Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
พระจันทร์ร่ายรัก

พระจันทร์ร่ายรัก

รินวรส

5.0
ความคิดเห็น
670
ชม
63
บท

‘พระจันทร์’ นักธุรกิจหนุ่มด้านอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่แห่งภูมิภาคอาเซียน ไม่มีครั้งไหนที่เขาจะต้องเป็นฝ่ายวิ่งตามผู้หญิง แต่สำหรับ ‘พิมพ์อัปสร’ มัคคุเทศก์สาวแสนธรรมดา เธอกลับพยศเสียจนเขาอยากเอาชนะ และเมื่อเธอกล้าใช้หัวใจของเขาเป็นสะพาน ซ้ำอาจหาญทำร้ายจิตใจน้องสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจของเขา เธอจะต้องได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม!! “ว้าย! นี่คุณจะทำอะไรปล่อยนะ” “กับผมสะดีดสะดิ้ง ทีกับนายทัดเทพคุณกลับยิ้มระรื่นนะพิมพ์” “ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อย!” พิมพ์อัปสรณ์ออกคำสั่งด้วยเสียงสั่นสะท้านเพราะรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาจับจิต “ตบผมถึงสองครั้งสองหน คุณคิดว่าผมจะปล่อยคุณง่ายๆ หรือไง” จบคำร่างบางก็ถูกโยนขึ้นเตียงกว้างพร้อมร่างหนาตามติดขึ้นไปทับทาบขึงตรึงจนไม่อาจขยับหนีได้ “กรี๊ดดด... ” “อย่า... ได้โปรด... อย่าทำพิมพ์” เสียงหวานเปลี่ยนมาเป็นร้องขอ เมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าหยุดฟังสักนิด พระจันทร์เหยียดยิ้มเมื่อเห็นแววตื่นตระหนกในดวงตาคู่งาม “ผมปล่อยคุณไปก็โง่น่ะสิพิมพ์ ฮึ!”

บทที่ 1 ตอนที่ 1

เมืองฮาลอง ประเทศเวียดนาม...

“เฮ้ย! หยุดนะ! ขอโทษครับ! ขอโทษ!” เสียงตะโกนโหวกเหวกเป็นภาษาเวียดนามดังกึกก้องพร้อมร่างสูงของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงสแล็กวิ่งไล่กวดชายร่างเล็กในชุดดำตัวเสื้อมีฮู้ดคลุมศีรษะไว้อย่างมิดชิดไปติดๆ สร้างความแตกตื่นให้แก่ผู้คนที่กำลังเดินเลือกซื้อสินค้าในตลาดขนาดย่อม

พระจันทร์ พรพิทักษ์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เจ้าของธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์เดินทางไปติดต่อธุรกิจที่เวียดนามกับคู่ค้าที่สนใจร่วมทุนในโครงการใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวขึ้น หลังจากเจรจากับหุ้นส่วนคนสำคัญเสร็จสิ้น เขาจึงท่องเที่ยวพักผ่อนพร้อมกับสำรวจแหล่งธุรกิจในเวียดนามไปในตัว ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเพลิดเพลินกับการเดินดูสินค้าในตลาดฮาลองก็ถูกมือดีล้วงกระเป๋า แต่ทว่าเจ้าหัวขโมยมือไม่เบาพอชายหนุ่มจึงรู้ตัว แต่ช้าไปกว่าหัวขโมยที่รีบโกยแนบทันทีที่ฉกกระเป๋ามาไว้ในมือได้ การวิ่งไล่ล่ากันเกิดขึ้นท่ามกลางความโกลาหลของผู้คนที่พากันแตกตื่นด้วยไม่รู้เรื่องราว

“บัดซบ! หายไปไหนนะ ไวฉิบ!” พระจันทร์สบถอย่างหัวเสียเมื่อเจ้าวายร้ายที่เขาวิ่งไล่กวดมาหายตัวไปเมื่อมาถึงทางแยกที่ซับซ้อน ชายหนุ่มหยุดยืนหายใจหอบมองซ้ายมองขวาอย่างลังเล ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปในตรอกหนึ่งด้วยหวังว่าจะใจตรงกันกับเจ้าหัวขโมย ความจริงเขาไม่จำเป็นต้องวิ่งไล่ล่าให้เหนื่อยแรง เพราะเขาไม่ได้นึกเสียดายเงิน แต่เพราะไม่อยากเสียเวลาไปจัดการเดินเรื่องเกี่ยวกับเอกสารในกระเป๋าต่างหาก อย่างน้อยหากมันเอาเงินในกระเป๋าไปแล้วทิ้งกระเป๋าและเอกสารสำคัญไว้ก็ยังดี แต่ตอนนี้หัวขโมยตีนผีวิ่งหนีหายไปในซอกซอยไหนก็ยากที่จะคาดเดา

**********************************

“ว้าย!” เสียงหวีดร้องอย่างตกใจดังขึ้นเมื่อจู่ๆเธอก็ถูกวิ่งชนแทบเสียหลักล้ม แต่คนชนกลับไม่เอ่ยคำขอโทษสักนิด หญิงสาวได้แต่มองตามอย่างหงุดหงิดใจ

“บ้าจริง! จะขอโทษกันสักนิดก็ไม่มี ไร้มารยาทสิ้นดี” พิมพ์อัปสรก่นด่าอย่างไม่สบอารมณ์ แต่หญิงสาวก็ต้องชะงักเมื่อเบื้องหน้าของเธอมีกระเป๋าสตางค์แบรนด์เนมตกอยู่

“เอ๊ะ! กระเป๋าสตางค์นี่! แปลกจริงคนแบบนั้นใช้ของดีมียี่ห้อขนาดนี้เลยเหรอหรือว่าของก็อป” ว่าพลางก้มลงไปหยิบกระเป๋าสตางค์ที่ตกอยู่ตรงหน้าขึ้นมาดู แต่ยังไม่ทันที่จะได้ตรวจดูอย่างถี่ถ้วนตามที่ใจนึกคิด เสียงห้าวกังวานของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น ฉุดให้เธอหันไปมองตามเสียงนั้นอย่างมึนงง

“อยู่นี่เองเจ้าหัวขโมย หยุดนะ! อย่าคิดหนี”

“เอ๊ะ! นี่คุณ! ปล่อยนะ คุณเป็นใครมากล่าวหากันแบบนี้ไม่มากไปหน่อยหรือ” พิมพ์อัปสรโวยวายเมื่อเจ้าของเสียงทรงพลังอำนาจนั้นตรงเข้ามายื้อยุดฉุดกระชากแขนเธอ

พระจันทร์อึ้งไปนิดที่หญิงสาวที่เขาเข้าใจว่าเป็นหัวขโมยนั้นช่างมีใบหน้าที่ดูสวยเฉี่ยว แม้จะไม่ได้แต่งแต้มสีสันใดลงบนใบหน้าเลยก็ตาม ยิ่งริมฝีปากบางเฉียบสีชมพูอ่อนราวกลีบกุหลาบนั่นด้วยแล้วช่างดูน่าหลงใหลเสียจนไม่อยากละสายตา แต่เพียงเสี้ยววินาทีนักธุรกิจหนุ่มก็ขับไล่ความคิดนั้นออกไปแล้วโต้ตอบด้วยน้ำเสียงและแววตาหยามเหยียด

“ฉันเนี่ยนะกล่าวหาเธอ หลักฐานอยู่ในมือโทนโท่ อย่างไรเธอก็ดิ้นไม่หลุดแน่แม่หัวขโมย”

“หลักฐานอะไรพูดให้มันดีๆ นะคุณ” พิมพ์อัปสรแค่นหัวเราะก่อนถาม ยามนี้ใบหน้างามเหยเกดวงตาขุ่นเขียวเพราะขัดใจที่ไม่อาจดิ้นหลุดจากมือหนาที่รึงรัดท่อนแขนเธอไว้มั่น

“ก็กระเป๋าสตางค์ฉันที่อยู่ในมือเธอนี่ไง ไปกับฉันซะดีๆ อย่างไรวันนี้ฉันต้องให้ตำรวจจับเธอเข้าคุกแน่ๆ”

พระจันทร์จับจ้องคนตรงหน้าด้วยสายตาคาดคั้นแกมบังคับ พิมพ์อัปสรถึงกับไฟโทสะลุกโชนเมื่อเข้าใจในสถานการณ์ มัคคุเทศก์สาวรู้สึกเกลียดชัง ชายหนุ่มหน้าตาดีแต่มีจิตใจคับแคบชอบคิดเองสรุปเองโดยไม่ไตร่ตรองหรือถามไถ่ให้รู้เรื่องราว หญิงสาวจึงหลุดพ่นวาจาท้าทายด้วยแรงโทสะราวกำลังมีกองเพลิงอันร้อนแรงลุกโชติช่วงอยู่ภายในอก

“ก็เอาเซ่! ถ้าคุณไม่กลัวหน้าแตกก็เชิญ คุณเห็นนั่นไหม กล้องวงจรปิดของโรงแรม ฉันก็มีหลักฐานยืนยันเหมือนกัน”

พระจันทร์ตวัดสายตามองตามคำท้านั้นแล้วโต้ตอบทันควันอย่างมั่นใจเช่นกัน

“ได้! งั้นเราจะได้เห็นดีกัน”

“เอ๊ะ! นี่คุณปล่อยนะ จะพาฉันไปไหนเนี่ย” พิมพ์อัปสรโวยวายอีกครั้งเมื่อปลายนิ้วแกร่งขยับรัดแน่นเข้าแล้วเจ้าของมือหนานั้นก็ออกแรงฉุดให้เธอเดินตาม หญิงสาวทั้งเจ็บและแค้นเคืองกับความบ้าอำนาจของอีกฝ่าย

“ก็ไปพิสูจน์กันไง ว่าเธอผิดจริงหรือฉันเป็นฝ่ายคิดไปเอง” พระจันทร์หันมาตอบกลับดวงตาคู่คมจับจ้องดวงตาสีนิลด้วยแววตาอันคมกล้าแสนท้าทาย คิ้วดกเข้มเลิกขึ้นสูงราวต้องการถามอยู่ในที

“คุณนี่มันบ้าชะมัด”

“หรือเธอไม่กล้า งั้นก็ยอมรับมาซะดีๆ ว่าเธอเป็นหัวขโมย”

“โธ่โว้ย! คุณนี่มันฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง ฉันไม่ได้เป็นหัวขโมย ได้ยินไหม!” พิมพ์อัปสรตะโกนลั่นเป็นภาษาไทยเร็วปรื๋อทั้งที่ตลอดช่วงเวลาที่ถกเถียงกันล้วนโต้ตอบกันไปมาด้วยภาษาเวียดนามทั้งสิ้น

“ถ้ามั่นใจจริงก็ตามฉันมา”

มัคคุเทศก์สาวถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินชายหนุ่มแปลกหน้าโต้กลับด้วยภาษาเดียวกัน พระจันทร์กระตุกมือ ฉุดดึงแขนให้อีกฝ่ายเดินตาม ครั้งนี้พิมพ์อัปสรเพียงแค่ชักสีหน้าหงุดหงิดใจก่อนเดินตามชายร่างสูงมาดเท่ทว่าแสนเอาแต่ใจไม่ฟังคำใครไปด้วยอาการสุดเซ็ง

‘บ้าจริง! คอยดูนะฉันจะเอาเรื่องคุณให้ถึงที่สุดที่บังอาจมาทำให้ฉันเสียเวลา’ พิมพ์อัปสรเข่นเขี้ยวในใจพลางยกข้อมือขึ้นดูเวลาบนนาฬิกาสุดเก๋ เมื่อเห็นว่าใกล้เวลานัดหมายกับคณะทัวร์แล้วหญิงสาวก็ยิ่งขุ่นเคืองในอารมณ์

“ผมขอโทษคุณแล้วกันที่เข้าใจคุณผิดไป” พระจันทร์เอ่ยขึ้นด้วยสรรพนามที่ใช้แทนตัวเองและหญิงสาวเปลี่ยนไป เขารู้สึกผิดเมื่อได้ดูเทปบันทึกจากกล้องวงจรปิดหลังจากแจ้งความประสงค์ ผู้จัดการโรงแรมรีบจัดการให้อย่างรวดเร็วเนื่องจากเขาเป็นแขกวีไอพีที่มักมาพักที่โรงแรมนี้เป็นประจำ แต่ในความรู้สึกของพิมพ์อัปสร เธอกลับรู้สึกว่ากิริยาอาการนั่นช่างเสแสร้งมากกว่าที่เจ้าตัวจะรู้สึกสำนึกผิดจริงจัง เพราะดวงตาคมกล้าคู่นั้นยังเต็มไปด้วยแววถือดีไม่มีวี่แววคล้อยตามวาจานั้นสักนิด

“เก็บคำขอโทษของคุณไว้ดีกว่าค่ะ ฉันว่าทางที่ดีคุณควรรู้จักไถ่ถามให้แน่ใจเสียก่อนคิดกล่าวหาคนอื่นแบบนี้”

“นี่คุณ!” พระจันทร์ฉุนกึกเมื่อได้ฟังวาจาแสนร้ายกาจนั่น

“ทำไมคะ ฉันจี้ใจดำคุณหรือไงคุณควรขอบใจฉันมากกว่านะคะที่ชี้ให้คุณเห็นจุดบกพร่องของตัวเอง” พิมพ์อัปสรยังคงเย้ยหยันทั้งแววตาสีหน้าและวาจาอย่างไม่มีท่าทีว่าจะยอมลงให้อีกฝ่ายสักนิด ผู้จัดการโรงแรมเหมือนจะรู้ตัวว่าหมดหน้าที่จึงรีบปลีกตัวหลีกหนีออกไป เมื่อเจอสายตาคมกล้าของพระจันทร์ตวัดมองมาราวออกคำสั่ง

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ รินวรส

ข้อมูลเพิ่มเติม
หมอขาเข็มใหญ่จัง

หมอขาเข็มใหญ่จัง

โรแมนติก

5.0

‘น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ หวังว่าจะไม่น้อยจนเกินไปสำหรับ 'ผู้ชายขายกล้วย’ อย่างคุณ ขอบคุณค่ำคืนดีๆ ที่น่าจดจำ’ ‘เปลวตะวัน’ ฉุนจัดเมื่อตื่นมาในเช้าวันใหม่หลังผ่านค่ำคืนอัน เร่าร้อนกับแม่สาวไวไฟความเร็วเกิน 5G แล้วพบธนบัตรสีเทา ปึกหนึ่ง พร้อมจดหมายน้อยระบุข้อความถึงเขาชัดเจน!! "ห้าหมื่น! กล้าดียังไงมาตีค่าราคาฉันด้วยเศษเงินแค่นี้” คนอย่างเขาเสียเงินไม่ว่า แต่เสียหน้าไม่ได้! หยามกันขนาดนี้ ต่อให้ต้องควานหาจนไกลสุดขอบฟ้า ต้องจ่ายเงินมหาศาล เขาก็จะตามล่าเธอมาลงทัณฑ์ให้ได้ นั่นคือคำประกาศก้องของ ‘หมอเปลวตะวัน’ ผู้แสนหล่อเหลา เบื้องหน้าเขาคือสูตินรีแพทย์ผู้แสนสุภาพและอ่อนโยนในสายตาคนทั่วไป แต่เบื้องลึกเขามีอีกด้าน ตัวตนที่ไม่มีใครคาดคิด เขาแสนร้าย เร่าร้อน และดุดัน! เธออยากมีลูก แต่ไม่อยากมีสามีผูกมัด ‘หนุมโฮสต์’ ทรงเสน่ห์ ในค่ำคืนนั้นจึงตอบโจทย์ 'พราวชมพู' ไม่คิดว่าการตัดสินใจเลือกคำตอบข้อนี้จะนำความยุ่งยากมาให้มากขนาดนี้ เธอตาถั่วหรือสวรรค์ชังความคิดรั่วๆ ของเธอจึงแกล้งสาปส่งให้ดวงตาเธอฝ้าฟางเข้าใจไปว่าเขาคือ ผู้ชายขายกล้วย' ในคำนิยามของเธอที่นัดหมายเอาไว้ ซ้ำร้ายยังส่งเขามาตามรังควานจนหาความสงบสุขไม่ได้ เธออยากได้แค่ลูก ไม่อยากได้ผัว ใครอยากได้แม่ยกให้ฟรีๆเลยเอ้า!

ร้อยเล่ห์พรางใจ

ร้อยเล่ห์พรางใจ

โรแมนติก

5.0

ว่ากันว่า...First impression จะเกิดขึ้นใน 3 วินาทีแรก ถ้าจะทำให้ใครสักคนประทับใจต้องมัดใจเขาให้ได้ใน 3 วินาทีนั้น!! และเขาจะไม่มีวันลืมเลือน... ซ่า... “โอ๊ะ!” เสียงน้ำสาดซัดเข้าใส่ร่างสูง ดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงร้องอย่างตกใจของชายนิรนามเมื่อจู่ๆก็ถูกใครคนหนึ่งกระโจนขึ้นขี่หลังแล้วใช้กระป๋องครอบศีรษะเขา พร้อมเสียงตะโกนโหวกเหวก “นี่แน่ะเจ้าหัวขโมย!” “ท่านรองฯ!!” “ท่านรองฯ อะไรคะพี่ๆ นี่มันโจรโรคจิตชัดๆ เราต้องจับไอ้หมอนี่ส่งตำรวจนะคะ” “ยู้ดดด... หยุดก่อนหนูช่อ นี่ท่านรองฯ ...รองประธานนะไม่ใช่โจรโรคจิต” “ฮะ!” ช่อมาลีผงะถอย มือน้อยปล่อยท่อนแขนกำยำโดยไว คนถูกเรียก ‘ท่านรองฯ’ ยืนทำหน้าถมึงทึง จ้องมองมาด้วยสายตาดุดัน “ตามฉันไปที่ห้อง!” โอ้! เจ้าช่อมาลี ช่างกล้า... แบบนี้ 'ท่านรองฯ' คงประทับใจเจ้ามิรู้ลืม... 555 เรื่องแจ้ง: นิยายเรื่องนี้ช่อมาลีเป็นสาวเชียงใหม่ ธัชชาจึงมีสอดแทรกภาษาพื้นเมืองลงไปตามถิ่นเกิดของนางเอกนะคะ ทั้งนี้ธัชชาไม่ใช่คนทางนั้น ภาษาพูดที่ใส่ลงไป ธัชชาปรึกษาจากเพื่อนซึ่งเป็นคนทางนั้น แต่อาจมีบางประโยคที่ธัชชาเขียนเองแต่ลืมถามเพื่อน หากใครอ่านแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่ รีบท้วงมานะคะ จะได้แก้ไขให้ถูกต้อง “ไปกับฉันช่อมาลี ไปเป็นผู้หญิงของภีมวัจน์ ฉันสัญญาว่าเธอจะเป็นผู้หญิงของฉันคนเดียว...ตลอดกาล” “แต่สมภารไม่กินไก่วัดนะคะ” “บังเอิญว่า ฉันไม่ใช่สมภารแล้วเธอก็ไม่ใช่ไก่วัดด้วยสิ” เขาบอกยิ้มๆ ช่อมาลีนิ่งอึ้งจ้องคนตัวโตที่ยามนี้ดวงหน้าคมของเขาโน้มต่ำลง ...ใกล้เข้ามา ...ใกล้เข้ามา ทุกขณะ! “เธอนี่จริงๆเลยนะ ไหนว่าฉันถอดเสื้อแล้วอุจาดตาไง ทำไมตอนนี้ถึงได้กอดแล้วก็ซบอกฉันไม่ยอมปล่อยแบบนี้ล่ะฮึ” ช่อมาลีผงะ! ภีมวัจน์แกล้งคลายวงแขนออกเหมือนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ และก่อนที่ช่อมาลีจะทันได้ขยับห่างออกไปอีก เขาก็คว้าเอวคอดรั้งร่างเธอเข้ามากอดแล้วจู่โจมจูบเธอไม่ปล่อยให้ตั้งตัว!

พรหมจรรย์แลกรัก

พรหมจรรย์แลกรัก

โรแมนติก

5.0

‘กุลสตรี’ หญิงสาวหน้าตาธรรมดาแต่ดวงตาและทรวดทรงของหล่อนนั้นเซ็กซี่เข้าขั้นขยี้ใจหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แบบชะงัด แต่เจ้าหล่อนกลับรักษาพรหมจรรย์ไว้ยิ่งชีพจวบจนกระทั่งอายุย่างเข้าสู่วัย 25 ปี เรื่องวุ่นๆก็เกิดขึ้นเพราะการตัดสินใจอย่างไร้สติของหล่อนเอง “กุลรักพี่ธีร์นะคะ รักมานานแล้ว” “พิสูจน์สิ ...ว่าเธอยังเวอร์จิ้น ถ้าใช่! ฉันจะคบกับเธอ แล้วหยุดที่เธอคนเดียว” กุลสตรีหน้าชา สายตาเขาดูหมิ่นดูแคลนหล่อนเหลือใจ หล่อนไม่เคยอับอายอะไรอย่างนี้มาก่อน นี่หล่อนทำอะไรลงไป ความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้หล่อนก้าวผิดพลาดไปหมด อะไรที่วาดหวังวางแผนไว้ หล่อนลืมเลือนหมดสิ้น ...ลืมเลือนถึงขั้นไร้สติ เอ่ยวาจาเหมือนคนไร้สมองให้เขาเหยียดหยาม “ว่าไง...กล้าพิสูจน์ไหมล่ะ” นั่นคือคำท้า ...และหล่อนก็ใจกล้าอย่างไร้สติจริงๆ ความรักทำให้คนตาบอดฉันใด ความอยากเอาชนะและอยากครอบครองก็ทำให้คนขาดสติฉันนั้น กุลสตรีเองก็เช่นกัน หล่อนตัดสินใจทันควัน ...หล่อนจะเป็นคนรักของ ‘ธันเดอร์ ธีร์ เทย์เลอร์’ ...และเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายในชีวิตเขา! ฝากนิยายเรื่องแรกของ 'ธีร์ ธัชชา' ด้วยนะคะ คำเตือนก่อนอ่านนิยายเรื่องนี้ คำเตือน 1 นิสัยและความคิดพระเอกอาจจะดูร้ายเข้าขั้นเลวบริสุทธิ์ แต่ก็นะ...ท้ายสุดก็รักนางเอก คำเตือน 2 นิสัยนางเอก คือ ความมุมานะ ลงว่าตั้งใจทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ แต่อีกนัยคือ ความรั้น! เมื่อรักบดบังคนดวงตามืดมิด ความคิดและความรู้สึกก็เหมือนตกอยู่ในห้วงมายา ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า... หลอกตัวเองไปวันๆ คำเตือน 3 'พรหมจรรย์แลกรัก' ไม่มีอยู่จริง เพราะในความเป็นจริง ความรักไม่มีอะไรสามารถนำมาแลกเปลี่ยนได้ รักก็คือรัก ไม่รักก็คือไม่รัก แต่ไม่รักสุดท้ายอาจรักก็ได้ (เครดิต ความเห็นจาก นักอ่านท่านหนึ่งในเด้กดี ขอบคุณค่ะ) คำเตือน 4 นิยายเรื่องนี้นักเขียนจินตนาการขึ้นมาเพื่อความบันเทิงและสอดแทรกมุมมองความคิด หากไม่ถูกจริตท่านใดก้ขออภัย

หัวใจรักซ่อนเร้น

หัวใจรักซ่อนเร้น

โรแมนติก

5.0

ชีวิตของซุปเปอร์สตาร์หนุ่มมีเพียง One night stand เท่านั้น ไม่มีรัก ไม่ผูกพัน ‘คิมฮัน’ ไม่เคยคิดเลยว่ารักแรกพบจะมีอยู่จริง จนกระทั่ง... “ฉันจะมาทำอะไร ยังไงมันก็เรื่องของฉัน” จบคำหญิงสาวก็สะบัดหน้าพรืดหมุนกายขยับจะหลีกหนีกลับเข้าไปในงาน แต่ทว่าเรียวแขนกลมกลึงกลับถูกอีกฝ่ายคว้าไว้เสียก่อน “เอ๊ะ! ปล่อยนะ นายถือดียังไงมาจับแขนฉัน” “แตะนิดแตะหน่อยทำเป็นโวยวาย อยากให้ฉันทำมากกว่านี้ก็บอกมาเถอะน่า ไม่ต้องทำเป็นแกล้งหวงเนื้อหวงตัวหรอก บางทีถ้าเธอบอกมาตรงๆ คืนนี้เราอาจไปสนุกกันต่อก็ได้นะ” เพียะ!! เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับเนื้อข้างแก้มของคิมฮันทันทีที่จบวาจาแสนร้ายกาจนั้น ใบหน้าคมสะบัดตามแรงกระทบ ดาราหนุ่มตกใจไม่น้อย เรียวฟันแข็งแกร่งขบเข้าหากันแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ขุ่นมัว แม้ในใจจะรู้ดีว่านี่คือผลของการใช้วาจาระรานอีกฝ่ายด้วยความคึกคะนอง แต่ทว่าไม่เคยมีใครกระทำกับเขาเยี่ยงนี้มาก่อน ใบหน้าคมสันค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาคมวาวโรจน์ราวกับดวงไฟที่ลุกโชนด้วยความโกรธ ร่างบางถูกกระชากเข้าหาอย่างลืมตัว สองแขนถูกรวบไพล่ไปด้านหลังด้วยมือแข็งแรง ศีรษะสวยถูกบังคับให้เงยแหงนขึ้นด้วยมืออีกข้าง ใบหน้าคมโน้มต่ำลงแล้วฉกจูบเธออย่างรวดเร็ว... เธอ... จะทำอย่างไร เมื่ออยู่ๆ ผู้ชายที่ชื่อ ‘คิมฮัน’ ก็เข้ามาวิ่งวุ่นวายอยู่ในใจตลอดเวลา ยิ่งหลบหนีก็ยิ่งชิดใกล้... แม้จะปิดบังซ่อนเร้นหัวใจที่อ่อนไหวไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชา แต่ว่า... จะซ่อนเร้นได้ตลอดไปหรือ ในเมื่อยิ่งหลบซ่อน เขาก็ยิ่งค้นหา เธอยิ่งหนี เขาก็ยิ่งรุก!

ต้านรักสัมผัสร้าย

ต้านรักสัมผัสร้าย

โรแมนติก

5.0

‘เตชัส’ หรือ ‘ดาวิเด้ ดิ เฟอร์นันโด’ เครียดขึ้นมาทันทีเพราะ ‘สาวน้อยนัยน์ตากวาง’ ที่เขาต้องตาต้องใจและเกือบเขมือบเจ้าหล่อนคืนนั้นกลายมาเป็น 'น้องสาวต่างมารดา' ของเขา และเพียงเหยียบย่างเข้าสู่อาณาเขต 'คฤหาสน์นราธิบดี' เขาก็พบว่า...นอกจากจะต้องเก็บข่มความรู้สึกในหัวใจของตัวเองเอาไว้แล้ว เขายังต้องรับมือกับความร้ายกาจของใครบางคนที่หวังครอบครองทุกสิ่งอย่างของตระกูล ความลับบางอย่างที่ใครบางคนเก็บซ่อนเอาไว้จะถูกเปิดเผยหรือไม่ เขาและเธอจะก้าวผ่านเรื่องราวบีบคั้นหัวใจนี้ไปได้อย่างไร ประตูแห่งความรักจะถูก 'ปิดตาย' หรือพอจะมีช่องทางใดเป็น 'สะพาน' ให้พวกเขาก้าวข้ามเดิน!

หนังสือที่คุณอาจชอบ

บทรักมาเฟียร้าย

บทรักมาเฟียร้าย

จิรัฐติกาล
5.0

“ผู้หญิงคนนี้เป็นของมาร์โก ใครก็ห้ามมายุ่งอีกเด็ดขาด” เขาประกาศให้รับรู้ทั่วกัน แต่ถามว่าผู้หญิงของเขาตอนนี้มีสีหน้ายังไง ถามได้! เธอยังช็อกไม่หายปล่อยให้เขาจับจูงเข้าไปในห้องจนเหตุการณ์สงบแล้วเธอก็ยังไม่รู้ตัวเหมือนเดิม! พระเจ้านี่มันเรื่องบ้าอะไร! เธอกลายเป็นผู้หญิงของมาเฟียได้ยังไง เรื่องชักจะวุ่นวายเกินไปแล้ว เธอตามไม่ทันจริง... ตั้งสติไว้ยัยแอน เธอต้องตั้งสติ ตั้งสติบ้าอะไร เขาก็ประกาศอยู่ว่าเธอเป็นของเขา ไม่ ๆ ไม่ใช่ พวกเราแค่นอนด้วยกันคืนเดียว ยังไงก็แค่เรื่องเข้าใจผิด ยังไงเขาก็คงคิดจะขู่เล่น ๆ โธ่เอ้ยยัยโง่ เขาประกาศขนาดนั้น ลองไปสิเธอได้ถูกผูกติดกับเตียงแน่ ชาตินี้อย่าหวังจะไปไหนได้เลย เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าคนนั้นคือมาเฟียมาร์โก มาเฟียที่มีอิทธิพลสุดในเมืองนี้! เธอจะบ้าตายเพราะเถียงกับตัวเองนี่แหละ แถมยังต้องมานั่งเสียใจที่มาเจอคนที่น่ากลัวที่สุดในเมือง พระเจ้าแกล้งเธอเกินไปแล้ว แบบนี้เธอจะทำยังไงดี!!

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

l3oonm@
5.0

จือหลินเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่ถูกมารดาทอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่ลืมตามาดูโลก ต่อมาทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวเธอให้กับสถานสงเคราะห์ พออายุได้สามปี ก็มีองค์กรหนึ่งมารับเลี้ยงตัวเธอ แต่พวกเขาเลี้ยงเธอและเด็กคนอื่นๆ ไว้เพื่อเป็นหนูทดลองเท่านั้น ครั้งแรกที่ถูกนำตัวมา ต่างก็โดนจับฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย เพื่อหาเด็กที่เลือดต้านเชื้อที่ฉีดเข้าไปได้เท่านั้น หากร่างกายทนรับไม่ไว้สิ่งที่ทางองค์กรมอบให้คือความตาย จือหลินอาจเป็นเพราะเลือดของเธอพิเศษกว่าเด็กคนอื่น ไม่ว่าฉีดยาตัวไหนเข้าสู่ร่างกายเธอก็ทนรับได้ทั้งนั้น นับจากนั้นมาเธอจึงถูกเลี้ยงดูจากองค์กรมาอย่างดี เรื่องการศึกษาเธอก็สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งได้อย่างเต็มที่ แต่เพราะความฉลาดของเธอจึงถูกส่งให้เรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์และเรียนแพทย์ควบคู่ไปด้วย เมื่อเรียนจบมาแล้ว จือหลินยังคงทำการให้องค์กรเช่นเดิม แม้จะไม่ได้เป็นนักฆ่าเช่นเพื่อนคนอื่นที่มาพร้อมกัน แต่เธอก็ต้องฝึกไม่ต่างจากพวกเขา ยิ่งเมื่อต้องนำเด็กเข้ามาเป็นหนูทดลองเช่นเดียวกับเธอในตอนเล็ก ต่อให้ไม่อยากทำก็ต้องทำ หากฝ่าฝืนไม่ทำการชิปที่ถูกฝังอยู่ในตัวจะถูกกระตุ้นให้ได้รับความทรมานทันที นานวันเข้า ความดำมืดก็ก่อเกิดในใจ ไม่ว่าจะฉีดยาให้เด็กร้ายแรงเพียงใดจือหลินก็เลิกรู้สึกผิดไปเสียแล้ว เพราะการทำงานของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทางองค์กรยกย่องและมักจะให้สิ่งดีๆ กับเธอเสมอ เมื่อมีชิปตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฝังมิติอีกห้วงหนึ่งไว้ภายในร่างกาย จือหลินนางก็ได้รับเลือกให้ทดลองใช้สิ่งนี้ด้วยเช่นกัน จือหลินถูกฝังชิปมิติเข้าที่แกนสมองของเธอ ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้เธอแทบสิ้นสติ เมื่อชิปถูกฝังลงไปแล้ว เพียงไม่นานก็มีเสียงจากระบบให้เธอยืนยันตัวตน ก่อนที่จะปรากฏภาพต่างๆ ภายในหัวของเธอ ของจากภายนอกล้วนแต่ถูกส่งเข้าไปเก็บไว้ด้านในได้ทั้งสิ้น หากเป็นเนื้อสด ผักผลไม้ ยังคงความสดอยู่เช่นเดิมแม้จะเก็บไว้นานมากเพียงใด ห้วงมิติของจือหลินเหมือนเป็นห้องสูทในคอนโดของเธอเองที่มีทุกอย่างพร้อมใช้อยู่ภายใน แม้แต่ห้องทดลอง ห้องทำงานของเธอก็ปรากฏอยู่ในนั้นเช่นกัน นับจากนั้นจือหลินจึงซื้อของเขาเก็บภายในมิติของเธอเป็นจำนวนมาก ตัวเธอเพียงผู้เดียวที่สามารถเข้าออกในห้วงมิติได้ วันเวลาผ่านไปจนจือหลินล่วงเข้าวัยสามสิบปี เธอสามารถผลิตยาที่ทำให้ทั่วโลกจับตามองออกมาได้ ยายื้อชีวิตจากความตาย แต่การทดลองของเธอที่ผ่านมาต้องใช้คนจำนวนมากในการเข้าทดลอง จือหลินสามารถยื้อชีวิตของชายชราที่กำลังจะหมดลมหายใจให้กลับมามีชีวิตปกติได้ เมื่อเธอกักตัวเขาไว้ได้หกเดือนเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติจึงคิดจะปล่อยเขาออกไปใช้ชีวิตเช่นเดิม แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายชราที่กำลังจะเดินออกจากห้องทดลองล้มลงต่อหน้าทุกคนที่เข้าร่วมชื่นชมผลงานของเธอ จือหลินรีบเข้าไปตรวจดูความผิดปกติทันที ก็พบว่าเขาหยุดหายใจเสียแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงต้องพาชายชราคนนั้นกลับเข้าไปในห้องทดลองเพื่อหาสาเหตุ ผ่านไปเพียงสองครึ่งชั่วโมงเขากลับลืมตาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่แววตาที่มองมาทางทุกคนได้เปลี่ยนไป ในดวงตาของชายชราผู้นั้นมีเพียงตาขาวไม่มีตาดำเช่นคนมีชีวิต “เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ผู้อำนวยการองค์กรเดินเข้ามาหาจือหลินแล้วเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก เพราะนักข่าวที่ข่าวเชิญมายังอยู่ที่ด้านนอกเพื่อรอฟังคำตอบ “ขอดิฉันตรวจสอบก่อนค่ะ” จือหลินกุมหน้าผากอย่างมึนงง เธอก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร คนทั้งหมดยืนมองชายชราที่เดินท่าทางประหลาดอยู่ในห้องทดลอง ในตอนนี้เขาเริ่มหยิบสิ่งของทำร้ายตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปในห้องทดลองเพื่อห้ามไม่ให้เขาทำร้ายตัวเอง ชายชราเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็พุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว และเริ่มกัดกินเนื้อตัวของเขาอย่างโหดร้าย คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ เพราะกลัวข่าวเรื่องนี้จะรั่วไหล ผู้อำนวยการสั่งให้คนไปแจ้งนักข่าวให้กลับไปก่อน ทางองค์กรจะแถลงการณ์เรื่องนี้ในภายหลัง เจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายล้มลงเสียชีวิตไม่นานก็มีสภาพไม่ต่างจากชายชราคนนั้น เสียงวุ่นวายไม่ได้จบลงที่ห้องทดลองของจือหลินเพียงแห่งเดียว เพราะห้องทดลองอื่นก็ล้วนพบเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ต่างกัน ผู้อำนวยการจำต้องส่งสัญญาณเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ออกจากตึกทดลองให้เร็วที่สุด จือหลินไม่รู้ว่ายาของนางจะสร้างผลเสียมากถึงเพียงนี้ เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนล้วนจบชีวิตจนกลายเป็นซอมบี้ไปเสียแล้ว ตึกทดลองถูกปิดตาย เพื่อไม่ให้ซอมบี้ที่อยู่ด้านในออกมาสร้างความเสียหายภายนอกได้ “เรื่องนี้ดิฉันขอจัดการด้วยตนเองค่ะ” จือหลินเดินเข้าไปหาผู้อำนวยการที่ห้องทำงานของเขา เพื่อบอกสิ่งที่เธอคิดว่าอย่างดีแล้วในหลายวันที่ผ่านมา เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการไม่ห้ามในสิ่งที่เธอจะทำจือหลินจึงเดินไปที่หน้าตึกทดลองพร้อมระเบิดเวลาในมือ เธอคิดจะทำลายสิ่งของทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมาลงด้วยมือของเธอเอง จือหลินเปิดประตูตึกทดลองแล้วรีบปิดลงทันที เธอเดินเข้าไปที่กลางตึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะระหว่างทางเธอต้องคอยต่อสู้กับซอมบี้ที่จะเข้ามาทำร้ายเธอไปด้วย เสียงสัญญาณระเบิดดังขึ้น จือหลินหลับตาลง พร้อมทั้งถอนหายใจให้กับเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา เสียงระเบิดดังไปทั่วบริเวณพร้อมทั้งตึกทดลองที่ถล่มลงมาจนแทบไม่เหลือซาก “เจ็บชะมัด” จือหลินร้องครางออกมาเบาๆ แต่เมื่อรู้สึกตัวได้เธอก็รีบพยุงตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมมองไปรอบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ เธอคิดว่าตายไปแล้วเสียอีก แต่ทำไมถึงได้มีความรู้สึกเจ็บได้ “นี้มันเรื่องบ้าอะไรอีกว่ะเนี่ย” จือหลินเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ รอบๆ ตัวเธอในตอนนี้เป็นป่าทึบ มือของเธอก็ไม่ใช่ของเธออย่างแน่นอนเพราะมีขนาดเล็กราวกับเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น ตอนที่เธอมึนงงสับสน เรื่องราวความทรงจำของเจ้าของร่างก็ไหลเข้าสู่หัวของเธอจนต้องลงไปนอนดิ้นกับพื้น

นักล่าคู่กับหมอมหัศจรรย์

นักล่าคู่กับหมอมหัศจรรย์

test
3.5

เดิมทีฟางจินซิ่วมีอวกาศติดตัวได้เปิดคลินิกการแพทย์แผนจีนในยุคปัจจุบันและเจริญรุ่งเรือง ไม่มีการแข่งขันหนัก และทำงานมีวันหยุด เธอใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แต่แล้วมีวันหนึ่งที่เธอตื่นขึ้นมากลับข้ามมิติกลายเป็นชาวนาที่ฟมู่บ้านยากจน อีกทั้งได้เจอภัยแล้ง จากนั้นก็โดนขาย โชคดีที่ครอบครัวที่ซื้อเธอแตกต่างจากที่เธอจินตนาการไว้ เธอไม่ได้ถูกทารุณกรรม แต่ได้รับการดูแลอย่างดี ในยุคแห่งความขาดแคลนอาหาร และมีภัยแล้ง ฟางจินซิ่วตัดสินใจตอบแทนความเมตตาของครอบครัวนี้ แม่สามีป่วยหนัก? สำหรับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เธอเก็บสมุนไพรและแช่ในสระศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งรักษาเธอให้หายดีภายในไม่กี่นาที ที่บ้านไม่มีอาหาร? ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เธอไปล่าสัตว์กับครอบครัวและโชคก็เข้าข้างเธอ ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน เหยื่อก็จะตกหลุมพรางเสมอ กินแต่เนื้อสัตว์โดยไม่มีผักหรือ? มันเป็นปัญหาเล็กๆ เทน้ำในสระศักดิ์สิทธิ์เพียงหยดเดียว ก็สามารถปลูกพืชได้ทุกชนิดและกินผักและผลไม้อะไรก็ได้ที่พวกเธอต้องการ ญาติที่อิจฉากำลังมาก่อเรื่องเมื่อเห็นว่าพวกเธอใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย สำหรับปัญหาเล็กน้อยนี้ เธอเรียกผู้ชายที่มีความแข็งแกร่งของเธอมาจัดการพวกเขา อะไร คุณถามว่าสามีของฉันทำไมเชื่อฟังได้ขนาดนี้? จงหวี่เดินเข้ามาด้วยสายตาเร่าร้อน "คุณภรรยา ตราบใดเจ้ายอมอยู่เคียงข้างข้าตลอดชีวิต ถึงเอาชีวิตข้าไปข้าก็ยอม"

ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป

ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป

Frannie Bettuzzi
5.0

คุณท่านเสียว คุณชายยอดเยี่ยมที่โด่งดังในเมือง B ได้แต่งงาน แต่มีข่าวลือว่าเจ้าสาวมีรูปร่างหน้าตาที่น่าเกลียดและมีฐานะต่ำต้อย สามปีมานี้ เขาปฏิบัติกับเธออย่างเย็นชาและทำเหมือนเป็นคนแปลกหน้า เจียงซิงซิงอดทนกับความเย็นชาอย่างเงียบ ๆ เธอยังคงรักเขาอย่างสุดหัวใจ เสียสละความนับถือตนเองและยอมละทิ้งตัวตนของเธอเอง จนกระทั่งวันหนึ่ง สุดที่รักของเขากลับประเทศ เขได้สารภาพว่าเขาแต่งงานกับเธอเพียงเพื่อช่วยชีวิตคนรักในใจของเขาเท่านั้น เจียงซิงซิงเสียใจและผิดหวังมาก เธอจึงเซ็นเอกสารหย่าและจากไปด้วยความเศร้าใจ สามปีต่อมา เจียงซิงซิงผู้สวยงามจนน่าทึ่งกลับมาอีกครั้ง ได้กลายมาเป็นศัลยแพทย์ที่ดีที่สุดและเป็นยอดฝีมือด้านเปียโน อดีตสามีรู้สึกเสียใจ และกอดเธอแน่นท่ามกลางสายฝน เสียงของเขาสั่นเครือ "ที่รัก คุณเป็นของผม..."

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
พระจันทร์ร่ายรัก
1

บทที่ 1 ตอนที่ 1

25/02/2022

2

บทที่ 2 ตอนที่ 2

25/02/2022

3

บทที่ 3 ตอนที่ 3

25/02/2022

4

บทที่ 4 ตอนที่ 4

25/02/2022

5

บทที่ 5 ตอนที่ 5

25/02/2022

6

บทที่ 6 ตอนที่ 6

25/02/2022

7

บทที่ 7 ตอนที่ 7

25/02/2022

8

บทที่ 8 ตอนที่ 8

25/02/2022

9

บทที่ 9 ตอนที่ 9

25/02/2022

10

บทที่ 10 ตอนที่ 10

25/02/2022

11

บทที่ 11 ตอนที่ 11

19/04/2023

12

บทที่ 12 ตอนที่ 12

19/04/2023

13

บทที่ 13 ตอนที่ 13

19/04/2023

14

บทที่ 14 ตอนที่ 14

19/04/2023

15

บทที่ 15 ตอนที่ 15

19/04/2023

16

บทที่ 16 ตอนที่ 16

19/04/2023

17

บทที่ 17 ตอนที่ 17

19/04/2023

18

บทที่ 18 ตอนที่ 18

19/04/2023

19

บทที่ 19 ตอนที่ 19

19/04/2023

20

บทที่ 20 ตอนที่ 20

19/04/2023

21

บทที่ 21 ตอนที่ 21

19/04/2023

22

บทที่ 22 ตอนที่ 22

19/04/2023

23

บทที่ 23 ตอนที่ 23

19/04/2023

24

บทที่ 24 ตอนที่ 24

19/04/2023

25

บทที่ 25 ตอนที่ 25

19/04/2023

26

บทที่ 26 ตอนที่ 26

19/04/2023

27

บทที่ 27 ตอนที่ 27

19/04/2023

28

บทที่ 28 ตอนที่ 28

19/04/2023

29

บทที่ 29 ตอนที่ 29

19/04/2023

30

บทที่ 30 ตอนที่ 30

19/04/2023

31

บทที่ 31 ตอนที่ 31

19/04/2023

32

บทที่ 32 ตอนที่ 32

19/04/2023

33

บทที่ 33 ตอนที่ 33

19/04/2023

34

บทที่ 34 ตอนที่ 34

19/04/2023

35

บทที่ 35 ตอนที่ 35

19/04/2023

36

บทที่ 36 ตอนที่ 36

19/04/2023

37

บทที่ 37 ตอนที่ 37

19/04/2023

38

บทที่ 38 ตอนที่ 38

19/04/2023

39

บทที่ 39 ตอนที่ 39

19/04/2023

40

บทที่ 40 ตอนที่ 40

19/04/2023