Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
ผมเป็น(ภรรยา10ขวบ) ของพระเอกนิยาย!!

ผมเป็น(ภรรยา10ขวบ) ของพระเอกนิยาย!!

ไข่ดาวยัดไส้

5.0
ความคิดเห็น
152
ชม
7
บท

'ไซม่อน'ชายที่น่าสงสารมากที่สุด ตายมาแล้วยังต้องมาอยู่ในร่างของตัวประกอบที่มีหน้าที่ต้องตาย แถมยังต้องใช้ชีวิตให้เหมือนเด็กอายุ 10 ขวบ เพื่อเป็นก้างชิ้นใหญ่ และใช้ชีวิตเอื่อยเฉื่อยในฐานะเด็ก

บทที่ 1 พระเอกนิยาย

"แค่ก! แค่ก! แค่ก!"

ชายหนุ่มรูปร่างผอมจนแทบจะเห็นแต่กระดูก ใบหน้าโทรมซีดเผือดคล้ายจะเป็นไข้ เขาไอ้ออกมาหลายต่อหลายครั้ง จนลำคอรู้สึกแสบไปหมด

มือไม้ที่ไร้เรี่ยวแรงคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดโทรออก

"แค่ก แค่ก!! แม่ครับ..."ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยพูดจนจบ เสียงปลายสายก็เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยถ้อยคำที่ดูหยาบคาย

"ไอ้ลูกทรพี!! วันนี้แกยังไม่ได้โอนเงินมาให้ฉันเลยนะ นี่แกคิดจะลืมบุญคุณ คนที่เลี้ยงดูแกมาตลอด 20 กว่าปีรึไง...."

"เห้ออ..."

เสียงถอนหายใจดังออกมาอย่างอ่อนล้า เขาไม่สนใจฟังสิ่งที่ปลายสายพูดต่อ ร่างกายอ่อนแรงและโรยราเต็มที

เพียงเวลาไม่นานร่างกายที่หนาวสั่นก็เริ่มหมดเรี่ยวแรง เปลือกตาแทบจะปิดลง ก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้กินลูกชิ้นปิ้งที่เขาแวะซื้อก่อนกลับห้อง

เขาคว้าไม้ลูกชิ้นออกจากถุงแล้วกินมันลงท้องสายตาเริ่มเปลี่ยนไป พอนึกถึงคำพูดของแม่ที่เอาแต่ด่าเอาแต่ท้วงบุญคุณเขาอยู่นั่นแหละ

ทั้งๆที่เขาไม่สบายขนาดนี้แท้ๆ ไอ้ออกไปก็เสียงดัง คิดจะถามอาการกันบ้างมั้ย นัยน์ตาของเขาแดงระเรื่อนึกเสียใจที่ตัวเองคาดหวังจากพวกเขามากเกินไป

"ต่อจากนี้อย่าหวังว่าจะได้เงินสักบาทจากลูกคนนี้อีกเลย"เอ่ยอย่างมาดมั่นแล้วกัดลูกชิ้นเข้าปากทั้งลูก

"แค่ก!! อึก แค่ก!!"

ใครจะไปคิดว่าลูกชิ้นที่เขากินกลับติดคอ ตอนนี้เขาทั้งทรมานเพราะขาดออกซิเจน ทั้งเจ็บใจที่ตัวเองทำไมถึงโง่นอนกินลูกชิ้นแบบนี้ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่กินลูกชิ้นตลอดชีวิต

ในห้วงแห่งความมืดมิดร่างของเขาลอยละล่องอยู่กลางอากาศ

"อื้ออ ผมคือใคร นี่ภาพอะไร?"

ภาพบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยหลั่งไหลเข้ามาหลอมรวมเข้ากับความทรงจำของเขาราวกับว่าเขาคือคนในเรื่องราวแปลกใหม่นั้นจริงๆ

ความสงสัยฉายเข้ามาว่าตัวเองคือใครกันแน่ เป็นชายหนุ่มผู้น่าสงสารยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข หวังอยากให้พ่อกับแม่รักเขาสักนิด แต่สุดท้ายกลับไม่มีใครสนใจเขาจนวินาทีสุดท้าย หรือเขาจะเป็นผู้ชายอีกคน มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบจนกระทั่งอายุ 10 ขวบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำระหว่างไปเที่ยวกับพ่อและแม่ หัวสมองกระแทกอย่างแรงกว่าจะถูกเจอตัว เขาก็ติดเชื้อในสมอง จนทำให้เขากลายเป็นคนปัญญาอ่อน

หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นไอคิวของเขาก็ถูกหยุดลงที่อายุ 10 ขวบ พ่อและแม่เสียชีวิตทั้งคู่ เพราะมีคู่หมั้นที่ถูกหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เด็ก ส่งผลทำให้เขาต้องแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น

"แค่น้องคนเดียว แกยังดูแลไม่ได้ แล้วแกจะไปทำอะไรได้!!"

"เพียะ!!"เสียงดังจากการถูกตบหน้า

เปลือกตาของชายบนเตียง ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ยามที่ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกันดังขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้นัยน์ตาของชายหนุ่มบนเตียงนอนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เพราะคนแปลกหน้าแสนไม่คุ้นเคยมันทำให้เขารู้สึกระแวง แต่เมื่อทบทวนความทรงจำใหม่กลับรู้จักเป็นอย่างดี

'จะเจ็บมั้ยนะ ทำไมต้องทำร้ายกันด้วย'

'แต่เดี๋ยวนะ ทำไมถึง ผมไม่ได้ตายไปแล้วหรอ ระ...หรือว่าผมจะเกิดใหม่แล้วจริงๆ'

เมื่อเขาได้สติ จากอาการมึนงงเพราะความทรงจำที่เริ่มทับซ้อนกัน พอลองนึกดูดีๆ เขาก็พบว่าเขาได้ตายไปแล้ว แถมการตายยัง....

'คงไม่ถูกหัวเราะในงานศพหรอกใช่มั้ย'อยากจะมุดดินหนีเหลือเกินคนอะไรตายเพราะลูกชิ้น

'ไม่!! ไม่!! ช่างเถอะ เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้นแล้วตอนนี้ผมมาอยู่ในร่างใครเนี่ย!'

สายตาของเขากวาดมองไปทั่วทั้งบริเวณ กลิ่นของโรงพยาบาลจากยาทำให้เขารับรู้ว่าเขาอยู่ในโรงพยาบาลสักแห่ง ก่อนที่สายตาของเขาจะไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าของชายที่ถูกตบ ร่างของชายคนนั้นสูงใหญ่ทั้งใบหน้ายังหล่อเหลาราวกับเทพบุตร

ในยามนี้นัยน์ตาของชายคนนั้นดูหม่นหมองลง ทั้งแก้มข้างซ้ายยังเป็นรอยแดงเถือก คนที่ตบก็คงเป็นชายอีกคนที่ดูมีอายุแต่ใบหน้ากลับยังดูดี ดูออกเลยว่าตอนหนุ่มๆคงหล่อเหลาไม่ต่างจากชายที่ถูกตบ

'แต่ทำไมผม ถึงรู้สึกคุ้นๆหน้าผู้ชายคนนี้จัง เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย'

"ตื่นแล้วหรอลูก เป็นอะไรรึเปล่า เจ็บมากมั้ย!"

เมื่อก้องเกียรติเห็นลูกชายเพื่อนสนิทที่เขารักเหมือนลูกแท้ๆลืมตาตื่น เขารีบเดินปรี่เข้ามา มือหนาลูบหัวเล็กของไซม่อน เด็กชายที่น่าสงสาร น้ำตาของเขาก็คลอเบ้าเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้

"ภพพ่อบอกแล้วใช่มั้ย ให้ดูแลน้องดีๆ แล้วสิ่งที่แกทำ ดูสิ นี่แกดูน้องภาษาอะไร น้องถึงมีสภาพแบบนี้"

ก้องเกียรติโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เขาชี้นิ้วไปหาลูกชายของเขา ก่อนจะเตรียมตรงเข้าไปตบหน้าของไตรภพอีกครั้งหนึ่ง

เขารู้ว่าไตรภพไม่ชอบไซม่อน รู้ว่าเมื่อก่อนไตรภพก็ไม่ได้ดูแลไซม่อนอย่างดีแต่ก็ไม่ได้ถึงกับแย่ เขาทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งได้ อย่างไงไตรภพก็ไม่ได้รักไซม่อนที่ยอมแต่งงานเพราะเขาบังคับให้แต่ง

อย่างน้อยดูแลไซม่อนให้ดีหน่อยเขาไม่พูดอะไรก็ได้ แต่ครั้งนี้มันเกินไปแล้วจริงๆ ปล่อยให้ไซม่อนออกมาจากบ้านคนเดียวได้อย่างไง

ตอนที่เขารู้เรื่องเขาโกรธจนควันออกหู อุตส่าห์สัญญากับเพื่อนสนิทเอาไว้แล้วว่าจะดูแลไซม่อนอย่างดี เขารักไซม่อนเหมือนลูกแท้ๆ

พอเห็นไซม่อนเกือบตายจะไม่ให้เขาโกรธลูกชายตัวเองได้อย่างไง แถมเจ้าลูกตัวดียังปิดข่าวไม่ให้เขารู้ นี่ถ้าหากไม่ใช่ว่าคนของเขาที่เขาแอบส่งเข้าไปอยู่ใกล้ตัวลูกชาย

เพื่อรายงานพฤติกรรมของไตรภพโทรมาบอก ปานนี้เขาก็คงยังไม่รู้ว่าไซม่อนต้องพบเจอกับเรื่องอะไรบ้าง

จนถึงวันที่ไซม่อนจากเขาไป เขาถึงจะรู้ใช่มั้ย ว่าลูกชายใจดำของเขาจงใจไม่ดูแลไซม่อนจนกระทั่งเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

'ดะ...เดี๋ยวนะ นี่มัน...ไม่ใช่พระเอกในนิยายเรื่อง โอบกอดหัวใจท่านประธานจอมหยิ่ง หรอกหรอ แล้วผมยังเป็นตัวประกอบที่ต้องตายอีกเนี่ยนะ!!!'

วอททท!! กูพึ่งตายยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตใหม่เลยนะครับ ไอ้พระเจ้ากะจะฆ่ากันอีกแล้วหรอ แค่ลูกชิ้นติดคอตายมันไม่พอใช่มั้ยครับ

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

มู่หรงเยว่ชิง ท่านหญิงตำลึงทอง

มู่หรงเยว่ชิง ท่านหญิงตำลึงทอง

ปรียาดา
5.0

ความงกของนางทำเอาบุรุษทุกคนต้องถอยหนี แม้กระนั้นความงามทำให้คนมาติดพันนางมากมาย แต่นางเล่นเอาพวกเขาเหล่านั้นหมดตัวกันไปทุกครั้ง แล้วอย่างนี้จะมีบุรุษจวนไหนที่จะกล้าแต่งนางเข้าจวน ฉายาท่านหญิงตำลึงทองของนางไม่ใช่ได้มาเล่น ๆ “ข้าจะหาของมากมายมาให้เจ้า เมื่อนั้น เจ้าจะได้เข้าใจว่าในที่สุดแล้ว ของพวกนั้นก็หาได้มีราคาเทียบเท่ากับตัวเจ้า ที่ข้าทุ่มเททุกอย่างให้” ไป่ชางบอกพลางจ้องดวงตาดอกท้อสุกสกาวตรงหน้า มู่หรงเย่วชิงออกอาการเอียงอาย ก้มหน้าลงแล้วหันหนี สองมือจับอยู่ตรงสายชายอาภรณ์แล้วบิดไปมาระบายความเขิน ซึ่งดูได้ยากว่าเป็นเรื่องจริง หรือเป็นเพียงการซ่อนความดีอกดีใจที่จะได้รับพระราชทานสิ่งของราคาแพงถึงขนาดนั้นกันแน่ “มันจะเป็นของมากมายเพียงใดกันนะ” นางรำพึงรำพัน “มากจนเจ้าคาดไม่ถึงเลยทีเดียว” “หนึ่งหีบหรือเพคะ” “มากกว่านั้น” “หรืออาจจะเป็นสอง” “เจ้าพอใจเท่านั้นเองหรือ” “สตรีไม่ควรละโมบโลภมาก แม้บุรุษผู้นั้นจะนำมาเสนอให้ถึงที่ก็ตามที” นางช่างกล้าพูด! นี่เป็นความคิดของคนที่หลบซ่อนอยู่ องค์ชายชางทำหน้าไม่เห็นด้วย “ข้าไม่สนใจเรื่องเหล่านั้น” “ยิ่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเยว่ชิง ใช่หรือไม่เพคะ” นางแสร้งทำเป็นออกความเห็นแบบเด็ก ๆ อีกครั้ง ความฉลาดในการเอาตัวเองไปผูกกับบุรุษที่ร่ำรวยที่สุดในอาณาจักรทำให้หลี่อวี้ทั้งขำและเอ็นดูนางในคราวเดียวกัน และยิ่งขบขันมากขึ้น เมื่อเห็นว่าเจ้าหลานโง่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเจอกับอะไร

คุณนายยอมหย่าแล้ว

คุณนายยอมหย่าแล้ว

Calv Momose
4.9

หลังจากแต่งงานกันมาสามปี เวินเหลี่ยงก็ยังไม่เคยได้ความรักจากฟู่เจิ้งแต่อย่างใดเลย เมื่อรักแรกของเขากลับมา สิ่งที่รอเธออยู่คือหนังสือการหย่า "ถ้าฉันมีลูก คุณยังเลือกหย่าไหม?" เธออยากจับโอกาสสุดท้ายนี้ไว้ แต่แล้วมีแต่คำตอบที่เย็นชาว่า "ใช่" เวินเหลี่ยงหลับตาและเลือกที่จะปล่อยมือ ...ต่อมาเธอนอนอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความสิ้นหวังและลงนามในข้อตกลงการหย่า "ฟู่เจิ้ง เราไม่ได้เป็นหนี้กันอีกต่อไปแล้ว..." ชายที่มีความเด็ดขาดและเย็นชามาโดยตลอดนอนอยู่ข้างเตียงขอร้องให้อีกฝ่ายกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา "เหลียง ได้โปรดอย่าหย่าได้ไหม?"

อย่าพูดคำว่าไม่เคย

อย่าพูดคำว่าไม่เคย

Gilbert Soysal
5.0

"เราหย่ากันเถอะ"หนึ่งประโยคนี้ ทำให้ชีวิตการแต่งงานสี่ปีของฉินซูเหนียนกลายเป็นเรื่องตลก ในขณะนี้ ฉินซูเหนียนถึงตระหนักว่าสามีของเธอไม่เคยมีใจให้เธอ น้ำเสียงของเขาเย็นชา: "ตั้งแต่ต้นจนจบ ฉันมีเพียงหว่านหว่านอยู่ในใจ และคุณเป็นเพียงแผนชั่วคราวในการจัดการกับการแต่งงานในครอบครัวที่กำหนด" ด้วยความสิ้นหวัง ฉินซูเหนียนลงนามในใบหย่าอย่างไม่ลังเล ถอดผ้ากันเปื้อนของภรรยาที่ดีออก สวมมงกุฎของราชินีขึ้นมา และกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ กลับมาอีกครั้ง เธอไม่ใช่คุณนายลี่ที่สวยแต่เปลือกอีกต่อไป แต่เป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่น่าทึ่งใจ เธอแสดงความสามารถต่อหน้าคนอื่นๆ และอดีตสามีที่หยิ่งก็ถามเธอว่า: "ฉินซูเหนียน นี่เป็นเคล็ดลับใหม่ของเธอในการดึงดูดฉันงั้นเหรอ" ก่อนที่เธอจะพูดอะไร ประธานลึกลับก็ดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขนของเขาและประกาศไปว่า "ดูให้ชัดเจน นี่คือคุณนายฟู่ คนอื่นห้ามเข้าใกล้เธอ" ฉินซูเหนียนถึงกับพูดไม่ออก อดีตสามีก็ตกตะลึงไปด้วย

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ