เธอรักเขาคือเรื่องจริง แต่เขาโกรธเกลียดเธอคือเรื่องจริงเช่นกัน ในเมื่อความรักมันเหนื่อยนัก เธอก็ขอพักใจ ถอยห่างออกมา รอวันหย่าขาดจากพ่อของลูกที่ไม่เคยรักเธอเลย
1
ภัสรินตื่นขึ้นมาจากเตียงในตอนเช้าตรู่ด้วยความรู้สึกไม่ค่อยสดชื่นนัก เธอตะแคงไปอีกด้านของเตียงก็พบแต่ความว่างเปล่า รวิศผู้เป็นสามีไม่ได้นอนร่วมเตียงกับเธอมานานมากแล้ว
เขานอนห้องอื่น หรือไม่ก็ออกไปนอนที่อื่น ในวันนี้ภัสรินรู้สึกเหนื่อยล้ากายใจเป็นที่สุด หลายปีแล้วที่เธอรักเขาข้างเดียวมาตลอด แต่เขากลับเย็นชาไร้หัวใจ
เขาคงไปหาน้องสาวของเธอ เพราะญาตาวีกลับมาหลายเดือนแล้ว ช่วงนี้พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน
ญาตาวีคือรักแรกของรวิศ ส่วนเธอแค่แอบรักเขา เพราะเขาเคยช่วยชีวิตของเธอเอาไว้จากพวกอันธพาลและการจมน้ำ หลังจากนั้นเธอก็แอบปลื้มเขามาตลอด แต่เพราะรู้ดีว่าเขารักน้องสาวของเธอ เธอจึงแอบเก็บเขาเอาไว้ในหัวใจ ไม่เคยเปิดเผยให้ใครได้รับรู้ เพราะไม่อยากโดนหาว่าแย่งคู่หมั้นน้องสาวตัวเอง
แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เขากับเธอถูกวางยาในงานเลี้ยง แล้วมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน ทำให้เขาต้องรับผิดชอบแต่งงานกับเธอ ในวันนั้นญาตาวีเข้ามาเห็นเหตุการณ์เหมือนกับทุกคน เธอจึงขอเลิกกับรวิศ อีกทั้งไดอารี่สารภาพรักที่เธอแอบเขียนความรู้สึกที่มีต่อรวิศก็ถูกพบเข้าเพราะสาวใช้ในบ้านเข้าไปซอกแซกกับของใช้ส่วนตัวของเธอ ทำให้ทุกคนรู้ว่าเธอแอบชอบรวิศ พี่ชายข้างบ้านที่เป็นคู่หมั้นกับน้องสาวตัวเอง ดังนั้นทุกคนจึงสรุปว่าที่รวิศโดนวางยาเป็นฝีมือของเธอ และเพื่อให้แนบเนียนว่าตัวเองเป็นเหยื่อจึงวางยาตัวเองด้วย
เธอโดนกล่าวหาว่าที่ทำไปทั้งหมดเพราะแอบรักรวิศมานาน จึงอยากแย่งรวิศมาจากน้องสาวซึ่งเป็นทายาทตัวจริงของตระกูล แต่เธอเป็นแค่ลูกสาวบุญธรรมจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่บิดามารดาเก็บมาอุปการะเลี้ยงดูเอาไว้ ตามความเชื่อที่ว่าหากเอาเด็กมาเลี้ยง ลูกอิจฉาจะมาเกิด
เธอสัมผัสได้ถึงความรักของบิดามารดาบุญธรรมอยู่บ้าง แต่พอพวกเขามีลูกเป็นของตัวเอง ความรักทั้งหมดก็ถูกทุ่มเทไปให้ญาตาวีจนหมด เธอจึงเป็นเพียงเงาไร้ค่าในบ้านเท่านั้น
“คุณแม่ คุณแม่ครับ” ร่างของลูกชายตัวน้อยโถมเข้ามาหามารดาทั้งตัว ทำให้สองแม่ลูกล้มลงไปบนเตียง
“โอ๊ย! เด็กอะไรตัวหนักจัง” เธอจับแก้มยุ้ยๆ ของอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนจะตบแก้มเบาๆ ด้วยมือทั้งสองข้างด้วยท่าทีเอ็นดู
“หิวจังเลยครับ อยากกินอาหารฝีมือคุณแม่จัง” เด็กชายตัวน้อยอ้อนมารดา
“ได้สิครับ อยากกินอะไรให้บอกมาเลย แม่จะทำให้กินทุกอย่างเลย”
“อยากกินขนมปังหน้าหมูครับ”
“งั้นรอแม่ประเดี๋ยวเดียว รับรองว่าได้กินแน่นอนครับ”
ภัสรินลุกขึ้นจากเตียง พาลูกชายตัวน้อยไปห้องน้ำ เธออุ้มเจ้าตัวซนขึ้นเก้าอี้เล็กเพื่อแปรงฟัน ล้างหน้า และอาบน้ำให้สะอาด กลิ่นสบู่หอมอ่อน ๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องน้ำ เสียงหัวเราะใส ๆ ของลูกชายทำให้หัวใจที่เหนื่อยล้าของเธออบอุ่นขึ้นเล็กน้อย
“น้ำอุ่นไหมครับคนเก่ง” เธอถามพลางใช้ฝักบัวรินน้ำผ่านเรือนผมเด็กน้อย
“อุ่นครับ คุณแม่สระผมให้ด้วยนะครับ” เด็กชายยิ้มตาหยี หยดน้ำเกาะตามขนตา
หลังเช็ดตัวและแต่งชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นให้ลูกชายเรียบร้อย สองแม่ลูกก็จูงมือกันลงมายังชั้นล่าง กลิ่นแดดยามเช้าส่องลอดหน้าต่างห้องครัวเข้ามาเป็นลำ ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นอย่างประหลาด
ภัสรินเริ่มจัดเตรียมอาหารเช้า ขนมปังถูกทาด้วยหมูสับหมักปรุงรสแล้วนำไปทอดจนเหลืองกรอบ เสิร์ฟพร้อมนมอุ่น ๆ หอมละมุนสำหรับลูกชายตัวน้อยที่เธอรักมากที่สุด ส่วนเธอเตรียมข้าวต้มทรงเครื่องใส่หมูสับ เห็ดหอม และต้นหอมซอย กลิ่นน้ำซุปหวานอ่อน ๆ ลอยคลุ้งไปทั่วครัว
“ว้าว! น่ากินจังเลยครับคุณแม่” เด็กชายยิ้มกว้าง นั่งรออย่างตื่นเต้น
“กินให้อิ่มนะครับ จะได้มีแรง” เธอยื่นจานขนมปังหน้าหมูให้ ก่อนจะตักข้าวต้มใส่ถ้วยของตัวเอง
เสียงหัวเราะของลูกชายดังคลอไปกับเสียงช้อนกระทบจาน เป็นเช้าที่เธออยากเก็บไว้ในความทรงจำ แม้ว่าชีวิตครอบครัวของเธอจะไม่สมบูรณ์เหมือนดังหวัง แต่สำหรับเธอ แค่ได้เห็นลูกมีความสุขในทุกเช้า ก็เพียงพอแล้ว อดนึกไปถึงลูกสาวอีกคนเสียไม่ได้ ขานั้นติดพ่อเสียยิ่งกว่าอะไร อ้อนพ่อขอโน่นขอนี่ เมื่อก่อนเคยอ้อนเธอเหมือนกัน แต่หลังจากที่ญาตาวี น้องสาวของเธอกลับมาจากต่างประเทศ อีกฝ่ายก็หันไปอ้อนว่าที่แม่ใหม่ในทันที
ผ่านไปไม่นาน รวิศก็ก้าวเข้ามาในห้องโถง อุ้มอาริศาหรือหนูศา ลูกสาวตัวน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน ด้านหลังมีญาตาวีเดินตามมาพร้อมกับจูงมือเด็กชายตัวเล็กที่มีใบหน้าซีดเซียว ธเนศลูกชายของหล่อนนั่นเอง
สายตาของภัสรินที่กำลังนั่งทานอาหารเช้าอยู่กับลูกชายหันไปมองในทันที พวกเขาเหมือนครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ พ่อแม่ลูกชายและลูกสาว ความเย็นชาของรวิศยังคงเหมือนเดิม สีหน้าที่เขามองเธอยังนิ่งเฉยและเรียบสนิทเหมือนเดิม
“ธเนศไม่สบาย ฉันเลยต้องช่วยวีดูแลลูก” เขาพูดเสียงเนิบนาบ แต่คล้ายเป็นการอธิบายกลาย ๆ
ภัสรินยิ้มบาง ๆ แต่แฝงด้วยความน้อยใจจนด้านชา ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ชัดถ้อยชัดคำ
“ไม่สบายก็พาไปหาหมอสิคะ เพิ่งรู้ว่าพี่เป็นหมอ”
บรรยากาศเงียบกริบขึ้นมาในทันที รวิศเองก็อึ้งไปเหมือนกัน ปกติแล้วภัสรินไม่เคยมีปากเสียงกับเขา หรือตอกหน้าเขาแบบนี้ ถ้าไม่พอใจเธอก็เลือกที่จะเงียบเสียมากกว่า นั่นทำให้ตลอดหลายปีมานี้เขาเริ่มใจอ่อน แม้ว่าในอดีตเธอจะมีแผนร้ายวางยาเขาก็ตามที
ญาตาวีเห็นท่าทีของรวิศ เธอจึงรีบขยับเข้าไปใกล้ พลางจับมือของภัสรินเอาไว้ด้วยทำทีเป็นอ่อนโยน เอ่ยด้วยน้ำเสียงเหมือนขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
“พี่ริน อย่าโกรธเลยนะคะ พี่วิศก็แค่ห่วงลูก เลยรีบไปดูแล วีเองก็เกรงใจ แต่พี่วิศอยากให้เห็นกับตาว่าตาเนศไม่ได้เป็นอะไร ถึงจะสบายใจ เป็นความผิดของวีเองที่ไม่รู้จะโทร. หาใคร เลยโทร. หาพี่วิศน่ะค่ะ”
ญาตาวีแกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวาน มือที่จับเริ่มบีบแรงขึ้นโดยไม่ให้ใครสังเกต ภัสรินขมวดคิ้ว ริมฝีปากเม้มแน่น ก่อนจะสะบัดออกด้วยความเจ็บ ญาตาวีแกล้งเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อนจะล้มลงอย่างจงใจ
“โอ๊ย!” เสียงของหล่อนร้องขึ้นมาเหมือนเจ็บ
รวิศหันขวับมามอง สายตาวาวโรจน์
“นี่เธอทำร้ายคนอื่นอีกแล้วเหรอ”
“ฉันไม่ได้ทำ” เธอตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่หลบสายตา
“นี่เธอ! ทำไมถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้” รวิศง้างมือขึ้นทำท่าจะลงโทษ แต่ก็ต้องชะงักเพราะถึงจะโกรธขนาดไหน เขาก็ไม่เคยลงไม้ลงมือกับเธอเลยสักครั้ง
ภากรเข้ามาขวางบิดาเอาไว้ พร้อมทั้งอ้าแขนออกเพื่อปกป้องมารดา
บทที่ 1 1
21/08/2025
บทที่ 2 2
21/08/2025
บทที่ 3 3
21/08/2025
บทที่ 4 4
21/08/2025
บทที่ 5 5
21/08/2025
บทที่ 6 6
21/08/2025
บทที่ 7 7
21/08/2025
บทที่ 8 8
21/08/2025
บทที่ 9 9
21/08/2025
บทที่ 10 10
21/08/2025
บทที่ 11 11
21/08/2025
บทที่ 12 12
21/08/2025
บทที่ 13 13
21/08/2025
บทที่ 14 14
21/08/2025
บทที่ 15 15
21/08/2025
หนังสืออื่นๆ ของ B.J.BEN
ข้อมูลเพิ่มเติม