Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
5.0
ความคิดเห็น
1.3K
ชม
30
บท

‘ชบาดง’ หญิงสาวบ้านป่าที่ไม่ประสาในเรื่องความรัก ทว่าสิ่งนั้นกลับเป็นเสน่ห์จนทำให้เขาหลงรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น แต่ชบาไม่ใช่ดอกไม้ที่คู่ควรกับแจกันทอง เมื่อต้องเลือกระหว่างดอกไม้ในเมือง กับ ดอกชบาบ้านป่า เขาควรจะเลือกใคร ‘ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของเธอ... ไม่เคยมีดอกไม้ดอกไหนงดงามเท่า’ ‘โลดแล่นไปในห้วงแห่งกลิ่นหอมรัญจวน’

บทที่ 1 EP.01

ฝ่ามือแกร่งปาดไล่หยาดเหงื่อที่ไหลซึมผ่านคอเสื้อลงมาเป็นทาง ก่อนจะปลดรังดุมเสื้อเชิ้ตออกและกระพือเรียกลมเย็นจากภายนอกเข้ามาปะทะแผงอกด้านใน กว่า 2 ชั่วโมงที่เดินเท้าเข้ามาในป่าทำให้เหงื่อไหลโทรมกายไม่ต่างจากอาบน้ำ ทว่ามันไม่ใช่ความเย็นสดชื่นของสายน้ำ แต่มันเป็นความร้อนรุ่มของอุณหภูมิร่างกายที่กำลังเพิ่มขึ้นทุกขณะ ซึ่งทั้งหมดจะไม่เป็นอย่างนี้หากเขาตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ของรถมาเป็นอย่างดี

รถจี๊ปสีเขียวไพลที่ใช้สำหรับสัญจรไปมาระหว่างปางไม้กับพื้นราบเกิดขัดข้องจนไม่สามารถแก้ไขได้ ทำให้เขาต้องจอดทิ้งไว้ที่แนวป่า ก่อนจะตัดสินใจเดินเท้าไปที่หมู่บ้านที่ใกล้กับปางไม้มากที่สุด เพราะหากจะเลือกเดินกลับลงไปที่ด้านล่างก็จะทำให้การเดินทางในวันนี้เสียเปล่า และหากจะเลือกเดินตรงไปยังปางไม้ก็อาจจะไปไม่ทันพลบค่ำ ทางที่ดีเขาควรเลือกที่จะขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านป่าที่เคยเห็นว่าอาศัยอยู่แถวนี้จะดีกว่า

เสียงน้ำตกที่ดังซู่อยู่ไม่ไกลทำให้ ‘นิธิต’ แน่ใจว่าอีกไม่นานคงถึงจุดหมาย เพราะน้ำเป็นสัญญาณของการมีชีวิต ที่ใดมีน้ำที่นั่นย่อมมีชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีกลุ่มชาวบ้านอาศัยอยู่แถวนี้แน่

ฝีเท้าที่พยายามเร่งเดินเพื่อให้ถึงหมู่บ้านก่อนพลบค่ำหันเหไปทางต้นเสียงในทันที เพราะในยามนี้เขาเหนื่อยเหลือเกิน ร่างกายอ่อนล้าเสียจนอยากจะพักกายเอนหลัง แต่เสียงน้ำที่ได้ยินใกล้เข้ามาก็ทำให้เปลี่ยนใจอยากจะดำผุดดำว่ายชำระล้างคราบเหงื่อไคลออกไปให้พ้น

สองเท้าพาก้าวเร็วไวทว่าเสียงหวานที่ดังแว่วมาจากธารน้ำข้างหน้าก็ทำให้หัวคิ้วเข้มต้องขมวดเข้าหากัน แววตาครุ่นคิดไม่แน่ใจครั้งแรกในชีวิต ใบหน้าแหงนมองคาคบไม้ที่เริ่มมีแสงสีส้มจางๆ พร้อมทั้งนกป่าที่บินว่อนกู่ร้องเรียกกันไปมา นิธิตแน่ใจว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมีผู้หญิงคนไหนมานั่งฮัมเพลงอย่างสุขอุราอยู่ในป่าได้

เข้าป่ามาก็หลายครั้งทำให้พบเจอเรื่องราวแปลกๆ ของป่ามาก็มาก หรือว่าจะเป็นอีกครั้งที่เขาต้องบัญญัติไว้ในสารานุกรม “เรื่องแปลก” นิธิตกระชับสายเป้ที่ต้นแขนก้าวตรงไปยังต้นเสียง

“เอาว่ะ ให้มันรู้กันไป เกิดมาชีวิตเดียว ได้เห็นแต่ของแปลกๆ คุ้มจะตาย”

ดวงตาคมเข้มมุ่งมั่นมองตรงไปพยายามระงับความตื่นเต้นปนตื่นกลัว หากว่าสิ่งที่เห็นนั้นจะเป็น...

หากต้องเจออาถรรพ์ของป่าจนชีวิตต้องพบกับความวุ่นวายเขาก็ถือว่าคุ้ม เพราะยังไงเขาก็คงหนีเรื่องราวเหล่านี้ไปไม่พ้น ครอบครัวของเขาทำธุรกิจปางไม้ ความเชื่อเรื่องป่าเป็นเรื่องที่ต้องเคารพและยึดถือตลอดมา ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาคิดดีมาดี เจ้าป่าเจ้าเขาจะต้องคุ้มครองป้องกัน

ทว่า... สิ่งที่นิธิตได้เห็นกลับทำให้เนื้อกายชายหนุ่มเย็นวาบไปทั้งร่างตั้งแต่ปลายเท้าจรดศีรษะ ก่อนจะร้อนวูบวาบจนเขาแทบอยากจะสลัดไล่เสื้อผ้าที่ขวางกั้นเกะกะเนื้อกายไปเสียให้พ้น เพราะสิ่งที่เห็นนั้นคือ... เรือนร่างของหญิงสาว งดงามและสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา

ผิวละเอียดขาวนวลเนียนดูมีเลือดฝาด ส่งผลให้ร่างที่เต้นรำไปมาช้าๆ ในลำธารที่มีน้ำสูงอยู่เพียงระดับเอวของเธอนั้น คล้ายจะมีแสงสว่างเรืองรองอยู่ในตัวเองอย่างบางเบา เส้นผมดำขลับยาวสยายละบั้นเอวคอดกิ่วสะบัดพลิ้วไปมา โยกย้ายส่ายสะโพกสวยตามจังหวะทำนองเพลงที่เธอฮึมฮัมด้วยเสียงไพเราะ

นิธิตมองความสวยงามตรงหน้าแล้วเกิดอาการอยากจะเข่าอ่อนอยู่เพียงแทบเท้าของเธอ แม้ยังมองไม่เห็นใบหน้าแต่เขาก็มั่นใจว่าเธอต้องงดงามอย่างที่สุด ดวงตาคมเข้มฉายความปรารถนาที่ถูกปลุกอย่างกะทันหันไล้สำรวจทั่วด้านหลังของร่างเปล่าเปลือย แม้บั้นท้ายจะจมอยู่ปริ่มน้ำแต่ความใสก็ทำให้เห็นอะไรๆ ใต้น้ำได้โดยง่าย

หญิงสาวยังคงฮัมเพลงส่ายสะโพกใบไม้ไหวไปมาตามจังหวะจะโคน เรือนผมยาวสยายสีดำมันขลับเปียกลู่แนบไปกับเรือนร่างละอยู่ตามสะโพกผาย ทว่ากลับไม่สามารถปกปิดความงามที่สวรรค์สรรค์สร้างได้เลยสักนิด

นิธิตกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นที่สุด เมื่อปลายยอดสีชมพูสดนั้นคล้ายจะเด้งดึ๋งไปมา ยามที่เธอนั้นถลาไปตามด้านข้างของลำธาร เพียงเพื่อต้องการหยอกเย้าเล่นกับหมู่ปลาตัวเล็กตัวน้อย

“อุ้ย! น้องปลาจ๋าจะไปไหน มาให้พี่จับซะดีๆ”

เสียงหวานเอ่ยถามเจ้าปลาตัวน้อยราวกับเป็นเพื่อนเล่น ก่อนจะหัวเราะคิกคักไปมา ภาษาไทยที่เขาฟังเธอเข้าใจทั้งหมด และเสี้ยวหน้าที่หันหาเจ้าปลานั้นก็ทำให้น้ำลายเหนียวจนแทบจะกลืนลงคอไปไม่ได้ นั่น...

เธอไม่ใช่นางฟ้าจำแลงแปลงร่างลงมาใช่ไหม หรือไม่ใช่ผีป่าผีไพรที่จะมาหลอกล่อให้เขาหลงใหลในยามฟ้าสลัวใกล้ค่ำอย่างนี้ เธอมีเลือดเนื้อมีตัวตนและมี... ความอวบอิ่มที่น่าสัมผัสแตะต้องใช่หรือไม่ นิธิตครุ่นคิดราวคนละเมอและเสียงหัวเราะที่ดังแว่วมาไม่ขาดสายก็ทำให้เขาหมดความยับยั้งช่างใจใดๆ อีกแล้ว

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ชนิตร์นันท์

ข้อมูลเพิ่มเติม
คนงานบ้านนายฝรั่ง

คนงานบ้านนายฝรั่ง

โรแมนติก

5.0

หากนาไม่แล้ง ข้าวไม่แห้งตาย ‘เดช’ ก็ไม่คิดจะหอบเอา ‘ฟ้า’ เมียรักเข้ามาทำงานในเมืองกรุง แต่ความจนทำให้เลือกไม่ได้ และงานดี เงินดี เจ้านายเห็นใจ ก็เป็นเส้นทางที่ดีที่สุด ทว่า... หากรู้ว่ามาแล้วจะต้องเสียเมียให้นายฝรั่ง เดชเลือกที่จะไม่มาเสียยังดีกว่า แต่... เสียแล้วคือเสียเลย สิ่งเดียวที่จะชดเชยความแค้นก็คือ ‘เมียนาย’ คุณผู้หญิงเร่าร้อน เร่งเร้า รุนแรง และมากครั้งเท่าที่ต้องการ เดชไม่รู้แล้วว่านั่นคือการแก้แค้นหรือรางวัล +++++ ‘เดช’ พา ‘ฟ้า’ เมียรักมาทำงานที่บ้านนายฝรั่ง แต่ ‘คริส’ นายฝรั่งกินเมียเขาไปแล้ว และยังเอาดุ้นยาวใหญ่มาล่อให้ฟ้าติดใจ จนฟ้ากินไม่อิ่มไม่พอ อยากได้อะไรที่เทียบเท่า เขาก็เลยแอบกิน ‘โรส’ เมียของนายฝรั่ง แก้แค้นให้สาสม แต่แค้นช่างแสนหวานและฉ่ำชุ่ม จนเขาต้องกินซ้ำๆ ยิ่งได้กินพร้อมๆ กับพี่โชค เขาก็ยิ่งเมามัน และแน่นอนว่าโรสชอบ ในขณะที่นายฝรั่งกระหยิ่มยิ้มที่ได้กินเมียเขา เดชกลับสุขและยิ้มกว้างยิ่งกว่า เพราะเขาได้กิน ‘คุณหนูแพทตี้’ คุณหนูช่างร่านร้อนไม่ต่างจากแม่ แน่นอนว่าเขาชวนพี่โชคมากินด้วย

รับ(ลับ)ฉบับมาดาม

รับ(ลับ)ฉบับมาดาม

โรแมนติก

5.0

#มาดามทรายกับชายเลี้ยงม้า เปิดประสบการณ์รักร้อนในฟาร์มม้ากันสักครั้ง หรือจะลองกลิ่นฟางแห้งบ่มแดดอุ่นๆ ในโรงนาก็ไม่เลวนะ +++++ เคิร์กรู้ว่าฉันชอบขี่ม้า เขาจึงสอนให้ฉันขี่ม้าจริงๆ หลังจากขี่เขาจนช่ำชองมาหลายครั้ง และฉันก็หัวไวสอนง่ายซะด้วย เพราะเมื่อฝึกหัดขี่ม้าจริงตอนเย็นเสร็จ พอตกกลางคืนฉันก็ซ้อมขี่กับม้าเทียมอย่างเคิร์กอยู่ทุกวัน ไม่ได้ว่างเว้น และก็มีบ้างเป็นบางวันที่ฉันทนไม่ไหวและเคิร์กก็อดไม่ได้ เมื่อฟางใหม่หอมกลิ่นแดดเร่งเร้าความกำหนัดของเราเหลือเกิน เคิร์กก็จะพาฉันไปซ้อมขี่กันที่คอกม้าในโรงนาซะหลายครั้ง และความตื่นเต้นก็ทำให้ฉันกับเคิร์กคึกคักกันมากเป็นพิเศษ ยามที่ฉันควบขี่เคิร์กอยู่ในโรงนา กลิ่นฟางแห้งที่รองรับร่างกายยิ่งใหญ่ของเขาอยู่นั้น เร้าใจจนฉันควบขี่เขาได้ไวกว่าที่เคยทำได้ บั้นเอวและช่วงบั้นท้ายทำหน้าที่โยกตัวไปข้างหน้าและโย้มาข้างหลัง ทว่าปากก็ร่ำร้องบอกถึงความเสียวซ่านที่ดุ้นบังเหียนกระทำกับร่องลึกลับของฉันอยู่ตลอดเวลา

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

l3oonm@
5.0

“ท่านผู้อำนวยการคะ ทางทีมสำรวจแจ้งว่าคนไม่เพียงพอที่จะเข้าไปเก็บตัวอย่างพันธุ์พืชในป่าเมืองเหอหนานค่ะ” ซูเจิน ที่ได้ยินก็หูผึ่งทันที เธอนั่งทำการอยู่ในห้องวิจัยตั้งแต่เรียนจบ ถึงตอนนี้ก็สี่ปีได้แล้ว ผู้อำนวยที่เข้ามาตรวจงานวิจัยล่าสุด ก็มองไปรอบห้อง เพื่อดูว่ามีใครต้องการเสนอตัวไปทำงานในครั้งนี้หรือไม่ แต่หลายคนที่เขามองไป ต่างหลบสายตาของเขา จะมีใครอยากออกไปเสี่ยงอันตราย เดินป่าขึ้นเขาให้เหนื่อยสู้นั่งทำงานในห้องปรับอากาศเย็นๆ ดีกว่า เมื่อไม่มีใครคิดจะเสนอตัว เขาจึงได้สอบถามหาผู้ที่สมัครใจทันที “มีใครอยากจะอาสาไปไหม” ไว้กว่าความคิด ซูเจินยกมือขึ้น “ฉันค่ะ” เพื่อนสนิทรีบดึงเสื้อของเธอเพื่อจะห้ามปราม “จะบ้าหรอ เธอไม่เคยไปสักครั้ง ไม่รู้หรือว่างานนี้เสี่ยงแค่ไหน” เสียงกระซิบของเสี่ยวชิง เอ่ยลอดไรฟันออกมา เมื่อปีที่แล้ว ที่ทีมสำรวจเดินทางเข้าไปที่ป่าเหอหนาน พื้นป่าที่ไม่อาจสำรวจได้อย่างทั่วถึง สร้างความท้าทายให้เหล่านักพฤกษศาสตร์จากทุกองค์กร แต่ไม่ว่าจะส่งเข้าไปกี่ครั้งก็ไปไม่ถึงป่าชั้นกลางเสียที แม้จะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้าช่วยเพียงได้ ก็สำรวจได้เพียงป่าชั้นนอก แถมยังพาชีวิตคนไปทิ้งอีกนับไม่ถ้วน ปีนี้ทางองค์กรของซูเจิน หยิบโครงการสำรวจป่าเหอหนานขึ้นมาใหม่ แต่กว่าจะหาทีมสำรวจได้ครบคนก็กินเวลาไปหลายเดือน ถึงตอนนี้คนก็ยังไม่พอจนต้องมาถามหาจากทีมวิจัยให้ช่วยเหลือ “คุณอยากไปจริงหรือ” เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “ค่ะ ฉันอยากลองทำงานนี้” ซูเจินยิ้มออกมา “ได้ อีกสองวัน คุณก็เตรียมตัวให้พร้อม” เมื่อมีคนเสนอตัวแล้ว ผู้อำนวยการก็ออกไปพบทีมสำรวจ เพื่อวางแผนการทำงาน ทั้งยังให้ซูเจินตามเขาไปเข้ารวมการประชุมในครั้งนี้ด้วย “เธอมันบ้าไปแล้ว” เพื่อร่วมงานต่างเดินเข้ามาหาซูเจิน แล้วตำหนิเธอที่กล้ายกมือเสนอตัว “เอาน่า ไว้กลับมาฉันจะเอาเรื่องสนุกมาเล่าให้พวกเธอฟัง” ซูเจินยิ้มหวานออกมา ก่อนที่จะเก็บของแล้วไปเข้าร่วมประชุมกับทีมสำรวจ สองวันต่อมาซูเจินก็แบกกระเป๋าเดินทางมาที่จุดนัดพบ เธอออกเดินทางด้วยรถตู้ขององค์กร พร้อมทีมสำรวจอีกเกือบยี่สิบชีวิต ยังดีที่เธอได้แบกกระเป๋าเพียงใบเดียว หากต้องแบกเต็นท์นอน อาหารด้วย คงได้เป็นภาระของคนอื่นอย่างแน่นอน ภายในป่าเหอหนาน น่ากลัวว่าที่ซูเจินคิดไว้เยอะ พอตะวันตกดิน หากไม่มีแสงไฟที่ทีมสำรวจนำมาด้วยคงจะมืดจนมองไม่เห็นอะไร เสียงแมลงทั้งสัตว์ป่าร้องตลอดทั้งคืน สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ไม่เคยเข้าป่าสักครั้งอย่างเธอได้อย่างดี ยังดีที่เจ้าหน้าที่ผู้นำทางติดตามมาด้วยอีกหลายคน พวกเขาจึงได้อยู่ผลัดเปลี่ยนเวรยาม เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าเข้ามาถึงตัวพวกเขา หลายวันที่อยู่ในป่า ซูเจินเก็บตัวอย่างพันธุ์ได้หลายชนิด แต่ทั้งทีม ยังเดินไม่หลุดป่าชั้นนอกเลย ยังดีที่อาหารที่เตรียมมาเพียงพอให้พวกเขาอยู่ไปได้อีกหลายวัน “เอ๊ะ” เข้าวันที่เจ็ดของการสำรวจป่า ซูเจิน เห็นดอกไม้แปลกตา ที่ขึ้นอยู่ท่ามกลางพงหญ้ารก เธอจึงเดินห่างจากกลุ่มทีมสำรวจเข้าไปดูทันที เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรได้ ระยะห่างที่อยู่ไกลจากพวกเขา หากร้องเรียกก็ยังได้ยินอยู่ เธอหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา พร้อมทั้งจดรายละเอียดก่อนที่จะดึงต้นไม้เก็บเข้าถุงเก็บตัวอย่างที่เตรียมมา แต่เมื่อมือของซูเจินสัมผัสไปที่ดอกไม้ เธอก็ต้องตกตะลึง เหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่านปลายนิ้วไปจนทั่วทั้งตัว “โอ๊ยย” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของซูเจิน เรียกความสนใจให้คนทั้งหมดรีบวิ่งมาทางที่เธออยู่ ซูเจินเห็นเพียงแสงสีขาวที่สว่างวาบไปทั่ว แล้วภาพตรงหน้าของเธอก็ดำมืดลง

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ