คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ
หมู่บ้า
ฟิงซึ่งเป็นสำนักอันดับหนึ่งของบรรดาผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรเข้ามาร่วมสืบคคี อีกทั้งเด็กหนุ่มคนนี้ยังนำทางพวกตนมาที่ศาลเก่าแก่ในหมู่
ก่อนชั่วคราว” เซียวจวิ้นหานตัดสินใจอย่า
่บ้านมีโรงเตี๊ยมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง เซีย
่อวี้หลินจะดูสงบแต่ทว่าดวงตาของเขากลับมิได้สงบเหมือนท่าทีภายนอก เขากลอกตามองไปรอบ
ะเปลือกแตงโมไปพลางนั่งคุยกันถึงคดีหญิงสาวที่เพ
ำกลับมาบนหน้าผากของนางมีสัญลักษณ์ยันต์โล
มาผิดหรอกกระมัง” ชายคนที่ส
ากกลับมาท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไป ข้าจึงเข้าไปถามถึงสาเหตุ และก
่อเหตุอีกหรอกนะ!?” ชายคนที่สองกล่าวต่อสีหน้าขอ
่ตนเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนทั้งวาจาก็สุภาพจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปปร
ิมะอีกทั้งใบหน้ายังงดงามเกินบุรุษกำลังส่งยิ้มหวานมาให้พวกตนสองคน แขกสองคนเห็นคนที
ิ้ม “เมื่อครู่ข้าบังเอิญได้ยินพี่ชายทั้งสอง
้อย กลอกตามองรอบด้าน ก่อ
ม ก่อนหันอีกด้านของพัดให้ชายทั้งสองคนดู “ให้บั
งปรากฏบนพัดพวกเขาทั้งสองคนจึงสบตากัน ชายคนหนึ่งขยับเก้าอี้ให้เขาพลางกล่าว “เช่นนั้นก็เชิญน้องชายนั่งก่อน ใน
ณพวกเขาอย่างมีมารยาท พลางเก็บพัดยัดใส่ไว้ในอกเสื้อ นั่ง
ียวจวิ้นหานกลับไม่ละสายตาไปจากแผ่นหล
นเลยหรือขอรับ” จ้าวอิงถามด้วยความ
ไร?" เซียวจวิ้
ลี่อวี้หลินก็ลุกขึ้นประสานมือโค้
ของเซียวจ
กลางห้อง เซียวจวิ้นหานถามขึ้นน้ำเสี
่อง ข้าถามพวกเขาถึงศาลเจ้าเก่าแก่ที่เราไปเยือนมาสีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปทันที บอกว่าหลังจากมีคนตายให้คอยสังเกตดูที
ณ์บางอย่าง อย่างเช่นพิธีกรรมของพว
กทีเดียว” เซียวจวิ้นห
ยิ้มกรุ้มกริ่ม “ใบหน้าและรูปร่างของเจ
นจากที่นั่งเดินไปหยุดอยู่ด้านหลังจ้าวอิงแล้วโน้มกายเข้าไปใกล้กระซิบข้างหูอีกฝ่ายแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าถือว่าท่านกำลังชมข้าไ
มมองการกระทำของเด็กหนุ่ม
้สร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกันให้มากขึ้นอีกหน่อย ข้าคิดว่ามีประโยชน์มา
านเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของ
ชาวบ้านน่ะสิ” หลี่อวี้หลิน
้วย” เซียวจวิ้นห
กแขนเสื้อทรงกว้างวางบนโต๊ะ เขาโบกมือทีหนึ่งจู่ ๆ พู่กันสีทองก็พลันปรากฏขึ้นที่มือของเขาอย
งจำนวนมาก ไม่กี่อึดใจเขาก็เขียนเสร็จเรียบร้อยภายในพริบตา ด
ับศิษย์ใหม่หรือไม่?” จ้าว
างฉีกยิ้มกว้างออกมา กล่าวว่า “อืม.. คงไม่ทันแล้
้งแต่อายุเท่าใดหรือ?
่อนโยนตอบ “ข้าน่ะ.. อื้ม! ตอนนั้นสภาพของข้าไม่ต่างจากสุนัขที่ใกล้ตายข้าง
ตลอดพลันอ่อนลงเล็กน้อย จ้าวอิงรีบเก็บรอยยิ
เซียวจวิ้นหานเอ่ยตั
บูรณ์ภายในหนึ่งชั่วยามต่อจากนั้นบ้านเรือนทุกหลังก็มียันต์แผ่นสีเหลืองตัวอ
ลายหลังรวมถึงบ้านของตนเองด้วยก็พลันนึกขึ้นได้ว่า “เซียนน้อย
จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็พากันกลับเข้าไปวางแผนห
่างนั่งประจำที่ของตนเอง เซียวจวิ้นหา
กียจกล่าวว่า “ใต้เท้าข้ารู้สึกเหนื่อยมากเ
ป็นอาจารย์ในยามที่ทำหน้าเคร่งขรึมจึงถอนหายใจแรงแล้วกล่าว “ก็ได้.. เข้าใจแล้ว เช่นนั
ขาทีหนึ่งก่อนจะพยักพเยิดหน
.. แล้วข
ว่าอาหารจะเสร็จเจ้าเด็กนี่ก็คงตื่นพอดี” เซียวจวิ้นหานออ
ิมหันร่างไปทางเตียงนอนมองหลี่อวี้หลินนอนเหยียดกายตรงแน่ว สองมือวางทาบกับหน้า
นเพียงเด็กกำพร้าคนหนึ่ง เท่าที่เห็นความสามารถของเขาก็นับว่ามีฝีมืออยู่บ้าง ฝึกฝนมาตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ กำพร้า แต่ใบหน