5.0
ความคิดเห็น
1.1K
ชม
28
บท

“ฉันจะอ่อนโยนกับเธอให้เหมือนผีเสื้อมาบินมาเกาะเกสรดอกไม้” เขาเอ่ยชิดเรียวปากคู่สวย แล้วจูบซ้ำๆ ลงไปอีกหลายครั้ง สุดปรารถนาปรือตามองเขา อารมณ์เธอสั่นพร่า หวามไหวไปกับสัมผัสรัญจวน ที่เพียงแค่จุมพิต เธอรู้สึกเหมือนวิญญาณออกจากร่าง “เธอรู้ไหมว่า เวลาผีเสื้อบินมาดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ ผีเสื้อจะรู้สึกยังไง แล้วน้ำของเกสรดอกไม้จะหมดไปหรือเปล่า ว่าไงตอบฉันมาสิ ว่ารู้ไหม” “ไม่รู้ค่ะ” เธอตอบเสียงสั่น มองหน้าเขาในระยะห่างไม่ถึงคืบด้วยใจไหวหวั่นและขวยเขิน “แล้วอยากรู้ไหมว่า ผีเสื้อจะรู้สึกยังไงและน้ำหวานจะหมดไปหรือเปล่า” เขาถามต่อ แล้วดูเหมือนว่าอลงกตจะใจร้อนไม่เอาคำตอบ “ฉันจะทำให้เธอรู้ด้วยตัวเอง” สุดปรารถนาไม่เข้าใจคำพูดของอลงกต เธอจะรู้ได้อย่างไรในเมื่อไม่ใช่เกสรดอกไม้และไม่ใช่ผีเสื้อ ทว่าความสงสัยกลายเป็นความตกใจ เมื่อเขาลดตัวไปฝังหน้าอยู่กับความเป็นอิสตรีเพศโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว จะหนับขาก็ไม่ทัน จะดันหน้าเขาให้ถอยห่างก็ไม่ได้

บทที่ 1 1

1

หลงจู้หรือผู้จัดการโรงรับจำนำเอกชนแห่งหนึ่งกำลังใช้แว่นขยายอันเล็กส่องดูแหวนเพชรน้ำดีวงหนึ่งที่ลูกค้านำมาจำนำ ความที่เป็นแหวนเพชรที่ไม่มีลูกค้านำมาจำนำบ่อยนัก ทำให้เขาต้องตรวจดูอย่างละเอียดและใช้เวลานานพอสมควร

“จะเอาเท่าไหร่” หลงจู้ถามสาวสวยที่ยืนอยู่นอกกรงเหล็กกั้นกลาง

“หนึ่งล้านห้าแสนค่ะ”

สุดปรารถนาบอกจำนวนเงินที่ตนเองต้องการได้จากการจำนำครั้งนี้ หลงจู้ไม่ได้ตกใจกับจำนวนเงินที่ได้ยิน เขามองหน้าคนนำของมีค่ามาจำนำ ก่อนจะก้มหน้าใช้แว่นขยายส่องดูแหวนวงนั้นอีกครั้ง

“เต็มที่ได้แค่เจ็ดแสน” สีหน้าสุดปรารถนาเครียดขึ้นทันใดกับจำนวนเงินที่ได้ยิน เพราะมันเป็นจำนวนเงินครึ่งหนึ่งที่มารดาต้องการ

“มากกว่านี้ไม่ได้หรือคะคุณลุง หนูมีใบรับประกันจากร้านมาด้วย” เธอต่อรอง

“ได้เท่านี้แหละ ถ้าอยากได้เยอะกว่านี้ต้องไปร้านที่ซื้อมา” หลงจู้ตอบ

“หนูขอถามคุณแม่ก่อนนะคะ” สุดปรารถนาเดินถอยหลังไปนั่งบนเก้าอี้ รีบติดต่อมารดาเพื่อบอกราคาแหวนเพชรที่ให้ตนมาจำนำ การสนทนาเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงสี่สิบวินาที สุดปรารถนาลุกขึ้นยืนเดินมาหาหลงจู้ “เจ็ดแสนก็เจ็ดแสนค่ะ”

อีกห้านาทีหลังจากขึ้นตอนการจำนำสิ่งของเสร็จสิ้น เงินเจ็ดแสนบาทก็มาอยู่ในมือสุดปรารถนา เธอเดินออกมาจากโรงรับจำนำอย่างไม่อายสายตาของบุคคลอื่นที่มองมา เธอเดินไปเรื่อยๆ จนถึงรถบีเอ็มดับบลิวที่จอดรออยู่ริมถนน มือเรียวเล็กเคาะกระจกเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง

“นี่คะแม่” สุดปรารถนาส่งเงินให้ฤทัยรัตน์ที่กระชากมือมารับอย่างไม่สบอารมณ์

“ได้แค่นี้จะพออะไร ฉันต้องการใช้เงินล้านห้า”

“เขาให้แค่นี้ค่ะแม่”

“แกไม่พยายามต่อรองกับเขาใช่ไหม เขาให้แค่ไหนแกก็เอาแค่นั้น ถ้าแกหัดมีปากเหมือนกับคนอื่นบ้าง ฉันก็คงได้ล้านห้าตามที่ต้องการ แกนี่ไม่ได้ดั่งใจฉันเลย”

ฤทัยรัตน์ขึ้นเสียงใส่บุตรสาวที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

“ก้อยโทรมาถามแม่แล้วนะว่า จะเอาตามจำนวนเงินที่เขาให้หรือเปล่า แม่บอกว่าเอา ก้อยก็ว่าตามแม่” สุดปรารถนาตอบเสียงเบา ไม่เข้าใจว่าตนเองผิดตรงไหน

“ฉันไม่อยากได้หรอกแค่นี้น่ะ เพราะมันไม่พอ ซื้อมาตั้งสามล้าน ได้แค่นี้ไม่คุ้มเลย”

“หลงจู้บอกว่า ถ้าแม่อยากได้มากกว่านี้ต้องไปจำนำร้านที่ซื้อมาค่ะ หรือไม่ก็ขายที่ร้านนั้นค่ะ”

คนเป็นลูกพูดตามที่หลงจู้บอก แต่เธอไม่รู้เลยว่า คำพูดประโยคนี้ทำให้คนเป็นแม่ถึงกับของขึ้น ตวาดใส่บุตรสาวเสียงดัง

“แกก็รู้ว่าฉันเอาไปจำนำที่ร้านไม่ได้ ถ้าฉันทำได้ฉันทำไปนานแล้ว ของราคาเป็นล้าน จำนำได้แค่นี้ มันกดราคากันชัดๆ”

ยิ่งพูดฤทัยรัตน์ยิ่งเจ็บใจ แต่ก็ไม่มีทางเลือก

“แม่จะเอาเงินไปทำอะไร พักนี้แม่ใช้เงินเยอะจัง” เธออดถามไม่ได้ “ทำไมแม่ไม่ขอพ่อคะ ง่ายกว่าเอาของมาจำนำซะอีก”

เป็นความสงสัยที่สุดปรารถนาเก็บไว้ในใจมานานร่วมเดือน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอนำของมีค่าไปจำนำให้ฤทัยรัตน์ หากจะนับครั้งก็ประมาณสิบครั้ง อีกทั้งฐานะทางบ้านเธอไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน มีเงินกินเงินใช้ไม่ขาดมือ เธอจึงมองไม่เห็นความจำเป็นที่มารดาต้องนำเครื่องประดับมาแลกเป็นเงินเช่นนี้

คนถูกถามอึ้งไปชั่ววินาที แต่ก็หาเหตุผลมาตอบคำถามลูกสาวได้

“ฉันเอาเงินไปลงทุนกับเพื่อน แล้วที่ฉันไม่ไปเอาที่พ่อแกก็เพราะอยากหาเงินลงทุนเองน่ะสิ เผื่อมันไปไม่รอด พ่อแกก็จะว่าฉันไม่ได้ว่าเอาเงินไปผลาญทิ้ง ฉันเอาของของฉันไปจำนำดีกว่า สบายใจกว่าเยอะ”

คำตอบของฤทัยรัตน์ ทำให้สุดปรารถนาเลิกเคลือบแคลง หลายครั้งที่ฤทัยรัตน์ขอเงินธำรงไปลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อน ผลที่ออกมาส่วนใหญ่จะไปไม่รอด เนื่องจากแต่ละคนไม่เป็นมืออาชีพ ทำตามกระแสและเอาหน้าเอาตา พอเวลาผ่านไปก็ขายกิจการทิ้ง แล้วหาเรื่องลงทุนใหม่ ธำรงว่ากล่าวตักเตือนอยู่บ่อยครั้ง ให้อยู่เฉยๆ ก็มีเงินใช้เพราะลำพังเงินเดือนที่ให้ใช้เดือนละสามแสนก็มากพอแล้ว ไม่ต้องเดือดร้อนวุ่นวายเอาเงินไปละลายทิ้ง ทว่าฤทัยรัตน์ไม่เข็ดหลาบขยันเป็นหุ้นส่วนกับคนนั้นคนนี้ตลอดเวลา สุดปรารถนาคิดว่า เงินก้อนนี้คงนำไปลงทุนกับเพื่อนคนใดคนหนึ่งอีกเช่นเคย

“พ่อเตือนแม่ด้วยความหวังดีนะคะ ไม่อยากให้แม่เหนื่อย แม่อยู่เฉยๆ ก็มีเงินใช้” สุดปรารถนาแก้ตัวแทนบิดา

“แกไม่ต้องพูดมาก แกอย่าลืมที่ฉันสั่งนะว่า อย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ ถ้าแกบอกใครล่ะก็ แกกับฉันขาดกัน” ฤทัยรัตน์กำชับบุตรสาว

“ค่ะแม่ ก้อยจำได้ค่ะ”

“จำได้ก็ดี” ฤทัยรัตน์พอใจกับคำตอบ “แกลงไปได้แล้ว รีบไปทำงานไม่ใช่เหรอ ฉันก็จะรีบไปเหมือนกัน”

สุดปรารถนาไม่พูดอะไร เธอยกมือไหว้มารดา ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปยืนบนฟุตปาธ เธอมองดูรถยนต์ของมารดาที่แล่นออกไป จากนั้นก็เดินไปยังรถยนต์ของตนที่จอดอยู่ไม่ไกล อีกหนึ่งนาทีต่อมา เธอขับรถเบนซ์สปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดมุ่งตรงไปยังโรงแรมหรูแห่งหนึ่งใจกลางเมือง

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ อัญญาณี

ข้อมูลเพิ่มเติม
สวาทรัก อสูรร้าย

สวาทรัก อสูรร้าย

มหาเศรษฐี

5.0

"คนอย่างเธอความเจ็บปวดแค่นี้มันยังน้อยเกินไป เธอต้องเจ็บเหมือนกับที่มินามิเจ็บ และต้องเจ็บยิ่งกว่าหลายร้อยเท่า ฉันจะทำให้เธอตายอย่างช้าๆ แต่ทุกข์ทรมานแสนสาหัส เธอจะไม่ได้ยินหรือสัมผัสกับความอ่อนโยนเมตตาจากฉัน สิ่งที่ฉันจะมอบให้เธอมีเพียงความเกลียดชังเท่านั้น จำใส่กะโหลกไว้" เรียวเหวี่ยงร่างงามไปที่เตียงนอนอย่างแรง มือหนาจับที่ข้อเท้าของเธอไว้แน่นเมื่อรู้ว่าเธอกำลังกระเถิบตัวหนี "หนีสิ หนีเลย ถ้าเธอหนี คนที่ตายเป็นคนแรกคือแม่ของเธอ ฉันจะให้แม่เธอตายเหมือนหมูเหมือนหมาข้างถนน เหมือนกับที่เธอฆ่าแม่ของฉัน" ดวงตาเขาเปล่งแสงแรงกล้าของความอาฆาต เมื่อนึกถึงข้อนี้อยากจะฆ่าหญิงสาวตรงหน้าให้ตายตามมารดาและคนที่เขารัก แต่ความตายอาจจะไม่ทำให้เขาสะใจ นอกจากกระกระทำต่อไปนี้ที่สะใจเขามากที่สุด ทรรศิกาหยุดดิ้นรนขัดขืน เขาจึงปล่อยข้อเท้าของเธอให้เป็นอิสระ จัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าต่อหน้าเธอ ความกลัวเริ่มเกาะกินจิตใจของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ อยากจะวิ่งหนีออกไปจากที่นี่ แต่เมื่อนึกถึงมารดา ทำให้เธอก้มหน้ารับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น เรื่องที่คุณน่าจะสน

ชิงรัก

ชิงรัก

มหาเศรษฐี

5.0

ความอิจฉาน้องสาวต่างมารดาคือจุดเริ่มต้นของแผนการ “ชิงไอศูรย์” มาเป็นของตน เธอจึงใช้เล่ห์เหลี่ยมง่ายๆ คือวางยานอนหลับเขา พอตื่นขึ้นมาก็จะติ๋งต่างว่า เขากับเธอมีอะไรกัน ทว่าแผนเกิดผิดพลาด ยาที่ผสมในไวน์กลับเป็นยาปลุกเซ็กซ์ ผลที่ออกมาคือ ไอศูรย์มีความสัมพันธ์ทางกายกับเธอจริงๆ ในที่สุด ชเนตตีได้แต่งงานกับเขาตามตั้งใจ ทว่าผลที่ออกมา ไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้ “เนยใส่อะไรในแก้วไวน์ของพี่ใช่ไหม ไม่อย่างนั้นพี่จะไม่มีวันอยู่ในสภาพแบบนี้” เขาถามอีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ เสียงที่ถามเข้มห้วน ใบหน้ายังคงเรียบตึง สายตาถมึงทึงใส่ร่างอวบที่ย่นคอหนีน้ำเสียงแผดกร้าว “ตอบพี่มา” “ใส่อะไร เนยไม่รู้เรื่อง…ฮือ…พี่เจย์ทำผิดแล้วอย่ามาโทษว่าเนยวางยาพี่นะ…ฮือ” เธอยังคงปากแข็งต่อไป หลบสายตาแข็งกร้าวพัลวัน

ลิขิตรักพญามาร

ลิขิตรักพญามาร

มหาเศรษฐี

5.0

“ว้าย!!..” เธอร้องได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ปากของหยาดน้ำค้างจะถูกมือใหญ่ของใครบางคนปิดเอาไว้ ลำแขนอีกข้างรัดร่างน้อยไว้แน่น ก่อนจะลากไปที่พุ่มไม้รกข้างทาง “อย่าดิ้น อย่าร้อง ไม่งั้นจะจับปล้ำมันตรงนี้แหละ” เสียงที่พูดชิดเรียวหูสะอาด ทำให้เธอรู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร..เหมันต์ วิเศษเดโช เขาดันร่างเล็กให้แผ่นหลังแนบชิดกับต้นไม้ใหญ่ขนาดสี่คนโอบ ใช้ลำแขนกักร่างบางเอาไว้ “ปล่อยนะ” หญิงสาวพูดเสียงเบาทว่าหนักแน่น เธอไม่กล้าพูดเสียงดังมาก เพราะกลัวว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมาจะได้ยิน “ไปกล่อมพ่อหรือกล่อมลูกมาล่ะ ถึงได้อ้อยอิ่งเป็นชั่วโมงแบบนี้” น้ำเสียงของเหมันต์เขียวเหมือนกับใบหน้าที่เขียวคล้ำด้วยความโกรธ “มันเรื่องของฉัน..คุณไม่เกี่ยว..เราไม่มีอะไรต่อกันแล้ว คุณก็ได้ในสิ่งที่คุณต้องการแล้วนี่ จะมาเอาอะไรกับฉันอีก ปล่อยนะ ฉันจะกลับที่พัก” หยาดน้ำค้างพยายามดิ้นรนหนีพันธนาการที่รัดร่างอยู่ แต่ทว่าลำแขนของเขานั้นหาได้คลายออกไม่ ยิ่งรัดแน่นมากกว่าเก่า เมื่อได้ยินวลีของเธอ “ทำไมผมจะไม่เกี่ยว ในเมื่อน้ำค้างเป็นเมียของผม..เป็นเมีย หรือว่าจำไม่ได้ว่าเราสองคนมีความสุขกันมากแค่ไหน” เขาเท้าความหนหลังให้เธอได้ฟัง ฝ่ายหญิงนิ่งเงียบกับคำพูดของเขา เธอไม่เถียงว่ามีความสุขมากแค่ไหนเวลาได้อยู่ใกล้ชิดกับเรือนกายที่แสนแข็งแรงและอบอุ่น หากแต่ความทุกข์และความเสียใจที่เธอได้รับนั้นมันก็มากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือว่าความทุกข์ เธอก็ไม่มีวันลืมเช่นกัน และไม่มีทางจะกลับไปจมกับความทุกข์อีกแล้ว “ฉันไม่ใช่เมียคุณ..ถ้าคุณคิดว่าการที่เรามีอะไรกันแล้วฉันจะเป็นเมียคุณ พี่ว่านก็ต้องเป็นสามีของฉันเหมือนกัน” หยาดน้ำค้างคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด วิธีที่เขาไม่มีทางมายุ่งเกี่ยวกับเธออีก อ้อมแขนที่รัดร่างนิ่มคลายออกโดยอัตโนมัติ หัวใจของคนที่ฟังเต้นเร็ว ดวงตาคมเข้มสีดำเรืองแสงในความมืดที่โรยตัวไปทั่วบริเวณ บ่งบอกอะไรหลายอย่างในแววตา เสียใจ ไม่คาดฝัน ไม่แน่ใจ

สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดขอบ

สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดขอบ

มหาเศรษฐี

5.0

จะกี่หมัดก็ไม่หวั่น กี่ยกก็ไม่กลัว เธอจะ Knock Out ด้วยหัวใจติดปลายนวม ภัทรียายินดีสานต่อค่ายมวยและรับผิดชอบหนี้สินรุงรังต่อจากพ่อซึ่งเสียชีวิต แต่ ณ วันนี้หนี้สินสามปีที่ผัดผ่อนมาตลอดทำให้เธอมืดแปดด้าน ไม่ว่าความหวังแสนริบหรี่แค่ไหน เธอก็คว้าไว้อย่างไม่รอช้า ไม่เว้นแม้แต่การเป็นภรรยาหลอกๆ ต่อให้ต้องโดนแม่สามีดูถูกทุกขณะ น้องสาวสามีจ้องเหยียดชาติกำเนิดทุกครั้งที่เจอหน้า ภัทรียาก็ไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย เพราะเธอคือ... ‘มะปราง ลูกจ่าดาบ ศิษย์จอมทอง’ นักมวยสาวหุ่นกระชากใจหนุ่มๆ หากไม่เพราะกำลังจะถูกแม่จับคลุมถุงชน ธัชธรรมจึงต้องเลือกใช้วิธีสิ้นคิด จ้างนักมวยสาวหมัดหนักที่กำลังร้อนเงินมาเป็นภรรยากำมะลอ จดทะเบียนจริง อยู่ด้วยกันจริง...และทำท่าว่าจะต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน รออีกอย่างเดียวเท่านั้น... รอให้สะใภ้กำมะลอยอมเป็นภรรยาตัวจริงของเศรษฐีหนุ่มหล่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

จากเมียส้มหล่นสู่หญิงแกร่ง

จากเมียส้มหล่นสู่หญิงแกร่ง

Arvin Bikoff
5.0

หลังจากที่แต่งงานเข้ามาในตระกูลมู่ หลินซีได้ทำหน้าที่เป็นคุณนายมู่ที่ยอมอดทนกับทุกอย่างโดยไม่ปริปากเป็นเวลาสามปี เธอรักมู่จิ่วเซียว จึงยอมอดทนดูแลเขาอย่างเต็มใจ แม้ว่าเขาจะมีคนอื่นอยู่ข้างนอกก็ตามแต่เขากลับไม่เคยเห็นค่าของเธอ เหยียบย่ำความรักของเธอให้แหลกสลาย และถึงขั้นปล่อยให้น้องสาวของเขามอมเหล้าเธอแล้วส่งไปยังเตียงของลูกค้า หลินซีนั้นถึงเพิ่งจะตาสว่างเมื่อรู้ว่าความรักที่มีมานานนั้นช่างน่าขันและน่าเศร้าในใจของเขา เธอไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาเกาะเขา เธอจึงทิ้งข้อตกลงการหย่าไว้แล้วจากไปโดยไม่ลังเล มู่จิ่วเซียวมองดูเธอประสบความสำเร็จ กลายเป็นดวงดาวที่ส่องแสงในสายตาของผู้คนเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง เธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและสงบเสงี่ยม โดยมีผู้ชายที่มีฐานะสูงส่งอยู่เคียงข้าง มู่จิ่วเซียวมองดูใบหน้าของคู่แข่งหัวใจที่ดูคล้ายกับของเขามาก จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าในสายตาเธอ เขาเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นในมุมแห่งหนึ่ง เขาขวางทางเธอไว้ “หลินซี คุณเล่นตลกกับผมใช่ไหม”

คุณนาย ประธานมาขอคืนดีอีกแล้ว

คุณนาย ประธานมาขอคืนดีอีกแล้ว

Apogean Spark
5.0

【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”

หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ

หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ

Crimson Syntax
5.0

ทุกคนต่างรู้ดีว่าเจียงว่านหนิงรักเย่เชินมานานหลายปี เธอที่มักจะว่านอนสอนง่ายและน่ารักเสมอ ได้สักลายเพื่อเขาและยอมทนอยู่ใต้อำนาจผู้อื่น เมื่อเธอถูกทุกคนใส่ร้ายจนโดนตำหนิ เขากลับนิ่งเฉยและยังถึงขั้นให้เธอคุกเข่าให้แฟนเก่าของเขาอีกด้วย เธอที่รู้สึกอับอาย ในที่สุดก็หมดหวัง หลังจากยกเลิกการหมั้น เธอก็หันไปแต่งงานกับทายาทพันล้านทันที คืนนั้นเอง ใบทะเบียนสมรสของทั้งคู่ก็กลายเป็นข่าวฮิตบนโลกออนไลน์ เย่เชินที่เคยคิดว่าตัวเองเก่งกาจที่สุดก็เริ่มวิตกและพูดออกมาด้วยความโกรธว่า "อย่าเพ้อฝันไปเลย นายคิดว่าเธอรักนายจริงๆ งั้นเหรอ เธอแค่ต้องการใช้พลังอำนาจของตระกูลฟู่เพื่อแก้แค้นฉันเท่านั้นเอง" ฟู่จิงเซินจูบหญิงสาวในอ้อมกอดและตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจว่า "แล้วจะเป็นไรไปล่ะ ก็พอดีว่าฉันมีทั้งเงินและอำนาจนี่"

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ