/0/17371/coverorgin.jpg?v=8ec7678d212bb9df8ef07bdd5b8be5b6&imageMogr2/format/webp)
ค่ำคืนที่แสนมืดมิด ไร้ซึ่งแสงแห่งจันทรา ดวงดาราที่ทอประกายเจิดจ้าบนฟากฟ้า ก็มิอาจให้ความสว่างได้มากเทียมดวงจันทร์ สายลมที่โบกสะบัดพัดพลิ้วเคลื่อนคล้อยจากไป เหลือทิ้งไว้แค่เพียงความเหน็บหนาวจับทรวง
“อย่า อย่าฆ่าพ่อผม...อย่าฆ่าแม่ผม อย่า...!!!” เหนือตะวันยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ที่ผุดขึ้นตามไรผมบนหน้าผากของตัวเอง เขาจมปลักอยู่กับฝันร้ายนี้มาร่วมยี่สิบปีเต็ม ความเจ็บปวดที่ได้รับ มันทำให้เขาแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือด ภาพบิดามารดาถูกยิงตายต่อหน้าต่อตา ในโลกใบนี้คงไม่มีอะไรที่จะทำให้เขาเจ็บปวดทุกข์ทรมานมากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
เขาจำมันได้ไม่มีวันลบเลือน และต่อให้มันกลายเป็นเถ้าธุลีเขาก็ยังจำมันได้ ไอ้คนใจคอโหดเหี้ยมทรยศได้แม้กระทั่งผู้ที่มีพระคุณท่วมหัว และถึงวันนี้วันที่เขาจะทวงความยุติธรรมให้กับบุพการีของเขาเสียที มันจะต้องได้รับผลกรรมที่มันก่อขึ้นอย่างสาสม เขาจะทำให้มันไม่มีแม้กระทั่งแผ่นดินกลบหน้า
แสงแดดสีเหลืองทองอ่อน ๆ ทอแสงงามแตะแต้มไปทั่วขอบฟ้า ฝูงวิหคผกผินบินออกหากินกันแต่เช้าตรู่ ร่างบอบบางของสตรีชรานางหนึ่งก็เช่นกัน หล่อนตื่นแต่เช้าเพื่อจัดเตรียมอาหารเช้าให้กับบุตรชายของตนเอง
“เหนือทานข้าวก่อนซิลูก ทานแล้วค่อยไปนะ แม่ทำข้าวต้มกุ้งที่เหนือชอบด้วย” ชลาลัยยกข้าวต้มกุ้งมาตั้งที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะร้องเรียกลูกชายที่กำลังจะเดินผ่านไป เหนือตะวันหันกลับมายิ้มให้มารดาอย่างอ่อนโยน
นับตั้งแต่เสียพ่อกับแม่ไป เขาก็เปรียบเหมือนกับเรือที่ไร้สมอ ร่องลอยไปตามคลื่นลมอย่างไร้จุดหมาย แต่แล้ว..ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาพาเขาขึ้นจากเรือที่ไร้สมอนั้น ทำให้ชีวิตของเขาที่เคยมืดมิด ไร้จุดหมาย กลับสว่างเจิดจ้าขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์
หล่อนเปรียบเสมือนผู้ให้ชีวิตใหม่แก่เขา บุญคุณนี้ยิ่งใหญ่นัก ถ้าไม่นับรวมผู้ให้กำเนิดทั้งสองคนของเขา ผู้หญิงคนนี้ก็คือคนที่มีบุญคุณกับเขามากที่สุด และเขาก็จะไม่มีวันทำร้าย หรือทำให้หล่อนเสียน้ำตาเป็นเด็ดขาด ไม่ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ตาม
“ขอโทษจริง ๆ ครับคุณแม่ พอดีวันนี้ผมมีธุระด่วนจริง ๆ คุณแม่อย่าโกรธผมเลยนะครับ เดี๋ยวเย็นนี้ผมจะชดเชยให้ครับ” เหนือตะวันพูดอย่างสำนึกผิด ก่อนจะก้มลงหอมแก้มมารดาหนึ่งฟอดใหญ่ ชลาลัยยิ้มอย่างเอ็นดู ถึงแม้ว่าบุตรชายจะเติบใหญ่มากขึ้นแค่ไหน แต่สำหรับหล่อน คนที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็ก ก็ยังคงเห็นเขาเป็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ วัย 10 ขวบอยู่ร่ำไป
“ถ้าเหนือรีบก็ไม่เป็นไร แต่ลูกต้องหาอะไรรองท้องบ้างนะ” เหนือตะวันยิ้มรับให้กับความรักและความห่วงใยที่มารดาเลี้ยงมีให้ ซึ่งความรักและความห่วงใยนี้ เขาได้รับมาตลอดยี่สิบปีเต็ม
“ครับคุณแม่ ผมรักคุณแม่จังเลย” เหนือตะวันก้มลงกราบที่อกของมารดาอย่างซาบซึ้งใจ เขาคิดอยู่เสมอว่า ถ้าไม่มีแม่ผู้ประเสริฐคนนี้ เขาเองก็คงไม่มีวันนี้เช่นกัน
/0/8172/coverorgin.jpg?v=6081fd989848a779b5b9fe917b83ce69&imageMogr2/format/webp)
/0/7417/coverorgin.jpg?v=fdfbad1052167fd6e910607e0058c081&imageMogr2/format/webp)
/0/9907/coverorgin.jpg?v=4075f7d604bb2dda8f4a843c1c4e8b46&imageMogr2/format/webp)
/0/6790/coverorgin.jpg?v=ad5b1be2f37b43eaee9cf94323550a47&imageMogr2/format/webp)
/0/8778/coverorgin.jpg?v=7652e1074c2305ce68a8ec400a304897&imageMogr2/format/webp)
/0/7709/coverorgin.jpg?v=810fe99ae1e58b5dd252bc4cb60643d1&imageMogr2/format/webp)
/0/6690/coverorgin.jpg?v=d5f5995cafa8299738df8fd597533d40&imageMogr2/format/webp)
/0/3615/coverorgin.jpg?v=6f281d7939b5e10c950b60c2b606f8e4&imageMogr2/format/webp)
/0/7850/coverorgin.jpg?v=7285d617259c3e9512c4f8af44f3a9ff&imageMogr2/format/webp)