เกมรัก เกมธุรกิจ ฉันจะเอาคืน

เกมรัก เกมธุรกิจ ฉันจะเอาคืน

New Day

5.0
ความคิดเห็น
1.6K
ชม
10
บท

ในคืนส่งท้ายปีเก่าที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุข ฉันกลับเห็นธวัชชัย คู่หมั้นที่คบกันมาสิบปี กำลังกอดนิชานันท์ 'น้องสาว' ที่เขาอ้างว่าบริสุทธิ์ใจอย่างแนบแน่น ริมฝีปากของเขาประทับลงบนหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน ท่าทางที่เคยเป็นของฉันคนเดียว แต่เมื่อฉันถามถึงความสัมพันธ์นั้น เขากลับตวาดใส่ว่าฉัน "คิดมาก" และ "งี่เง่า" ที่ไปหึงน้องสาวของเพื่อนที่ตายไปแล้ว ในวันที่ฉันป่วยหนักจนติดเชื้อในกระแสเลือดนอนพะงาบๆ อยู่ที่โรงพยาบาล เขากลับทิ้งฉันไว้ลำพังเพื่อไปปลอบนิชานันท์ที่แค่ "กลัวเสียงฟ้าร้อง" ซ้ำร้ายเขายังทำอาหารใส่กุ้งที่ฉันแพ้อย่างรุนแรงให้นิชานันท์กิน โดยไม่สนใจว่าฉันจะรู้สึกอย่างไร ภาพในโซเชียลมีเดียที่นิชานันท์ป้อนข้าวเขาอย่างสนิทสนม ตอกย้ำความจริงที่ว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา ฉันเป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ และเป็น "ของตาย" สำหรับเขา ความรักและความทุ่มเทของฉันถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลังที่เจ็บปวดที่สุด พอกันทีกับความโง่เขลา ฉันเช็ดน้ำตาแล้วหยิบโทรศัพท์กดโทรหา "เอกภพ" คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของเขา "ฉันมีข้อเสนอเกี่ยวกับหุ้นของเกียรติชัย กรุ๊ป... และฉันต้องการยกเลิกงานแต่งงานเดี๋ยวนี้" งานนี้ฉันจะไม่จากไปเงียบๆ แต่จะทำให้เขารู้ซึ้งถึงคำว่า "สูญเสียทุกอย่าง" มันเป็นยังไง

บทที่ 1

ในคืนส่งท้ายปีเก่าที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุข ฉันกลับเห็นธวัชชัย คู่หมั้นที่คบกันมาสิบปี กำลังกอดนิชานันท์ 'น้องสาว' ที่เขาอ้างว่าบริสุทธิ์ใจอย่างแนบแน่น

ริมฝีปากของเขาประทับลงบนหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน ท่าทางที่เคยเป็นของฉันคนเดียว แต่เมื่อฉันถามถึงความสัมพันธ์นั้น เขากลับตวาดใส่ว่าฉัน "คิดมาก" และ "งี่เง่า" ที่ไปหึงน้องสาวของเพื่อนที่ตายไปแล้ว

ในวันที่ฉันป่วยหนักจนติดเชื้อในกระแสเลือดนอนพะงาบๆ อยู่ที่โรงพยาบาล เขากลับทิ้งฉันไว้ลำพังเพื่อไปปลอบนิชานันท์ที่แค่ "กลัวเสียงฟ้าร้อง"

ซ้ำร้ายเขายังทำอาหารใส่กุ้งที่ฉันแพ้อย่างรุนแรงให้นิชานันท์กิน โดยไม่สนใจว่าฉันจะรู้สึกอย่างไร

ภาพในโซเชียลมีเดียที่นิชานันท์ป้อนข้าวเขาอย่างสนิทสนม ตอกย้ำความจริงที่ว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา ฉันเป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ และเป็น "ของตาย" สำหรับเขา

ความรักและความทุ่มเทของฉันถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลังที่เจ็บปวดที่สุด

พอกันทีกับความโง่เขลา ฉันเช็ดน้ำตาแล้วหยิบโทรศัพท์กดโทรหา "เอกภพ" คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของเขา

"ฉันมีข้อเสนอเกี่ยวกับหุ้นของเกียรติชัย กรุ๊ป... และฉันต้องการยกเลิกงานแต่งงานเดี๋ยวนี้"

งานนี้ฉันจะไม่จากไปเงียบๆ แต่จะทำให้เขารู้ซึ้งถึงคำว่า "สูญเสียทุกอย่าง" มันเป็นยังไง

บทที่ 1

พิมพ์ชนก POV:

ในคืนส่งท้ายปีเก่าที่เสียงพลุดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะฉีกฟ้าให้ขาดวิ่น หัวใจของฉันก็แตกสลายไม่ต่างกัน

ฉันเห็นธวัชชัยยืนอยู่ตรงนั้น... ใต้แสงจันทร์อ่อนๆ ที่สาดส่องผ่านม่านเมฆหนาทึบ

เขากำลังกอดนิชานันท์อย่างอ่อนโยน.

ริมฝีปากของเขาแตะแผ่วเบาที่หน้าผากของเธอ.

ท่าทางที่คุ้นเคย.

ท่าทางที่ฉันเคยได้รับ.

ความอบอุ่นที่แสนปลอมเปลือก.

ภาพนั้นกัดกินหัวใจฉันจนรู้สึกเหมือนจะหยุดเต้น.

เสียงหัวเราะคิกคักของนิชานันท์ดังแว่วมาตามสายลมหนาว.

เธอซบหน้าลงกับแผงอกกว้างของธวัชชัย.

เขาลูบผมเธอเบาๆ ราวกับปลอบโยนเด็กน้อย.

แววตาของธวัชชัยที่มองนิชานันท์เต็มไปด้วยความห่วงใย.

ความห่วงใยที่ฉันโหยหามาตลอดสิบปี.

ฉันยืนนิ่งราวกับรากงอกติดพื้น.

สายฝนเทกระหน่ำลงมาไม่หยุด.

ความหนาวเย็นกัดกินเข้ากระดูก.

ฉันรู้สึกไม่สบายตัวตั้งแต่ก่อนมางานปาร์ตี้.

อาการไข้เริ่มกำเริบ.

หัวใจของฉันบีบรัดอย่างแรง.

คลื่นไส้จนแทบจะยืนไม่ไหว.

สมองสั่งการให้ร่างกายหลบหนีจากภาพตรงหน้า.

แต่ขาทั้งสองข้างกลับแข็งทื่อ.

ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง.

มันไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางกาย.

แต่เป็นความเจ็บปวดที่เกิดจากความทรยศหักหลัง.

ฉันรับรู้ได้ถึงรสชาติขมปร่าในลำคอ.

มันเป็นรสชาติของความผิดหวัง.

ความผิดหวังที่ไม่อาจกลืนลงไปได้.

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างเชื่องช้า.

นิ้วเรียวกดเปิดกล้อง.

มือสั่นเทาเล็กน้อย.

แต่สายตาของฉันกลับมุ่งมั่นและเยือกเย็น.

ฉันต้องการหลักฐาน.

หลักฐานสำหรับสิ่งที่ฉันเพิ่งเห็น.

ภาพที่บันทึกไว้ในความทรงจำจะไม่มีวันเลือนหาย.

แต่หลักฐานในโทรศัพท์จะใช้ยืนยันความจริง.

ในวันที่เขาปฏิเสธทุกอย่าง.

ฉันมองเห็นภาพธวัชชัยที่เคยบอกว่ารักฉันหมดหัวใจ.

ภาพของเขาที่บอกว่านิชานันท์เป็นเพียงน้องสาว.

คำพูดเหล่านั้นไหลย้อนกลับมาในหัว.

มันคือคำโกหก.

คำโกหกทั้งเพ.

ฉันเคยเชื่อทุกอย่าง.

เชื่อในความรักของเรา.

เชื่อในคำสัญญาของเขา.

แต่ตอนนี้ทุกอย่างพังทลายลงตรงหน้า.

ความจริงมันเจ็บปวดเกินกว่าที่คาดคิด.

ฉันมันโง่สิ้นดี

ทันใดนั้น.

เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่น.

ธวัชชัยกับนิชานันท์สะดุ้งเล็กน้อย.

พวกเขามองหน้ากัน.

แล้วธวัชชัยก็กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น.

นิชานันท์ซบหน้าลงกับอกเขาอีกครั้ง.

ฉันผงะถอยหลัง.

หลบเข้ามุมมืดของระเบียง.

หัวใจเต้นรัว.

กลัวว่าพวกเขาจะเห็นฉัน.

กลัวว่าพวกเขาจะรู้ว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้.

ความรู้สึกอับอายและไร้ที่พึ่งถาโถมเข้ามา.

ฉันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งกลางพายุ.

ยืนตากฝนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานแสนนาน.

ความหนาวเย็นกัดกินร่างกาย.

ไข้ขึ้นสูงจนเริ่มมีอาการเพ้อ.

ลมหายใจติดขัด.

โลกหมุนเคว้ง.

ทุกอย่างมืดมิดไปชั่วขณะ.

ฉันพยุงตัวเองกลับมาที่คอนโด.

ในหัวเต็มไปด้วยภาพของธวัชชัยและนิชานันท์.

เมื่อมาถึงห้อง.

ฉันเห็นธวัชชัยกำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว.

กลิ่นหอมของอาหารลอยฟุ้งไปทั่วห้อง.

เขาหันมามองฉันด้วยรอยยิ้ม.

รอยยิ้มที่เคยทำให้ฉันอบอุ่นใจ.

แต่ตอนนี้มันกลับดูเสแสร้งและน่ารังเกียจ.

ฉันยืนมองเขาอยู่ห่างๆ.

ธวัชชัยไม่เคยเข้าครัว.

ไม่เคยทำอาหารให้ฉันเลย.

ตลอดเวลาที่เราคบกันมา.

ฉันเป็นคนดูแลเรื่องอาหารการกินของเรามาตลอด.

แต่ตอนนี้เขากำลังปรุงอาหารจานพิเศษ.

อาหารที่ฉันไม่เคยกิน.

เขาหันมามองฉัน.

"พิมพ์ คุณไปไหนมา? ผมเป็นห่วงแทบแย่"

คำพูดของเขาฟังดูห่วงใย.

แต่ฉันกลับรู้สึกคลื่นเหียน.

ธวัชชัยเดินเข้ามาหาฉัน.

มือของเขายื่นมาสัมผัสหน้าผากฉัน.

"ตัวร้อนจี๋เลย ไปตากฝนที่ไหนมา?"

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นหงุดหงิด.

แววตาตำหนิฉายชัด.

เขาไม่เคยห่วงใยฉันจริงจัง.

มีแต่ความไม่พอใจในความไม่สมบูรณ์แบบของฉัน.

"พิมพ์ไม่ได้ตั้งใจค่ะ"

ฉันตอบเสียงแผ่ว.

พูดออกไปตามความเคยชิน.

ความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ทำอะไรผิดกลับมาอีกครั้ง.

ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าจะโต้แย้ง.

ทันใดนั้น.

เสียงเปิดประตูดังขึ้น.

นิชานันท์เดินเข้ามาในห้อง.

ในชุดนอนผ้าไหมสีอ่อน.

เธอดูสดชื่นและไร้เดียงสา.

แตกต่างกับฉันที่ดูเหมือนคนป่วยใกล้ตาย.

"พี่วัชคะ ฝนตกหนักมากเลยค่ะ นิกลัว"

นิชานันท์ทำเสียงออดอ้อน.

แล้วเหลือบมองมาที่ฉันเล็กน้อย.

รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ.

รอยยิ้มที่ฉันมองเห็นอย่างชัดเจน.

หัวใจของฉันหล่นวูบ.

ธวัชชัยเดินไปหานิชานันท์.

โอบไหล่เธอเบาๆ.

"ไม่เป็นไรนะนิ พี่อยู่นี่แล้ว"

เขาหันมามองฉัน.

"พิมพ์ นิจะค้างที่นี่คืนนี้นะ ฝนตกหนักมากเลย"

คำพูดของเขาเหมือนคำสั่ง.

ฉันทำได้แค่พยักหน้า.

นิชานันท์คือน้องสาวของเพื่อนสนิทที่เสียชีวิตไปแล้วของธวัชชัย.

เขาเคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆ.

ครอบครัวของธวัชชัยก็เอ็นดูนิชานันท์มาก.

โดยเฉพาะคุณแม่ของธวัชชัยที่มักจะตำหนิฉันเสมอว่าไม่ดูแลนิชานันท์ให้ดี.

โต๊ะอาหารเงียบงัน.

ธวัชชัยตักอาหารให้นิชานันท์อย่างเอาใจใส่.

"นิชอบกินปลาทอดนี่นา พี่ทำไว้ให้เยอะเลย"

เขาพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่น.

ฉันนั่งกินข้าวเงียบๆ.

อาหารที่เขาทำมีส่วนผสมของกุ้ง.

ซึ่งฉันแพ้อย่างรุนแรง.

แต่เขากลับไม่จำเรื่องนี้เลย.

ฉันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งกลางทะเลทราย.

โดดเดี่ยวและไร้ค่า.

นี่คือสิ่งที่ฉันได้รับจากการอยู่เคียงข้างเขามาตลอดสิบปีงั้นหรือ?

หลังอาหาร.

ธวัชชัยบอกให้นิชานันท์ไปนอนห้องรับแขก.

"ห้องนั้นสบายนะนิ พรุ่งนี้ค่อยกลับ"

เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม.

ห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยของใช้ส่วนตัวของฉัน.

ห้องที่ฉันใช้ทำงาน ใช้พักผ่อน.

ตอนนี้มันกำลังจะถูกครอบครองโดยนิชานันท์.

ฉันรู้สึกเหมือนถูกปล้นทุกสิ่งทุกอย่างไป.

บ้านที่เคยเป็นของเรา.

ตอนนี้มันกำลังกลายเป็นบ้านของคนอื่น.

ฉันอยากจะกรีดร้อง.

อยากจะโวยวาย.

แต่เสียงเหล่านั้นกลับจุกอยู่ในลำคอ.

ฉันไม่เหลือแรงแม้แต่จะส่งเสียง.

ธวัชชัยกลับเข้ามาในห้องนอนตอนดึก.

เขาไม่ได้พูดอะไร.

เพียงแค่เดินไปล้มตัวลงนอนข้างๆ ฉัน.

ฉันยังคงตัวร้อนจี๋.

ปวดหัวจนแทบระเบิด.

ร่างกายอ่อนล้าเต็มที.

แต่สมองของฉันกลับตื่นตัวตลอดเวลา.

ภาพธวัชชัยกอดนิชานันท์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว.

ทำไมเขาถึงทำแบบนี้?

ความรักของเรามันคืออะไรกันแน่?

ฉันอยากให้เขายอมรับความจริง.

อยากให้เขาพูดความจริงกับฉัน.

แม้ว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม.

ฉันไม่ต้องการคำโกหกอีกแล้ว.

ฉันนอนจ้องเพดานจนฟ้าสาง.

น้ำตาค่อยๆ ไหลรินอาบแก้ม.

ฉันรู้สึกเจ็บปวดกับการถูกทรยศ.

แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าคือความจริงที่ว่า.

ฉันอาจจะต้องเสียเขาไป.

เสียเขาไปให้กับผู้หญิงอีกคน.

และที่เลวร้ายที่สุด.

คือฉันจะต้องอับอายต่อหน้าคนทั้งประเทศ.

งานแต่งงานของเรากำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า.

ถ้าหากฉันยกเลิกงานแต่ง.

ฉันจะกลายเป็นผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้ง.

ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้แพ้.

แต่ถ้าฉันยังอยู่ต่อไป... ฉันจะเหลืออะไร?

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

คุณนาย ประธานมาขอคืนดีอีกแล้ว

คุณนาย ประธานมาขอคืนดีอีกแล้ว

Apogean Spark
5.0

【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”

สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน

สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน

Davin Howson
5.0

ในวันแต่งงาน เจ้าบ่าวของเฉียวซิงเฉินหนีไปกับผู้หญิงอีกคน เธอโกรธมาก จึงสุ่มหาชายคนหนึ่งมาแต่งงานด้วยทันที "ตราบใดที่คุณกล้าแต่งงานกับฉัน ฉันก็ยอมเป็นเมียคุณ" หลังจากแต่งงาน เธอได้ค้นพบว่าสามีของเธอคือลูกชายคนโตของตระกูลลู่ที่ขึ้นชื่อว่าไร้ประโยชน์ ชื่อลู่ถิงเซียว ทุกคนเยาะเย้ยว่า "เธอยนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ" และผู้ชายที่ทรยศเธอก็มาเกลี้ยกล่อมว่า "ไม่เห็นต้องทำร้ายตัวเองเพราะฉันหรอก สักวันเธอต้องเสียใจแน่ๆ" เฉียวซิงเฉินหัวเราะเยาะและโต้ตอบว่า "ไปให้พ้น ฉันกับสามีรักกันมาก" ทุกคนต่าก็คิดว่าเธอเป็นบ้า ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวตนที่แท้จริงของลู่ถิงเซียวถูกเปิดเผย ที่แท้เขาเป็นคนรวยอันดับต้นๆในโลก ในการถ่ายทอดสดทั่วโลก ชายคนนี้คุกเข่าข้างเดียว ถือแหวนเพชรมูลค่าหลักพันล้าน และพูดช้าๆ ว่า "คุณภรรยา ชีวิตที่เหลือนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"

รอยรักรอยร้าว

รอยรักรอยร้าว

Del Goodman
5.0

เซียวหลิ่นตาบอดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ลูกสาวคนรวยทุกคนต่างหลีกเลี่ยงเขา มีแต่สวี่โยวหรานยอมแต่งงานกับเขาโดยไม่ลังเล สามปีต่อมา เซียวหลิ่นกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง จากนั้รเขา็ยื่นข้อตกลงการหย่าเพื่อยุติการแต่งงานนี้ เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า "ฉันพลาดกับชิงชิงมานนานมากพอแล้ว ฉันไม่อยากให้เธอต้องรอนานกว่านี้!" สวี่โยวหรานลงนามในข้อตกลงการหย่าโดยไม่ลังเล ทุกคนต่างก็หัวเราะเยาะเธอตลอด - หัวเราะเยาะว่าที่เธอแต่งเข้าตระกูลเซียวถือว่าเกาะผู้มีอิทธิพลเข้า จากนั้นก็มาหัวเราะเยาะเธอที่ถูกทอดทิ้ง เป็นหญิงที่ไร้ค่า แต่ทุกคนกลับไม่รู้ว่า เธอคือหมออัศจรรย์ที่รักษาดวงตาของเซียวหลิ่นให้หายดี เป็นผู้ออกแบบเครื่องประดับมูลค่าหลักร้อยล้าน ผู้เป็นมือหนึ่งแห่งหุ้นที่ครองตลาดหุ้น และแม้แต่แฮกเกอร์ระดับแนวหน้าและลูกสาวแท้ๆ ของผู้มีอิทธิพล อดีตสามีมาขอร้องขอคืนดี ซีอีโอผู้เผด็จการก็โยนเซียวหลิ่นออกไปนอกประตูอย่างเย็นชา "ดูดีๆ นี่ภรรยาของผม"

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

มาชาวีร์
4.8

หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ