icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวโรแมนติก

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
ตราบาปร้ายคล้องใจรัก

ตราบาปร้ายคล้องใจรัก

เหมือนเคราะห์ซ้ำกำซัดจากที่เคยมีชีวิตอยู่สุขสบายวันนึงกลับได้รู้ว่าพ่อตนนั้นใช้วิธีที่ผิดเพื่อแย่งสมบัตินี้มาเป็นของตนและทุกอย่างก็หมดสิ้นภายในพริบตาเธอเหลือแต่ตัวคนเป็นพ่อก็มาฆ่าตัวตายหนีความผิดแถมคนหัวอ่อนอย่างเธอกลับต้องมาเจอเพื่อนที่ไม่จริงใจหลอกให้มาขายตัวจนตั้งท้องอีก ... เรื่องราวหลังจากนี้สองแม่ลูกจะใช้ชีวิตกันอย่างไร....แล้วมาเฟียน่ากลัวคนนั้นจะรู้ว่าตัวเองมีทายาทแล้วหรือไม่และหากรู้แล้วเขาจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้อย่างไรติดตามได้ในเรื่องตราบาปร้ายคล้องใจรักได้เลยค่า.... ....เรื่องนี้เป็นนิยายรักโรแมนติกกุ๊กกิ๊กน่ารักมีดราม่าเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้มากยังไงฝากติดตามอ่านเรื่องเบาๆสมองเรื่องนี้ของไรท์ด้วยนะคะ ....ชื่อตัวละครสถานที่ทุกอย่างในนิยายล้วนเกิดจากจินตนาการไม่ได้มีเจตนาอ้างอิงถึงใครหรือสิ่งใดขอทำความเข้าใจ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ แนะนำตัวละคร นิชา ศิริโอภากร อายุ22ปีเด็กสาวตัวเล็กน่าตานักรักน่าชังหัวอ่อนเพราะถูกเลี้ยงอย่างกับไข่ในหินเป็นสาวโลกสวยที่มองโลกในแง่ดีและมักจะถูกหลอกอยู่บ่อยครั้งเพราะคนที่คอยอิจฉาในชีวิตของเธอ ชีวิตเธอตั้งแต่เด็กเหมือนจะสมบูรณ์เพียบพร้อมไปเสียทุกสิ่งแต่เมื่อเรียนจบได้ไม่นานทุกอย่างที่เคยมีก็อันตรธานหายไปด้วยสมบัติที่มีทั้งหมดนั้นพ่อของเธอได้มาจากการทุจริตและแก่งแย่งมาโดยใช้วิธีอย่างทารุณกับเจ้าของเดิมจนคนพวกนั้นต้องจบชีวิตลง ... ตอนนี้เธอจึงเหลือแต่ตัวแม้คนเป็นพ่อที่คอยปกป้องเสมอมาก็ฆ่าตัวตายหนีความผิดตอนนี้เธอหันหน้าไปทางไหนก็ไม่มีใครให้พึ่งแม้แต่เพื่อนก็ยังหลอกเธอมาขายให้กับคนใจโหดที่ไม่ยอมฟังในคำขอร้องของเธอแม้แต่นิดเดียว เอริค คาเตอร์ มาเฟียหนุ่มรูปงามชาวยุโรปอายุ39ปีเป็นลูกชายคนโตของตระกูลคาเตอร์ขึ้นชื่อในเรื่องความโหดบุคลิคสุขุมเยือกเย็นชอบเก็บตัวไม่ออกสังคมเหมือนพวกน้องๆของเขาเท่าไรหากว่างก็ชอบหาที่สงบอยู่ตัวคนเดียวไม่ชอบให้มีคนติดตาม เคยมีภรรยาแต่ตอนนี้โสดเพราะภรรยาตัวดีที่เขาเคยยกให้เป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตกลับดีแต่เปลือกเมื่ิอเขาไม่มีเวลาให้ก็กลับไปเล่นชู้กับลูกน้องของเขาจนเขาเสียหน้าอย่างมากหลังจากเลิกกันไปเขาก็ไม่คิดจะสนใจผู้หญิงคนไหนอีกเลยจนมาเจอสาวน้อยไร้เดียงสาในคืนนั้นก็ทำเอาเขาลืมเธอไม่ลงเลยจริงๆ ชื่อตัวละครเนื้อหาหรือสถานที่ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดจากจินตนาการไม่ได้มีเจตนาอ้างอิงถึงใครหรือสิ่งใดขอทำความเข้าใจ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
ไม่คิดจะรัก

ไม่คิดจะรัก

เขาให้ความช่วยเหลือเธอเพราะเหรียญนำโชคที่เธอให้ทำให้เขาได้งานใหญ่ เธอยินยอมมาอยู่กับเขาเพราะกำลังขาดที่พึ่ง แต่พอได้อยู่ใกล้เธอก็รักเขาหมดใจ ขณะที่เขาไม่คิดจะรักใครอีกเพราะรักแรกมันเจ็บมันเจ็บจนไม่อยากจะเริ่มใหม่ ***** "พี่ภูไม่เคยรักใบตองเลยใช่ไหมคะ" "พี่ก็เคยบอกไปแล้วว่าไม่เชื่อเรื่องความรัก นี่ใช่ไหมเรื่องสำคัญที่จะบอกพี่" "แล้วถ้าวันหนึ่งใบตองเจอคนที่เขารักใบตองล่ะคะ" "พี่เคารพในการตัดสินใจของใบตอง ถ้าคิดว่าไปอยู่กับเขาแล้วมีความสุขพี่ก็ไม่ห้าม" ภูเมฆามั่นใจว่าตนเองทำให้กัญญ์วรามีความสุขและเธอจะไม่จากเขาไปไหน "ขอบคุณนะคะพี่ภู" กัญญ์วราโง่เองที่คิดว่าตัวเองจะเปลี่ยนใจเขาได้ แต่เมื่อมันไม่เป็นอย่างที่คิด เธอก็ต้องเลือกในสิ่งที่ดีที่สุดเพราะไม่อยากลูกเกิดมาแล้วรู้ว่าบิดาของเขาไม่มีความรักให้กับมารดาเลย
บ่วงแค้นหัวใจปีศาจ

บ่วงแค้นหัวใจปีศาจ

เอี๊ยดดด!! โครมม!!! ร่างบอบบางถูกแรงกระแทกจากรถคันที่วิ่งเข้ามาชนรถของเธอ จึงทำให้ตัวเธอกระเด็นออกนอกรถลอยไปหลายเมตร ร่างน้อยกระแทกลงกับพื้น เลือดไหลออกปากเสียชีวิตคาที่ทันที ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างมุงดู บ้างก็โทร.แจ้งตำรวจ บ้างก็โทร.แจ้งมูลนิธิฯ ดารินช็อกกับเหตุการณ์ตรงหน้า เธอมึนหัวมากแต่ก็พยายามตั้งสติ ใบหน้าอาบเลือดหันไปมองพี่ชายที่นั่งฝั่งคนขับรถ “พิ...พี่ชาย” ดารินครางเสียงสั่นเมื่อเห็นพี่ชายมีเลือดท่วมตัว มือสั่นระริกยื่นเข้าไปแตะตรงร่องจมูกทำให้รู้ว่าพี่ชายไม่หายใจเช่นเดียวกับผู้หญิงที่พี่ชายได้ขับรถชน ซึ่งในเวลานั้น ดารินไม่สามารถช่วยพี่ชายและผู้หญิงคนนั้นได้ ดวงตาเอ่อเต็มน้ำตาหนักอึ้งปิดลง และภาพของพี่ชายและผู้หญิงคนนั้นก็ค่อยๆ จางหายไปเมื่อลมหายใจของเธอแผ่วลงที่ละน้อยและหมดสติไปโดยไม่รู้ตัว… กริ๊งงงง!!! เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมากลางดึกในขณะที่เขากำลังหลับฝันดีอยู่ หัสดินเอื้อมมือไปหยิบไอโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนที่จะแนบลงบนข้างหู เขาก็แตะนิ้วสัมผัสคอยฟังเสียงด้วยความหงุดหงิด และสิ่งที่ได้รับฟังจากต้นสายทำให้หัสดินแทบขาดอากาศหายใจ เหมือนเขากำลังจะตาย “อะ...อะไรนะครับ! มะ...ไม่จริงไม่ใช่...น้องสาวของผมเสียชีวิตแล้ว...ผมไม่เชื่อ! คุณโกหก!” หัสดินแค้นเสียงเย็นใส่ต้นสายที่โทร.มาแจ้งข่าวการตายของน้องสาว บิดามารดาของเขาเสียชีวิตไปตั้งแต่ชายหนุ่มอายุสิบห้า เขาก็ต้องดูแลกิจการของครอบครัว เรียนไปด้วย บริหารงานไปด้วยพร้อมทั้งดูแลน้องสาวเพียงคนเดียวที่มีอายุเพียงเจ็ดขวบ มัจจุราชช่างโหดร้ายมาก พรากบิดามารดาของเขาไปยังไม่พอ ยังมาพรากหัวใจดวงสุดท้ายของเขาไปอีก กุลธิดา น้องสาวผู้แสนน่ารัก และอ่อนโยนที่เขาคอยเฝ้าดูแลทะนุถนอมรักใคร่ยิ่งกว่าไข่ในหินต้องมาจบชีวิตลงก่อนวัยอันสมควร ทั้งที่พรุ่งนี้เป็นวันที่เธอจะต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเป็นวันแรก หัสดินกำมือแน่นแค้นเคืองไอ้คนที่มันพรากชีวิตของน้องสาวของเขาไปโดยที่เธอไม่มีความผิด เขาจะเอาเรื่องคนที่มันทำลายดวงใจของเขาจนถึงที่สุด พวกมันจะต้องชดใช้อย่างแสนสาหัส! โรงพยาบาลแห่งหนึ่งกลางเมืองกรุง... “น้องสาวของผมที่ชื่อกุลธิดาอยู่ห้องไหนครับ” เมื่อมาถึงโรงพยาบาล หัสดินก็รีบตรงไปยังห้องฉุกเฉิน เมื่อเห็นนางพยาบาลเดินออกมาจากห้อง ชายหนุ่มก็รีบตรงเข้าไปถาม “เสียใจด้วยนะคะ ทางเราพยายามยื้อคนป่วยไว้อย่างสุดความสามารถแล้วค่ะ” สีหน้าของนางพยาบาลก็สลดเสียใจไปกับญาติคนตาย เธอได้พาหัสดินตรงเข้ายังเตียงที่มีร่างของน้องนอนนิ่งไม่หายใจ มือหนาสั่นเทาจับผ้าสีขาวเปิดออกจากร่างกายขาวซีด ดวงหน้างามที่ไม่พบแม้แต่รอยฟกช้ำเลยสักนิด น้องของเขาช่างเหมือนเจ้าหญิงนิทราที่หลับใหลรอวันตื่นขึ้นอีกครั้ง “กุ...กุล...อึกก!!” หัสดินร่างกายเย็นเฉียบ ยืนแทบไม่ไหว มือทั้งสองข้างต้องเกาะขอบเตียงของน้องสาวไว้แน่น น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งไหลออกมาเองเมื่อได้เห็นร่างของน้องสาวสิ้นลมหายใจ มือใหญ่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปจับใบหน้างามขาวซีดเซียวไร้สีเลือดที่มีเพียงรอยช้ำตรงมุมปากเล็กน้อย เขาค่อยๆ ไล่สัมผัสลูบเส้นผมยาวเป็นลอนสีน้ำตาลอ่อนแผ่วเบาด้วยความรัก หัสดินเสียใจและเจ็บแค้นคนที่ทำให้น้องสาวเพียงคนเดียวของเขาเสียชีวิต “คู่กรณีน้องผมอยู่ไหนครับ?” หัสดินเอ่ยถามนางพยาบาลที่พาเขาเข้ามาหาน้องสาว “อยู่เตียงตรงข้ามกับคุณค่ะ รอดหนึ่ง เสียชีวิตหนึ่งค่ะ” นางพยาบาลบอกชายหนุ่ม “หมายความว่าไงครับ” หัสดินทำหน้าสงสัยจึงถามนางพยาบาล “ทางคู่กรณีคุณมีสองคนค่ะ คนพี่ที่เป็นผู้ชายเสียชีวิต ส่วนคนน้องเป็นผู้หญิงรอดชีวิตค่ะ” นางพยาบาลเอ่ยตอบ พร้อมทั้งชี้มือให้ชายหนุ่มดูทางฝั่งตรงข้าม หัสดินไม่รอให้นางพยาบาลพาไป เขาเดินย่างสามขุมตรงไปยังเตียงนอนก็พบว่า คนที่นอนอยู่บนเตียงนั้นยังมีชีวิตอยู่ เด็กสาวหน้าตาสะสวยอายุคงจะรุ่นๆ เดียวกันกับน้องสาวของเขา หัสดินมองเด็กสาวด้วยความแค้น แววตาสีเข้มจับจ้องมองสายน้ำเกลือห้อยระโยงระยาง เรียวปากหยักได้รูปสวยยิ้มเยือกเย็นเมื่อเห็นรอยฟกช้ำทั่วทั้งตัวของแม่สาวน้อย ความสะใจเต็มอกเมื่อเห็นเด็กคนนี้มีรอยแผล “ดาริน พฤกษากร หึ! เธอสินะที่เป็นคนขับรถชนน้องสาวของฉัน แถมยังทำให้พี่ชายตัวเองตายอีก เธอนี่มันเลวชั่วช้าเสียจริงๆ ฉันจะรอเธอออกจากโรงพยาบาล แล้วเราจะได้เจอกัน...เธอจะต้องชดใช้ให้ฉันอย่างสาสม...ดาริน พฤกษากร” หัสดินเค้นเสียงเย็น ยะเยือกดังเกล็ดหิมะลอดออกมาจากไรฟัน…
ชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบของฉัน ความลับมรณะของเขา

ชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบของฉัน ความลับมรณะของเขา

สามเดือนเต็มที่ฉันสวมบทบาทภรรยาที่สมบูรณ์แบบของอคิน เดชาภิวัฒน์ มหาเศรษฐีแห่งวงการเทคโนโลยี ฉันเคยคิดว่าชีวิตแต่งงานของเราเหมือนเทพนิยาย และงานเลี้ยงต้อนรับที่เขาจัดให้เพื่อฉลองการได้เข้าฝึกงานในบริษัทของเขา ควรจะเป็นการเฉลิมฉลองชีวิตที่แสนเพอร์เฟกต์ของเรา ภาพลวงตานั้นพังทลายลง เมื่อไดอาน่า อดีตคนรักแสนสวยแต่สติไม่เต็มของเขา บุกเข้ามาในงานเลี้ยง แล้วใช้มีดสเต๊กแทงแขนเขา แต่สิ่งที่น่าสยดสยองที่สุดไม่ใช่เลือด มันคือแววตาของสามีฉัน เขากอดคนที่ทำร้ายเขาไว้ในอ้อมแขน กระซิบถ้อยคำอ่อนโยนเพียงคำเดียวที่มอบให้เธอเท่านั้น "ตลอดไป" เขายืนดูเฉยๆ ตอนที่หล่อนเอาปลายมีดมาจ่อหน้าฉัน ขู่จะกรีดไฝเสน่ห์ที่หล่อนอ้างว่าฉันเลียนแบบไปจากหล่อนออก เขามองดูตอนที่หล่อนโยนฉันเข้าไปในกรงหมาป่าที่หิวโหย ทั้งที่รู้ว่านั่นคือสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดในชีวิต เขาปล่อยให้หล่อนสั่งคนมารุมทุบตีฉัน ปล่อยให้หล่อนเอากรวดทรายยัดปากฉันเพื่อทำลายเสียงของฉัน และปล่อยให้คนของหล่อนใช้ประตูหนีบมือฉันจนหัก เมื่อฉันโทรหาเขาเป็นครั้งสุดท้าย อ้อนวอนขอความช่วยเหลือขณะที่กลุ่มชายฉกรรจ์กำลังรุกคืบเข้ามา เขากลับตัดสายฉันทิ้ง ฉันถูกขังและทิ้งให้รอความตาย ฉันจึงตัดสินใจกระโดดหน้าต่างจากชั้นสองลงมา ขณะที่วิ่งหนีไปทั้งที่เลือดอาบและร่างกายแหลกสลาย ฉันโทรออกไปยังเบอร์ที่ไม่ได้โทรหามานานหลายปี "ท่านอาภากรคะ" ฉันสะอื้นใส่โทรศัพท์ "หนูต้องการหย่า และหนูอยากให้อาช่วยขยี้มันให้แหลกคามือ" พวกเขาคิดว่าได้แต่งงานกับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า พวกเขาไม่รู้เลยว่าเพิ่งจะประกาศสงครามกับตระกูลวรโชติ
รักนี้เป็นของเธอ

รักนี้เป็นของเธอ

“พี่จะทำให้เธอไม่กล้าไปอ่อยผู้ชายหน้าไหนอีก” พินท์สุดาเพิ่งเข้าใจวันนี้ว่าการคุยกันคนละเรื่องมันเป็นยังไง “พี่พัทท์จะทำอะไร” พินท์สุดาถามอย่างหวาดระแวง สีหน้าแววตาของเขาดูไม่น่าไว้ใจ “จะทำอะไรอย่างนั้นเหรอ” เธอรู้สึกใจหายวาบเมื่อเขาจับเธออุ้มขึ้นพาดบ่า “พี่พัทท์ ปล่อยนะคะ ทำอะไรของพี่นี่! ป่าเถื่อนที่สุด!” หญิงสาวกรีดร้องเสียงหลง ทุบแผ่นหลังของเขาระรัว แต่เขาก็ฟาดสะโพกของเธอแรงๆ เช่นกัน “โอ๊ย!” เธอร้องด้วยความเจ็บเมื่อมือหนาฟาดลงมาบนแก้มก้นงอนๆ ถี่ๆ พอๆ กับมือของเธอที่รัวทุบตีแผ่นหลังของเขาไม่ยั้งแรงเช่นกัน “ไอ้คนซาดิสม์” ด่าเขาไปก็ชะงักมือ ไม่กล้าทุบตีเขาอีก พัทท์เองก็หยุดมือ พอดีกับถึงห้องนอนของเธอเรียบร้อยแล้ว เขาเปิดมันด้วยมือและเตะปิดมันด้วยเท้าโครมใหญ่ เธอรู้ว่าเขาโมโหร้ายค่อนข้างป่าเถื่อนในบางครั้ง แต่เขาก็ไม่น่าโมโหขนาดนี้เลยนี่นา จะว่าเขาหึงก็คงไม่ใช่เพราะเขารักอัญชิตานี่นา “โอ๊ย! พี่พัทท์” พินท์สุดาร้องเสียงหลงอีกครั้งเมื่อเขาโยนเธอลงบนเตียงนอนกว้างโครมใหญ่ เขาหอบหายใจแรงๆ สีหน้าแลดูเอาเรื่อง “ถ้าไอ้ปราชญ์มันรู้ว่าเธอตกเป็นของพี่แล้วยังจะรับของเหลือเดนอยู่อีกไหม” เขาประกาศกร้าว ใครหน้าไหนก็แตะเธอไม่ได้ เห็นมาหลายครั้งแล้ว ชอบส่งตาหวานให้มัน เขาทนไม่ได้ และไม่ชอบด้วย หญิงสาวกรีดร้องเมื่อร่างหนาหนักทาบทับลงมาบนร่างน้อยของเธอ “โอ๊ย!!!” พัทท์ร้องเสียงหลงเมื่อเขาโดนเธอกัดเข้าตรงบ่ากว้างเต็มแรง “สมน้ำหน้า ไอ้คนป่าเถื่อน” เธอว่าเขาเสียงหอบๆ ดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นแต่เขาไม่ยอมปล่อยเธอให้หนีลงจากเตียงได้ง่ายๆ “ใครกันแน่ซาดิสม์ กัดมาได้ยังไง” เขาถลกเสื้อขึ้นดูก็เห็นรอยเขี้ยว เธอเองก็เห็น เผลอมองด้วยความเป็นห่วงทันที ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เขาเจ็บแบบนี้เลยสักนิด พัทท์สอดมือเข้าสอดประสานกับมือบอบบางของเธอ กระซิบเสียงดุดันที่ริมหูว่าเธอไม่มีวันหนีพ้น หญิงสาวกลัวเขาจนตัวสั่น พยายามดีดดิ้นเพื่อให้ตัวเองรอดจากเงื้อมือของมัจจุราช “จะดิ้นทำไมกันล่ะ อยากได้พี่เป็นสามีไม่ใช่เหรอ”
ชะตารักลิขิตด้ายแดง

ชะตารักลิขิตด้ายแดง

ใบฟาง นักโจรกรรม เธอโดนทิ้งไว้ในบ้านเด็กกำพร้าตั้งแต่เมื่อไหร่ตัวเธอก็ไม่ทราบ อาจจะพูดได้ว่าเมื่อเธอจำความได้เธอก็คิดว่าที่นี่คือบ้านของเธอแล้ว เมื่ออายุได้ห้าขวบ มีสองสามีภรรยาชาวจีนรับตัวเธอไปเลี้ยงดูในฐานะบุตรบุญธรรม ทั้งคู่เป็นนักธุรกิจที่เดินทางไปทั่วโลกเพื่อทำการค้า แต่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่ นี่คือสิ่งที่คนภายนอกรับรู้ผ่านเอกสารที่ปลอมแปลงมาเรียบร้อยแล้ว แต่ความจริงทั้งคู่คือนักโจรกรรมที่ตำรวจทั่วโลกต้องการตัว ทุกครั้งที่ออกทำภารกิจสองสามีภรรยาจะปลอมแปลงหน้าตาและบุคลิกของตนเองทุกครั้ง ทำให้ไม่มีใครจับผิดทั้งคู่ได้ แม้กระทั่งลายนิ้วมือทั้งคู่ก็สามารถเปลี่ยนได้ทุกครั้ง เมื่อใบฟางถูกรับมาเลี้ยงดูแล้ว ทั้งคู่สอนทุกสิ่งที่ตนรู้และเล่ห์เหลี่ยมที่ตนมีให้กับใบฟางทั้งหมด ใบฟางที่เป็นเพียงเด็กน้อยที่ยังไม่เข้าใจโลกที่โหดร้าย หลังจากที่ถูกฝึกจนพอจะเริ่มทำภารกิจได้ ในวัยเพียงหกขวบงานแรกของเธอคือ ขโมยกระเป๋าสตางค์ ซึ่งเธอก็ทำให้ทั้งคู่ได้เห็นความเร็วและความสามารถของเธอ ในวัยเจ็ดขวบเธอเริ่มชำนาด้านการขโมยของเล็กของน้อย จนหลอกล่วงคนอื่น วัยแปดขวบเธอแสดงความสามารถโดยการเข้าร่วมงานประมูลกับพ่อแม่บุญธรรมและได้ขโมยแหวนเพชรมูลค่าเกือบสิบล้านหยวนมาได้ ทุกครั้งที่เธอได้รับภารกิจเธอตั้งใจทำอย่างมากเพราะคิดว่านี่คือสิ่งที่จะทำให้ทั้งคู่รักเธอ เพียงแค่ได้รับคำชื่นชมจากทั้งคู่เธอจึงคิดเสมอว่านี่คือคนที่เป็นพ่อแม่ของเธอ การแสดงความรักของเธอคืองานที่ได้รับจะต้องไม่มีสิ่งใดผิดพลาดเพื่อให้พ่อแม่บุญธรรมรักเธอ แต่สิ่งที่เธอคิดเป็นสิ่งที่ผิดมาตลอด เมื่ออายุได้ยี่สิบปีเธอทำงานพลาดครั้งแรก เกือบจะถูกตำรวจจับตัวได้ พ่อแม่บุญธรรมที่เธอคิดเสมอว่าคือคนในครอบครัวได้หลบหนีทิ้งเธอไว้โดยไม่หันกลับมามอง จนเมื่อเธอซ่อนตัวจนตำรวจคิดว่าเธอหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ข่าวตามล่าเธอเงียบหายไป ทั้งคู่จึงได้ติดต่อกลับมา เธอรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าหากจวนตัวต้องเอาตัวรอดให้ได้ แต่เธอหวังเพียงอยากให้ทั้งคู่รักเธออย่างที่เธอรักพ่อแม่บุญธรรมสักนิดก็ยังดี เมื่อเบื่อที่ต้องใช้ชีวิตหลบหนีตำรวจ รวมทั้งองค์กรใต้ดินที่ตามล่าค่าหัวเธออย่างหนัก ทั้งคู่จึงขอให้เธอทำงานสุดท้ายให้ คือขโมยหยกเหอเถียนที่เพิ่งค้นพบเจออายุราวๆสามพันปี งานนี้ไม่ง่ายแต่หากจะแลกมาด้วยอิสระภาพที่ทั้งคู่จะยอมปล่อยเธอไป เธอจึงตกลงรับงานนี้ เธอใช้เวลาดูสถานที่ ทางหนีทีไล่อยู่สองสัปดาห์ เมื่อมั่นใจว่าเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วก็เริ่มออกปฏิบัติการ หยกเหอเถียน ที่เธอต้องขโมยเป็นเพียงกำไลข้อมือเท่านั่น ระบบนิรภัยที่แน่นหนาไม่เกินความสามารถของเธอ เมื่อนำออกมาได้ก็เตรียมหลบหนี แต่ใครจะรู้ว่าพ่อแม่บุญธรรมที่แสนน่าเคารพรักนั้นได้ขายข้อมูลให้กับองค์กรใต้ดินเพื่อชิงของจากเธอ พร้อมทั้งฆ่าเธอเพื่อรับค่าหัวที่มูลค่าสูง แม้การต่อสู้ที่ถูกฝึกมาอย่างชำนาญ อาวุธในมือ มีดสั้น ปืนถูกนำออกมาใช้ ถึงจะฆ่าคนฝุ่นนั่นไปเยอะเพียงใด แต่เธอคนเดียวจะสู้คนที่เตรียมพร้อมมาถึงสามสิบคนได้อย่างไร ใบฟางหัวเราะให้กับความโง่ของเธอ แม้แต่ผู้ที่ได้ชื่อว่าพ่อแม่บุญธรรมก็ยังขายเธอได้ เธอเย้ยหยันให้กับชีวิตที่บัดซบ สาปแช่งเทพแห่งโชคชะตาที่ให้เธอมาเกิดกับพ่อแม่แท้ๆที่ไม่ต้องการเธอ แล้วยังส่งพ่อแม่บุญธรรมที่ทำให้ชีวิตของเธอต้องพบจุดจบเช่นนี้
คลื่นรักอสูร

คลื่นรักอสูร

(คลื่นรักอสูร) ...เพราะเธอขึ้นเรือผิดลำ คลื่นร้ายจึงซัดแทบกระเจิง... “เธอมันก็แค่ผู้หญิงขายตัว จะมาทำเล่นตัวเรื่องมากไม่ได้รู้ไหม ต่อให้เป็นสินค้าด้อยคุณภาพยังไงก็เถอะ ก็ต้องหัดรู้จักตามใจแขกบ้าง แต่นี่อะไรหาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ คนสอนไม่บอกหรือยังไงว่าไอ้ละครเล่นตัวนี่มันน่ารำคาญไม่ได้ดึงดูดลูกค้าเลย” บารเมษฐ์ต่อว่าพร้อมกวาดสายตามองเหยียดหยามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนคลายมือออกจากปลายคางอย่างช้า ๆ “ฉันไม่ได้มาขายตัวสักหน่อย” คนได้รับอิสรภาพรีบบอกเขา “หืม” เขาทำหน้าไม่เชื่อ “ฉันแค่ขึ้นเรือผิดลำ ฉันไม่ได้มาขายตัวจริง ๆ คุณอย่าทำอะไรฉันเลยนะคะคุณบารเมษฐ์” วินาทีนี้เธอกลัวเขามากกว่าใครบนเรือลำนี้เสียอีก เลยเลือกที่จะบอกความจริงกับเขาไป “ขึ้นเรือผิดลำ?” คนพูดหรี่ตาลงอย่างสงสัย “ใช่ค่ะ ฉันขึ้นเรือผิดลำจริง ๆ” “แบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะสองคนในห้องเครื่องนั่นถึงได้ลุกลี้ลุกลนนัก” บารเมษฐ์นึกไปถึงท่าทางของอนุชิตกับธาวิน ซึ่งดูเหมือนมีเรื่องเป็นกังวลอยู่ตลอดเวลา “คุณรู้แบบนี้แล้วก็ปล่อยฉันไปเถอะคุณบารเมษฐ์ อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ” นีนนาราขอความเห็นใจจากเขา แต่สายตาที่เขามองกลับมานั้นมันว่างเปล่าชอบกล “รู้อะไรไหมนีนเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของฉันเลย เธอเป็นคนอยู่ผิดที่ผิดทางเอง เพราะงั้นเธอก็ต้องรับสภาพที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้เองเหมือนกัน” “ห้ะ คุณ นี่คุณ คุณทำไมเป็นคนไม่มีเหตุผลแบบนี้” หญิงสาวต่อว่าเขา ก่อนจะหน้าซีดหน้าเซียวลง เพราะเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอของเขาบ่งชัดว่าคืนนี้เธอไม่รอดแน่ “ปล่อยฉันนะ! ปล่อย!” นีนนาราดิ้นหนีเขาก็จับกดลงที่เดิม “งานก็คืองานนะคนสวย มาขายตัวก็คือมาขายตัว อย่าทำเสียเรื่องสินีน” บารเมษฐ์ย่อมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่แล้ว เขาอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะมาไม้ไหนอีกแน่ “ก็บอกว่าไม่ใช่ยังไงล่ะ ว้าย!”
รอยรักหัวใจทมิฬ

รอยรักหัวใจทมิฬ

สิงโตยืนจังก้าน่ากลัวดักรอหญิงสาวอยู่ที่ข้างรั้วประตูบ้านหลังใหญ่ ใบหน้าของเขาดูดุร้าย สายตาดวงเข้มแดงก่ำมันอาจลุกเป็นไฟเผาผลาญร่างอวบอั๋นนั่นได้ถ้าขืนเขามองนานๆ แค้นใจยิ่งนัก เธอกล้าดีอย่างไรไปหาและขอร้องให้น้ำผึ้งทำแบบนั้น ชายหนุ่มขบกรามเข้าหากันแน่นจนเกิดเป็นสันตามแนวคาง ยามได้เห็นใบหน้าระรื่นระริกระรี้ของเธอ “มารยา!!... เลว เห็นแก่ตัวที่สุด” เสียงเข้มเปล่งออกมาทำให้หญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาเปิดประตูรั้วบ้านหยุดชะงัก “พิ พี่...โต !!” พรพรรณสะดุ้งตกใจ เสียงสั่นๆ เปรยถามชายหนุ่ม เธอหมดสภาพไร้ความดีงามติดตัว ยามไปพบเจอน้ำผึ้ง นึกแล้วก็น่าใจหาย เธอกลายเป็นผู้หญิงร้ายกาจในสายตาของน้ำผึ้ง ทำเรื่องเลวร้ายแต่กลับมีหน้าไปขอร้องให้หญิงสาวเดินออกไปจากชีวิตสิงโต เสียงอันดุดันของชายหนุ่มทำให้เธอต้องรีบห่อตัว ร่างบางสั่นเล็กน้อย “ใช่!! ฉันเอง” คนตัวโตก้าวเดินย่างสามขุมเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ ตาดวงเข้มดุดันจ้องมองเธอไม่วางตา รวมทั้งใบหน้าของเขาถมึงทึงน่ากลัวเหลือเกิน “พิ...พี่โต มาหาพรมีอะไรหรือเปล่าคะ?” เปรยเสียงสั่นเอ่ยถามเขา กลัวสายตาของคนร่างโตเหลือเกิน แต่เธอก็ทำใจกล้า ทำเป็นไม่เกรงกลัว เธอต้องเข้มแข็ง “หึ หึ... มีหน้ามาถามฉันนะ ร้ายกาจที่สุด...” “พี่โตพูดเรื่องอะไรคะ?” “เธอรู้อยู่แก่ใจยังมีหน้ามาถามฉันนะ พรพรรณ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยุดดักหน้าของเธอไว้ ไม่ให้หญิงสาวเข้าบ้านไปได้ง่ายๆ “หลีกค่ะ… พรจะเข้าบ้าน” พรพรรณยกมือขึ้นผลักคนร่างหนาให้หลีกทางให้ แต่ก็ไม่ทำให้คนร่างโตขยับเขยื้อนเลย เขายังยืนจ้องหน้าของเธออยู่ “เธอนี่ร้ายยิ่งกว่าที่ฉันคิดเสียอีกนะ คงอยากได้มากสินะ ผัวน่ะ ถึงสั่นระริกๆ ไปสั่งคนนั่นคนนี้ให้เดินออกไปจากฉัน” สิงโตเปล่งเสียงกระซิบลอดออกมาตามไรฟัน เขาเอ่ยวาจาเหยียดหยัน มุมปากหนากระตุกยิ้มเยือกเย็น “พี่โต...มันจะมากไปแล้วนะ” พรพรรณเปล่งเสียงอันสั่นเครือ ดวงตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา เธอแหงนใบหน้าอันขาวซีดมองคนตัวโต “เธอนี่จิตใจทำด้วยอะไร ?” “แล้วใครล่ะที่ทำให้พรเป็นแบบนี้ ไม่ใช่เพราะพี่โตเหรอ... คนเห็นแก่ตัว เลวที่สุด” พรพรรณเปรยเสียงไหวหวั่นกระซิบ “เธอนี่กล้านะ ถ้าฉันไม่เมาคงกินเธอไม่ลงแน่…” “แต่พรก็เป็นเมียพี่โตแล้ว เมียที่ท้องด้วย ลูกของพี่โตอยู่ในนี้ไง” พรพรรณแหงนมองคนที่ตัวสูงกว่าเธอมาก แล้วก้มหน้าลงชี้นิ้วไปตรงท้องที่ยังโหนกนูน สื่อให้เขารับรู้ไว้ว่าสามเดือนแล้ว “เธอแน่ใจหรือว่าไอ้เด็กในท้องของเธอน่ะ มันเป็นลูกของฉัน” สิงโตเอ่ยเสียงเยาะเย้ย “คนทุเรศ ถึงพรจะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ พรก็ไม่ได้มั่วนะ หลีกไป…” มือบางยกขึ้นผลักคนร่างหนาที่ยังกักเธอไว้ “เธอกล้าดีอย่างไรไปขอร้องน้ำผึ้งแบบนั้น” สิงโตอยากจะหักคอคนตรงหน้าเสียเหลือเกิน เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นกางออกคล้ายๆ จะจับลำคอระหงนั้นขย้ำบีบให้แหลกคามือ แต่เขาก็ต้องหยุดชะงัก “พรทำไปเพราะลูก พรผิดด้วยเหรอคะ?” “ลูกของเธอคนเดียว ไอ้มารหัวขนในนั้นมันไม่ใช่ลูกฉัน” คนร่างสูงก้มมองหน้าท้องโตเล็กน้อย เปล่งออกมาด้วยความแค้น พร้อมทั้งกางมือออกทั้งสองข้างหวังจะบีบขย้ำลำคอระหงนั่น “เอาสิคะ... การที่พรไปขอร้องน้ำผึ้งมันทำให้พี่โตเป็นบ้าก็เอาสิคะ ฆ่าพรเลย บีบสิคะ บีบเลย... เลวที่สุด” เธอยืดขยับลำคอให้ชายหนุ่ม ท้าทายเขาตรงหน้า ใบหน้าที่มีน้ำตาไหลอาบแก้มนวลก็แหงนมองหน้าของคนเห็นแก่ตัว “เธออย่าท้าทายฉันนะพรพรรณ” สิงโตแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม มือยกขึ้นชี้หน้าหญิงสาว “พรไม่ได้ท้า... บีบเลยค่ะ จะได้หายแค้นไง” หญิงสาวตัวสั่นเทา ยามได้เห็นแววตาเข้มส่องแสงประกายสีแดงก่ำพิโรธมายังเธอ “หึหึ!! เธอได้ตายสมใจแน่ ฉันจะทำให้เธอตายทั้งเป็น มานี่!! นางมารร้าย” สิงโตเหลืออด เขากระชากร่างอวบอั๋นนั่นเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด จนทำให้ใบหน้าของหญิงสาวกระทบอกแกร่ง “โอ๊ยย!!...พรเจ็บนะ คนบ้า” สาวร่างอวบพยายามดิ้นให้ออกจากการรัดกุมของชายหนุ่ม เธอแหงนใบหน้ามองเขา ส่วนชายหนุ่มก็ก้มมองเธออยู่เช่นกัน สองสายตาจ้องมองกัน “หยุดดิ้น!! และไปกับฉันเดี๋ยวนี้” สิงโตฉุดกระชากลากดึงหญิงสาวให้เดินตามเขาไปยังรถที่จอดอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนนใหญ่ “กรี๊ดดด!! ปล่อยพรนะ” พรพรรณทั้งรั้งทั้งทุบตีข้อมือใหญ่ที่จับกุมข้อมือของเธอ “หยุดกรี๊ดสักที ถ้าเธอมีปากเสียงกับฉัน เธอได้ตายเป็นศพไม่สวยแน่” สิงโตเปลี่ยนจากการฉุดกระชาก เขาใช้แขนอันทรงพลังโอบกอดรอบช่วงอกอิ่ม กึ่งอุ้มกึ่งลากหญิงสาวพาเดินข้ามถนนใหญ่ มือใหญ่อีกข้างก็ประกบปิดเรียวปากของเธอไว้ ไม่ยอมให้เสียงกรี๊ดร้องของเธอเล็ดลอดออกมาให้ใครต่อใครได้ยิน
ขอให้รักกลับคืนมาได้ไหม

ขอให้รักกลับคืนมาได้ไหม

ความรักไม่ผิด...เรารักเขา เขาไม่รักเรา ก็ไม่ผิด แต่การรอคอยมันย่อมมีระยะเวลาสิ้นสุดลงเมื่อ...ใจเราไม่อาจรอรักจากเขาได้อีกแล้ว มันก็ถึงเวลา...สิ้นสุดยุติการรอคอที่เลื่อนลอยไร้จุดหมาย “นั่นสิคะ หนูดาวก็งงอยู่ ทำไมถึงหนีพี่เหนือไม่พ้นสักที ตั้งแต่หนูดาวตัดสินใจทำแบบนั้นลงไป พี่เหนือทำให้หนูดาวแปลกใจจนงงและสับสนไปหมด” “หือ” “ปกติพี่เหนือจะผลักไสให้หนูดาวไปไกล ๆ ชอบใช้สายตาแบบว่า...ฉันรำคาญเธอนะ เห็นหน้าเธอแล้วมันหงุดหงิดใจมาก จะไปเองดี ๆ หรือจะให้ฉันเตะโด่งเธอไป...ประมาณนี้นะคะ แต่พอหนูดาวเอาแหวนหมั้นไปคืน กลับต้องเจอกับพี่เหนือทุกวัน...และยังอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดทั้งวันเลยด้วย ขนาดคิดหนีมาทำงานที่นี่ สุดท้ายยังหนีพี่เหนือไม่พ้นเลยด้วย” “เราคงเป็นคู่เวรคู่กรรมกันละมั้ง ทำยังไงก็หนีกันไม่พ้น เสร็จงานที่นี่ เห็นทีพี่คงจะต้องจับมัดเราให้หนักกว่าเดิม” พันดาวมองแดนเหนืออย่างตื่นตะลึง เรียวปากสีชมพูอ้าค้าง “นี่พี่เหนือ...”
ดันรัก

ดันรัก

ดันรัก (เจ้จ๋า+ไอ้เป๊ก) “ผมชอบแบบนี้ ชอบสาวอวบ” “เค้าอ้วนหรอ” รอยยิ้มที่มีบนใบหน้าสวยจางลงไป เมื่อได้ยินแบบนั้น ทำให้กังวลขึ้นมาอีกว่าตัวเองอ้วนเผละขึ้นมาแล้วหรืออย่างไร “เปล่า ไม่ได้อ้วนเลย แต่อวบตรงนี้” เขาขยำมือลงไปตรงจุดที่ว่า อวบตรงนี้ ทำเอาคนโดนกระทำต้องบิดกายหลบน้อยๆ ด้วยความเขินอาย “อวบเป็นส่วนๆ อะ” “คนบ้า ปล่อยเลยนะ” จารุณาพยายามดึงมือเขาออกจากจุดอันตรายช่วงบน แต่ดูเหมือนคนที่เด็กกว่าจะไม่นำพาแรงขัดขืนเท่ามดนั้น -------------------- ดันรัก 2 (พิกเจอร์+ป๊อกจี้) “งั้นสัญญากับพี่ได้ไหมคะ ว่าต่อไปนี้จีจี้จะไม่เอาแต่ใจ แล้วจากนี้และตลอดไปก็จะให้พี่เอาแต่เรา” เปรมยุดายกมือขึ้นปิดปากหยักทันทีเมื่อเขาเอ่ยจบ เกรงว่าจะได้ฟังคำพูดห่ามๆ อย่างอื่นอีก นี่มันคืนแต่งงานบ้านไหนเนี่ย เธอต้องมานอนตัวแดงหน้าแดงฟังเขารำพันอะไรเสี่ยวๆ “อายอะไร พูดความจริง ตอบมา สัญญา” รัตนทัตไม่ยอมให้แม่เมียตัวน้อยปฏิเสธ และระหว่างที่เธอเม้มปากแน่นไม่ยอมเอื้อมเอ่ย มือหนาก็ลูบไล้ไล่สัมผัสไปถึงไหนต่อไป คนที่ตั้งใจว่าจะไม่คุยกับเขาแล้วเพราะกลัวเขาจะพูดทะลึ่งตึงตังเลยจำต้องอ้าปาก “พี่พิก พอแล้วค่ะ” ประท้วงเขาเบาๆ เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำนั้นตรงข้ามกับคำที่บอกเธอว่าเหนื่อยและไม่มีแรงไปมากโข “พออะไรครับ หืม” ยังจะมาย้อนถามอีกนะคนบ้ากามนี่! ก็รู้ว่าเขามีสิทธิ์ ไม่ได้คิดจะปฏิเสธความต้องการของเขาหรอก แต่เปรมยุดาอยากรู้จริงๆ ว่าผู้ชายเป็นแบบนี้กันทุกคนหรือเปล่า หรือเฉพาะพี่พิกเท่านั้น เลยอดถามเขาไม่ได้ว่า “ทำไมพี่พิกถึงได้หมกมุ่นกับเรื่องบนเตียงจังคะ” “งั้นเปลี่ยนไปที่ระเบียงไหมล่ะ”
รักเทิร์นโปร

รักเทิร์นโปร

มื่อผู้หญิงคนหนึ่งหลงชอบผู้ชายปริศนา เธอไม่เคยรู้จักเขา ไม่เคยคุย ไม่เคยแม้กระทั่งได้สบตา รู้แค่ว่าเขาตรงสเปคและตัวก็หอมมาก จนอยากคิดเทิร์นโปร จากคนแปลกหน้าไปเป็น...เมีย *****โปรย***** “ถ้าผมเลิกบุหรี่ได้ อิ้งจะให้อะไร” “คุณเดย์ขอรางวัลจากอิ้งเหรอ” “ใช่...รางวัลจากอิ้ง” เสียงทุ้มดังขึ้น ก่อนที่อิงฟ้าจะสะดุดกับชื่อตัวเองที่ภูวิศเอ่ยออกมา นี่เขาเรียกชื่อเธอจริงๆ ใช่ไหม “อืม...คุณเดย์อยากได้อะไรละคะ” แม้จะดีใจที่ภูวิศเอ่ยชื่อเธอ แต่อิงฟ้าก็ต้องตั้งสติเพื่อโฟกัสสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยเมื่อครู่ แต่ดูเหมือนเธอจะพลาดเสียแล้ว “อิ้งเป็นคนถามผมเองนะ” “ค่ะ...ขอแค่อย่าแพงนักก็พอ เพราะอิ้งไม่ค่อยมีเงิน” “สิ่งที่ผมจะขอ อิ้งไม่ต้องใช้เงินซื้อแม้แต่บาทเดียว” “มีด้วยเหรอคะ ของที่อิ้งไม่ต้องใช้เงินซื้อ” “มี...เพราะผมต้องการแค่ริมฝีปากของ...อิ้ง” เอ่ยจบภูวิศก็เดินเข้ามาประชิดตัวอิงฟ้า ซึ่งระหว่างนั้นเธอมัวแต่ทบทวนประโยคที่ได้ยินไปเมื่อครู่ จึงไม่ทันได้ขยับหนี “ตอนนี้ผมยังเลิกมันไม่ได้ แต่ทุกครั้งที่ผมต้องการจะมัน ผมจะไปหาอิ้ง” “ตะ...แต่ว่า” ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมา ภูวิศก็อยู่ใกล้เกินกว่าที่ อิงฟ้าคาดคิด และเขาก็ใช้จังหวะนั้นรวบเอาบางของเธอไว้ “ถ้าอิ้งไม่ตกลง ผมก็จะสูบบุหรี่เดี๋ยวนี้แล้วก็จะเข้าไปหา น้ำขิง” “ทำแบบนั้นไม่ได้นะคะ เดี๋ยวน้ำขิงก็ได้กลิ่นบุหรี่จากตัว คุณเดย์ คราวนี้แกอาจไม่สบายเข้าจริงๆ” แม้จะตกใจแต่อิงฟ้าก็รีบห้าม “งั้นอิ้งก็ให้คำตอบผมมาสิ ว่าได้หรือไม่ได้” “เอ่อ...” “ได้หรือไม่ได้” น้ำเสียงของภูวิศกำลังทำให้อิงฟ้าสะท้าน ไหนจะแววตารวมไปถึงวงแขนของเขาที่โอบรอบเอวของเธออยู่ในตอนนี้อีก “คุณเดย์ กำลังมัดมือชกอิ้งอยู่นะ” “ใช่” “คุณเดย์” คำตอบของภูวิศทำเอาอิงฟ้าอึ้ง ตอนนี้เธอสับสนจริงๆ ว่าชายหนุ่มเป็นอะไรของเขากันแน่ “ทำยังไงดี ตอนนี้ผมอยากสูบบุหรี่อีกแล้วสิ” “ตะ...ตอนนี้เหรอคะ” อิงฟ้าตกใจจนเผลอเงยหน้าขึ้นมอง ภูวิศอีกครั้ง ถึงได้รู้ว่าเวลานี้เขากำลังยิ้มและรอยยิ้มของเขาก็เจ้าเล่ห์มากด้วย “ใช่....ตอนนี้” เอ่ยจบภูวิศก็ช้อนปลายคางของอิงฟ้าขึ้น จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาเพื่อมอบจูบให้เธอ จูบแรกสัมผัสแรกจากเขาทำให้อิงฟ้าใจเต้นรัว ร่างบอบบางร้อนรุ่มราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่าน หูอื้อตาลายและรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอย ในขณะที่ภูวิศเองก็กำลังดื่มด่ำกับรสจูบที่แสนหวานจาก อิงฟ้าเช่นเดียวกัน ริมฝีปากนุ่มๆ ของเธอทำให้เขาหลงใหล จนหัวใจจากที่เคยด้านชากลับมาเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะอย่างเช่นในตอนนี้ได้ นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกดีกับการจูบเช่นในตอนนี้ นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยโหยหาใครเท่าอิงฟ้ามาก่อน นานแค่ไหนที่เขาไม่เคยตกหลุมรักใคร กระทั่งได้มาเจอ...เธอ ภูวิศตัดใจถอนจูบแรกออกอย่างอ้อยอิ่ง นั่นก็เพื่อสบตากับอิงฟ้า จะได้มองเข้าไปในดวงตาของเธอว่าคิดเช่นเดียวกับเขาไหม และคำตอบที่เขาได้คือ...ใช่ จูบครั้งที่สองจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้อิงฟ้าปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปช้าๆ แต่ก็วาบหวามด้วยสัมผัสที่ภูวิศมอบให้ ริมฝีปากเขาช่างร้ายกาจ เพราะมันอ่อนหวานและเร่าร้อนจนเธอเกือบทำให้เธอหมดลมหายใจ และนี่คือวิธีหยุดตัวเอง เพื่อไม่ให้สูบบุหรี่ในแบบเฉพาะของเขา
ตำหนักรัก ฮ่องเต้อำมหิต

ตำหนักรัก ฮ่องเต้อำมหิต

เว่ยหลินหลางบุตรีราชครูเว่ยอี้ ฝาแฝดคนพี่ที่ถูกปกปิดไร้สิ้นตัวตนว่าไม่เคยถือกำเนิดบนผืนแผ่นดิน ด้วยนางเกิดมาพร้อมดวงชะตาอันแข็งกล้าเป็นดวงล้มบัลลังก์หงส์ของแคว้นต้าโจว นางจึงถูกส่งตัวไปพำนักอยู่ที่หอดวงดาวให้ผู้คุมกฎเลี้ยงดู และนางก้าวออกจากหอดวงดาวในรอบ 17 ปี เพื่อกลับมาล้มบัลลังก์หงส์ที่ทำลายตระกูลของนางจนล่มสลาย โดยไม่รู้ตัวเลยว่าการก้าวออกมาจากหอดวงดาวครั้งนี้ ทำให้นางได้พานพบกับดาวคู่ชะตา ซึ่งเป็นนักรบปีศาจผู้เลื่องลือและก้าวขึ้นครองบัลลังก์ของแคว้นเทียนอวี๋อันยิ่งใหญ่ ลี่หยวนฮ่องเต้ผู้มีสมญานามฮ่องเต้อำมหิต ข้าจะต้องค้นหาและตามไปช่วยนางให้ได้ ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดต่อให้บุกน้ำลุยไฟ ข้ามทะเลทราย มหาสมุทรนับหมื่นลี้ ข้าก็จะนำหัวใจของข้ากลับคืนมาเคียงคู่ที่ ตำหนักเย่วเชียงแห่งนี้ด้วยกันดั่งเดิม!!!!
เพลิงรักกลางตะวัน

เพลิงรักกลางตะวัน

ชายหนุ่มที่ผิดหวังในความรักเข้าขั้นสาหัส จนอาการหนักแอนตีผู้หญิงไปแล้วทั้งโลกอย่างเพลิง มีอันต้องป่วนหัวใจ เมื่อเธอก้าวเข้ามาวุ่นวายในสวนส้มตะวันฉาย ผู้หญิงอะไรน่ารักน่าหยิก แถมมาด้วยเป้าหมายไม่ธรรมดา อย่างนี้ต้องแกล้ง...เสียให้เข็ด เมื่อถูกยื่นข้อเสนอให้ไปเป็นสปายสายลับจับเกย์ ในสวนส้มตะวันฉาย ตวงรักจึงตะครุบงานนี้ไว้อย่างรวดเร็ว แต่ทว่าตั๋วเครื่องบินไปสวิส พร้อมกับพอกเก็ตมันนี่ มันจะคุ้มไหมนะ ถ้าเจอกับคนเจ้าเล่ห์แสนเนียนอย่างอีตาเพลิง! “ไม่มีครายเข้าใจผมเลยสักคน รู้ไหม คุณตวงรัก” น้ำเสียงยานคาน แฝงแววน้อยอกน้อยใจนั่น ทำเอาตวงรักหยุดดิ้นรนได้ชั่วครู่ เมื่อสัมผัสได้ว่า คนตัวโตที่กำลังกอดเธอไว้ กำลังทำเหมือนคนขาดความอบอุ่น จึงไขว่คว้าหามันจากเธอ ตวงรักเงยหน้ามองเขา แล้วสบกับสายตาคมกริบที่กำลังฉายแววตัดพ้อ ตวงรักมองเขานิ่ง หยุดดิ้นไปแล้ว มือนิ่มโอบตอบร่างหนา แถมลูบหลังให้เขาเบาๆ อีกต่างหากเหมือนจะปลอบโยน อาการของเธอทำให้เพลิงเกือบจะหลุดยิ้มออกมาเสียแล้ว ชายหนุ่มแกล้งทำเสียงเศร้าและนัยน์ตาโศกมากกว่าเดิม “ทำไมผมถึงเป็นแบบนี้กันนะ” “คุณเพลิงเป็นอะไรไปเหรอคะ บอกตวงก็ได้นะ” เธอกล่าวอย่างปลอบประโลม ใจอ่อนยวบไปเสียแล้ว กับคนที่เธอกำลังลูบหลังไหล่ให้อยู่นี่ เขาเป็นอะไรไปกันนะ ทำไมถึงต้องเมามามากขนาดนี้ แล้วก็ทำท่าเหมือนกำลังเศร้าโศกอย่างหนักด้วย “ผมบอกใครไม่ได้” เพลิงส่ายหน้าเบาๆ ถือโอกาสโอบร่างเพรียวเข้าหาตัว และซบหน้าลงกับกลุ่มผมหอมกรุ่น แอบสูดกลิ่นหอมน่าชื่นใจนั่นเข้าปอด ตวงรักถึงกับครวญออกมาอย่างสงสารคนตัวโต ที่วันนี้ทำท่าท้อแท้ หมดแรงต่อสู้อย่างน่าประหลาด “โธ่...บอกตวงได้นะคะ ถึงเราจะรู้จักกันได้ไม่นานนัก แต่คุณเพลิงก็ไว้ใจตวงได้นะ เล่าให้ตวงฟังได้ทุกอย่างเลยค่ะ ตวงยินดี” “มันเป็นเรื่องน่าอายมากเลยครับ” ชายหนุ่มทำเสียงเศร้า แล้วแอบยิ้มกับกลุ่มผมของเธอ “อย่าเก็บไว้เลยนะคะ ตวงไม่เคยเห็นคุณเพลิงเป็นแบบนี้สักที มีอะไรอัดอั้นตันใจ ก็เล่าให้ตวงฟังได้เลยค่ะ” ยิ่งฟังน้ำเสียงของเขา ตวงรักก็ยิ่งสงสารเขา มือเรียวยังคงลูบหลังให้อย่างปลอบใจ เธอลืมไปสนิทว่า เธอกำลังกอดกับเขาอยู่ อย่างแนบชิดเสียด้วย เพราะมัวแต่จะปลอบโยนเขาให้คลายเศร้า “คือว่า ฟังแล้วคุณตวงอย่ารังเกียจผมนะครับ” เพลิงผละออกจากร่างนุ่มอย่างเสียดาย นัยน์ตาคมกริบที่สบกับตวงรัก มีประกายประหลาด ขณะที่เขาสารภาพเสียงอ่อน “ผมกำลังคิดว่า ผมคงจะเป็นเกย์ ผมชอบผู้ชาย จะทำยังไงดีครับ คุณตวงรัก” “หา!”
ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า

ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า

ในเมื่อเป็นเพียงองค์หญิงที่เกิดจากสนม แล้วต้องถูกกดขี่เช่นนี้ ข้าจะทำทุกอย่างให้ไปอยู่จุดที่สูงกว่า มีอำนาจมากกว่า แม้แต่เสด็จพ่อก็ต้องไว้หน้าข้าส่วนหนึ่ง เรื่องย่อ : จวิ้นซิงเยียน องค์หญิงอันดับสี่ของราชวงศ์จวิ้น ที่ประสูติจากสนมขั้นกุ้ยเฟย แม้จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น แต่ก็มิมากไปกว่าเหล่าพี่น้องที่ประสูติจากฮองเฮาหรือสนมขั้นหวงกุ้ยเฟย นางและน้องสาวจึงถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ และนั่นเป็นบ่อเกิดของความเคียดแค้นและทะเยอทะยาน "หากมิอยากถูกกดขี่ ก็กระทำตนให้สูง" นั่นเป็นคำสอนที่จวิ้นซิงเยียน ยึดถือมาโดยตลอด และนางจะทำให้ แม้แต่องค์กษัตริย์ของแผ่นดินคิดจะทำสิ่งใดก็ต้องไว้หน้านางอยู่บ้าง จวิ้นซิงเยียน x ชายเสเพลผู้หนึ่ง “อย่ากระทำตน เช่นคนอดอยากปากแห้งหน่อยเลย ข้ารู้ว่าเจ้าเข้าหอนางโลมบ่อยยิ่งกว่าเข้าห้องสุขาเสียอีก” “ถ้าเป็นถ่ายหนักก็ใช่อยู่ แต่หากถ่ายเบา ข้าเข้าห้องสุขาบ่อยกว่าเข้าหอนางโลมนะ”
พลาดรักท่านประธาน

พลาดรักท่านประธาน

จากแฟนเก่าสุดรักครั้งวัยเด็ก ที่เคยเลิกรากันไปนานถึงห้าปี แต่พรหมลิขิตชักพาให้เขาสองคนได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในสถานะท่านประธานกับเลขา ________________________ “นายเลิกยุ่งกับฉันได้ไหม ขอร้องละ” ริสาหดลำคอถอยหนีด้วยความกลัว เมื่อก่อนเคยโมโหร้ายยังไง ตอนนี้เขายังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน “แล้วทำไมฉันต้องทำแบบนั้น!?” “....” หญิงสาวน้ำตาคลอเมื่อคนตรงหน้าไม่มีท่าทีว่าจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ “เมียเก่าของฉันดูน่าสงสารจังเลยนะ” “เลิกแกล้งฉันสักทีได้ไหม จะทำร้ายความรู้สึกฉันไปถึงเมื่อไหร่กัน?” “พอโดนฉันเอาคืนแค่นี้ ถึงกลับทนไม่ได้เลยเหรอ?” “แล้วต้องให้ฉันทำยังไง จะให้ฉันชดใช้ยังไงก็บอกมาสิ” “มันชดใช้แทนกันไม่ได้หรอก เพราะฉันเจ็บปวดกว่าที่เธอคิดไว้เยอะ” “ฉันก็เจ็บปวดไม่แพ้นายนั่นแหละ” “ถ้าเจ็บปวดแล้วทำไมไม่กลับมา ทำไมต้องทิ้งฉันไปแบบนั้น!” “....”