จมในห้วงความคิด (จบเรื่องหลัก)

จมในห้วงความคิด (จบเรื่องหลัก)

GreySweater

5.0
ความคิดเห็น
125
ชม
16
บท

ความคิดของฉันคือจินตนาการที่ล่องลอยในท้องทุ่งกว้างไกลไม่สิ้นสุด ความคิดเหล่านั้นจะเสียงดังเป็นพิเศษในคืนฝนพรำ เรื่องราวสุดมหัศจรรย์และแสนเศร้าของนักฝันทั้งสองผู้ต้องการชีวิตใหม่อันเป็นอิสระ ชาวโรแมนติกที่โหยหาการผจญภัยเพื่อเติมเต็มชีวิต และความรักที่จะทำให้พวกเขาลุกเป็นไฟ

บทที่ 1 ผู้รักอิสระ

จุดเริ่มต้นของทุกอย่างเกิดจากหนึ่งคำถามเสมอ ทำไม?

ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม

ฉันมักได้ยินคำถามหนึ่งดังก้องในหัวทุกวัน อย่างน้อยก็วันละครั้ง มันเป็นคำถามที่ไม่ค่อยมีใครถามฉันเท่าไรเพราะฉันไม่ค่อยเปิดเผยตัวว่าสร้างอีกตัวตนไว้ในโลกตัวอักษรนี้ด้วย

เขียนทำไม?

คำถามปลายเปิดที่ไม่ยาก แต่... บางครั้งการให้คำตอบจะช้าเป็นพิเศษในช่วงหมดไฟหรือตามหาความหมายของชีวิตไม่เจอแล้ว

ฉันเขียนเพื่อสร้างพื้นที่ความสบายใจและปลอดภัยให้ตัวเองในวันที่โลกถูกกลืนด้วยความน่ากลัว

เขียนเพื่อให้ตัวหนังสือที่พวกคุณเห็น เปล่งเสียงแทนฉันในยุคสมัยที่ลมปากเป็นสิ่งต้องห้าม การคิดต่างหรือเห็นโลกอีกด้านกลายเป็นสิ่งผิดบาปสำหรับยุคนี้ ฉันไม่อาจพูดสิ่งที่คิดต่อพื้นที่สาธารณะดังนั้นจึงต้องหลบซ่อนในม่านตัวอักษรเหล่านี้

เขียนเพื่อปลดปล่อยปีศาจ มันไม่ค่อยเชื่องเท่าไหร่ ออกจะหัวรั้นและรุนแรงเสียด้วยซ้ำ มันชื่อว่า ความรู้สึก... มันมักทำตัวน่ากลัวเสมอเมื่ออะไรไม่ได้ดั่งใจ ค่อนข้างเอาแต่ใจ บางครั้งก็อยากร้องไห้หรือไม่ก็หายไปอย่างไร้เหตุผล มันเหมือนสุนัขที่ถูกขังในกรง หากเก็บมันไว้นานเกินไปจะเริ่มเห่าแล้วอาละวาด ต้องปล่อยมันออกมาเดินบนท้องทุ่งของกระดาษเปล่าบ้าง หรือไม่ก็หน้าจอสีขาว มันไม่เรื่องมาก ขอแค่พื้นที่กว้างก็เพียงพอ

ฉันเกลียดมันเหลือเกิน แต่ถ้าไม่มีมัน ฉันคงเป็นคนด้านชา อาจเป็นเพราะฉันเลี้ยงความรู้สึกไว้มากเกินไป ทำให้ต้องมานั่งเขียนตอนตีสามแบบนี้เพราะมันทำให้ฉันนอนเช้ามาเกือบสัปดาห์แล้ว

คำตอบนี้สำคัญที่สุด

เขียนเพื่อเป็นตัวฉัน

ในวันที่ฉันจำความไม่ได้ หรือเกิดอยากหายไปอีกครั้ง เมื่อฉันกลับมาอ่านบันทึกฉบับนี้ มันจะเป็นเครื่องเตือนใจเหมือนกระจกซึ่งสะท้อนตัวตนของฉัน จะได้ไม่ต้องหายไปไหนอีก....

"จะตีห้าแล้ว นอนเหอะ"

เสียงแหบพร่างัวเงียของรูมเมตดังขึ้น เขาลุกขึ้นจากเตียงนอน แสงสีเหลืองนวลจากโคมไฟโต๊ะทำงานสาดกระทบใบหน้ายับของแทน มือยาวของเขาสางกลุ่มผมยุ่งเหยิง วันนี้เขาตื่นนอนก่อนเสียงนาฬิกาปลุกแบบไม่สดชื่นเอาเสียเลย

"อืม เดี๋ยวไปนอน"

"ช่วงนี้เพ้อถึงเช้าบ่อยนะ"

แทนตะโกนออกมาจากห้องน้ำ เขาบีบยาสีฟันกลิ่นมินต์ลงบนขนแปรงสีฟันนุ่ม วันนี้เขามีเรียนกฎหมายตอนสิบโมงเช้า แต่ตื่นเวลานี้ก็ไม่อาจข่มตาหลับได้อีก เขาเปลี่ยนจากชุดนอนเป็นเสื้อฮู้ดกับกางเกงขาสั้น

เจนมองบันทึกบนหน้าจอสีขาวซึ่งเต็มไปด้วยตัวหนังสือพลางหยิบแปรงหวีใหญ่สางเรือนผมยาวสีบลอนด์ แววตาเหนื่อยล้ากวาดมองตัวหนังสือเหล่านั้นเพื่อทบทวน เธอเคยเขียนได้ดีกว่านี้...

"ก็นอนไม่หลับอะ"

"กินยา"

"...."

"เราไม่อยากเห็นเธอทำร้ายตัวเองเหมือนตอนอยู่ที่นู่นแล้วอะ กินยาแล้วไปนอนเถอะ" ยาที่แทนพูดถึงคือยานอนหลับและยาคลายเครียด เจนไม่ชอบทานยา... ไม่มีใครชอบทาน แต่วงจรการนอนเสียสุขภาพบังคับให้ยาเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของชีวิต

"ก็ได้"

"หลังเรียนเสร็จเข้าเมืองไปช๊อปกัน" แทนบอกหลังจากกลั้วน้ำยาบ้วนปากทิ้งลงอ่าง

"เอาสิ"

แทนคลี่รอยยิ้ม เขาเตรียมตัวไปยิม 24 ชั่วโมงในหอพัก เจนปิดคอมพิวเตอร์ จำใจทานยาเม็ดขมลงคอ หวังว่าฤทธิ์ยาจะแรงพอทำให้เธอหลับใหลและตื่นอย่างสดชื่นเพื่อเข้าเรียนปรัชญาการเมืองตอนบ่าย หากหลับตอนนี้เธอจะตื่นทันมื้อเที่ยงแสนเรียบง่ายซึ่งก็คือแซนวิชไข่ต้ม

แทน-เจน

คู่หูเพื่อนรักเดินทางยาวไกลนับสิบสองชั่วโมงเพื่อสานฝันที่ไม่อาจทำได้ในบ้านเกิด มันคือแผนระยะยาวเหมือนถนนยาวไกลไม่สิ้นสุด สิ่งที่พวกเขาเดิมพันคือชีวิตอันมีความสุข ใครๆก็รู้ว่าการเติบโตนั้นยากและเจ็บปวด บาดแผลระหว่างทางจะเจ็บเป็นทวีคูณเมื่อถูกพรากสิทธิ์ที่ควรมี แน่นอนว่าพวกเขาถูกพรากมันไป -- อิสระ

แทนไม่สามารถเปิดเผยตัวตนว่าตนเองเป็นชายรักร่วมเพศ เขาชอบผู้ชายแต่ต้องปิดเป็นความลับไม่อย่างนั้นจะถูกไล่ออกจากบ้านเพราะพ่อของเขาเกลียดพวกรักร่วมเพศเข้าไส้ หากเป็นตัวเขาเมื่อสิบปีที่แล้ว การถูกไล่ออกจากบ้านเป็นเรื่องใหญ่มากเพราะเด็กสิบสองขวบไม่สามารถทำงานได้ ต่อให้มีศักยภาพในการทำงานแต่ผลพลอยความซวยจะตกที่ผู้ว่าจ้างโทษฐานใช้แรงงานเด็ก

รักแรกของเขาคือรุ่นพี่ชมรมบาสเกตบอล การตกหลุกรักครั้งนั้นก็เหมือนกับคนอื่นเพียงแต่ความรักของเขากลับเป็นสิ่งต้องห้ามที่ถูกขีดเส้นแบ่งด้วยเพศสภาพ หากพ่อจับได้ว่าเขาเป็นเกย์ตอนนี้ เขาอาจถูกกระทืบปางตายจนลงหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งก็เป็นได้

ส่วนเจนเป็นความคาดหวังของครอบครัวเพราะเป็นลูกสาวคนโต ผู้จะเป็นลูกสาวแสนดีและสมบูรณ์แบบเป็นแบบอย่างให้น้องๆทั้งสองคน -- จอยและเจค สิ่งที่เจนได้ยินกรอกหูทุกเช้า เจนต้องดูแลตัวเองให้มีใบหน้าสะสวยดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย ต้องมีผลการเรียนดีเยี่ยมเพื่อสร้างความภูมิใจให้ตัวเองและครอบครัว ต้องเป็นแพทย์หรือสถาปนิกเพราะเงินเดือนสูง

แน่นอนเจนเป็นได้แค่สองอย่างแรก เจนได้รับยีนความงามมาจากแม่ ได้รับยีนความฉลาดมาจากพ่อ เธอเรียนจบชั้นมัธยมปลายด้วยคะแนนที่น่าพึงพอใจแต่เธอเลือกเรียนด้านภาษามากกว่าการเรียนเฉพาะทางในอาชีพแพทย์ เธอไม่กลัวเลือดแต่เธอไม่อยากทำงานใต้ความกดดันที่มีชีวิตคนอื่นแขวนบนเส้นด้าย เจนอยากเป็นนักเขียนตั้งแต่ครั้งแรกที่หยิบนิยายของเฮมิงเวย์มาอ่านตอนอายุสิบหก พ่อแม่มักบอกว่าเป็นนักเขียนไส้แห้ง เจนอยากเถียงว่าทั่วโลกมีนักเขียนตั้งมากมายที่ไม่ไส้แห้งและโด่งดัง ทว่าทำได้เพียงปิดปากเงียบและแอบเขียนทุกคืนก่อนนอน

ทั้งสองเจอกันครั้งแรกตอนได้รับทุนคณะไปเรียนแลกเปลี่ยนที่แมนเชสเตอร์เป็นเวลาสามเดือน พวกเขาคุยกันและแลกเปลี่ยนความลับนี้จนกระทั่งสนิทใจ เมื่อพวกเขากลับมาประเทศไทย ทั้งสองวางแผนเก็บเงินสำหรับค่าเล่าเรียนในแดนไกล แอบทำงานเสริมตามร้านอาหาร กลับบ้านเฉพาะสุดสัปดาห์เพื่อค่าตั๋วเดินทางสู่ประเทศผู้ดี แชร์ห้องอยู่ด้วยกันในหอพักหรูของมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ยืดอกอย่างภาคภูมิในการเป็นนักศึกษาทุนต่างชาติ แม้ระยะเวลาเรียนสำหรับปริญญาโทจะเป็นเพียงหนึ่งปีสั้นๆ แต่พวกเขาซื้อตั๋วเที่ยวเดียวและจะไม่มีวันกลับไปบ้านที่ไม่ใช่บ้านของพวกเขา

เจนกับแทนเที่ยวด้วยกันแทบทุกวันและกลับหอตอนตะวันลับขอบฟ้า -- ประมาณสี่ทุ่ม พวกเขาชอบไปชมนิทรรศการภาพวาดที่แกเลอรี่และถ่ายรูปด้วยกันที่พิพิธภัณฑ์ พวกเขาตกหลุมรักตัวเองในทุกภาพถ่ายเพราะรอยยิ้มในนั้นไม่ใช่การแสดง วันนี้หลังเลิกเรียนทั้งสองเดินเล่นด้วยกันที่ซิตี้เซนเตอร์ ซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาสามสิบปอนด์แล้วสนทนาปรัชญาการมีตัวตนด้วยกันในคาเฟ่ขนมหวาน ก่อนกลับหอ... พวกเขานั่งฟังนักร้องเสียงทรงพลังเปิดหมวกกลางเซนเตอร์

"I think i like him." แทนกระซิบบอกเจนซึ่งกำลังถ่ายวิดีโอนักร้องหนุ่มสองคน "A guy with brown hair and blue eyes." ผู้ชายคนที่แทนพูดถึงกำลังร้องไฮโน๊ตของเพลง Stay with me ขับร้องโดย Sam Smith แทนรู้สึกตกหลุมรักวินาทีที่เสียงร้องนั้นจับหัวใจของเขาจนหยุดเต้น เขาซ่อนความปลาบปลื้มเอาไว้ไม่อยู่แต่ก็อดทนรอจนกระทั่งนักร้องสองคนจบการแสดง

"ชอบเขาก็ไปบอกเขาสิ"

"ได้เหรอ"

"ได้สิ มีอะไรที่แทนทำไม่ได้บ้าง"

เจนเป็นเพื่อนผู้คอยสนับสนุนแทนในทุกเรื่อง โดยเฉพาะความรัก เธออยากให้เพื่อนมีความรักดีๆและไม่กลัวที่จะแสดงออก เธอจึงผลักแทนให้ไปประจันหน้ากับนักร้องหนุ่มผมน้ำตาลผู้มีดวงตาสีฟ้าหายาก เธอมองทั้งสองสบตากัน ความร้อนผ่าวและเขินอายทำให้หน้าของแทนแดงก่ำไปถึงหู นักร้องหนุ่มคนนั้นคลี่รอยยิ้มเมื่อแทนเริ่มขยับปากพูด

"I like your voice. You're so amazing."

แทนยืนคุยกับนักร้องหนุ่มทั้งสองเนิ่นนานและกลับมาพร้อมกับอินสตราแกรมและช่องทางติดตามพวกเขา ก่อนออกจากซิตี้เซนเตอร์ แทนรับรู้ชื่อจริงของชายหนุ่มผมน้ำตาลคนนั้น เขาชื่อ ทิโมธี ฮาร์ทแมน นักร้องและนักเขียนเพลงชาวอังกฤษซึ่งออกอัลบั้มร่วมกับฟีลิกซ์ เพื่อนรักของเขาในนามของวง Lilac boys

อย่างไรก็ตาม คืนนี้แทนเป็นแฟนเพลงผู้โชคดีที่สุดในโลกเพราะพรุ่งนี้แทนมีนัดดื่มชากับทิโมธี

"มึงพูดยังไงให้เขาชวนไปเดตวะ"

"กูอยากเริ่มทำเพลงแบบเขาอะ เขาก็เลยบอกว่าพรุ่งนี้เขาไม่มีเปิดหมวก ไปคุยเรื่องทำเพลงด้วยกันได้"

"หูยยยยยย การแสดงมาก"

เมื่อทั้งสองกลับถึงหอพัก แทนรีบอาบน้ำนอนเพื่อไม่ให้หน้าโทรมสำหรับการนัดพบที่เขาทึกทักเอาว่ามันคือเดต ส่วนเจนยังคงนั่งจ้องบันทึกในคอมพิวเตอร์อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งถึงเวลาตีสาม เธอมีความคิดบางอย่างพรั่งพรูขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ดูเหมือนความฝันแต่เธอยังไม่หลับใหล คลับคล้ายเป็นจินตนาการที่มีเสียง

เธอหลับตาและเงี่ยหูฟังเสียงนั้นที่ดังมาจากความเงียบงันของค่ำคืน เธอเห็นมือหนาของคนผิวเข้ม ไหล่กว้างของร่างกำยำ เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มแสนคุ้นเคย ทว่ากลับจำชื่อเรียกเขาไม่ได้ เจนกระหน่ำปลายนิ้วลงบนแป้นพิมพ์พรรณนารูปพรรณสัณฐานของบุคคลในภาพนิมิตเท่าที่นึกออก เธอปิดคอมพิวเตอร์และนอนลงบนเตียงนุ่มข้างแทนเพื่อพรุ่งนี้เช้าจะเขียนถึง 'เขา' คนนั้นต่อ

#จมในห้วงความคิด #ในวันที่ฝนตก

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ขอเลิกกับสามีงี่เง่า

ขอเลิกกับสามีงี่เง่า

Thalia Frost
5.0

กลางวันอ่อนหวาน กลางคืนร้อนแรง นี่คือคำที่ลู่เยียนจือใช้เพื่อบรรยายถึงเธอ แต่หานเวยบอกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ไม่ถึงครึ่งปี ลู่เยียนจือกลับไม่ลังเลที่จะขอหย่ากับสือเนี่ยน “แค่ปลอบใจเธอไปก่อน ครึ่งปีข้างหน้าเราค่อยแต่งงานใหม่” เขาคิดว่าสือเนี่ยนจะรออยู่ที่เดิมตลอด แต่เธอได้ตาสว่างแล้ว น้ำตาแห้งสนิท หัวใจสือเนี่ยนก็แตกสลายไปแล้วด้วย การหย่าปลอมๆ สุดท้ายกลายเป็นจริง ทำแท้งลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ สือเนี่ยนจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก แต่ลู่เยียนจือกลับเสียสติ ต่อมา ได้ยินว่าคุณชายลู่ผู้มีอิทธิพลนั้นก็อยู่นิ่งๆ ต่อไปไม่ได้ ขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ไล่ตามเธออย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อขอให้เธอเหลือบมองเขาอีกครั้ง...

คุณสามีเป็นผู้พิการ

คุณสามีเป็นผู้พิการ

Devocean
4.9

"คุณต้องการเจ้าสาว ส่วนฉันก็ต้องการเจ้าบ่าว ทำไมเราไม่แต่งงานกันล่ะ?" ภายใต้เสียงเยาะเย้ยของทุกคน ถังเลี่ยน ซึ่งถูกคู่หมั้นของเธอทอดทิ้งในพิธีแต่งงาน กลับแต่งงานกับเจ้าบ่าวพิการข้างบ้านที่ถูกรังเกียจ ถังเลี่ยนคิดว่าอวิ๋นเซินเป็นชายหนุ่มที่น่าสงสาร และเธอสาบานว่าจะให้ความรักใคร่แก่เขาและตามใจเขาหลังแต่งงาน ใครจะรู้ว่าเขาแกล้งเป็นแบบนั้น... ก่อนแต่งงาน อวิ๋นเซินว่า "เธอต้องสนใจเงินของผมถึงยอมแต่งงานกับผม ผมจะหย่ากับเธอหลังจากที่ผมใช้ประโยชน์เธอเสร็จ" หลังแต่งงาน อวิ๋นเซินว่า "ภรรยาของผมต้องการหย่าทุกวัน แต่ผมไม่อยากหย่า ทำอย่างไรดีล่ะ"

สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก

สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก

Shelby Stonich
5.0

ลี่สิงหยวนมีอาการเสพติดเซ็กส์กำเริบเป็นครั้งแรก แล้วก็เผลอมีอะไรกับเจียงหว่านหนิงโดยไม่รู้ตัว ตลอดสามปีหลังจากนั้น เขาไม่เคยเอ่ยปากสารภาพรัก แต่กลับหลงใหลในร่างกายของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น เจียงหว่านหนิงคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานพอ จะสามารถละลายหัวใจของเขาได้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือข่าวว่าเขากำลังคบกับรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง “ตามจีบเธอมาตั้งนาน ในที่สุดเธอก็ยอมเป็นแฟนฉันสักที” ชายหนุ่มมองเข้าไปในดวงตาของเธอแล้วพูดว่า “จากนี้ไปเราอย่าติดต่อกันอีกเลย” หลังจากนั้น เจียงหว่านหนิงก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตามที่เขาต้องการ แต่ลี่สิงหยวนกลับเสียใจ แล้วออกตามหาเธอไปทั่วอย่างคนเสียสติ ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างต่ำต้อย วิงวอนว่า “หว่านหนิง กลับมาอยู่ข้าง ๆ ฉันได้ไหม?”

ช่วยเลิกงี่เง่าสักที

ช่วยเลิกงี่เง่าสักที

Jade Winslow
5.0

แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ