เมียไม่ปรารถนา

เมียไม่ปรารถนา

อัญญาณี

4.9
ความคิดเห็น
294.1K
ชม
64
บท

คุณานนท์เมา... ใช่ เขาต้องการให้แอลกอฮอล์ดับความทุกข์ ความผิดหวัง ความเสียใจ และอาการเจ็บใจ แค้นฝังรากลึกให้หลุดออกไปใจบ้าง วันนี้เขากับครอบครัวเสียหน้าหนักมาก ต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านที่ต้องนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกันสนุกปาก คงไม่มีใครคิดว่า คนอย่างคุณานนท์จะถูกทิ้งกลางอากาศ ถูกทิ้งในวันสำคัญของชีวิตด้วย ไม่แค้นก็แปลก แล้วความแค้นทั้งหมดก็กำลังไปลงที่เจ้าสาวที่ไม่ปรารถนา “หลับสบายเลยนะ” เขาพูดเสียงต่ำ มองดวงหน้าหวานที่นอนหลับพริ้มบนเตียง “ตื่น!” คุณานนท์ตะโกนเสียงดัง เขาไม่เพียงแค่ส่งเสียงเรียกเธอ มือใหญ่คว้าผ้าห่มแล้วเหวี่ยงมันไปกองบนพื้น และนั่นทำให้เขาเห็นเรือนร่างสาวมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันกาย เสียงอันแผดดัง ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่กระทบผิวกาย ส่งผลให้ลัลณ์ลนินตื่น เธอเอี้ยวตัวมาทางด้านหลังแล้วต้องสะดุ้งตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อเห็นร่างสามียืนไม่มั่นคงนักริมเตียง “พี่กล้า” “แหม แต่งตัวรอให้ฉันมาเอาเธอเลยเหรอ รู้หน้าที่ดีนี่” น้ำเสียงติดอ้อแอ้ ทำให้เธอรู้ว่า เขากำลังเมา “ไม่ใช่ค่ะ ไม่ชะ...ว้าย!” ลัลณ์ลนินยังไม่ทันพูดจบประโยค คุณานนท์ก็โถมร่างดันร่างเล็กให้นอนลงบนที่นอน โดยมีร่างเขาทาบทับ “พี่กล้าลุกคะ ลุก” “ไม่ลุก” คุณานนท์ตอบเสียงดังฟังชัด “เธอลืมแล้วเหรอว่าเราแต่งงานกันแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่ที่เราจะมีอะไรกัน จริงไหม” ใช่ เขาพูดถูก ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าการแต่งงานมาจากความรักและความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย แต่นี่ไม่ใช่ งานวิวาห์ที่ทั้งเขาและเธอไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้น เรื่องแบบนี้ก็ไม่น่าเกิดขึ้นเช่นกัน ยิ่งตอนนี้ด้วยแล้ว กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ฟุ้งตามร่างหนา เป็นอีกสัญญาณหนึ่งให้รู้ถึงความไม่ปลอดภัย “ไม่ค่ะ ไม่” ลัลณ์ลนินพูดด้วยความกลัว เธอกำลังกลัวคุณานนท์ ลางสังหรณ์บอกเธอว่า ตนเองกำลังไม่ปลอดภัย เธอดิ้นรนไปมา ดิ้นทั้งที่รู้ว่า หนีไม่พ้น

เมียไม่ปรารถนา บทที่ 1 1

งานวิวาห์ของลูกชายเศรษฐีที่ดินที่มีมูลค่ารวมกันแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านบาท แทบจะล่มกลางคัน เมื่อเจ้าสาวกลับไม่ใช่คนที่เจ้าบ่าวหมายปองและมีใจให้ แต่เป็นน้องสาวของว่าที่เจ้าสาวที่เขาเอ็นดูเหมือนน้อง ทว่าตอนนี้กลับเกลียดเข้าไส้เข้าพุง

“ไม่ ผมไม่แต่ง ยังไงก็ไม่แต่ง” คุณานนท์ยืนกรานเสียงแข็ง เมื่อรู้ว่าตนต้องเปลี่ยนเจ้าสาว

“แต่งๆ ไปก่อน แม่ไม่อยากขายหน้าไปมากกว่านี้ ทุกอย่างก็เตรียมการไว้หมดแล้ว” คุณหญิงคะนึงนิจคนเป็นแม่เอาน้ำเย็นเข้าลูบ เพราะรู้ดีว่า ตอนนี้บุตรชายกำลังอยู่ในอารมณ์ใด หากเป็นตนเจอเหตุการณ์เช่นนี้ก็คงมีความรู้สึกไม่ต่างกัน “ถือว่าเห็นแก่หน้าพ่อหน้าแม่นะกล้า แค่นี้พ่อกับแม่ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว”

งานแต่งงานบุตรชายเพียงคนเดียวของเจ้าสัวอธิปกับคุณหญิงคะนึงนิจ สิทธิเดโชใช่งานเล็กเสียที่ไหน จัดยิ่งใหญ่อลังการในโรงแรมหรู เชิญแขกมาร่วมงานทั้งงานเช้าและงานช่วงค่ำเกือบหกร้อยคน และคาดว่าจะมีแขกมาร่วมแสดงความยินดีเกินกว่าที่แจกการ์ดไป เนื่องจากแขกบอกปากเปล่าก็มี

เรื่องร้อนใจจะไม่เกิดขึ้นเลย หากพิมาลาหรือพิม ว่าที่เจ้าสาวของงานไม่หนีหายออกไปจากบ้านเมื่อคืนนี้ หายไปไหนไม่มีใครทราบ ทางว่าที่เจ้าบ่าวมารู้ว่า ว่าที่เจ้าสาวหายไปก่อนงานเช้าจะเริ่มแค่หนึ่งชั่วโมง แขกคนสำคัญได้เดินทางมารอร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยาน ระดับเจ้าสัวอธิปจัดงานแต่งบุตรชายทั้งที แขกที่มาร่วมงานล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียง หากยกเลิกการแต่งงาน มีหวังเป็นขี้ปากชาวบ้าน ได้เป็นข่าวใหญ่โต เสียทั้งเงินที่ทุ่มไปกับงานแล้วยังจะมาเสียชื่อเสียงอีก เจ้าสัวอธิปกับคะนึงนิจจึงหาทางออกร่วมกับครอบครัวว่าที่เจ้าสาวได้ความว่า เปลี่ยนตัวเจ้าสาวเป็น ลัลณ์ลนิน น้องสาวต่างมารดาของพิมาลา ทุกคนเห็นพ้องต้องกันกับทางออกนี้ ยกเว้นคนเดียวคือเจ้าบ่าว

“ยอมไปก่อนนะกล้า แขกก็มากันเยอะแล้ว มีผู้หลักผู้ใหญ่มาตั้งหลายคน ถือว่าช่วยพ่อกับแม่เถอะนะ แต่งๆ ไปก่อนผ่านไปสักเดือนสองเดือนค่อยเลิกกัน” เจ้าสัวอธิปพูดเสริม คุณานนท์ยังนิ่ง ไม่ปริปากพูด ได้แต่มองหน้าบิดามารดา

“คุณพี่ออกไปรับแขกก่อนเถอะคะ นิลจะพูดกับกล้าเอง”

“อืม ได้” เจ้าสัวอธิปมั่นใจว่า ภรรยาของตนจัดการเรื่องนี้ได้ เขาจึงออกไปรับหน้าแขกด้านนอก

“นะลูกนะ เห็นแก่หน้าพ่อกับแม่นะกล้า” คะนึงนิจอ้อนวอนลูกชาย ก่อนพูดโน้มน้าวต่อ “เราลงทุนไปก็เยอะแล้ว จะมาล่มกลางคันแบบนี้ ฝ่ายเรานะที่เสียหาย เสียชื่อเสียง แต่ฝ่ายนั้นมีแต่ได้กับได้ ได้ค่าสินสอดที่ขอไปล่วงหน้าตั้งเกือบสิบล้าน ป่านนี้หอบเงินไปใช้ที่ไหนสักแห่งสบายใจ แต่เราน่ะสิทุกข์ ปล่อยให้เราต้องมานั่งแก้ปัญหาอย่างนี้ใช้ได้ที่ไหน แต่งกับคนน้องเอาทุนคืนดีกว่านะลูก”

“เอาทุนคืน หมายความว่ายังไงครับคุณแม่” คุณานนท์ถามทันควัน

“แม่เองก็เจ็บใจนะที่พิมทำแบบนี้ แม่รักและไว้ใจพิมมาก ขออะไรก็ให้ ทำแบบนี้มันทำลายความไว้ใจกันชัดๆ แถมส่งคนน้องมาแต่งงานด้วยอีก แม่คิดว่า กล้าต้องแต่งงานกันลัลณ์ แล้วแม่จะเอาคืนเองด้วยวิธีของแม่”

คุณานนท์มองหน้ามารดา สะดุดใจกับประโยคตบท้ายของคนเป็นแม่ ก่อนจะเหยียดยิ้ม นัยน์ตาประกายเจ้าเล่ห์ เพราะเขาเองก็คิดแผนเอาคืนครอบครัวพิมาลาได้เช่นกัน

“ก็ได้ครับ ผมจะแต่งงานกับลัลณ์” คะนึงนิจยิ้มกว้าง ดีใจที่ลูกชายตกปากรับคำแต่โดยดี

พิธีในช่วงเช้าผ่านพ้นไปด้วยดี แม้ว่าแขกเหรื่อบางคนจะแปลกใจที่เจ้าสาวไม่ใช่พิมาลา แต่เป็นลัลณ์ลนิน ผู้เป็นน้องสาว ทว่าก็ไม่มีใครกล้าถามอยู่ร่วมงานเช้าจนจบ ในขณะที่พิธีต่างๆ ดำเนินไปตามขั้นตอน ทุกคนแทบจะไม่เห็นรอยยิ้มของคุณานนท์ เขาจะยิ้มก็ต่อเมื่อบิดามารดาให้ยิ้ม แทบจะไม่มองหน้าเจ้าสาวที่ความสวยไม่ได้ครึ่งหนึ่งของพิมาลา บางครั้งก็ทำอะไรกระแทกกระทั้น ซึ่งลัลณ์ลนินก็เข้าใจความรู้สึกของเจ้าบ่าว เธอได้แต่เก็บซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายใต้รอยยิ้มบางๆ

ทางฝ่ายเจ้าบ่าวมีแขกเหรื่อนับร้อย ทว่าแขกทางด้านเจ้าสาวมีเพียงสามคนคือ มารุต ผู้เป็นบิดา รัตนา มารดาเอาแต่น้ำตาปริ่มด้วยความเสียใจจากการกระทำของบุตรสาวคนโต และดวงเดือน เพื่อนสนิทของเจ้าสาวที่มาให้กำลังใจ

แต่พอหมดงานเช้า ลัลณ์ลนินเหมือนถูกทิ้ง มารุตกับรัตนาเดินทางกลับบ้านทันที ดวงเดือนก็ต้องไปเข้าเวรในโรงพยาบาลที่ตัวเองทำงานอยู่ เจ้าสาวที่เจ้าบ่าวไม่ปรารถนาอยู่อย่างโดดเดี่ยวในห้องพักที่ทางเจ้าภาพจัดเตรียมไว้ให้เจ้าสาวแต่งตัว เธอนั่งรออยู่ในห้องนั้นจนกระทั่งถึงเวลาแต่งตัว เตรียมพร้อมสำหรับงานเลี้ยงตอนค่ำ

งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสจบลงไปสามชั่วโมงแล้ว ช่างเป็นงานเลี้ยงฉลองที่ไม่มีความสุขเอาเสียเลย เจ้าบ่าวไม่แจกรอยยิ้มให้ใครเลย จะมีก็เพียงรอยยิ้มแบบฝืนใจตามมารยาท คุณานนท์ไม่แม้แต่จะมองเจ้าสาวของตัวเอง เขาทำเหมือนลัลณ์ลนินเป็นอากาศธาตุที่ไร้ตัวตน แขกหลายคนพากันงงและสงสัยเมื่อเห็นหน้าเจ้าสาว ที่ไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณานนท์แนะนำตัว แต่กลับเป็นน้องสาวของพิมาลา ว่าที่เจ้าสาวตัวจริง ทว่าก็ไม่มีใครกล้าถามเจ้าของงาน ได้แต่เก็บงำความสงสัยไว้ ไปสอบถามกันเองในงาน

พิธีการในงานก็ไม่มีเลย ปกติจะให้คู่บ่าวสาวตัดเค้กและพูดบนเวที รวมถึงดื่มฉลองกับแขกที่มาร่วมงาน ขั้นตอนเหล่านี้ถูกยกเลิกไป มีเพียงการเลี้ยงอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ตามความตั้งใจแต่แรกแค่นั้น งานเลี้ยงจึงจบลงไวก่อนสองทุ่มเล็กน้อย

หลังจากจบงานเลี้ยงคะนึงนิจให้พนักงานนำคีย์การ์ดห้องพักที่เดิมทีจะเป็นห้องหอให้คู่บ่าวสาวหนึ่งคืน เพราะห้องพักห้องนี้เป็นอภินันทนาการจากโรงแรม นางสั่งมาว่าให้ลัลณ์ลนินนอนพักที่นี่ในคืนนี้ พรุ่งนี้ค่อยขนเสื้อผ้าไปอยู่บ้านนาง ซึ่งลัลณ์ลนินไม่กล้าขัดคำสั่ง เธอจึงขึ้นมาบนห้องพักหมายเลข 2702

เตียงแสนนุ่มและใหญ่กว่าฟูกที่ลัลณ์ลนินนอนอยู่ทุกวัน คือที่หลับนอนอันเปลี่ยวเหงาสำหรับคืนนี้ และคืนต่อๆ ไปเธอต้องย้ายที่นอนไปนอนร่วมบ้านเดียวกับคุณานนท์ สามีที่ไม่ปรารถนาในตัวเมียคนนี้

เขารักพี่พิม...เป็นความจริงที่ตอกย้ำในใจ

ยังมีความเสียใจ น้อยใจอีกเรื่องหนึ่งที่ติดอยู่ในใจลัลณ์ลนินมานานหลายปี นอกจากตอนนี้เธอจะเป็นเมียที่ไม่ปรารถนา เธอยังเป็นลูกที่พ่อกับแม่ไม่ต้องการ แต่ก็ต้องทนเลี้ยงดูอย่างเสียมิได้ แน่นอนว่าเมื่อพ่อแม่ไม่ต้องการให้เกิดมา ลัลณ์ลนินจึงถูกเพิกเฉยจากบิดามารดาที่ไม่ได้มอบความรัก ความเอาใจใส่เท่าพิมาลา ลูกสาวสุดที่รัก

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ อัญญาณี

ข้อมูลเพิ่มเติม
นางบำเรออุ้มรัก

นางบำเรออุ้มรัก

มหาเศรษฐี

5.0

ณัฐรวีเป็นได้เพียงนางบำเรอไร้ราคา เปรียบดังผืนหญ้าให้เมฆาย่ำยียิ่งกว่าทาสในเรือนเบี้ย ทุกการกระทำของเขาอัดแน่นไปด้วยความแค้นที่แฝงความรักไม่รู้ตัว ในวันที่หล่อนจากไป หล่อนไปแต่ตัวและลูกน้อยในครรภ์ ............ แควก...แควก “กรี๊ด! อย่าค่ะ อย่าทำรวีแบบนี้...ฮือ” เสียงเสื้อผ้าฉีกขาดดังขึ้น ตามด้วยเสียงกรีดร้อง อ้อนวอนของณัฐรวี ทว่าคนกระทำหาได้ฟังเสียงหล่อน เขายังคงออกแรงฉีกเสื้อผ้าจนขาดติดมือมาอีกหลายครั้ง ทั้งเนื้อทั้งตัวหล่อนเหลือเพียงชุดชั้นในท่อนบนและท่อนล่าง “รวีกลัวแล้ว ต่อไปรวีจะไม่ใส่ชุดนี้อีก...ฮือ...พี่เมฆอย่าทำอะไรรวีเลยนะคะ” กระแสเสียงสั่นเครือ เจ้าของประโยคคำพูดน้ำตาไหลอาบแก้ม ยกมือไหว้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตรงหน้าด้วยท่าทางหวาดกลัว “เธอไม่มีสิทธิ์ใส่ชุดนี้ ชุดนี้ฉันซื้อให้แก้วตา ไม่ได้ซื้อให้เธอใส่” เสียงเขาเดือดดาล ก่อนกระชากแขนเรียวเล็กสุดแรง ร่างณัฐรวีลอยขึ้นตามแรงฉุด “อย่าเอาตัวเธอไปเทียบกับแก้วตา เธอมันก็แค่เศษดินเศษหญ้าที่รองมือรองเท้าฉัน เป็นได้แค่นางบำเรอ แต่แก้วตาคือว่าที่เมียฉัน จำใส่หัวไว้” พูดจบ ณัฐรวีรับรู้ถึงแรงเหวี่ยง เสี้ยววินาทีต่อมา ร่างงามกระทบกับที่นอนเต็มแรง หล่อนเจ็บไปทั้งตัว แต่นี่มันเป็นแค่ความเจ็บปวดเริ่มต้น ความปวดร้าวระบมร่างกายและจิตใจกำลังตามมาชุดใหญ่ เป็นความเจ็บปวดที่ไม่เคยชาชินสักครั้ง

โซ่รัก ใยพิศวาส

โซ่รัก ใยพิศวาส

มหาเศรษฐี

5.0

“ฉันท้อง” เพชรหอมกลั้นใจบอกชายตรงหน้า ชายหนุ่มที่หล่อนรักสุดหัวใจ ยอมมอบกายมอบใจให้ทั้งที่ยังไม่แต่งงาน คนได้ยินเลิกคิ้วสูง สีหน้าแปลกใจเล็กน้อย ก่อนเหยียดยิ้ม “แน่ใจเหรอว่าเป็นลูกฉัน” ราซิเอลโล่ตวัดผ้าห่มออกจากตัว ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะคว้าชุดคลุมที่พาดอยู่ปลายเตียงมาสวมทับเรือนกายเปล่าเปลือย “ฉันจำได้ว่า ฉันป้องกันทุกครั้งไม่มีพลาดแน่นอน” เจ็บ! “ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่คิดรับผิดชอบเธอนะ แต่ฉันมั่นใจว่า ฉันป้องกันตัวเองดีมาก ดูอย่างเมื่อคืนสิ ฉันเมาฉันยังใส่ถุงยางเลย ลูกในท้องเธอ ไม่ใช่ลูกฉัน...ฉันมั่นใจ” เพราะความมั่นใจของเขา ทำให้หล่อนแบกความเสียใจ ความทุกข์และลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่ราซิเอลโล่ไม่รู้สักนิดว่า ความแน่นอนคือสิ่งไม่แน่นอน

พันธะเสน่หามาเฟีย

พันธะเสน่หามาเฟีย

มหาเศรษฐี

5.0

เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...

ดั่งมนต์ต้องใจ

ดั่งมนต์ต้องใจ

มหาเศรษฐี

5.0

ยามเกลียด...เกลียดเข้าไส้ ถึงเวลารักเมื่อใด...คำว่าหมดทั้งใจยังน้อยไป ......... “โอ๊ย!” เสียงร้องเจ็บดังขึ้น ปรียาพรถูกเหวี่ยงไปบนพื้นห้อง “เธอกล้ามากนะที่สวมเขาให้ฉัน ฉันอยากรู้เหลือเกินว่าเธอต้องการเงินอะไรหนักหนาถึงกลับไปรับงาน เงินที่เธอสูบไปจากแม่กับยายของฉันไม่พอหรือไง หรือว่าทนความร่านของตัวเองไม่ไหว ผู้หญิงอย่างเธอหิวเงินไม่พอ ยังหิวผู้ชายอีก ทุเรศที่สุด ฉันไม่น่าแต่งงานอีตัวอย่างเธอเลย” “เพี้ยะ” ความอดทนของมนุษย์มีขีดจำกัด ปรียาพรเป็นปุถุชนธรรมดาระงับความโกรธไม่ได้ ยิ่งเขามาดูถูกซ้ำๆ อย่างนี้ เธอจะไม่ทนอีกต่อไป ฟาดฝ่ามือลงบนแก้มยุรนันท์ แม้กลัวเขา แต่เธอก็ทำ “อย่ามาดูถูกกันให้มากนะ ถ้าฉันไม่ดี ฉันมันร่าน หิวผู้ชาย ไม่คู่ควรกับคุณ งั้นเราเลิกกัน พรุ่งนี้ไปหย่ากันที่อำเภอ แล้วต่างคนต่างไป จะได้ไม่ต้องทนอึดอัดกันอีก” ปรียาพรคิดว่าทางดีที่สุด ทว่ายุรนันท์ไม่คิดเช่นนั้น เขาคิดว่าเธอมีเป้าหมายใหม่ ถึงได้พูดขอหย่า กำแพงแห่งความโกรธที่ว่าสูงแล้ว ตอนนี้สูงมากขึ้นหลายเท่า ใบหน้าเขาแดงก่ำ ดวงตาลุกโชนด้วยแรงแห่งโทสะ มองปรียาพรอย่างดุดัน ก้าวเดินมาหาภรรยาด้วยท่าทางคุกคาม “เธอกับครอบครัวตั้งใจเข้ามากอบโกยเงินทองจากฉัน จัดฉากเรื่องคืนนั้น ทั้งที่เธอก็รู้เต็มอกว่าเราไม่มีอะไรกัน แต่เธอก็ไม่พูดแย้ง พ่อกับแม่เธอก็เอาแต่พูดว่าฉันต้องรับผิดชอบ ทั้งที่รู้เต็มอกว่า ผู้หญิงเน่าๆ อย่างเธอไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ นอนด้วยครั้งสองครั้งคงไม่สึกหรอเพราะผ่านงานมาโชกโชน ซึ่งเธอก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แล้วจะมาพูดว่าฉันดูถูกเธอได้ยังไงห๊า” ยุรนันท์ตะเบ็งเสียงจนเธอตกใจ “ถ้าฉันไม่ดี เราก็เลิกกัน หย่ากันไปเลย” ปรียาพรคิดหาหนทางไม่ออกนอกจากวิธีนี้ เขาจะได้ไม่ต้องทนอยู่กับภรรยาที่คิดว่าเป็นอดีตโสเภณี เธอเองก็จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดซ้ำซาก “หย่าเหรอ” เขาทวนคำเสียงเย็น “ฉันหย่าแน่ เรื่องอื่นฉันพอยอมรับได้ แต่เรื่องสวมเขานี่ไม่ไหว แต่ก่อนหย่าฉันอยากลองสักครั้ง อยากรู้ว่าทำไมมีแต่ผู้ชายอยากดมดอกไม้เน่าๆ กันนัก แค่ฉันเดินผ่านก็จะอ้วกแล้ว ดอกไม้ไร้กลิ่นหอมอย่างเธอคงไม่ทำให้ฉันมีความสุขหรอก แต่ฉันก็อยากลอง” ยุรนันท์จ้องมองปรียาพรไม่วางตา นัยน์ตาเขามีพลังแห่งความโกรธมิเปลี่ยนแปลง ปรียาพรตกใจ หัวใจเธอเต้นแรงมาก คำพูดเขาไม่ต้องแปลความหมาย ยิ่งทำให้ความหวาดกลัวอาบทั่วจิตใจ อยากอธิบายให้ยุรนันท์เข้าใจ แต่ด้วยอารมณ์เขาตอนนี้พูดมากแค่ไหนก็คงไม่ฟัง ไม่เข้าไปในหู ทางเดียวคือต้องเอาตัวรอดออกจากห้องนี้ ทว่าความคิดเธอช้าไป... .... เป็นภาคต่อ ดั่งทรายต้องลมค่ะ

ดั่งทรายต้องลม

ดั่งทรายต้องลม

มหาเศรษฐี

5.0

ของบางอย่างมักเห็นค่า ในเวลาที่เสียมันไป .... “เปิ้ลจะมาอยู่บ้านหลังนี้ในฐานะเมียพี่อีกคนนะ” ความเจ็บช้ำที่พราวฟ้าได้รับน้อยไปใช่ไหม ปรินทร์ถึงได้โยนความรู้สึกนั้นเข้าจิตใจเธอมากขึ้น มันมากมายเสียจนพราวฟ้าคิดว่า ชาตินี้ทั้งชาติไม่รู้ว่าจะสลัดหลุดความร้าวรานใจได้หรือไม่ น้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดไปพักหนึ่ง ตอนนี้กำลังทำงานอีกครั้ง ไหลรินเป็นทาง ปรินทร์พูดออกไปแล้วก็นึกอยากตบปากตัวเอง เขาไม่ควรเอ่ยประโยคนี้เป็นประโยคแรก ควรเป็นคำพูดที่ทำให้ความเสียใจปัดออกไปจากหัวใจพราวฟ้ามากกว่า เขาไม่รู้สาเหตุว่า ทำไมปากเขาหนัก ขาตัวเองแข็งเช่นนี้ ได้แต่ยืนมองพราวฟ้าที่ร้องไห้อย่างน่าสงสาร “ถ้างั้นทรายจะไปจากที่นี่ค่ะ” ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนได้ ทนเห็นผู้หญิงอีกคนเข้ามาอยู่ในฐานะเมียน้อย แค่นี้เธอก็เจ็บปวดมากพอแล้ว “ทรายอยู่ที่นี่ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้แม้วินาทีเดียว” ปรินทร์ตกใจไม่คิดว่าพราวฟ้าจะตัดสินใจเช่นนี้ หัวใจเขาหล่นตุ๊บ ใจหายกับประโยคที่ได้ยิน “มันยากนักหรือไงที่จะอยู่ด้วยกัน พี่ก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตอะไร ต่างคนต่างอยู่ก็หมดเรื่อง เปิ้ลเป็นผู้ดีพอ ไม่มารังควานทรายหรอก” ปากหนอปาก พูดไปโดยไม่ทันคิดอีกแล้ว และไม่เคยคิดไตร่ตรองว่า วาจาที่เอ่ยออกไปสร้างแรงสะเทือนเกิดขึ้นในใจพราวฟ้าหนักมาก “สำหรับคุณอาจไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่สำหรับฉัน มันคือเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตคู่ ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนได้หรอกค่ะ คุณลองคิดกลับกัน ถ้าฉันพาผู้ชายมาอยู่ที่นี่อีกคนในฐานะผัวน้อย คุณจะรู้สึกยังไง ที่ฉันนอนกับคุณวันนึง นอนกับผัวน้อยวันนึง คุณคงมีความสุขมากสินะ” พราวฟ้าเถียงกลับ ปรินทร์นิ่งอึ้ง ตกใจ มองคนพูดนิ่ง พราวฟ้าเป็นคนไม่มีปากมีเสียง แทบจะไม่เถียงใครเลยทั้งสิ้น นับตั้งแต่อยู่กินกันมาวันนี้เป็นวันแรกที่เธอกล้าต่อปากต่อคำ และไม่หมดเพียงแค่นี้ “คุณเปิ้ลเป็นผู้ดีหรือคะ ผู้ดียังไงถึงได้ยอมเป็นเมียน้อยคนอื่น ผู้ดีจริงๆ เขาจะหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่ทำตัวต่ำ ไม่ทำให้ตัวเองโดนติฉินนินทา จะคิดทำอะไรต้องใช้สติคิด นี่ต่างหากค่ะที่เรียกว่าผู้ดี ฉันคงอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉันเป็นคนชั้นต่ำ ไม่เหมาะกับดงผู้ดี เชิญคุณอยู่กับคุณเปิ้ล ผู้หญิงที่คุณเลือก ส่วนฉันก็จะไปตามทางของฉัน” ปรินทร์อึ้งอีกรอบ เขามองเธอนิ่งงัน ไม่เพียงแค่พราวฟ้าตอบโต้กลับด้วยคำพูดเชือดเฉือน สรรพนามที่เรียกระหว่างกันก็เปลี่ยนไป มองพราวฟ้าที่เดินไปนั่งร้องไห้ริมเตียง “ก็ลองทำตามที่พูดสิ ฉันจะฆ่าเธอกับชู้ให้ตายคาที่เลย” ปรินทร์เสียงเข้มห้วน ความไม่พอใจคุกรุ่นในแววตา แค่จินตนาการว่าเธอมีความสัมพันธ์กับชายอื่น เขาก็แทบบ้า ความหึงหวงพล่านในอก “แค่ฉันพูดคุณยังโกรธ แต่คุณทำจริง คุณมีอะไรกับคุณเปิ้ลไม่พอ ยังพาเธอมาอยู่ที่นี่ แล้วคุณคิดเหรอว่าฉันจะทนได้ แล้วฉันก็ไม่ทนด้วย” พราวฟ้าพูดไปร้องไห้ไป “โธ่โว้ย! มันจะอะไรกันหนักหนา ทำไมเธอทนอยู่ที่นี่ไม่ได้ มันจะตายหรือไง” ปรินทร์หัวเสีย เมื่อเมียพูดไม่รู้เรื่อง ทำแข็งข้อใส่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “ฉันให้เธออยู่ที่นี่ก็บุญเท่าไหร่แล้ว อย่าเรื่องมากไปหน่อยเลย...รำคาญ” ปรินทร์กระแทกเสียงใส่ มองหน้าพราวฟ้าด้วยความไม่พอใจ เขาไม่คิดสักนิดเลยว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของพราวฟ้า ความผิดอยู่ที่เขาเต็มๆ “ฮือ...ฮือ” พราวฟ้าร้องไห้หนักขึ้น ไม่กลั้นน้ำเสียง เธอปล่อยโฮออกมาราวกับว่า ไม่อาจกลั้นความเจ็บช้ำน้ำใจที่โถมใส่ได้อีก ปรินทร์ไม่เพียงแค่ทำร้ายจิตใจพราวฟ้า เขาไม่ถนอมน้ำใจเธอเลยสักนิด พร้อมเหยียบย่ำความรู้สึกให้จมพื้นดิน ขยี้หัวใจสาวจนแหลกลานคาเท้า “แล้วก็เลิกร้องไห้ซะที น้ำตาไม่ได้ช่วยอะไรเธอหรอกนะ เห็นแล้วหงุดหงิด น่าเบื่อชะมัด” ปรินทร์หัวเสียหนักมากขึ้น เขาเดินออกไปจากห้องทันทีที่พูดจบ ราวกับว่าไม่อยากคุยกับพราวฟ้าต่อ เพราะเกรงว่าจะยิ่งพูดกันไม่รู้เรื่อง ค่อยกลับมาพูดใหม่หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างอารมณ์เย็นลง พราวฟ้าไม่มีคำใดเอื้อนเอ่ย นอกจากน้ำตาที่รินไหลไม่หยุด คำสัญญาคำพูดของเขาที่ว่า ไม่คิดอะไรกับทิวาทิพย์มากไปกว่าเพื่อนก็ไม่ใช่ความจริง เขาเพียงแค่หลอกล่อให้เธอตายใจและเชื่อใจ ก่อนตลบหลังอย่างเจ็บปวดที่สุด ปรินทร์หมดรักเธอแล้ว หากยังมีความรักหลงเหลือ ปรินทร์จะไม่ทำเช่นนี้ มือเรียวสวยวางลงบนท้อง เธอลูบท้องเบาๆ ก้มหน้าลงบอกกล่าวกับอีกหนึ่งชีวิตในครรภ์ “พ่อไม่ต้องการแม่แล้ว เราไปอยู่กันสองคนนะลูก” เป็นการตัดสินใจอันแน่วแน่ของพราวฟ้า เมื่อเขาไม่เห็นค่า ไม่เห็นแก่ความรัก จะอยู่ให้ทุกข์ทรมานใจทำไม หากเธอไม่ดึงตัวเองออกจากความเจ็บปวด เธอก็ต้องจมอยู่กับความเสียใจไปตลอดชีวิต

เมียลับนายหัว

เมียลับนายหัว

มหาเศรษฐี

5.0

................ วินาทีที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกสาว หัวใจเขาเต้นแรงมาก ความรู้สึกหม่นเศร้า เคว้งคว้างท่ามกลางความหนาวเหน็บถูกปัดออกมาจากจิตใจจนสิ้นเมื่อได้พบหน้ากัญญาพัชรด้วยตาตัวเอง หนูน้อยวัยสี่ขวบเดินมาหาชายร่างสูงใหญ่ด้วยความรู้สึกที่บอกในใจว่า ต้องเดินไปหา “สวัสดีค่ะ มาหาใครคะ” เสียงหวานใสเหลือเกิน... สิงหนาทพูดอยู่ในใจเมื่อได้ยินเสียงแรกของลูกสาว เขาก้มมองดูเด็กหญิงหน้าตาราวกับตุ๊กตา ผิวขาวอมชมพู รูปร่างอวบน่าฟัดน่ากอด สวมใส่ชุดคอจีนสีขาวฟ้า ใบหน้าหนูน้อยชวนมองยิ่งนัก ตาโต แก้มป่อง ริมฝีปากแดงอมชมพู เขาย่อตัวลงให้ความสูงอยู่ระดับเดียวกับกัญญาพัชร “ขอกอดหน่อยได้ไหมครับ” สิงหนาทพูดกับลูกเสียงหวานมาก กัญญาภรณ์กับชุติมาสั่งสอนเสมอว่า อย่าเข้าใกล้คนแปลกหน้า ใครที่น้องขนมไม่รู้จักชวนไปไหนอย่าไป ให้กินอะไรก็อย่ากิน ซึ่งหนูน้อยเชื่อฟังมาตลอด ทว่าครั้งนี้กัญญาพัขรกลับละเมิดคำสั่งสอนมารดา “ได้ค่ะ” กัญญาพัชรกางมือออกไปทางด้านข้าง ยิ้มเต็มใบหน้า ราวกับว่าต้องการอ้อมกอดจากเขาเช่นกัน สิงหนาทไม่รอช้ารั้งร่างอวบของลูกสาวไว้ในอ้อมแขน กระชับแน่นประหนึ่งกลัวว่าร่างนี้จะสลายแล้วรู้ตัวว่า เขาอยู่ในความฝัน ไม่ใช่ฝัน...มันคือเรื่องจริง เนื้อนุ่มนิ่มที่เขากอด หัวใจของหนูน้อยที่แนบกับอก สิงหนาทรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ ความอุ่นจากเรือนกายตอกย้ำว่า เขาได้พบลูกแล้ว น้ำตาเขาปริ่มขอบตาก่อนปล่อยมันลงมาเคลียแก้มอย่างไม่คิดจะกลั้น เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ เป็นความดีใจที่รอคอยมานานสี่ปี คนเป็นพ่อค่อยๆ ดันร่างลูกสาว ลูบหัวหนูน้อยเบามือ “คุณลุนร้อนไห้ทำไมคะ โอ๋ๆ ไม่ร้อนนะคะ” สิงหนาทยิ้มกับคำพูดของลูกสาว แล้วยิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อกัญญาพัชรกอดปลอด “ไม่ต้องร้อนนะคะ โอ๋ๆ” “ลุงไม่ร้องแล้วครับ ลุงไม่ร้องแล้ว ขอบใจน้องขนมนะครับที่ปลอบลุง” สิงหนาทปาดน้ำตาทิ้ง ยิ้มให้บุตรสาวสุดน่ารัก “แม่อยู่ไหมครับ แม่แพรน่ะครับ” “แม่ไม่อยู่ค่ะ” “แม่ไปไหนครับ” “แม่ไปหาผัวใหม่” เด็กวัยสี่ขวบตอบเสียงใส ยิ้มแป้น แต่คนได้รับคำตอบกลับยิ้มไม่ออก “ไปไหนนะครับ” สิงหนาทถามซ้ำ “แม่ไปหาผัวใหม่ น้ายูบอกว่าผัวเก่าแม่เฮงซวยค่ะ” น้องขนมตอบตามที่ชุติมาบอก ไม่รู้ความหมายในคำพูดที่เอ่ยออกไป โดยไม่รู้ว่า คำตอบของตนนั้นกำลังทำให้เสือร้ายโมโห “หนอย...ห่างผัวไม่กี่ปี ริอยากมีผัวใหม่ ฝันไปเถอะ” โรมานซ์

หนังสือที่คุณอาจชอบ

รอยรักพญามาร

รอยรักพญามาร

vanalak

แผนการง่ายๆ ในใจ ‘ลุคส์ อัลเบอร์ทีน’ นักธุรกิจหนุ่มมหาเศรษฐีผู้เย็นชาราวกับปีศาจน้ำแข็ง มีเพียงแค่ ‘ลากตัวหลานสาวขึ้นเตียง’ เพื่อที่จะสาวตัวไปให้ถึงลุงของเธอ... อดีตลูกน้องผู้กล้าขโมยความลับสำคัญทางธุรกิจหนีไปจากเขา เขาคิดว่าแผนการนี้ไม่มีวันที่จะผิดพลาด และสิ่งที่คุ้มค่ายิ่งกว่าการได้ตัวคนทรยศมาลงโทษ นั่นก็คือความพึงพอใจอย่างเปี่ยมล้นในยามที่ร่างกายของหญิงสาวบิดเร่าอยู่ใต้ร่างเขา ด้วยความทุกข์ทรมานอันแสนหฤหรรษ์... แต่... ‘ปรางค์ปรียา’ ไม่ใช่คนที่เขาต้องการตัว และการที่เธอเสี่ยงชีวิต ยอมรับสมอ้างเป็นตัวประกันแทนเพื่อนสนิท ก็เพราะเธอคิดว่าท้ายที่สุด เมื่อลุคส์พบความจริง เขาก็จำจะต้องปล่อยเธอไปในภายหลัง ทว่านั่นกลับเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง เมื่อมหาเศรษฐีหนุ่มผู้หล่อเหลาและร้ายกาจไม่เพียงแต่ใช้เรือนร่างของเธอเป็นดอกเบี้ยความแค้น หากในวันที่เธอได้รับอิสรภาพ เขายังได้มอบบางสิ่งบางอย่างติดครรภ์เธอไปโดยไม่เจตนา และสิ่งนั้นก็คือพันธนาการที่จะทำให้เธอไม่สามารถหนีพ้นจากเงื้อมมือของเขาไปได้ตลอดกาล

ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ

ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ

เทียนธีรา

เมื่อเด็กที่อยู่ในอุปการคุณของผู้เป็นบิดาทำท่าว่าจะเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นแม่เลี้ยงของเขา ภาคิม วัชรอาชา ผู้ชายที่แสนจะหยิ่งยโสจึงยอมไม่ได้ สู้ให้บิดามีนางบำเรอเป็นร้อยเหมือนกับนางในฮาเร็มของสุลต่านยังจะดีเสียกว่าให้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนั้นมาร่วมสกุล เขาสลัดคู่ควงทุกคนทิ้งแทบจะทันทีแล้วหันมามุ่งมั่นกับการกำจัดว่าที่แม่เลี้ยงและจัดการลงทัณฑ์ผู้หญิงไม่เจียมตัวให้รู้สำนึกว่าอย่างมากเธอก็เป็นได้แค่ ‘นางบำเรอ’ เท่านั้น วิโรษณา ดุษยา เพื่อตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ สาวน้อยไร้เดียงสาจึงต้องยอมตกเป็น ‘เมียบำเรอ’ ของผู้ชายกักขฬะไร้หัวใจโดยไม่ยอมปริปากบ่น และไม่แม้แต่จะเรียกร้องความสมเพชใดๆ จากเขา เพราะรู้ว่าในสายตาของซาตานร้าย ผู้หญิงข้างถนนอย่างเธอมีค่าไม่ต่างอะไรกับขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น “คุณภาคิม ได้โปรดอย่าทำกับปุ้มแบบนี้” “ฉันมีสิทธิ์ลงโทษเธอตามวิธีของฉันวิโรษณา” เสียงเขาแหบกระเส่า วิโรษณาดิ้นอย่างกระสับกระส่าย ทำไมเขาไม่ลงโทษเธอด้วยการเฆี่ยนตี หรือให้อดข้าวอดน้ำ ขังไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันก็ได้ เขาไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนี้ร่างกายของเธอปั่นป่วนและกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยความทรมานอันแสนวาบหวาม ลิ้นร้อนดั่งไฟนาบจุมพิตทั่วทุกอณูเนื้อของดอกไม้แสนฉ่ำหวาน ก่อนจะแทรกลิ้นชื้นเข้าไปรุกรานความอ่อนนุ่มที่นิ้วเรียวของเขาได้สัมผัสมาแล้วก่อนหน้านี้ สาวน้อยพยายามตั้งสติไม่ปล่อยการกระทำไปตามอารมณ์เร่าร้อนที่กำลังรู้สึกอยู่ แต่ลิ้นอุ่นจัดของคนแสนชำนาญก็แทรกลึกเข้าไปในความอ่อนนุ่มกลางกายด้วยจังหวะอันร้ายกาจอย่างไม่หยุดหย่อน ใบหน้าสวยแดงซ่านด้วยอารมณ์ร้อนแรง มือเล็กจิกลงบนที่นอนและขยุ้มจนยับย่นเพื่อระบายความซ่านสยิวที่กำลังโรมรันกายสาวอย่างหน่วงหนัก ร่างบางกระตุกไหว คิ้วสวยขมวดนิ่วด้วยอารมณ์สะท้านซ่าน หลงใหลไปกับสัมผัสของเขาจนเผลอยกสะโพกขยับไปมาเบาๆ ปลายลิ้นหนาลากถูไถขึ้นลงตามกลีบกุหลาบแสนสวยที่เปียกชุ่มไปด้วยความฉ่ำหวาน สองขาเรียวสั่นระริกๆ เมื่อชายหนุ่มเริ่มออกแรงกดปลายลิ้นแตะต้องแรงขึ้น

ฉันนี่แหละเศรษฐี

ฉันนี่แหละเศรษฐี

Abelard Evans

ผมต้องทำงานนอกเวลาทุกวันเพื่อหารายได้ประคองชีวิตและจ่ายค่าเรียนมหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง เนื่องจากฐานะครอบครัวยากจนและไม่สามารถส่งเสียผมเข้ามหาวิทยาลัยได้ และตอนเรียนที่มหาวิทยาลัย ผมก็ได้พบกับเธอ-สาวแสนสวยที่หนุ่มๆ ทุกคนในชั้นเรียนต่างก็ใฝ่ฝันถึง ไม่เว้นแม้แต่ผมเอง แต่ผมก็รู้ตัวดีว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเธอ ถึงอย่างนั้นก็ตาม ผมก็รวบรวมความกล้าสารภาพกับเธอจนได้ สุดท้ายผมนึกไม่ถึงว่าเธอจะยอมตกลงเป็นแฟนกับผม เธอบอกกับผมว่าอยากได้ของขวัญเป็นไอโฟนรุ่นล่าสุด ผมก็ไปรับงานซักเสื้อผ้าให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนเพื่อพยายามเก็บเงินซื้อให้เธอจนได้ และในที่สุดหนึ่งเดือนต่อมา ผมก็ซื้อมาได้จริง ๆ แต่ขณะที่ผมกำลังห่อของขวัญเพื่อนำไปมอบให้เธอ ก็พบว่าเธอกำลังมีอะไรกับหัวหน้าทีมฟุตบอลในห้องล็อกเกอร์ เธอเหมือนเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งผมไม่เคยรู้จักเลย เธอหัวเราะเยาะความโง่เขลาของผม เหยียดหยามศักดิ์ศรีของผม ปล่อยให้เขาซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นแฟนใหม่ของเธอไปแล้ว ทุบตีผม ผมนอนเจ็บอยู่บนพื้นอย่างสิ้นหวัง ต่อมา จู่ ๆ ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากพ่อ ตั้งแต่วันนั้น ชีวิตของผมก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างกับหนัามือเป็นหลังมือ ใครจะไปรู้ว่า ผมเป็นลูกชายของมหาเศรษฐี

แอบรักลุงข้างบ้าน

แอบรักลุงข้างบ้าน

w.valai

สาวน้อยที่ขาดความรักความอบอุ่นจากคนในครอบครัวเพราะเป็นส่วนเกินของทั้งพ่อและแม่ หนีมาอยู่กับยายและได้เจอมิตรต่างวัยเป็นชายแก่ข้างบ้านที่มีหัวใจทรุดโทรมจากรอยแผลในอดีต เธอไม่รู้ตัวเลยหรือว่า นอกจากจะแอบมุดรั้วเข้ามาในเคหะสถานกระท่อมชายโฉดโดยพลการแล้ว ยังมุดเข้ามาซุกซนเล่นในหัวใจเหี่ยว ๆ ของเขาอีกด้วย ยิ่งนานวันไปก็อดคิดไม่ได้ว่า เสน่ห์หนุ่มเนื้อหอมที่เคยตกสาวแก่แม่ม่ายมานักต่อนักในอดีตเมื่อยี่สิบปีก่อนของตนจะยังใช้งานได้อยู่ เฮ่อ! นึกแล้วก็ปวดหัวอีกละ อยากขี้เหร๊ อยากขี้เหร่จริง ๆ เลยให้ตายสิ

17+ Married เจ้าสาวสายเคี้ยว

17+ Married เจ้าสาวสายเคี้ยว

Sweet_Moon

เกิดอะไรขึ้น!เมื่อจู่ๆ แม่ดันส่งใครไม่รู้มาดูแลผม ทั้งที่ผมไม่ได้ต้องการเลยสักนิดกับคำว่า 'ว่าที่คู่หมั้น’ จะมาดูแลผมนับจากนี้เป็นต้นไป เฮ้ย บ้าไปแล้ว สายเคี้ยวอย่างผมไม่มีวันแต่งงานหรอกนะเว้ย ! ฝันไปเถอะว่าจะหยุด 'พี่บอลสายเคี้ยว' ไปได้ แถมสาวเจ้าที่เป็นคู่หมั้นผม อายุเพียงแค่สิบเจ็ดปี! แม่กำลังให้ผมแต่งงานกับเด็กเหรอวะ ไม่มีทางหรอกเป็นไงเป็นกัน! จะทำให้ทนไม่ได้ จนต้องถอนหมั้นไปเลย... คอยดู “อยากมีผัวจนตัวสั่นเลยหรือไง? อายุแค่นี้ไปเรียนให้จบดีกว่ามะ” “ไม่ได้อยากมีผัวจนตัวสั่นหรอกค่ะ เพียงแต่หนูต้องมาทำหน้าที่ของตัวเองก็เท่านั้น” ในเมื่อมาทำเพราะหน้าที่ ผมก็จัดให้แล้วกัน... จัดการให้หายไปจากชีวิตของผมไง หึ

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
เมียไม่ปรารถนา เมียไม่ปรารถนา อัญญาณี มหาเศรษฐี
“คุณานนท์เมา... ใช่ เขาต้องการให้แอลกอฮอล์ดับความทุกข์ ความผิดหวัง ความเสียใจ และอาการเจ็บใจ แค้นฝังรากลึกให้หลุดออกไปใจบ้าง วันนี้เขากับครอบครัวเสียหน้าหนักมาก ต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านที่ต้องนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกันสนุกปาก คงไม่มีใครคิดว่า คนอย่างคุณานนท์จะถูกทิ้งกลางอากาศ ถูกทิ้งในวันสำคัญของชีวิตด้วย ไม่แค้นก็แปลก แล้วความแค้นทั้งหมดก็กำลังไปลงที่เจ้าสาวที่ไม่ปรารถนา “หลับสบายเลยนะ” เขาพูดเสียงต่ำ มองดวงหน้าหวานที่นอนหลับพริ้มบนเตียง “ตื่น!” คุณานนท์ตะโกนเสียงดัง เขาไม่เพียงแค่ส่งเสียงเรียกเธอ มือใหญ่คว้าผ้าห่มแล้วเหวี่ยงมันไปกองบนพื้น และนั่นทำให้เขาเห็นเรือนร่างสาวมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันกาย เสียงอันแผดดัง ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่กระทบผิวกาย ส่งผลให้ลัลณ์ลนินตื่น เธอเอี้ยวตัวมาทางด้านหลังแล้วต้องสะดุ้งตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อเห็นร่างสามียืนไม่มั่นคงนักริมเตียง “พี่กล้า” “แหม แต่งตัวรอให้ฉันมาเอาเธอเลยเหรอ รู้หน้าที่ดีนี่” น้ำเสียงติดอ้อแอ้ ทำให้เธอรู้ว่า เขากำลังเมา “ไม่ใช่ค่ะ ไม่ชะ...ว้าย!” ลัลณ์ลนินยังไม่ทันพูดจบประโยค คุณานนท์ก็โถมร่างดันร่างเล็กให้นอนลงบนที่นอน โดยมีร่างเขาทาบทับ “พี่กล้าลุกคะ ลุก” “ไม่ลุก” คุณานนท์ตอบเสียงดังฟังชัด “เธอลืมแล้วเหรอว่าเราแต่งงานกันแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่ที่เราจะมีอะไรกัน จริงไหม” ใช่ เขาพูดถูก ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าการแต่งงานมาจากความรักและความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย แต่นี่ไม่ใช่ งานวิวาห์ที่ทั้งเขาและเธอไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้น เรื่องแบบนี้ก็ไม่น่าเกิดขึ้นเช่นกัน ยิ่งตอนนี้ด้วยแล้ว กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ฟุ้งตามร่างหนา เป็นอีกสัญญาณหนึ่งให้รู้ถึงความไม่ปลอดภัย “ไม่ค่ะ ไม่” ลัลณ์ลนินพูดด้วยความกลัว เธอกำลังกลัวคุณานนท์ ลางสังหรณ์บอกเธอว่า ตนเองกำลังไม่ปลอดภัย เธอดิ้นรนไปมา ดิ้นทั้งที่รู้ว่า หนีไม่พ้น”
1

บทที่ 1 1

08/05/2022

2

บทที่ 2 2

08/05/2022

3

บทที่ 3 3

08/05/2022

4

บทที่ 4 4

08/05/2022

5

บทที่ 5 5

08/05/2022

6

บทที่ 6 6

08/05/2022

7

บทที่ 7 7

08/05/2022

8

บทที่ 8 8

08/05/2022

9

บทที่ 9 9

08/05/2022

10

บทที่ 10 10

08/05/2022

11

บทที่ 11 11

08/05/2022

12

บทที่ 12 12

08/05/2022

13

บทที่ 13 13

08/05/2022

14

บทที่ 14 14

08/05/2022

15

บทที่ 15 15

08/05/2022

16

บทที่ 16 16

08/05/2022

17

บทที่ 17 17

08/05/2022

18

บทที่ 18 18

08/05/2022

19

บทที่ 19 19

08/05/2022

20

บทที่ 20 20

08/05/2022

21

บทที่ 21 21

08/05/2022

22

บทที่ 22 22

08/05/2022

23

บทที่ 23 23

08/05/2022

24

บทที่ 24 24

08/05/2022

25

บทที่ 25 25

08/05/2022

26

บทที่ 26 26

08/05/2022

27

บทที่ 27 27

08/05/2022

28

บทที่ 28 28

08/05/2022

29

บทที่ 29 29

08/05/2022

30

บทที่ 30 30

08/05/2022

31

บทที่ 31 31

08/05/2022

32

บทที่ 32 32

08/05/2022

33

บทที่ 33 33

08/05/2022

34

บทที่ 34 34

08/05/2022

35

บทที่ 35 35

08/05/2022

36

บทที่ 36 36

08/05/2022

37

บทที่ 37 37

08/05/2022

38

บทที่ 38 38

08/05/2022

39

บทที่ 39 39

08/05/2022

40

บทที่ 40 40

08/05/2022