สามสิบแปดการหย่าร้าง หนึ่งการหักหลัง

สามสิบแปดการหย่าร้าง หนึ่งการหักหลัง

Louie Joanes

5.0
ความคิดเห็น
291
ชม
16
บท

วันนี้คือวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้าของฉัน และยังเป็นวันที่ธาม สามีของฉัน ขอหย่ากับฉันเป็นครั้งที่ 38 เขาทำทั้งหมดนี้เพื่อไอลดา เพื่อนสมัยเด็กของเขา ผู้หญิงที่ขับรถชนในวันแต่งงานของเรา จนทำให้เธอไม่สามารถมีลูกได้อีก นับตั้งแต่นั้นมา เขาก็ชดใช้หนี้ความรู้สึกผิดนั้นมาตลอด และฉันคือราคาที่เขาต้องจ่าย ตลอดห้าปี ฉันอดทนกับวงจรการหย่าร้างและแต่งงานใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป ไอลดาผลักฉันตกบันได ธามเจอฉันนอนจมกองเลือดและสัญญากับฉันว่าจะเอาความยุติธรรมมาให้ เขาสาบานว่าจะทำให้เธอต้องชดใช้ แต่ไม่กี่วันต่อมา ตำรวจก็โทรมา ภาพจากกล้องวงจรปิดของเหตุการณ์นั้นถูกลบไปอย่างลึกลับ ไม่มีหลักฐาน ไม่มีคดี คืนนั้น ไอลดาสั่งคนมาลักพาตัวฉัน ขณะที่พวกมันกำลังฉีกกระชากเสื้อผ้าของฉันอยู่หลังรถตู้ ฉันพยายามโทรหาธาม เขาตัดสายฉันทิ้ง ฉันกระโดดลงจากรถตู้ที่กำลังวิ่งอยู่ และขณะที่ฉันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด เลือดไหลอาบไปทั่วพื้นถนนยางมะตอยที่เย็นเฉียบ ฉันได้ตั้งปณิธานกับตัวเอง ครั้งนี้ จะไม่มีการแต่งงานใหม่ครั้งที่ 39 อีกต่อไป ครั้งนี้ ฉันจะหายไปเอง

บทที่ 1

วันนี้คือวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้าของฉัน

และยังเป็นวันที่ธาม สามีของฉัน ขอหย่ากับฉันเป็นครั้งที่ 38

เขาทำทั้งหมดนี้เพื่อไอลดา เพื่อนสมัยเด็กของเขา

ผู้หญิงที่ขับรถชนในวันแต่งงานของเรา จนทำให้เธอไม่สามารถมีลูกได้อีก

นับตั้งแต่นั้นมา เขาก็ชดใช้หนี้ความรู้สึกผิดนั้นมาตลอด และฉันคือราคาที่เขาต้องจ่าย

ตลอดห้าปี ฉันอดทนกับวงจรการหย่าร้างและแต่งงานใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป ไอลดาผลักฉันตกบันได

ธามเจอฉันนอนจมกองเลือดและสัญญากับฉันว่าจะเอาความยุติธรรมมาให้

เขาสาบานว่าจะทำให้เธอต้องชดใช้

แต่ไม่กี่วันต่อมา ตำรวจก็โทรมา

ภาพจากกล้องวงจรปิดของเหตุการณ์นั้นถูกลบไปอย่างลึกลับ

ไม่มีหลักฐาน ไม่มีคดี

คืนนั้น ไอลดาสั่งคนมาลักพาตัวฉัน

ขณะที่พวกมันกำลังฉีกกระชากเสื้อผ้าของฉันอยู่หลังรถตู้ ฉันพยายามโทรหาธาม

เขาตัดสายฉันทิ้ง

ฉันกระโดดลงจากรถตู้ที่กำลังวิ่งอยู่

และขณะที่ฉันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด เลือดไหลอาบไปทั่วพื้นถนนยางมะตอยที่เย็นเฉียบ ฉันได้ตั้งปณิธานกับตัวเอง

ครั้งนี้ จะไม่มีการแต่งงานใหม่ครั้งที่ 39 อีกต่อไป

ครั้งนี้ ฉันจะหายไปเอง

บทที่ 1

วันนี้คือวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้าของเรา

ธาม บวรเดช สามีของฉัน ยืนอยู่ตรงหน้า

เขายังคงหล่อเหลาเหมือนวันที่ฉันเจอเขาครั้งแรก ด้วยดวงตาคมกริบและจมูกโด่งเป็นสัน

แต่คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของเขา ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะคาดหวังในวันครบรอบแต่งงาน

“เราหย่ากันเถอะ”

ฉันไม่รู้สึกตกใจ ฉันไม่รู้สึกเศร้า

ฉันแค่จ้องมองเขา หัวใจของฉันนิ่งสนิทเหมือนเส้นตรง

“คุณรู้ไหมว่านี่เป็นการหย่าครั้งที่ 38 ของเราแล้ว” ฉันถาม

แววตาของเขาฉายแววอับจนหนทาง เขาหลบสายตาฉัน

“ไอลดากำลังขู่จะกระโดดตึก” เขาพูดเสียงต่ำ “เธอบอกว่าจะไม่ยอมลงมาถ้าผมไม่หย่ากับคุณ คุณก็รู้ว่าเธอมีอาการวิตกกังวล…”

ฉันพูดตัดบท “อืม ฉันรู้”

ฉันรู้มาตลอดห้าปี

ฉันรู้มาตลอดการหย่าสามสิบเจ็ดครั้งก่อนหน้านี้

“แล้วครั้งนี้จะนานแค่ไหน” ฉันถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เขาดูประหลาดใจ ราวกับคาดหวังว่าฉันจะร้องไห้ฟูมฟายหรือกรีดร้อง

เขาไม่เคยได้สิ่งที่เขาคาดหวังจากฉันอีกต่อไปแล้ว

“พออารมณ์เธอคงที่แล้ว เราจะกลับมาจดทะเบียนกันใหม่” เขาสัญญา

เขาเอื้อมมือมาจะแตะไหล่ฉัน แต่แล้วมือของเขาก็หยุดชะงักกลางอากาศและลดลงไปข้างลำตัว

“นะรุ้ง”

ฉันมองใบหน้าของเขา มองความขัดแย้งในดวงตาคู่นั้น และทันใดนั้นฉันก็รู้สึกว่ามันตลก

ตลกจนน่าสังเวช

“ได้สิ” ฉันตอบ “ยังไงซะ เราก็เป็นหนี้บุญคุณเธออยู่นี่”

พนักงานที่สำนักงานเขตจำชื่อเราได้ขึ้นใจ

“มาอีกแล้วเหรอคะ” พี่มาลี เจ้าหน้าที่ทะเบียน ผลักแว่นขึ้นบนสันจมูก

เธอหยิบแบบฟอร์มที่คุ้นเคยออกมาโดยไม่ต้องมองด้วยซ้ำ เธอเชี่ยวชาญเรื่องการหย่าของเราเป็นพิเศษ

“ครั้งนี้ก็ยังเป็นการหย่าโดยสมัครใจทั้งสองฝ่ายใช่ไหมคะ”

ฉันพยักหน้าและรับปากกาที่เธอยื่นให้

ธามเซ็นชื่อของเขาข้างๆ ฉัน

เสียงปากกาขูดกับกระดาษดังแหลมคมและเด็ดขาด

เขาทำแบบนี้มาแล้วสามสิบเจ็ดครั้ง เขาทำมันได้ดีมาก

พอถึงตาฉัน ปากกาก็ลอยอยู่เหนือกระดาษ

ฉันรู้สึกถึงความลังเลชั่ววูบในใจ ความรู้สึกเก่าๆ บางอย่างผุดขึ้นมา

นี่คือครั้งที่ 38

ครั้งแรก ฉันร้องไห้จนตาบวม ฉันหายใจไม่ออก

ครั้งที่สอง ฉันถามเขา “ทำไมคะธาม ทำไม”

ครั้งที่สาม ครั้งที่สี่… เป็นภาพเบลอของความเจ็บปวดและความสับสน

พอถึงครั้งที่เก้า ฉันสามารถเดินเข้ามาที่นี่และหัวเราะกับพี่มาลีได้

“ช่วยรีบหน่อยนะคะ” ฉันเคยพูด “เรามีธุระต้องไปทำต่อ”

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ

ฉันบรรจงเซ็นชื่อของฉัน อรุณา กิตติวงศ์

ครั้งนี้ ฉันเขียนมันอย่างตั้งใจเป็นพิเศษ

ทุกตัวอักษรสมบูรณ์แบบ เป็นครั้งสุดท้าย

เมื่อเราก้าวออกมาข้างนอก ไอลดากำลังรออยู่

ไม่ใช่บนดาดฟ้า แต่รออยู่ตรงบันไดหน้าสำนักงานเขต ด้วยท่าทางอ่อนแอแต่แฝงแววแห่งชัยชนะ

เธอวิ่งผ่านฉันไปแล้วโผเข้าสู่อ้อมแขนของธาม

“ธาม! ไอก็รู้ว่าคุณต้องเลือกไอ! ไอก็รู้ว่าคุณรักไอมากกว่า!”

ร่างกายของธามแข็งทื่อ

เขามองข้ามไหล่ของเธอมาที่ฉัน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยบางสิ่งที่ฉันอ่านไม่ออก

ความรู้สึกผิด? คำขอโทษ? มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

เขาพยายามผลักเธอออกเบาๆ “ไอลดา พอได้แล้ว”

เธอยิ่งกอดแน่นขึ้น ไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย

เธอฉวยใบหย่าจากมือของเขาแล้วโบกมันตรงหน้าฉันเหมือนถ้วยรางวัล

“เห็นนี่ไหมอรุณา? ตอนนี้เขาเป็นของฉันแล้ว เขาเป็นของฉันมาตลอด”

ฉันไม่ได้พูดอะไรสักคำ ฉันแค่เฝ้ามองพวกเขา

ฉันเหนื่อยเหลือเกิน

“ไอลดา!” เสียงของธามแหลมขึ้นด้วยความรำคาญ “หยุดเดี๋ยวนี้”

เธอเปลี่ยนกลยุทธ์ทันที

ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวและเริ่มสะอื้นไห้ซบกับอกของเขา

“ไอขอโทษค่ะธาม ไอแค่ดีใจมาก เราไปฉลองกันเถอะนะคะ ได้โปรด”

แล้วเธอก็มองมาที่ฉัน แววตาอาฆาตซ่อนอยู่ในดวงตาที่คลอด้วยน้ำตา

“ทำไมเราไม่ชวนอรุณาไปด้วยล่ะ? ไปฉลองการเริ่มต้นใหม่ของเรา และจุดจบของเธอ”

ธามมองมาที่ฉัน สีหน้าเต็มไปด้วยความขอโทษ

เขากำลังขอร้องฉันด้วยสายตาให้ฉันยอมเล่นตามน้ำไปก่อน

แค่อีกครั้งเดียวเท่านั้น

ด้วยเหตุผลที่ฉันเองก็ไม่เข้าใจ ฉันพยักหน้า “ได้สิ”

เราทุกคนขึ้นรถของเขา

ไอลดานั่งเบาะหน้า เอนตัวพิงธาม มือของเธอวางอยู่บนขาของเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

ฉันนั่งอยู่เบาะหลัง เหมือนวิญญาณในชีวิตของตัวเอง

ฉันมองนิ้วของเธอที่ลากไล้เป็นลวดลายบนต้นขาของเขา

ฉันมองเขาที่กำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แต่เขาก็ไม่ห้ามเธอ

เขาไม่เคยห้ามเธอเลย

ความเงียบ การตามใจ การประนีประนอม

นั่นคือสิ่งที่เขาตอบสนองต่อไอลดามาตลอดห้าปีเต็ม

ฝนเริ่มตกข้างนอก หยดน้ำไหลเป็นทางยาวบนกระจกราวกับน้ำตา

ภาพนั้นทำให้ฉันย้อนกลับไปในอดีต

ห้าปีก่อน วันแต่งงานของเรา

ธามกับฉันเป็นคู่รักดาวเด่นของมหาวิทยาลัย

เขาเป็นนักศึกษาบริหารธุรกิจที่ฉลาดหลักแหลม และฉันเป็นศิลปินที่มีอนาคตไกล

เราตกหลุมรักกันอย่างรวดเร็วและรุนแรง

ตอนนั้นเขาอ่อนโยนมาก เขาจะกุมมือของฉัน มือที่ใช้จับพู่กัน และบอกว่ามันเป็นมือที่สวยที่สุดในโลก

ไอลดาอยู่ตรงนั้นเสมอ ในฉากหลัง

เพื่อนสมัยเด็กของเขา ผู้หญิงที่หลงรักเขาอย่างหัวปักหัวปำ และตามเขาไปทุกที่

“เธอก็เหมือนน้องสาวของผม” เขาจะพูดปัดๆ เมื่อฉันแสดงความกังวล

“ไม่ต้องห่วงนะรุ้ง ผมรักคุณ”

ฉันเชื่อเขา

ในวันแต่งงานของเรา ขณะที่ฉันยืนอยู่ในชุดสีขาว โทรศัพท์ของเขาก็สั่นไม่หยุด

เป็นไอลดา

“อย่ารับเลยค่ะธาม” ฉันพูด ความรู้สึกไม่สบายใจก่อตัวขึ้นในท้อง “ไม่ใช่วันนี้ วันนี้เป็นวันของเรา”

เขายิ้ม จูบหน้าผากฉัน และปิดเสียงโทรศัพท์

มันเป็นวันที่ดีที่สุดในชีวิตของฉัน… อยู่ไม่กี่ชั่วโมง

ต่อมาเราถึงได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ขณะที่เรากำลังกล่าวคำสาบาน ไอลดาที่เมาและอยู่ในภาวะคลุ้มคลั่งได้ขับรถชน

อุบัติเหตุครั้งนั้นรุนแรงมาก

เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ร่างกายของเธอแหลกสลาย

หมอบอกเราว่าเธอจะไม่สามารถมีลูกได้อีกต่อไป

ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ธาม

เขารู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบเพราะเขาไม่ยอมรับสายของเธอ

นับจากวันนั้น หนี้บุญคุณก็ได้ก่อตัวขึ้น

หนี้ที่เขารู้สึกว่าเขา และฉันซึ่งเป็นภรรยาของเขา ต้องร่วมกันชดใช้

บาดแผลทางกายของไอลดาหายดี แต่จิตใจของเธอกลับไม่เป็นเช่นนั้น

เธอถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรควิตกกังวลและซึมเศร้ารุนแรง

เธอเริ่มใช้ความเปราะบางของตัวเองเป็นอาวุธ

ทุกครั้งที่ธามกับฉันมีความสุข เธอจะมีอาการทรุด

อาการแพนิกกำเริบ ขู่จะฆ่าตัวตาย

และทุกครั้ง ธามก็จะยอม

เพื่อทำให้เธอสงบลง เขาจะยอมทำตามข้อเรียกร้องของเธอ

และข้อเรียกร้องที่ใหญ่ที่สุดของเธอก็เหมือนเดิมเสมอ

“หย่ากับอรุณาซะ”

เราจึงทำตามนั้น

ครั้งแรก เขาโอบกอดฉันขณะที่ฉันร้องไห้และสัญญาว่ามันเป็นแค่การแสดง

หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ เมื่อไอลดา “อาการคงที่” อีกครั้ง เธอก็จะมาหาเรา ร้องไห้และขอโทษ

ธามจะให้อภัยเธอ และเราก็จะแต่งงานกันใหม่

แล้ววงจรนั้นก็จะเริ่มต้นอีกครั้ง

และอีกครั้ง

สามสิบแปดครั้ง

ฉันเปลี่ยนจากความเจ็บปวดรวดร้าวไปสู่ความชาชิน และกลายเป็นความเหนื่อยล้าที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ

พู่กันของฉันถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่น สีสันที่สดใสในโลกของฉันจางหายไปเป็นสีเทา

ในรถ ฉันมองเสี้ยวหน้าของธามขณะที่เขาขับรถ

เขายังคงหล่อเหลา ยังคงเป็นผู้ชายที่ฉันตกหลุมรัก

แต่เขาก็เป็นคนแปลกหน้าที่ยอมให้ผู้หญิงอีกคนมาทำลายชีวิตของเรา

เขาเพิ่งปล่อยให้เธอสัมผัสตัวเขา

เขาปล่อยให้เธอนั่งในที่ของฉัน

เขากำลังพาเราไปฉลองการหย่าของฉัน

การตัดสินใจที่เยือกเย็นและชัดเจนก่อตัวขึ้นในใจฉัน

ครั้งนี้คือครั้งสุดท้าย

จะไม่มีการแต่งงานใหม่ครั้งที่ 39

ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วส่งข้อความหาพี่ชาย

[พ่อกับแม่อยู่บ้านไหม]

เขาตอบกลับมาแทบจะทันที [อยู่ มีอะไรเหรอ]

[อีกชั่วโมงนึงจะถึงนะ เราต้องคุยกัน]

จากนั้นฉันก็ส่งข้อความหาพ่อกับแม่ [หนูจะเลิกกับเขาแล้วค่ะ ครั้งนี้เลิกจริงๆ หนูอยากย้ายไปอยู่ที่อื่น ไกลๆ พ่อกับแม่จะไปกับหนูไหมคะ]

แม่ตอบกลับมาเป็นอีโมจิแสดงความกังวลหลายตัว

ส่วนพ่อตอบกลับมาสั้นๆ และตรงไปตรงมา

[พ่อกับแม่อยู่ข้างลูกเสมอ]

น้ำตาหยดหนึ่งที่ฉันไม่รู้ว่าตัวเองยังมีอยู่ ไหลลงมาอาบแก้ม

ฉันรีบเช็ดมันออกไป

ฉันร้องไห้เพื่อผู้ชายคนนี้มามากพอแล้ว

ฉันจะไม่ร้องไห้อีกต่อไป

เรามาถึงร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง

ไอลดายืนกรานที่จะนั่งข้างธาม เกาะแขนเขาเหมือนเด็กๆ

เขาพยายามจะดึงแขนออก แต่เธอก็เริ่มสะอื้น

“ธาม คุณเกลียดไอแล้วใช่ไหมคะ? หลังจากทุกอย่างที่ไอต้องเจอ…”

เขาถอนหายใจอย่างพ่ายแพ้และปล่อยให้เธออยู่ตรงนั้น

เขาหั่นสเต๊กให้เธอ รินไวน์ให้เธอ

คนโต๊ะอื่นมองมาที่พวกเขาแล้วยิ้ม

พวกเขาดูเหมือนคู่รักที่รักกันดูดดื่ม

ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองล่องหน เป็นส่วนเกิน

กระเป๋าของฉันวางอยู่บนที่นั่งข้างๆ

มันลื่นหล่นลงมา และสมุดสเก็ตช์ภาพเล่มเล็กก็ร่วงออกมา

ฉันไม่ได้ใช้มันมาหลายเดือนแล้ว

ไอลดาเห็นมัน สีหน้าของเธอเปลี่ยนไป

“นั่นอะไร” เธอตวาด “จะอวดหรือไง? จะเตือนให้เขานึกถึงสิ่งที่เธอเคยเป็นงั้นเหรอ?”

เธอพุ่งข้ามโต๊ะมา ดวงตาของเธอเบิกโพลงอย่างบ้าคลั่ง

ก่อนที่ฉันจะทันได้ตั้งตัว เธอคว้าถ้วยซุปร้อนๆ ที่อยู่ตรงหน้าแล้วสาดใส่หน้าฉันเต็มๆ

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ Louie Joanes

ข้อมูลเพิ่มเติม
อดีตภรรยาสุดที่รัก : แดดดี้ หม่ามี๊หนีไปอีกแล้ว

อดีตภรรยาสุดที่รัก : แดดดี้ หม่ามี๊หนีไปอีกแล้ว

สมัยใหม่

5.0

หลังจากภรรยาของประธานฮั่วซื่อกรุ๊ปจากไป มีคนพบว่าเขากลายเป็นคนดี ไม่เจ้าชู้มากใจอีก ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ด้วยกันกับลูกชาย จนกระทั่งวันหนึ่ง หมอประจำตระกูลที่เขาจ้างมาใหม่มาที่บ้าน “คุณฮั่ว ให้ฉันตรวจดูอาการให้คุณไหมคะ? ” คุณฮั่วมองด้วยใบหน้าที่เล่าลือว่ากลายเป็นคนดีแล้ว และสายตาคมกริบดั่งมีด หมอประจำตระกูลวิ่งหนีไปด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว สองเดือนต่อมา หมอประจำตระกูลเข้ามาครองใจคุณฮั่วได้สำเร็จ “คุณนายฮั่ว คุณทำยังไงให้คุณฮั่วเปิดใจ เดินออกมาจากความคิดถึงภรรยาที่ล่วงลับได้ยังไงเหรอครับ? ” “เฮอะ ๆ ง่ายมาก แต่งงานแล้วได้แถมสองไง! ” เจ้าสาวพูดอย่างไม่พอใจและจับมือเด็กน้อยที่หน้าตาถอดแบบเจ้าบ่าวสองคนออกมา!

สามีฉัน กับชีวิตลับอันวิปริต

สามีฉัน กับชีวิตลับอันวิปริต

โรแมนติก

5.0

สามีของฉันพาฉันไปพักผ่อนที่วิลล่าสุดหรูส่วนตัวที่เขาใหญ่ในช่วงสุดสัปดาห์ เพื่อรำลึกถึงวันครบรอบการเสียชีวิตปีที่ห้าของน้องสาวเขา แต่ฉันกลับพบว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ เธอกำลังหัวเราะอยู่กับเขาและพ่อแม่ของฉันที่ระเบียงบ้าน พวกเขากำลังอุ้มเด็กชายตัวน้อยไว้บนตัก เด็กที่มีผมสีเดียวกับสามีของฉัน และดวงตาที่เหมือนกับน้องสาวของเขาที่ "ตายไปแล้ว" ฉันได้ยินภาคินเรียกฉันว่า "ภรรยาผู้ซื่อสัตย์ที่จมอยู่กับความเศร้า" พร้อมกับหัวเราะว่าฉันนั้นหลอกง่ายแค่ไหน แม้แต่แม่ของฉันเองก็มองอัญชลีด้วยสายตาเปี่ยมรักที่ฉันไม่เคยได้รับเลยสักครั้ง ตลอดการแต่งงานห้าปีของฉันเป็นเพียงละครฉากใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อถ่วงเวลาฉันไว้ ในขณะที่พวกเขาใช้ชีวิตจริงอย่างลับๆ เขาไม่เพียงแค่สารภาพผิด แต่ยังบอกว่าฉันเป็นแค่ "ทางออกที่สะดวกสบาย" จากนั้นเขาก็เปิดเผยแผนการสุดท้าย พวกเขาได้เตรียมการทุกอย่างไว้แล้วเพื่อส่งฉันเข้าโรงพยาบาลจิตเวชโดยไม่สมัครใจ โดยใช้ "ความเศร้าโศก" ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเป็นเหตุผล ฉันวิ่งหนี หลังจากวางเพลิงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ฉันซ่อนตัวอยู่ในคูน้ำข้างถนนใหญ่ ชีวิตของฉันมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน เมื่อไม่มีที่ไป ฉันจึงตัดสินใจโทรหาคนเพียงคนเดียวที่ฉันรู้ว่าสามีของฉันหวาดกลัวที่สุด นั่นคือคู่แข่งทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของเขา

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่

ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่

Zuey
4.0

เฉียวลู่ นักแสดงแถวหน้าของจีนมีข่าวฉาวออกมาทำให้ทางต้นสังกัดของเธอสั่งให้เธองดออกสื่อชั่วคราว จึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับคนงานยุ่งตลอดทั้งปีของเธอที่จะได้พักผ่อน เฉียวลู่เดินทางกลับบ้านเกิดของเธอและการกลับไปครั้งนี้ทำให้ชีวิตของเฉียวลู่เปลี่ยนไปตลอดการ ฉีหมิงเยี่ยน อนุชาองค์เล็กของฮ่องเต้แห่งแคว้นฉี ถูกลอบปลงพระชนม์ระหว่างที่เดินทางมาทำหน้าที่เจรจาสงบศึกกับเเเคว้นเซียว เพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสทำให้ชินอ๋องความจำเสื่อมและได้รับการช่วยเหลือจากพ่อลูกตระกูลเฉียว เซียวยิ่น ฮ่องเต้แคว้นเซียวมีพระสนมมากมายเเต่กลับไม่สามารถให้กำเนิดพระโอรสได้โหรหลวงได้ทำนายเอาไว้ว่า ในอนาคตองค์รัชทายาทที่แท้จริงจะกลับมาเซียวยิ่นจึงมีรับสั่งให้ทหารออกตามหาพระโอรสและอดีตฮองเฮาของตนอย่างลับๆ ฉินอี้เหยา ได้รับบาดเจ็บสาหัสร่างลอยตามแม่น้ำมาพร้อมกับเด็กทารกในอ้อมแขนเมื่อฟื้นขึ้นมานางจึงแสร้งจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ เพื่อให้นางและบุตรชายมีชีวิตรอดต่อไป

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์
4.8

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

ชายาข้าเป็นหมอนิติเวช

ชายาข้าเป็นหมอนิติเวช

เกาะครีต
4.9

วิญญาณแพทย์นิติเวชที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 21 ได้เข้ามาอยู่ในร่างคุณหนูของจวนเสนาบดีอย่างบังเอิญ ผู้คนกล่าวหาว่านางไม่เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และทำให้บุตรชายของแม่ทัพตาย ด้วยเหตุนี้ฮ่องเต้ต้องการฆ่านางเพื่อให้คำอธิบายกับแม่ทัพ! ผู้คนกล่าวหาว่านางเป็นคนหยิ่งยโสและเจ้ากี้เจ้าการ ทุกคนเกลียดนาง และครอบครัวของนางต้องการไล่นางออก! ผู้คนกล่าวหาว่านางเป็นคนเลวทรามและไร้ความปรานี วางยาน้องสาว และพ่อของนางต้องการโบยนางจนตาย! ในความเป็นจริงหากอยากจะกล่าวหาผู้ใดสักคน มันก็หาข้ออ้างได้ทั่ว แต่นางเป็นคนไม่ยอมใคร นางผอมบางนางหนึ่งปลุกปั่นโลกด้วยความสามารถอันทรงพลังตนเอง ท่านอ๋องกล่าวว่า หากได้เจ้ามาครอบครอง ข้ายอมทรยศทุกคนในโลก นางกล่าวว่า เพื่อท่าน ต่อให้ทุกคนในโลกเกลียดข้า ข้าก็ยอม

สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน

สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน

Davin Howson
5.0

ในวันแต่งงาน เจ้าบ่าวของเฉียวซิงเฉินหนีไปกับผู้หญิงอีกคน เธอโกรธมาก จึงสุ่มหาชายคนหนึ่งมาแต่งงานด้วยทันที "ตราบใดที่คุณกล้าแต่งงานกับฉัน ฉันก็ยอมเป็นเมียคุณ" หลังจากแต่งงาน เธอได้ค้นพบว่าสามีของเธอคือลูกชายคนโตของตระกูลลู่ที่ขึ้นชื่อว่าไร้ประโยชน์ ชื่อลู่ถิงเซียว ทุกคนเยาะเย้ยว่า "เธอยนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ" และผู้ชายที่ทรยศเธอก็มาเกลี้ยกล่อมว่า "ไม่เห็นต้องทำร้ายตัวเองเพราะฉันหรอก สักวันเธอต้องเสียใจแน่ๆ" เฉียวซิงเฉินหัวเราะเยาะและโต้ตอบว่า "ไปให้พ้น ฉันกับสามีรักกันมาก" ทุกคนต่าก็คิดว่าเธอเป็นบ้า ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวตนที่แท้จริงของลู่ถิงเซียวถูกเปิดเผย ที่แท้เขาเป็นคนรวยอันดับต้นๆในโลก ในการถ่ายทอดสดทั่วโลก ชายคนนี้คุกเข่าข้างเดียว ถือแหวนเพชรมูลค่าหลักพันล้าน และพูดช้าๆ ว่า "คุณภรรยา ชีวิตที่เหลือนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"

สัญญารักลวงใจ

สัญญารักลวงใจ

Gorden Barros
5.0

เพื่อค่ารักษาของพ่อ ฟางจิ้งหร่านยอมแทนที่น้องสาว แต่งงานกับชายผู้เสื่อมเสียชื่อเสียงและหูหนวก คืนแรกของวันแต่งงาน เธอค่อยๆ ถอดชุดทีละชิ้น ด้วยความคาดหวัง... แต่กลับได้ยินเพียงคำเตือนเย็นชาจากเขา "การแต่งงานของเราเป็นแค่สัญญา" อยู่ข้างกายชายเจ้าอารมณ์คนนี้ ฟางจิ้งหร่านต้องระมัดระวังทุกเมื่อ โดยกลัวว่าจะทำเขาไม่พอใจเข้า ทุกคนรอคอยดูเธอเสียหน้า... แต่ใครจะไปคิดว่า สามีคนนี้กลับกลายเป็น"ที่พึ่งที่มั่นคงที่สุด"ของเธอ จนกระทั่งวันที่สัญญาครบกำหนด ฟางจิ้งหร่านถือกระเป๋าเตรียมตัวจะจากไป... ชายคนนั้นกลับมีดวงตาแดงก่ำ กระซิบขอร้องว่า "อย่าไป..."

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ