Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
5.0
ความคิดเห็น
3.8K
ชม
33
บท

‘หากหัวใจปราศจากความแค้น คงไร้แล้วซึ่งลมหายใจ’ สำหรับหล่อน เขาคือชายชุดดำ บอดี้การ์ดหน้านิ่งของพ่อ เคร่งขรึม เก๊กหล่อ หมางเมินใส่ราวหล่อนไม่สำคัญ ก็แน่ล่ะ เพราะพี่สาวเขากำลังจะมาเป็นเมียใหม่ของพ่อ แต่มีเหรอที่หล่อนจะยอม นารีมีรูปเป็นทรัพย์ฉันใด หล่อนก็พร้อมจะลงทุนเพื่อสิ่งที่ได้มา ภายใต้แว่นดำนั้น หล่อนต้องรู้ให้ได้ว่า ‘หัวใจ’ หรือเปล่าที่ซุกซ่อนอยู่ แต่สำหรับเขา... หล่อนคือ เหยื่อ! ที่ความแค้นจะได้เอาคืน

บทที่ 1 EP.01

เสียงประกาศจากรถหาเสียงดังกระหึ่มไปทั่วทั้งชุมชนทำให้ชาวบ้านร้านตลาดออกมายืนอยู่ด้านข้างถนนเพื่อมองดูผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งนายกเทศบาลประจำตำบลแห่งนี้

บนด้านหลังรถกระบะคันโก้ ‘นายนารถ นฤปนาท’ นักการเมืองท้องถิ่นอดีตนายกฯ 3 สมัย ลงชิงตำแหน่งอีกครั้ง

นารถใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีขาวด้านหลังมีโลโก้ชื่อพรรคและเบอร์ผู้สมัคร ลำคอคล้องพวงมาลัยดอกดาวเรืองสีเหลืองสด ใบหน้าเขายิ้มแย้ม ดวงตาภายใต้กรอบแว่นใสบ่งบอกถึงความเป็นมิตรและจิตใจดีอยู่เสมอ

“สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้อง สวัสดีครับ สวัสดีครับ อ้าว! สวัสดี สวัสดี ทิด! สวัสดี ป้า! สวัสดี”

เขาโบกไม้โบกมือให้กับชาวบ้านทั่วไป ทั้งคนไม่คุ้นหน้า คนคุ้นเคย และคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้วพร้อมร้องทักทายยกมือไหว้ เพราะทำงานอยู่ในพื้นที่นี้มานานนับ 10 ปี ทำให้รู้จักชาวบ้านเสียมากกว่ารู้จักญาติพี่น้องของตนเองเสียอีก ด้วยภาพลักษณ์นักการเมืองจิตใจดี คนซื่อ มือสะอาด ก็ยิ่งทำให้ชาวบ้านทั้งรักทั้งบูชาท่านอดีตนายกฯ 3 สมัย อย่างที่คิดจะเปลี่ยนใจเลือกคนใหม่ได้ยาก เรียกได้ว่าหาเสียงพอเป็นพิธีเพราะนอนมาชัดๆ

ทว่าการรักษาภาพลักษณ์กลับเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะโครงการใหญ่ในภายภาคหน้าจะต้องได้รับความยินยอมของชาวบ้าน ยิ่งเชื่อใจ อะไรอะไรก็ยิ่งจะง่าย

และเมื่อรถเคลื่อนมาถึงหน้าบ้านที่เป็นแหล่งชุมชนมีคนอยู่เยอะ รถบิ๊กอัพก็จอดอย่างรู้งาน

นารถลงจากรถยกมือรับไหว้เหล่าชาวบ้านที่ต่างมาให้กำลังใจ บางคนก็ยื่นดอกไม้ให้ บางคนก็เอาพวงมาลัยมาคล้องคอ บางคนเข้ามาจับมือเอ่ยคำพูดชื่นชมให้กำลังใจ

“ท่านครับ ขอให้ท่านได้เป็นนายกฯ สมัยที่สามนะครับ”

“ท่านต้องได้แน่นอนครับ”

“ท่านครับ นี่บ้านผมครับ ท่อน้ำตรงนี้น้ำไม่ระบายเลยครับ ฝนตกหน่อยน้ำก็ท่วมครับ”

“อ้อๆๆ นิรยะ”

“ท่านคะ ปีนี้ลูกหนูจะเข้ามอสี่ ฝากท่านด้วยนะคะ”

“อืม... นิรยะ”

“ท่านครับ นี่ลูกสาวผม ปีนี้จบปริญญาตรีแล้วครับ อยากให้ทำงานใกล้บ้าน”

“อืม... นิรยะ”

“ท่านคะ ปีนี้ถนนเข้าบ้านเราคงได้ลาดยางสักที”

“ใช่ๆ ผมก็คาดหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น นิรยะ”

ทุกข้อร้องเรียน ทุกข้อแสดงความคิดเห็น คนที่นารถจะหันไปหาก็คือ... ‘นิรยะ’ คนสนิทของเขา เป็นสัญญาณว่าให้เก็บข้อมูลทุกอย่าง และเจ้าของใบหน้าหล่อเข้ม นิ่ง และดูดุ ก็พยักหน้าน้อยๆ ว่ารับทราบ

เพียงชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็คดำทั้งชุดปรายตามอง คนที่ยืนรายล้อมรอบตัวนารถก็รีบบอกความต้องการและรีบถอยห่างอย่างเร็วเพราะต่างรู้กิตติศัพท์ของนิรยะดี

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่านิรยะเข้ามาอยู่กับนารถเมื่อไร รู้แค่ว่าเมื่อ 5 ปีก่อนที่นารถโดนถล่มยิงจากคู่อริ นิรยะคือคนที่พานารถฝ่าวงล้อมดงกระสุนรอดตายมาได้ จากนั้นเขาก็ได้กลายเป็นมือขวาคนสนิทตามประกบนารถไปทุกที่ ที่ใดมีนารถน้อยนักที่จะไม่เห็นนิรยะ แต่หากไม่มีนิรยะก็ยังมีเหล่าลูกน้องคนสนิทที่ว่ากันว่าเขาคัดเลือกมาเองกับมือ

หากนารถเป็นสิงโตเฒ่าเจ้าป่า นิรยะก็เป็นสิงห์หนุ่มที่พร้อมขย้ำทุกคนที่เข้ามากล้ำกรายนายของเขา

นารถยังคงเดินทักทายชาวบ้านในชุมชน เขาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธทุกคำร้องขอ เพียงแต่บอกให้นิรยะบันทึก เพราะเป็นอันรู้กฎกันดีว่าไม่ควรให้คำสัญญิงสัญญาใดๆ กับชาวบ้าน ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำให้ตามคำร้องขอ แต่เป็นเพราะไม่ได้อยู่ในที่รโหฐาน แต่เป็นที่สาธารณะ ดังนั้นการรับปากหรือยืนยันตามสิ่งที่ร้องขอจะกลายเป็นการหาเสียงที่ผิดกฎและหากฝ่ายตรงกันข้ามต้องการเอาสิ่งนี้มาเล่นงาน นั่นจะกลายเป็นฝ่ายนารถที่แพ้ฟาวล์ตั้งแต่ยกแรก

“จดไว้ให้ครบนะนิรยะ อย่าให้ขาดตกสักคนหนึ่ง”

“ครับท่าน ไม่ต้องห่วงครับ”

เสียงกว้างกังวานของนารถที่เอ่ยกับนิรยะดั่งจะกำชับให้คนสนิทรอบคอบอย่าทิ้งขว้างความต้องการของชาวบ้าน ทว่ากลับจงใจให้คนที่อยู่ด้านข้างได้ยินชัดเช่นกัน แค่นั้นชายชาวบ้านที่มาร้องขอความช่วยเหลือก็ตาวาวขึ้นด้วยความดีใจ เมื่อได้รู้ว่าสิ่งที่ขอไปนั้นท่านอดีตนายกฯ ใส่ใจ และเมื่อขบวนหาเสียงเคลื่อนไปข้างหน้า ชายชาวบ้านก็รีบป้องปากกระซิบบอกคนที่อยู่ด้านข้างโดยเร็ว

“ท่านนายกฯ นารถกำชับคุณนิให้จดเรื่องเดือดร้อนของพวกเราทุกคนแล้ว ท่านบอกด้วยนะว่าอย่าให้ขาดตกสักคนหนึ่ง”

จากนั้นปากต่อปากก็ป้องกันไป สีหน้าชาวบ้านคือความหวัง และสีหน้าของนารถก็คือความหวังเช่นกัน ส่วนสีหน้าของนิรยะคือราบเรียบดังเดิม

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ชนิตร์นันท์

ข้อมูลเพิ่มเติม
คนงานบ้านนายฝรั่ง

คนงานบ้านนายฝรั่ง

โรแมนติก

5.0

หากนาไม่แล้ง ข้าวไม่แห้งตาย ‘เดช’ ก็ไม่คิดจะหอบเอา ‘ฟ้า’ เมียรักเข้ามาทำงานในเมืองกรุง แต่ความจนทำให้เลือกไม่ได้ และงานดี เงินดี เจ้านายเห็นใจ ก็เป็นเส้นทางที่ดีที่สุด ทว่า... หากรู้ว่ามาแล้วจะต้องเสียเมียให้นายฝรั่ง เดชเลือกที่จะไม่มาเสียยังดีกว่า แต่... เสียแล้วคือเสียเลย สิ่งเดียวที่จะชดเชยความแค้นก็คือ ‘เมียนาย’ คุณผู้หญิงเร่าร้อน เร่งเร้า รุนแรง และมากครั้งเท่าที่ต้องการ เดชไม่รู้แล้วว่านั่นคือการแก้แค้นหรือรางวัล +++++ ‘เดช’ พา ‘ฟ้า’ เมียรักมาทำงานที่บ้านนายฝรั่ง แต่ ‘คริส’ นายฝรั่งกินเมียเขาไปแล้ว และยังเอาดุ้นยาวใหญ่มาล่อให้ฟ้าติดใจ จนฟ้ากินไม่อิ่มไม่พอ อยากได้อะไรที่เทียบเท่า เขาก็เลยแอบกิน ‘โรส’ เมียของนายฝรั่ง แก้แค้นให้สาสม แต่แค้นช่างแสนหวานและฉ่ำชุ่ม จนเขาต้องกินซ้ำๆ ยิ่งได้กินพร้อมๆ กับพี่โชค เขาก็ยิ่งเมามัน และแน่นอนว่าโรสชอบ ในขณะที่นายฝรั่งกระหยิ่มยิ้มที่ได้กินเมียเขา เดชกลับสุขและยิ้มกว้างยิ่งกว่า เพราะเขาได้กิน ‘คุณหนูแพทตี้’ คุณหนูช่างร่านร้อนไม่ต่างจากแม่ แน่นอนว่าเขาชวนพี่โชคมากินด้วย

รับ(ลับ)ฉบับมาดาม

รับ(ลับ)ฉบับมาดาม

โรแมนติก

5.0

#มาดามทรายกับชายเลี้ยงม้า เปิดประสบการณ์รักร้อนในฟาร์มม้ากันสักครั้ง หรือจะลองกลิ่นฟางแห้งบ่มแดดอุ่นๆ ในโรงนาก็ไม่เลวนะ +++++ เคิร์กรู้ว่าฉันชอบขี่ม้า เขาจึงสอนให้ฉันขี่ม้าจริงๆ หลังจากขี่เขาจนช่ำชองมาหลายครั้ง และฉันก็หัวไวสอนง่ายซะด้วย เพราะเมื่อฝึกหัดขี่ม้าจริงตอนเย็นเสร็จ พอตกกลางคืนฉันก็ซ้อมขี่กับม้าเทียมอย่างเคิร์กอยู่ทุกวัน ไม่ได้ว่างเว้น และก็มีบ้างเป็นบางวันที่ฉันทนไม่ไหวและเคิร์กก็อดไม่ได้ เมื่อฟางใหม่หอมกลิ่นแดดเร่งเร้าความกำหนัดของเราเหลือเกิน เคิร์กก็จะพาฉันไปซ้อมขี่กันที่คอกม้าในโรงนาซะหลายครั้ง และความตื่นเต้นก็ทำให้ฉันกับเคิร์กคึกคักกันมากเป็นพิเศษ ยามที่ฉันควบขี่เคิร์กอยู่ในโรงนา กลิ่นฟางแห้งที่รองรับร่างกายยิ่งใหญ่ของเขาอยู่นั้น เร้าใจจนฉันควบขี่เขาได้ไวกว่าที่เคยทำได้ บั้นเอวและช่วงบั้นท้ายทำหน้าที่โยกตัวไปข้างหน้าและโย้มาข้างหลัง ทว่าปากก็ร่ำร้องบอกถึงความเสียวซ่านที่ดุ้นบังเหียนกระทำกับร่องลึกลับของฉันอยู่ตลอดเวลา

รักต้องห้าม

รักต้องห้าม

โรแมนติก

5.0

รักต้องห้าม เป็นนิยายที่ขับเคลื่อนด้วยความรักและเซ็กซ์! ประเภทที่ว่า ‘รักแล้วทำอะไรก็ไม่ผิด’ หรือ ‘ด้วยความสมยอม’ ‘นิชชา’ หญิงสาวที่มีความหลงใหลให้กับคนที่ไม่คู่ควร ทว่า... หากใจมันหลงไปแล้ว หล่อนจะทำยังไง ถอยห่าง หรือ ก้าวเข้าหา ในเมื่อหัวใจร่ำร้อง และ กายเนื้อต้องการ +++++ ‘นีรนุช’ ลูกสะใภ้ตระกูลใหญ่ที่สามีไม่ค่อยมีเวลาให้ แต่หล่อนก็พยายามเป็นสะใภ้ เป็นเมีย และแม่ที่ดีของลูก ทว่าสิ่งที่พลาดไปแล้วหล่อนกลับลืมไม่ได้ มันฝังใจ ลึกแน่น และพร้อมจะเรียกร้อง +++++ ‘นันทิยา’ ม่ายสาวไฮโซ ตั้งแต่สามีตายจาก หล่อนไม่คิดจะแต่งงานใหม่ เพราะไม่อยากให้ใครมาทำลายความทรงจำดีๆ ของหล่อนกับสามี แต่ความอยากที่ไม่ปรานีใคร ก็ทำให้นันทิยาร้อนรุ่ม +++++ ‘มีนา’ เข็ดกับรักครั้งแรกจนไม่คิดจะมีใครอีก แต่แล้วความรักก็หวนมาให้เจ็บแสบและซาบซ่าน และครั้งนี้ไม่ได้มาเพียง 1 แต่มาถึง 2 หล่อนควรทำอย่างไร ในเมื่อคนหนึ่งก็รัก แต่อีกคนก็หวั่นไหว

หนังสือที่คุณอาจชอบ

คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย

คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย

มะนาวสีชมพู
5.0

เรื่อง...คุณหมออาสากับยัยเด็กบนดอย โปรย...ความรักมันไม่ได้เกี่ยวกับอายุ...แต่มันเกี่ยวอยู่ที่ใจ เขาไม่อยากมีลูกเพราะฉะนั้นเขาก็เลยไม่คิดที่จะมีเมีย ความรักเป็นเรื่องตลกไม่มีเขาก็อยู่ได้ แนะนำตัวละคร แสงเหนือ หรือ หมอแสง อายุ 32 ปี นิสัย ปากร้าย อารมณ์ดี ขี้เล่น อบอุ่นและขี้หึงสุดๆ แต่เขาไม่อยากมีลูกเพราะฉะนั้นเขาก็เลยไม่คิดที่จะมีเมีย ความรักเป็นเรื่องตลกไม่มีเขาก็อยู่ได้ ปิ่นงาม หรือ ปิ่น อายุ 20 ปี เธอสวย เก่ง เธอใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่บนดอยสูง เธอมีความสุขตามอัตภาพของเธอ แต่แล้วชีวิตของเธอก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อมีเขาเดินเข้ามา ************* (เรื่องนี้เขียนต่อจากเรื่อง...คุณหมอเจ้าแผนการ) ปล.นิยายเรื่องนี้ทุกเหตุการณ์เป็นการสมมุติขึ้นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นอยู่ ศาสนา วัฒนธรรม หรืออะไรก็แล้วแต่ในเนื้อหาของเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งที่สมมุติขึ้นทั้งสิ้น

ภรรยาห้าตำลึงเงิน

ภรรยาห้าตำลึงเงิน

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ
5.0

คนเราบางครั้งก็หวนนึกขึ้นมาได้ว่าตายแล้วไปไหน ซึ่งเป็นคำถามที่ไร้คำตอบเพราะไม่มีใครสามารถมาตอบได้ว่าตายไปแล้วไปไหน หากจะรอคำตอบจากคนที่ตายไปแล้วก็ไม่เห็นมีใครมาให้คำตอบที่กระจ่างชัด ชลดา หญิงสาวที่เลยวัยสาวมามากแล้วทำงานในโรงงานทอผ้าซึ่งตอนนี้เป็นเวลาพักเบรค ชลดาและเพื่อนๆก็มานั่งเมาท์มอยซอยเก้าที่โรงอาหารอันเป็นที่ประจำสำหรับพนักงานพักผ่อน เพื่อนของชลดาที่อยู่ๆก็พูดขึ้นมาว่า "นี่พวกแกเวลาคนเราตายแล้วไปไหน" เอ๋ "ถามอะไรงี่เง่าเอ๋ ใครจะไปตอบได้วะไม่เคยตายสักหน่อย" พร "แกล่ะดารู้หรือเปล่าตายแล้วไปไหน" เอ๋ยังถามต่อ "จะไปรู้ได้ยังไง ขนาดพ่อแม่ของฉันตายไปแล้วยังไม่รู้เลยว่าพวกท่านไปอยู่ที่ไหนกัน เพราะท่านก็ไม่เคยมาบอกฉันสักคำ" "อืม เข้าใจนะแก แต่ก็อยากรู้อ่ะว่าตายแล้วคนเราจะไปไหนได้บ้าง" "อืม เอาไว้ฉันตายเมื่อไหร่ จะมาบอกนะว่าไปไหน" ชลดาตอบเพื่อนไม่จริงจังนักติดไปทางพูดเล่นเสียมากกว่า "ว๊าย ยัยดาพูดอะไร ตายเตยอะไรไม่เป็นมงคล ยัยเอ๋แกก็เลิกถามได้แล้ว บ้าไปกันใหญ่" พรหนึ่งในกลุ่มเพื่อนโวยวายขึ้นมาทันที แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากวันนั้นที่คุยกันที่โรงอาหารจะเป็นการคุยเล่นกันวันสุดท้ายของชลดา เพราะหลังจากเลิกงานกลับมาชลดาก็เสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับหอพักด้วยสาเหตุวัยรุ่นยกพวกตีกันและมีการยิงกันเกิดขึ้นและชลดาคือผู้โชคร้ายที่ผ่านทางมาพอดี ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนๆ เอ๋ได้แต่หวังว่า ชลดาคงไม่มาบอกกับเธอจริงๆหรอกใช่ไหมว่าตายแล้วไปไหน

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ