Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
อ๋องใหญ่จวนสิบสี่

อ๋องใหญ่จวนสิบสี่

ณิการ์

5.0
ความคิดเห็น
4.3K
ชม
12
บท

“อ๋องหื่น” “หึหึ...ข้าหื่นที่ไหนกันเล่า ข้าแค่อยากแสดงความรักกับเจ้าเท่านั้นเอง และตอนนี้ก็ลับตาคน ข้าว่าเรามาเย้ยฟ้าท้ายุทธภพกันดีไหม” เขาพูดจบก็ผลักร่างเล็กโน้มลงไปนอนราบกับหลังคาทันทีแล้วตัวเองก็คร่อมทับ “อือ...เดี๋ยวหลังคาบ้านเขาพังหรอก” “ไม่ลองไม่รู้เถียนเถียน” “บ้าน่า อย่าทำอะไรพิสดารได้ไหม เดี๋ยวพลาดท่าตกไปพิการเอาหรอก” “ข้ามีวิชาตัวเบา ไม่ทำให้เจ้าเป็นอันตรายหรอกเมียข้า” เขาพูดแล้วก็โน้มหน้าหมายจะลงไปซุกไซ้ซอกคอระหงทันที......

บทที่ 0 กระจกโบราณ

ซู่หลิงเถียน หรือเถียนเถียน วัย 20 ปี ได้กระจกเก่าแก่แกะสลักลวดลายสวยงามมาเป็นมรดกจากพ่อและแม่ที่เสียไปเพราะอุบัติเหตุเมื่อสองเดือนก่อน และทรัพย์สมบัติทุกอย่างก็ตกเป็นของเธอ แต่ต้องอยู่คนเดียวบนโลกอันโหดร้ายแห่งนี้

ซู่หลิงเถียนใบหน้าสวยจิ้มลิ้ม ผิวขาวนวลเนียน ดวงตาเล็กเหมือนสาวทั่วไปของเมืองตุนหวง ประเทศจีน งานอดิเรกของซู่หลิงเถียนคือวาดรูปและเปิดร้านคาเฟ่เล็กๆ งานทุกอย่างคือความชอบ ความฝันของเธอ แต่ตอนนี้ความสนุกกับการได้ทำสิ่งที่ชอบเริ่มหายไป เมื่อพ่อกับแม่ที่รักยิ่งได้จากไปแบบไม่มีวันหวนกลับ

มือเรียวสวยลูบไล้ไปมาตามขอบกระจกที่ตั้งอยู่ในห้องนอน ยิ่งนับวันกระจกที่ได้มายิ่งทำให้เธอหลงใหลชอบเหมือนมีอะไรสักอย่างซ่อนอยู่ในกระจก เธอเคยได้ยินมาว่ากระจกโบราณเป็นกระจกมาจากคุณทวดของคุณแม่ที่ส่งทอดสืบต่อกันมาและตอนนี้มาตกอยู่ในมือของเธอ เธอจะต้องยกให้ลูกสาวในอนาคต ซึ่งซู่หลิงเถียนมองไม่ออกเลยว่าตัวเองจะยกให้ใครได้ เพราะเธอยังไม่มีแฟนและไม่คิดจะมีด้วย

เมื่อเสพลวดลายของกรอบกระจกที่ตั้งอยู่จนพอใจแล้ว เธอก็เดินหน้าเศร้าไปยังห้องน้ำเพื่อจะอาบน้ำ วันนี้เป็นวันไหว้พระจันทร์ แต่เธอกลับอยู่บ้านไม่ไปไหน เพราะเพื่อนๆ ต่างก็พากันไปกับแฟนและไปทานข้าวกับครอบครัว ส่วนเธออยู่ตัวคนเดียวไม่มีใคร เมื่อก่อนเคยมีคนรับใช้เต็มบ้าน แต่ตั้งแต่พ่อกับแม่จากไป เธอก็เลิกจ้างทุกคนแล้วอยู่ตัวคนเดียว ส่วนบ้านหลังใหญ่จะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดให้อาทิตย์ละสามครั้งเท่านั้น เธอต้องการความเป็นส่วนตัว

ณ เวลาเดียวกัน อีกห้วงมิติหนึ่งนั้น ชายหนุ่มรูปงาม ผมยาว ใบหน้าสวยราวกับผู้หญิงกำลังยืนมองกระจกที่เพิ่งได้มาจากแคว้นหลี เขามองกระจกสวยงามตรงหน้าที่ลวดลายแปลกตา จะเป็นลายมังกรก็ไม่ใช่ เพราะมองอีกมุมก็เหมือนนก มือหนาหยาบกร้านจากการฝึกวรยุทธลูบไปมาตามกรอบกระจกตรงหน้า

จ้าวซ่านลู่ หรืออ๋องใหญ่ แห่งจวนสิบสี่ วัย 21 ปี หันมามองทางด้านหลังเมื่อทหารคู่ใจตัวเองเดินเข้ามาหาในห้อง เขาผละมือจากกรอบกระจกลวดลายสวยงามแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือของตัวเองพร้อมกับฟังรายงานของทหารคู่ใจที่ส่งไปสืบความคืบหน้าของอ๋องเล็กที่จวนสาม

“เรื่องที่ท่านอ๋องสงสัยท่าจะเป็นความจริงขอรับอ๋องใหญ่” ทหารคู่ใจยกมือทำความเคารพพร้อมโค้งคำนับและเอ่ยรายงาน

หึหึ

“จับตาดูอ๋องเล็กให้ดี และให้เด็กมายกกระจกที่ได้มาจากแคว้นหลีไปไว้ในห้องนอนของข้าด้วย” พูดพร้อมกับมองไปยังกระจกตรงหน้า กระจกลวดลายแปลกตาเป็นของกำนัลจากแคว้นหลี ที่นำมาเป็นของกำนัลให้กับฮ่องเต้ แคว้นหยวนของเขาและเสด็จพ่อก็ยกมันให้เขา ซึ่งเขาก็ชอบกระจกบานนี้เสียด้วยสิ

“ขอรับท่านอ๋อง"

“เสี่ยวถังไปเชิญสนมเผยเผยมาหาข้าด้วย”

“ขอรับท่านอ๋อ” เสี่ยวถังรับคำสั่งอ๋องใหญ่แล้วก็ถอยเดินออกไปจากห้องทรงอักษรของท่านอ๋องทันที

จ้าวซ่านลู่มองไปยังกระจกแล้วลุกขึ้นเดินไปยังห้องอาบน้ำ เพื่อรอให้สนมคนโปรดของตัวเองมาอาบน้ำและนวดให้ตัวเอง ยามนี้เขาเหนื่อยล้าเหลือเกิน ในตำแหน่งของเขามันสูงและผู้คนก็ต่างแก่งแย่งตำแหน่งรัชทายาทกัน แม้เขาไม่สนใจ แต่ทุกคนก็มุ่งหมายปองร้ายเขา เพราะเขาคืออ๋องใหญ่ของแคว้นหยวน

ณ เวลาปัจจุบัน ซู่หลิงเถียนอาบน้ำออกมาแล้วมายืนส่องกระจกโบราณของตัวเอง เธอหมุนตัวเองไปมาแล้วอยู่ๆ กระจกที่ส่องเงาของเธอตรงหน้าจากเห็นเธอที่ยืนมีผ้าเช็ดตัวพันรอบอกก็เกิดแสงจ้าสีขาวพุ่งออกมาจากกระจกจนเธอต้องยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแล้วถอยห่างออกไป แล้วภาพในกระจกที่ปรากฏขึ้นแทนเงาของตัวเองคือชายผมยาวที่กำลังโยกไหวอยู่บนเตียงและมีผู้หญิงอยู่ด้วย เมื่อมองดูภาพเคลื่อนไหวนั่นแล้วก็ต้องยกมือขยี้ตาตัวเองแรงๆ เมื่อคิดว่าตัวเองตาฝาดไป พอขยี้ตาแล้วมองกระจกอีกครั้ง ภาพนั้นก็ยังคงอยู่

“ทุเรศ! กระจกผีหรือเปล่า” เธอเดินไปกระโดดขึ้นเตียง แต่สายตายังจับจ้องไปยังภาพเคลื่อนไหวคล้ายซีรีส์ในละครที่ชอบดู

“เถียนเถียนใจเย็นๆ” ซู่หลิงเถียนบอกตัวเองพร้อมตบหน้าตัวเองแรงๆ แล้วรวบรวมความกล้าเดินไปยังหน้ากระจกอีกครั้ง แต่แล้วพอเดินมาใกล้ ภาพที่เห็นนั้นก็หายไปพร้อมกับปรากฏรูปร่างของเธอเหมือนเดิม

เฮ้อ!

เธอถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อภาพตรงหน้าหายไป

“เถียนเถียนเอ้ย! ก็แค่ตาฝาดเอง” เธอยิ้มให้ตัวเองในกระจกแล้วก็เดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อทาครีมบำรุงผิวหน้าให้สวยใสสมวัยเนียนเด้งของตัวเอง ก่อนจะลุกเดินไปหยิบชุดนอนในตู้เสื้อผ้ามาใส่ เมื่อใส่ชุดนอนเรียบร้อยก็เดินกลับไปนอนยังเตียง ซู่หลิงเถียนชอบนอนเปิดไฟ หากปิดไฟจะนอนไม่หลับ พอล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ไม่นานก็หายใจสม่ำเสมอเมื่อเข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์

ณ อีกห้วงมิติหนึ่ง จากที่ผ่านศึกรักอุ่นเตียงกับสนมเอกสนมเดียวของตัวเอง เขาก็ให้นางกลับไปยังที่พักของตัวเอง ส่วนตัวจ้าวซ่านลู่ก็เดินใส่กางเกงผ้าบางๆ เปลือยท่อนบนไปยังกระจกที่ตั้งอยู่ไม่ไกลเตียงนอนแค่สามก้าวเดิน อ๋องใหญ่จ้องมองเงาตัวเองในกระจกแล้วก็มีแสงสว่างจ้าพุ่งตัวออกมาจากกระจกพร้อมกับภาพเงาในกระจกเปลี่ยนเป็นภาพไม่คุ้นตาจนต้องยกมือขยี้ตาแรงๆ แล้วมองภาพตรงหน้าใหม่อีกครั้ง

“นางคือใคร และเกิดอะไรขึ้นกันแน่” อ๋องใหญ่พึมพำกับตัวเองพร้อมลูบหน้ากระจกเงาตรงหน้าไปมา เขาลูบหน้าของเธอผ่านกระจก ใบหน้าสวยจิ้มลิ้มยามหลับช่างสวยงามตราตรึงใจเหลือเกิน

“เจ้าเป็นใครกันแน่แม่นาง” เขามองสำรวจที่นอนที่นางนอนแล้วก็แตกต่างจากที่จวนของตัวเองยิ่งนัก แปลกเหลือเกิน เขาไม่เคยเห็นอะไรที่แปลกแบบนี้มาก่อน

“เจ้าเป็นปีศาจหรือเป็นคนกันแน่แม่นาง” เขาพึมพำกับตัวเองพร้อมลูบเงาของหญิงสาวไปมาแล้วภาพตรงหน้าก็เลือนหายไปพร้อมปรากฏเงาที่ชื้นเหงื่อของเขาเหมือนอย่างคราแรกแทน

“แม่นาง...”

เขาเรียกเธอเมื่อภาพนั้นหายไปและเกิดความสงสัยว่ากระจกที่ได้มา มันมีอะไรพิเศษกันแน่ ทำไมเขาถึงได้มองเห็นภาพหญิงแปลกหน้าและสถานที่แปลกตาเช่นนี้ คิ้วสวยขมวดเป็นปมอย่างสงสัยแล้วเดินกลับไปล้มตัวลงนอนบนเตียงพร้อมยกมือก่ายหน้าผากอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเผลอหลับไปด้วยความเมื่อยล้าจากศึกรักอุ่นเตียงก่อนหน้านี้

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ณิการ์

ข้อมูลเพิ่มเติม
วิวาทรัก

วิวาทรัก

โรแมนติก

5.0

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนสองคนไม่เคยเจอกัน ไม่เคยรู้จักกัน แต่ต้องมาแต่งงานกัน แน่นอนว่าการคลุมถุงชนครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะคนแก่ทั้งสองที่ให้คำมั่นสัญญากัน พวกเขาที่เป็นหลานจึงจำต้องแต่งงานกัน "น่านน้ำ" หนุ่มเจ้าของไร่กาแฟ กับสาวมั่น "พิมพ์มาดา" ที่ต้องมาเจอกัน ทั้งสองไม่ใช่คนที่จะเชื่อฟังใครง่ายๆ ต่างคนต่างดื้อ และการคลุมถุงชนครั้งนี้จะต้องไม่เกิดขึ้น แล้วเรื่องราววุ่นวายจึงเกิดขึ้น หนี....ใช่ต้องหนีเท่านั้น....แต่หนีไปไงมาไงมา "รัก" กันได้ไง ที่สำคัญหนีไปหนีมามาเจอพ่อคน "เซ็กส์จัด" ใช่ค่ะว่าที่เจ้าบ่าวของเธอเซ็กส์จัดจนต้องยอมแพ้....และเธอก็ชอบความหื่น ห่าม ถ่อย ของคนที่ชังหน้าแบบไม่รู้ตัว......และน่านน้ำก็หลงเจ้าสาวจอมดื้อแบบไม่ตั้งใจรักเช่นกัน...... ------------ “นายทำบ้าอะไรของนาย” “ลงโทษเมีย” น้ำคำห้วนๆ ตอบกลับทันควัน พร้อมกับจ้องหน้าสวยที่ตอนนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจในตัวเขาอยู่ในที แล้วเรื่องอะไรเขาต้องสนใจสายตาเกลียดชังที่หล่อนส่งมาให้ด้วยเล่า ในเมื่อพิมพ์มาดาเป็นของเขาและต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นายน่าน” เธอสั่งเสียงแข็งไม่ยอมเช่นกัน พร้อมดิ้นหนีจากแรงกดของบุรุษที่คร่อมเหนือตัวเองอยู่ในตอนนี้ เขาบังคับให้เธอพิงไปกับพนักโซฟาและตัวเขาก็คร่อมกักร่างเธอไว้ โดยมีสองมือใหญ่กดหัวไหล่เธอให้อิงพิงไปกับพนักเก้าอี้ สองมือทุบตีไปกับหน้าอกแกร่งแต่เหมือนกับว่าทุบกำแพงหินผาเจ็บมือเสียแรงเปล่า “ทำไมฉันต้องปล่อยด้วย เธอคิดยังไงถึงไปคบกับไอ้ปลัดธนูนั่นทั้งๆ ที่มีฉันเป็นผัวทั้งคน หรือฉันคนเดียวไม่พอฮึดา” โน้มหน้าลงไปเอ่ยข้างหูเธอพร้อมกับกัดดึงหูเธอแรงๆ ด้วยความโมโห “โอ๊ย! ฉันเจ็บนะไอ้ซาดิสม์!” “ก็กัดให้เจ็บ ถ้าไม่เจ็บจะกัดทำไมวะ บอกฉันมาไปถึงไหนต่อไหนกับมันแล้ว” เงียบ! ปากช่างเจรจาของสาวจอมพยศเม้มแน่นไม่ปริปากตอบเมื่อเขาถาม และนั่นยิ่งกระตุ้นไฟโทสะในอกของน่านน้ำไปใหญ่ “ฉันถามเธออยู่ทำไมไม่ตอบ” เขากระชากเสียงถามเธอดังกว่าเดิม และครั้งนี้ก็บีบหัวไหล่ของเธอที่กดไปกับพนักโซฟาด้วย “เจ็บนะเว้ย! นายมันบ้าไปแล้วนายน่าน นายมันคนซาดิสม์ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันเจ็บ” ทุบตีแขนของเขาให้นำพามือที่บีบหัวไหล่ตัวเองออก ตอนนี้ดวงตาสวยสดใสได้อาบล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความเจ็บปวด เมื่อเขาไม่ยอมปล่อยมือจากหัวไหล่แต่เขากลับทำตรงกันข้ามคือบีบแรงกว่าเดิม “ฉันไม่ใจอ่อนกับน้ำตาของผู้หญิงอย่างเธอหรอกนะดา อย่ามาบีบน้ำตาปัญญาอ่อนต่อหน้าฉัน” น้ำเสียงเฉียบขาดเอ่ยขึ้นพร้อมกับผละมือข้างขวามาบีบคางเล็กของเธอให้แหงนเงยเชิดหน้าขึ้นสบตาตนเอง แล้วเขาก็โน้มลงไปบดขยี้ปากอวบอิ่มสีระเรื่อที่เม้มแน่นของหล่อนจริงๆ ในเมื่อไม่ยอมพูดไม่ยอมตอบเขาก็ไม่คิดจะสนใจแล้ว เพราะตอนนี้สิ่งที่ต้องการคือการทำให้พิมพ์มาดาจำ จำว่าร่างกายของหล่อนคือของเขา นายน่านน้ำไม่ใช่ของใครอื่นที่ไหน ผู้ชายหน้าไหนก็ห้ามแตะ เพราะเนี่ยคือสมบัติของเขา ถ้าเขาไม่ยกให้ใครหน้าไหนก็ห้ามพาหล่อนหนี “อ่ะ อื้อ.....

อาจารย์หมอ(พี่เข้ม)

อาจารย์หมอ(พี่เข้ม)

โรแมนติก

5.0

เขาเป็นหมอที่มีรักเดียวมาตลอดหลายสิบปี แอบเฝ้ามองน้องน้อยตั้งแต่แรกเกิด ส่วนน้องน้อยก็หาได้รักเขาแบบชู้สาวไม่ สำหรับจงกลนีแล้วเขาคืออาจารย์หมอหน้านิ่งหน้าเดียว ไร้อารมณ์ทางสีหน้า แม้แต่ยิ้มเขาก็ยิ้มไม่เป็น แต่ก็ตกใจเมื่อเขายิ้มให้ตัวเองคนเดียว จะบ้าเหรอเขาเป็นอาจารย์ของเธอ และเธอกก็เคารพเขามาตลอด จะให้รักได้ยังไงกัน ++++++ “เอ้า...ปากกา เซ็นเอกสารแล้วค่อยนอนต่อก็ได้” “ค่ะ” เธอรับปากกาที่เขายื่นให้พร้อมกับเซ็นชื่อตรงที่เขาชี้มือ “เรียบร้อย ตอนนี้เธอเป็นเมียฉันแล้วนะ” “ยังไงคะ?” ถามทั้งๆ ที่นั่งหลับ “ก็เราจดทะเบียนสมรส..

เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค

เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค

โรแมนติก

5.0

หอบผ้าหอบผ่อนข้ามน้ำทะเลเพื่อมาบอกเขาว่า "ท้อง" กับเขา นึกว่าเขาจะดีใจเธอคิดผิด เพราะสิ่งที่ได้รับกลับมาหลังจากนั่นคือความใจร้ายของเขา ทำไมกัน ทำไมเขาถึงจงเกลียดจงชังเธอนัก --------------- “พี่จะแน่ใจได้ยังไงว่าเธอท้อง” “พี่มาร์คก็พาไวน์ไปตรวจสิคะ และก็พาฝากท้องด้วย ที่ไวน์มาที่นี่เพราะไวน์มาหาพ่อให้ลูก ไวน์ยังไม่ได้บอกทุกคนหรอกค่ะว่าไวน์ท้อง” “ยังไงพี่ก็รับผิดชอบเธอไม่ได้ พี่ไม่ได้รักเธอไวน์ ได้ยินไหม พี่ไม่ได้รักเธอ พี่มีแฟนแล้วและพี่ก็รักเธอมาก ถึงไวน์จะท้อง พี่ก็จะรับแค่ลูก แต่ตัวไวน์ พี่ไม่ต้องการ เรื่องลูกถ้าท้องจริงพี่ยินดีรับแน่นอน” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พูดตามที่สมองประมวลผลออกมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่อาจยอมรับวรนิษฐ์ได้ เขาไม่ได้รักเธอและไม่เคยคิดจะรักด้วย “หมายความว่ายังไงคะ พี่มาร์คจะไม่รับผิดชอบไวน์เหรอคะ พี่มาร์คได้ไวน์แล้วและพรากพรหมจรรย์ไวน์ไปด้วย” “ผู้ชายสมัยนี้เขาไม่แคร์พรหมจรรย์กันแล้วไวน์ ไวน์เองก็น่าจะรู้ดีว่ายุคนี้มันยุคไหนแล้ว ไวน์ก็โตที่เมืองนอก ไวน์น่าจะรู้ดี” “สำหรับคนอื่นไวน์ไม่รู้ แต่สำหรับไวน์มันสำคัญมาก ยังไงพี่มาร์คก็ต้องรับผิดชอบไวน์ แต่งงานกับไวน์ ถ้าพี่มาร์ครับผิดชอบ ไวน์จะบอกคุณย่ากับคุณพ่อว่าไวน์ท้อง” “อย่ามาขู่พี่” “ไม่ได้ขู่ ไวน์พูดจริงทำจริง” “คิดว่าพ่อกับคุณย่าจะบังคับพี่ได้งั้นเหรอ จำไว้ว่าพี่ไม่มีวันรักเธอ เรื่องลูกพี่จะรอเขาคลอดแล้วเอามาเลี้ยงเอง ผู้หญิงคนเดียวที่พี่รักคือแพร” พูดจบแล้วเขาก็ลุกเดินออกจากห้องของเธอไปด้วยความเดือดดาล กล้านัก กล้าขู่เขาว่าจะบอกพ่อกับคุณย่า คิดว่าเขาแคร์เขาสนใจรึไง เชิญเลย แต่ถ้าจะให้รับผิดชอบไม่มีทาง เขาไม่ได้รักวรนิษฐ์ --------- “นี่มันอะไรกันไวน์” เมื่อปลายสายกดรับสาย เขาก็กระชากเสียงถามไปในสายทันที “อะไรคะ?” เธอถามเขาอย่างงงๆ ไม่เข้าใจในความหมายของเขา “ก็หมายศาลไง ฟ้องหย่าเหรอ” “อ้อ...ค่ะ ก็พี่บอกไม่ยอมหย่าเอง ไวน์เลยต้องพึ่งศาล” “นี่เอาจริงเหรอ?” “แล้วไวน์บอกเหรอคะว่าพูดเล่น ถ้าไม่อยากให้ถึงศาลก็ยอมเซ็นใบหย่าให้ไวน์สิคะ เรื่องจะได้จบๆ” “ไม่มีทาง! ยังไงพี่ก็ไม่หย่าหรอก ไม่รักพี่แล้วเหรอ?” เขาถามเธอในท้ายประโยคและหวังว่าเธอจะตอบกลับมาว่า ‘รัก’ แต่กลับตรงกันข้าม

เจ้าสาวบำเรอใจ

เจ้าสาวบำเรอใจ

โรแมนติก

5.0

เขาเกลียดเธอ แต่สุดท้าย "พรรธน์ยศ" ก็กลืนน้ำลายตัวเอง เมื่อต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกันกับ "จอมใจ" ที่อยู่เฉยๆ ก็ได้เป็นเจ้าสาวของคนปากร้ายอย่างเขา..... ................................ “หึ! ยัยโง่! ดึกป่านนี้ใครเขาหิวข้าวกันล่ะ” พรรธน์ยศรู้สึกตลกกับความไร้เดียงสาของภรรยาตัวเล็กของตนเอง “แล้วพี่แทคหิวอะไรคะ จะกินอะไร จอมจะได้หาให้ค่ะ” “ถ้าฉันบอกว่าหิวเธอล่ะตอนนี้” “ฮะ! เมื่อวานพี่แทคก็ได้ไปแล้วนี่คะ ยังจะเอาอะไรจากจอมอีก” หล่อนเบิกตาโตตกใจในความมืด เมื่อรู้ความหมายของคำพูดของพรรธน์ยศพร้อมขยับตัวถอยห่างจากเขาไปนอนติดอีกฝั่งของเตียง “แล้วจะพูดทำไมว่าหิวอะไรจะหาให้” เขาถามกลับเสียงแข็ง “กะ...ก็จอมคิดว่าพี่แทคจะหิวข้าว” “แล้วยังไง แค่เปลี่ยนจากข้าวมาเป็นเธอเท่านั้นเอง ถ้าให้ไม่ได้ก็บอก ฉันจะได้ไปหาเด็กๆ ข้างนอก” พูดจบเขาก็ดีดตัวลุกขึ้นทันที “มะ...ไม่ได้นะ พี่แทคเป็นสามีจอม” จอมใจลุกขึ้นสวมกอดคนตัวโตจากด้านหลังรั้งไว้ทันทีเมื่อเขาจะออกไปข้างนอกหาผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ตน “ถ้ารู้ว่าฉันเป็นผัวและรู้ตัวว่าเป็นเมียก็สนองความต้องการฉันด้วย ก็บอกแล้วไงว่าฉันกินดุ เซ็กซ์จัด” เขาแกะมือเล็กที่ประสานอยู่หน้าท้องตัวเองออกแล้วหันหน้ากลับมาหาเธอในความมืดพร้อมผลักจอมใจให้ล้มลงไปกับเตียงตามด้วยเขาเคลื่อนตัวไปคร่อมทับเธออย่างรวดเร็ว

อย่าให้เขารู้ว่าเราคิดว่าเราหื่น(แต่ทุกคนรู้)

อย่าให้เขารู้ว่าเราคิดว่าเราหื่น(แต่ทุกคนรู้)

โรแมนติก

5.0

"อธิน" หรือที่ทุกคนเรียกว่า "มหาอธิน" อย่างเขาต้องมาเจอกับ "พเยีย" หรือ "น้องจุ๊บ" แน่นอนว่าอธินไม่ชอบน้องน้อย เขาคนที่บวชเรียนตั้งแต่ 7 ขวบ จนตอนนี้อายุ 38 ปี ตลอดระยะเวลาในวัยเด็กและวัยหนุ่มอยู่ในผ้าเหลืองตลอด 20 กว่าปี แต่วันนี้ต้องสลัดผ้าเหลืองทิ้งออกมาอยู่นอกวัดด้วยความจำเป็น...มหาอธินยึดมั่นในคำสอนของพระคุณเจ้าเสมอ เขาเป็นถึงพระมหา เป็นถึงพระนักเทสน์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงของพระสงฆ์ แต่ในวันนี้แม่ของเขาก็พูดถึงเรื่องครอบครัวเรื่องแต่งงาน เขารีบปฏิเสธบอกท่านทันทีว่าตัวเขานั้นจะ "ถือพรหมจรรย์" ไปจนแก่เฒ่า.....และความเป็นชายพรหมจรรย์ของเขาก็ยั่วยวนพเยียเหลือเกิน เธอเป็นสาวพรหมจรรย์ที่ทำตัวรื่นเริงไปกับผู้ชายที่หล่อถูกตา และแน่นอนว่าพรหมจรรย์ของเธอคือของเขาตั้งแต่แรกที่เจอกัน เธอคิดบาปตั้งแต่เห็นเขาในผ้าเหลือง และในวันนี้สวรรค์ก็เข้าข้างเธฮเมื่อเขาลาสิขา เขาต้องเป็นของเธอ..... --------- “ทำไมวันนี้พี่ต้อมมาแปลก เมารึเปล่าคะ ตอนอยู่ในบาร์แอบดื่มรึเปล่าคะ” เธอยังไม่อยากเชื่ออยู่ดีว่านี่คือพี่มหาผู้เคร่งในศีลในธรรมที่รู้จัก “ไม่ได้ดื่ม” “เมากลิ่นบุหรี่รึเปล่าคะ” “ไม่ได้เมา” “แล้วทำไมวันนี้มาแปลกจังคะ” “ก็พี่อยากได้อีก” เขาบอกตรงๆ “ติดใจเหรอคะ” “อือ...ก็จุ๊บล่อลวงจนพี่ชอบไปแล้ว ตอนนี้พี่ก็อยากได้อีก และอยากได้กับจุ๊บทุกวัน ให้ได้ไหมคืนนี้” “แต่พี่ต้อมใหญ่” “ครั้งก่อนเราก็เข้ากันได้ ที่พี่เรียนรู้มาร่างกายชายหญิงเรามันยืดหยุ่นตอบสนองกันและผู้หญิงขยายตัวได้ ไม่งั้นคลอดลูกไม่ได้หรอกว่าไหม นะ...ให้พี่นอนด้วยนะคืนนี้” เขาอ้อนเธอพร้อมถูไถปลายจมูกโด่งไปมากับพวงแก้มนวลเนียนอย่างออดอ้อน “แล้วไม่ถือพรหมจรรย์แล้วเหรอคะ” “จุ๊บยังคิดว่าพี่ยังเหลือพรหมจรรย์ให้เก็บรักษาอีกเหรอ ไปเถอะ ไปนอนด้วยกันนะ” “แต่จุ๊บเหนียวตัวอยากอาบน้ำก่อน” เธอตอบเขินๆ ก็นะ พอถูกเขารุกและอ้อนแบบนี้มันก็ทำให้เขินและใจสั่นไม่หยุด ก็คนมันรักมาตลอด พอเจอแบบนี้ใครจะปฏิเสธได้ และความรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจก่อนหน้านี้ก็ถูกแทนที่ด้วยความวาบหวาม เมื่อเขากัดงับปลายจมูกของเธอ “อือ” “มันเขี้ยวน่ะ อาบน้ำก็ดีนะ พี่เห็นเขาทำในอ่างอาบน้ำได้ด้วย งั้นเราลองกันไหม พี่ก็เหนียวตัวเหมือนกัน” ว้าย! ยังไม่ทันได้ตอบ สิ้นเสียงทุ้มแหบพร่าเธอก็ถูกยกอุ้มเดินเร็วๆ ไปยังห้องน้ำทันที “พี่ต้อม” “ครับ” “เก็บกดเหรอคะ ถึงได้หื่นชัดเจนแบบนี้” “จะว่าแบบนั้นก็ได้ ก็คนมันไม่เคย พอได้ใช้งานแล้วมันก็ต้องการไม่หยุดเหมือนมันไม่อิ่มน่ะ มันหิวตลอดยิ่งเห็นจุ๊บยิ่งอยากได้ และตอนนี้อยากได้มากด้วยแหละ” “โอ๊ย...นี่จุ๊บว่าจุ๊บหื่นแล้วนะคะ แต่มาเจอพี่ต้อมที่กำลังถูกตัณหาครอบงำคนนี้ จุ๊บขอยอมแพ้ค่ะ และก็ปล่อยจุ๊บได้แล้วค่ะ จุ๊บจะได้ผสมน้ำในอ่างอาบน้ำ” เธอบอกสั่งเขาเมื่อเขาพาเดินมาหยุดที่ข้างอ่างอาบน้ำ “จุ๊บครอบงำต่างหากไม่ใช่ตัณหา” “ก็อันเดียวกันนั่นแหละค่ะ ทำไมมาตบะแตกเอาตอนนี้ได้นะ” “ก็จุ๊บยั่ว” “ก็แค่ลองเล่นเฉยๆ ถ้าได้ก็คือกำไรค่ะ” “แล้วต่อไปนี้จะรับผิดชอบพี่ไหม” “จุ๊บควรเป็นคนถามมากกว่านะคะ” “ก็รับผิดชอบสิ” “แน่ใจเหรอคะว่าจะรับผิดชอบจุ๊บ” “แน่ใจสิ ว่าแต่จุ๊บเถอะ อยากให้พี่รับผิดชอบไหม และสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ไปที่อโคจรแบบนั้นอีก และห้ามแต่งตัวแบบนี้อีก แต่งแบบที่ไปทำงานกับพี่ทุกวันได้ไหม” “ลุคครูระเบียบนั่นเหรอคะ ไม่ไหวค่ะ งานกับชีวิตปกติของจุ๊บมันต่างกันค่ะ จุ๊บไม่สัญญาค่ะ” เธอรีบบอกจุดยืนของตัวเอง เธอจะไม่เปลี่ยนตัวเองเพื่อเขาเด็ดขาด แค่ยกหัวใจและร่างกายให้นี่ก็ที่สุดแล้วนะ “แต่พี่ไม่ชอบให้คนอื่นมองของของพี่” “เดี๋ยวนะ? จุ๊บยังไม่ใช่สิทธิ์ขาดของพี่ต้อมเลยนะคะ แล้วพูดมาได้ยังไงว่าจุ๊บเป็นของของพี่” “งั้นพรุ่งนี้ไปจดทะเบียนสมรสกัน จุ๊บจะได้เป็นของพี่”...... -------- ปล.ฝากพี่มหาต้อมกับน้องจุ๊บด้วยนะคะ มาลุ้นไปกับความน่ารักของคู่นี้กันนะคะ *****นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการเท่านั้นนะคะ ไม่ได้ลบหลู่ศาสนาแต่อย่างไร เป็นเพียงแค่เรื่องราวที่แต่งขึ้น เพราะในเรื่องพระเอกก็ลาสิขาออกมาแล้วค่ะ เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้นค่ะ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย

คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย

มะนาวสีชมพู
5.0

เรื่อง...คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย โปรย...ความรักมันไม่ได้เกี่ยวกับอายุ...แต่มันเกี่ยวอยู่ที่ใจ เขาไม่อยากมีลูกเพราะฉะนั้นเขาก็เลยไม่คิดที่จะมีเมีย ความรักเป็นเรื่องตลกไม่มีเขาก็อยู่ได้ แนะนำตัวละคร แสงเหนือ หรือ หมอแสง อายุ 32 ปี นิสัย ปากร้าย อารมณ์ดี ขี้เล่น อบอุ่นและขี้หึงสุดๆ แต่เขาไม่อยากมีลูกเพราะฉะนั้นเขาก็เลยไม่คิดที่จะมีเมีย ความรักเป็นเรื่องตลกไม่มีเขาก็อยู่ได้ ปิ่นงาม หรือ ปิ่น อายุ 20 ปี เธอสวย เก่ง เธอใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่บนดอยสูง เธอมีความสุขตามอัตภาพของเธอ แต่แล้วชีวิตของเธอก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อมีเขาเดินเข้ามา ************* (เรื่องนี้เขียนต่อจากเรื่อง...คุณหมอเจ้าแผนการ) ปล.นิยายเรื่องนี้ทุกเหตุการณ์เป็นการสมมุติขึ้นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นอยู่ ศาสนา วัฒนธรรม หรืออะไรก็แล้วแต่ในเนื้อหาของเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งที่สมมุติขึ้นทั้งสิ้น

ห้ามหย่า

ห้ามหย่า

Bronson Heiss
5.0

ในวันแต่งงาน เสิ่นเยวียนถูกคู่หมั้นและน้องสาวของเธอทำร้าย และถูกจำคุกเป็นเวลาสามปีด้วยความทุกข์ทรมาน หลังจากได้รับการปล่อยตัวจากคุก น้องสาวผู้ชั่วร้ายได้คุกคามด้วยชีวิตแม่และพยายามให้เธอมอบตัวกับชายชรา อย่างไรก็ตาม เธอได้พบกับเซียวเป่ยหาน ซึ่งเป็นผู้ทรงอิธิพลที่หล่อเหลาและเย็นชาแห่งแห่งสังคมด้านมืด อย่างไม่คาดคิด และชะตากรรมของเธอก็เปลี่ยนไปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ว่าเซียวเป่ยหานจะเย็นชา แต่เขากลับปฏิบัติต่อเสิ่นเยวียนดั่งเป็นสมบัติล้ำค่า นับแต่นั้นมา เธอจัดการคนเสแสร้ง เอาคืนแม่เลี้ยงและไม่ถูกกลั่นแกล้งอีกต่อไป

ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]

ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]

สนพ. อิ่มรัก
4.8

ปลัมน์ นักธุรกิจหนุ่มหล่อลูกครึ่ง ถูกแม่สั่งให้ทำยังไงก็ได้ ที่จะกัน พลอยหยก ออกไปจากชีวิตน้องชายของเขา แต่หารู้ไม่ว่า พอถึงคราวของตัวเอง เขากลับกันเธอออกจากชีวิตตัวเองไม่ได้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็คือ เขาไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ โดยไม่มีเธอ ----------------------- “ปวดแผลจัง สงสัยต้องนอนพัก คุณล่ะทำอะไรตั้งหลายอย่างผมว่านอนพักก่อนดีกว่ามั้ย” เขาเอ่ยเมื่อพลอยหยกกลับจากเอาทุกอย่างไปล้างในทะเลเรียบร้อยแล้ว “ฉันยังไม่เหนื่อยเท่าไหร่ค่ะ แต่คุณนอนก็ดี เดินไกลกว่าทุกวันแล้วค่ะ” พลอยหยกเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยเดินมาคอยประคองให้เขานอนลงได้อย่างสะดวก โดยมีเสื้อชูชีพสองตัววางซ้อนกันเป็นหมอนให้ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะอีกแล้วเมื่อจ้องมองใบหน้าของเขาที่หล่อเหลากว่าทุกวัน ยิ่งเขาจ้องมองมาหาด้วยแล้วก็ยิ่งเกิดอาการประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก “คุณนอนพักก่อนดีกว่านะแกว จะได้มีแรงไว้สู้กับการสอยมะพร้าวไง” มือข้างขวาของเขารั้งเอวเธอเอาไว้ไม่ให้ลุกไปไหน แถมยังออกแรงกดบังคับให้เธอโน้มกายลงไปหาพื้นข้างๆ อย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะเจ็บแผลอยู่บ้างแขนข้างขวาของเขาก็ยังมีเรี่ยวแรงมาพอที่จะหยัดตัวให้นอนตะแคงไปหาเธอ ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าที่เขาเดาว่าคงจะแดงเพราะความอายที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขาเป็นแน่ และเขาก็ช่วยให้ห้วงเวลาที่เธอคงจะอึดอัดนั้นสั้นลงด้วยการก้มลงไปหาริมฝีปากนุ่มช้าๆ มอบจุมพิตอันแผ่วเบาให้เจ้าของริมฝีปากที่ไม่ได้ขัดขืนใดๆ อีกทั้งยังโอบกอดตัวเขาไว้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วย ใบหน้าสวยก็แหงนเงยขึ้นเพื่อให้เขาได้ดอมดมปลายคาง ลำคองามระหงอย่างสะดวก ก่อนจะกลับขึ้นไปดูดดื่มริมฝีปากอีกวาระ แขนข้างซ้ายที่เคยเจ็บบัดนี้ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไปแล้ว และใช้มันยกสอดเข้าไปใต้เสื้อยืด แถมมันยังมีเรี่ยวแรงมากพอที่จะถลกบราเซียออกจากสองบัวงามได้อย่างไม่น่าเชื่อ และเมื่อไม่ใคร่ถนัดนักเขาเลยเลื่อนมือขวาลงมาช่วยด้วยการถลกเสื้อยืดขึ้น โดยเจ้าของเสื้อคอยให้ความร่วมมือพยุงกายขึ้นจากพื้น แล้วแอ่นอกให้กับอุ้งปากอุ่นของเขาได้ลิ้มลองอย่างไม่หวงแหน แม้ใจจะบอกตัวเองว่าต้องห้ามเขา แต่พลอยหยกก็ไม่อาจจะทำได้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร รู้แต่ว่าตอนนี้เป็นสุขใจจนลืมทุกอย่างเพียงเพราะมีเขาอยู่แนบชิดขณะนี้ จนไม่อาจจะผลักไสเขาไปไหนได้นอกจากยินยอมพร้อมใจให้เขาได้เชยชมเพื่อชดเชยความสุขสมที่พึงมีด้วยกันนับตั้งแต่วันได้นอนแนบชิดกันโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว ปลัมน์ก็ไม่คิดจะห้ามตัวเองด้วยเช่นกัน เขาไม่แคร์ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ไม่มีแม้แต่ถุงยางอนามัยติดตัว และไม่แคร์ด้วยว่าเธอคืออดีตคนรักของหลานชาย ด้วยหัวใจไม่อาจจะหักห้ามความต้องการทั้งทางกายและทางใจได้อีกต่อไปแล้ว ผ่านมาหลายค่ำคืนที่เขามีสติล้วนแล้วแต่เป็นการกล้ำกลืนฝืนทนสุดๆ สำหรับเขาแล้ว แผงอกเปลือยทั้งสองบดเบียดแนบชิดกันเนิ่นนานกว่าปลัมน์จะค่อยๆ เลื่อนมือขวาลงไปหาหน้าท้องแบนราบจนพานพบตะขอกางเกงยีนส์ เขาใช้เวลาปลดไม่นานพอๆ กับการรูปซิปออก แล้วส่งนิ้วเรียวเข้าไปลูบไล้ผิวกายนุ่มนวลนอกแพนตี้สีหวานที่ชวนให้หลงใหลจนเขาปล่อยใจให้เตลิดเปิดเปิงไปเลยขั้นที่เกินจะควบคุมได้อีกต่อไป ไม่แตกต่างจากพลอยหยกนักที่เป็นสุขใจเกินคณากับการมีเขามาแนบชิดอยู่อย่างนี้ สองฝ่ามือนุ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างบึกบึนของเขาอย่างลืมตัว ริมฝีปากนุ่มก็จูบตอบเขาด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า แม้จะไร้ซึ่งประสบการณ์ก็ตามที แต่การถูกเขามอบจุมพิตให้บ่อยครั้งก็คือเป็นความคุ้นเคยกับเขาในระดับหนึ่งแล้ว หญิงสาวสะดุ้งเฮือกกับอุ้งปากอุ่นของเขาที่กำลังครอบครองปลายยอดชูช่อประหนึ่งรอให้เขามาเยี่ยมเยือนก็ไม่ปาน แผ่นหลังนุ่มแทบไม่ติดพื้นใบมะพร้าวเมื่อเธอเผลอแอ่นกายขึ้นเพื่อให้เขาได้ดูดดื่มอย่างสะดวก เธอรับรู้ได้ว่ากายเขาสะดุ้งน้อยๆ เมื่อมือบางเผลอออกแรงบีบตรงหัวไหล่ซ้ายของเขาเพราะความเจ็บร้าวไปทั่วกายจากความต้องการที่จะมีเขาเข้าครอบครอง “แกว! ตัวผมจะแตกเป็นเสี่ยงๆ อยู่แล้ว ผมต้องการคุณเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงเขาแหบพร่าอยู่ใกล้ๆ หู ก่อนจะซอกไซ้ปลายจมูกไปกับซอกคอระหงแล้วเลื่อนลงไปหาอกอวบอิ่ม อ้อยอิ่งอยู่กับปลายยอดอีกข้างอย่างหลงใหลอีกครั้ง พลอยหยกรับรู้ถึงความต้องการของเขาได้ตรงสะโพกผายตึงเมื่อความแข็งแกร่งของเขาส่งสัญญาณมาหาโดยไม่ต้องบอกกล่าวทางวาจาเพราะด้วยภาษาทางกายแจ้งอย่างชัดเจนกว่าเรียบร้อยแล้ว “คุณปลัมน์คะ!” พลอยหยกส่งเสียงติดๆ ขัดๆ ไปหาเขา สองมือบางก็พยายามจะดันอกเขาออกอย่างยากลำบาก “แกว! อย่าห้ามผมเลยนะ เราต่างก็ต้องการกันและกัน อย่าสนใจอะไรอีกเลยนะ” เขาส่งน้ำเสียงอ้อนวอนมาให้ขณะพรมจูบไปตามผิวกายขาวและกำลังเลื่อนต่ำลง พลอยหยกต้องพยายามสะกัดกลั้นความรู้สึกวาบหวานเอาไว้และพยายามใช้สองแขนหยัดกายให้ลุกขึ้น “คุณปลัมน์คะ! ฟังสิคะ” “บนเกาะนี้มีแค่เราสองคน ไม่รู้ว่าจะมีใครมาช่วยเราหรือเปล่า และไม่แน่ว่าเราอาจจะต้องติดอยู่นี่ไปเป็นปีๆ ก็ได้ ถ้าถึงตอนนั้นเราก็คงไม่พ้นต้องทำเรื่องนี้ด้วยกันอยู่ดี แล้วจะให้ผมรออะไรอีกแกวคุณอยากให้ผมลงแดงตายเพราะต้องการคุณหรือไง” แต่ก็ถูกกายกำยำเขาทาบทับไว้ ส่วนมือขวาที่ใช้การได้ก็กำลังเลื่อนขอบกางเกงยีนส์ออกจากสะโพกผายตึง “แต่เสียงนั่นค่ะ คุณฟังสิคะ” แม้จะเป็นเสียงแห่งความช่วยเหลือกำลังมาถึง แต่ปลัมน์ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น และอยากฆ่าคนที่กำลังมาด้วย เพราะมันไม่ถูกเวลาเอาเสียเลย “คุณหูฝาดไปเอง ผมไม่เห็นได้ยินอะไรสักนิด” เขางับยอดบัวงามไว้ในอุ้งปากแล้วดูดดื่มอย่างหิวกระหายและควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่ “คุณปลัมน์คะ แต่เสียงนั่นใช่เสียงเครื่องบินหรือเปล่าคะ ฉันได้ยินค่ะ คุณฟังสิคะ”

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ