Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ - Univited Guests

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ - Univited Guests

ณ เสียงฝน

5.0
ความคิดเห็น
1
ชม
2
บท

เมื่อหญิงสาวที่มีพลังมองเห็นโลกมืดเหนือธรรมชาติ มาเจอกับทายาทมหาเศรษฐีร้อยล้านที่ตามหาความจริงเกี่ยวกับอดีตบางอย่างของตน เส้นบางๆ ที่กั้นระหว่างโลกมนุษย์กับโลกมืดเกิดเบลอเสียจนแทบแยกไม่ออกอีกต่อไป

บทที่ 1 จุดเริ่มต้น

**หมายเหตุ: ตัวละคร สถานที่ เค้าโครงเนื้อหา และเหตุการณ์ทั้งหมดในเรื่องนี้ เป็นการสมมุติขึ้นมาเพื่ออรรถรสและความบันเทิงเท่านั้น**

“เหนือสิ่งอื่นใด ให้ปกป้องจิตใจของเราให้ดี เพราะทุกสิ่งที่เราทำ มีจุดกำเนิดมาจากจิตใจทั้งสิ้น”

.. ปี พ.ศ. 2550 ณ. เกาะกำพัน เกาะางห่างไกลทางภาคใต้แห่งหนึ่ง..

“หวาน.. ออกมาช่วยผู้ใหญ่ทำงานสิลูกเอ๊ย” ย่าภาที่นั่งซ่อมตาข่ายตกปลาบนแคร่หน้าบ้านพร้อมกับลูกๆ และเพื่อนบ้านอีกสองสามคนเรียกหลานเบาๆ ใจไม่ได้อยากให้หลานต้องมาช่วยอะไร เพียงแต่ให้หลานออกมารับลมเย็นสบายหน้าบ้านช่วงบ่าย แทนที่จะนั่งอุดอู้ดูทีวีอยู่ในบ้านคนเดียว

หวานที่ดูเหมือนกำลังนั่งดูทีวีอยู่ หากแต่ถ้าเพ่งมองดูให้ดี เด็กน้อยจ้องจอตาเบิกโพลง เหงื่อแตกซิกตัวสั่นเทิ้มอยู่ในห้องนั่งเล่น เธอหยิบรีโมททีวีขึ้นมาเพิ่มเสียงจนดังแสบแก้วหู ตาเบิกโพลงยังจ้องหน้าจอเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง

เอมอร แม่ของหวานเห็นท่าทีของลูกแล้วเกิดน้ำโห “ลุกเลยนะหวาน คนอื่นเค้าทำงานกันงกๆ เรานั่งดูดายอยู่ได้ยังไง?

แล้วคุณย่าเค้าเรียกน่ะไม่ได้ยินเหรอ? ทำตัวเหมือนเด็กข้างถนนไม่มีพ่อแม่สั่งสอน!”

หวานหันมองแม่ มองหน้าพ่อจักรซึ่งนั่งตากปลาแห้งอยู่ใกล้ๆ กับย่า แล้ววกไปมองแม่อีกทีซึ่งตอนนี้ลุกขึ้นยืนเท้าสะเอวตาเขียว

“หวะ.. หวานก็อยากช่วย แต่หวานกลัวคนที่ยืนอยู่หลังย่า” เด็กน้อยอายุไม่เกินเจ็ดขวบกล่าวน้ำตารื้นตัวยังสั่นเป็นเจ้าเข้า

ทุกคนหน้าบ้านตอนนี้หันซ้ายหันขวา มองหน้ากันไปมา นอกจากย่าภา เอมอร จักร และเพื่อนบ้านอีกสามคนแล้ว ก็ไม่มีใครคนอื่นอีก

“ใครกัน? ไม่มีใครยืนหลังคุณย่าสักหน่อย พูดจาเลอะเทอะใหญ่แล้...” เอมอรกล่าวก่อนจะถูกย่าภาตัดบท

“ข้างหลังย่าเหรอลูก?”

“ไหน.. บอกย่าซิ ว่าหน้าตาเขาเป็นยังไง?” ย่าภาถามต่อ

หวานชี้เลยบ่าย่าภาไปด้านหลัง “ผู้หญิงหัวโล้นใส่ชุดสีชมพู...”

ทุกคนหันมองตามทิศทางที่หวานชี้

“ยืนร้องกรี๊ดๆ ไม่หยุดเลย” หวานหยิบรีโมทมากดปุ่มเพิ่มเสียงทีวีซ้ำๆ ราวกับพยายามกลบเสียงกรีดร้องที่มีแต่เธอเพียงคนเดียวที่ได้ยิน

สายตาของย่าภาปรากฏแววกระจ่าง ราวกับจะเข้าใจถึงสิ่งที่หวานพูด

“อีกแล้วเหรอ แม่บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าพูดเพ้อเจ้อ!” เอมอรตวาด

“ใจเย็นเถอะคุณ” จักรกระซิบเสียงสั่นเทา ไม่อยากให้ลูกได้ยินสิ่งที่เขากำลังจะพูด “พี่สาวคนโตผมเป็นโรคมะเร็ง แกเสียไปเมื่อแปดปีที่แล้วจำได้ไหม ก่อนเสีย พี่ผมทำคีโมจนผมร่วงหมด เวลาอาการกำเริบ เขาเจ็บมาก ร้องกรี๊ดติดกันนานๆ จนหมอต้องให้ยาแก้ปวดแกถึงจะหลับได้” จักรอธิบายหน้าซีดเผือด

ย่าภาพยักหน้าช้าๆ สีหน้าเศร้าหมอง “หวานมันคงเห็นป้ามันนั่นละ” ว่าแล้วย่าภาก็หันไปหาเอมอร

“คนมีตาทิพย์มาเกิดในตระกูลเราแล้ว หมั่นฟังลูกมันบ้าง อย่าเพิ่งดุอย่าเพิ่งตี เด็กมันเห็นอะไรมันก็ว่าไปตามที่เห็น เราเป็นแม่ต้องปกป้องลูก หวานน่าสงสาร ต้องมาเห็นอะไรที่ไม่อยากเห็น”

เอมอรเอามือที่เท้าสะเอวลง ก้มหัวเล็กน้อยพลางพยักหน้าหงกๆ หางตามองไปที่ลูกน้อยอย่างไม่แน่ใจ ก่อนเอมอรตัดสินใจแต่งงานกับจักร และย้ายมาอยู่ที่เกาะเล็กๆ แห่งนี้ เธอเป็นคนกรุง พ่อแม่มีฐานะ เธอใช้ชีวิตตามแบบฉบับสาวคนกรุงทั่วไปและเชื่อมาตลอดว่าผีไม่มีจริง เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองตัดสินใจผิด ที่เลือกมาใช้ชีวิตชาวเกาะแบบนี้ เพราะเธอและจักรรักกันมาก อีกทั้งย่าภาก็ใจดีมีเมตตา รักและดูแลกันไปแบบนี้มีความสุขดี หลังแต่งงาน จักรกับเอมอรใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพอยู่ร่วมสี่ปี เมื่อเอมอรตั้งท้อง ทั้งสองจึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่เกาะกำพัน เพื่อดูแลย่าภาซึ่งก็แก่ตัวลงทุกวัน

ตั้งแต่หวานอายุครบห้าขวบ เธอต้องรับมือกับอาการแปลกๆ ของหวานมาตลอด หวานน่ารักน่าชังและเป็นที่รักของทุกคน แต่หวานมักนอนน้อย แต่ละคืน หวานนอนจริงๆ แทบไม่กี่ชั่วโมง และมักมีท่าทีประหลาด คล้ายกับว่าเห็นอะไรที่คนอื่นมองไม่เห็น และด้วยเหตุผลที่เอมอรไม่เชื่อเรื่องผี เธอมักดุหวานเสมอเมื่อหวานพูดอะไรแปลกๆ อย่างคราวนี้

“เจนลูก.. เป็นยังไงบ้าง?” ย่าภากล่าวอย่างอ่อนโยน สายตามองไปข้างหน้า ไม่ได้มองไปที่จุดใดจุดหนึ่งอย่างเจาะจง “อยากได้อะไรไหม หรือยังห่วงแม่? ไม่ต้องห่วงนะลูก น้องของลูกกับครอบครัวก็อยู่ แม่สบายดี”

อยู่ๆ เพื่อนบ้านสามคนที่นั่งอยู่ก่อนหน้าก็ลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

“ยายภา ข้าไปก่อนนะ เย็นแล้วยังไม่ได้หุงข้าวเลย” ตาแสนคนข้างบ้านพูดตะกุกตะกัก อีกสองคนพยักหน้าเร็วๆ อย่างเห็นด้วยแล้วเดินแกมวิ่งไปในทิศทางของบ้านตาแสน

จักรหันไปทางย่าภา มองเลยไหล่ผู้เป็นแม่ไป ปากก็พูดเสียงสั่นนิดๆ “สบายใจได้นะพี่เจน ต่อไปนี้ผมจะดูแลแม่เอง”

หวานหันมองร่างที่ยืนอยู่ข้างหลังย่าภาอีกครั้ง เสียงร้องกรี๊ด.. กรี๊ด.. หยุดลง สีหน้าที่แสดงถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสเมื่อครู่ ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มบางๆ สายตามองดูย่าภาและพ่อจักรอย่างรักใคร่ หวานรู้สึกลมแรงพัดหวือมากระทบใบหน้า ส่งให้ผมยาวตกปรกหน้า เธอรีบปัดผมออกแล้วหันกลับไปมองอีกครั้ง แต่ร่างนั้นหายวับไปแล้ว

รู้สึกเศร้าแปลกๆ “เขาไปแล้ว” หวานประกาศแล้วกดปิดโทรทัศน์ตรงหน้า ลุกเดินออกมาหน้าบ้าน

“แม่ พ่อ ย่าภา..” หวานเปรย “หิวข้าวแล้วอ่ะ กินข้าวกันเถอะ”

เอมอรเดินไปลูบหัวหวานอย่างเอ็นดู ทั้งย่าภา จักร และเอมอรต่างสบตากัน รอยยิ้มจางๆ ดูเข้ากันอย่างประหลาดกับสายตาเศร้าๆ ของพวกเขา ณ เสี้ยววินาทีนั้น แม้ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรเกี่ยวกับผู้หญิงหัวโล้นที่หวานเห็นเมื่อครู่อีก แต่พวกเขาเข้าใจความรู้สึกของกันและกันได้เป็นอย่างดี

-- จบตอน --

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์
4.8

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป

ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป

Frannie Bettuzzi
5.0

คุณท่านเสียว คุณชายยอดเยี่ยมที่โด่งดังในเมือง B ได้แต่งงาน แต่มีข่าวลือว่าเจ้าสาวมีรูปร่างหน้าตาที่น่าเกลียดและมีฐานะต่ำต้อย สามปีมานี้ เขาปฏิบัติกับเธออย่างเย็นชาและทำเหมือนเป็นคนแปลกหน้า เจียงซิงซิงอดทนกับความเย็นชาอย่างเงียบ ๆ เธอยังคงรักเขาอย่างสุดหัวใจ เสียสละความนับถือตนเองและยอมละทิ้งตัวตนของเธอเอง จนกระทั่งวันหนึ่ง สุดที่รักของเขากลับประเทศ เขได้สารภาพว่าเขาแต่งงานกับเธอเพียงเพื่อช่วยชีวิตคนรักในใจของเขาเท่านั้น เจียงซิงซิงเสียใจและผิดหวังมาก เธอจึงเซ็นเอกสารหย่าและจากไปด้วยความเศร้าใจ สามปีต่อมา เจียงซิงซิงผู้สวยงามจนน่าทึ่งกลับมาอีกครั้ง ได้กลายมาเป็นศัลยแพทย์ที่ดีที่สุดและเป็นยอดฝีมือด้านเปียโน อดีตสามีรู้สึกเสียใจ และกอดเธอแน่นท่ามกลางสายฝน เสียงของเขาสั่นเครือ "ที่รัก คุณเป็นของผม..."

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ