icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวโรแมนติก

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
ฟีนิกซ์ คืนแค้น

ฟีนิกซ์ คืนแค้น

ในฐานะนักศึกษาศิลปะใสซื่อจากเชียงใหม่ ฉันตกหลุมรักอีธาน รัตนภาคิน มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลแห่งกรุงเทพฯ อย่างหัวปักหัวปำ ความสัมพันธ์ลับๆ ของเราร้อนแรง และเขาบันทึกทุกช่วงเวลาส่วนตัวของเราไว้อย่างพิถีพิถัน พลางกระซิบว่า "สำหรับเราสองคนเท่านั้น" แต่แล้วความจริงก็พังทลายโลกของฉัน: ฉันบังเอิญได้ยินอีธานสารภาพว่าความสัมพันธ์ทั้งหมดของเราเป็นเรื่องโกหกที่วางแผนมาอย่างดี เพื่อใช้ฉัน—และภาพถ่ายเหล่านั้น—เป็น "คอนเทนต์" เพื่อทำลายอาณาจักรเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตของพี่ชายบุญธรรมของฉัน เขายังจัดฉากปล้นเพื่อเอาความไว้ใจจากฉัน ทุกการกระทำที่อ่อนโยน ทุกการปกป้อง เป็นเพียงการแสดงที่โหดร้าย เพนต์เฮาส์สีทองของเขากลายเป็นกรงทอง และแผนการของเขาก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งการทำร้ายร่างกาย เพียงเพื่อควบคุมฉัน ฉันเป็นแค่เบี้ยในเกมที่ฉันไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่ากำลังเล่นอยู่ ฉันตาบอดไปได้อย่างไร? ความอัปยศอดสูแผดเผา แต่กลับจุดประกายความโกรธแค้นอันเยียบเย็น กลืนกินฉันในขณะที่อสูรร้ายตนนี้กัดกินความไว้ใจของฉัน เปลี่ยนความรักของฉันให้เป็นอาวุธทำร้ายครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่ฉันมี แต่อีธานประเมินฉันต่ำไป ฉันไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไป ฉันคือไฟป่า ฉันลบความลับที่ใช้แบล็กเมล์ได้ทุกอย่างอย่างเป็นระบบ จากนั้นก็วางแผนการหลบหนีของตัวเอง เขาไล่ตามฉันไปทั่วประเทศ เป็นชายที่แหลกสลายอ้อนวอนขอความเมตตา แต่กลับพบว่าฉันกำลังเดินเข้าสู่พิธีวิวาห์กับชายที่รักฉันอย่างแท้จริง การได้เฝ้ามองโลกของเขาพังทลายลง โดยรู้ว่าฉันคือผู้วางแผนการล่มสลายของเขา มันคือการแก้แค้นที่หอมหวานที่สุด
GOOD BOY ผู้ชายก็ดีเป็น

GOOD BOY ผู้ชายก็ดีเป็น

"ถ้านายยังทำนิสัยแบบนี้ สักวันนายจะไม่เหลือใคร" ร่างเล็กพูดบอกผมออกมาด้วยแววตานิ่งๆ เธอเป็นผู้หญิงที่สวยและเพรียบพร้อมไปซะทุกอย่าง ถ้าเปรียบเธอเป็นที่สูง ผมก็คงเป็นที่ต่ำ ผมอยากจะไขว่คว้าเธอ แต่มันก็เกินเอื้อม เพราะคนเลวๆ อย่างผมมันไม่มีค่าที่จะคู่ควรกับเธอ "ถ้าฉันเป็นคนดีแล้วเธอจะรักฉันได้มั้ย" ผมลองย้อนถามกลับไป เธอยังคงยืนนิ่งก่อนที่จะเดินออกไปโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรผมทั้งนั้น ไม่ว่าผมจะเป็นยังไงสุดท้ายเธอก็ไปอยู่ดี ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว ประโยคนี้มันไม่มีผลอะไรกับชีวิตของผม ไม่ว่าจะทำตัวดีแค่ไหน สุดท้ายก็เหี้ยในสายตาของเธออยู่ดี...
พรหมจรรย์แลกรัก

พรหมจรรย์แลกรัก

‘กุลสตรี’ หญิงสาวหน้าตาธรรมดาแต่ดวงตาและทรวดทรงของหล่อนนั้นเซ็กซี่เข้าขั้นขยี้ใจหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แบบชะงัด แต่เจ้าหล่อนกลับรักษาพรหมจรรย์ไว้ยิ่งชีพจวบจนกระทั่งอายุย่างเข้าสู่วัย 25 ปี เรื่องวุ่นๆก็เกิดขึ้นเพราะการตัดสินใจอย่างไร้สติของหล่อนเอง “กุลรักพี่ธีร์นะคะ รักมานานแล้ว” “พิสูจน์สิ ...ว่าเธอยังเวอร์จิ้น ถ้าใช่! ฉันจะคบกับเธอ แล้วหยุดที่เธอคนเดียว” กุลสตรีหน้าชา สายตาเขาดูหมิ่นดูแคลนหล่อนเหลือใจ หล่อนไม่เคยอับอายอะไรอย่างนี้มาก่อน นี่หล่อนทำอะไรลงไป ความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้หล่อนก้าวผิดพลาดไปหมด อะไรที่วาดหวังวางแผนไว้ หล่อนลืมเลือนหมดสิ้น ...ลืมเลือนถึงขั้นไร้สติ เอ่ยวาจาเหมือนคนไร้สมองให้เขาเหยียดหยาม “ว่าไง...กล้าพิสูจน์ไหมล่ะ” นั่นคือคำท้า ...และหล่อนก็ใจกล้าอย่างไร้สติจริงๆ ความรักทำให้คนตาบอดฉันใด ความอยากเอาชนะและอยากครอบครองก็ทำให้คนขาดสติฉันนั้น กุลสตรีเองก็เช่นกัน หล่อนตัดสินใจทันควัน ...หล่อนจะเป็นคนรักของ ‘ธันเดอร์ ธีร์ เทย์เลอร์’ ...และเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายในชีวิตเขา! ฝากนิยายเรื่องแรกของ 'ธีร์ ธัชชา' ด้วยนะคะ คำเตือนก่อนอ่านนิยายเรื่องนี้ คำเตือน 1 นิสัยและความคิดพระเอกอาจจะดูร้ายเข้าขั้นเลวบริสุทธิ์ แต่ก็นะ...ท้ายสุดก็รักนางเอก คำเตือน 2 นิสัยนางเอก คือ ความมุมานะ ลงว่าตั้งใจทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ แต่อีกนัยคือ ความรั้น! เมื่อรักบดบังคนดวงตามืดมิด ความคิดและความรู้สึกก็เหมือนตกอยู่ในห้วงมายา ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า... หลอกตัวเองไปวันๆ คำเตือน 3 'พรหมจรรย์แลกรัก' ไม่มีอยู่จริง เพราะในความเป็นจริง ความรักไม่มีอะไรสามารถนำมาแลกเปลี่ยนได้ รักก็คือรัก ไม่รักก็คือไม่รัก แต่ไม่รักสุดท้ายอาจรักก็ได้ (เครดิต ความเห็นจาก นักอ่านท่านหนึ่งในเด้กดี ขอบคุณค่ะ) คำเตือน 4 นิยายเรื่องนี้นักเขียนจินตนาการขึ้นมาเพื่อความบันเทิงและสอดแทรกมุมมองความคิด หากไม่ถูกจริตท่านใดก้ขออภัย
กับดักหัวใจยายสุดเลิฟ You are my true love

กับดักหัวใจยายสุดเลิฟ You are my true love

โบนิตา หรือ ส้ม วัย 28 ปี เธอกังวลมากกับคำทำนายของยายที่บอกเอาไว้ว่า โบนิตาต้องหาสามีให้ได้ก่อนอายุ 29 ปี ไม่อย่างนั้นเธอจะอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต ความคิดในหัวของเธอติดอยู่กับเรื่องนี้ ต้องรีบหาสามีให้ได้ แต่สาวออฟฟิตในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง เป็นแค่เพียงหัวหน้าฝ่ายหาลูกค้า ที่วันๆ งานยุ่งหัวฟู เจอแต่กับผู้ชายแก่ๆ ที่มีเมียแล้ว และเพื่อนเกย์ เก้ง กระเทย เธอเริ่มถอดใจ เมื่อวันเกิดครบรอบ 28ปี เธอได้เจอกับเพื่อนรักอย่าง เอมมาลิน อีกครั้ง เอมมาลินสาวมั่นเพื่อนสนิทตอนมอปลายที่ย้ายตามแม่ไปอยู่ประเทศอังกฤษ กลับมาเพื่อพบโบนิตาเพื่อนที่รักที่สุด เอมมาลินกลับมาเพื่อแต่งงาน ปาร์ตี้ก่อนจะสละโสดกับคู่หมั้นหนุ่มจึงถูกจัดเพื่อรำลึกความหลังของเอมมาลินและโบนิตาจึงเกิดขึ้น เรื่องมันก็เริ่มวุ่นตั้งแต่วันนี้แหละค่ะ คำโปรย “สบู่เข้าตา” เธอตะโกนบอกเขา หิรัญเหมือนตื่นจากภวังค์แทบวิ่งเข้าไปหา “ไหนๆ ดูซิ” มือเธอที่ปะเปะไปทั่ว ทำให้ขวดแชมพูขวดสบู่ตกลงไปกองรวมกันอยู่ที่พื้น เขาเอื้อมไปหยิบฝักบัวแล้วยัดเข้าไปในมือ โบนิตารีบยกมันขึ้นล้างใบหน้า สะบัดผมที่เปียกน้ำแบบเบาๆ ‘โอย...’ หิรัญทำท่าเหมือนจะละลาย สายน้ำกระเด็นมากระทบกับผิวหน้าและตัวเขาแต่ชายหนุ่มก็ไม่รู้สึก กลับจ้องมองใบหน้าของเธอที่ไร้เครื่องสำอางและสะอาดหมดจด ปากแดงระเรื่อเผยอหายใจ เธอขยับตัวทำท่าจะลื่นเพราะเหยียบขวดแชมพู “โอ๊ะ...” เธอส่งเสียงร้อง ร่างเซ ทิ้งฝักบัวในมือทิ้งลงไป ใช้มือป่ายปะจับอะไรหาที่ยึด หิรัญส่งแขนรับร่างของเธอเอาไว้ แต่ไม่ทัน ร่างเล็กๆ ร่วงลงไปกองข้างล่าง ในฝ่ามือของเธอยึดเอาท่อนเนื้อที่เริ่มแข็งตัวเพราะเจ้าของไม่ระวัง ผ้าเช็ดตัวของเขาหลุดลงไปแล้ว “นี่อะไร” คำถามที่ไม่น่าหลุดออกจากปากถามมาเลย ก็เห็นอยู่ว่าเป็นไอ้จ้อนของนายหิรัญเขา เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของร่างที่ยังตะลึงไม่หาย ริมฝีปากเล็กๆ ขยับอ้า และส่งสายตาที่เว้าวอน เขาพูดอะไรไม่ออก กำลังตะลึง “นี่นายรู้ไหม ยายของฉันบอกกับฉันว่ายังไง” เธอคงเมาแล้วเพี้ยน ในมือยังกำความเป็นชายของหิรัญเอาไว้เต็มๆ แล้วยังลูบแบบอ่อนโยน โบนิตาสบตากับเขา หิรัญหายใจเข้าออกแรงๆ ได้แต่ส่ายหน้า ตกใจจนพูดไม่ได้ บอกเลยไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนในชีวิต “ยายบอกว่า ถ้าฉันยังไม่มีผัวก่อนอายุ 29 ฉันจะต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต” ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก... หัวใจของหิรัญเต้นแรง “นายเป็นผัวให้ฉันได้ไหมคืนนี้” ‘อุต๊ะ’ ชายหนุ่มทำตาโต ร้องอุทานอยู่ในใจ ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก... ริมฝีปากเล็กๆ นั้นค่อยอ้ากว้าง ก่อนจะชิดเข้ามาใกล้ “อื้อ...” เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอของหญิงสาว “โอ้ว...” เสียงนี่คือหลุดมาจากปากของหิรัญ ‘OMG มันคือดีอ่ะ’ เขาหลับตาพริ้ม
กบฏรักหัวใจปรารถนา

กบฏรักหัวใจปรารถนา

กบฏรักหัวใจปรารถนา เรื่องราวความรักต่างวัยระหว่างผู้ปกครองหนุ่ม กับเด็กสาวกำพร้า ที่ต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของน้องชายพ่อเลี้ยง ด้วยความใกล้ชิด ฝ่ายหนึ่งก็สาวน้อยวัยใส สะสวยน่ารัก อีกฝ่ายก็หนุ่มใหญ่วัยทำงาน โสด-หล่อ-รวย คุณสมบัติครบสำหรับให้สาวๆ เก็บเอาไปฝัน ความรัก-ความใคร่จึงบังเกิด แต่ด้วยความแตกต่าง ไม่ว่าอายุ มุมมอง และประสบการณ์ เลยกลายเป็นอุปสรรคที่ทั้งสองจะต้องฟันฝ่า อกัณห์ นภนนท์ .... หนุ่มใหญ่วัย35ผู้ไม่ศรัทธาในความรักมากนัก ในมุมมองของเขาเห็นว่าความรักสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมไม่ว่าในด้านรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลาและน่าหม่ำในสายตาสาวๆ หรือฐานะเป็นปึกแผ่น รวมไปถึงหน้าที่การงานมั่นคง จะยังครองความโสดเอาไว้อย่างเหนียวแน่น เด็กสาวกำพร้าวัยสิบแปดผู้มีเป้าหมายอยู่ที่การพิชิตร่างกายและหัวใจผู้ปกครองหนุ่มหล่อ แต่ดูเหมือนหนทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของหล่อนจะไม่ง่ายนัก ร่างกายเขาหล่อนอาจพิชิตได้สำเร็จ แต่หัวใจรักของเขานี้สิ ยากเย็นพอๆกับเข็นครกขึ้นเขาเลยทีเดียว
เด็กมันยั่ว เลยหลวมตัวหลงรัก

เด็กมันยั่ว เลยหลวมตัวหลงรัก

เขาเป็นคุณหมอหนุ่มที่หลงรักเด็กสาวข้างบ้านสุดหัวใจ +++ “อาหมอขา” เด็กน้อยปีนขึ้นไปนั่งบนตักอุ่นๆ ของอาหมอผู้แสนใจดี “ขา...” เขื่อนรับคำเสียงหวานไม่ต่างกัน เขาหอมแก้มเด็กน้อยมาหยาฟอดใหญ่ “โตขึ้นหนูจะเป็นเจ้าสาวของอาหมอค่ะ” “จริงเหรอครับ” เขื่อนเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม “จริงค่ะ” “สัญญาแล้วนะครับ อาจะถือว่านี่เป็นคำสัญญาของหยา” +++ “หยาหนาวค่ะอาหมอ” เธอลูบไล้แผงอกกว้างของเขา “เดี๋ยวอาห่มผ้าให้” เขาบอกเสียงนุ่มอย่างเอ็นดู “ไม่ได้หนาวแบบนั้น อาหมอน่ะ...” เธอทำเสียงกระเง้ากระงอด “เดี๋ยวเสียงดังครับ ดึกแล้ว” เขาเกรงว่าข้างห้องจะได้ยิน “ทำเบาๆ ค่ะ อยากให้อาหมอกอดหยาแน่นๆ หยาหนาวจริงๆ นะ” เธอซุกตัวเข้าไปหาเขาดึงมากอดแนบอก “ถ้าหนาวขนาดนี้เดี๋ยวอาจะกอดแน่นๆ เลยนะครับ” “ก็กอดสิคะ หยารออาหมอกอดหยาทุกคืนเลยนะ นานๆ จะได้ออกนอกสถานที่สักที” เธอดึงมือของเขามาทาบที่ทรวงอกอวบอิ่ม มือของเขื่อนค่อยๆ ลูบไล้และเคล้นคลึง เธอครางแผ่วๆ กัดปากด้วยความเสียวสยิว “อย่าครางดังนะคนดี” เขากระซิบบอกเธอด้วยน้ำเสียงเอ็นดู จุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยงนั้นเบาๆ “ด้านในไม่มีด่านนะคะ” เธอกระซิบบอกเขา มือบอบางเลื่อนลูบลงไปยังเบื้องล่างของเขา
บ่วงร้ายพ่ายเสน่หา

บ่วงร้ายพ่ายเสน่หา

เธอเป็นนางเอกขวัญใจวัยรุ่นในเกือบทุกปีที่ผ่านมา แต่ชื่อเสียงของเธอ ก็ดันย่อยยับไม่มีชิ้นดีเมื่อถูกคนสารเลวในวงการบันเทิงด้วยกันกลั่นแกล้ง ให้เธอกลายเป็นนางเอกสาวดาวยั่วในคลิปวิดีโอโป๊ ลงข่าวหน้าหนึ่งดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศ เมื่อดาราสาวกลับมาที่บ้านเกิดอีกครั้ง พร้อมกับชีวิตล้มละลายที่ไม่กล้าสู้หน้าใคร แต่เธอกลับได้พบหน้าเขาในฐานะที่ไม่กล้าอาจเอื้อม ทว่าเจอกันครั้งแรกเขาและเธอก็ ‘ตบจูบ’ กันเสียแล้ว และยังมีเหตุให้เธอต้องตกไปอยู่ในบ่วงพิศวาสของชายหนุ่มในฐานะ ‘นางบำเรอ’ จำยอมอีกด้วย “ทำอย่างกับไม่เคยเห็น เอามือออกมองผัวให้เต็มตา และเตรียมใจไว้เลย คืนนี้พี่หมดแรงเมื่อไหร่ เธอก็จะได้นอนเมื่อนั้นแหละ” เขาดึงมือที่ปิดตาเธอออก หญิงสาวหลับตาปี๋ เพราะไม่อยากเห็นภาพอุจาดตาตรงหน้า
หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน

หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน

หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน ไป๋ชิงนางแต่งเข้าสกุลลู่อย่างเต็มใจ หากแต่สามีนาง ลู่เฉิน กลับทำร้ายจิตใจนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า นำพาอนุเข้าเรือนไม่เว้นแต่ละวัน จนสุดท้ายนางทนไม่ไหวก็ขอ "หย่า" "ก็ตามใจเจ้า" นางเจ็บแค้นใจสาหัส เดินจากมาด้วยน้ำตา หากแต่เดินออกจากสกุลลู่ได้ไม่นาน เหตุใดเขาถึงกลับมาตามนางกลับ ********* คนอย่างนางมีแต่เดินหน้าไม่หวนคืน หย่ากันแล้วอย่าคิดจะมีคืนดี เป้าหมายนางคือ "สามีใหม่" เท่านั้น มาทำให้ใต้หล้าเห็นว่า หญิงหม้ายก็มิได้ร้างรักแต่อย่างใด ******************************* นิยายเรื่องนี้มีเป้าหมายคือหาสามีใหม่ ใครมิชอบใจรักผัวเก่าขัดใจผ่านไปก่อนได้เลยค่ะ
คลั่งรักคุณหมอมาเฟีย NC18++

คลั่งรักคุณหมอมาเฟีย NC18++

หมอวายุ / Ren เร็น ซาโต้อิชิบะ ผู้ชายที่ซ่อนอดีตที่แสนเจ็บปวดเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน ความรัก คือ สิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ชายอันตรายแบบเขา แต่ความเฟียร์สของเธอกลับทำให้เขา❤️หลงรักเธอจนหมดหัวใจ แก้มใส กมลชนก เธอหลงรักรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนของเขาตั้งแต่แรกพบ ผู้ชายอันตรายที่เธอยอมเสี่ยงด้วยการวางชีวิตและหัวใจเป็นเดิมพันเพื่อแลกกับการได้รักเขา❤️ "ให้เฟียร์สแค่ไหนก็ยอม ขอแค่ได้ปกป้องรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนของพี่หมอไว้ก็พอ" หมอเพลิง / Ryuu ริว ซาโต้อิชิบะ หัวหน้ามาเฟียใหญ่แห่งประเทศญี่ปุ่น รักน้องชายคนเดียวอย่างเร็นและเรียวอิจิ ผู้เป็นพ่อมาก ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องครอบครัวจากอันตรายที่อยู่รอบตัว
เพื่อนร้ายกลายรัก

เพื่อนร้ายกลายรัก

"ฮึก ฮึก มะ เมื่อคืนไปไหนมา" เธอตัดสินใจที่จะถามมันไปตามตรงเพื่อจะได้ตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อไปกับเรื่องของเธอกับมัน "ไปไหน?? ตอนไหน" "ก็ตอนที่มาส่งมีนแล้วตาร์ไปไหน" "ไปมหาลัยไงก็บอกแล้วว่าไปทำงานกลุ่ม อาจารย์มาเร่งเพราะจะปิดเทอมแล้วด้วยไม่เสร็จก็คือไม่จบปีสามนะบอกก่อนเรียนวิศวะมันยากนะมีนก็รู้" "ไม่รู้หรอกเพราะมีนไม่ได้เรียนวิศวะ" "แต่มีผัวเรียนวิศวะก็ต้องรู้หน่อยนะว่าผัวเรียนหนักเหนื่อยด้วย" "แน่ใจเหรอว่าไปทำงานกลุ่มมา" "แน่ใจดิสาบานได้ถ้าไม่เชื่อก็โทรไปถามไอ้แจ็คดูว่าเค้าอยู่มหาลัยตลอดไม่ได้ออกไปไหนเลย" "......" "ที่ถามแบบนี้มีนคิดว่าเค้าไปไหน" "ไปเอาผู้หญิงไง" "ไปเอาผู้หญิง?? ใครวะทุกวันนี้ก็เอาแต่กับเมียคนเดียวไม่ได้ไปเอาอะไรกับใครเลยจริงๆ บอกมาว่าไปเอาเรื่องไร้สาระแบบนี้มาจากไหน" เธอตัดสินใจเดินไปหยิบมือถือที่วางไว้ในครัวแล้วเปิดให้มันดูทั้งรูปทั้งข้อความที่กีกี้มันส่งมาให้ "แล้วนี่อะไร ฮือออ ฮือออ ไอ้คนเลวไอ้คนมักมาก" เธอด่ามันพร้อมกับยื่นมือถือให้มันดูหลักฐานที่เธอมีพอมันรับไปดูมันก็เปิดดูทีละรูปหลังจากที่มันดูจนครบหมดทุกอย่างทั้งรูปและข้อความแล้วมันก็ถอนหายใจเหมือนพยายามระงับอารมณ์โกรธ หรือมันจะโกรธที่เธอรู้ความจริงแล้วก็ด่ามัน มันจะทำอะไรเธอหรือเปล่า "มีน.." มันเรียกชื่อเธอก่อนจะเดินมาหาเธอที่ยืนอยู่จนเธอต้องถอยหลังหนี "ฮือออ อย่าทำไรเค้านะ ฮือออ" มันเดินมาแล้วก็ดึงเธอเข้าไปกอด "ขอโทษนะ เค้าขอโทษ"
ทัณฑ์เถื่อน

ทัณฑ์เถื่อน

“แล้วทำไม ถ้าฉันทำผิดจริง คุณก็หาหลักฐานและแจ้งตำรวจให้มาจับตัวฉันไปลงโทษสิ แต่ที่คุณทำ...ทำเหมือนกับบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป อยากจะทำอะไรก็ทำ คุณมันหน้าไม่อายรังแกคนไม่มีทางสู้เหมือนกันแหละ” มณีมณฑ์เถียงหัวชนฝาบ้างก็ถูไถไปข้างๆ คูๆ “ฉันไม่เถียงกับเธอแล้ว รีบเก็บกวาดทำความสะอาดห้องนี้ให้เรียบร้อยดีกว่า เพราะถ้าไม่ทำ ฉันมีวิธีการอีกนับสิบที่จะทำให้เธอต้องเจ็บปวดไปจนตาย อยากรู้ว่าฉันพูดจริงหรือเปล่า ก็ตัดสินใจเองแล้วกัน” เมื่ออีกฝ่ายข่มขู่มา โทสะของมณีมณฑ์พุ่งขึ้นสูงลิ่วในทันที ทั้งหมอน ผ้าห่มและรวมถึงข้าวของที่แตกกระจายตกหล่นอยู่บนเตียงต่างก็ปลิวว่อนไปที่ร่างใหญ่ซึ่งหลบอย่างรวดเร็ว เธอยังไม่ทันเผลอด้วยซ้ำ อพอลโล่ก็เดินเข้ามาคว้าร่างเล็กเข้าไปหา จับแขนเล็กบีบจนแทบจะหักออกเป็นสองท่อน “ฤทธิ์มากเหลือเกินนะผึ้ง อย่างนี้ถ้าไอ้ศรวัณมันตัดสินใจเลือกเธอไปเป็นนางบำเรอ ฉันว่าไม่เกินสามวันมันคงทิ้งเธอให้นอนเหี่ยวแห้งหัวโต เหมือนอีแก่ที่เขายกขึ้นหิ้ง แล้วก็ไปหาผู้หญิงคนไหมที่นุ่มนวลและอ่อนหวานกว่า ผู้หญิงไวไฟร้อนแรงอย่างเธอคงจะทนไม่ได้” อพอลโล่ได้แต่ยิ้มหยัน “ขนาดคนที่ปากเธอบอกว่าเกลียดเข้าไส้เข้ากระดูกดำอย่างฉัน พอแตะนิดแตะหน่อยก็พร้อมที่จะก้าวขึ้นเตียงอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว”
ความเหยียดหยามของพี่สาวต่างแม่, คำลวงของคนรัก

ความเหยียดหยามของพี่สาวต่างแม่, คำลวงของคนรัก

ณ งานกาลาสุดหรูของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์สยามเมธา ฉัน, ไอริน เดชาวัฒน์, นักไวโอลินเด็กทุน ในที่สุดก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ โดยเฉพาะเมื่อมีธาม มงคลวานิช แฟนหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยืนอยู่เคียงข้างอย่างสง่างาม แต่แล้ว จอขนาดยักษ์ที่ควรจะฉายชื่อผู้บริจาคกลับสว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นวิดีโอลับสุดส่วนตัวของฉัน—ฉากในห้องนอน—ให้เหล่าชนชั้นสูงของกรุงเทพฯ ได้เห็นกันถ้วนหน้า ความอัปยศที่ลึกที่สุดของฉันถูกนำมาประจานต่อหน้าสาธารณชน ขณะที่เสียงฮือฮาเปลี่ยนเป็นเสียงซุบซิบนินทาอย่างเหยียดหยามและเสียงหัวเราะเยาะเย้ย และโลกทั้งใบของฉันพังทลายลงในพริบตา ธาม ผู้ที่ฉันคิดว่าเป็นหลักยึดเดียวในชีวิต กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เพียงเพื่อที่ฉันจะพบเขาในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา กำลังยืนยิ้มอย่างสมใจอยู่กับศิริน พี่สาวต่างแม่ของฉัน พร้อมยอมรับว่าความสัมพันธ์ทั้งหมดของเราเป็นเพียง "เรื่องสนุกคั่นเวลา" เพื่อวางแผนทำลายฉันให้ย่อยยับ ฉันถูกผู้ชายที่ฉันรักหักหลังอย่างแสนสาหัส ถูกต้อนราวกับสัตว์ป่า จากนั้นก็ถูกเพื่อนของเขาลากเข้าไปในตรอกมืดและต้องทนรับความทรมานที่เกินจะจินตนาการ น้ำพริกเผาแผดเผาลำคอ แสงแฟลชจากกล้องบันทึกภาพความหวาดผวาของฉัน และเหล็กร้อนๆ นาบลงบนหัวไหล่จนเป็นแผลเป็น ทั้งหมดนี้เพื่อความบันเทิงของสาธารณชน โดยได้รับการอนุมัติจากธาม ผู้ซึ่งต่อมาได้สั่งให้นักเลงที่ลักพาตัวฉันไป "จัดการเธอซะ" อย่างเลือดเย็น ทำไมเขา ผู้ชายที่เคยสนับสนุนฉัน ถึงได้วางแผนความโหดร้ายที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ทิ้งให้ฉันแหลกสลายและถูกตีตรา ต้องการให้ฉันหายไปจากโลกนี้—ความลับดำมืดอะไรที่ผลักดันการแก้แค้นอันบิดเบี้ยวนี้ และฉันจะหนีจากความหลงใหลอันน่าสะพรึงกลัวของเขาได้หรือไม่? การทรยศที่เจ็บปวดรวดร้าวครั้งนี้ได้เปลี่ยนฉันไปโดยสิ้นเชิง ฉันจะไม่ใช่แค่รอดชีวิต แต่ฉันจะหายไปจากโลกของเขาตามเงื่อนไขของฉันเอง หันหลังให้กับซากปรักหักพังที่เขาสร้างขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ฉัน, ไอริน, จะเป็นอิสระในที่สุด
พายุรักอสูรทมิฬ(พายุรักร้ายในสายลมหนาว)

พายุรักอสูรทมิฬ(พายุรักร้ายในสายลมหนาว)

บลิซเซิร์ด หนุ่มนัยน์ตาสีอำพันเข้ม เขาเย็นชาราวกับน้ำแข็ง แต่เธอกลับทำให้เขาลุกเป็นไฟ กับ เอมฤทัย ผู้หญิงที่น่าปรารถนาทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ขอบอกว่าเขาเกลียดเธอเข้าไส้ และรังเกียจเธอสุดๆ จนต้องหยุดเตือนใจตนเองทุกนาทีที่ได้ใกล้ชิด ‘ว่าเขารังเกียจเธอ!’ “ฮึ! คิดจะเสนอตัวให้ผมหรือ ถ้ายั่วไม่เก่งจริงก็อย่ามาขายให้ผมเลย ผมไม่ซื้อหรอก” “ไม่เป็นไร คืนนี้ฉันบริการคุณฟรีๆ ก็ได้ ผู้ชายหล่อๆ เถื่อนๆ อย่างคุณหาง่ายเสียที่ไหน” จบคำเธอก็จัดการยั่วเขา จนสุดความสามารถ! ทว่าพอเขาเริ่มทนยั่วยุไม่ไหว แล้วหันกลับมาเป็นฝ่ายรุกบ้าง “คุณบลิซเซิร์ด ปล่อยฉันนะ!” “หึๆ ทีแบบนี้บอกให้ปล่อย เมื่อกี้ยังอวดเก่งอยู่เลย” “ฉันเป็นแค่นางโลมชั้นต่ำ เป็นแค่โสเภณีสกปรก คุณยังคิดจะมาเกลือกกลั้วกับฉันอีกเหรอ” “ก็คุณมายั่วผมจนอยากทำไมล่ะ ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ และตอนนี้ผมก็อยากจะลองของต่ำๆ ดูบ้าง ว่ามันจะให้ความรู้สึกต่างกันอย่างไรกับของสูงๆ ผู้หญิงที่ผ่านมือชายมามากมายอย่างคุณ คงไม่ต้องทะนุถนอมมากมายหรอกมั้ง ถ้าชอบแรงๆ ก็บอกกันได้นะ ผมจะจัดให้” สิ้นประโยคหวาดเสียวจนเสียววาบเข้าไปในช่องท้อง ใบหน้าคมคร้ามก็ก้มต่ำลงมาอย่างรวดเร็ว ด้วยประกายตาวาววับร้ายกาจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง หัวใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่ากลองศึกด้วยความหวาดหวั่น เมื่อใบหน้าหล่อเหลาดุดันก้มต่ำลงมา จนริมฝีปากหยักลึกแทบจะชิดเรียวปากสีกุหลาบของเธออยู่รอมร่อ
BABY BURN ชะนีเกินเบอร์

BABY BURN ชะนีเกินเบอร์

เคยได้ยินคำว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้หรือเปล่า? และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาหากินในที่ของฉัน แต่ 'มัน' เสือกทำ "ไม่ใช่เด็กถิ่นเช็คอินได้เปล่า" ด้วยความที่โชคชะตามันโหดร้าย จึงทำให้เราสองคน 'ได้' กัน ........................................................................ สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือความเจ้าชู้ แต่แล้ววันหนึ่งฉันกลับกลายทำตัวเป็นแบบนั้นซะเอง เหตุการณ์ที่พบเจอมันบีบบังคับให้ฉันต้องร้าย ต้องแรง และ...อยู่ให้เป็น "นี่ไม่ใช่ที่วิ่งเล่นของเด็ก กลับบ้านไปดูดนมนอนไป๊!" วาจาที่พ่นออกมาจากริมฝีปากหนาเป็นอะไรที่ฉันรังเกียจพอๆ กับการเห็นหน้า 'คนพูด' "ก่อนไป ขอเตะปากทีดิ" เท้าของฉันมันกำลังกระตุก เมื่อหูได้ยินอะไรที่ไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่ เขาว่ากันว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เห็นทีว่ามันจะจริง...
ร้อยเล่ห์พรางใจ

ร้อยเล่ห์พรางใจ

ว่ากันว่า...First impression จะเกิดขึ้นใน 3 วินาทีแรก ถ้าจะทำให้ใครสักคนประทับใจต้องมัดใจเขาให้ได้ใน 3 วินาทีนั้น!! และเขาจะไม่มีวันลืมเลือน... ซ่า... “โอ๊ะ!” เสียงน้ำสาดซัดเข้าใส่ร่างสูง ดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงร้องอย่างตกใจของชายนิรนามเมื่อจู่ๆก็ถูกใครคนหนึ่งกระโจนขึ้นขี่หลังแล้วใช้กระป๋องครอบศีรษะเขา พร้อมเสียงตะโกนโหวกเหวก “นี่แน่ะเจ้าหัวขโมย!” “ท่านรองฯ!!” “ท่านรองฯ อะไรคะพี่ๆ นี่มันโจรโรคจิตชัดๆ เราต้องจับไอ้หมอนี่ส่งตำรวจนะคะ” “ยู้ดดด... หยุดก่อนหนูช่อ นี่ท่านรองฯ ...รองประธานนะไม่ใช่โจรโรคจิต” “ฮะ!” ช่อมาลีผงะถอย มือน้อยปล่อยท่อนแขนกำยำโดยไว คนถูกเรียก ‘ท่านรองฯ’ ยืนทำหน้าถมึงทึง จ้องมองมาด้วยสายตาดุดัน “ตามฉันไปที่ห้อง!” โอ้! เจ้าช่อมาลี ช่างกล้า... แบบนี้ 'ท่านรองฯ' คงประทับใจเจ้ามิรู้ลืม... 555 เรื่องแจ้ง: นิยายเรื่องนี้ช่อมาลีเป็นสาวเชียงใหม่ ธัชชาจึงมีสอดแทรกภาษาพื้นเมืองลงไปตามถิ่นเกิดของนางเอกนะคะ ทั้งนี้ธัชชาไม่ใช่คนทางนั้น ภาษาพูดที่ใส่ลงไป ธัชชาปรึกษาจากเพื่อนซึ่งเป็นคนทางนั้น แต่อาจมีบางประโยคที่ธัชชาเขียนเองแต่ลืมถามเพื่อน หากใครอ่านแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่ รีบท้วงมานะคะ จะได้แก้ไขให้ถูกต้อง “ไปกับฉันช่อมาลี ไปเป็นผู้หญิงของภีมวัจน์ ฉันสัญญาว่าเธอจะเป็นผู้หญิงของฉันคนเดียว...ตลอดกาล” “แต่สมภารไม่กินไก่วัดนะคะ” “บังเอิญว่า ฉันไม่ใช่สมภารแล้วเธอก็ไม่ใช่ไก่วัดด้วยสิ” เขาบอกยิ้มๆ ช่อมาลีนิ่งอึ้งจ้องคนตัวโตที่ยามนี้ดวงหน้าคมของเขาโน้มต่ำลง ...ใกล้เข้ามา ...ใกล้เข้ามา ทุกขณะ! “เธอนี่จริงๆเลยนะ ไหนว่าฉันถอดเสื้อแล้วอุจาดตาไง ทำไมตอนนี้ถึงได้กอดแล้วก็ซบอกฉันไม่ยอมปล่อยแบบนี้ล่ะฮึ” ช่อมาลีผงะ! ภีมวัจน์แกล้งคลายวงแขนออกเหมือนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ และก่อนที่ช่อมาลีจะทันได้ขยับห่างออกไปอีก เขาก็คว้าเอวคอดรั้งร่างเธอเข้ามากอดแล้วจู่โจมจูบเธอไม่ปล่อยให้ตั้งตัว!
สุดสวาท มาเฟียยอดรัก

สุดสวาท มาเฟียยอดรัก

“แอนนา” เสียงทุ้มนุ่มลึกของหนุ่มใหญ่เปล่งเสียงเรียกภรรยาสุดที่รักดังขึ้นจากด้านหลัง “คุณริก” เสียงหวานขานรับ ก่อนจะหันไปยิ้มละไมให้ผู้เป็นสามี ร่างสูงสมาร์ทของหนุ่มใหญ่ วัยสี่สิบเดินมาหยุดใกล้ๆ กับภรรยาสาว ไม่น่าเชื่อว่าอายุของเขาจะห่างกับเธอถึงสิบเจ็ดปี แต่ชายหนุ่มกลับยังหนุ่มแน่นอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงหลายปีนัก ผมสีดำสนิทรับกับคิ้วดกหนาและจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักลึกสีแดงจัดอย่างคนสุขภาพดีที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งดวงตาสีเทาอมฟ้าหวานหยาดเยิ้ม เวลาทอดมองมายังเธอทำให้หัวใจสาวแทบละลาย แม้จะเคยแนบชิดกันอย่างลึกซึ้ง แต่ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ หัวใจเธอกลับสั่นไหวและตื่นเต้น ผิวที่ขาวจัดแต่อุดมไปด้วยเส้นขนดูเซ็กซี่ยิ่งนัก ผู้ชายที่ยืนตรงหน้าเธอเซ็กซี่หาตัวจับยาก เขาหล่อเหลาราวเทพบุตรกรีก ส่วนสูงที่สูงเกือบร้อยเก้าสิบทำให้ส่วนสูงของเธออยู่เพียงแค่ระดับอกเขา เขาเป็นผู้ชายที่มีพลังดึงดูดทางเพศรุนแรง สายตาคมกล้าของเขาละลายใจสาวๆ มานักต่อนัก แม้ในบางครั้งจะดุดันเหี้ยมเกรียมและแสนจะเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นเพียงใด “กำลังทำอะไรอยู่ เด็กน้อยของฉัน” น้ำเสียงอบอุ่นพร้อมกับอ้อมแขนแข็งแกร่งทรงพลังโอบกอดมาทางด้านหลัง คางหนาบึกบึนวางที่ลาดไหล่ละมุนอย่างออดอ้อนคล้ายเสือร้ายตัวใหญ่ที่กลายร่างเป็นแมวเชื่องสยบต่อเจ้าของ “กำลังคิดเรื่องในอดีตอยู่ค่ะ” เธอตอบรับอ้อมแขนนั้นอย่างอบอุ่นหัวใจ “นางฟ้าตัวน้อยของฉัน อย่าคิดมากสิ เดี๋ยวจะแก่เร็วรู้ไหม” เขากระซิบเย้า หอมแก้มนวลเสียฟอดใหญ่ ก่อนจะสูดกลิ่นหอมประจำตัวของเธอเข้าปอดอย่างสดชื่น “แอนนาไม่ได้คิดมากหรือเป็นกังวลอะไรหรอกนะคะคุณริก แต่แอนนาคิดถึงความรักความอบอุ่นที่คุณริกมีให้แอนนาตั้งแต่เล็กจนโต คอยดูแลแอนนาเป็นอย่างดีต่างหาก แอนนาประทับใจและรักที่นี่มากนะคะ” “ฉันเองก็รักที่นี่ ฉันสร้างคฤหาสน์หลังนี้เพื่อเธอ ยอดดวงใจของฉัน” “แอนนาไม่รู้ว่าจะตอบแทนคุณริกอย่างไร คุณริกเป็นผู้ชายที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมาให้ คุณเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของแอนนา คุณแสนดีและอบอุ่นเหลือเกิน” “นางฟ้าตัวน้อยของฉัน แค่เธอมีลูกน่ารักให้ฉัน ก็ถือเป็นการตอบแทนให้ฉันแล้ว ถ้าอยากตอบแทนฉันอีก ก็มีลูกน่ารักให้ฉันอีกหลายๆ คนสิ” เขากระซิบคลอเคลียที่ริมหูหอมกรุ่น “คุณริก” พวงแก้มสาวแดงเรื่อเมื่อเข้าใจความต้องการของสามีที่กำลังโอบกอดเธออยู่ในอ้อมแขน เรือนกายรุ่มร้อนกำลังบดเบียดจนอกแกร่งแนบติดกับแผ่นหลังบอบบาง แก่นกายร้อนเร่ากำลังผงาดแข็งกร้าวพาดเบียดกับร่องก้นนิ่มๆ ของเมียสาว มือหนาลูบเรื่อยมายังหน้าท้องและบั้นเอวเพื่อสำรวจตรวจตราทรวดทรงองค์เอวอันน่าพิสมัยที่มีเพียงเขาเท่านั้นได้ครอบครองเป็นเจ้าของ ร่างหอมกรุ่นในอ้อมแขนสะท้านน้อยๆ เธอแอ่นหยัดหาเขา เบียดแก่นกายเข้าหาร่องสะโพก ริกคาโด้มองพวงแก้มแดงเรื่อเพราะแสงไฟที่สว่างจ้า เขายังลูบฝ่ามือกับเอวบางและหน้าท้องแบนราบ ขณะจรดริมฝีปากสัมผัสไปกับกลุ่มผมนุ่มสลวย พวงแก้ม ซอกคอและติ่งหู
หย่าทวงแค้น

หย่าทวงแค้น

ความเจ็บช้ำกว่าการ “หย่า” ยังมีอะไรอีก นอกจากถูกคนที่รักหลอกไป “ฆ่า” ให้ตายทั้งเป็น **************** โง่แล้วยังทำเหมือนเดิม เขาเรียกว่าโง่ไร้สติ โง่แล้วกลายเป็นความแค้น เขาถึงเรียกว่าฉลาด มาดูกันว่าการกลับมาของเธอในครั้งนี้ จะทำให้เขาจดจำเธอในรูปแบบไหน ภรรยาที่ดี หรือ ภรรยาที่ตอบแทนอย่างสาสม!! ************************* รมินตามองไปยังรูปภาพแต่งงานบนฝาผนัง ภาพที่มีรอยยิ้มและ แววตาความรักนั้น เหตุใดวันนี้ถึงได้เศร้านักก็ไม่เข้าใจ เธอนั่งรอเขาราวครึ่งชั่วโมงก็ได้ยินเสียงรถที่ขับมาอย่างรวดเร็ว และเสียงเบรกกะทันหันทำให้เธอเดินไปที่หน้าต่างแล้วชะโงกมอง เมื่อเห็นว่าเป็นธาวินผู้เป็นสามีเธอก็รีบลงจากชั้นสอง “ทำไมขับรถเร็วขนาดนั้นคะ ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำยังไง” “นี่คุณแช่งผมให้ตายเหรอ” คิ้วรมินตาขมวด “ตาไม่ได้หมายความแบบนั้น แต่ตาเป็นห่วงคุณต่างหาก” “คุณห่วงชีวิตคุณเองจะดีกว่า ว่าคืนนี้คุณจะนอนไหน” แววตาคนเป็นภรรยาไม่แน่ใจว่าได้ยินผิดหรือเปล่า จึงถามเขาย้ำอีกครั้ง “คุณว่าอะไรนะคะ ตาไม่เข้าใจ” “โธ่เว้ย ทำไมถึงโง่ขนาดนี้ ผมกำลังขอหย่ากับคุณยังไงเล่า” ไม่พูดเปล่า อีกฝ่ายยังยกนิ้วขึ้นชี้หน้าผากเธอ จนเธอที่ตั้งสติไม่ได้เซถอยหลังจนล้มลง “รีบเซ็นใบหย่าแล้วออกไปจากบ้านของฉัน” “คุณหมายความว่ายังไง” “ก็หมายความว่าบ้านหลังนี้ หุ้นที่บริษัท โรงแรม ล้วนเป็นของผมหมดแล้ว ดังนั้นคุณก็หมดความหมาย รีบไสหัวไปซะ ก่อนที่ผมจะแจ้งข้อหาบุกรุกกับคุณ” “คุณ คุณทำกับตาแบบนี้ได้ยังไงกัน”