/0/13846/coverorgin.jpg?v=2029c35200339c8f6655650306222554&imageMogr2/format/webp)
“รีบลงไปจากเตียงของฉันได้แล้ว”
ร่างเปลือยเปล่าที่ถูกรุกรานอย่างหนักหน่วงจนแทบไม่ได้นอนมาตลอดทั้งค่ำคืนถูกจับเขย่าแรงๆ จนเปลือกตาหนักอึ้งต้องปรือลืมขึ้น
“คุณหนึ่ง...”
ปรมะยืนจังก้าอยู่ข้างเตียง เขาสวมเสื้อคลุมสีเทา และจ้องมองมาที่หล่อนด้วยสายตาเลือดเย็น
“ยังจะมาทำเป็นอิดออดอีก ฉันบอกให้ลุกขึ้นยังไงล่ะ แล้วไสหัวออกไปจากห้องของฉันได้แล้ว”
“กุล... จะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”
หล่อนรีบผุดลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ ทำให้ไม่ทันได้คว้าผ้าห่มเอาไว้ ทำให้ผ้าห่มล่นลงไปกองที่หน้าขา ปทุมถันอวบสล้างชูชันอวดสายโฉมแก่สายตาของปรมะอย่างชัดเจน
“คิดจะใช้มารยาหญิงทำให้ฉันหลงใหลหรือ หึ ไม่มีทางหรอก ฉันไม่มีวันหลงกลผู้หญิงแพศยาอย่างเธอหรอก นรีกุล”
นี่เขาพูดอะไรของเขา หล่อนยังไม่ได้ทำอะไรเลย หรือเขาหมายถึงเรื่องเมื่อคืน?
แต่เมื่อคืนปรมะเป็นคนลากหล่อนเข้ามาในห้องของเขาด้วยตัวเองนะ หล่อนไม่ได้เสนอตัวเลยแม้แต่น้อย
“กุล... ไม่ได้ทำอะไร... เลยนะคะ...”
หล่อนแย้งเสียงเบาๆ ตะกุกตะกัก น้ำตาไหลซึมออกมาคลอสองหน่วยตา
“หึ ไม่ ได้ทำอะไร แล้วอวดนมให้ฉันมองแต่เช้าทำไม ทุเรศลูกตานัก!”
คำพูดของเขาทำให้นรีกุลต้องก้มลงมองตัวเอง และก็เห็นว่าสองเต้าอวบสล้างเปลือยเปล่าจริงๆ
มือเล็กรีบตะครุบผ้าห่มมาคลุมกายสาวเอาไว้จนถึงลำคอ สองแก้มแดงระเรื่อด้วยความอับอาย
“กุล... ขอโทษค่ะ”
น้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ไหลออกมาอาบแก้ม
ปรมะเห็นแล้วก็กัดฟันกรอดด้วยความเดือดดาล
“ขี้แย! ฉันเกลียดที่สุดเลยผู้หญิงเอาแต่ร้องไห้เนี่ย ไสหัวไปให้พ้นเลย ไป!”
นรีกุลรีบเช็ดน้ำตามือไม้สั่น ก่อนจะคลานลงไปจากเตียง เพื่อเก็บเสื้อผ้าของตัวเองที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้องขึ้นมาสวมใส่
ใส่เสื้อผ้าไป น้ำตาก็ไหลรินไป
หล่อนเจ็บปวด อับอาย จนแทบอยากจะหายตัวไปจากโลกใบนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด
พอใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้ว หล่อนก็รีบวิ่งออกไปโดยไม่คิดชีวิต แต่กระนั้นก็ยังได้ยินเสียงกระด้างของปรมะดังแว่วตามหลังมา
“ถ้าฉันไม่เรียก อย่าสะเออะมาขึ้นเตียงฉันอีกล่ะ จำเอาไว้”
หล่อนจะทำอะไรได้ล่ะ นอกจากร้องไห้ด้วยความทุกข์ทรมานใจ
ร่างอรชรวิ่งไปซ่อนตัวอยู่ที่ซอกมุมของคฤหาสน์ ทรุดฮวบลงนั่งกับพื้น กอดเข่าร้องไห้ด้วยความเจ็บช้ำปริ่มขาดใจ
“ทำไมคุณหนึ่งใจร้ายกับกุลแบบนี้...”
หล่อนร้องไห้สะอึกสะอื้น ความเจ็บปวดกัดกินเนื้อหัวใจทุกตารางนิ้ว มือเล็กยกขึ้นลูบหน้าท้องของตัวเองไปมา
“ลูกจ๋า... แม่จะทนพ่อของลูกไม่ไหวอยู่แล้ว ฮืออออ...”
“มานั่งซึมอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะนังกุล”
นรีกุลที่นั่งร้องไห้อยู่ รีบยกมือป้ายน้ำตาอย่างรีบร้อน เมื่อได้ยินเสียงของแวววรรณดังขึ้นด้านหลัง แต่ไม่นานแวววรรณก็เดินอ้อมมาหยุดตรงหน้า
/0/10282/coverorgin.jpg?v=f8024a1d1e4b26c0ceea374749e7793e&imageMogr2/format/webp)
/0/10349/coverorgin.jpg?v=4fcbccd2fa94828a3cddaa4979eeaa30&imageMogr2/format/webp)
/0/8488/coverorgin.jpg?v=753361d46eb62f83ba3e3fbbca3bc26d&imageMogr2/format/webp)
/0/9114/coverorgin.jpg?v=505f0fc2d1eb9b20030af85ee3925a92&imageMogr2/format/webp)
/0/10740/coverorgin.jpg?v=cb9bd0986a10ebd08b410c0d634e69a5&imageMogr2/format/webp)
/0/19930/coverorgin.jpg?v=e9a460c2001accb177dcaa12d0b68264&imageMogr2/format/webp)
/0/19045/coverorgin.jpg?v=28ce18ffb69a081708b5beb0237ce8ec&imageMogr2/format/webp)
/0/6653/coverorgin.jpg?v=08da00a79d810b4832d8178aa096d514&imageMogr2/format/webp)
/0/4322/coverorgin.jpg?v=9cd2ed12f747ff208aa10b5d02a70717&imageMogr2/format/webp)
/0/7716/coverorgin.jpg?v=a75e6844da1c9baf6f0ce0aa7ac0732c&imageMogr2/format/webp)