หวานดอกเหมย

หวานดอกเหมย

CloudSong

5.0
ความคิดเห็น
2K
ชม
14
บท

เมื่อตวนหวางผู้มีอาการเบื่อหน่ายต่อรสรักเดิมๆ ได้พบกับหงเหมยผู้ที่มาพร้อมกับระบำสามชุด 1. มองได้แต่สัมผัสไม่ได้  2. สุภาพบุรุษใช้ปากไม่ใช้มือ  3. ร้อยคำมิสู้หนึ่งสัมผัส ระบำเร่าร้อนของหงเหมยจะเยียวยารักษาอาการนี้ของเขาได้หรือไม่ ยามที่เขาได้ลิ้มรสดอกเหมยดอกนี้ จะรู้สึกหวานปานใด

บทที่ 1 ของขวัญพิเศษ

เสียงพิณกำลังบรรเลงอย่างครึกครื้น

ภายในโถงรับรองขนาดใหญ่ของวังตวนหวาง ยามนี้แสงไฟสว่างไสว มีชายหนุ่มนั่งชมการแสดงอยู่ที่โต๊ะเตี้ยที่ตั้งเรียงเป็นแถวสั้นขนาบสองด้าน เขาเหล่านี้ล้วนเป็นขุนนางรุ่นใหม่ที่ใกล้ชิดกับตวนหวาง

นางรำในชุดเสื้อกระโปรงสีฟ้าหวานเจ็ดคนกำลังกรีดกรายร่ายรำไปตามทำนองพิณและกลองอยู่ตรงกลางโถง แต่ละนางเกล้าผมสูงเผยให้เห็นลำคอเรียวระหง ทุกนางล้วนมีใบหน้างามสมส่วนที่ถูกแต่งเติมสีสันให้สะคราญยิ่งขึ้น เรือนร่างของพวกนางดึงดูดสายตาด้วยส่วนโค้งส่วนเว้าชัดเจน อาภรณ์ที่สวมใส่บางเบาจนเห็นผิวกายขาวเนียนชวนลูบไล้ เสื้อชั้นในเป็นผ้าแถบเกาะอกสูงไม่ถึงคืบ ขอบบนต่ำเสียจนแทบจะเห็นอกอวบปลิ้นออกมา เสื้อชั้นนอกคอกว้างเนื้อบางเบาก็มิได้ช่วยปกปิดอะไร ยามพวกนางบิดกายสะบัดไหล่ตามจังหวะ อกอวบอิ่มก็กระเพื่อมจนผู้ชมรอบข้างต้องกลั้นหายใจตาม

และยามพวกนางโยกเอวส่ายสะโพก ยิ่งเน้นให้เห็นเอวคอดกิ่วและสะโพกกลมกลึง เรียวขายาวกรีดกรายไปมา แลเห็นเนื้อขาวเนียนวับแวมอยู่ภายใต้กระโปรงเนื้อเบาบาง

บรรดาชายหนุ่มที่นั่งชมอยู่ด้านข้างต่างเพ่งมองกันไม่วางตา

พวกนางเหมือนรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ตึงเข้มของผู้ชม ร่ายรำไปก็ค่อยๆ หมุนพลิ้วบิดกายตามจังหวะ เพียงไม่กี่ก้าว สาวงามหกคนก็มายืนเรียงกันหน้าแถวโต๊ะด้านข้าง เหลือเพียงนางที่งามที่สุดยืนโดดเด่นอยู่ตรงกลางด้านหน้าของตวนหวาง

พวกนางขยับกันอย่างพร้อมเพรียง ขาข้างหนึ่งงอเล็กน้อยจิกปลายเท้า สะโพกกลมกลึงแอ่นขึ้น พร้อมๆ กับมือทั้งสองก็ลูบไล้ขึ้นมาจากข้างสะโพก สายตาฉ่ำปรือจับจ้องที่ผู้ชมเบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มเย้ายวน คล้ายดึงดูดสายตาของผู้ชมให้มองตามมือทั้งสองที่ยังค่อยๆ ไล่ขึ้นมาจรดใต้เนินปทุมถัน เอวเล็กสะบัดสะโพกพลางยกขากรีดควงเป็นวง ผ้ากระโปรงบางเบาก็พลิ้วไล้ลงมาตามขาที่ถูกยกขึ้นสูงเผยให้เห็นน่องเรียวขาวก่อนที่พวกนางจะวางเท้าลงแล้วหมุนกายกลับหลังหันไป

จากนั้นพวกนางแอ่นอกเอนหลังเป็นสะพานโค้งครึ่งวง พลางสะบัดสะโพกและไหล่ไปตามจังหวะ แลเห็นอกอวบอิ่มชูชันส่ายไปมาพร้อมกับแถบเสื้อเกาะอกที่ร่นลงไปอีกนิด เรียกเสียงอุทานซี๊ดเบาๆ ดังขึ้นรอบด้านอย่างอดไม่ไหว ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในบริเวณนั้นต่างนั่งโน้มตัวมาข้างหน้า คล้ายกับอยากจะเข้าใกล้นางรำเหล่านั้นให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ พร้อมๆ กับบางอวัยวะที่เริ่มแข็งเกร็งขึ้นตามจินตนาการของแต่ละคน

แต่เจ้าของงานที่นั่งอยู่บนพื้นยกสูงที่หัวแถวกลับมองดูอย่างไม่มีอารมณ์ร่วม

มู่จวิ้นเจี๋ย หรือตวนหวาง เป็นชายหนุ่มรูปงามวัยยี่สิบต้นๆ ใบหน้าสมส่วนดุจรูปปั้น คิ้วหนาตาคมกริบ ดูเป็นที่น่าเกรงขามและดึงดูดเพศตรงข้ามได้ในเวลาเดียวกัน แต่บัดนี้สายตาที่มองนางรำเบื้องหน้ากลับดูเบื่อหน่าย

สองสัปดาห์มานี้ มู่จวิ้นเจี๋ยไม่มีอารมณ์เพศเอาเสียเลย ปกติเขาเป็นดั่งอาชาดุดันที่ควบได้อย่างมิรู้เหน็ดเหนื่อยในแต่ละคืน วังหลังของเขาแม้มีชายาและนางบำเรอเพียงแปดคนซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับอ๋องและองค์ชายคนอื่นๆ แต่สตรีของเขาล้วนงามสะคราญ แต่ทว่ายามนี้เขากลับรู้สึกไม่เกิดอารมณ์กับสตรีใดในจวนของตนเลย

คืนนี้เป็นงานวันเกิดของเขาซึ่งซ่งเหอผู้เป็นสหายสนิทได้รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมีการแสดงพิเศษที่เขาจะต้องพอใจ เขาคาดว่าซ่งเหอจะส่งสตรีโฉมงามมาถวาย แต่นี่ก็ผ่านไปจนกว่าครึ่งงานแล้ว ยังมิเห็นนางใดดูโดดเด่นเป็นพิเศษเลย

เขาส่งสายตาขุ่นเคืองไปที่ซ่งเหอที่นั่งอยู่เยื้องลงไปทางด้านขวามือ

แต่ซ่งเหอมิได้มองมา สายตาเขาจับจ้องอยู่ที่นางรำที่ยืนอยู่ตรงกลาง สายตาเขาดุจจะกลืนกินนางมิปาน เสียงเพลงจบลงแล้ว พร้อมๆ กับนางคนนั้นบิดกายมาทางซ่งเหอแล้วย่อกายค้างไว้ในท่าปิดการแสดง สองแขนเหยียดขึ้นพร้อมสองมือประกบกันอยู่เหนือศีรษะ เน้นให้สายตาคนดูจับอยู่ที่อกอวบอิ่มที่แอ่นมาข้างหน้าเล็กน้อย ผ้าเกาะอกไหลลงมาตามเต้าขาวสล้างจนแทบจะเห็นยอดปทุมถันทั้งสองข้าง สะโพกบิดไปยังด้านหลัง กายย่อลงเล็กน้อยพร้อมขาข้างหนึ่งเหยียดเฉียงออกมาด้านหน้า แลเห็นเรียวขาขาวรำไรภายใต้ผ้าบาง สายตาฉ่ำเยิ้มสบตาเขาอยู่อึดใจหนึ่งอย่างมีนัยแล้วจึงหรุบต่ำอย่างสะท้านเมื่อเห็นสายตาหื่นที่มองกลับมา

มู่จวิ้นเจี๋ยกระแอมเสียงดัง ซ่งเหอพลันรู้สึกตัว เขาขยิบตาให้นางรำคนงามก่อนนางจะถอยออกจากโถงไป จากกนั้นจึงหันมากล่าวกับมู่จวิ้นเจี๋ย “หวางเหยี่ย กระหม่อมมีของขวัญจะถวายพ่ะย่ะค่ะ”

สิ้นเสียง ซ่งเหอปรบมือสองครา ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาพร้อมๆ กับร่างเล็กบางในเสื้อคลุมปิดมิดชิดของสตรีนางหนึ่งก็ก้าวเข้ามา นางย่อกายทำความเคารพ “ถวายบังคมหวางเหยี่ยเพคะ”

เสียงกังวานใสมีจังหวะจะโคนชวนฟัง เป็นเสียงที่น่าจะขับร้องได้ไพเราะยิ่ง

... สตรีในเสื้อคลุมปิดมิดชิด? ซ่งเหอกำลังเล่นพิเรนท์อะไรอยู่?... มู่จวิ้นเจี๋ยคิด

“ลุกขึ้น ไหนเจ้าลองเงยหน้าขึ้นมาให้เราดูซิ” เขากล่าว เสียงทุ้มดังกังวาน

สตรีร่างเล็กลุกขึ้นยืนอย่างสงบเสงี่ยมพร้อมเงยหน้าขึ้น เพียงแสงไฟจับที่ใบหน้าของนาง ทั้งโถงก็เงียบลงในบัดดล

ใบหน้าเพรียวหวานรูปไข่ หน้าผากโหนกรับกับจมูกโด่งและคิ้วบางโก่งดุจใบหลิ่ว ตาคมโตเรียวขึ้นดั่งปีกหงส์ ดวงตานางดำขลับดั่งบ่อน้ำลึกแต่ดูฉ่ำหวาน ประกายตาระยิบระยับดั่งกำลังเชื้อชวนให้คนที่มองนั้นก้าวเข้ามาใกล้ คล้ายดั่งว่านางมีความลับชวนให้ค้นหา ผิวนางขาวเนียน แก้มแตะแต้มด้วยสีแดงระเรื่ออย่างธรรมชาติ ปากบางได้รูปกระจับแต่ริมฝีปากอวบอิ่ม ยามนี้ริมฝีปากคู่นั้นเผยอออกเล็กน้อยชวนให้จินตนาการถึงความหวานชุ่มภายใน รอยยิ้มหวานสะเทิ้นอายระบายอยู่บนใบหน้าสะคราญนั้น

เสื้อคลุมเนื้อไหมละเอียดทิ้งน้ำหนักลงไปบนร่างเล็กบาง แลเห็นส่วนโค้งส่วนเว้าและความอวบอิ่มเกินความบางของร่างเล็ก ปลายเท้าเล็กเปลือยเปล่าโผล่ออกมาจากใต้เสื้อคลุม ท่าทางนางที่ยืนตรงดวงหน้างามสะคราญดูไว้ตัว หากแต่ดวงตาและริมฝีปากของนางกลับชวนให้บุรุษจินตนาการถึงบทรักที่ดุดัน

อย่างนี้สิเล่าที่เขาเรียกว่า ‘งามสยบเมือง’!

มู่จวิ้นเจี๋ยชะโงกกายไปข้างหน้าอย่างอดไม่ได้ ดวงตาเย็นชาคล้ายปรากฏแววพึงพอใจ มุมปากหยักขึ้นเล็กน้อย เขารู้สึกได้ถึงอาการคึกคักที่กำลังกลับคืนมาพร้อมๆ กับเลือดที่สูบฉีดในร่างกาย

“เจ้าชื่ออะไร? ไฉนแต่งกายเยี่ยงนี้?” เสียงทุ้มถาม

“หม่อมฉันมีนามว่าหงเหมยเพคะ” เสียงใสตอบคำถามของมู่จวิ้นเจี๋ย ประโยคแรกฉะฉาน แต่ประโยคที่ตามมาคล้ายลังเล “หม่อมฉันมีระบำมาถวายหวางเหยี่ยเพคะ”

“โอ๋ว ระบำอันใดใยแต่งกายเยี่ยงนี้?” มู่จวิ้นเจี๋ยถาม ด้วยสายตาที่เชี่ยวชาญกับเรือนร่างของสตรี เขาเห็นแล้วว่านางผู้นี้สัดส่วนดูไม่เลวเลย

“ชุดของหม่อมฉัน... ชุดของหม่อมฉันมีไว้ให้หวางเหยี่ยทอดพระเนตรแต่เพียงผู้เดียว ไม่เหมาะสำหรับสายตาผู้อื่นเพคะ”

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ซีอีโอผู้อ่อนแอต้องง้อเธอทุกวัน

ซีอีโอผู้อ่อนแอต้องง้อเธอทุกวัน

Elsworth Underwood
5.0

เซิ่งหนานหยินเกิดใหม่แล้ว ชาติที่แล้ว เธอถูกชายชั่วหักหลัง ถูกชายเสแสร้งใส่ร้าย โดนครอบครัวสามีเล่นงาน จนทำให้เธอล้มละลายและเป็นบ้าไป ในท้ายที่สุด เธอเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเธอตั้งครรภ์ได้ 9 เดือน แต่คนร้ายกลับทำเงินได้มากมาย และใช้ชีวิตทั้งครอบครัวอย่างมีความสุข เกิดใหม่ครั้งนี้ เซิ่งหนานหยินคิดตกอล้ว อะไรที่ว่าพระคุณช่วยชีวิต คนรักในใจอะไรกัน ล้วนไม่ต้องไปสน เธอจะจัดการชายชั่วหญิงร้าย สร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลเก่าของตนเองขึ้นมาใหม่อีกครั้งและนำตระกูลเซิ่งไปสู่จุดสูงสุดของชีวิต สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ คนที่หยิ่งมาตลอดในชาติที่แล้ว กลับเป็นฝ่ายริเริ่มมาหาเธอ "เซิ่งหนานหยิน การแต่งงานครั้งแรกผมไม่ทัน การแต่งงานครั้งที่สองก็ต้องถึงคิวผมแล้วสินะ"

จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ

จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ

ประตูฟ้ายั่งยืน
5.0

หลินเจียอีหญิงสาวในศตวรรษที่21ตกตายด้วยโรคระบาด วิญญาณของเธอได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ14 ที่มีชื่อเดียวกับเธอซึ่งสิ้นใจตายระหว่างเดินทางกลับบ้านเดิมของมารด ********* หลินเจียอีลืมตาตื่นขึ้นมาในสภาพบ้านที่ไม่คุ้นชิน เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ได้เข้ารักษาตัวจากอาการติดเชื้อโรคระบาดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เหตุใดถึงมาโผล่ในบ้านทรงโบราณ รอบกายเธอเต็มไปด้วยผู้คนแต่งตัวล้าสมัย ต่อมาเธอค้นพบว่าตนเองได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ 14 ซึ่งมีชื่อเดียวกันกับเธอ แต่ชะตากรรมของเด็กสาวผู้นี้ช่างน่าสงสารนัก บิดาเพิ่งลาโลก แม่โดนฮุบสมบัติแล้วถูกขับไล่ออกจากตระกูล ต้องระหกระเหินพาเจ้าของร่างที่ถูกทุบตีจนสิ้นใจระหว่างทางกลับมาบ้านเดิมที่แสนยากจนข้นแค้น ****ไม่มีฉากอีโรติก เริ่มล็อกเหรียญตอนที่ 25 ก่อนเข้าไปอ่านเนื้อหานิยายอ่านคำเตือนก่อนนะคะ (สำคัญมาก) 1. กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพให้เกียรตินักเขียนและนักอ่านท่านอื่น หากแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำหยาบคายไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในนิยายหรือมุ่งประเด็นด่าทอนักเขียนเพื่อระบายอารมณ์ ความคิดเห็นจะถูกลบออก!! 2. นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน บุคคลและสถานที่ที่เกิดขึ้นไม่มีอยู่จริงในโลก เนื้อหาในนิยายมีทั้งสมเหตุผลและไม่สมเหตุสมผล บางตอนอาจมีฉากที่รุนแรง (ต่อสู้) โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 3. ตัวละครในนิยายมีทั้งดีและเลวแต่กต่างกันไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ห้ามคัดลอกดัดแปลงแก้ไขนิยายเรื่องนี้ทุกกรณี หน่วยเงินตรา 1000 อีแปะ 1 ตำลึงเงิน หน่วยวัดตวงน้ำหนัก 1 ชั่ง 500 กรัม หน่วยเวลา 1 จิบน้ำชา ระยะเวลาที่สั้นมาก ๆ 1 เค่อ 15 นาที 1 ก้านธูป 30 นาที 1 ชั่วยาม 2 ชั่วโมง 12 ชั่วยาม 24 ชั่วโมง ยามจื่อ 23.00-24.59 ยามโฉ่ว 01.00-02.59 ยามอิ๋น 03.00-04.59 ยามเหม่า 05.00-06.59 ยามเฉิน 07.00-08.59 ยามซื่อ 09.00-10.59 ยามอู่ 11.00-12.59 ยามเว่ย 13.00-14.59 ยามเชิน 15.00.16.59 ยาวโหย่ว 17.00-18.59 ยามชวี 19.00-20.59 ยามห้าย 21.00-22.59

โซ่คล้องใจ

โซ่คล้องใจ

สิบสี่กุมภาฯ
5.0

ความรักของฉันมันคงเหมือนนาฬิกาทราย.. .. เมื่อด้านหนึ่งถูกเติมเต็ม....อีกด้านกลับว่างเปล่า ..และสูญสิ้นไป..กับกาลเวลา........ "สำหรับฉันเธอมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่า อยู่บนที่สูงแต่ทำตัวต่ำ" "หึ....ขอบคุณค่ะที่ชม จะพูดแค่นี้ใช่มั้ย จะได้ไปอ่อยผู้ชายต่อ" "อ้อ...ถ้าสนใจ เชิญนะคะ พอดีชอบแบบ ทีเดียวหลายๆคนมันสนุกดี แต่คนดีๆอย่างพี่...."เธอมองเขาอย่างพิจารณา พร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเดินจากไป หมับ!! "มีอะไรอีกคะ หรือว่าสนใจอยากไปร่วมเตียงด้วย" "......" ชายหนุ่มเงียบ มองหน้าเธออย่างเอาเรื่อง และออกแรงบีบข้อมือเล็กอย่างแรง แต่คนตรงหน้ากลับไม่แสดงท่าทีว่าเจ็บ ถึงเธอจะเจ็บเหมือนกระดูกกำลังจะแหลกเป็นชิ้นๆ "ถ้าไม่ทำอะไรก็ปล่อย พี่ไม่อยากได้แต่คนอื่นเขาอยากได้!" พรึบ!! เธอสะบัดมือเขาอย่างแรงและเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง หมับ! "ว้าย เป็นบ้าอะไรปล่อยนะ" แต่ไม่ทันจะเดินไปถึงไหนร่างบางก็ถูกกระชากจนตัวปลิว จนชนเข้ากับกำแพงห้องอย่างแรง "ถ้าเธอยังหาเรื่องอุ่นอีก ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่!" เขามองเธออย่างเกรี้ยวกราด "หึ...ทำไมค่ะ จะแกล้งแล้วจะทำไม" เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เกรง ยิ่งได้ยินเขาพูดแบบนี้แล้วมันยิ่งรู้สึกเจ็บ ทำไมนะทำไมต้องรักคนที่ไม่มีใจ "ปล่อย!" "ทำไม จะรีบไปเสนอตัวให้ไอ้บ้านั่นรึไง!"ใบหน้าหล่อคม ยื่นเข้าใกล้ พร้อมตะเบ็งเสียงแข็งใส่หน้าเธอ มือหนาออกแรงบีบท่อนแขนราวกับจะให้มันแหลกละเอียด "ใช่แล้วจะทำไม คืนนี้เรามีนัดกัน จะไปทำอะไรกันคนไม่ต้องให้บอกนะ หรือว่าอยากรู้จะได้ถ่ายคลิปมาให้ดู!" "หึ...ร่าน! ถ้ามันคันมากเดี๋ยวฉันจะสังเคราะห์ให้เธอเอง" "นะ...ฺฮื่อ" ร่างเล็กดิ้นพยายามให้หลุดจากพันธนาการเมื่อ เขาประกบปากจูบดูดเม้มริมฝีปากบางสีแดงอย่างแรง เขาดูดเม้มมันอย่างหนักหน่วง มือหนาลูบบีบขย้ำหน้าอกอย่างแรงเหมือนจะให้มันแหละติดมือออกมา "ฮื่อ" เสียงหวานร้องท้วงในลำคอ เมื่อได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มปาก จนแทบจะอ้วก -ญี่ปุ่น ณิชาภัทร โชติฐิติเมธานนท์ ดีไซเนอร์สาวสวย เก่งฉลาดไม่ยอมใคร มั่นใจในตัวเอง ลูกสาวคนโตของแด๊ดดี้กันต์ อายุ 24 -แบงค์ นิธิภัทร์ พัชรกานต์กุล วิศวกรหนุ่มไฟแรง หล่อเก่งมีความสามารถทั้งศึกษาวิเคราะห์ คำนวณ ออกแบบ ตรวจสอบแก้ไขปัญหาและควบคุมการผลิต....วัย 27 ความผูกพันระหว่างคนเป็นสิ่งมีค่าและมีความหมาย เป็น เสมือนเรื่องราวและความทรงจำดี ๆ ที่คนทุก ๆ คนไขว่คว้า แต่กลับมีน้อยช่วงเวลา ที่สอนสิ่งดี ๆ ให้เราได้รับรู้ ที่มีค่าให้เรานึกถึง ทุกครั้งที่นึกถึงมัน จะคอยย้ำเตือนเราให้นึกถึงช่วงวันเก่าๆ ที่ดึงทุก ๆ คนไว้ให้อยู่ร่วมกัน สิ่ง ดี ๆ ที่ผ่านไปเป็นเสมือนเม็ดทรายในนาฬิกาที่ร่วงหล่น…… ทุกเม็ดทรายแทน ความหมายของ………………ความผูกพัน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความห่วงใย ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความชิดใกล้ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………การไขว่คว้า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความคิดถึง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความลึกซึ้ง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………วันเวลา ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………สิ่งมีค่า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………จิตใจ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ตัวตน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “รัก” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เรา” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “มิตรภาพ” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เพื่อน” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………” ทุกสิ่งที่เต็มใจ ให้เพื่อเธอ” เม็ดทรายเหล่านี้แม้จะ ร่วงหล่น แต่ก็ยังคงรวมกันในนาฬิกาทราย คอยย้ำเตือนเราถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ผ่านมา เป็นนาฬิกาที่มีค่าและมีความหมาย อยู่ในความทรงจำของกันและกันตลอดไป … ช่วงเวลาแห่งความสุข อาจไม่เคย อยู่กับเรานานในโลกของความเป็นจริง เป็นเหมือนสิ่งที่ผ่านเข้ามาและก็ผ่านเข้าไป ให้เราได้สัมผัส ให้เราได้รู้สึกดี ๆ ให้เราได้รู้สึกอบอุ่นและมีความสุข แต่ถึงแม้ช่วง เวลาเหล่านี้อาจจะไม่ยาวนาน แต่มันสร้างสิ่งดี ๆ ให้เรามากมาย มันมีค่าและยิ่งใหญ่ และจะเป็นกำลังใจให้เราตลอดไป มันจะแทนความหมายของความเป็น “เพื่อน” ตลอดไป…… “นาฬิกาทรายใบนี้ ขอให้แทนมิตรภาพของเราตลอดไป ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่เราห่างไกล โดยไม่ผูกพัน” ขอบคุณบทความจาก คุณ นุชรัตน์ รักมาก คำเตือน ในทุกเรื่องทุกการกระทำของตัวละครเกิดจากจินตนาการ ไม่ใช่เรื่องจริงไม่ควรลอกเลียนแบบการกระทำที่ไม่เหมาะสม อันจะนำไปสู่ความสูญเสียความผิดบาปทั้งปวง ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อตัวบุคคลหรือวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่ง หากอ่านแล้วไม่มั่นใจว่าหรือไม่เลียนแบบได้หรือไม่แนะนำให้ปรึกษาผู้ปกครองค่ะ นิยายเรื่องนี้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะอาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม ความรุนแรง เพศ หรือการใช้ภาษาโปรดใช้วิจารณญาณและเสพเนื้อหาอย่างมีสตินิยายเรื่องนี้เกิดจากความต้องการจะเขียนของนักเขียนเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรือสนับสนุนการใช้ความรุนแรงในชีวิตจริง รบกวนอ่านคำเตือนก่อนอ่านของนักเขียนแล้วค่อยตัดสินใจหากไม่ชอบไม่เป็นไรค่ะ ©ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่เพียงผู้เดียวการเผยแพร่ทำซ้ำดัดแปลงโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมายตาม พ. ร. บลิขสิทธิ์ 2537 มาตรา 1527 31 มีโทษทั้งจำทั้งปรับ ไม่อนุญาตให้คัดลอกทำซ้ำดัดแปลงตัดภาพหรือถ่ายภาพไปเผยแพร่ใด ๆ ทั้งสิ้นหากพบจะขอดำเนินคดีตามกฎหมาย❌❌❌ พึ่งหัดแต่งนิยายเป็นมือใหม่หัดแต่งคำบางคำอาจจะใช้ผิดไปต้องขออภัยด้วยนะ คำโปรยเนื้อหาการบรรยายอาจใช้คำได้ไม่สวยเท่ากับนักเขียนท่านอื่นๆ แต่ก็ตั้งใจเขียนออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 14 กุมภาฯ 13/01/2022 ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

ขย่มรักอาจารย์ฮอตเนิร์ด

ขย่มรักอาจารย์ฮอตเนิร์ด

ซีไซต์
5.0

หนานอันพริตตี้สาวสู้ชีวิตอายุยี่สิบปีแอบชอบผู้ชายคนหนึ่งอย่างหนักและอยากได้เขามาเป็นแฟนใจจะขาด แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเธอ หญิงสาวได้ไปดูดวงแม่หมอคนนั้นจึงบอกให้เธอมาขอพรที่ศาลเจ้าเล็ก ๆ ในอำเภอแห่งหนึ่งที่ห่างไกลเพื่อให้เธอสมหวังและต้องไปในวันที่ฟ้ามืดที่สุดของเดือนในอีกสองวันข้างหน้าถึงจะเห็นผล หนานอันเชื่อแม่หมอเพราะอยากได้ผัว เธอจึงไม่รอช้ารีบคว้ากระเป๋าเป้เดินทางมายังศาลเจ้าทันที เมื่อหนานอันเข้าไปภายในศาลเจ้าก็พบว่า มีสตรีสูงวัยคนหนึ่งอายุราวหกสิบกว่าปีกำลังกวาดศาลเจ้าอยู่ ...... "ได้ของสิ่งนี้ไปต้องสมหวังอย่างแน่นอน" คุณยายพูดพร้อมกับรอยยิ้ม น้ำเสียงนี้ฟังดูเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง หนานอันยิ้มให้คุณยายจู่ ๆ ขนแขนของเธอก็ตั้งชันขึ้นมา เธอกำลังจะลุกขึ้นในตอนนั้นก็เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา หนานอันหวีดร้องด้วยความตกใจทว่าเมื่อหันไปมองคุณยายเธอไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว หนานอันประหลาดใจมากร้องเรียกคุณยายอยู่หลายคำ แต่ว่าในตอนนี้เธอก็ไม่มีเวลาให้คิดสิ่งใดแล้วเพราะเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อฟ้าผ่าลงมาที่ศาลเจ้าเข้าอย่างจังหนานอันที่อยู่ด้านในจึงถูกฟ้าผ่าไปด้วยและสติดับวูบลงไปทันใด ไม่รู้ว่านานเท่าใดที่หนานอันตกอยู่ในความมืดมิด และเมื่อเธอตื่นขึ้นมาทุกอย่างรอบกายของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ