5.0
ความคิดเห็น
1.5K
ชม
28
บท

‘หอมดอกซ่อนชู้’ หญิงสาวที่มีเพียงความสวยเป็นเสบียงติดตัว เมื่อความเหงาเปล่าเปลี่ยวเพราะสามีไม่อยู่ บวกกับความเร่าร้อนของหญิงชายที่บังเอิญเห็น เธอจึงถลำเข้าไปในดงดอกซ่อนชู้ จนไม่อาจถอนความต้องการอย่างมากล้นออกมาได้ ดอกไม้กลีบบอบบางจึงกลายเป็นดอกไม้ประจำบ้าน ให้ชายทุกคนเชยชม ‘ชู้! ใครล่ะอยากมี หรือคุณอยาก? แต่เชื่อเหอะถ้าคุณได้กลิ่นแล้วจะติดใจ ‘ดอกซ่อนชู้’ น่ะ มันหอมแรง!!’ ‘โลดแล่นไปในห้วงแห่งกลิ่นหอมรัญจวน’

บทที่ 1 EP.01

กลิ่นอะไรบางอย่างที่โชยแผ่วมาตามลมทำให้ฝ่าเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ตัวบ้านถึงกับชะงัก ชายหนุ่มผิวขาวรูปร่างสันทัดใบหน้าหล่อเหลา คิ้วเข้ม ดวงตายาวรี จมูกโด่ง ริมฝีปากสีแดงสด คมคายตามแบบฉบับชายไทยเชื้อสายจีน หลับตาลงพร้อมแหงนใบหน้าขึ้นเพื่อสูดดมเอากลิ่นนั้นให้เข้าไปในปอดลึกๆ

‘หอม’ นั่นคือโสตสัมผัสที่รับรู้ได้ แต่หอมแบบนี้ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน หอมมาก หอมแรงและดูเหมือนว่าจะยิ่งแรงมากขึ้นๆ เมื่อเขาสูดดมความหอมนั้นจนเต็มปอด และทิศทางลมที่โชยมาก็บอกว่าต้นตอแห่งความหอมนั้นมาจาก ‘ห้องนอนของเขา’ และสิ่งที่แรกเห็นเมื่อเข้ามาในห้องนอนก็คือ

เธอที่นั่งหันหลังให้กับเขา แค่เห็นเบื้องหลัง เลือดลมในกายก็พลุ่งพล่านจนรู้สึกได้ถึงความร้อนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ร้อนจนอยากจะเหวี่ยงเสื้อผ้าทิ้งให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ความสวยงามนั้นก็สั่งให้เขาหยุดเพื่อชื่นชมความงามที่ร้างราไปนานกว่า 1 สัปดาห์

ผิวขาวนวลอมชมพูที่โผล่พ้นเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นบริเวณต้นคองามระหงที่มีเรือนผมดำยาวสยายนั้นขมวดรวมไว้อย่างไม่ค่อยบรรจง คงเพียงเพราะต้องการจะตัดรำคาญหรือไม่ก็เพื่อขับไล่ความร้อนอบอ้าว หัวไหล่ลาดเนียนที่เปิดเผยผิวสวยให้เห็นเพราะเสื้อนั้นเป็นคอปาดเข้ารูป หรือจะเป็นต้นแขนเรียวเสลาขยับหยิบจับอะไรบางอย่างด้านหน้าที่ดูว่าเธอจะพิสมัยกับมันนัก อีกทั้งบั้นเอวคอดกิ่วจนเขาอยากจะทาบฝ่ามือลงและจับโยกให้คลายคิดถึง

ดวงตายาวรีสำรวจมองไล่ลงมาถึงสะโพกผายที่สร้างความหวั่นไหวให้กับเขาในทุกครั้งเมื่อมันสะบัดพลิ้วไปมาเหนือร่างกายของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นเธอคนนี้ แม้เพียงด้านหลังก็ทำให้ผู้ชายทุกคนที่ได้มองคงไม่อาจจะถอนสายตาได้โดยง่าย และเขาเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลก ที่ไม่ใช่แค่มอง แต่ได้ครอบครอง ทั้งตัว หัวใจ และใบหน้างดงามที่ค่อยๆ หันช้าๆ มองมา

“เฮียเล็ก!” เสียงหวานร้องขึ้นอย่างไม่คาดฝัน แววตาไหวระริกด้วยความดีใจ ก่อนจะทิ้งดอกไม้ในมือแล้วโผเรือนร่างเข้ามาให้คนที่ยืนกางแขนรอรับไว้นั้นสวมกอดด้วยความคิดถึง

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไรจ๊ะ ซ่อนคิดถึงเฮียที่สุดเลย” ซ่อนกลิ่นซุกซบใบหน้างดงามราวจันทร์วันเพ็ญกับอกแกร่งของสามีด้วยความคิดถึงที่สุด

“เฮียก็คิดถึงน้องซ่อน คิดถึงที่สุดเหมือนกัน” จมูกโด่งซุกไซ้ไปตามเรือนผมหอมกรุ่นของเมียสาว เมียที่ทำให้เขาร้อนรุ่มอยากจะกลับมาให้ถึงบ้านเร็วๆ แต่งานที่ต้องไปซื้อข้าวที่ต่างจังหวัดครั้งละนานๆ มันทำให้เขาโหยหาเรือนร่างนี้จนแทบจะลงแดงตาย

“ซ่อนก็คิดถึงเฮียจ้ะ คิดถึงที่สุดเลย” เสียงหวานเอ่ยตอบวางทาบฝ่ามือกับอกแกร่งของผัว ยังคงกอดรัดเขา เพราะโหยหาเหลือเกินความอบอุ่นนี้

“น้องซ่อนทำอะไรอยู่จ๊ะ ดึกแล้วทำไมยังไม่นอน หรือว่ารอเฮีย” ถามพร้อมสายตาซุกซนกวาดมองไปตามวงหน้าก่อนจะเรื่อยลงมาตามต้นคอระหงจนมาถึงหน้าอกอวบอิ่มที่พุ่งชูชันรอคอยให้เขาเอาหน้าลงคลุก

“ซ่อน... ก็รอเฮียแหละจ้ะ จำได้ว่าเฮียจะกลับวันนี้แต่ซ่อนก็ไม่รู้ว่าจะกี่โมงกี่ยามกัน ซ่อนก็เลยนั่งจัดแจกันดอกไม้ไปพลางๆ น่ะจ้ะ เผื่อเฮียมาจะได้รู้ว่าซ่อนรออยู่” ตอบคำถามทั้งที่ใบหน้านั้นเริ่มร้อนวูบวาบแดงระเรื่อจากสายตาของสามีที่แสดงความต้องการออกมาอย่างชัดเจน

“น้องซ่อนเมียรักของเฮียน่ารักที่สุด แล้วนี่ดอกอะไรเหรอจ๊ะ หอมมาก แต่เฮียไม่รู้จัก” ดอกไม้สีขาวนวลเป็นก้านยาวคล้ายกล้วยไม้ แต่มีดอกคล้ายปีบ ดอกเล็กๆ น่าทะนุถนอมที่ร้อยเรียงกันเป็นช่อดอกนั้นมีสีชมพูระเรื่ออยู่ตรงปลาย

“อิอิ... ก็ดอก...”

ซ่อนกลิ่นขยับกายออกห่างเล็กน้อย นิ้วชี้จิ้มปลายคางของตัวเองราวกับจะบอกว่าดอกไม้นั้นคือตัวเธอ แต่หัวคิ้วเข้มๆ ของเสี่ยเล็กที่ขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจก็ทำให้ริมฝีปากต้องเบะน้อยๆ กึ่งยิ้มกึ่งเง้างอนก่อนจะเฉลย

“ก็ดอกซ่อนกลิ่นยังไงล่ะจ๊ะ”

“หือ... ดอกซ่อนกลิ่น หอมขนาดนี้เชียวเหรอ”

“จ้ะ หอมมาก และซ่อนก็ชอบมากด้วย”

“ใช่ เฮียเห็นด้วย หอมมาก และเฮียก็ชอบ หอม... หอมที่สุด”

จมูกโด่งซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นหอมที่ไม่รู้ว่ามาจากผิวกายเมียสาว หรือมาจากเจ้าช่อดอกสีขาวอมชมพูที่บางส่วนเสียบอยู่ในแจกันใบโต และบางส่วนยังทอดร่างแสดงความสวยงามของก้านดอกสีเขียวอ่อนอยู่บนโต๊ะไม้สักฝังมุกกันแน่ รู้แต่ว่ากลิ่นหอมแรงอย่างนี้มันทำให้เลือดลมของเขาฉีดพล่านดูจะร้อนรุ่มมากกว่าเดิม อยากพรมจูบ ลากริมฝีปากและจมูกไปทั่วทุกอณูผิวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า อยากจะซึมซับเอาความหอมนี้ให้ชุ่มปอด อยากจะเคล้นคลึงเต้าอวบใหญ่ให้หายคิดถึง อยาก...

“อื้อ... เฮียก็ มาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำก่อนสิจ๊ะ แล้วนี่เฮียกินข้าวกินปลามาหรือยัง ซ่อนจะได้ไปเตรียมให้” ถามเสียงสั่นบิดกายให้พ้นจากจมูกซุกไซ้และฝ่ามือที่ปะป่ายไปบนร่างเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ร้างราให้โหมขึ้น

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ชนิตร์นันท์

ข้อมูลเพิ่มเติม
คนงานบ้านนายฝรั่ง

คนงานบ้านนายฝรั่ง

โรแมนติก

5.0

หากนาไม่แล้ง ข้าวไม่แห้งตาย ‘เดช’ ก็ไม่คิดจะหอบเอา ‘ฟ้า’ เมียรักเข้ามาทำงานในเมืองกรุง แต่ความจนทำให้เลือกไม่ได้ และงานดี เงินดี เจ้านายเห็นใจ ก็เป็นเส้นทางที่ดีที่สุด ทว่า... หากรู้ว่ามาแล้วจะต้องเสียเมียให้นายฝรั่ง เดชเลือกที่จะไม่มาเสียยังดีกว่า แต่... เสียแล้วคือเสียเลย สิ่งเดียวที่จะชดเชยความแค้นก็คือ ‘เมียนาย’ คุณผู้หญิงเร่าร้อน เร่งเร้า รุนแรง และมากครั้งเท่าที่ต้องการ เดชไม่รู้แล้วว่านั่นคือการแก้แค้นหรือรางวัล +++++ ‘เดช’ พา ‘ฟ้า’ เมียรักมาทำงานที่บ้านนายฝรั่ง แต่ ‘คริส’ นายฝรั่งกินเมียเขาไปแล้ว และยังเอาดุ้นยาวใหญ่มาล่อให้ฟ้าติดใจ จนฟ้ากินไม่อิ่มไม่พอ อยากได้อะไรที่เทียบเท่า เขาก็เลยแอบกิน ‘โรส’ เมียของนายฝรั่ง แก้แค้นให้สาสม แต่แค้นช่างแสนหวานและฉ่ำชุ่ม จนเขาต้องกินซ้ำๆ ยิ่งได้กินพร้อมๆ กับพี่โชค เขาก็ยิ่งเมามัน และแน่นอนว่าโรสชอบ ในขณะที่นายฝรั่งกระหยิ่มยิ้มที่ได้กินเมียเขา เดชกลับสุขและยิ้มกว้างยิ่งกว่า เพราะเขาได้กิน ‘คุณหนูแพทตี้’ คุณหนูช่างร่านร้อนไม่ต่างจากแม่ แน่นอนว่าเขาชวนพี่โชคมากินด้วย

รับ(ลับ)ฉบับมาดาม

รับ(ลับ)ฉบับมาดาม

โรแมนติก

5.0

#มาดามทรายกับชายเลี้ยงม้า เปิดประสบการณ์รักร้อนในฟาร์มม้ากันสักครั้ง หรือจะลองกลิ่นฟางแห้งบ่มแดดอุ่นๆ ในโรงนาก็ไม่เลวนะ +++++ เคิร์กรู้ว่าฉันชอบขี่ม้า เขาจึงสอนให้ฉันขี่ม้าจริงๆ หลังจากขี่เขาจนช่ำชองมาหลายครั้ง และฉันก็หัวไวสอนง่ายซะด้วย เพราะเมื่อฝึกหัดขี่ม้าจริงตอนเย็นเสร็จ พอตกกลางคืนฉันก็ซ้อมขี่กับม้าเทียมอย่างเคิร์กอยู่ทุกวัน ไม่ได้ว่างเว้น และก็มีบ้างเป็นบางวันที่ฉันทนไม่ไหวและเคิร์กก็อดไม่ได้ เมื่อฟางใหม่หอมกลิ่นแดดเร่งเร้าความกำหนัดของเราเหลือเกิน เคิร์กก็จะพาฉันไปซ้อมขี่กันที่คอกม้าในโรงนาซะหลายครั้ง และความตื่นเต้นก็ทำให้ฉันกับเคิร์กคึกคักกันมากเป็นพิเศษ ยามที่ฉันควบขี่เคิร์กอยู่ในโรงนา กลิ่นฟางแห้งที่รองรับร่างกายยิ่งใหญ่ของเขาอยู่นั้น เร้าใจจนฉันควบขี่เขาได้ไวกว่าที่เคยทำได้ บั้นเอวและช่วงบั้นท้ายทำหน้าที่โยกตัวไปข้างหน้าและโย้มาข้างหลัง ทว่าปากก็ร่ำร้องบอกถึงความเสียวซ่านที่ดุ้นบังเหียนกระทำกับร่องลึกลับของฉันอยู่ตลอดเวลา

หนังสือที่คุณอาจชอบ

สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง

สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ
5.0

หวังฉีหลิน อายุ 25 ปีสาวเจ้าหน้าที่การเกษตรและพ่วงมาด้วยเจ้าของสวนสมุนไพรรายใหญ่ เสียชีวิตกระทันหันหลังจากกลับมาจากท่องเที่ยวพักผ่อนและเธอได้เก็บเอาก้อนหินสีรุ้งมาจากพระราชวังโปตาลามาได้เพียงสามเดือน ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ หากตายไปแล้วก็ไม่เป็นไรเพราะเธอเองเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนกระทั่งมีอายุได้ 18ปี ถึงได้ออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองตอนนี้เธอ ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงแล้ว เพียงแต่เสียดายที่เธอยังไม่ได้ทำตามความฝันของตัวเองเลย เฮ้อ ชีวิตคนเรานั้นมันแสนสั้น อายุ25 แฟนไม่เคยมี สามียังอยากได้ ไหนจะลูกๆที่ฝันอยากจะมีอีก คงต้องหยุดความหวังและความฝันเอาไว้เท่านี้ เหนือสิ่งอื่นใด ตายแล้วตายเลยจะไม่ว่า แต่ดันตื่นขึ้นมาในร่างหญิงชาวนายากจน ชื่อหวังฉีหลินเช่นเดียวกับเธอพ่วงมาด้วยภาระชิ้นใหญ่ อย่างสามีที่ป่วยติดเตียงและลูกชายฝาแฝดทั้งสอง แถมยังมีภาระชิ้นใหญ่ม๊ากกกมาก กอไกล่ล้านตัวอย่างพ่อแม่สามีและน้องๆของสามี ที่โดนบ้านสายหลักกดขี่ข่มเหงรังแก เอารัดเอาเปรียบและบังคับแยกบ้านหลังจากที่สามีของนางได้รับบาดเจ็บสาหัส สาเหตุที่หวังฉีหลินต้องมาตายไปนั้นเพราะโดนลูกสะใภ้บ้านสายหลักผลักตกเขาระหว่างที่กำลังยื้อแย่งโสมคนที่หวังฉีหลินขุดมาได้

ขอเลิกกับสามีงี่เง่า

ขอเลิกกับสามีงี่เง่า

Thalia Frost
5.0

กลางวันอ่อนหวาน กลางคืนร้อนแรง นี่คือคำที่ลู่เยียนจือใช้เพื่อบรรยายถึงเธอ แต่หานเวยบอกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ไม่ถึงครึ่งปี ลู่เยียนจือกลับไม่ลังเลที่จะขอหย่ากับสือเนี่ยน “แค่ปลอบใจเธอไปก่อน ครึ่งปีข้างหน้าเราค่อยแต่งงานใหม่” เขาคิดว่าสือเนี่ยนจะรออยู่ที่เดิมตลอด แต่เธอได้ตาสว่างแล้ว น้ำตาแห้งสนิท หัวใจสือเนี่ยนก็แตกสลายไปแล้วด้วย การหย่าปลอมๆ สุดท้ายกลายเป็นจริง ทำแท้งลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ สือเนี่ยนจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก แต่ลู่เยียนจือกลับเสียสติ ต่อมา ได้ยินว่าคุณชายลู่ผู้มีอิทธิพลนั้นก็อยู่นิ่งๆ ต่อไปไม่ได้ ขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ไล่ตามเธออย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อขอให้เธอเหลือบมองเขาอีกครั้ง...

อำลาคำสัญญา

อำลาคำสัญญา

Elias Thorne
5.0

ข้อความหนึ่ง ด้านล่างที่รูปถ่ายห้ารูปแนบมาด้วย เสื้อชั้นในที่เกี่ยวกัน มือสองข้างที่ประสานกันแน่น ผ้าปูที่นอนที่ถูกกำจนยับเผละ เงาสะท้อนเลือนลางในห้องน้ำ... นี่ไม่ใช่การท้าทายครั้งแรกที่ลู่เหยาได้รับ มือใหญ่ที่จับข้อมือของผู้หญิงคนอื่นนั้นแทบจะฝังลงไปในเนื้อ แวบแรกเธอก็จำได้ทันทีว่าเป็นมือของซ่งจินเหนียน แฟนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เธอมองวันที่ในภาพ ตรงกับวันครบรอบความรักสามปีของพวกเขาพอดี วันนั้นลู่เหยาได้รับโทรศัพท์ฉุกเฉินจากโรงพยาบาล ได้รับแจ้งว่าซ่งจินเหนียนประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เธอตกใจจนไม่รู้จะทำยังไงดี ฝ่าไฟแดงติดต่อกันสามครั้งเพื่อรีบไปถึงโรงพยาบาล แต่กลับเห็นซ่งจินเหนียนกำลังอุ้มซูว่านอี้เลขาของเขาที่เลือดอาบตัววิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ไม่มีคำอธิบายใด ๆ หลังจากขาดการติดต่อไปเก้าวัน ในที่สุดเขาก็ปรากฏตัวขึ้น และข้างกายก็มีผู้หญิงเพิ่มมาอีกคน ได้ยินว่าเธอได้รับบาดเจ็บหนักและความจำเสื่อมเพื่อช่วยซ่งจินเหนียน ด้วยเหตุนี้จึงเกิดความรู้สึกต้องการพึ่งพาซ่งจินเหนียนเป็นอย่างมาก ซ่งจินเหนียนรู้สึกผิด จึงตอบแทนบุญคุณ ก็ดูแลเธออย่างอ่อนโยน และอยู่เคียงข้างเธอตลอดเวลา เธอหัวเราะเยาะเบา ๆ แล้วออกจากหน้าต่างสนทนา สุดท้ายก็ตอบกลับข้อความที่ส่งมาเร่งเร้ามานานของคุณแม่ : [หนูยอมรับการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ค่ะ] แต่ก่อนจะจากไป ลู่เหยาจะเตรียมของขวัญสามชิ้นใหญ่ไว้ให้เขา

ต้องมนต์บุปผา

ต้องมนต์บุปผา

ซีไซต์
5.0

หลิวซือซือผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่นอกจากรูปร่างหน้าตาที่สวยหยดย้อยแล้ว แทบจะไม่มีความสามารถหรือความโดดเด่นในเรื่องอื่น และหากจะว่ากันไปหญิงสาวก็เป็นคนที่ค่อนข้างใสซื่อบริสุทธิ์อยู่ไม่น้อย เพราะได้รับการรับเลี้ยงประดุจไข่ในหินจากผู้เป็นพ่อและแม่ที่มีฐานะไม่ธรรมดา เธอรักในอาชีพนักแสดงแม้พ่อแม่จะคัดค้านแต่สุดท้ายก็ตามใจเธอเพราะไม่ต้องการให้ลูกสาวเสียใจ อยู่มาวันหนึ่งด้วยบทบาทที่ต้องแสดงในซีรีส์ย้อนยุค ทำให้พ่อของเธอหาขลุ่ยโบราณเล่มหนึ่งมาให้ ตั้งแต่ได้รับขลุ่ยมาหลิวซือซือก็มักฝันประหลาด ว่าเธอได้พบผู้ชายคนหนึ่งในเขาเป็นแม่ทัพอยู่ระหว่างสงครามอีกทั้งตนเองยังมีโอกาสช่วยเขาหลายครั้ง ที่น่าประหลาดใจคือ ฝันนั้นของเธอเหมือนจะเป็นความจริงไปแล้ว เขาคือใครและเกี่ยวข้องกับเธอด้วยเหตุใด ทำไมเธอจึงมักฝันประหลาดเช่นนี้???

เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ

เป็นสุดที่รักของผู้เผด็จการ

Charlton Buccafusco
5.0

ตลอดสิบปีที่ฉู่จินเหอรักเหลิ่งมู่หยวนฝ่ายเดียว เอาใจใส่กับเขาอย่างเต็มที่ แต่เธอไม่เคยคิดว่าที่แท้เธอเป็นแค่ตัวตลกคนหนึ่งเท่านั้น ที่สำนักงานเขตเพื่อทำการหย่า เหลิ่งมู่หยวนมองดูฉู่จินเหอด้วยความเย็นชาและพูดอย่างเหยียดหยามว่า "ถ้าเธอคุกเข่าลงและขอร้องฉัน ฉันอาจจะให้โอกาสเธอกอีกครั้ง ฉู่จินเหอเซ็นอย่างไม่ลังเลและออกจากตระกูลเหลิ่ง สามเดือนต่อมา ฉู่จินเหอปรากฏตัวอย่างเปิดเผย ในเวลานั้น เธอเป็นประธานเบื้องหลังของ LX นักออกแบบลับที่ล้ำค่าที่สุดในโลก และเจ้าของเหมืองที่มีมูลค่าหลายร้อยล้าน ทางตระกูลเหลิ่งคุกเข่าลงและขอร้องให้คืนดีและขอการให้อภัย ฉู่จินเหอแยู่ในโอบกอดของซีอีโอโจว ซึ่งเป็นคนใหญ่คนโตในโลกธุรกิจอย่างมีความุข เธอเลิกคิ้วพลางเยาะเย้ย "ฉันในตอนนี้ไม่ใช่คนที่พวกคุณมาเกี่ยวข้องได้"

หย่าแล้วก็ไม่ต้องขอคืนดี

หย่าแล้วก็ไม่ต้องขอคืนดี

Chandra Spin
5.0

... ในวันครบรอบแต่งงาน ฮั่วเยี่ยนสือ สามีผู้มั่งคั่งทิ้งเธอไป แล้วหาคนรักแรกของเขา ผู้ชายที่ไม่รักนวลสงวนตัวก็เหมือนสิ่งไร้ค่า ผู้ชายที่เธอเคยอ่อนข้อให้แต่ก็ไม่สนใจเธอ งั้นเธอไม่ต้องการแล้ว จึงขอหย่าทันที ฮั่วเยี่ยนสือไม่สนใจ ซูหว่านหนิงกลับเข้าสู่วงการบันเทิงและเฉิดฉาย รักแรกในอุดมคติชอบแกล้งอ่อนแองั้นเหรอ งั้นก็ให้เธอเผยธาตุแท้จริงให้ทุกคนได้เห็น อดีตสามีที่เป็นคนปากแข็งที่สุด "เมื่อเธอเบื่อแล้วเธอจะกลับมาหาฉัน" แต่ภรรยาที่เคยเต็มใจทำทุกอย่างให้เขานั้นไม่กลับมาอีกแล้ว ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในอาชีพเท่านั้น แต่ยังมีคนมากมายมาตามจีบเธออีก ดาราระดับโลกแสดงความรักอย่างแรงกล้า ผู้บริหารบริษัทสื่อพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้เธอยิ้ม แม้แต่ทายาทเศรษฐีอันดับหนึ่งก็ต้องการเธอเท่านั้น จากนั้นฮั่วเยี่ยนสือเริ่มตระหนก เปลี่ยนจากคนเย็นชากลายเป็นคนที่คอยติดตามไม่ห่าง ใช้ทุกวิถีทางเพื่อตามจีบภรรยา ซูหว่านหนิงไม่แม้แต่จะมอง "เมื่อก่อนคุณเฉยเมยกับฉัน ตอนนี้คุณไม่คู่ควรกับฉันแล้ว" ฮั่วเยี่ยนสือขอร้องเธออย่างบ้าคลั่ง "หนิงหนิง เราแต่งงานใหม่เถอะ" ซูหว่านหนิงแสดงท่าทางหยิ่ง "คุณฮั่ว ฉันไม่เคยกลับไปหาของที่ทิ้งไปแล้ว"

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ