ทาสรักเพลิงทมิฬ

ทาสรักเพลิงทมิฬ

B.J.BEN

5.0
ความคิดเห็น
3.2K
ชม
40
บท

เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ

บทที่ 1 1

กรพักตร์นั่งมองภาพข่าวตรงหน้าจอโทรศัพท์มือถือก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา

รายละเอียดของข่าวคือคุณหมอหนุ่มเจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดังกับหญิงสาวแสนสวยเจ้าของแบรนด์ขนมชื่อดังและเจ้าของร้านอาหารที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของประเทศ

“คชากรคุณหมอหนุ่มไฟแรงอนาคตไกลกับเพียงขวัญเจ้าของร้านอาหารที่อร่อยติดอันดับของประเทศอย่างงั้นเหรอ” กรพักตร์เหยียดยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะวางโทรศัพท์ราคาแพงลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่เพราะเสียงเคาะประตูจากวรจักร ลูกน้องคนสนิทดังขึ้น

วรจักรโค้งคำนับให้เจ้านายหนุ่มหลังจากอีกฝ่ายเอ่ยอนุญาตให้เข้ามาในห้องได้

“ผมไปทำตามที่เจ้านายสั่งเรียบร้อยแล้วนะครับ” ประโยคนั้นของวรจักรทำให้ริมฝีปากของกรพักตร์โค้งขึ้นคล้ายจะยิ้มคล้ายพึงพอใจกับคำตอบ

“ดีมาก” ร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของกรพักตร์ลุกจากเก้าอี้ตัวใหญ่ในห้องทำงาน เขาอยู่ในชุดสูทเนื้อดีราคาแพง

เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าดูดีเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า อีกทั้งเครื่องหน้าที่หล่อเหลารับกันอย่างลงตัว ทั้งปากหยักหนา คิ้วเข้มดกหนาเรียงตัวเป็นระเบียบกับจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากกว้างได้รูป

ใบหน้าคมสันของกรพักตร์ทำให้ใครได้มองแล้วตรึงตาตรึงใจยิ่งนัก ยิ่งเป็นสาว ๆ แล้วยิ่งหลงเสน่ห์เขาได้ไม่ยาก

“ไปกันเถอะ เหยื่อติดกับแล้ว เราก็ควรจะเร่งสาวเบ็ดให้เร็วที่สุด” กรพักตร์เดินตรงไปขึ้นรถยนต์คันหรูราคาแพงที่จอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่

หลังจากรถยนต์จอดสนิทหน้าร้านขนมชื่อดัง เขาก็เดินเข้าไปภายในร้าน เห็นว่าวันนี้ภายในร้านอมยิ้มมีลูกค้ามากมาย

ชื่อร้านอาหารขนมชื่อดังที่ใคร ๆ ต้องแวะมาชิมหรือหอบหิ้วไปเป็นของฝากเป็นชื่อร้านที่จำง่ายชวนให้ต้องยิ้มตามเมื่อได้อ่านชื่อร้าน ร้านแยกเป็นสองฝั่งโซนขนมกับโซนอาหาร

ดูเหมือนพนักงานในร้านจะทำงานกันอย่างแข็งขัน แต่ก็เหมือนจะไม่ทันใจลูกค้าที่รอคิวกันอย่างเนืองแน่น

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” เสียงเอ่ยขอโทษและร่างที่เดินชนกับเขาอย่างจังทำให้กรพักตร์หันไปมอง เขาหรี่ตามองหญิงสาวแสนสวยที่เอ่ยขอโทษขอโพยเขาเป็นการใหญ่

กรพักตร์มองดี ๆ เขาก็จำได้ในทันทีว่าเธอคือเจ้าของร้านนามว่าเพียงขวัญ แต่เธอกลับอยู่ในชุดพนักงานเสิร์ฟไม่ต่างจากคนอื่น ๆ

ชายหนุ่มไม่ได้ทักทายเธอออกไป เขาเพียงแค่บอกว่าไม่เป็นไร ทำเหมือนไม่รู้จักเธอและเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ

"ขนมที่ผมสั่งเอาไว้ได้หรือยังครับ” ประโยคนั้นของลูกค้าหนุ่มที่ดูเหมือนจะดูดีและทรงเสน่ห์ที่สุดในร้านทำให้เพียงขวัญที่ได้ยินเข้า รีบเอ่ยขอตัวจากลูกค้าหลังจากเสิร์ฟขนมกับเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว หันมาสนทนากับเขาในทันที

“ต้องขอประทานโทษด้วยนะคะ ดิฉันชื่อเพียงขวัญเป็นเจ้าของร้านอมยิ้มแห่งนี้ ขอเรียนเชิญคุณลูกค้าไปนั่งพักให้หายเหนื่อย รับเครื่องดื่มและขนมของเราก่อนนะคะ” เพียงขวัญรีบผายมือเชิญเขาไปมุมหนึ่งของร้านที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวและไม่วุ่นวายเหมือนด้านนอก

“คุณมีเครื่องดื่มกับขนมอะไรแนะนำผมบ้างครับ ผมไม่ใคร่ชอบรับประทานของหวาน แต่ก็สามารถรับประทานได้ แค่ขอไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป”

“คุณกรพักตร์เดินทางมาเหนื่อย ๆ ดิฉันขอเสิร์ฟเป็นน้ำสมุนไพรเย็น ๆ จะได้สดชื่น อากาศร้อนแบบนี้ต้องดับกระหายคลายร้อนค่ะ ส่วนขนมก็เป็นพานาคอตต้ามะม่วงค่ะ ช่วงนี้เป็นฤดูของมะม่วง หวังว่าคุณจะเพลิดเพลินและสดชื่นกับขนมของเรานะคะ” เธอพูดอย่างไม่ติดขัดเหมือนเจ้าของร้านทั่วไปที่ชอบบริการลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด

กรพักตร์รับประทานทั้งเครื่องดื่มและขนมที่พนักงานของเธอยกมาเสิร์ฟ แล้วต้องเอ่ยชมว่าอร่อยจริง ๆ ขนมของเธอทำให้เขารู้สึกสดชื่นอย่างที่เธอบอกจริงๆ

“เป็นยังไงบ้างคะ” เพียงขวัญเอ่ยถาม หัวใจของเธอเต้นระทึกเพราะว่าหลังจากนี้เธอต้องเจรจาเรื่องขนมที่เขาสั่งเอาไว้นับพันกล่อง การเสิร์ฟเครื่องดื่มและขนมที่ทำให้เขาพึงพอใจอาจจะทำให้เขาใจเย็นลงได้บ้าง

แท้ที่จริงแล้วหากมีออร์เดอร์สั่งขนมเข้ามาเช่นนี้ เธอจะต้องจ้างพนักงานเพิ่ม แต่นั่นก็ต้องรอให้ผู้เป็นป้าอย่างคริสาอนุมัติเสียก่อน

เมื่อก่อนเธอจะปิดร้านทุกวันจันทร์ แต่เมื่อมีลูกค้ามากขึ้นผู้เป็นป้าของเธอก็ไม่ยอมให้ปิดร้าน อ้างว่าจะเสียลูกค้า ดังนั้นเลยทำให้ร้านขนมและร้านอาหารของเธอเปิดทั้งเดือน

เพียงขวัญเองก็ไม่อยากปิดร้าน เธออยากรับพนักงานเพิ่ม เพราะส่วนของการผลิตขนมที่มีสูตรเป๊ะ ๆ ตายตัวกับการขายหน้าร้านนั้นสามารถแยกส่วนกันได้ แต่เพราะผู้เป็นป้าอย่างคริสาไม่พอใจพนักงานคนไหนก็ไล่ออกเป็นว่าเล่น และไม่รับใครเข้าทำงานง่าย ๆ ทำให้เธอทำงานได้ยาก จะเรียกว่าท่านเป็นคนจุกจิกจู้จี้ก็ย่อมได้ ยิ่งอายุมากขึ้นคริสายิ่งขี้บ่นและเข้มงวดกับทุกเรื่อง

ก่อนเปิดร้านขนมและร้านอาหาร ซึ่งก็อยู่ร้านเดียวกัน แยกครัวฝั่งขนมและครัวฝั่งอาหารเอาไว้คนละด้าน คริสาเป็นคนออกปากอนุญาตให้เธอเปิดกิจการเป็นของตัวเองได้ แต่ท่านจะต้องเป็นคนถือหุ้นใหญ่ จะเรียกว่าท่านลงทุนให้ก็ย่อมได้ ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถมีปากเสียงอะไรกับท่านได้มากไปกว่าทำตามคำสั่ง

“อร่อยมากครับ ขนมที่ผมสั่งเอาไว้หนึ่งพันกล่องสำหรับนำไปเลี้ยงเด็กกำพร้าเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”

“ขนมทั้งพันชิ้นเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”

“ดีเลยครับ”

“แต่ว่าขอให้คุณกรพักตร์รออีกสักหน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้กำลังแพ็กลงกล่องอยู่น่ะค่ะ เพื่อเป็นการขออภัยจากเรา ดิฉันจะมีส่วนลดพิเศษให้อีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์นะคะ ไม่ทราบว่าคุณกรพักตร์จะโอเคไหมคะ” เธอเอ่ยอย่างเกรงอกเกรงใจเขาเป็นที่สุด

“อย่างนั้นเหรอครับ” กรพักตร์มองหญิงสาวนิ่ง เธอมองเขาอย่างลุ้น ๆ ดูเธอกำลังตื่นเต้นและกระวนกระวายใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งเขานิ่งไปก็ยิ่งทำให้เธอร้อนใจอย่างที่สุด

“คุณกรพักตร์โอเคไหมคะ ดิฉันต้องกราบขอโทษอีกครั้งนะคะ” เธอบีบมือเข้าหากันแน่น มือน้อยชื้นเหงื่อไปหมด ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้เขาอย่างขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

“ได้สิครับ ผมอยากเอาขนมไปทำบุญให้เด็ก ๆ ก็ต้องให้คนที่อุตส่าห์ทำขนมอร่อย ๆ ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ด้วยจริงไหมครับ” ประโยคนั้นของกรพักตร์ทำให้เพียงขวัญผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ

“ดิฉันกราบขอบพระคุณในความกรุณาของคุณมาก ๆ นะคะ แล้วก็ขออภัยจริง ๆ ที่เกิดความล่าช้าขึ้น เพราะพนักงานของดิฉันไม่เพียงพอน่ะค่ะ ตอนนี้กำลังหาคนเพิ่มอยู่ค่ะ” เธอขอบคุณเขาจากใจ ถ้าเป็นลูกค้าหัวร้อนอารมณ์ร้ายเธอคงถูกเหวี่ยงวีนหรือต่อว่าไปแล้ว ดีที่เป็นคนตรงหน้า เขาดูใจเย็นและนิ่งมาก ทำให้เธอนึกเกรงใจอยู่ไม่น้อย

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ B.J.BEN

ข้อมูลเพิ่มเติม
วิวาห์คลั่งรัก

วิวาห์คลั่งรัก

สมัยใหม่

5.0

เมื่อโชคชะตาบังคับให้เขาและเธอซึ่งเป็นคู่กัดต้องกลายเป็นคู่แต่งงานแบบสายฟ้าแลบ! ระหว่างอดีตที่เต็มไปด้วยการปะทะคารม กับปัจจุบันที่ต้องใช้ชีวิตร่วมชายคา... เรื่องวุ่น ๆ จึงเริ่มต้นขึ้น ตั้งแต่แปรงสีฟันยันหัวใจ เขา...ผู้ชายเจ้าเล่ห์ ขี้แกล้ง และขี้หวงอย่างหนัก เธอ...หญิงสาวปากแข็ง ขี้ประชด แต่แอบอ่อนโยนในทุกความใส่ใจ จากบ้านไม้ริมคลอง กลายเป็นสนามรักและสงครามขนาดย่อม ที่ไม่มีใครยอมใคร แต่หัวใจสองดวงกลับเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด... เพราะบางที...โชคชะตาอาจไม่ได้บังคับ แต่มันอาจกำลังพาเขาและเธอ... กลับมายังที่ที่เรียกว่า "บ้าน" ด้วยกัน

คู่หมั้นไร้เสน่หา

คู่หมั้นไร้เสน่หา

โรแมนติก

5.0

เมื่อข่าวฉาวบิดเบือนเปลี่ยนหญิงสาวให้กลายเป็นคนที่เขาเกลียด และเมื่อคำสัญญาเก่าของผู้ใหญ่ พาเธอกลับมาในฐานะ ‘คู่หมั้น’ ที่เขาไม่ต้องการ ลลิล สาวสวยผู้สง่างามและเข้มแข็ง ต้องเผชิญแรงกดดันจากคนในครอบครัว รวมถึง กวิน ชายหนุ่มผู้เย็นชา ผู้มองเธอด้วยสายตาดูแคลน…แต่ไม่อาจละสายตาได้เลย ในความเงียบงันระหว่างพวกเขา...กลับมี ‘หัวใจ’ ที่ค่อย ๆ เรียนรู้กันอย่างไม่รู้ตัว จากความเข้าใจผิด กลายเป็นความผูกพัน จากการดูแคลน กลายเป็นการปกป้อง และจาก ‘คู่หมั้นไร้เสน่หา’ กลายเป็น ‘ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารัก’

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ซีอีโอผู้อ่อนแอต้องง้อเธอทุกวัน

ซีอีโอผู้อ่อนแอต้องง้อเธอทุกวัน

Elsworth Underwood
5.0

เซิ่งหนานหยินเกิดใหม่แล้ว ชาติที่แล้ว เธอถูกชายชั่วหักหลัง ถูกชายเสแสร้งใส่ร้าย โดนครอบครัวสามีเล่นงาน จนทำให้เธอล้มละลายและเป็นบ้าไป ในท้ายที่สุด เธอเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเธอตั้งครรภ์ได้ 9 เดือน แต่คนร้ายกลับทำเงินได้มากมาย และใช้ชีวิตทั้งครอบครัวอย่างมีความสุข เกิดใหม่ครั้งนี้ เซิ่งหนานหยินคิดตกอล้ว อะไรที่ว่าพระคุณช่วยชีวิต คนรักในใจอะไรกัน ล้วนไม่ต้องไปสน เธอจะจัดการชายชั่วหญิงร้าย สร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลเก่าของตนเองขึ้นมาใหม่อีกครั้งและนำตระกูลเซิ่งไปสู่จุดสูงสุดของชีวิต สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ คนที่หยิ่งมาตลอดในชาติที่แล้ว กลับเป็นฝ่ายริเริ่มมาหาเธอ "เซิ่งหนานหยิน การแต่งงานครั้งแรกผมไม่ทัน การแต่งงานครั้งที่สองก็ต้องถึงคิวผมแล้วสินะ"

พระชายาของข้าคนเดียว

พระชายาของข้าคนเดียว

Daryl Tudge
5.0

เดิมทีนางเป็นทายาทของตระกูลแพทย์เทพ แต่จู่ๆ นางก็กลายเป็นบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีที่พ่อไม่สนใจใยดีและแม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังนางยังเด็ก ในวันที่นางย้อนยุค นางถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่สังหารฮูหยินจวนโหว นางพยายามพลิกผัน พลิกสถานการณ์ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง นางคิดว่าภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นจบลงแล้ว แต่นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางจะต้องเผชิญคือเหวอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นถึงบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีกลับมีอันตรายอยู้รอบตัวมากมาย ทุกคนก็รังแกนางได้ พ่อไม่สนใจนางจะเป็นหรือจะตาย แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่สนุกกับการทรมานนาง คู่หมั้นชั่วร้ายของนางอยากจะใช้นางเป็นประโยชน์เพื่อขึ้นไปที่สูง และแม้แต่น้องชายแท้ๆ ของนางยังทรยศนาง นางจึงเริ่มต่อสู้กับคนเจ้าเล่ห์ ข่มเหงแม่เลี้ยงของนาง และดูแลน้องชายและน้องสาวของนาง ดังนั้นนางวางแผนที่จะเล่นงานผู้ชายชั่ว เอาคืนแม่เลี้ยง และแก้แค้นน้องๆ ระหว่างที่นางแก้แค้นนั้น นางมีชีวิตที่มีความสุข แต่กลับไม่รู้ว่าไปยั่วยุคนใหญคนหนึ่งเข้าเมื่อไร เมื่อนางจะทำเรื่องไม่ดีหรือฆ่าคน เขาก็ช่วยนางหมด ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่ถามออกมาว่า "ท่าน แม้ว่าข้าจะทำลายโลกที่ไม่มความยุติธรรมนี้ ท่านก็จะช่วยข้าเช่นกันหรือ" เขาทำหน้าใจเย็น "ตราบใดที่เจ้าอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าจะเป็นโลกใบนี้ ข้าก็สามารถให้เจ้าได้"

เมียผมน่ารักจัง

เมียผมน่ารักจัง

Penn Tofallis
4.9

กู้ชิงเฉิงเชื่อมั่นมาตลอดว่าตราบใดที่เธอประพฤติตัวดี สักวันหนึ่ง เธอก็จะสามารถชนะใจมู่ถิงเซียวให้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเสิ่นถัง รักแรกที่เขาคิดถึงมาตลอดกลับมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป กู้ชิงเฉิงเป็นคนว่าง่ายสอนง่ายจริงๆ เธอจัดงานแต่งงานด้วยคนเดียว และนอนคนเดียวในห้องผ่าตัดเพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน มีข่าวลือว่าเธอบ้าไปแล้ว อันที่จริงเธอบ้าไปแล้วจริงๆ ที่รักใครสักคนอย่างไม่ละอายขนาดนี้ ต่อมา ทุกคนลือกันว่า กู้ชิงเฉิงป่วยหนักและกำลังจะเสียชีวิต มู่ถิงเซียวถึงสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง "ฉันไม่ปล่อยให้เธอตาย" แต่เธอกลับยิ้มอย่างนิ่งๆ ว่า "ดีจังเลย ฉันเป็นอิสระแล้ว" ใช่แล้ว ไม่ต้องการกู้ชิงเฉิงอีกแล้ว"

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ