/0/28762/coverorgin.jpg?v=f86c300b49f83ba46a717951a0d2d374&imageMogr2/format/webp)
“ฉันจ้าง 1 แสน ช่วยทำยังไงก็ได้ให้ลูกชายของฉันหันมาชอบผู้หญิง”
ประโยคนี้บุษกรได้ฟังมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ตอนนั้นเธอไม่คิดจะรับปากทำงานที่ดูไร้สาระและไร้ศักดิ์ศรี คำว่า ‘ตกลง’ ไม่เคยมีอยู่ในสมองของเธอ
จนกระทั่งวันนี้...
วันที่บุษบา พี่สาวของเธอเสียชีวิตกะทันหัน เธอต้องกู้หนี้ยืมสินนับแสนบาทเพื่อเอามาจัดงานศพให้พี่ เพราะพี่ไม่ได้ทำประกันอะไรไว้เลย
และนับจากนั้น ชีวิตเรียบง่ายพอเพียงของบุษกรก็เปลี่ยนไป...
แปะก๊วย ลูกชายเจ้าหนี้ดันปิ๊งเธอตั้งแต่แรกพบ และพยายามใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เธอไปเป็นภรรยา
เคราะห์ซ้ำกระหน่ำซัด หลานของเธอซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆ ของบุษบาก็ถูกคนเป็นพ่อพาไปอยู่ด้วย และไม่ยอมคืนให้
บรรเจิด ให้เหตุผลว่าเขาเป็นพ่อย่อมมีสิทธิ์ในตัวน้องจันทร์เจ้ามากกว่าเธอที่มีศักดิ์เป็นแค่น้า
เธอคงไม่ลำบากใจเท่านี้ หากไม่ใช่เพราะคำสั่งเสียครั้งสุดท้ายของบุษบา
“รับปากพี่ได้ไหมเบลว่าจะไม่ทิ้งจันทร์เจ้า น้องไม่เหลือใครแล้ว พ่อแท้ๆ ก็เอาแต่กินเหล้าแถมชอบทำร้ายร่างกายอีก พี่อุตส่าห์พาน้องหนีมาจากพ่อใจสัตว์ได้แล้ว ถ้าน้องกลับไปอยู่กับหมอนั่น สักวันมันอาจพลั้งมือฆ่าน้องก็ได้”
เธอเองก็รักจันทร์เจ้า เพราะพอจะรู้พฤติกรรมของอดีตพี่เขยมาบ้าง จึงรับปาก
ไม่กี่วันหลังจากนั้น บุษบาก็เสียชีวิตอย่างสงบ เด็กหญิงจันทร์เจ้าถูกคนเป็นพ่อลักพาตัวไปในขณะที่บุษกรกำลังวุ่นวายอยู่กับงานศพ
เธอพยายามติดตามทวงถามจะขอหลานมาเลี้ยงเอง แต่บรรเจิดซึ่งเป็นบิดาของจันทร์เจ้าได้ปฏิเสธ เธอไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเธอเป็นแค่น้า ยังไงพ่อแท้ๆ ก็ต้องมีสิทธิ์ในตัวจันทร์เจ้ามากกว่าเธออยู่แล้ว
บรรเจิดได้ยื่นข้อเสนอว่าถ้าหากอยากได้จันทร์เจ้ามาอยู่ด้วยจะต้องจ่ายเงิน 1 แสนบาท
ฟังดูก็ไม่ต่างจากเอาลูกตัวเองไปเรียกค่าไถ่
แต่คนอย่างบรรเจิด อะไรก็ทำได้อยู่แล้วล่ะ
ในตอนนี้บุษกรจึงต้องการเงิน จำนวน 2 แสน
เธอเปิดร้านขายดอกไม้ร้านเล็กๆ ซึ่งเศรษฐกิจเช่นนี้ มีคนมาซื้อดอกไม้น้อยลง และเธอจะต้องทำงานอีกกี่ปีกันกว่าจะเก็บเงินแสนได้เพราะเธอต้องใช้จ่าย ซื้อกินไปทุกวัน
เสียงกรุ๋งกริ๋งของโมบายที่ติดตรงขอบบนประตูดังขึ้นเมื่อมีใครคนหนึ่งผลักประตูกระจกเข้ามา
“ยินดีต้อนรับค่า” หญิงสาวส่งเสียงสดใสไปโดยอัตโนมัติ ก่อนจะหุบยิ้มฉับพลันเมื่อเห็นว่าใครมา...
แปะก๊วยนั่นเอง
“ที่รัก วันนี้ก็สวยอีกแล้วนะ” หนุ่มวัย 26 ผมทรงสกินเฮด หน้าเสี้ยม ใต้ตาบวม ผิวคล้ำ ฟันเหยินได้เอ่ยปากทักทายราวกับว่า สนิทสนมเป็นคนรู้ใจของเธอมานานแรมปี
“จะรับดอกอะไรคะ” เธอพยายามปั้นสีหน้าเป็นมิตร ถามเสียงสุภาพโดยไม่สนใจท่าทีก้อร่อก้อติกของอีกฝ่าย
“จะเหมาหมดร้านเลยก็ยังได้ ถ้าที่รักยอมไปเที่ยวกับก๊วย”
“เที่ยว ? ” คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูง “ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันคงต้องปฏิเสธ”
/0/4619/coverorgin.jpg?v=93e065fd017194550221712d2bc846d5&imageMogr2/format/webp)
/0/3873/coverorgin.jpg?v=e396226464d58a55835f6eef528ffe5e&imageMogr2/format/webp)
/0/8407/coverorgin.jpg?v=7b0211750fb2264d469c8fb8894f75fc&imageMogr2/format/webp)
/0/20201/coverorgin.jpg?v=55ae1caa54a76df037c97aac08bf0ba1&imageMogr2/format/webp)
/0/5948/coverorgin.jpg?v=8b39d6342226ef97aa37971a47220b16&imageMogr2/format/webp)
/0/22709/coverorgin.jpg?v=af71747802b0d26259c53f80ab39f63b&imageMogr2/format/webp)
/0/23008/coverorgin.jpg?v=2bca4cd28f913ec04406a3b9b09a4fa3&imageMogr2/format/webp)
/0/7236/coverorgin.jpg?v=d44bd620d9909bd15cd786e632a988e2&imageMogr2/format/webp)
/0/4408/coverorgin.jpg?v=b5ed0fdcc2ffb0beb4d58950810835be&imageMogr2/format/webp)
/0/10733/coverorgin.jpg?v=b0f62a6fefd92a5c5475c9e6cadf308b&imageMogr2/format/webp)