บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 5

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 5

Ocean Books

5.0
ความคิดเห็น
2.6K
ชม
22
บท

อานนท์ ชายหนุ่มโสดอายุ 25 ปี หน้าตาดาษดื่น เติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าอุ่นไอรัก อาชีพหลักคือการขายอาหารตามสั่งในฟู๊ดเซนเตอร์ห้างดัง อาชีพรองเป็นผู้ช่วยนักเขียนนิยาย รับจ้างหาข้อมูลต่าง ๆ ส่งให้กับนักเขียน งานไหนได้เงิน อานนท์ทำทั้งหมด ในวันหยุดยาว กลางวันนอกจากต้องไปยืนทำอาหารตามสั่ง กลางคืนยังต้องมานั่งหาข้อมูลส่งให้ผู้ว่าจ้างงานด่วนอีก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ วิญญาณจึงบ๊ายบายจากโลกเก่า ไปเกิดใหม่ในร่างของจางอี้หมิง บุตรชายตัวน้อยอายุ 5 ขวบของบัณฑิตจาง ที่ถูกบ้านหลักมอบหนังสือแยกบ้าน พร้อมขับไล่ครอบครัวให้มาอยู่บ้านนอก อุตส่าห์ได้กลับมาเกิดใหม่ทั้งทีในครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ แม่ และย่าตามที่อานนท์เคยฝันไว้ แต่ทำไมถึงแถมความยากจนมาให้เขาด้วย ชาติก่อนก็สู้ชีวิตจนตาย มาชาตินี้ชีวิตสู้กลับยิ่งกว่านิยายที่เขาเคยอ่านเสียอีก  นี่สินะ!!! ของฟรีไม่มีในโลก มันต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนกันอย่างสมน้ำสมเนื้อ

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 5 บทที่ 1 น้ำมันลูกหนาม

ในเช้าวันถัดมา ณ เรือนหลักของเถ้าแก่หลินไห่ ทุกคนต่างนั่งกินอาหารมื้อเช้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง

บรรยากาศช่างชื่นมื่น มีแต่รอยยิ้มและความสดใส อากาศก็ช่างเป็นใจ บนท้องฟ้าไร้ซึ่งร่องรอยของเมฆฝนมีเพียงเมฆสีขาวลอยละล่องไปบนท้องฟ้า สายลมเอื่อย ๆ พัดผ่านทำให้อากาศไม่ร้อนไม่หนาวกำลังดี

“หมิงหมิงน้อย หากกินข้าวเสร็จแล้วเจ้ามีเหตุอันใดให้ทำหรือไม่ในวันนี้” หลินไห่เอ่ยถามหลานชายตัวน้อยเมื่อเห็นว่าทุกคนกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังดื่มชาล้างปากกันอยู่

“ท่านปู่ ข้าว่าจะถามท่านปู่อยู่พอดีขอรับ ข้าว่าจะขอยืมตัวท่านลุงอู๋สักหนึ่งชั่วยามได้หรือไม่ขอรับ” จางอี้หมิงถามกลับไปแทนคำตอบ

“หมิงเอ๋อร์ ลูกจะให้ท่านลุงอู๋ทำอันใดให้หรือ” จางอี้เทาเอ่ยถามบุตรชายด้วยความสงสัย

“ท่านพ่อ ข้าจะให้ท่านลุงอู๋ไปสอนการทำอาหารจากน้ำมันลูกหนามให้ชาวบ้านดูขอรับ แต่เพียงแค่วันนี้เท่านั้น วันต่อไปก็ให้พี่ชายหมินไปทำแทนได้ขอรับ อีกอย่างข้าอยากขอใช้เหลาซิ่งฝูเป็นสถานที่สอนการทำอาหารด้วยขอรับ เหตุเพราะว่าที่เหลาซิ่งฝูมีอุปกรณ์การทำครัวครบครัน อยู่ใจกลางเมืองไห่ถัง

ยิ่งในช่วงนี้มีชาวบ้าน คหบดี เศรษฐีจากทั้งในเมืองไห่ถังเองและเมืองรอบ ๆ มาเที่ยวชมเทศกาล ข้าหวังจะใช้โอกาสนี้ทำการประชาสัมพันธ์สินค้าของกลุ่มการค้าหลัวถงขอรับ”

“หมิงหมิงน้อย เจ้าช่างฉลาดหลักหลักแหลมเสียจริง เจ้าคงหวังให้ชาวบ้านรู้สึกว่าตนเองไม่ไร้ซึ่งฐานะใช่หรือไม่ คิดดูสิ ได้พ่อครัวที่ชนะการประกวดจนทำให้ได้เป็นเหลาอาหารอันดับหนึ่งของเมืองมาสอนการทำอาหารเช่นนี้ ใครจะมิอยากมาเรียน และที่สำคัญไม่มีการหวงวิชาด้วยนอกจากนี้เหลาซิ่งฝูจะได้มีชื่อเสียงจากความใจดีในครั้งนี้ กลุ่มการค้าหลัวถงก็จะเป็นที่รู้จักไปทั่วเมืองเนื่องจากความใจดีในการเปิดรับคู่ค้าด้วย ความคิดนี้ช่างล้ำลึก ล้ำลึกจริง ๆ”

เถ้าแก่หลินไห่ถึงกับกล่าวชมหลานชายตัวน้อยเสียใหญ่โต จางอี้

หมิงได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เรื่องเพียงเท่านี้ใคร ๆ ก็คิดได้หรือไม่ แต่ช่างเถอะ หากท่านปู่มีความสุขเขาเองก็มีความสุขด้วยเช่นกัน

“ท่านปู่ ท่านพ่อ ในตอนกลางวันพวกเราทำการค้า ส่วนในตอนหัวค่ำ ข้าขอให้ท่านปู่ส่งพี่ชายอาคุนไปรับท่านพี่ซูลี่กับพี่ชายหมิงเย่ที่หมู่บ้านหลัวถงให้มาเที่ยวงานเทศกาลกับข้าได้หรือไม่ขอรับ ข้าคิดถึงพวกพี่ชายพี่สาวยิ่งนัก” จางอี้หมิงออดอ้อนจางอี้เทาและท่านปู่ เพราะตั้งแต่เตรียมตัวสำหรับทำอาหารเพื่อเข้าแข่งขัน เขาก็ไม่มีเวลาได้เที่ยวเล่นกับซูลี่และหมิงเย่เลย

ในตอนนี้ทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว เขาก็อยากใช้ชีวิตเป็นเด็กน้อยที่ไม่ต้องรับผิดชอบอันใดให้ยุ่งยากมากมายในช่วงงานเทศกาลนี้บ้าง

“ปู่อนุญาต แต่ว่าบิดามารดาครอบครัวของเพื่อนเจ้าเขาจะอนุญาตหรือไม่เล่า” หลินไห่เอ่ยถาม

“เช่นนั้นข้าจะไปรับเด็กสองคนนั้นมาเอง พี่ชายเย่คงไม่ว่าอันใด เอ้อ! ท่านพ่อบุญธรรมขอรับ หากว่าท่านพี่เย่กับครอบครัวต้องการมาเที่ยวในตัวเมืองช่วงเทศกาลด้วย พวกเขาพอจะพักที่เรือนของท่านพ่อบุญธรรมได้หรือไม่ขอรับ ข้าเกรงว่าที่โรงเตี้ยมคงไม่มีห้องว่างเป็นแน่” จางอี้เทาเห็นว่าทางบ้านซุนก็ทำงานหนักมาตลอดทั้งปี เห็นสมควรได้มาเที่ยวพักผ่อนหย่อนกายด้วยจะเป็นการดี จึงได้เอ่ยถามขึ้นด้วยความเกรงใจ

“อาเทา เหตุใดจะไม่ได้เล่า เรือนของข้าก็มีห้องให้พักอีกตั้งมากมาย อีกอย่างพวกเขาก็ดีต่อพวกเจ้าถึงเพียงนี้ ถือเสียว่าข้าได้ตอบแทนบุญคุณบ้านซุนก็แล้วกัน”

หลินไห่เอ่ยอนุญาต เขารับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับบ้านซุนมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าบ้านจางจะตอบแทนบุญคุณไปแล้ว แต่ก็ดั่งคำที่พระท่านได้กล่าวไว้ บุญคุณตอบแทนทั้งชีวิตก็ไม่มีวันหมด คนกตัญญูถึงจะรุ่งเรือง

“ท่านพ่อ รถม้าของเหลาซิ่งฝูคันเดียวคงนั่งกันมาไม่หมดแน่ ไหนจะสัมภาระอีก เช่นนั้นก็ขอให้รถม้าจวนอ๋องไปด้วยอีกคันเถอะขอรับ ท่านพ่ออย่าลืมบอกท่านปู่ถงและท่านลุงเย่ว่าให้มาเที่ยวจนหมดเทศกาลเลยนะขอรับ หลังจากนี้พวกเราต้องทำงานหนักขึ้นมากเพราะข้าจะเปิดรับคู่ค้าเพิ่มมากขึ้นขอรับ ให้พวกเขามาเที่ยวพักผ่อนก่อนกลับไปทำงานใหญ่ก็เป็นความคิดที่ดียิ่ง”

อี้หมิงมิวายเอ่ยกำชับบิดาเรื่องรถม้าอีกคัน ซึ่งจางอี้เทาเห็นด้วยและเขาจะดำเนินการทันทีที่กินข้าวเสร็จ

“หมิงหมิงน้อย เช่นนั้นเจ้าก็ไปทำธุระกับท่านปู่เถิด แต่ขอให้กลับมาเรือนไวหน่อยได้หรือไม่ ย่าใหญ่มีชุดใหม่เตรียมไว้ให้เจ้าเพื่อสวมใส่ไปเดินเที่ยวชมงานในคืนนี้ หวังว่าเด็กน้อยเพื่อนเจ้าอีกสองคนคงมาเวลาเดียวกัน เดี๋ยวย่าใหญ่จะไปเตรียมชุดไว้ให้เด็กสองคนนั้นด้วย” ตู้จินเหมย

กล่าว นางเองก็ไม่ยอมน้อยหน้าสามี แต่นางเป็นเพียงสตรีคงทำได้เพียงเท่านี้

“หากกินอิ่มแล้ว พวกเราก็เตรียมตัวไปกันเถอะ วันนี้ปู่จะทำพิธีขึ้นป้ายเหลาอาหารอันดับหนึ่งด้วย เสร็จแล้วเราก็ค่อยเปิดสอนการทำอาหารจากน้ำมันลูกหนาม เช่นนี้ดีหรือไม่” หลินไห่ถามเด็กน้อยคนสำคัญของบ้าน

“ดีที่สุดขอรับท่านปู่”

“เช่นนั้นย่ากับแม่ของเจ้าจะไปช่วยท่านย่าใหญ่เตรียมชุดสวย ๆ ไว้สำหรับทุกคนในคืนนี้และเตรียมอาหารอร่อยๆ ไว้รอทุกคนดีหรือไม่” นางหูเสนอสิ่งที่ตนจะทำระหว่างวันขึ้นมาบ้าง

“ดียิ่งขอรับท่านย่า แต่ข้าขอเป็นชุดสีแดงนะขอรับ สีอื่นข้าไม่เอา” จางอี้หมิงต่อรองด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ส่งผลให้ผู้ใหญ่ทุกคนหัวเราะกับความน่ารักของเขา เพราะทุกคนต่างก็รู้ว่าเด็กน้อยตรงหน้าชื่นชอบสีแดงเป็นที่สุด

วันนี้หน้าเหลาอาหารซิ่งฝูคึกคักกว่าครั้งไหนๆ เถ้าแก่หลินไห่ อู๋เจ๋อ อู๋หมิน ซีฮัน พ่อครัวรวมถึงคนงานทั้งหมดกำลังขะมักเขม้นและยืนส่งเสียงบอกให้คนงานที่กำลังขึ้นป้าย

‘เหลาอาหารอันดับหนึ่งของเมืองไห่ถัง’

ที่ได้รับมาจากการแข่งขันการทำอาหารเมื่อวานนี้ด้วยความสนุกสนานและมีความสุข ในที่สุดแล้ว...ความฝันของพวกเขาก็เป็นจริงเสียทีหลังจากที่รอมาหลายขวบปี

“เจ้าบื้ออาเหิง ขยับไปทางซ้ายหน่อย”

“ไม่ ไม่ ข้าว่ามันต้องขยับขึ้นทางด้านขวานะ”

“พวกเจ้าตาเสียหรือเช่นไร ป้ายมันเอียงไปทางขวาต่างหากเล่า”

และอีกหลายคำบอก จนทำให้อาเหิงที่กำลังขึ้นป้ายอยู่นั้นเหงื่อตกกับคำของเหล่าเพื่อนร่วมงาน เขาไม่รู้จะทำตามผู้ใด เถ้าแก่หลินไห่เห็นว่าชักจะเลยเถิดไปแล้วจึงได้สั่งให้หยุดเล่นเสียที

“พอ ๆ พวกเจ้าก็เป็นเช่นนี้ ไปแกล้งอาเหิงทำไม อาเหิง...เจ้าก็รู้ว่าพวกเขาแกล้งเจ้า แล้วก็ยังจะไปทำตามอีก พวกเจ้าหาใช่เด็กน้อยไม่” เถ้าแก่หลินเอ่ยเตือนเสียงเข้ม แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเถ้าแก่หลินแกล้งทำเสียงดุไปเช่นนั้นเอง เพราะใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“มิเป็นไรขอรับเถ้าแก่ หากพวกเขาแกล้งข้าแล้วมีความสุขก็ไม่เป็นไร ทำเช่นไรได้ พวกเรากำลังมีความสุข ลำบากขึ้นมาอีกนิดหน่อยก็หาได้เป็นอันใดไม่ขอรับ ข้ารู้ว่าพวกเขาแค่หยอกเย้าข้าเล่นเพียงเท่านั้น”

อาเหิงตอบเถ้าแก่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงสดใส หาได้มีความขุ่นเคืองในการกระทำของเพื่อนร่วมงานไม่

“หึ เจ้าก็เป็นเสียเช่นนี้ พวกนั้นถึงได้ใจ”

“โธ่ เถ้าแก่ขอรับ พวกเราแค่เย้าอาเหิงเล่นเพียงเท่านั้นเองขอรับ พวกเราออกจะรักอาเหิงถึงเพียงนี้ จริงหรือไม่อาเหิง” คนงานเหลาอาหารซิ่งฝูเอ่ยบอกเถ้าแก่หลินและหันไปถามอาเหิงอย่างหยอกเย้า

“อือ”

“เอ้ เถ้าแก่ขอรับ เหตุใดเหลาเฟิงฟู่ถึงได้เงียบเช่นนั้นเล่าขอรับ ช่วงเทศกาลเช่นนี้เหตุใดถึงปิดเหลาเล่าขอรับ” อู๋หมินเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย หลังจากที่ขึ้นป้ายเหลาอาหารอันดับหนึ่งเสร็จสิ้นแล้ว เขาถึงได้สังเกตเหลาอาหารตรงข้ามที่เงียบสนิท

“หึ สมควรปิดเหลาไปเสียได้ก็ดีแล้วอาหมิน ข้าสังเกตเห็นมาตั้งแต่เช้าแล้วจึงไปสืบมา ได้ความว่าเหล่าคนในตระกูลเการู้สึกอับอายขายหน้ากับการกระทำของเถ้าแก่เกา จนเขาถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้นำตระกูลและถูกขับไล่ออกจากตระกูลด้วย เห็นว่าผลการตัดสินจะเป็นเช่นไร เถ้าแก่เกาก็มิเกี่ยวข้องกับตระกูลเกาแล้ว”

ซีฮันเอ่ยด้วยน้ำเสียงแค้นเคือง เขายังจำคำดูถูกเหยียดหยามที่ตนเองได้รับมาตลอดหลายปีมานี้ได้ดี

“เฮ้อ เหตุใดถึงใจร้ายต่อกันเช่นนี้ มิใช่ว่าเพราะเถ้าแก่เกาหรอกหรือ

คนในตระกูลเกาจึงได้อยู่อย่างสุขสบายมาจนถึงทุกวันนี้ ทำผิดเพียงครั้งถึงกับทอดทิ้งตัดขาดขับไล่ออกจากตระกูล เหตุใดมิคิดถึงช่วงที่ทำความดีความชอบแต่เก่าก่อนบ้าง”

เถ้าแก่หลินได้แต่เอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา เขาเองรู้สึกสงสารเถ้าแก่เกาไม่น้อย ทั้งสองขับเคี่ยวแข่งขันกันมาทั้งชีวิต อยู่ดี ๆ อีกฝ่ายพลาดพลั้งเดินทางผิดจึงตกใจไม่น้อย ยิ่งเมื่อได้มารับฟังจุดจบของคนที่เคยแข่งขันกันมา เขาก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ แต่คงช่วยอันใดมิได้เพราะคดีฆ่าคนตายเป็นโทษหนักนัก

ทว่าเถ้าแก่หลินยังมิทันหายจากอาการเสียใจ เขาก็ได้ยินเสียงเล็ก ๆ เรียกชื่อตนเองมาแต่ไกล

“ท่านปู่ ท่านปู่ขอรับ ข้ามาแล้ว”

เป็นจางอี้หมิงที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา หลังจากที่เด็กน้อยกระโดดลงจากรถม้าของร้านเถ้าแก่หวังและเอ่ยขอบคุณไปครั้งหนึ่งที่มาส่งเขาถึงเหลาอาหารซิ่งฝู

“หมิงหมิงน้อย อย่าวิ่ง ระวังหกล้ม” หลินไห่เอ่ยเตือนเด็กชายด้วยความร้อนรน

“โอ๊ะ อ้า” จางอี้หมิงแกล้งทำท่าทางจะล้มลงก่อนจะวิ่งอย่างมั่นคงมาหาปู่ของตนพร้อมรอยยิ้ม

“เห็นไหมขอรับ ข้าไม่ล้ม ข้าแค่วิ่งแก้เมื่อย นั่งรถม้ามามันช่างเหนื่อยยิ่งนัก”

“นี่แน่ะ แกล้งให้ปู่ตกใจเล่น เป็นสิ่งที่เจ้าสมควรทำเช่นนั้นหรือ” เถ้าแก่หลินดีดหน้าผากหลานชายไปเบา ๆ หนึ่งที

“โธ่ ท่านปู่ ท่านช่างไม่มีอารมณ์สุนทรีเอาเสียเลย”

“พอ ๆ พอได้แล้ว ไปพบเถ้าแก่หวังแล้วเป็นอย่างไรบ้าง” เถ้าแก่หลินเอ่ยถามหลานชายหลังจากที่ทั้งคู่และคนงานกำลังเดินกลับเข้าไปในเหลาอาหารซิ่งฝู

“ไม่มีปัญหาขอรับ เถ้าแก่หวังเข้าใจดี ช่วงยามบ่ายพวกเราก็เปิดเหลาสอนทำอาหารได้เลยขอรับ” จางอี้หมิงตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง เขาชอบความรู้สึกตอนนี้เสียจริง อะไรก็เริ่มลงตัว เด็กน้อยหวังว่าจะมีช่วงเวลาเช่นนี้ไปนาน ๆ

เมื่อถึงเวลาตามที่ตกลงกันไว้ อู๋เจ๋อและอู๋หมิน รวมทั้งพ่อครัวทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันก็มาตั้งโต๊ะอยู่หน้าเหลาอาหารซิ่งฝูเพื่อเปิดสอนการทำอาหารจากน้ำมันลูกหนาม ชาวบ้านที่มาเที่ยวงานและที่อาศัยอยู่ในเมืองไห่ถังต่างก็ให้ความสนใจ พวกเขามาร่วมชมการสาธิตการทำอาหารด้วยรายการอาหารง่าย ๆ ที่แม้แต่คนที่ว่ายากจนที่สุดก็ทำได้ ขอเพียงมีไข่เท่านั้น

นอกจากจะได้เรียนการทำอาหารแล้ว ชาวบ้านยังได้น้ำมันลูกหนามไปคนละไห จางอี้หมิงเป็นคนออกความคิดนี้ โดยมีเถ้าแก่หวังเป็นคนขนไหน้ำมันลูกหนามมาส่งให้ที่เหลาอาหารตามที่อี้หมิงได้ไปคุยไว้ในตอนเช้าวันนี้นั่นเอง

จางอี้หมิงเอาหลักการประชาสัมพันธ์สินค้ามาจากโลกยุคปัจจุบัน เขาเห็นบรรดาเคาท์เตอร์ชิมอาหารตามห้างต่าง ๆ ที่สอนการทำอาหารและมอบวัตถุดิบไปให้ทดลองมามากมาย เขาจึงอาศัยชื่อเสียงเหลาอาหารอันดับหนึ่ง พ่อครัวอันดับหนึ่ง และวิธีการทำอาหารที่แปลกใหม่ ทำง่าย ทั้งยังประหยัดเวลาและเงินมาร่วมด้วย เช่นนี้แล้วเหตุใดชาวบ้านจะมิชอบใจเล่า

นอกจากนี้จางอี้หมิงยังเปิดให้ผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าเพื่อขายออกไปทั้งในเมืองไห่ถังเองและต่างเมืองได้มาลงชื่อเพื่อร่วมเป็นคู่ค้าในอนาคต ซึ่งจะทำการพูดคุยกันหลังจบงานเทศกาลไปแล้ว

จางอี้หมิงยืนดูอู๋เจ๋อที่ต้องตอบคำถามชาวบ้านคนแล้วคนเล่าจนต้องเรียกหาน้ำดื่มแล้วก็ได้แต่ยืนขำท่าทางของท่านลุงอู๋อยู่คนเดียว

แต่สงสัยกรรมจะตามสนองเขาเร็วทันตาไปเสียหน่อย บรรดาพ่อค้าเมื่อเห็นว่าเด็กชายยืนอยู่คนเดียวก็เข้ามารุมถามคำถามจากเขามิต่างกันกับท่านลุงอู๋ ส่งผลให้อู๋เจ๋อที่อธิบายอยู่คนเดียวมานานถึงกับระเบิดหัวเราะขึ้นมาอย่างมีความสุข

จางอี้หมิงได้แต่ยิ้มแห้งแล้วตอบคำถามไปเรื่อยๆ แม้จะเป็นเพียงเด็กน้อยแต่ก็เป็นผู้คิดค้นการทำอาหารแบบใหม่นี้ขึ้นมาจึงทำให้มีผู้คนมากหน้าหลายตาเข้ามารุมเขามากกว่าท่านลุงอู๋เจ๋อเสียอีก

แค่ยืนขำท่านลุงอู๋เพียงเดี๋ยวเดียว ทำไมถึงมีคนมารุมเขามากกว่าได้เสียล่ะ นี่สินะที่เขาว่าหัวเราะทีหลังดังกว่า เพราะเสียงหัวเราะของท่านลุงหัวหน้าพ่อครัวดังไกลไปสามบ้านแปดบ้านจริงๆ

โธ่...แกล้งใครทีไร ผลกรรมย้อนกลับมาไวทุกที จางอี้หมิงหัวจะปวด

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ Ocean Books

ข้อมูลเพิ่มเติม
สุดที่รักของกันต์ธี

สุดที่รักของกันต์ธี

โรแมนติก

5.0

เรื่องราวนี้ได้เริ่มจากการที่ “ที่รัก” สาวสวยพนักงานใหม่ ตกลงยินยอมแกล้งเป็นแฟนปลอม ๆ ให้ “กันต์ธี” ประธานบริษัทหนุ่มสุดหล่อมาดนิ่ง เจ้าของธุรกิจมากมายรวมทั้งบริษัทที่เธอได้ทำงานอยู่ แต่จากแค่แกล้งเป็นแฟนปลอม ๆ หลายสิ่งหลายอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อทั้งคู่เริ่ม “แอบมีใจให้กัน” เพราะตอนที่ใช้เวลาร่วมกันนั้นได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย ทั้งวายป่วงน่าปวดหัว สนุก มีความสุข และอบอุ่นหัวใจ แต่ด้วยเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ในตอนต้น ด้วยสถานะทางสังคมที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง พวกเขาจะกล้าก้าวข้ามเส้นความแตกต่างนั้นหรือไม่? ความรักของทั้งสองจะก่อเกิดขึ้นมาได้จริงหรือ?

สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ

สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ

โรแมนติก

5.0

สวี่กงเหมย บุตรสาวบุญธรรมของปรมาจารย์หมื่นพิษ ต้องคอยเป็นผู้ดูแลและปรุงยาให้กับเขา ท่านแม่ทัพแห่งแดนเหนือ ตั้งแต่อยู่บนหุบเขาหมื่นพิษ แล้วยังต้องตามไปดูแลถึงชายแดนเหนือและในเมืองหลวงจนกว่าจะครบหนึ่งปี เซวียนจางหย่ง แม่ทัพแห่งชายแดนเหนือ ผู้ที่มีศักดิ์และฐานะอันสูงส่ง ในชีวิตนี้ คุณหนูนางใด หญิงสาวคนไหน ที่ว่ามีความเพียบพร้อมในทุกด้าน ตัวเขากลับมิเคยชายตาแล แต่คงใช้ไม่ได้กับสาวน้อยบ้านป่าคนนี้ เจอกันครั้งแรกนางก็หมายยิงเขาด้วยธนูเสียเเล้ว จากนั้นตัวเขาและนางก็กลายเป็นเหมือนน้ำมันกับไฟ ถึงแม้นางจะกลั่นแกล้งเขาไว้มากน้อยเพียงไหนในตอนที่อยู่ในหุบเขาหมื่นพิษ เขากลับมิเคยโกรธ และไม่รู้ว่านานเพียงใด ที่ไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่น สายตาของเขาก็มีไว้เพียงมองนางเท่านั้น

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 2 (จบ)

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 2 (จบ)

โรแมนติก

5.0

สูงศักดิ์ดั่งจักรพรรดิ หรือสามัญชนเช่นบัณฑิต ล้วนถูกพิชิตด้วยภรรยาตัวน้อย สามีจวนอื่นข้านั้นไม่รู้ แต่สองอาหลานราชวงศ์จิ่งล้วนถูกภรรยากลั่นแกล้ง ชุนเสี่ยวป๋าย จะให้ทำอย่างไรได้เล่า บัณฑิตเฒ่าผู้นั้นมิเคยมีท่าทีพึงใจในสตรีนางใด หากชุนเสี่ยวป้ายเฝ้ารอให้เขาเข้ามาทำความรู้จักนางเองแล้วนั้นคงไม่มีวันได้ครองรักกันแน่ ดังนั้นนางจึงต้องบอกกล่าวด้วยตัวเองเสียเลย บัณฑิตเฒ่าผู้แสนหล่อเหลาเจ้าคะ ข้าจะไปเกี้ยวท่านเอง... อู่ซุนต้าเอ้อร์ นางถูกเขาจับพลิกแพลงตะแคงคว่ำอยู่นาน เขาก็ยังมิยอมสงบ พายุรักโหมกระหน่ำดูดแรงกายของอู่ซุนต้าเอ่อร์จนแทบหมดสิ้น ทนแทบมิไหว พลั่ก!! โครม!! รู้ตัวอีกทีทั้งห้องก็เงียบสงัดไร้เสียงหอบกระเส่าและครวญครางเหมือนเมื่อครู่ ร่างเปลือยเปล่าล่อนจ้อนของจักรพรรดิน้อยลงไปกองอยู่ข้างตั่งเตียงโดยมีปลายเท้าของนางยื่นออกไป เหลียนไช่ บัณฑิตเหลียนไช่ซุกไซร้ลำคอขาวของภรรยา เขาสูดดมและขบเม้ม ไล้มือไปทั่วกายนุ่มของนางอย่างหลงใหล มิไหวแล้ว... เขามิอาจทนความน่ารักของชุนเสี่ยวป๋ายได้อีกแล้ว.... “ข้าพลาดแล้วจริงๆ ที่สัญญาว่าจะอ่อนโยนกับเจ้า” จิ่งซานหวง “มิใช่ว่าหม่อมฉันต้องปรนนิบัติพระองค์เหมือนสามีภรรยาหรอกหรือเพคะองค์จักรพรรดิ” “ก็มิใช่ว่าข้าให้เจ้าปรนนิบัติอยู่หรอกหรือ” เขาว่าพลางหลับตาลงไม่อยากมองหน้าสนมโจว นางจึงต้องจำใจอ่านตำราให้เขาฟังอย่างเสียมิได้ คิดมิถึงว่าจักรพรรดิน้อยจะหาทางหลบเลี่ยงการร่วมเตียงกับนางจนได้ ล่วงรู้ไปถึงไหนอับอายไปถึงนั่น ท่ามกลางความซ่านเสียวอู่ซุนต้าเอ่อร์ก็อดถอนใจให้กับตนเองมิได้ คราแรกคิดว่าคืนนี้นางจะได้นอนสบายมิต้องโดนเขาเคี่ยวกรำอยู่แล้วแท้ ๆ แล้วเหตุใดนางจึงยังถูกเขาจับกินได้อีกเล่า!!

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1

โรแมนติก

5.0

สูงศักดิ์ดั่งจักรพรรดิ หรือสามัญชนเช่นบัณฑิต ล้วนถูกพิชิตด้วยภรรยาตัวน้อย สามีจวนอื่นข้านั้นไม่รู้ แต่สองอาหลานราชวงศ์จิ่งล้วนถูกภรรยากลั่นแกล้ง ชุนเสี่ยวป๋าย จะให้ทำอย่างไรได้เล่า บัณฑิตเฒ่าผู้นั้นมิเคยมีท่าทีพึงใจในสตรีนางใด หากชุนเสี่ยวป้ายเฝ้ารอให้เขาเข้ามาทำความรู้จักนางเองแล้วนั้นคงไม่มีวันได้ครองรักกันแน่ ดังนั้นนางจึงต้องบอกกล่าวด้วยตัวเองเสียเลย บัณฑิตเฒ่าผู้แสนหล่อเหลาเจ้าคะ ข้าจะไปเกี้ยวท่านเอง... อู่ซุนต้าเอ้อร์ นางถูกเขาจับพลิกแพลงตะแคงคว่ำอยู่นาน เขาก็ยังมิยอมสงบ พายุรักโหมกระหน่ำดูดแรงกายของอู่ซุนต้าเอ่อร์จนแทบหมดสิ้น ทนแทบมิไหว พลั่ก!! โครม!! รู้ตัวอีกทีทั้งห้องก็เงียบสงัดไร้เสียงหอบกระเส่าและครวญครางเหมือนเมื่อครู่ ร่างเปลือยเปล่าล่อนจ้อนของจักรพรรดิน้อยลงไปกองอยู่ข้างตั่งเตียงโดยมีปลายเท้าของนางยื่นออกไป เหลียนไช่ บัณฑิตเหลียนไช่ซุกไซร้ลำคอขาวของภรรยา เขาสูดดมและขบเม้ม ไล้มือไปทั่วกายนุ่มของนางอย่างหลงใหล มิไหวแล้ว... เขามิอาจทนความน่ารักของชุนเสี่ยวป๋ายได้อีกแล้ว.... “ข้าพลาดแล้วจริงๆ ที่สัญญาว่าจะอ่อนโยนกับเจ้า” จิ่งซานหวง “มิใช่ว่าหม่อมฉันต้องปรนนิบัติพระองค์เหมือนสามีภรรยาหรอกหรือเพคะองค์จักรพรรดิ” “ก็มิใช่ว่าข้าให้เจ้าปรนนิบัติอยู่หรอกหรือ” เขาว่าพลางหลับตาลงไม่อยากมองหน้าสนมโจว นางจึงต้องจำใจอ่านตำราให้เขาฟังอย่างเสียมิได้ คิดมิถึงว่าจักรพรรดิน้อยจะหาทางหลบเลี่ยงการร่วมเตียงกับนางจนได้ ล่วงรู้ไปถึงไหนอับอายไปถึงนั่น ท่ามกลางความซ่านเสียวอู่ซุนต้าเอ่อร์ก็อดถอนใจให้กับตนเองมิได้ คราแรกคิดว่าคืนนี้นางจะได้นอนสบายมิต้องโดนเขาเคี่ยวกรำอยู่แล้วแท้ ๆ แล้วเหตุใดนางจึงยังถูกเขาจับกินได้อีกเล่า!!

ฝืนชะตาหวนคืนมารัก

ฝืนชะตาหวนคืนมารัก

โรแมนติก

5.0

กู้เฟยหลง หัวหน้าหน่วยอวี้หลิน ขุนนางผู้ซึ่งทำงานขึ้นตรงต่อองค์ฮ่องเต้ เสียชีวิตจากการตามสืบราชการลับ ทั้งที่ได้ให้สัญญาไว้กับฮูหยินของตนเองว่าจะรีบกลับมาฉลองเทศกาลหยวนเซียวด้วยกัน หยางลี่อิน หญิงสาวที่เข้มแข็ง มีความรู้ทางด้านการแพทย์ ต้องสูญเสียสามีไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่ด้วยความสามารถพิเศษ ทำให้นางรู้ว่าสามีของนางยังไม่จากไปไหน แต่จะทำเช่นไร เมื่อสามีกลับจำนางไม่ได้ เพราะรักจึงท้าทายสวรรค์ ฝืนหวนกลับคืนมายังโลกเบื้องหลัง แต่สวรรค์ใช่ว่าใครก็สามารถท้าทายได้ ราคาที่ต้องจ่าย มักแพงกว่าเสมอ…

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 4

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 4

โรแมนติก

5.0

อานนท์ ชายหนุ่มโสดอายุ 25 ปี หน้าตาดาษดื่น เติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าอุ่นไอรัก อาชีพหลักคือการขายอาหารตามสั่งในฟู๊ดเซนเตอร์ห้างดัง อาชีพรองเป็นผู้ช่วยนักเขียนนิยาย รับจ้างหาข้อมูลต่าง ๆ ส่งให้กับนักเขียน งานไหนได้เงิน อานนท์ทำทั้งหมด ในวันหยุดยาว กลางวันนอกจากต้องไปยืนทำอาหารตามสั่ง กลางคืนยังต้องมานั่งหาข้อมูลส่งให้ผู้ว่าจ้างงานด่วนอีก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ วิญญาณจึงบ๊ายบายจากโลกเก่า ไปเกิดใหม่ในร่างของจางอี้หมิง บุตรชายตัวน้อยอายุ 5 ขวบของบัณฑิตจาง ที่ถูกบ้านหลักมอบหนังสือแยกบ้าน พร้อมขับไล่ครอบครัวให้มาอยู่บ้านนอก อุตส่าห์ได้กลับมาเกิดใหม่ทั้งทีในครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ แม่ และย่าตามที่อานนท์เคยฝันไว้ แต่ทำไมถึงแถมความยากจนมาให้เขาด้วย ชาติก่อนก็สู้ชีวิตจนตาย มาชาตินี้ชีวิตสู้กลับยิ่งกว่านิยายที่เขาเคยอ่านเสียอีก  นี่สินะ!!! ของฟรีไม่มีในโลก มันต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนกันอย่างสมน้ำสมเนื้อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ข้าเก็บสามีได้กลางป่า

ข้าเก็บสามีได้กลางป่า

ต้ายวี่

ไม่คิดว่าการช่วยชีวิตบุรุษแปลกหน้ากลางป่าในวันนั้น จะย้อนกลับมาช่วยชีวิตนางในวันนี้ "บุญคุณช่วยชีวิต วันหน้าข้าจะชดใช้ให้" "เช่นนั้นก็ชดใช้เสียวันนี้... มาเป็นสามีของข้าเถิด" ------ เยี่ยนหลิง : หญิงสาวชาวบ้าน นางเกือบถูก บังคับให้แต่งงานกับบุตรชายหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อแลกกับยารักษาร่างกายให้พี่ใหญ่ แต่แล้วที่นางเก็บบุรุษแปลกหน้าได้ที่กลางป่า ชีวิตนางก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เซียวชินหย่วน : ซื่อจื่อจวนเซียวกั๋วกง ขึ้นเขามาเก็บสมุนไพร แต่ถูกลอบทำร้ายจนพลัดตกเขา โชคดีที่ได้เยี่ยนหลิงช่วยชีวิตเอาไว้

เพลิงสิเน่หามายาลวง

เพลิงสิเน่หามายาลวง

คุณธิดา

โปรยปราย “นี่ชุดมาทำงานหรือ” เขาเอ่ยถามเธอ ทำให้คนที่ถูกถามหันหน้ากลับมาดังขวับ ปึก... ร่างของเธอชนเข้ากลับแผงหน้าอก ด้วยส้นของรองเท้าที่สูงทำให้เธอสะดุด ป้องณวัฒน์รับร่างของเธอเอาไว้ทันที ตอนนี้รินดาเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเขาเสียแล้ว เธอยกแขนขึ้นกัน แล้วผลักร่างของชายหนุ่มออกไปให้ห่างจากตัวอย่างแรง พลั่ก... ก่อนจะตามไปด้วยฝ่ามืออรหันต์ เผียะ เผียะ เผียะ ดารินฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของป้องณวัฒน์ ใบหน้าที่ถูกกระทบด้วยฝ่ามือแดงเงยขึ้นมาทันที ป้องณวัฒน์ถึงกับยกมือของตัวเองขึ้นมากุมหน้า “ฉันกับคุณไม่ได้เป็นอะไรกัน จะแต่งตัวยังไง คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์ หรือถามแบบเสียมารยาทแบบนี้” เธอหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธซึ่งทุกสิ่งมันสุมรวมก่อตัวอยู่ก่อนแล้ว “อืม...” ชายหนุ่มทำเสียง ยกมือขึ้นลูบปลายคางของตัวเอง ถามว่าเขาโกรธไหม เขาคิดว่าเขาเข้าใจความรู้สึกของรินดาดีนะ หญิงสาวที่ถูกพรากพรหมจรรย์ แล้วเขาก็ทิ้งเธอทันที ไม่เคยกลับไปพบเจออีกเลย “มีอะไรต้องให้รายละเอียดดิฉันอีกไหมคะ” เธอถามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เพิ่งใช้ฝ่ามือตบหน้าเขาไปเมื่อกี้นี้ เมื่อเขาไม่ตอบเธอก็สะบัดตัวหันหลังกลับไปทำงานเหมือนเดิม สวบ... อ้อมแขนใหญ่สวมกอดเข้าไปที่ด้านหลังของเธอทันที รั้งรัดร่างของเธอให้เข้ามาหาแนบชิดกาย ก่อนจะจรดปลายจมูกลงไปบนซอกคอขาวเนียน “อึ...” เธออุทานออกมาด้วยความตกใจ หันหน้ามามองใบหน้าคมเข้มของป้องณวัฒน์ที่อยู่ใกล้ๆ จุ๊บ... เขาจุ๊บปากของเธอทันที “ไอ้คนเลว” เธอด่าทอเขาออกไปทันที หมดความอดทนที่จะมาปั้นสีหน้าใส่ว่าไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว รินดากระทืบส้นสูงลงไปบนหลังเท้าของเขาทันที ปึก...ปึก...ปึก...ผลัวะ “โอ๊ย...” ป้องณวัฒน์ร้องลั่น รินดากระทุ้งศอก หันหน้าเข้าหาแล้วจับหัวไหล่ของเขาประเคนเข่า และฟันสันมือของตัวเธอใส่เข้าไปที่ตรงซอกคอของป้องณวัฒน์ดังผลัวะ “อะ... อึก... อุ... โอะ... โอ๊ย...” ดวงดาวขึ้นมาเต็มท้องฟ้า “อย่ามาแตะต้องตัวฉันอีก” เธอผลักร่างของเขาร่วงไปกองที่พื้น ใช้มือตบเข้าหากัน ก่อนจะชี้นิ้วใส่หน้าเขาแบบอารมณ์เสีย ป้องณวัฒน์ตัวงอเป็นกุ้งกองไปอยู่ที่พื้น ร่างกำยำที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ หมดสภาพอยู่ตรงนั้น เขาไม่ทันตั้งตัวต่างหากรินดาถึงได้เล่นงานเขาได้ง่ายๆ “โอ๊ย... ริน...” เขาเรียกชื่อเธอตามหลัง เห็นร่างของหญิงสาวไวๆ หายไปในอีกห้องหนึ่ง เธอไม่สนใจไยดี เดินจ้ำอ้าวๆ ออกไปจากห้องอย่างร้อนระอุในอารมณ์ ‘สันดาน...’ เธอก่นด่าเขาอยู่ในใจ

เจ้าสาวจำยอม สามีเศรษฐีนอกสายตา

เจ้าสาวจำยอม สามีเศรษฐีนอกสายตา

Roana Javier

ชูจี้ถูกเก็บไปอุปการะตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งถือเป็นความฝันของเด็กกำพร้าทั่วไปอย่างชูจี้ แต่ชีวิตหลังจากนั้นมันไม่ได้มีความสุขดั่งที่ชูจี้คิดฝันไว้เลย เธอต้องอดทนถูกเย้ยหยันและการทำทารุณจากแม่บุญธรรมของเธอ แต่ก็ยังโชคดีที่เธอได้รับความเมตตาจากคนใช้สูงวัยคนหนึ่งในบ้านหลังนั้น ชึ่งเป็นคนคอยดูแลและเอาใส่เธอเหมือนแม่แท้ ๆ ของเธอ จนกระทั่งคนใช้จากไปด้วยอาการป่วย ชูจี้ก็ถูกบังคับให้แต่งกับผู้ชายที่ไม่เอาการเอางานแทนลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อแม่บุญธรรมของเธอเพื่อชดใช้ค่ารักษาพยาบาลของคนใช้ เรื่องราวจะเป็นเช่นเดียวกับซินเดอเรลล่าหรือไม่? อย่างไรก็ตาม ชายที่เธอจะแต่งงานด้วยนั้นไม่เหมือนเจ้าชายเลยสักนิดนอกจากรูปร่างหน้าตาของเขาที่สามารถเทียบเท่ากับเจ้าชายได้เท่านั้นเอง ลู่เหยี่ยนเป็นลูกชายนอกสมรสของครอบเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง เขาใช้ชีวิตไปวันๆ (พอลอดไปด้วยค่ะ)มาโดยตลอด ที่เขาตกลงแต่งกับชูจี้ก็เพราะอยากจะทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของแม่ของเขาสมหวังเท่านั้น แต่ในคืนวันแต่งงาน เขากลับพบว่าเจ้าสาวคนนี้มีพฤติกรรมที่ผิดกับที่เคยได้ยินได้ฟังมา โชคชะตาจะบันดาลให้พวกเขาเป็นอย่างไร และลู่เหยี่ยนจะเป็นดั่งที่เราคิดหรือไม่ สิ่งที่น่าประหลาดใจคือลู่เหยี่ยนมีหลายอย่างที่คล้ายๆ กับมหาเศรษฐีที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้อย่างพิลึก สุดท้ายแล้ว ลู่เหยี่ยนจะสามารถรู้ได้หรือไม่ว่าชูจี้ คือเจ้าสาวจำเป็นที่ต้องได้แต่งงานแทนพี่สาวของเธอ การแต่งงานของพวกเขาจะเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวสุดโรแมนติกหรือวิบากกรรมของชีวิต โปรด ติดตามและค้นหาชีวิตและเรื่องราวของทั้งสองคนด้วยกันเถอะ

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 2

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 2

Ocean Books

อานนท์ ชายหนุ่มโสดอายุ 25 ปี หน้าตาดาษดื่น เติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าอุ่นไอรัก อาชีพหลักคือการขายอาหารตามสั่งในฟู๊ดเซนเตอร์ห้างดัง อาชีพรองเป็นผู้ช่วยนักเขียนนิยาย รับจ้างหาข้อมูลต่าง ๆ ส่งให้กับนักเขียน งานไหนได้เงิน อานนท์ทำทั้งหมด ในวันหยุดยาว กลางวันนอกจากต้องไปยืนทำอาหารตามสั่ง กลางคืนยังต้องมานั่งหาข้อมูลส่งให้ผู้ว่าจ้างงานด่วนอีก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ วิญญาณจึงบ๊ายบายจากโลกเก่า ไปเกิดใหม่ในร่างของจางอี้หมิง บุตรชายตัวน้อยอายุ 5 ขวบของบัณฑิตจาง ที่ถูกบ้านหลักมอบหนังสือแยกบ้าน พร้อมขับไล่ครอบครัวให้มาอยู่บ้านนอก อุตส่าห์ได้กลับมาเกิดใหม่ทั้งทีในครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ แม่ และย่าตามที่อานนท์เคยฝันไว้ แต่ทำไมถึงแถมความยากจนมาให้เขาด้วย ชาติก่อนก็สู้ชีวิตจนตาย มาชาตินี้ชีวิตสู้กลับยิ่งกว่านิยายที่เขาเคยอ่านเสียอีก  นี่สินะ!!! ของฟรีไม่มีในโลก มันต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนกันอย่างสมน้ำสมเนื้อ

สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง

สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ

หวังฉีหลิน อายุ 25 ปีสาวเจ้าหน้าที่การเกษตรและพ่วงมาด้วยเจ้าของสวนสมุนไพรรายใหญ่ เสียชีวิตกระทันหันหลังจากกลับมาจากท่องเที่ยวพักผ่อนและเธอได้เก็บเอาก้อนหินสีรุ้งมาจากพระราชวังโปตาลามาได้เพียงสามเดือน ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ หากตายไปแล้วก็ไม่เป็นไรเพราะเธอเองเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนกระทั่งมีอายุได้ 18ปี ถึงได้ออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองตอนนี้เธอ ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงแล้ว เพียงแต่เสียดายที่เธอยังไม่ได้ทำตามความฝันของตัวเองเลย เฮ้อ ชีวิตคนเรานั้นมันแสนสั้น อายุ25 แฟนไม่เคยมี สามียังอยากได้ ไหนจะลูกๆที่ฝันอยากจะมีอีก คงต้องหยุดความหวังและความฝันเอาไว้เท่านี้ เหนือสิ่งอื่นใด ตายแล้วตายเลยจะไม่ว่า แต่ดันตื่นขึ้นมาในร่างหญิงชาวนายากจน ชื่อหวังฉีหลินเช่นเดียวกับเธอพ่วงมาด้วยภาระชิ้นใหญ่ อย่างสามีที่ป่วยติดเตียงและลูกชายฝาแฝดทั้งสอง แถมยังมีภาระชิ้นใหญ่ม๊ากกกมาก กอไกล่ล้านตัวอย่างพ่อแม่สามีและน้องๆของสามี ที่โดนบ้านสายหลักกดขี่ข่มเหงรังแก เอารัดเอาเปรียบและบังคับแยกบ้านหลังจากที่สามีของนางได้รับบาดเจ็บสาหัส สาเหตุที่หวังฉีหลินต้องมาตายไปนั้นเพราะโดนลูกสะใภ้บ้านสายหลักผลักตกเขาระหว่างที่กำลังยื้อแย่งโสมคนที่หวังฉีหลินขุดมาได้

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 5 บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 5 Ocean Books โรแมนติก
“อานนท์ ชายหนุ่มโสดอายุ 25 ปี หน้าตาดาษดื่น เติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าอุ่นไอรัก อาชีพหลักคือการขายอาหารตามสั่งในฟู๊ดเซนเตอร์ห้างดัง อาชีพรองเป็นผู้ช่วยนักเขียนนิยาย รับจ้างหาข้อมูลต่าง ๆ ส่งให้กับนักเขียน งานไหนได้เงิน อานนท์ทำทั้งหมด ในวันหยุดยาว กลางวันนอกจากต้องไปยืนทำอาหารตามสั่ง กลางคืนยังต้องมานั่งหาข้อมูลส่งให้ผู้ว่าจ้างงานด่วนอีก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ วิญญาณจึงบ๊ายบายจากโลกเก่า ไปเกิดใหม่ในร่างของจางอี้หมิง บุตรชายตัวน้อยอายุ 5 ขวบของบัณฑิตจาง ที่ถูกบ้านหลักมอบหนังสือแยกบ้าน พร้อมขับไล่ครอบครัวให้มาอยู่บ้านนอก อุตส่าห์ได้กลับมาเกิดใหม่ทั้งทีในครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ แม่ และย่าตามที่อานนท์เคยฝันไว้ แต่ทำไมถึงแถมความยากจนมาให้เขาด้วย ชาติก่อนก็สู้ชีวิตจนตาย มาชาตินี้ชีวิตสู้กลับยิ่งกว่านิยายที่เขาเคยอ่านเสียอีก นี่สินะ!!! ของฟรีไม่มีในโลก มันต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนกันอย่างสมน้ำสมเนื้อ”
1

บทที่ 1 น้ำมันลูกหนาม

07/08/2023

2

บทที่ 2 ซนจนได้เรื่อง

07/08/2023

3

บทที่ 3 หน่วยเหลียงไป๋

07/08/2023

4

บทที่ 4 สำนึกผิด

07/08/2023

5

บทที่ 5 เกลือ

07/08/2023

6

บทที่ 6 แผนการ

07/08/2023

7

บทที่ 7 ข้อเรียกร้องของแคว้นจ้าว

07/08/2023

8

บทที่ 8 เกลือทะเล

07/08/2023

9

บทที่ 9 เครื่องบรรณาการ

07/08/2023

10

บทที่ 10 หนึ่งปีให้หลัง

07/08/2023

11

บทที่ 11 ถึงเวลาแล้ว

07/08/2023

12

บทที่ 12 จวนตระกูลจาง

07/08/2023

13

บทที่ 13 หน้ามิอาย

07/08/2023

14

บทที่ 14 เจ้าของงานเลี้ยงตัว

07/08/2023

15

บทที่ 15 ร่วมงานวันเกิด

07/08/2023

16

บทที่ 16 แผนการร้าย

07/08/2023

17

บทที่ 17 ป้ายทองเว้นโทษ

07/08/2023

18

บทที่ 18 งูพิษ

07/08/2023

19

บทที่ 19 มีหรือไม่

07/08/2023

20

บทที่ 20 จะเลือกใคร

07/08/2023

21

บทที่ 21 ดั่งแสงสว่างในคืนเดือน

07/08/2023

22

บทที่ 22 ชีวิตในฝัน

07/08/2023