ท่านอ๋องพระชายาท่านจะหย่าแล้วนะ

ท่านอ๋องพระชายาท่านจะหย่าแล้วนะ

จิรัฐติกาล

5.0
ความคิดเห็น
46.2K
ชม
15
บท

ลู่เจียหง นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังในยุคปัจจุบัน จับผลัดจับพลูลงลิฟต์ก็โผล่ไปยังยุคโบราณ แถมยังอยู่ในชุดเจ้าสาวอีก ถ้าประหลาดแค่นั้นไม่พอคงไม่เป็นไร ถ้าไม่พบว่าตัวเองกำลังถูกตามล่าจากว่าทีสามีที่ยังไม่ทันเข้าหอ งานนี้นางถือคติไม่ยุ่งเกี่ยวต่างคนต่างอยู่ แต่ท่านอ๋องผู้นั้นก็เอาแต่วนเวียนอยู่ข้างตัวนางไม่หยุด แบบนี้นางจะหย่าสำเร็จได้ตอนไหนกัน!!

บทที่ 1 No.1

ลู่เจียหง ปีนี้อายุยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ เธอเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของประเทศ จบเกียรตินิยมเหรียญทองมาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำอันดับหนึ่ง เชี่ยวชาญงานวิจัยด้านเภสัชกรรมจึงถูกส่งตัวมาที่ศูนย์การวิจัยยาหลักแห่งชาติที่เมืองฉงชิ่งเพื่อค้นคว้าตัวยาชนิดใหม่สำหรับใช้รักษาโรคอุบัติใหม่ร้ายแรงที่ขยันเกิดขึ้นมาไม่เว้นแต่ละปี โดยจะเป็นการผสานกันระหว่างตัวยาสมัยใหม่กับยาตำหรับจีนโบราณดั้งเดิม

รัฐบาลคาดหวังว่าโครงการนี้จะสร้างคุณูประการให้แก่ประเทศชาติ และถ้ามันสำเร็จยังจะเป็นอีกแหล่งรายได้หนึ่งด้วย

ห้องแล็บใหญ่ของรัฐบาลเต็มไปด้วยนักวิจัยมือฉกาจ และการแข่งขันที่สูง ทุกคนล้วนนำเสนอสูตรยาใหม่ไม่เว้นแต่ละวัน บรรยากาศการทำงานจึงไม่ต่างจากตกอยู่ในทะเลโลหิตเพลิง ลู่เจียหงจึงดูดายไม่ได้ เพื่อชีวิตของเพื่อนมนุษย์ทั้งหลายเธอเองก็ต้องสร้างประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเช่นเดียวกัน

หากสูตรยาที่เธอคิดค้นสามารถบรรเทาความเจ็บปวดให้ผู้ป่วยสักคนก็ถือว่าชีวิตนี้เกิดมาคุ้มค่าแล้ว เพียงแต่การต้องทำงานทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส ชีวิตของลู่เจียหงจึงมีแต่เรื่องงาน ไร้เรื่องรักและความสุขสนุกสนานของชีวิต ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เธอเลือกเองและยอมรับได้

ในที่สุดช่วงเช้าของการทำงานก็ผ่านไปอีกวัน นักวิจัยสาวลุกขึ้นบิดขี้เกียจ แม้ปากไม่หิวแต่ท้องก็ต้องกิน

“เจียหงไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันไหม ตรงหัวมุมมีร้านเปิดใหม่พวกเราว่าจะไปลองกินกันสักหน่อย” เพื่อร่วมงานคนหนึ่งของเธอชวน

ลู่เจียหงส่ายหน้า เธอเหนื่อยเกินไปที่จะเดินไปถึงหัวมุมถนน ขอฝากท้องเอาไว้กับร้านป้าใต้ตึกเหมือนเดิมดีกว่า “พวกเธอไปกันเถอะ ฉันขอไปกินที่ร้านในตึกนี้ดีกว่า ถูกและง่าย จะได้รีบกลับขึ้นมาทำงานต่อเร็ว ๆ” นักวิจัยสาวให้เหตุผล

“นับถือ นับถือ เธอขยันขนาดนี้ สิ้นปีนี้ต้องได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแน่ ๆ”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”

“อย่าถ่อมตัวไปหน่อยเลย ในแผนกของเราเธอถือเป็นนักวิจัยที่เก่งที่สุด”

ลู่เจียหงยิ้มรับ อยากให้เป็นจริงดั่งที่เพื่อนร่วมงานพูดเช่นเดียวกัน เกียรติยศยิ่งใหญ่ใครเล่าจะไม่อยากได้ แต่เธอก็รู้ตัวดีว่ายังต้องศึกษาค้นคว้าอีกมากกว่าจะไปถึงจุดสูงสุดของสายอาชีพ

“งั้นพวกเราขอตัวไปกินข้าวเที่ยงก่อนนะ”

“ได้ ฉันก็จะไปเหมือนกัน”

ลู่เจียหงรอสักพักจนคิดว่าคนน่าจะซาแล้วจึงเดินไปลงลิฟต์ เนื่องจากตึกสูงยี่สิบชั้นแห่งนี้อยู่กันหลายหน่วยงานคนใช้กล่องโดยสารในการขึ้นลงจึงมีมากหน้าหลายตา หญิงสาวรอให้คนข้างในออกมาก่อนเธอจึงค่อยเดินเข้าไป

ห้องวิจัยยากินพื้นที่อยู่บนชั้นสิบทั้งชั้น ส่วนร้านศูนย์อาหารรวมกันอยู่ที่ชั้นหนึ่ง เนื่องจากโครงสร้างของตึกนี้เป็นการปรับปรุงต่อเติมมาจากอาคารเก่าประจำเมือง ลิฟต์ตัวแรกจึงขึ้นได้เพียงครึ่งหนึ่งหากต้องการขึ้นชั้นสูงขึ้นไปจะต้องเปลี่ยนไปต่อลิฟต์ใหม่อีกตัวที่อยู่คนละฝั่ง

ดังนั้นลู่เจียหงจึงต้องลงลิฟต์ตัวแรกไปยังชั้นห้า จากนั้นก็เดินลัดเลาะตึกที่ซับซ้อนเหมือนบันไดงูไปอีกฝั่งเพื่อกดลิฟต์ต่อลงไปที่ชั้นหนึ่งเพื่อไปกินข้าว ทำกิจวัตรอย่างนี้เป็นประจำจนเธอชาชินเสียแล้ว

แต่ทำไมวันนี้ถึงได้รู้สึกเหนื่อยล้ามากกว่าปกติก็ไม่รู้ หรืออาจเป็นเพราะว่าวันนี้เป็นวันศุกร์ทำงานมาแล้วทั้งอาทิตย์ความเครียดสะสม อดทนต่ออีกครึ่งวันเดี๋ยวก็ได้พักผ่อนแล้ว...ลู่เจียหงบอกตัวเอง

ต่อให้เก่งกาจขนาดไหนตะเกียงก็ยังมีวันหมดน้ำมัน

ลู่เจียหงบีบนวดไหล่ของตัวเองไล่ความเมื่อยขบ เธอเดินหลับตาลากขาไปตามทางเดินทอดยาวตามความเคยชิน แต่แล้วก็มีเด็กหลายคนวิ่งสวนมาชนจนเธอเกือบล้มลงจับกบ

“แย่จริง เด็กที่ไหนขึ้นมาวิ่งเล่นบนนี้ได้” หญิงสาวบ่นปอดแปด

เมื่อเธอเข้าไปในลิฟต์ก็ยิ่งโมโหหนักเมื่อพบว่าเด็กพวกนั้นกดเลขชั้นไล่ไปทุกปุ่ม “กว่าจะไปถึงชั้นหนึ่งต้องใช้เวลาเท่าไหร่เนี่ย” ลู่เจียหงบ่น

ระหว่างรอเธอก็ไม่อยากปล่อยเวลาให้เสียเปล่าจึงถือโอกาสพิงหัวเข้ากับผนังลิฟต์เพื่อพักสายตาไปตลอดทาง แต่แล้วก็เผลอหลับไปจริง ๆ โดยไม่รู้ตัว...

เมื่อลู่เจียหงลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองอยู่ที่ป่าแห่งหนึ่ง รอบบริเวณมีแต่ไม้ยืนต้นสีเขียวสดขนาดใหญ่จนคล้ายป่าดึกดำบรรพ์ มีเสียงนกร้องและธารน้ำไหลดังอยู่ไกล ๆ ลิฟต์ก็หาย ตึกก็ไม่มีแล้ว ส่วนตัวเธอนอนพิงอยู่กับหินก้อนใหญ่หนำซ้ำยังรู้สึกปวดหัวจนแทบระเบิด

“โอ๊ย!”

ลู่เจียงหงยกมือขึ้นแตะบริเวณขมับก็พบว่ามีเลือดสด ๆ ไหลออกมาเป็นทางจนถึงปลายคาง บางส่วนแห้งไปแล้วแต่ก็ยังมีบางส่วนที่ไหลซึมมาไม่หยุด...แผลน่าจะใหญ่ไม่เบา

“ที่นี่มันที่ไหนกัน เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมาโผล่ที่ป่าแบบนี้ได้...หรือมีคนลักพาตัวเรา!” ลู่เจียหงคิดฟุ้งซ่านไปหมด เพราะเธอเองก็เป็นนักวิจัยชั้นนำระดับประเทศมีองค์ความรู้อยู่ในหัวมากมาย หากบริษัทยาใดได้ตัวไปคงสามารถทำกำไรจากงานของเธอได้อีกมาก

โดยเฉพาะพวกบริษัทยาเถื่อนที่ชอบมาหาซื้อตัวนักวิจัยไปในราคาสูง ๆ แล้วจับไปทำงานที่ต่างประเทศจนไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน

แต่เธอจะไม่ยอมตายอยู่ที่นี่เพราะฝีมือพวกโจรชั่วหรอก คอยดูนะถ้ารอดไปได้จะแจ้งตำรวจมาจับพวกมันให้ติดคุกหัวโตให้หมด

หญิงสาวตะเกียดตะกายลุกขึ้นยืนก่อนจะสะดุดชายกระโปรงยาวสีแดงของตัวเองจนล้มกลิ้งลงไปบนพื้นใบไม้แห้งเจ็บตัวอีกหน

“บ้าเอ๊ย” ลู่เจียหงสบถอย่างหัวเสีย โจรลักพาตัวบ้าอะไรจับเหยื่อมาทิ้งในป่าไม่พอยังเปลี่ยนชุดของเธอให้กลายเป็นชุดหงส์สีแดงที่ใช้สำหรับใส่แต่งงานแทนชุดนักวิจัยที่สวมอยู่แต่เดิมอีก “เป็นพวกโจรโรคจิตหรือยังไง”

หญิงสาวรวบรวมกำลังอีกครั้ง ถ้าอยากเอาตัวรอดจากสถานการณ์ประหลาดนี้ไปให้ได้ใจต้องสู้...ลู่เจียหงถลกกระโปรงยาวที่เกะกะขึ้นมัดเป็นปมตรงบริเวณขาอ่อน ก็ใครเล่าจะบ้าใส่เสื้อผ้ารุ่มร่ามขนาดนี้เดินบุกป่าฝ่าดง เดินสามก้าวล้มหนึ่งก้าว มีหวังโดนไอ้พวกโจรชั่วตามมาจับได้ก่อนพอดี

ลู่เจียหงสวมบทสาวเลือดนักสู้ เห็นเอวบางร่างน้อยอย่างนี้เมื่อก่อนเธอก็เคยไปออกค่ายกับพวกเพื่อน ๆ ที่ชมรมในมหาวิทยาลัย ปีนเขามาแล้วทั่วมณฑล ป่าแค่นี้เอาชีวิตเธอไม่ได้หรอก

หญิงสาวเดินไปตามป่ากระทั่งพบเข้ากับเกี้ยวมงคลสีแดง ตอนแรกเธอนึกว่ามีทางรอดแล้วกระทั่งเห็นศพคนตายเกลื่อนกลาดอยู่รอบเกี้ยว

“กรี๊ด!”

ถึงจะเก่งกาจแค่ไหนแต่ลู่เจียหงก็ยังเป็นผู้หญิงขวัญอ่อนเจอศพคนและกองเลือดมากมายใครไม่ตกใจก็แปลกแล้ว...เธอรีบวิ่งหาที่หลบซ่อนตัว ใช้มืออุดปากเหลียวซ้ายแลขวาจนมั่นใจว่าไม่มีคนร้ายอยู่แถวนั้นก็ค่อย ๆ ย่องออกไปสำรวจพื้นที่เกิดเหตุ

“พวกมันเป็นโจรแบบไหน ยุคนี้แล้วยังใช้ดาบในการฆ่าฟันกับลูกธนูอีก...หรือเป็นพวกโจรกระจอกที่ไม่มีปัญญาซื้อปืน คงไม่ใช่หรอกมั้ง” เธอตั้งข้อสังเกตหลังจากพลิกศพของผู้ตายทุกคนดูอย่างละเอียดแล้ว เธอเลือกเอามีดสั้นที่ตกอยู่แถวนั้นมาเหน็บเอาไว้ที่ผ้าคาดเอว แล้วเลือกมีดดาบที่มีขนาดไม่ใหญ่มากพอถือแกว่งไหวเอาไว้อีกเล่ม “ถึงยังไงมีอาวุธติดมือเอาไว้ก็ยังดีกว่าไม่มีล่ะวะ”

พอได้ของป้องกันตัวมาอยู่ในมือแล้วเธอก็เดินตามเสียงธารน้ำกระทั่งพบแม่น้ำใหญ่สายหนึ่ง ตามความรู้ในการเดินป่าหนึ่งศูนย์หนึ่งที่พอมีติดสมองอยู่บ้าง หากเดินตามแม่น้ำไปย่อมพบทางออกหรือหมู่บ้านคนถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าเดินหลงอยู่ในป่ากว้างที่ไม่รู้ทิศทางและไม่มีเข็มทิศ

เดินไปได้สักพักก็เริ่มเหนื่อยอ่อนลู่เจียหงจึงนั่งพัก เดินมาไกลขนาดนี้แล้วคนร้ายก็ยังไม่ตามมา อาจจะปลอดภัยแล้วก็ได้

หญิงสาววักน้ำขึ้นล้างหน้าแล้วก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นว่าเงาสะท้อนที่ปรากฎอยู่บนผืนน้ำใสไม่ใช่ใบหน้าของตัวเอง!

“ใคร! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่”

แน่นอนว่าศีรษะของเธอได้รับความกระทบกระเทือนจนเลือดออก แต่มันจะเป็นไปได้หรือที่แผลนี้จะส่งผลกระทบจนทำให้เธอจำใบหน้าของตัวเองไม่ได้ เพราะถ้าความทรงจำจะหายไปจริง ๆ มันต้องหายไปทั้งหมดสิ จะแค่ทำให้ลืมเฉพาะใบหน้าของตัวเองได้อย่างไร

ลู่เจียหงก้มลงมองเงาสะท้อนของใบหน้าตัวเองอีกครั้ง

“นี่มันไม่ใช่หน้าของเราจริง ๆ”

เพราะผู้หญิงที่เธอเห็นนั้นแม้ใบหน้าจะมีเค้าความสวยอยู่แต่กลับมีสิวผดสีแดงขึ้นกระจายอยู่ทั่วหน้าเรียกได้ว่าขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่างให้ผิวได้หายใจ พวกมันบดบังเครื่องหน้าทุกส่วนจนมิด ช่างแตกต่างจากความสวยนำสมัยด้วยฝีมือหมอของเธออย่างลิบลับ

“เรื่องนี้มันไม่ปกติแล้ว...หรือว่าเราตายไปแล้วและกำลังตกอยู่ในความฝันก่อนที่สมองจะหยุดทำงาน” ลู่เจียหงคาดเดาตามประสาคนที่หมกมุ่นในทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์

แต่แล้วก็มีเรื่องเหนือธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งเกิดขึ้นกับเธอเพราะจู่ ๆ ก็มีความทรงจำบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยหลั่งไหลเข้ามาสู่สมอง!

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ จิรัฐติกาล

ข้อมูลเพิ่มเติม

หนังสือที่คุณอาจชอบ

สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน

สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน

Davin Howson
5.0

ในวันแต่งงาน เจ้าบ่าวของเฉียวซิงเฉินหนีไปกับผู้หญิงอีกคน เธอโกรธมาก จึงสุ่มหาชายคนหนึ่งมาแต่งงานด้วยทันที "ตราบใดที่คุณกล้าแต่งงานกับฉัน ฉันก็ยอมเป็นเมียคุณ" หลังจากแต่งงาน เธอได้ค้นพบว่าสามีของเธอคือลูกชายคนโตของตระกูลลู่ที่ขึ้นชื่อว่าไร้ประโยชน์ ชื่อลู่ถิงเซียว ทุกคนเยาะเย้ยว่า "เธอยนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ" และผู้ชายที่ทรยศเธอก็มาเกลี้ยกล่อมว่า "ไม่เห็นต้องทำร้ายตัวเองเพราะฉันหรอก สักวันเธอต้องเสียใจแน่ๆ" เฉียวซิงเฉินหัวเราะเยาะและโต้ตอบว่า "ไปให้พ้น ฉันกับสามีรักกันมาก" ทุกคนต่าก็คิดว่าเธอเป็นบ้า ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวตนที่แท้จริงของลู่ถิงเซียวถูกเปิดเผย ที่แท้เขาเป็นคนรวยอันดับต้นๆในโลก ในการถ่ายทอดสดทั่วโลก ชายคนนี้คุกเข่าข้างเดียว ถือแหวนเพชรมูลค่าหลักพันล้าน และพูดช้าๆ ว่า "คุณภรรยา ชีวิตที่เหลือนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"

ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม

ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม

rabb
5.0

เซี่ยอวี๋อันชอบเฟิงจี้หานตั้งแต่เด็ก งานแต่งงานที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อมานานถึงสามปี แต่เมื่อใกล้ถึงวันแต่งงาน เขากลับพารักแรกกลับ เซี่ยอวี๋อันรู้ดีว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ความรักที่เกิดจากการอยู่ด้วยกันนานๆ การเคารพกันและกัน ทุกอย่างก็แค่การเสแสร้งเท่านั้น เธอตัดสินใจปล่อยมือ ปล่อยเขาไป ในขณะเดียวกันก็ปล่อยตัวเองไปด้วย แต่เมื่อเธอยื่นเอกสารหย่าให้ เขากลับคลั่ง "เซี่ยอวี๋อัน ทำหน้าที่คุณนายเฟิงให้ดี ไม่ต้องคิดเรื่องหย่าเลย" เซี่ยอวี๋อันหัวเราะ "เฟิงจี้หาน ฉันไม่ต้องการอะไรแล้ว รวมถึงนายด้วย"

ขังหนูน้อยไว้ข้างกาย

ขังหนูน้อยไว้ข้างกาย

Erick
5.0

หลีย่างอยู่กับฟู่เฉิงโจวเป็นเวลาสี่ปี แต่เขาไม่เคยแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเธอเป็นคนสำคัญ ทว่เขาแค่รู้จักกับเย่เซี่ยจูได้ไม่ถึงเดือน ก็ประกาศสถานะของเธอจากแฟนสาวไปเป็นคู่หมั้นอย่างเปิดเผย ฟู่เฉิงโจวให้ความรักและเกียรติทั้งหมดแก่เย่เซี่ยจู โดยบอกว่าเธอเป็นคนสะอาดบริสุทธิ์ ไม่เหมือนกับหลีย่าง หลีย่างไม่ได้ร้องไห้หรือโวยวาย เธอเก็บของเงียบๆ เตรียมตัวที่จะออกจากชีวิตของเขา แต่เมื่อชายคนนั้นตื่นขึ้นมา ฟู่เฉิงโจวกลับเสียสติ เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดและดิ้นรนสุดชีวิต “คิดจะกลับไปหาคนรักเก่าหรือ? ชาตินี้ก็อย่าหวังเลย! “หลีย่าง เธอเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!”

เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ

เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ

Charlton Buccafusco
5.0

ตลอดสิบปีที่ฉู่จินเหอรักเหลิ่งมู่หยวนฝ่ายเดียว เอาใจใส่กับเขาอย่างเต็มที่ แต่เธอไม่เคยคิดว่าที่แท้เธอเป็นแค่ตัวตลกคนหนึ่งเท่านั้น ที่สำนักงานเขตเพื่อทำการหย่า เหลิ่งมู่หยวนมองดูฉู่จินเหอด้วยความเย็นชาและพูดอย่างเหยียดหยามว่า "ถ้าเธอคุกเข่าลงและขอร้องฉัน ฉันอาจจะให้โอกาสเธอกอีกครั้ง ฉู่จินเหอเซ็นอย่างไม่ลังเลและออกจากตระกูลเหลิ่ง สามเดือนต่อมา ฉู่จินเหอปรากฏตัวอย่างเปิดเผย ในเวลานั้น เธอเป็นประธานเบื้องหลังของ LX นักออกแบบลับที่ล้ำค่าที่สุดในโลก และเจ้าของเหมืองที่มีมูลค่าหลายร้อยล้าน ทางตระกูลเหลิ่งคุกเข่าลงและขอร้องให้คืนดีและขอการให้อภัย ฉู่จินเหอแยู่ในโอบกอดของซีอีโอโจว ซึ่งเป็นคนใหญ่คนโตในโลกธุรกิจอย่างมีความุข เธอเลิกคิ้วพลางเยาะเย้ย "ฉันในตอนนี้ไม่ใช่คนที่พวกคุณมาเกี่ยวข้องได้"

เมียผมน่ารักจัง

เมียผมน่ารักจัง

Penn Tofallis
5.0

กู้ชิงเฉิงเชื่อมั่นมาตลอดว่าตราบใดที่เธอประพฤติตัวดี สักวันหนึ่ง เธอก็จะสามารถชนะใจมู่ถิงเซียวให้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเสิ่นถัง รักแรกที่เขาคิดถึงมาตลอดกลับมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป กู้ชิงเฉิงเป็นคนว่าง่ายสอนง่ายจริงๆ เธอจัดงานแต่งงานด้วยคนเดียว และนอนคนเดียวในห้องผ่าตัดเพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน มีข่าวลือว่าเธอบ้าไปแล้ว อันที่จริงเธอบ้าไปแล้วจริงๆ ที่รักใครสักคนอย่างไม่ละอายขนาดนี้ ต่อมา ทุกคนลือกันว่า กู้ชิงเฉิงป่วยหนักและกำลังจะเสียชีวิต มู่ถิงเซียวถึงสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง "ฉันไม่ปล่อยให้เธอตาย" แต่เธอกลับยิ้มอย่างนิ่งๆ ว่า "ดีจังเลย ฉันเป็นอิสระแล้ว" ใช่แล้ว ไม่ต้องการกู้ชิงเฉิงอีกแล้ว"

หัวใจร่วงโรย

หัวใจร่วงโรย

Evelyn Hart
5.0

ลู่หลีเคยได้รับการช่วยชีวิตจากสามีของเธอ แต่หลังจากเขาสูญเสียความทรงจำ เขากลับลืมเธอเสียสนิท สามปีหลังจากแต่งงาน เพ่ยซือหานถึงกับนอกใจต่อหน้าผู้คน ทำให้เธอรู้สึกอับอายขายหน้าอย่างมาก ลู่หลีรู้สึกผิดหวังมาก จากนั้นก็เซ็นเอกสารหย่าทันที ตั้งแต่นั้นมา เธอได้กลับมาเป็นหญิงสาวที่มีอำนาจอีกครั้ง หมอผีที่มีชื่อเสียงโด่งดังคือเธอ ตำนานนักแข่งรถคือเธอ แฮกเกอร์ระดับโลกคือเธอ และนักออกแบบอัจฉริยะก็เป็นเธอเช่นกัน ต่อมา เพ่ยซือหานไม่เพียงแต่เสียใจจนสุดขีด แต่ยังฟื้นความทรงจำได้อีกด้วย เขาถึงกับบุกเข้าไปในงานแต่งงาน “เสี่ยวหลี ขอร้องเถอะ ให้โอกาสผมอีกครั้ง!” แต่เอวของลู่หลีถูกโอบกอดไว้โดยใครอีกคนหนึ่งที่มีอำนาจ เขาหัวเราะในลำคอว่า “ที่รัก มีคนที่กำลังเล่นกับไฟ”

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ