Cinderalla' s Virgin งานร้อนสมยอมรัก

Cinderalla' s Virgin งานร้อนสมยอมรัก

มณีริน

5.0
ความคิดเห็น
1.6K
ชม
13
บท

มันช่างน่าอับอายขายขี้หน้าจริงๆ ! นี่ฉันต้องมาติดแหง็กอยู่ในห้องทำงานของคนแปลกหน้า ใน 'สภาพเกือบล่อนจ้อน' !!!

Cinderalla' s Virgin งานร้อนสมยอมรัก บทที่ 1 บทนำ

แนะนำเรื่อง....

มันช่างน่าอับอายขายขี้หน้าจริงๆ !

นี่ฉันต้องมาติดแหง็กอยู่ในห้องทำงานของคนแปลกหน้า ใน 'สภาพเกือบล่อนจ้อน' มีแค่ชุดชั้นในบางๆ ปกปิดร่างกาย แล้วสถานการณ์ก็ยิ่งแย่หนักลงไปอีก เมื่อ 'ปวิณ' นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของห้องที่หล่อและฮอตขนาดที่แค่ยิ้มก็ทำให้ผู้หญิงตบตีกันตายได้ ดันเปิดประตูเข้ามาเห็นสารรูปของฉันแบบเต็มๆตาเสียอีก สิ่งที่ทำได้จึงมีแต่การเก็บเศษใบหน้าของตัวเองแล้วหายตัวไปจากที่นั่น และลบทุกอย่างออกไปจากเมมโมรีให้หมดโดยเร็วที่สุด แต่ทว่า...

“ปะ...ปล่อยฉัน”

“วางใจเถอะ ฉันไม่ใช่สายข่มขืน ถ้าไม่ยินยอมพร้อมใจก็จบ”

“ถ้าฉันเชื่อก็โลกแตกแล้วย่ะ” ฉันขู่ฟ่อ แต่อีกฝ่ายไม่ได้เห็นอาการเหมือนเด็กงอแงในสายตาเลยแม้แต่น้อย ฉันจึงตระหนักแล้วว่าการเหวี่ยงใส่เขาไม่เป็นผลดีเลย จะตีโจรก็ต้องทำให้โจรตายใจ ฉันจึงเลือกใช้น้ำเสียงใหม่ แต่ก็อายมากๆ จนพูดตะกุกตะกักและหลบตาไปทางอื่น “ดะ...ได้โปรดเถอะค่ะ... ยะ...อย่างน้อยก็ขอเสื้อผ้าให้ฉันใส่ได้ไหมคะ... นะคะ”

“แล้วถอดเสื้อผ้าทำไม" เขาขำ แต่ฉันนี่สิ แทบจะแทรกแผ่นดินหนี!

****นิยายเรื่องนี้เป็นงานเก่าหมดสัญญา สนพ. อินเลิฟ และวางจำหน่ายในรูปแบบอีบุ๊คแล้ว ท่านใดที่เคยโหลดซื้อแล้ว สามารถรีเฟรชอัพเดทได้เลยค่ะ (เนื้อหาเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง)

+++ ผลงานของไรท์มีหลายนามปากกานะคะ เรื่องนี้ใช้นามปากกา Sazaki Aiko จ้า +++

บทนำ

“เงินน่ะเธอก็จะได้ตามสัญญาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เธอต้องจ่ายเพิ่มก็คือเซ็กซ์... ถอดสิ”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มของเขากระซิบแผ่วเบาผ่านความมืดสลัว มีเมฆหนาทึบหมุนวนอยู่ด้านนอก ฟ้าส่งเสียงคำรามครั่นครืน ส่องแสงสว่างวาบก่อนจะตามด้วยเสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยง! ช่วงวินาทีนั้นเผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มดุจรูปสลัก เย็นชาและดุร้ายราวกับเหยี่ยว รอยยิ้มนั้น... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโอหังยังคงระบายอยู่บนริมฝีปาก

ส่วนร่างกายแข็งเครียด... นิ่งสนิท

ร่างกายของฉันสั่นสะท้านและเบือนหน้าไปทางอื่น ฉันเคยฝันถึงเจ้าชายในนิทาน ฝันว่าจะมีใครสักคนโอบกอดฉันไว้อย่างอ่อนโยนและจุมพิตฉันด้วยความรัก... ตลอดกาล... ตลอดไป แต่คืนนี้ฉันค้นพบแล้วว่ามันเป็นแค่ความฝันโง่งม ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าฉันไม่ใช่เจ้าชาย แต่เป็นปีศาจร้ายต่างหาก

ฟ้าผ่าดังโครมอีกครั้ง

“ถอดให้หมด แล้วเราจะได้เริ่มกันสักที”

“ค่ะ” บนโต๊ะตรงหน้าฉันมีถุงยางอนามัยวางอยู่เกลื่อนกลาดนับร้อยๆ ชิ้น มันแปลว่าฉันต้องจำยอมให้เขาใช้ถุงยางเหล่านี้จนหมดก่อน ฉันถึงจะเป็นอิสระ ฉันตัวสั่นเทาก่อนจะหลับตาลงอย่างตัดสินใจ แม้ว่าอยากจะร้องไห้แต่ก็ต้องทนเพราะนี่เป็นทางที่ฉันเลือกเอง ฉันข่มความกลัว ค่อยๆ เปลื้องผ้าออกทีละชิ้นต่อหน้าเขา ความร้อนในห้องพลันร้อนระอุขึ้นทุกลมหายใจ สายตาคมกริบของเขาจับนิ่งอยู่ที่ฉันราวกับสัตว์ร้าย

“ฉะ...ฉันไม่ถอดแล้ว” บราเซียร์ลูกไม้สีขาวหลุดออก เผยให้เห็นโนมเนื้อขาวผ่องล้อแสงจันทร์ แต่ฉันยกมือขึ้นกอดอกไว้ด้วยความไม่สบายใจ และปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น “ได้โปรดเถอะ ปล่อยฉันไปเถอะ”

“สาวน้อย... ดูเหมือนเธอจะชอบเอ่ยคำขอร้องแบบนี้กับฉันเสมอ คงจะไม่ลืมใช่ไหมว่าทุกอย่างเธอเป็นคนเลือกเอง”

“ฉะ...ฉัน...” ฉันพูดอะไรไม่ออก รู้แค่ว่าฉันกลายเป็นเพียงตุ๊กตาบนเตียงของเขาทันทีที่เหรียญถูกดีดขึ้นไปนั่นแหละ ฉันพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้กลัว ค่อยๆ ปลดตะขอกระโปรงแล้วรูดลงไปกองที่เท้า ฉันเหลือเพียงอันเดอร์แวร์สีขาวตัวจิ๋ว แววตาของเขาก็ยิ่งฉายแววร้อนแรงเข้มข้นเหมือนตอนที่เราพบกันครั้งแรกไม่มีผิด

“ถอดอีก... ถอดให้หมด” เสียงดุๆ สำทับมา ร่างสูงใหญ่เต็มเปี่ยมด้วยมัดกล้ามของเขาอยู่ในเงามืด นั่งอยู่ตรงโซฟา แววตาที่เป็นประกายในความมืด “ถ้าต้องการเงินก็ต้องแลกด้วยเซ็กซ์”

“ฉะ...ฉันเปลี่ยนใจแล้วค่ะ” ฉันกลัวเขา ผู้ชายคนนี้ทำให้ผู้คนเกรงขามได้เพียงแค่ปรายตามอง อากาศหนักอึ้งจนหายใจไม่ออก สายฝนที่ซัดกระหน่ำรุนแรงยิ่งบีบคั้นให้ฉันหวาดกลัว เขามีบุคลิกแฝงอำนาจชนิดที่ตำรวจเดินสวนกับเขาแล้วยังต้องเป็นฝ่ายหลีกทาง ฉันทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รีบคว้าเสื้อผ้ามากอดอย่างหวาดหวั่น “ลืมเรื่องข้อเสนอนั่นไปซะเถอะค่ะ ฉะ...ฉันไม่ต้องการเงินของคุณอีกแล้ว”

“เสียใจด้วยนะ... ข้อตกลงของเราว่าไว้อย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น ถึงเธอจะไม่รับเงินก็เรื่องเธอ แต่เธอต้องทำให้ฉันพอใจก่อน”

“แล้วเมื่อไหร่เธอถึงจะปล่อยฉัน”

“ก็ต้องลองดูสักครั้งก่อนว่าเธอเด็ดแค่ไหน...

เขาลุกขึ้นเต็มความสูง แล้วค่อยๆ เดินย่างสามขุมเข้ามา ฉันกลัวจนเซถอยหลังชนผนัง มือแกร่งทั้งสองข้างวางทาบลงบนผนัง กักขังฉันไว้ในอ้อมแขนทรงพลัง มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาใช้แตะต้องร่างกายของฉันก็คือริมฝีปาก จุมพิต หยอกเย้ายอดอกสีกุหลาบ ปลายนิ้วเกี่ยวขอบกางเกงชั้นในของฉันแล้วดึงลงมาค้างบนหน้าขา เท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะจุดระเบิดทุกสิ่งทุกอย่างขึ้น

“เธอเปลือยเหมือนคืนแรกที่เราเจอกันเลย...”

มือร้อนผ่าวของเขากอบกุมทรวงอกเปล่าเปลือยเต็มไม้เต็มมือของฉัน หยอกเย้า ลูบไล้และใช้ปลายลิ้นสัมผัสทักทายจนกระทั่งยอดอกของฉันแข็งเขม็งชูชัน เขายิ้มพึงพอใจก่อนจะกระซิบพึมพำแนบชิดโนมเนื้อขาวผ่อง “เรายังมีหนี้ที่ต้องชำระกัน จำได้ใช่ไหม”

“ไม่! มันจบไปนานแล้ว”

“คนที่จะบอกว่า ‘จบ’ หรือ ‘ไม่จบ’ คือฉัน ไม่ใช่เธอ... สาวน้อย”

“ยะ...อย่า” ฉันตกใจที่จู่ๆ ก็ถูกจู่โจมด้วยจุมพิตร้ายกาจ อ้อยอิ่งและอ่อนโยนเกินต้านทาน เขาประกบริมฝีปากแนบแน่นล้ำลึกจนไม่อาจหลุดพ้นฉันเปล่าเปลือยอยู่ภายใต้ร่างร้อนรุ่มของเขา รองรับจุมพิตนับร้อยนับพันที่เขามอบให้และไม่อาจขัดขืนเมื่อเขาช้อนตัวฉันขึ้นอุ้ม... อุ้มไปสู่เตียงนอนสะอาดสะอ้าน

ท่ามกลางแสงฟ้าแล่บแปลบปลาบ ลมกระโชกพัดครั่นครืน ทั้งร่างกาย... ทั้งลมหายใจติดตรึงอยู่ใต้ร่างกำยำและเริ่มต้นพันธะสัญญากับปีศาจร้ายอย่างร้อนแรง

“คนอย่างคุณก็ทำได้แค่ใช้เงินหลอกล่อผู้หญิง รู้ไว้ด้วยว่าคุณจะไม่มีวันได้รับความรักจริงใจจากใคร”

“ความรักไร้สาระนั่นมันจำเป็นต่อชีวิตนักรึไง พวกผู้หญิงอย่างเธอถึงได้พร่ำหากันนัก” สีหน้าของเขาฉงนแกมสมเพช มองทุกอย่างเป็นแค่เรื่องบ้าบอของผู้หญิง “ช่างเรื่องความรักนั่นไปเถอะ อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็ล่อผู้หญิงได้คนหนึ่ง ส่วนเธอก็ได้เงิน สมเหตุสมผลแล้วไม่ใช่เหรอ”

สวรรค์! เขาเป็นผู้ชายที่แย่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบเจอ ‘เซ็กซ์’ เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขาสนใจจากฉัน

เงินคือสิ่งที่ผูกมัดฉันไว้กับเขา ทางเดียวที่ฉันจะขัดขืนได้ก็คือนอนนิ่งเป็นท่อนไม้ เม้มริมฝีปากแน่นและกอดตัวเองไว้ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แต่เขาสามารถแกะมือของฉันออกจากทรวงอกคู่งามได้อย่างง่ายดาย เขาจุมพิตฉันใช้ลิ้นสะกิดยอดถันทีละข้างอย่างเชื่องช้า ดูดกลืนหายลับไปในอุ้งปากร้อนจัด ฉันพยายามกลั้นเสียงครางไว้แต่ก็ทำไม่ไหว...

“อึ่ก... อา...” เขายิ้มเย็นเยียบ นั่นแปลว่าฉันพ่ายแพ้แล้ว

“จูบสิ” เขาสั่งพลางโน้มริมฝีปาก แต่ฉันสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากมอง ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น นั่นยิ่งทำให้แววตาของเขาเป็นประกายมากขึ้น “แปลว่าชอบแบบโหดๆ”

“ปล่อยฉันนะ” เขาตรึงแขนของฉันทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะอย่างกระชากกระชั้น จ้องมองความงามสะพรั่งเต่งตูมด้วยความหิวกระหาย รอยแสยะยิ้มของเขาทำให้ฉันกลัวจนตัวสั่น

“หวังว่าจะเป็นของสดใหม่อย่างที่พูดนะ” เขากระซิบ... ริมฝีปากร้อนจัดประกบลงมาแนบสนิท รุกเร้าเย้าแหย่ปลายลิ้นอย่างหฤหรรษ์จนคนที่ไม่คุ้นชินกับรสสัมผัสอย่างฉันสำลักตัวโยน แต่ทว่าปีศาจร้ายก็หาได้ปรานีแต่อย่างใดเขาเชยคางเล็กๆ ขึ้นแล้วบรรจงบดจูบซ้ำแล้วซ้ำอีก ฉันพยายามเบือนหน้าหนีแต่ไม่สำเร็จ ไม่อาจขัดขืน ไม่อาจปฏิเสธ

ฉันหอบหายใจแรง ชีพจรเต้นรัวและสะดุ้งสุดกายเมื่อความเป็นอิสตรีถูกนิ้วร้อนๆ แทรกผ่านเข้ามา ขยับเสียดสีเข้าออกเร็วแรง ฉันร้องไห้ขอความเมตตา แต่ว่าฉันน่าจะรู้ว่าเขาโหดร้ายเพียงใด ยิ่งฉันร้องเขาก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนักกระแทกแรงขึ้น

“อีกนิดเดียว... แล้วเธอจะชอบ”

เขากระซิบ ฉันก็สิ้นเรี่ยวแรงขัดขืน ร่างทั้งร่างเกร็งซ่านจนปลายเท้าจิกพื้นเตียง หอบหายใจและร้องครางกระเส่า จังหวะของเขาทวีความร้อนแรงขึ้น ทว่านุ่มนวลราวกับนักดนตรีที่พรมนิ้วลงบนเปียโน ใกล้แล้ว... ใกล้แล้ว... ฉันกระซิบบอกเขาผ่านแววตา เขานำพาฉันทะยานขึ้นสู่ความสุขสมถึงขีดสุด ร่างกายสั่นสะท้าน ดิ้นพล่านและหอบฮักอยู่นาน สมองมึนงงกับความร้อนรุ่มที่ซัดสาดเข้ามาอย่างรุนแรงจนแทบสิ้นสติ กว่าจะทันรู้ตัวยอดอกสีชมพูหวานก็ถูกดูดดึงแรงๆ ในอุ้งปากร้อนเสียแล้ว

“ยะ...อย่า!”

“พร้อมนะ” เขากระซิบ หากเขาขยับสะโพกอีกเล็กน้อย ฉันก็จะไม่ใช่ตัวของฉันเองอีกต่อไป ความร้อนแรงของเขาทำให้ฉันกลายเป็นหญิงสาวที่พร้อมสำหรับชายฉกรรจ์ เป็นนักโทษที่อ้อนวอนขอทัณฑ์ทรมาน...

แต่ฉันเกลียดเขา...

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ มณีริน

ข้อมูลเพิ่มเติม

หนังสือที่คุณอาจชอบ

คุณหมอที่รัก NC18++

คุณหมอที่รัก NC18++

Me'JinJin
4.4

กฤษฎิ์ พิสิฐกุลวัตรดิลก "อาหมอกฤษฎิ์" หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️ "เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ" นลินนิภา อารีย์รักษ์ "ที่รัก" สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️ "ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก" หนูน้อยแก้มใส กมลชนก อารีย์รักษ์ สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง "ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ" หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ

ขอโอกาสอีกครั้ง

ขอโอกาสอีกครั้ง

Arny Gallucio
5.0

หลังจากเมา เธอก็ได้รู้จักกับคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง เธอต้องการความช่วยเหลือจากเขา ส่วนเขาหลงเสน่ห์รูปร่างที่ดีและความสวยงามของเธอ พอเวลาผ่านไป เธอก็ตระหนักได้ว่าเขามีคนอยู่ในใจแล้ว เมื่อรักแรกของเขากลับมา เขาก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ละคืนเหวินม่านอยู่ในห้องว่างเปล่าด้วยคนเดียว แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เธอได้รับมาก็มีแต่เช็คใบหนึ่งและคำกล่าวลาเท่านั้น เดิมทีคิดว่าเธอจะร้องไห้โวยวาย แต่ไม่คาดคิดว่าเธอหยิบใบเช็คแล้วจากไปอย่างไม่ลังเล: "คุณฮั่ว ลาก่อน!"... พอพบกันอีกครั้ง เธอก็มีคนอยู่ข้างกายแล้ว เขาพูดด้วยตาแดงก่ำ: "เหวินม่าน ผมคบกับคุณมาก่อนนะ" เหวินม่านยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า "ทนายฮั่ว คนที่บอกเลิก นั่นคือคุณเองนะ! ถ้าอยากจะเดทกับฉัน คุณต้องต่อคิว..." วันถัดมา เธอได้รับเงินโอนหนึ่งแสนล้านพร้อมแหวนเพชร ทนายฮั่วคุกเข่าข้างหนึ่ง: "คุณเหวิน ผมอยากจะแทรกคิว"

ขอเลิกกับสามีงี่เง่า

ขอเลิกกับสามีงี่เง่า

Thalia Frost
5.0

กลางวันอ่อนหวาน กลางคืนร้อนแรง นี่คือคำที่ลู่เยียนจือใช้เพื่อบรรยายถึงเธอ แต่หานเวยบอกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ไม่ถึงครึ่งปี ลู่เยียนจือกลับไม่ลังเลที่จะขอหย่ากับสือเนี่ยน “แค่ปลอบใจเธอไปก่อน ครึ่งปีข้างหน้าเราค่อยแต่งงานใหม่” เขาคิดว่าสือเนี่ยนจะรออยู่ที่เดิมตลอด แต่เธอได้ตาสว่างแล้ว น้ำตาแห้งสนิท หัวใจสือเนี่ยนก็แตกสลายไปแล้วด้วย การหย่าปลอมๆ สุดท้ายกลายเป็นจริง ทำแท้งลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ สือเนี่ยนจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก แต่ลู่เยียนจือกลับเสียสติ ต่อมา ได้ยินว่าคุณชายลู่ผู้มีอิทธิพลนั้นก็อยู่นิ่งๆ ต่อไปไม่ได้ ขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ไล่ตามเธออย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อขอให้เธอเหลือบมองเขาอีกครั้ง...

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

l3oonm@
5.0

“ท่านผู้อำนวยการคะ ทางทีมสำรวจแจ้งว่าคนไม่เพียงพอที่จะเข้าไปเก็บตัวอย่างพันธุ์พืชในป่าเมืองเหอหนานค่ะ” ซูเจิน ที่ได้ยินก็หูผึ่งทันที เธอนั่งทำการอยู่ในห้องวิจัยตั้งแต่เรียนจบ ถึงตอนนี้ก็สี่ปีได้แล้ว ผู้อำนวยที่เข้ามาตรวจงานวิจัยล่าสุด ก็มองไปรอบห้อง เพื่อดูว่ามีใครต้องการเสนอตัวไปทำงานในครั้งนี้หรือไม่ แต่หลายคนที่เขามองไป ต่างหลบสายตาของเขา จะมีใครอยากออกไปเสี่ยงอันตราย เดินป่าขึ้นเขาให้เหนื่อยสู้นั่งทำงานในห้องปรับอากาศเย็นๆ ดีกว่า เมื่อไม่มีใครคิดจะเสนอตัว เขาจึงได้สอบถามหาผู้ที่สมัครใจทันที “มีใครอยากจะอาสาไปไหม” ไว้กว่าความคิด ซูเจินยกมือขึ้น “ฉันค่ะ” เพื่อนสนิทรีบดึงเสื้อของเธอเพื่อจะห้ามปราม “จะบ้าหรอ เธอไม่เคยไปสักครั้ง ไม่รู้หรือว่างานนี้เสี่ยงแค่ไหน” เสียงกระซิบของเสี่ยวชิง เอ่ยลอดไรฟันออกมา เมื่อปีที่แล้ว ที่ทีมสำรวจเดินทางเข้าไปที่ป่าเหอหนาน พื้นป่าที่ไม่อาจสำรวจได้อย่างทั่วถึง สร้างความท้าทายให้เหล่านักพฤกษศาสตร์จากทุกองค์กร แต่ไม่ว่าจะส่งเข้าไปกี่ครั้งก็ไปไม่ถึงป่าชั้นกลางเสียที แม้จะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้าช่วยเพียงได้ ก็สำรวจได้เพียงป่าชั้นนอก แถมยังพาชีวิตคนไปทิ้งอีกนับไม่ถ้วน ปีนี้ทางองค์กรของซูเจิน หยิบโครงการสำรวจป่าเหอหนานขึ้นมาใหม่ แต่กว่าจะหาทีมสำรวจได้ครบคนก็กินเวลาไปหลายเดือน ถึงตอนนี้คนก็ยังไม่พอจนต้องมาถามหาจากทีมวิจัยให้ช่วยเหลือ “คุณอยากไปจริงหรือ” เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “ค่ะ ฉันอยากลองทำงานนี้” ซูเจินยิ้มออกมา “ได้ อีกสองวัน คุณก็เตรียมตัวให้พร้อม” เมื่อมีคนเสนอตัวแล้ว ผู้อำนวยการก็ออกไปพบทีมสำรวจ เพื่อวางแผนการทำงาน ทั้งยังให้ซูเจินตามเขาไปเข้ารวมการประชุมในครั้งนี้ด้วย “เธอมันบ้าไปแล้ว” เพื่อร่วมงานต่างเดินเข้ามาหาซูเจิน แล้วตำหนิเธอที่กล้ายกมือเสนอตัว “เอาน่า ไว้กลับมาฉันจะเอาเรื่องสนุกมาเล่าให้พวกเธอฟัง” ซูเจินยิ้มหวานออกมา ก่อนที่จะเก็บของแล้วไปเข้าร่วมประชุมกับทีมสำรวจ สองวันต่อมาซูเจินก็แบกกระเป๋าเดินทางมาที่จุดนัดพบ เธอออกเดินทางด้วยรถตู้ขององค์กร พร้อมทีมสำรวจอีกเกือบยี่สิบชีวิต ยังดีที่เธอได้แบกกระเป๋าเพียงใบเดียว หากต้องแบกเต็นท์นอน อาหารด้วย คงได้เป็นภาระของคนอื่นอย่างแน่นอน ภายในป่าเหอหนาน น่ากลัวว่าที่ซูเจินคิดไว้เยอะ พอตะวันตกดิน หากไม่มีแสงไฟที่ทีมสำรวจนำมาด้วยคงจะมืดจนมองไม่เห็นอะไร เสียงแมลงทั้งสัตว์ป่าร้องตลอดทั้งคืน สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ไม่เคยเข้าป่าสักครั้งอย่างเธอได้อย่างดี ยังดีที่เจ้าหน้าที่ผู้นำทางติดตามมาด้วยอีกหลายคน พวกเขาจึงได้อยู่ผลัดเปลี่ยนเวรยาม เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าเข้ามาถึงตัวพวกเขา หลายวันที่อยู่ในป่า ซูเจินเก็บตัวอย่างพันธุ์ได้หลายชนิด แต่ทั้งทีม ยังเดินไม่หลุดป่าชั้นนอกเลย ยังดีที่อาหารที่เตรียมมาเพียงพอให้พวกเขาอยู่ไปได้อีกหลายวัน “เอ๊ะ” เข้าวันที่เจ็ดของการสำรวจป่า ซูเจิน เห็นดอกไม้แปลกตา ที่ขึ้นอยู่ท่ามกลางพงหญ้ารก เธอจึงเดินห่างจากกลุ่มทีมสำรวจเข้าไปดูทันที เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรได้ ระยะห่างที่อยู่ไกลจากพวกเขา หากร้องเรียกก็ยังได้ยินอยู่ เธอหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา พร้อมทั้งจดรายละเอียดก่อนที่จะดึงต้นไม้เก็บเข้าถุงเก็บตัวอย่างที่เตรียมมา แต่เมื่อมือของซูเจินสัมผัสไปที่ดอกไม้ เธอก็ต้องตกตะลึง เหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่านปลายนิ้วไปจนทั่วทั้งตัว “โอ๊ยย” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของซูเจิน เรียกความสนใจให้คนทั้งหมดรีบวิ่งมาทางที่เธออยู่ ซูเจินเห็นเพียงแสงสีขาวที่สว่างวาบไปทั่ว แล้วภาพตรงหน้าของเธอก็ดำมืดลง

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ