบคว้าเสื้อผ้ามากอดอย่างหวาดหวั่น “ลืมเรื่องข้อเสนอนั่นไปซะเถอะค่ะ ฉะ...ฉันไม่ต้องการเงินของคุณอีกแล้ว”

“เสียใจด้วยนะ... ข้อตกลงของเราว่าไว้อย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น ถึงเธอจะไม่รับเงินก็เรื่องเธอ แต่เธอต้องทำให้ฉันพอใจก่อน”

“แล้วเมื่อไหร่เธอถึงจะปล่อยฉัน”

“ก็ต้องลองดูสักครั้งก่อนว่าเธอเด็ดแค่ไหน...

เขาลุกขึ้นเต็มความสูง แล้วค่อยๆ เดินย่างสามขุมเข้ามา ฉันกลัวจนเซถอยหลังชนผนัง มือแกร่งทั้งสองข้างวางทาบลงบนผนัง กักขังฉันไว้ในอ้อมแขนทรงพลัง มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาใช้แตะต้องร่างกายของฉันก็คือริมฝีปาก จุมพิต หยอกเย้ายอดอกสีกุหลาบ ปลายนิ้วเกี่ยวขอบกางเกงชั้นในของฉันแล้วดึงลงมาค้างบนหน้าขา เท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะจุดระเบิดทุกสิ่งทุกอย่างขึ้น

“เธอเปลือยเหมือนคืนแรกที่เราเจอกันเลย...”

มือร้อนผ่าวของเขากอบกุมทรวงอกเปล่าเปลือยเต็มไม้เต็มมือของฉัน หยอกเย้า ลูบไล้และใช้ปลายลิ้นสัมผัสทักทายจนกระทั่งยอดอกของฉันแข็งเขม็งชูชัน เขายิ้มพึงพอใจก่อนจะกระซิบพึมพำแนบชิดโนมเนื้อขาวผ่อง “เรายังมีหนี้ที่ต้องชำระกัน จำได้ใช่ไหม”

“ไม่! มันจบไปนานแล้ว”

“คนที่จะบอกว่า ‘จบ’ หรือ ‘ไม่จบ’ คือฉัน ไม่ใช่เธอ... สาวน้อย”

“ยะ...อย่า” ฉันตกใจที่จู่ๆ ก็ถูกจู่โจมด้วยจุมพิตร้ายกาจ อ้อยอิ่งและอ่อนโยนเกินต้านทาน เขาประกบริมฝีปากแนบแน่นล้ำลึกจนไม่อาจหลุดพ้นฉันเปล่าเปลือยอยู่ภายใต้ร่างร้อนรุ่มของเขา รองรับจุมพิตนับร้อยนับพันที่เขามอบให้และไม่อาจขัดขืนเมื่อเขาช้อนตัวฉันขึ้นอุ้ม... อุ้มไปสู่เตียงนอนสะอาดสะอ้าน

ท่ามกลางแสงฟ้าแล่บแปลบปลาบ ลมกระโชกพัดครั่นครืน ทั้งร่างกาย... ทั้งลมหายใจติดตรึงอยู่ใต้ร่างกำยำและเริ่มต้นพันธะสัญญากับปีศาจร้ายอย่างร้อนแรง

“คนอย่างคุณก็ทำได้แค่ใช้เงินหลอกล่อผู้หญิง รู้ไว้ด้วยว่าคุณจะไม่มีวันได้รับความรักจริงใจจากใคร”

“ความรักไร้สาระนั่นมันจำเป็นต่อชีวิตนักรึไง พวกผู้หญิงอย่างเธอถึงได้พร่ำหากันนัก” สีหน้าของเขาฉงนแกมสมเพช มองทุกอย่างเป็นแค่เรื่องบ้าบอของผู้หญิง “ช่างเรื่องความรักนั่นไปเถอะ อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็ล่อผู้หญิงได้คนหนึ่ง ส่วนเธอก็ได้เงิน สมเหตุสมผลแล้วไม่ใช่เหรอ”

สวรรค์! เขาเป็นผู้ชายที่แย่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบเจอ ‘เซ็กซ์’ เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขาสนใจจากฉัน

เงินคือสิ่งที่ผูกมัดฉันไว้กับเขา ทางเดียวที่ฉันจะขัดขืนได้ก็คือนอนนิ่งเป็นท่อนไม้ เม้มริมฝีปากแน่นและกอดตัวเองไว้ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แต่เขาสามารถแกะมือของฉันออกจากทรวงอกคู่งามได้อย่างง่ายดาย เขาจุมพิตฉันใช้ลิ้นสะกิดยอดถันทีละข้างอย่างเชื่องช้า ดูดกลืนหายลับไปในอุ้งปากร้อนจัด ฉันพยายามกลั้นเสียงครางไว้แต่ก็ทำไม่ไหว...

“อึ่ก... อา...” เขายิ้มเย็นเยียบ นั่นแปลว่าฉันพ่ายแพ้แล้ว

“จูบสิ” เขาสั่งพลางโน้มริมฝีปาก แต่ฉันสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากมอง ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น นั่นยิ่งทำให้แววตาของเขาเป็นประกายมากขึ้น “แปลว่าชอบแบบโหดๆ”

“ปล่อยฉันนะ” เขาตรึงแขนของฉันทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะอย่างกระชากกระชั้น จ้องมองความงามสะพรั่งเต่งตูมด้วยความหิวกระหาย รอยแสยะยิ้มของเขาทำให้ฉันกลัวจนตัวสั่น

“หวังว่าจะเป็นของสดใหม่อย่างที่พูดนะ” เขากระซิบ... ริมฝีปากร้อนจัดประกบลงมาแนบสนิท รุกเร้าเย้าแหย่ปลายลิ้นอย่างหฤหรรษ์จนคนที่ไม่คุ้นชินกับรสสัมผัสอย่างฉันสำลักตัวโยน แต่ทว่าปีศาจร้ายก็หาได้ปรานีแต่อย่างใดเขาเชยคางเล็กๆ ขึ้นแล้วบรรจงบดจูบซ้ำแล้วซ้ำอีก ฉันพยายามเบือนหน้าหนีแต่ไม่สำเร็จ ไม่อาจขัดขืน ไม่อาจปฏิเสธ

ฉันหอบหายใจแรง ชีพจรเต้นรัวและสะดุ้งสุดกายเมื่อความเป็นอิสตรีถูกนิ้วร้อนๆ แทรกผ่านเข้ามา ขยับเสียดสีเข้าออกเร็วแรง ฉันร้องไห้ขอความเมตตา แต่ว่าฉันน่าจะรู้ว่าเขาโหดร้ายเพียงใด ยิ่งฉันร้องเขาก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนักกระแทกแรงขึ้น

“อีกนิดเดียว... แล้วเธอจะชอบ”

เขากระซิบ ฉันก็สิ้นเรี่ยวแรงขัดขืน ร่างทั้งร่างเกร็งซ่านจนปลายเท้าจิกพื้นเตียง หอบหายใจและร้องครางกระเส่า จังหวะของเขาทวีความร้อนแรงขึ้น ทว่านุ่มนวลราวกับนักดนตรีที่พรมนิ้วลงบนเปียโน ใกล้แล้ว... ใกล้แล้ว... ฉันกระซิบบอกเขาผ่านแววตา เขานำพาฉันทะยานขึ้นสู่ความสุขสมถึงขีดสุด ร่างกายสั่นสะท้าน ดิ้นพล่านและหอบฮักอยู่นาน สมองมึนงงกับความร้อนรุ่มที่ซัดสาดเข้ามาอย่างรุนแรงจนแทบสิ้นสติ กว่าจะทันรู้ตัวยอดอกสีชมพูหวานก็ถูกดูดดึงแรงๆ ในอุ้งปากร้อนเสียแล้ว

“ยะ...อย่า!”

“พร้อมนะ” เขากระซิบ หากเขาขยับสะโพกอีกเล็กน้อย ฉันก็จะไม่ใช่ตัวของฉันเองอีกต่อไป ความร้อนแรงของเขาทำให้ฉันกลายเป็นหญิงสาวที่พร้อมสำหรับชายฉกรรจ์ เป็นนักโทษที่อ้อนวอนขอทัณฑ์ทรมาน...

แต่ฉันเกลียดเขา...

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ มณีริน

ข้อมูลเพิ่มเติม

หนังสือที่คุณอาจชอบ

พระชายาของข้าคนเดียว

พระชายาของข้าคนเดียว

Daryl Tudge
5.0

เดิมทีนางเป็นทายาทของตระกูลแพทย์เทพ แต่จู่ๆ นางก็กลายเป็นบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีที่พ่อไม่สนใจใยดีและแม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังนางยังเด็ก ในวันที่นางย้อนยุค นางถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่สังหารฮูหยินจวนโหว นางพยายามพลิกผัน พลิกสถานการณ์ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง นางคิดว่าภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นจบลงแล้ว แต่นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางจะต้องเผชิญคือเหวอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นถึงบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีกลับมีอันตรายอยู้รอบตัวมากมาย ทุกคนก็รังแกนางได้ พ่อไม่สนใจนางจะเป็นหรือจะตาย แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่สนุกกับการทรมานนาง คู่หมั้นชั่วร้ายของนางอยากจะใช้นางเป็นประโยชน์เพื่อขึ้นไปที่สูง และแม้แต่น้องชายแท้ๆ ของนางยังทรยศนาง นางจึงเริ่มต่อสู้กับคนเจ้าเล่ห์ ข่มเหงแม่เลี้ยงของนาง และดูแลน้องชายและน้องสาวของนาง ดังนั้นนางวางแผนที่จะเล่นงานผู้ชายชั่ว เอาคืนแม่เลี้ยง และแก้แค้นน้องๆ ระหว่างที่นางแก้แค้นนั้น นางมีชีวิตที่มีความสุข แต่กลับไม่รู้ว่าไปยั่วยุคนใหญคนหนึ่งเข้าเมื่อไร เมื่อนางจะทำเรื่องไม่ดีหรือฆ่าคน เขาก็ช่วยนางหมด ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่ถามออกมาว่า "ท่าน แม้ว่าข้าจะทำลายโลกที่ไม่มความยุติธรรมนี้ ท่านก็จะช่วยข้าเช่นกันหรือ" เขาทำหน้าใจเย็น "ตราบใดที่เจ้าอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าจะเป็นโลกใบนี้ ข้าก็สามารถให้เจ้าได้"

ซีอีโอผู้อ่อนแอต้องง้อเธอทุกวัน

ซีอีโอผู้อ่อนแอต้องง้อเธอทุกวัน

Elsworth Underwood
5.0

เซิ่งหนานหยินเกิดใหม่แล้ว ชาติที่แล้ว เธอถูกชายชั่วหักหลัง ถูกชายเสแสร้งใส่ร้าย โดนครอบครัวสามีเล่นงาน จนทำให้เธอล้มละลายและเป็นบ้าไป ในท้ายที่สุด เธอเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเธอตั้งครรภ์ได้ 9 เดือน แต่คนร้ายกลับทำเงินได้มากมาย และใช้ชีวิตทั้งครอบครัวอย่างมีความสุข เกิดใหม่ครั้งนี้ เซิ่งหนานหยินคิดตกอล้ว อะไรที่ว่าพระคุณช่วยชีวิต คนรักในใจอะไรกัน ล้วนไม่ต้องไปสน เธอจะจัดการชายชั่วหญิงร้าย สร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลเก่าของตนเองขึ้นมาใหม่อีกครั้งและนำตระกูลเซิ่งไปสู่จุดสูงสุดของชีวิต สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ คนที่หยิ่งมาตลอดในชาติที่แล้ว กลับเป็นฝ่ายริเริ่มมาหาเธอ "เซิ่งหนานหยิน การแต่งงานครั้งแรกผมไม่ทัน การแต่งงานครั้งที่สองก็ต้องถึงคิวผมแล้วสินะ"

ห้ามหย่า

ห้ามหย่า

Bronson Heiss
5.0

ในวันแต่งงาน เสิ่นเยวียนถูกคู่หมั้นและน้องสาวของเธอทำร้าย และถูกจำคุกเป็นเวลาสามปีด้วยความทุกข์ทรมาน หลังจากได้รับการปล่อยตัวจากคุก น้องสาวผู้ชั่วร้ายได้คุกคามด้วยชีวิตแม่และพยายามให้เธอมอบตัวกับชายชรา อย่างไรก็ตาม เธอได้พบกับเซียวเป่ยหาน ซึ่งเป็นผู้ทรงอิธิพลที่หล่อเหลาและเย็นชาแห่งแห่งสังคมด้านมืด อย่างไม่คาดคิด และชะตากรรมของเธอก็เปลี่ยนไปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ว่าเซียวเป่ยหานจะเย็นชา แต่เขากลับปฏิบัติต่อเสิ่นเยวียนดั่งเป็นสมบัติล้ำค่า นับแต่นั้นมา เธอจัดการคนเสแสร้ง เอาคืนแม่เลี้ยงและไม่ถูกกลั่นแกล้งอีกต่อไป

ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]

ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]

สนพ. อิ่มรัก
4.8

ปลัมน์ นักธุรกิจหนุ่มหล่อลูกครึ่ง ถูกแม่สั่งให้ทำยังไงก็ได้ ที่จะกัน พลอยหยก ออกไปจากชีวิตน้องชายของเขา แต่หารู้ไม่ว่า พอถึงคราวของตัวเอง เขากลับกันเธอออกจากชีวิตตัวเองไม่ได้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็คือ เขาไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ โดยไม่มีเธอ ----------------------- “ปวดแผลจัง สงสัยต้องนอนพัก คุณล่ะทำอะไรตั้งหลายอย่างผมว่านอนพักก่อนดีกว่ามั้ย” เขาเอ่ยเมื่อพลอยหยกกลับจากเอาทุกอย่างไปล้างในทะเลเรียบร้อยแล้ว “ฉันยังไม่เหนื่อยเท่าไหร่ค่ะ แต่คุณนอนก็ดี เดินไกลกว่าทุกวันแล้วค่ะ” พลอยหยกเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยเดินมาคอยประคองให้เขานอนลงได้อย่างสะดวก โดยมีเสื้อชูชีพสองตัววางซ้อนกันเป็นหมอนให้ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะอีกแล้วเมื่อจ้องมองใบหน้าของเขาที่หล่อเหลากว่าทุกวัน ยิ่งเขาจ้องมองมาหาด้วยแล้วก็ยิ่งเกิดอาการประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก “คุณนอนพักก่อนดีกว่านะแกว จะได้มีแรงไว้สู้กับการสอยมะพร้าวไง” มือข้างขวาของเขารั้งเอวเธอเอาไว้ไม่ให้ลุกไปไหน แถมยังออกแรงกดบังคับให้เธอโน้มกายลงไปหาพื้นข้างๆ อย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะเจ็บแผลอยู่บ้างแขนข้างขวาของเขาก็ยังมีเรี่ยวแรงมาพอที่จะหยัดตัวให้นอนตะแคงไปหาเธอ ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าที่เขาเดาว่าคงจะแดงเพราะความอายที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขาเป็นแน่ และเขาก็ช่วยให้ห้วงเวลาที่เธอคงจะอึดอัดนั้นสั้นลงด้วยการก้มลงไปหาริมฝีปากนุ่มช้าๆ มอบจุมพิตอันแผ่วเบาให้เจ้าของริมฝีปากที่ไม่ได้ขัดขืนใดๆ อีกทั้งยังโอบกอดตัวเขาไว้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วย ใบหน้าสวยก็แหงนเงยขึ้นเพื่อให้เขาได้ดอมดมปลายคาง ลำคองามระหงอย่างสะดวก ก่อนจะกลับขึ้นไปดูดดื่มริมฝีปากอีกวาระ แขนข้างซ้ายที่เคยเจ็บบัดนี้ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไปแล้ว และใช้มันยกสอดเข้าไปใต้เสื้อยืด แถมมันยังมีเรี่ยวแรงมากพอที่จะถลกบราเซียออกจากสองบัวงามได้อย่างไม่น่าเชื่อ และเมื่อไม่ใคร่ถนัดนักเขาเลยเลื่อนมือขวาลงมาช่วยด้วยการถลกเสื้อยืดขึ้น โดยเจ้าของเสื้อคอยให้ความร่วมมือพยุงกายขึ้นจากพื้น แล้วแอ่นอกให้กับอุ้งปากอุ่นของเขาได้ลิ้มลองอย่างไม่หวงแหน แม้ใจจะบอกตัวเองว่าต้องห้ามเขา แต่พลอยหยกก็ไม่อาจจะทำได้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร รู้แต่ว่าตอนนี้เป็นสุขใจจนลืมทุกอย่างเพียงเพราะมีเขาอยู่แนบชิดขณะนี้ จนไม่อาจจะผลักไสเขาไปไหนได้นอกจากยินยอมพร้อมใจให้เขาได้เชยชมเพื่อชดเชยความสุขสมที่พึงมีด้วยกันนับตั้งแต่วันได้นอนแนบชิดกันโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว ปลัมน์ก็ไม่คิดจะห้ามตัวเองด้วยเช่นกัน เขาไม่แคร์ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ไม่มีแม้แต่ถุงยางอนามัยติดตัว และไม่แคร์ด้วยว่าเธอคืออดีตคนรักของหลานชาย ด้วยหัวใจไม่อาจจะหักห้ามความต้องการทั้งทางกายและทางใจได้อีกต่อไปแล้ว ผ่านมาหลายค่ำคืนที่เขามีสติล้วนแล้วแต่เป็นการกล้ำกลืนฝืนทนสุดๆ สำหรับเขาแล้ว แผงอกเปลือยทั้งสองบดเบียดแนบชิดกันเนิ่นนานกว่าปลัมน์จะค่อยๆ เลื่อนมือขวาลงไปหาหน้าท้องแบนราบจนพานพบตะขอกางเกงยีนส์ เขาใช้เวลาปลดไม่นานพอๆ กับการรูปซิปออก แล้วส่งนิ้วเรียวเข้าไปลูบไล้ผิวกายนุ่มนวลนอกแพนตี้สีหวานที่ชวนให้หลงใหลจนเขาปล่อยใจให้เตลิดเปิดเปิงไปเลยขั้นที่เกินจะควบคุมได้อีกต่อไป ไม่แตกต่างจากพลอยหยกนักที่เป็นสุขใจเกินคณากับการมีเขามาแนบชิดอยู่อย่างนี้ สองฝ่ามือนุ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างบึกบึนของเขาอย่างลืมตัว ริมฝีปากนุ่มก็จูบตอบเขาด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า แม้จะไร้ซึ่งประสบการณ์ก็ตามที แต่การถูกเขามอบจุมพิตให้บ่อยครั้งก็คือเป็นความคุ้นเคยกับเขาในระดับหนึ่งแล้ว หญิงสาวสะดุ้งเฮือกกับอุ้งปากอุ่นของเขาที่กำลังครอบครองปลายยอดชูช่อประหนึ่งรอให้เขามาเยี่ยมเยือนก็ไม่ปาน แผ่นหลังนุ่มแทบไม่ติดพื้นใบมะพร้าวเมื่อเธอเผลอแอ่นกายขึ้นเพื่อให้เขาได้ดูดดื่มอย่างสะดวก เธอรับรู้ได้ว่ากายเขาสะดุ้งน้อยๆ เมื่อมือบางเผลอออกแรงบีบตรงหัวไหล่ซ้ายของเขาเพราะความเจ็บร้าวไปทั่วกายจากความต้องการที่จะมีเขาเข้าครอบครอง “แกว! ตัวผมจะแตกเป็นเสี่ยงๆ อยู่แล้ว ผมต้องการคุณเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงเขาแหบพร่าอยู่ใกล้ๆ หู ก่อนจะซอกไซ้ปลายจมูกไปกับซอกคอระหงแล้วเลื่อนลงไปหาอกอวบอิ่ม อ้อยอิ่งอยู่กับปลายยอดอีกข้างอย่างหลงใหลอีกครั้ง พลอยหยกรับรู้ถึงความต้องการของเขาได้ตรงสะโพกผายตึงเมื่อความแข็งแกร่งของเขาส่งสัญญาณมาหาโดยไม่ต้องบอกกล่าวทางวาจาเพราะด้วยภาษาทางกายแจ้งอย่างชัดเจนกว่าเรียบร้อยแล้ว “คุณปลัมน์คะ!” พลอยหยกส่งเสียงติดๆ ขัดๆ ไปหาเขา สองมือบางก็พยายามจะดันอกเขาออกอย่างยากลำบาก “แกว! อย่าห้ามผมเลยนะ เราต่างก็ต้องการกันและกัน อย่าสนใจอะไรอีกเลยนะ” เขาส่งน้ำเสียงอ้อนวอนมาให้ขณะพรมจูบไปตามผิวกายขาวและกำลังเลื่อนต่ำลง พลอยหยกต้องพยายามสะกัดกลั้นความรู้สึกวาบหวานเอาไว้และพยายามใช้สองแขนหยัดกายให้ลุกขึ้น “คุณปลัมน์คะ! ฟังสิคะ” “บนเกาะนี้มีแค่เราสองคน ไม่รู้ว่าจะมีใครมาช่วยเราหรือเปล่า และไม่แน่ว่าเราอาจจะต้องติดอยู่นี่ไปเป็นปีๆ ก็ได้ ถ้าถึงตอนนั้นเราก็คงไม่พ้นต้องทำเรื่องนี้ด้วยกันอยู่ดี แล้วจะให้ผมรออะไรอีกแกวคุณอยากให้ผมลงแดงตายเพราะต้องการคุณหรือไง” แต่ก็ถูกกายกำยำเขาทาบทับไว้ ส่วนมือขวาที่ใช้การได้ก็กำลังเลื่อนขอบกางเกงยีนส์ออกจากสะโพกผายตึง “แต่เสียงนั่นค่ะ คุณฟังสิคะ” แม้จะเป็นเสียงแห่งความช่วยเหลือกำลังมาถึง แต่ปลัมน์ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น และอยากฆ่าคนที่กำลังมาด้วย เพราะมันไม่ถูกเวลาเอาเสียเลย “คุณหูฝาดไปเอง ผมไม่เห็นได้ยินอะไรสักนิด” เขางับยอดบัวงามไว้ในอุ้งปากแล้วดูดดื่มอย่างหิวกระหายและควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่ “คุณปลัมน์คะ แต่เสียงนั่นใช่เสียงเครื่องบินหรือเปล่าคะ ฉันได้ยินค่ะ คุณฟังสิคะ”

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ